ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สถานการณ์การค้าจีน-ญี่ปุ่น ไม่แย่อย่างที่คิดและอาจไม่ดีอย่างที่หวัง

23 พฤศจิกายน 2012
ชาญชัย
            นับตั้งแต่ข้อพิพาทหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุระหว่างจีนกับญี่ปุ่นปะทุขึ้นอีกรอบเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งสองประเทศยึดมั่นว่าเป็นดินแดนของตน เกิดเหตุขัดแย้งทางการเมืองหลายครั้งและลามไปถึงการค้าระหว่างสองประเทศเมื่อชาวจีนส่วนหนึ่งประท้วงไม่ซื้อสินค้าญี่ปุ่นโดยเฉพาะรถยนต์ญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นในจีนบางคนถูกทำร้ายถูกคุกคาม การเดินทางไปมาระหว่างคนสองประเทศพลอยลดลงไปด้วย
            ตลอดสองสามเดือนที่ผ่านมา สื่อมวลชนจีนนำเสนอข่าวการค้าระหว่างสองประเทศอย่างต่อเนื่อง และชี้ว่าญี่ปุ่นกำลังได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด China Daily เสนอข่าวจากรายงานของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นว่าสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นไปจีนในเดือนตุลาคมลดลงร้อยละ 11.6 เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ในขณะที่เดือนกันยายนลดลงร้อยละ 14.1 จิ๋น ไป่ซ่ง รองหัวหน้าภาควิชาการค้าจีน แห่งสถาบัน Chinese Academy of International Trade and Economic Cooperation แสดงความเห็นว่า “จากข้อพิพาทดินแดนหมู่เกาะเตียวหยู และการที่ผู้บริโภคชาวจีนต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นส่งผลต่อสินค้าส่งออกของญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง”
            ทั้งหมดให้ภาพญี่ปุ่นกำลังเสียหายจากตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

            เรื่องที่จีนลดการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นหากพิจารณารายละเอียดจะพบว่าญี่ปุ่นไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไรนักต่างจากที่สื่อบางแห่งนำเสนอ
            เมื่อปีที่แล้ว (2011) ญี่ปุ่นส่งสินค้าออกทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 820 พันล้านดอลลาร์ ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกไปจีน 161 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.3 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
            และถ้าเรายึดว่าปี 2012 ทั้งปี จีนลดการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นร้อยละ 15 โดยประมาณจากตัวเลขสองเดือนที่ลดลง และยึดฐานตัวเลขส่งออกของปี 2011 คาดการณ์ได้ว่าตลอดปี 2012 สินค้าญี่ปุ่นจะส่งออกไปจีนเหลือ 136.85 พันล้านดอลลาร์ หรือลดลง 24.15 พันล้านดอลลาร์ เมื่อคำนวณต่อมูลค่าสินค้าส่งออกทั่วโลกของญี่ปุ่นจะมีสัดส่วนลดลงเพียงร้อยละ 2.94 เท่านั้น
            สรุปในเบื้องต้นว่า ข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ส่งผลให้ญี่ปุ่นลดการส่งออกเพียงร้อยละ 2.94 เมื่อเทียบกับปริมาณส่งออกทั้งหมดของญี่ปุ่น
            ประเด็นต่อมาคือ กรณีข้อพิพาทสองประเทศไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้จีนลดการนำเข้าสินค้าญี่ปุ่น ความจริงแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่น่าจะกระทบต่อการค้าสองประเทศแต่ถูกละเลยไม่นำมากล่าวถึง เช่น เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ปัญหาหนี้สินของชาติสมาชิกอียู และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแรง มีข้อมูลชี้ว่าตลาดจีนไม่ใช่ตลาดเดียวที่ญี่ปุ่นส่งออกได้น้อยลง ตัวเลขในเดือนตุลาคม ชี้ว่าญี่ปุ่นส่งออกไปอียูลดลงร้อยละ 20.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน
            ดังนั้น เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่กระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ยิ่งทำให้เห็นว่าเหตุที่จีนลดการนำเข้าจากญี่ปุ่นเพราะข้อพิพาทนั้นมีน้ำหนักลดน้อยลง
            ถ้าวิเคราะห์เฉพาะความสัมพันธ์การค้าระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้รัฐบาลสองประเทศจะโต้ตอบทางการเมืองไปมา และกระทบถึงการค้าระหว่างกัน แต่สองประเทศยังคงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจตามปกติ ไม่ได้คว่ำบาตรต่ออีกประเทศหนึ่ง การที่คนจีนไม่ซื้อรถญี่ปุ่น การเดินทางระหว่างสองประเทศที่ลดลง เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเรื่องส่วนบุคคลมากกว่า ที่สำคัญคือรัฐบาลทั้งสองคงไม่อยากให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงในภาวะที่ทั้งคู่ต่างกำลังประคับประคองเศรษฐกิจของตนอยู่

เมื่อมองภาพไปข้างหน้า จิ๋น ไป่ซ่ง แสดงความเห็นในทางบวกว่าการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่นในจีนจะดำเนินต่อไปจนถึงกลางปีหน้า เหตุเนื่องจาก “ญี่ปุ่นกำลังจะจัดเลือกตั้งในเดือนธันวาคมและรัฐบาลจะเริ่มคลายความตึงเครียดในเดือนกุมภาพันธ์หรือมีนาคม”
ในมุมมองที่ต่างไป แวดวงการเมืองญี่ปุ่นคาดการณ์ว่าอดีตนายกรัฐมนตรี นายชินโซ อาเบะ จากพรรค Liberal Democratic Party จะได้รับเลือกเป็นนายกฯ อีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า ความที่นายอาเบะมีประวัติเป็นนายกฯ สายเหยี่ยวอาจดึงให้สถานการณ์ข้อพิพาทตึงเครียดกว่าเดิมก็เป็นได้
ณ ตอนนี้จึงเร็วเกินไปที่จะสรุปแนวโน้มอนาคต การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างสองประเทศอย่างไรนั้น ติดตามได้จากนโยบายหาเสียงของนายอาเบะซึ่งจะชัดเจนมากขึ้นในไม่ช้า

ปัจจุบันจีนคือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก ส่วนญี่ปุ่นเป็นอันดับที่สาม หากยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจทั้งสองประเทศสามารถเจรจาได้ข้อตกลงนำสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติจะเป็นข่าวดีแก่เศรษฐกิจโลกไม่มากก็น้อย
---------------------------

บรรณานุกรม:
1. Japan's International Trade in Goods (Yearly). http://www.jetro.go.jp/en/reports/statistics/
2. Japanese exports to China fall amid islands row. http://www.chinadaily.com.cn/world/2012-11/22/content_15949531.htm
3. The Basic View on the Sovereignty over the Senkaku Islands. http://www.mofa.go.jp/region/asia-paci/senkaku/senkaku.html

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…