ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พลังเศรษฐกิจ พลังเปลี่ยนแปลงเกาหลีเหนือและอื่นๆ

ความก้าวหน้าของโลก เศรษฐกิจสังคมเพื่อนบ้านที่พัฒนารุดหน้าเป็นปัจจัยสำคัญกดดันให้เกาหลีเหนือต้องเปลี่ยนแปลง แต่ในกรณีเกาหลีเหนือการจะปฏิรูปซับซ้อนกว่านั้นเพราะอยู่ในโลกที่ต่อสู้ขัดแย้งกัน

            ความจำเป็นที่จะต้องปฏิรูปเศรษฐกิจมาจากหลายปัจจัย กล่าวโดยย่อว่านับจากแบ่งแยกเป็นเกาหลีเหนือกับใต้ เศรษฐกิจสังคมเกาหลีใต้นับวันจะพัฒนาทิ้งห่างเกาหลีเหนือ ความแตกต่างระหว่างพัฒนากับด้อยพัฒนานับวันจะเห็นเด่นชัด ไม่อาจปกปิดซ่อนเร้น ยิ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือปฏิเสธความจริงมีแต่จะยิ่งสร้างความกังขาแก่ประชาชน
            เศรษฐกิจสังคมจีนที่พัฒนาก้าวหน้าหลังเปิดประเทศต้อนรับการลงทุนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นสมาชิกองค์การค้าโลกค้าขายกับทุกประเทศ เป็นอีกตัวอย่างที่แม้แต่เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือไม่อาจปฏิเสธความจริง มีคำถามว่าทำไมนับวันจีนเจริญก้าวหน้าแตกต่างจากประเทศตน
            ทำไมจีนค้าขายเป็นล่ำเป็นสันกับอเมริกาในขณะที่เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตร ทั้งๆ ที่จีนกับเกาหลีเหนือต่างเป็นระบบสังคมนิยม (ถ้าจะอธิบายเช่นนี้)
            ปัจจัยอีกข้อมาจากเจ้าหน้าที่ของฝ่ายเหนือเอง คนรุ่นใหม่เข้าแทนคนรุ่นเก่า มีความรู้แบบใหม่ เห็นความดีกว่าเหนือกว่าที่อยู่นอกประเทศ คนเหล่านี้เห็นความจำเป็นของการปฏิรูปเศรษฐกิจมากกว่าคนรุ่นก่อน พร้อมแนวคิดใหม่ที่เปิดกว้างกว่าเดิม
วิสัยทัศน์รวม 2 เกาหลีของมุน แจ-อินตอบโจทย์ :
เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่าน ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน (Moon Jae-in) แห่งเกาหลีใต้แสดงวิสัยทัศน์รวม 2 เกาหลี ประเด็นหนึ่งที่ตอบโจทย์มากที่สุดคือให้คงไว้ซึ่งการปกครองของเกาหลีเหนือ ตรงกับหลักการสูงสุดของฝ่ายเหนือที่ระบุว่าการอยู่รอดของกลุ่มผู้ปกครองคือความสำคัญลำดับแรก ด้วยการเชื่อมโยงว่าหากไร้ซึ่งกลุ่มผู้ปกครองปัจจุบันเท่ากับไร้ประเทศ ประเทศชาติล่มสลาย ประชาชนเกาหลีเหนือทุกคนจึงมีชีวิตเพื่อปกป้องระบอบ เทิดทูนชนชั้นปกครองสุดชีวิต
วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีมุนระบุชัดว่าต้องการคงระบอบเกาหลีเหนือ ชี้ว่าการรวมเกาหลีเป็นระบอบปกครองเดียวเป็นเรื่องของอนาคตอีกยาวไกล ที่ทำได้ในช่วงนี้คือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สร้างประชาคมเศรษฐกิจร่วม (a joint economic community) ประชาชน 2 ฝั่งเดินทางเยือนอีกฝั่งโดยเสรี ทุกฝ่ายเดินหน้าสู่สันติภาพและความมั่งคั่ง สหรัฐเลิกต่อต้านเกาหลีเหนือ พร้อมกับยกตัวอย่างสหภาพยุโรปที่แรกเริ่มเป็นเพียง ประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป” (European Coal and Steel Community) เท่านั้น
