ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เศรษฐกิจจีน 2013: รู้เอาตัวรอดเป็นยอดดี

21 ธันวาคม 2012
ชาญชัย
            เป็นธรรมดาที่เมื่อใกล้สิ้นปีจะมีการคาดการณ์เศรษฐกิจปีหน้า หนึ่งในประเทศที่มีความสำคัญคือจีน เพราะส่งผลโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจโลกทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
            การมองเศรษฐกิจจีนจำต้องมองด้วยการแยกเป็น 2 มุมมอง คือมุมมองต่างชาติกับมุมมองรัฐบาลจีน
            ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติย่อมอยากเห็นเศรษฐกิจจีนเติบโต อยากได้จีดีพีมากกว่าร้อยละ 8 เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนโตกว่าร้อยละ 8 ส่งผลดีต่อตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก ในทางกลับกันเมื่อเศรษฐกิจจีนสำแดงว่าจะเติบโตน้อยลง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลายชนิดลดลงทันที เช่น น้ำมัน ถ่านหิน โลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรม
            ส่วนรัฐบาลในกลุ่มประเทศที่กำลังประสบวิกฤตเศรษฐกิจเช่นกลุ่มยูโรโซนมองจีนราวกับเป็นพระเอกขี่ม้าขาวที่จะเข้ามาช่วยกอบกู้เศรษฐกิจของตน ต้นปีที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีเยอรมัน นางอังเกล แมร์เคิล ถึงกับเยือนจีนเพื่อขอช่วยแก้ปัญหายูโรโซน เสนอให้จีนช่วยซื้อพันธบัตรยูโร ฯลฯ
            สำหรับใครบางคนแล้วเรื่องจีนเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมีความเป็นไปได้ ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตฟองสบู่สหรัฐฯ เมื่อปี 2008-9 จีนใช้งบประมาณ 4 ล้านล้านหยวน (635 พันล้านดอลลาร์) กระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยให้ระบบการเงินและการค้าโลกฟื้นตัว ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คุณคริสติน ลาการ์ด ถึงกับกล่าวชื่นชมว่า “จีนเป็นเครื่องมือทำให้ระบบเศรษฐกิจโลกเสียหายน้อยลงจากวิกฤต" พร้อมกับกล่าวสนับสนุนให้รักษาบทบาทดังกล่าวซึ่งจะเป็นผลดีทั้งต่อเศรษฐกิจโลกกับจีน
            เป็นความจริงที่หากเศรษฐกิจภูมิภาคอื่นหรือเศรษฐกิจโลกอ่อนแอย่อมกระเทือนต่อจีน
            แต่สำหรับรัฐบาลจีนแล้วเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างเพียงพอมีเสถียรภาพคือเครื่องมือสำคัญของการรักษาเสถียรภาพทางสังคมทางการเมืองของจีน

ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ว่ารัฐบาลจีนเห็นว่าการที่รัฐบาลไม่สามารถทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีคือภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศที่ร้ายแรง โดยความเป็นอยู่ที่ดีต้องเปรียบเทียบกับประเทศทุนนิยมด้วย เพื่อให้ประชาชนเห็นว่าสังคมนิยมยังเป็นสิ่งดีสำหรับพวกเขา ปัจจุบันคนจีนมีโลกทัศนะที่กว้างขึ้นและถูกต้องชัดเจนมากขึ้น ในแต่ละปีคนจีนจำนวนไม่น้อยที่ได้ท่องเที่ยวต่างประเทศ เทคโนโลยีการสื่อสารปัจจุบันช่วยให้ได้รับข้อมูลจากประชาคมโลก แม้รัฐพยายามควบคุมก็ไม่อาจห้ามการพูดแบบปากต่อปากหรือการสื่อสารส่วนตัว
            การจ้างงานเป็นประเด็นสำคัญประการหนึ่งที่รัฐบาลต้องดูแลใกล้ชิด ตลาดแรงงานจีนกำลังเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจขาลง ตำแหน่งงานใหม่มีน้อย คนว่างงานมีจำนวนเพิ่มขึ้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และความมั่นคงทางสังคม หยัง ซื่อหมิง กล่าวว่า “ผลจากเศรษฐกิจชะลอตัวกำลังส่งผลต่อตลาดแรงงาน” ตำแหน่งงานในเมืองเริ่มลดน้อยลงตั้งแต่เดือนเมษายน มีคนลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น “จีนจะต้องเผชิญปัญหาแรงงานล้นอีกนาน”
นักศึกษาจบใหม่เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา ล่าสุดมีนักศึกษาเกือบ 7 ล้านคนที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงาน ในขณะที่แรงงานอพยพกับคนว่างงานในชนบทยังไม่สามารถหางานทำได้ทั้งหมด
            ดังนั้นไม่ว่าเศรษฐกิจโลกภายนอกเป็นอย่างไร รัฐบาลจีนจำต้องเพิ่มการจ้างงาน มุ่งมั่นรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในของตนไว้

            ข้อมูลล่าสุดธนาคารโลกมองเศรษฐกิจของจีนในแง่บวกเห็นว่า “เศรษฐกิจที่ชะลอตัวได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้ว” และคาดว่าเศรษฐกิจจีนปีหน้าจะเติบโตร้อยละ 8.4 จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เร่งการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ การคาดการณ์ครั้งนี้สูงกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนตุลาคมที่ 8.1
ในขณะที่มีกระแสข่าวจากเจ้าหน้าที่จีนให้ข้อมูลว่ารัฐบาลกำหนดเป้าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจให้จีดีพีปี 2013 โตร้อยละ 7.5 อัตราเงินเฟ้อร้อยละ 3.5 และจะพยายามกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ข้อมูลที่ไม่ยืนยันนี้ชี้ว่ารัฐบาลจีนกำหนดเป้าปี 2013 เท่ากับปี 2012 อยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 8 บ่งบอกว่ารัฐบาลจีนยังกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจว่าจะไม่โตเหมือนเมื่อหลายปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับท่าทีของเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับต่างๆ ที่แสดงออกมาเป็นระยะๆ
ข้อสรุปคือ ในปี 2013 ถ้าเศรษฐกิจจีนดีขึ้นก็ไม่ร้อนแรง หรือถ้าจะถดถอยก็ไม่เป็นแบบ hard landing และสำหรับรัฐบาลจีนแล้วไม่ว่าเศรษฐกิจโลกปีหน้าจะฟูหรือแฟบ ต่างชาติจะพอใจหรือไม่ต่ออัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีน รัฐบาลจีนพูดคำเดียวว่าขอตัวเองรอดก่อนเป็นดีที่สุด
---------------------------

บรรณานุกรม:
1. World Bank Raises East Asia Outlook, Sees China Growing 8.4% in 2013. http://www.cnbc.com/id/100326283
2. China's Economic Forecast, 2012-2013: A Business Perspective. http://www.forbes.com/sites/billconerly/2011/12/19/chinas-economic-forecast-2012-2013-a-business-perspective/
3. WB raises forecast for China. http://www.china.org.cn/business/2012-12/20/content_27467053.htm
4. China’s Strategy towards the Financial Crisis and Economic Reform. http://www2.lse.ac.uk/IDEAS/publications/reports/pdf/SR012/yueh.pdf
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…