ไช่ อิงเหวิน สร้างประวัติศาสตร์ติดต่อว่าที่ผู้นำสหรัฐ

ใครต้องการโทรหาใคร : เมื่อต้นธันวาคมว่าที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พูดคุยทางโทรศัพท์กับ ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ประธานาธิบดีไต้หวัน
อันที่จริงแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้นำหลายประเทศได้ติดต่อพูดคุยทางโทรศัพท์ นายกฯ อาเบะ นายกฯ เนธันยาฮู ได้พบปะพูดคุยส่วนตัวกับทรัมป์มาแล้ว
ประเด็นที่ถูกวิพากษ์คือการติดต่อระหว่าง “ว่าที่ประธานาธิบดี” กับประธานาธิบดีที่ “หลายประเทศไม่ยอมรับความเป็นรัฐ”
รัฐบาลสหรัฐตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีน หรือนิยมเรียกว่าไต้หวัน ตั้งแต่ปี 1979 แลกกับความร่วมมือช่วยต้านโซเวียตรัสเซียในยุคสงครามเย็น นับจากนั้นเป็นต้นมา ไต้หวันตกอยู่ในสภาพที่ประเทศส่วนใหญ่ไม่ยอมรับว่าเป็นประเทศ หลายประเทศทำอย่างรัฐบาลสหรัฐ ตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน เหลือเพียงไม่กี่ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ
ทีมงานของทรัมป์ชี้แจงว่า การสนทนาเอ่ยถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การเมือง ความสัมพันธ์ด้านความมั่นคง ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความยินดีต่อประธานาธิบดีไช่ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนทรัมป์พูดใน Twitter ว่าประธานาธิบดีไต้หวันโทรมาแสดงความยินดีที่ตนชนะเลือกตั้ง ทำไมจะไม่รับสายโทรศัพท์แสดงความยินดีจากไต้หวันที่ซื้ออาวุธหลายพันล้านดอลลาร์
ทางการไต้หวันชี้แจงว่า ประธานาธิบดีไช่หวังยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคี และเตรียมการเพื่อความร่วมมือใกล้ชิด
            ด้านรัฐบาลจีนเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีผลต่อนโยบายจีนเดียว เตือนให้ระวังพฤติกรรมใดๆ ที่จะกระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี ประเทศใดๆ ที่มีความสัมพันธ์การทูตกับไต้หวันเท่ากับละเมิดหลักจีนเดียว
การที่ทรัมป์พูดคุยกับประธานาธิบดีไช่ จึงเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์

อะไรที่ผู้นำไต้หวันต้องการ :
            จากการวิเคราะห์ เป็นไปได้ว่า
            ประการแรก ทดสอบท่าทีของทรัมป์
            ในช่วงหาเสียง นโยบายต่อจีนเป็นเรื่องลบมากกว่าบวก ชี้ว่าจีนเป็น “จอมหัวขโมยรายใหญ่ที่สุดของโลก” บิดเบือนค่าเงินหยวนเพื่อช่วยการส่งออก กระทบต่ออุตสาหกรรม การจ้างงานในสหรัฐ หากสามารถแก้ปัญหาจีน อาจเพิ่มการจ้างงานในประเทศนับล้านตำแหน่ง
            ปี 2015 สหรัฐขาดดุลการค้าสูงเป็นประวัติการถึง 365.7 พันล้านดอลลาร์
            นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่าทรัมป์ไม่อาจตอบโต้จีนได้มากนัก และไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ไม่ว่าทรัมป์จะทำอย่างไรในอนาคต เมื่อมุมมองของทรัมป์ต่อจีนเป็นแง่ลบ นี่เป็นโอกาสของไต้หวัน

            ประการที่ 2 การขายอาวุธให้ไต้หวัน
            ไต้หวันพึ่งพาอาวุธสหรัฐมาโดยตลอด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลสหรัฐกล้าที่จะขายให้ ไม่เกรงแรงกดดันจากจีน อีกส่วนเป็นเรื่องผลประโยชน์ต่างตอบแทน ในสมัยสงครามเย็น ไต้หวันเป็นหนึ่งในลูกค้าชั้นดีของอาวุธสหรัฐ
            เมื่อสิ้นสงครามเย็น ประเด็นความมั่นคงคลายตัวลงมาก ทั้งสหรัฐ จีนและไต้หวันมุ่งให้ความสำคัญกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ อิทธิพลจีนนับวันเติบใหญ่ การซื้ออาวุธจากสหรัฐกลายเป็นเรื่องที่มีอุปสรรค ภายใต้นโยบายจีนเดียว จีนขอให้สหรัฐยุติขายอาวุธแก่ไต้หวัน
            ในช่วงหาเสียง ทรัมป์ให้ความสำคัญกับเรื่องจัดหายุทโธปกรณ์แก่กองทัพอเมริกัน ส่งเสริมอุตสาหกรรมทหาร เป็นไปได้ว่ารัฐบาลไช่กำลังทดสอบและหาโอกาสซื้ออาวุธ MADE IN USA เพิ่มเติม ถ้าทรัมป์ไม่คิดญาติดีกับจีนจริง ประเด็นขายอาวุธแก่ไต้หวันคือหนึ่งในเรื่องทดสอบท่าทีนี้