สังเกตว่า วิสัยทัศน์ต้องการให้สหรัฐเลิกเป็นศัตรูกับเกาหลีเหนือ อันหมายถึงนานาชาติสามารถติดต่อค้าขายกับเกาหลีเหนือ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจตามที่เกาหลีเหนือต้องการ โดยคงไว้ซึ่งการคงอยู่ของกลุ่มผู้ปกครองปัจจุบัน
วันใดที่วิสัยทัศน์กลายเป็นความจริง จีนกับเกาหลีใต้จะเป็น 2 พลังเศรษฐกิจสำคัญเข้าร่วมกระบวนปฏิรูปเศรษฐกิจ ลำพัง 2 ประเทศนี้ก็ช่วยได้มากแล้ว และจะตามมาอีกหลายประเทศแม้กระทั่งญี่ปุ่น
ความร่วมมือ 3 เส้า เกาหลีเหนือ-ใต้-จีน :
            ภาพความร่วมมือ 3 เส้าเพื่อแก้ปัญหาคาบสมุทรเกาหลีไม่ใช่ของใหม่ ในช่วงปี 2000-01 ผู้นำเกาหลีเหนือคิม จองอิล (Kim Jong-il – บิดาผู้นำคนปัจจุบัน ) เดินทางเยือนจีนกับรัสเซีย ผู้นำจีนเยือนเกาหลีเหนือ การหารือระหว่างฝ่ายเหนือกับใต้เพื่อหารือเจรจาสันติภาพ
            ข้อมูลย้อนหลังให้ความเข้าใจว่าทุกครั้งที่จะเกิดเจรจาสันติภาพ (หรือพยายามให้เกิด) ผู้นำเกาหลีเหนือจะหารือใกล้ชิดกับผู้นำจีนเสมอ
            ครั้งล่าสุดนี้ก็เช่นกัน ภายในเวลาไม่กี่เดือนผู้นำคิม จ็องอึน (Kim Jong-un) เดินทางเยือนจีน 3 รอบ ให้ข้อสรุปว่าจีนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเจรจาสันติภาพ เป็นความร่วมมือระหว่างจีนกับเกาหลีเหนือ
            ไม่ว่าจะโดยเจตนาหรือไม่ สาระสำคัญของวิสัยทัศน์รวมชาติของประธานาธิบดีมุนใกล้เคียงจุดยืนจีนที่ประกาศเรื่อยมา อาทิ ต้องการให้คาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกล่าวว่า จีนมีผลประโยชน์และกังวลต่อคาบสมุทรเกาหลีมาก ยืนยันยึดมั่นว่าจะให้ปลอดนิวเคลียร์ ยึดมั่นสันติภาพ เสถียรภาพของคาบสมุทร
            จีนต้องการให้ระบอบเกาหลีเหนือคงอยู่ต่อไปด้วยหลายเหตุผล เช่น รัฐบาลเกาหลีเหนือเป็นมิตรใกล้ชิด เกรงว่าหากเกิดความวุ่นวายจะมีผู้อพยพจำนวนมากเข้าจีน และกังวลเรื่องความไม่แน่นอนในอนาคตของคาบสมุทรที่จะตามมา
จีนหวังเกาหลีเหนือปฏิรูปเศรษฐกิจตามอย่างตน รัฐบาลจีนเชิญผู้นำ ตัวแทนเกาหลีเหนือเยี่ยมชมโรงงาน เขตเศรษฐกิจจีนสม่ำเสมอ ชี้ให้เห็นว่าการปฏิรูปเศรษฐกิจสามารถทำควบคู่กับการคงอยู่ของระบอบ พร้อมกับประกาศชัดว่าหากสหรัฐหรือเกาหลีใต้พยายามโค่นระบอบเกาหลีเหนือเมื่อนั้นจีนจะเข้าแทรกแซงกีดกัน
ถ้ารวมความคล้องจองระหว่างเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ และระหว่างเกาหลีใต้กับจีน จะได้ข้อสรุปว่าทั้ง 3 ประเทศมีท่าทีจุดยืนตรงกันหลายเรื่อง เสมือนดั่งความร่วมมือ 3 เส้าไม่ว่าจะประกาศต่อสาธารณะหรือไม่ก็ตาม และเป็นจุดยืนที่ฝ่ายสหรัฐอาจไม่เห็นด้วย

มองโลกอย่างที่เป็นจริง :
