ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ความจริงกับภาพลวงตาที่มากับพฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ

7 เมษายน 2013
ชาญชัย
(คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 5998 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ.2556 
และได้รับการเผยแพร่ผ่าน “US Watch” โดย กรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ
http://uswatch.mfa.go.th/uswatch/th/article/detail.php?article=1533)

            ตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาคาบสมุทรเกาหลีโดยเฉพาะประเทศเกาหลีเหนือกลายเป็นที่จับตาของโลกอีกครั้ง เมื่อสำนักข่าวระหว่างประเทศสำคัญๆ หลายแห่งเสนอข่าวเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง ถึงการที่เกาหลีเหนือใช้ถ้อยคำก้าวร้าวอ้างว่าสหรัฐกับพันธมิตรกำลังระดมกำลังเตรียมรุกรานเกาหลีเหนือในยามที่สหรัฐกับเกาหลีใต้กำลังร่วมซ้อมรบตามปกติ พร้อมกับขู่ว่าจะชิงโจมตีสหรัฐก่อนด้วยอาวุธนิวเคลียร์หลากหลายชนิด สื่อเกาหลีเหนือนำเสนอข่าวผู้นำคิม จ็อง-อึน ตรวจเยี่ยมหน่วยทหารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
            ในช่วงแรกทางการสหรัฐไม่ค่อยตื่นเต้นกับเหตุการณ์ในขณะที่สื่อมวลชนเสนอข่าวสถานการณ์ตึงเครียดรายวัน นายเจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงต่อสื่อมวลชนว่าในขณะที่รัฐบาลเปียงยางพยายามยั่วยุใช้วาจาก้าวร้าวแต่ “กองทัพเกาหลีเหนือไม่มีความเคลื่อนไหว” ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนพลจำนวนมากหรือการวางกำลังเตรียมรบ พร้อมกับอธิบายเรื่องการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธเพิ่มเติมว่าเป็นการเตรียมเพื่อป้องกันล่วงหน้า ส่วนเรื่องการให้เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-52 กับ B-2 บินเหนือน่านฟ้าเกาหลีใต้เป็นการแสดงออกว่าสหรัฐพร้อมจะปกป้องพันธมิตรและไม่เชื่อว่าจะเป็นการยั่วยุ อย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือกลับใช้เหตุการณ์ดังกล่าวกระพือสถานการณ์ให้ตึงเครียดกว่าเดิม ประกาศตัดโทรศัพท์สายด่วนกับเกาหลีใต้ และประกาศว่าประเทศกำลังอยู่ในภาวะสงคราม
            สองวันต่อมา (3 เมษายน) นายคาร์นีย์กล่าวในทำนองเดิมอีกและกล่าวว่าพฤติกรรมที่เกาหลีเหนือกำลังแสดงอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นตกใจ เป็นพฤติกรรมที่เคยทำซ้ำหลายครั้งแล้ว “เราได้เห็นมาแล้วตลอดหลายรัฐบาลที่ผ่านมา”
            หากยึดมั่นในถ้อยแถลงของนายคาร์นีย์เท่ากับชี้ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีบารัก โอบามาไม่เห็นว่าเกาหลีเหนือกำลังคุกคามอย่างจริงจัง ไม่คิดว่าเกาหลีเหนือกำลังตระเตรียมทำสงครามกับประเทศใดตามคำขู่ รัฐบาลอเมริกันเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี สถานการณ์มิได้ตึงเครียดอย่างที่เห็นแต่ประการใด
            ความสับสนต่อสถานการณ์เริ่มเกิดขึ้นเมื่อในช่วงเวลาใกล้เคียงกันรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ชัค เฮเกล เห็นชอบที่จะเสนอขายเครื่องบินรบรุ่นใหม่ล่าสุด F-35 หรือ F-15 จำนวน 60 ลำตามแผนซื้อเครื่องบินรบของเกาหลีใต้ โดยให้เหตุผลว่า “เพื่อต่อต้านความก้าวร้าวในภูมิภาค” ความสับสนต่อสถานการณ์เพิ่มขึ้นอีกเมื่อรัฐมนตรีเฮเกลกล่าวในอีกโอกาสหนึ่ง (3 เมษายน) ว่าหลายสิ่งที่เกาหลีเหนือดำเนินการตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา “เป็นภัยที่ชัดเจนและเป็นจริง” โดยเฉพาะต่อเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นพันธมิตรของอเมริกา และต่อฐานทัพสหรัฐที่เกาะกวม เป็นภัยคุกคามต่อรัฐฮาวาย และแถบชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐ เกาหลีเหนือในเวลานี้ “มีขีดความสามารถเรื่องนิวเคลียร์กับจรวดนำส่ง ... สิ่งเหล่านี้ถือเป็นภัยคุกคามร้ายแรง”
            คำกล่าวของรัฐมนตรีเฮเกลเกิดขึ้นไล่เลี่ยกับการแถลงข่าวของโฆษกคาร์นีย์ เป็นการตีความสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีในสองทิศทางที่ขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ก่อให้เกิดความสับสนต่อสถานการณ์ว่ารัฐบาลอเมริกาเห็นว่าเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามจริงหรือไม่
            นอกจากความสับสนในความรุนแรงของสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น ยังเกิดความสับสนในความเข้าใจต่อขีดความสามารถเรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 3 ครั้ง และประสบความสำเร็จในปล่อยจรวดพิสัยไกลอุนฮา-3 (Unha-3) ที่อ้างว่าใช้เพื่อปล่อยดาวเทียมเมื่อปีที่แล้ว แต่การปล่อยจรวดดังกล่าวเป็นความสำเร็จครั้งแรกหลังประสบความล้มเหลวมาโดยตลอดในหลายปีที่ผ่านมา ไม่อาจถือว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธพิสัยไกลที่ใช้การได้จริง เช่นเดียวกับความสำเร็จในการทดลองนิวเคลียร์ 3 ครั้งนั้นยังห่างไกลกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แม้แต่รัฐบาลอเมริกายังไม่ถือว่าเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครอง
            คำกล่าวของรัฐมนตรีเฮเกลเรื่องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์จึงขัดแย้งกับรัฐบาล ทำให้ความเข้าใจต่อสถานการณ์สับสนยิ่งขึ้น น่าเป็นห่วงมากขึ้น
            เมื่อมองในภาพรวมจะเห็นว่าการร่วมผสมโรงของสหรัฐในมุมหนึ่งพยายามชี้ให้สังคมโลกเห็นว่าสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีไม่น่าจะส่อเค้ารุนแรง เป็นลักษณะเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต แต่ในอีกส่วนหนึ่งกลับเอื้อให้ตีความว่าสถานการณ์มีความเป็นจริงเป็นจัง ตึงเครียดมากขึ้น
            น่าจะกล่าวได้ว่าสหรัฐฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ อย่างน้อยได้เสนอขายเครื่องบินรบรุ่นใหม่จำนวน 60 ลำแก่เกาหลีใต้ ทำให้ประเทศเจ้าของเครื่องบินรบยูโรไฟท์เตอร์ไต้ฝุ่นกับดัซโซลท์ ราฟาล (Dassualt Rafale) เจอคู่แข่งผลิตภัณฑ์คุณภาพสัญชาติอเมริกัน ส่วนการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธที่เกาะกวมคงไม่ใช่เพื่อป้องกันขีปนาวุธพิสัยไกลที่ยังอยู่ระหว่างการทดสอบของเกาหลีเหนือ อีกทั้งยังเป็นที่สงสัยว่าเกาหลีเหนือจะอาจหาญพอที่จะยิงขีปนาวุธใส่อเมริกา และอาจไม่ใช่เพื่อป้องกันขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์จากจีนหรือรัสเซีย การติดตั้งระบบป้องกันน่าจะเป็นเพียงปฏิกิริยาตอบโต้แสดงให้เห็นว่าสหรัฐมีศักยภาพในทางทหารมากน้อยเพียงไร
            ประเด็นที่สำคัญคือน่าสงสัยว่ารัฐบาลโอบามาตั้งใจช่วยทำให้สถานการณ์ดูสมจริงสมจังมากขึ้นหรือไม่ เพราะหากเกาหลีเหนือตบมือข้างเดียวย่อมไม่ดัง คนทั่วไปจะเข้าใจในไม่ช้าว่าการยั่วยุจากเกาหลีเหนือไม่มีความสำคัญ สถานการณ์มิได้ตึงเครียดแต่ประการใด
            ย้อนอดีตกลับไปเรื่องการทดลองนิวเคลียร์ที่แล้วมา นักวิเคราะห์บางคนลงความเห็นว่าสาเหตุหลักที่เกาหลีเหนือทดลองนิวเคลียร์ไม่ใช่เพื่อคุกคามสหรัฐหรือเกาหลีใต้ แต่เพื่อกระชับอำนาจภายใน ให้ประเทศมีความเป็นเอกภาพ เช่นเดียวกับพฤติกรรมยั่วยุข่มขู่โจมตีสหรัฐ ข่มขู่จะทำสงครามในรอบนี้ นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าเป็นเพราะต้องการกระชับอำนาจภายในเช่นเคย หากความเห็นของนักวิเคราะห์เหล่านี้ถูกต้อง ย่อมต้องตีความต่อว่ารัฐบาลเกาหลีเหนือน่าจะบรรลุเป้าหมายอีกครั้ง ด้วยความช่วยเหลือ (ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ) จากสำนักข่าวสำคัญๆ ทั่วโลก รวมทั้งจากรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา และจะได้ผลสรุปว่าจะไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ คาบสมุทรเกาหลีจะคืนสู่ความสงบ การเจรจาหกฝ่ายจะเริ่มต้นอีกครั้ง เป็นการควบวงจร “ความขัดแย้ง-ความร่วมมือ” อีกรอบ
            สถานการณ์โลกที่เห็นมีทั้ง “ความจริง” กับ “ภาพที่ดูแล้วชวนให้เห็นว่าเป็นความจริง” พฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ การตอบโต้จากสหรัฐมีทั้งความจริงกับภาพลวงตา และความจริงที่ซ่อนอยู่ภาพลวงตา กาลเวลาจะช่วยพิสูจน์ว่าความจริงคืออะไร
--------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:

บรรณานุกรม:
1. Press Briefing by Press Secretary Jay Carney, 4/1/2013”, Press Briefings, 1 April 2013, http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/01/press-briefing-press-secretary-jay-carney-412013
2. Press Gaggle by Press Secretary Jay Carney Aboard Air Force One en route Denver, Colorado, 4/3/2013, Press Briefings, 3 April 2013, http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/03/press-gaggle-press-secretary-jay-carney-aboard-air-force-one-en-route-de
3. Pentagon OKs Lockheed or Boeing fighters sale to South Korea, Reuters, 4 April 2013, http://uk.news.yahoo.com/pentagon-approves-sale-lockheed-boeing-fighters-south-korea-190210553--finance.html
4. U.S. to send missile defences to Guam over North Korea threat, Reuters, 4 April 2013,
http://uk.news.yahoo.com/u-sends-missile-defences-guam-over-north-korea-183552264.html
5. N. Korea moves missile after warning of nuclear strike, AFP, 5 April 2013, http://uk.news.yahoo.com/us-boosts-missile-defence-n-korea-warns-nuclear-005512802.html
6. “Remarks by Secretary Hagel at the National Defense University, Ft. McNair, Washington, D.C, U.S. Department of Defense, 3 April 2013, http://www.defense.gov/Transcripts/Transcript.aspx?TranscriptID=5213
7. อำนาจต่อรองของเปียงยางที่ร่อยหรอลงทุกที, ไทยโพสต์, 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556, http://www.chanchaivision.com/2013/02/northkorea130214.html
-----------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…