            ประการที่ 3 กระชับความร่วมมือด้านความมั่นคง
 ถ้ามองในกรอบกว้าง ประธานาธิบดีไช่แสดงท่าทีตรงไปมา และเป็นท่าทีเดิมๆ ที่เรียกร้องให้ 2 ฝ่ายมีปฏิสัมพันธ์รูปธรรม เพราะในระยะหลังสหรัฐให้ความสำคัญกับจีน ละเลยไต้หวัน ในอีกมุมหนึ่งรัฐบาลไต้หวันไม่คิดพาตัวเองใกล้ชิดกับสหรัฐมากเกินไปด้วย
ความพยายามของรัฐบาลไช่ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมาย เพราะมีจุดยืนขอห่างจากจีนมากกว่าสมัยรัฐบาลหม่า อิงจิ่ว (Ma Ying-jeou) ทรัมป์ในช่วงหาเสียงวิพากษ์จีนหลายเรื่อง หลายคนเชื่อว่าความสัมพันธ์กับจีนจะเสื่อมลง จุดยืน 2 ฝ่ายจึงใกล้กัน เป็นโอกาสที่ไต้หวันจะกระชับความสัมพันธ์รัฐบาลสหรัฐ อย่างรัฐบาลทรัมป์

ช่วงนี้เป็นจังหวะเวลาสำคัญ เพราะว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กับทีมงานกำลังอยู่ระหว่างหารือกำหนดนโยบายรอบด้าน หนึ่งในประเด็นสำคัญคือจีน และเมื่อเอ่ยถึงจีนจะผูกโยงถึงไต้หวัน รัฐบาลไช่จึงต้องใช้โอกาสนี้ “แสดงออก” ปูทางสู่ความร่วมมืออันดีของ 2 ฝ่าย
เป็นไปได้ว่ารัฐบาลทรัมป์อาจหยิบประเด็นไต้หวันเพื่อต่อรองกับจีน รัฐบาลไต้หวันหวังเช่นนั้น เพราะจะเป็นเหตุให้ไต้หวันมีบทบาท มีความสำคัญในสายตาสหรัฐ

ในยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียหรือปรับสมดุลเอเชียแปซิฟิก เป็นเรื่องน่าประหลาดใจว่าไต้หวันไม่มีบทบาทในยุทธศาสตร์สำคัญนี้ รัฐบาลโอบามาให้ความสำคัญกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และพยายามหามิตรใหม่ๆ อย่างฟิลิปปินส์ เวียดนาม แต่ไม่มีชื่อไต้หวัน
ในระยะนี้สหรัฐกำลังอยู่ระหว่างการสร้างเครือข่ายความมั่นคง (security network) ในภูมิภาค เป็นไปได้ว่ารัฐบาลไช่ไม่อยาก “ตกรถ” อย่างน้อยขอพ่วงไปด้วย แม้จะไม่เรียกไต้หวันว่าเป็นประเทศก็ตาม
ข้อเท็จจริงเรื่องนี้เป็นอย่างไร อาจได้คำตอบชัดขึ้นในสมัยรัฐบาลทรัมป์