แม้การพบปะระหว่างทรัมป์กับคิมที่สิงคโปร์ลงเอยด้วยความชื่นมื่น ประกาศร่วมสร้างสันติภาพและความมั่งคั่งแก่คาบสมุทรเกาหลี เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ให้คาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์ จนบัดนี้รัฐบาลสหรัฐยังคงคว่ำบาตรเกาหลีเหนือดังเดิม (และขู่ว่าอาจเพิ่มขึ้น) จะยกเลิกคว่ำบาตรเมื่อเกาหลีเหนือปลอดนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิงเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าห้ามประเทศใดๆ ค้าขายลงทุนกับเกาหลีเหนือซึ่งเท่ากับขวางการปฏิรูปเศรษฐกิจ หลายบริษัทของรัสเซียกับจีนโดนโทษคว่ำบาตรเพราะเหตุทำการค้าขายกับเกาหลีเหนือในขณะนี้ เกาหลีใต้คงไม่กล้าหาญชาญชัยเท่า
            ประเด็นสำคัญคือ ไม่รู้ว่าอย่างไรจึงจะเรียกว่าปลอดนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง จะมีวันนั้นหรือไม่
            ถ้าย้อนดูอดีต ช่วงสมัยรัฐบาลคลินตัน เกาหลีเหนือพยายามฟื้นความสัมพันธ์กับสหรัฐ ความพยายามลงเอยด้วยความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เมื่อสหรัฐได้รัฐบาลใหม่คือรัฐบาลจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ที่ประกาศชัดว่าเกาหลีเหนือเป็นปรปักษ์ตัวร้ายพอๆ กับอิรัก (ซัดดัม ฮุสเซน) และอิหร่าน ไม่ขอเจรจาสันติภาพ เกาหลีเหนือต้องยอมจำนนศิโรราบเท่านั้น
            รอบนี้เริ่มต้นด้วยการที่รัฐบาลทรัมป์ยอมญาติดีกับรัฐบาลคิม แต่จะลงเอยอย่างไรยังยากจะสรุป ที่แน่นอนคือตราบใดที่ข้อมติคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติยังคงอยู่ สหรัฐยังถือเป็นศัตรูเมื่อนั้นก็ยากที่เศรษฐกิจจะเดินหน้า คงไม่กล่าวเกินไปถ้าจะสรุปว่าเกาหลีเหนือจะปฏิรูปได้จริงหรือไม่ขึ้นกับรัฐบาลสหรัฐ

ข้อคิดที่ได้ พลังในและนอกประเทศ :
            หลายทศวรรษที่ผ่านมาระบอบเกาหลีเหนืออยู่ได้ด้วยการเสียประโยชน์ของประชาชน ปกครองด้วยทหาร หรือที่นักวิชาการบางคนชี้ว่าเป็น “รัฐทหาร” กองทัพต้องมาก่อน (military-first policy) กองทัพสำคัญที่สุดเพราะกำลังเผชิญหน้าภัยคุกคามต่างชาติ
            เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตร ประเทศเสียโอกาสพัฒนา มักมีข่าวประชาชนอดยาก ยากไร้ เด็กนับหมื่นนับแสนป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร เหล่านี้เป็นผลจากสิ่งที่รัฐบาลอธิบายว่าเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ
            แนวทางของจีนชี้ว่าสามารถพัฒนาประเทศ ผู้คนอยู่ดีกิน เป็นแนวทางที่เกาหลีเหนือควรเลียนแบบ (แม้จะมีคำถามความยั่งยืนของเศรษฐกิจแบบจีนปัจจุบัน)

            ข้อคิดสำคัญที่ได้คือ แม้ระบอบเกาหลีเหนือควบคุมข่าวสารเข้มงวด หวังให้ประชาชนรับรู้เรื่องเฉพาะที่รัฐบาลต้องการให้รู้ ใครพูดแปลกแตกต่างจะต้องรับโทษตั้งแต่เบาถึงหนัก แต่ไม่ว่ารัฐบาลจะพยายามทุ่มเทปิดบังเพียงไร พยายามโฆษณาชวนเชื่อกับคนของตนมากเพียงไร ยิ่งนานวันประชาชนยิ่งเห็นความจริงที่ไม่อาจปกปิด และกลายแรงต่อต้านรัฐบาลที่ซ่อนอยู่ภายใน
            และกลายเป็นว่าประชาชนเป็นฝ่ายหลอกรัฐบาลว่าเขาจงรักภักดี ยินดีตายเพื่อชาติ ซึ่งโดยความจริงแล้วทุกคนอยากมีชีวิตที่ดีกว่า หวังอนาคตที่ดีกว่า อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง การฟื้นฟูพัฒนาคงดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีความท้าทายรออยู่มาก ข้อดีคือจีนกับเกาหลีใต้หวังให้ความช่วยเหลือ
            แต่ความเป็นไปของโลกซับซ้อนกว่าความต้องการของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ความปรารถนาอยากอยู่ดีกินดีของชาวเกาหลีเหนือ 25 ล้านคนมีอุปสรรคขวางกั้น ขึ้นกับการเจรจาต่อรองระหว่างประเทศ ความต้องการของมหาอำนาจ
            สิ่งหนึ่งที่เกาหลีเหนือทำได้คือการรักษาความหวัง ความตั้งใจ ว่าจะต้องเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจ โดยเริ่มจากการเปลี่ยนแปลงที่ภายใน
28 สิงหาคม 2018
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7960 วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2561)
------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
วิสัยทัศน์รวม 2 เกาหลีของมุน แจ-อิน
2 เกาหลีมีแนวคิดรวมชาติมานานแล้ว ถ้ามองจากมุมเกาหลีใต้จะเป็นการยุติความทุกข์ยาก การตกอยู่ในความหวาดหวั่นของภัยสงครามที่มหาอำนาจวางไว้ เป็นความพยายามเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่
เป็นเวลากว่า 100 ปีที่คนเกาหลีตกอยู่ในความทุกข์ยาก ผ่านสงครามหลายครั้งที่คร่าชีวิตหลายล้านคน ถูกรายล้อมด้วยมหาอำนาจ เป็นข้อคิดว่าสันติภาพไม่ได้หาได้โดยง่ายอย่างที่คิด
บรรณานุกรม :
1. Beal, Tim. (2005). North Korea: The Struggle Against American Power. London: Pluto Press.
2. China, U.S. reaffirm commitment to promote new type of major-country ties. (2014, March 25). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-03/25/c_126310230.htm
3. Full text of President Moon Jae-in’s address on Korea’s 73rd Liberation Day. (2018, August 15). The Korea Herald. Retrieved from http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20180814000716
4. Ken E. Gause. (2011). North Korea under Kim Chong-il: Power, Politics, and Prospects for Change. USA: Praeger.
5. Nathan, Andrew J., & Scobell, Andrew. (2012).China's Search for Security. NY: Columbia University Press.
6. Pompeo calls for pressure to be maintained on N. Korea. (2018, August 4). AFP. Retrieved from https://www.afp.com/en/news/205/pompeo-calls-pressure-be-maintained-n-korea-doc-1846cd3
7. Reckless game over the Korean Peninsula runs risk of real war. (2017, August 10). Global Times. Retrieved from http://www.globaltimes.cn/content/1060791.shtml
8. [US-NK Summit] Full text of the Trump-Kim joint statement. (2018, June 12). The Korea Herald. Retrieved from http://www.koreaherald.com/view.php?ud=20180612000790
-----------------------------
Ciaran O'Brien

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…