ไม่ต้องการบั่นทอนสัมพันธ์จีน :
            ดังที่นำเสนอแล้วว่า จีนพยายามบดบังการมีตัวตนของไต้หวัน ฝ่ายไต้หวันจึงดิ้นรนแสดงความเป็นตัว หนึ่งในวิธีที่สำคัญและมีโอกาสเป็นไปได้คือการสัมพันธ์กับสหรัฐ
            แต่ถ้าถามว่ารัฐบาลไช่ต้องการแสดงความเป็นศัตรูต่อจีนอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ คำตอบคือไม่ แท้จริงแล้ว จีนกับไต้หวันต่างมีความสัมพันธ์การค้าการลงทุนแนบแน่น คนไต้หวันหลายแสนคนเดินทางไปจีนเป็นประจำเพื่อธุรกิจการค้า บางคนมีบ้านมีภรรยาที่นั่น คนเหล่านี้ย่อมไม่อยากเห็นเหตุการณ์ใดๆ ที่กระทบความสัมพันธ์ทวิภาคี ส่วนรัฐบาลจีนต้องการให้นายทุนไต้หวันไปลงทุนทำกิจการ ไม่ต่างจากที่ต้อนรับนักธุรกิจนานาชาติ เป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจจีนปัจจุบัน เป็นเหตุผลว่าทำไมเศรษฐกิจจีนจึงเติบใหญ่จนเป็นอันดับ 2 ของโลกและกำลังจะแซงอเมริกา
จุดยืนของรัฐบาลไช่คือ ความสัมพันธ์กับจีนต้องเกื้อหนุนความมั่นคงและเสถียรภาพภูมิภาค เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่ายจริงๆ

หลักคิดสำคัญคือไต้หวันในยุคนี้ไม่คิดกลับไปกอบกู้จีนแผ่นดินใหญ่อีกแล้ว เรื่องในอดีตขอเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังศึกษา เพื่อประโยชน์ของคนปัจจุบันกับอนาคต พูดให้ตรงคือคนไต้หวันปัจจุบันไม่มีความคิดยุคกอบกู้ชาติอีกแล้ว เรื่องปากท้อง ความสุขทางโลกคือสิ่งที่คนไต้หวันใฝ่หา
            วาทะทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องปากท้องนั้นเป็นอีกเรื่องที่ต้องรักษาหม้อข้าวอย่างดี ดังนั้น ก่อนจะทำการใดต้องคิดรอบคอบ ให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายรับได้

เพียงแสดงบทบาทผู้นำไต้หวัน :
            ความจริงคือแม้ไต้หวันไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับสหรัฐอย่างเป็นทางการ แต่ 2 ฝ่ายติดต่อหารือสม่ำเสมอผ่านช่องทางอื่นๆ ที่มีอยู่แล้ว ผู้นำไต้หวันไม่จำต้อง “ออกหน้า” ด้วยตนเอง
            คำถามสำคัญจึงอยู่ที่แล้วทำไมคราวนี้ผู้นำไต้หวันจึงออกโรงด้วยตนเอง คำตอบที่ดีที่สุดคือเพราะทรัมป์ยอมที่จะพูดคุยด้วย
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลเบื้องลึกประการใด ที่แน่นอนคือทั้งคู่ต่างเห็นด้วยที่จะพูดคุย และให้ข่าวเผยแพร่ออกสื่อ Alex Huang โฆษกประธานาธิบดีไช่ยอมรับว่า “2 ฝ่ายได้ตกลงล่วงหน้าก่อนพูดคุย”
            สื่อตะวันตกส่วนใหญ่เอ่ยถึงทรัมป์ วิพากษ์ทรัมป์ ถ้ามองในมุมไต้หวัน เป็นความชาญฉลาดและความสามารถของประธานาธิบดีไช่ที่สามารถดึงประธานาธิบดีทรัมป์ให้มาคุยกับตน ไม่ว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีจะดีขึ้นจริงหรือไม่ ประธานาธิบดีไช่ได้คะแนนจากการนี้ ชูบทบาทของตนใน “สื่อโลก” จากผู้นำไต้หวันที่นานาชาติไม่ยอมรับว่าเป็นประเทศ
            ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไต้หวันกับสหรัฐจะบันทึกเรื่องนี้

            เรื่องที่เกิดขึ้นชวนให้นึกถึงเหตุการณ์เมื่อปลายปี 2015 ประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว แห่งไต้หวันพบปะโดยตรงกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ 2 ฝ่าย เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สถาปนาประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเมื่อตุลาคม 1949 (ราว 65 ปี) หรือนับตั้งแต่ฝ่ายพรรคชาตินิยม (ก๊กมินตั๋ง) พ่ายแพ้กองทัพแดงของเหมา เจ๋อตง ถอยมาปักหลักที่ไต้หวัน
            ในตอนนั้น ไช่ อิงเหวิน ในฐานะผู้นำพรรคฝ่ายค้าน DPP และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ตั้งคำถามว่าประธานาธิบดีหม่าจะไป “ขายไต้หวัน” หรือไม่

            บัดนี้ ประธานาธิบดีไช่ได้สร้างประวัติศาสตร์ของเธอบ้าง ไม่น้อยหน้าประธานาธิบดีหม่า และเป็นการเด่นดังในภาพบวก ในขณะที่ทรัมป์คู่สนทนาเป็นภาพลบ
มีข่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศจีนเรียกร้องห้ามรัฐบาลสหรัฐยอมให้ผู้นำไต้หวันแวะพักสหรัฐระหว่างเดินทางเยือนประเทศแถบลาตินอเมริกา ไม่ทำการใดๆ ที่จะส่งสัญญาณยอมรับอธิปไตยไต้หวัน แต่การเยือนดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน
            สมัยประธานาธิบดีหม่าได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการพบปะผู้นำจีนอย่างเป็นทางการ เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีไช่อยากสร้างประวัติศาสตร์ที่ผู้นำสหรัฐพบปะผู้นำไต้หวัน
            เป็นไปได้หรือไม่ว่าการเดินทางและการพบปะจะเกิดขึ้นก่อนวันที่ 20 มกราคมปีหน้า วันที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หากเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง จะกลายเป็นประเด็นให้วิพากษ์วิจารณ์ได้อีกมาก
11 ธันวาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7339 วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2559)
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
7 พฤศจิกายน 2015 เป็นวันประวัติศาสตร์เมื่อ 2 ประธานาธิบดีจีนกับไต้หวันพบปะพูดคุยอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก เป็นความสำเร็จหลังความพยายามหลายปีของประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว แต่เส้นทางการรวมชาติในทางการเมืองยังต้องอาศัยเวลาอีกนาน ในระหว่างนี้เป็นเวลาแห่งการรวมทางมิติเศรษฐกิจที่เข้มข้นขึ้นทุกขณะ ส่วนในระยะยาวคือการรวมกันด้วยสายเลือด ดังนั้น ไม่ว่าในทางการเมืองระหว่างประเทศจะเป็นอย่างไร จีนกับไต้หวันผนวกเข้าหากันมากขึ้นทุกที
2.นโยบายจีนเดียว(one-China policy) อดีต ปัจจุบันและอนาคต
นโยบายจีนเดียว (one-China policy) ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในรากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ย้อนหลังถึงปี 1972 เมื่อ 2 รัฐบาลจับมือกันต้านสหภาพโซเวียต เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ในยุคนั้น ผู้นำโลกเสรีสามารถจับมือกับคอมมิวนิสต์จีน แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียตอีกแล้ว รัสเซียในปัจจุบันมีสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น ชัดเจนขึ้น อะไรคือคุณค่าแท้ของนโยบายจีนเดียวในปัจจุบันและอนาคต

บรรณานุกรม:
1. Buncombe, Andrew. (2016, May 2) Donald Trump accuses China of 'raping' the US with its trade policy. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/americas/us-elections/donald-trump-accuses-china-of-raping-the-us-with-its-trade-policy-a7009946.html
2. Carter, Ashton. (2015, May 30). The United States and Challenges of Asia-Pacific Security: Ashton Carter. IISS Shangri-La Dialogue 2015. Retrieved from http://www.iiss.org/en/events/shangri%20la%20dialogue/archive/shangri-la-dialogue-2015-862b/plenary1-976e/carter-7fa0
3. China marks six priorities for new-type of major-country relations with US. (2014, November 12). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-11/12/c_133785087.htm
4. Everington, Keoni (2016, December 6). China urges U.S. to block President Tsai's transit. Taiwan News. Retrieved from http://www.taiwannews.com.tw/en/news/3045585
5. Hsiao, Alison. (2015, November 6). MA-XI MEETING: DPP opposition to Ma-Xi exchange ‘inappropriate’. Taipei Times. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2015/11/06/2003631817
6. Khan, Shehab., Garcia, Feliks. (2016, December 3). China issues diplomatic protest against Donald Trump for phone call to Taiwan president. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/asia/china-issues-diplomatic-protest-donald-trump-phone-call-taiwan-president-a7453501.html
7. Lai, Ohnson., Wong, Gillian. (2016, December 2). TRUMP SPEAKS WITH TAIWAN'S PRESIDENT, RISKING CHINA TENSIONS. ABC News. Retrieved from http://6abc.com/news/1637013/
8. President Xi to meet Taiwan leader in Singapore. (2015, November 4). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2015-11/04/c_134780926.htm
9. The White House. (2014, October 3). Remarks by the Vice President at the John F. Kennedy Forum. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/10/03/remarks-vice-president-john-f-kennedy-forum
10. Zhang, Qingmin. (2011). China’s Diplomacy. Singapore: Cengage Learning Asia.
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป