วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ADIZ ของจีนในมิติความมั่นคงทางทหาร

กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 74 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2557, http://www.airforcemagazine.rtaf.mi.th/main/index.php/e-magazine/118-2557-02.html)

            เป็นที่ทราบกันว่าการประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone หรือ ADIZ) ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2013 กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก สื่อกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่รายงาน วิเคราะห์ในแง่มุมของความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่โดยความจริงแล้ว ADIZ หรือเขตแสดงตนมีผลต่อมิติความมั่นคงทางทหารโดยตรง 
            กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นิยาม ADIZ คือ “ขอบเขตน่านฟ้า (Airspace) ที่อากาศยานซึ่งอยู่ภายใต้เขตจะต้องพร้อมแสดงตน (identification) ระบุตำแหน่งที่อยู่ (location) และอยู่ใต้การควบคุมการบิน” ส่วนทางการญี่ปุ่นให้นิยามว่า ADIZ คือขอบเขตน่านฟ้าที่ไกลออกจากน่านฟ้าของประเทศ (national airspace) เป็นเขตป้องกัน ตรวจตราการรุกรานจากอากาศยานต้องสงสัย ช่วยเพิ่มเวลาเพื่อการตรวจสอบว่าอากาศยานนั้นเป็นมิตรหรือศัตรู
            รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นต้นความคิดเรื่องเขตแสดงตน เริ่มใช้แนวทางดังกล่าวในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อกองทัพญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ล ฮาเบอร์ ต่อมาเมื่อสิ้นสงครามโลกและเข้าสู่ช่วงสงครามเย็น ภัยคุกคามทางทหารสร้างความตึงเครียดเป็นอย่างมาก ความหวาดกลัวที่จะถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้ในปี 1950 สหรัฐฯ ได้สร้างศูนย์ควบคุมและสั่งการเพื่อควบคุมอากาศยานทุกชนิดทุกประเทศที่บินเข้าใกล้ชายฝั่ง กล่าวได้ว่า ADIZ ที่มีอยู่กว่า 20 ประเทศทั่งโลกเกือบทั้งหมดเป็นมรดกจากสงครามเย็น
            หากมอง ADIZ ของจีนในมิติความมั่นคงทางทหาร มีประเด็นที่สำคัญๆ ดังนี้

1. เพื่อติดตามอากาศยาน เรือรบเพื่อนบ้าน
            ทางการจีนยืนยันยึดมั่นนโยบายพัฒนาโดยสันติ นโยบายปกป้องประเทศเชิงรับ (defensive national defense policy) มุ่งหวังให้เขตแสดงตนในทะเลจีนตะวันออกเป็นเขตแห่งความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุเสี่ยง เป็นเขตแห่งความร่วมมือไม่ใช่การแข่งขัน ยินดีที่จะสื่อสาร ปรึกษาหารือกับประเทศต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการบิน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
            พร้อมกับยืนยันว่าเขตแสดงตนไม่มุ่งต่อต้านประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างเจาะจง แต่หากพิจารณาจากผลทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นและเหตุผลแวดล้อม ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันคือกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง และประเทศเหล่านี้มีนโยบายความมั่นคงทางทหารใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยมีฝ่ายตรงข้ามคือจีน
            ผลทางปฏิบัติคือ ทางการจีนมีความชอบธรรมที่จะใช้เรดาร์ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ตรวจจับอากาศยานต่างๆ สามารถส่งเครื่องบินติดตามสังเกตปฏิบัติการของอากาศยานญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้และไต้หวันในน่านฟ้าดังกล่าวและใกล้เคียงได้ดีกว่าเดิม สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อการฝึกซ้อมและปฏิบัติการจริงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งหากเกิดการปะทะกันอนาคต นอกเหนือจากผลในทางน่านฟ้า ยังสามารถส่งอากาศยานติดตามความเคลื่อนไหวของเรือรบต่างๆ โดยเฉพาะเรือดำน้ำได้อีกด้วย
            การประกาศใช้เขตแสดงตนจึงมีประโยชน์มากกว่าเรื่องความปลอดภัยในการบิน ยังมีผลต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามทั้งในน่านฟ้ากับน่านน้ำ

2. เพื่อสกัดกั้นอากาศยานต่างชาติ ต่อต้านการสอดแนม
            ทางการจีนอ้างว่านอกจากไม่กระทบต่อเครื่องบินพลเรือนแล้ว จะไม่กระทบต่ออากาศยานทางทหารของประเทศใดที่บินผ่านเขตแสดงตนดังกล่าวด้วย การให้แสดงตนก็เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ป้องกันเหตุร้ายที่ไม่คาดฝัน
            แต่ทางการจีนย่อมทราบอยู่แล้วว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยยอมรับเขตแสดงตนของประเทศใดๆ ดังนั้น น่าจะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีนด้วย แต่ไม่ว่าสหรัฐฯ จะยอมรับหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นคือจีนมีความชอบธรรม (ที่ประกาศด้วยตนเอง) ส่งเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ ในน่านฟ้าที่ห่างจากเขตอธิปไตยนับร้อยกิโลเมตร เช่นเดียวกับญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้และประเทศใดๆ ที่จะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีน อากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นคือเป้าหมายหลักของเขตแสดงตนนี้อยู่แล้ว
            ประเด็นที่ไม่ควรถูกมองข้ามคือการมอง ADIZ ในเชิงต่อต้านการสอดแนม โดยเฉพาะเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ ที่มักจะบินใกล้ชายฝั่งจีน กองทัพสหรัฐฯ ได้ประจำการเครื่องบินลาดตระเวนสอดแนมรุ่นใหม่ อากาศยานไร้คนขับรุ่นล่าสุด เป็นอีกเหตุผลกระตุ้นให้จีนประกาศเขตแสดงตนเพื่อต่อต้านการลุกล้ำ การสอดแนม
            หนึ่งในเครื่องบินลาดตระเวนสอดแนมที่พูดถึงคือ เครื่องบินรุ่น P-8A Poseidon ที่เพิ่งเข้าประจำการที่ฐานทัพ Kadena Air Base ที่เกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2013 เพื่อทดแทนเครื่องรุ่น P-3A Orion ที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้ตั้งแต่ปี 1962 P-8A Poseidon เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ นอกจากมีความสามารถในการลาดตระเวนสอดแนม ยังสามารถทำสงครามต่อต้านเรือดำน้ำกับเรือผิวน้ำ มีระบบป้องกันการโจมตีและง่ายต่อการซ่อมบำรุง
            นอกจากนี้ ขีปนาวุธพื้นสู่พื้น อากาศสู่พื้นรุ่นใหม่ที่ติดตั้งในเครื่องบิน เรือรบ ฯลฯ มีรัศมีหลายสิบหรือนับร้อยกิโลเมตร จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากสามารถรับมือการโจมตีในระยะไกล
            รวมความแล้วเรือรบ เรือดำน้ำของจีนอาจถูกติดตามและพร้อมจะถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ ดังนั้น จีนจึงต้องวางระบบที่จะส่งเครื่องบินขับไล่เข้ากับสกัดเครื่องบินของฝ่ายตรงข้ามก่อน

3. ศักยภาพของจีนทั้งในเชิงรุก-รับ
            การประกาศ ADIZ กำลังชี้ให้เห็นว่ากองทัพจีนมีศักยภาพ มีความพร้อมมากพอที่จะดูแล กำกับการบินในเขตแสดงตนดังกล่าว อันหมายถึงการมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า เรดาร์ ระบบการสื่อสารอันทันสมัย สามารถตรวจจับ ติดต่อสื่อสารในระยะไกล มีเครื่องบินลาดตระเวนติดตั้งระบบ Airborne Warning and Control System (AWACS) ที่สามารถควบคุม สั่งการ กองทัพอากาศจีนในยุคปัจจุบันไม่ได้มีแต่เครื่องบินรบล้าสมัยอีกต่อไป เริ่มมีความเข้มแข็งมากพอที่จะบินเข้าเทียบเครื่องบินรบล้ำสมัยของสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ไม่ต่างจากกองทัพเรือจีนที่กำลังมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น มีเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก และกำลังต่อเพิ่มอีกหนึ่งลำ กองทัพเรือจีนกำลังจะโลดแล่นสู่ทะเลหลวง ไม่ใช่กองเรือยามฝั่งอีกต่อไป
            ในแง่เชิงรุก ADIZ ทำให้อากาศยานจีนมีความชอบธรรมที่จะบินในเขตน่านฟ้าดังกล่าว การป้องกันน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านยากลำบากกว่าเดิม โดยที่กองทัพจีนไม่ได้เสียอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องบินรบจีนสามารถอาศัยเขตแสดงตนที่อยู่ใกล้เขตแดนเพื่อนบ้าน เป็นจุดเริ่มโจมตีเป้าหมายทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ
            โดยรวมแล้ว การประกาศเขตแสดงตนเอื้อประโยชน์ในทางยุทธการหลายด้าน เพิ่มพื้นที่ทั้งการรุก-การรับ เพิ่มพื้นที่ลาดตระเวนสอดแนม เสริมขีดความสามารถของกองทัพเรือ และต่อต้านการกระทำของฝ่ายตรงข้าม

            นายคูนิ มิยาเกะ (Kuni Miyake) จาก Ritsumeikan University อธิบายภาพกว้างว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนพยายามควบคุมการเดินเรือในทะเลจีนใต้ ตอนนี้เริ่มควบคุมการบินเหนือเขตเศรษฐกิจจำเพาะ จีน “กำลังอ้างกึ่งกรรมสิทธิ์” (semi-territorial claim) ด้วยการควบคุมเสรีภาพในการเดินเรือ-การบินในเขตทะเลจีนตะวันออก แน่นอนว่าจีนยังต้องพัฒนาอีกมากหากจะเทียบเคียงกองทัพสหรัฐฯ แต่หากมองย้อนอดีต กองทัพจีนกำลังก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศที่เพิ่มพูน การประกาศ ADIZ ในทะเลจีนตะวันออกคืออีกก้าวหนึ่งของสิ่งเหล่านี้
            ส่วนเรื่องที่จีนจะประกาศเขตแสดงตนเพิ่มในอนาคตย่อมเป็นไปได้ แม้การประกาศแต่ละครั้งจะมีทั้งผลดีผลเสีย เป็นประเด็นที่ต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งผลประโยชน์แห่งชาติ สถานการณ์บีบบังคับ บริบทที่สุกงอม นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่าในวันข้างหน้าจีนจะประกาศเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้
----------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
การประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก แม้อาเซียนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ทำให้ชาติสมาชิกบางประเทศมีความกังวลไม่น้อย เมื่อคิดว่าในวันข้างหน้าจีนจะมีเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้ อีกทั้งญี่ปุ่นพยายามดังอาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทางออกที่ดีของเรื่องนี้อยู่ที่การวางแนวปฏิบัติเพื่อลดความหวาดระแวง ป้องกันเหตุร้ายไม่คาดฝัน
2. เผยธาตุแท้รัฐบาลจีน ญี่ปุ่นและสหรัฐผ่านการประกาศ ADIZ ของจีน
การประกาศ ADIZ หรือเขตแสดงตนของจีนนำมาซึ่งวิวาทะจากประเทศที่เกี่ยวข้อง บ้างเห็นว่าเขตแสดงตนของจีนผิดจากมาตรฐานสากล บ้างเห็นว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง บ้างเห็นว่าจีนต้องการแย่งชิงหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ แต่ความจริงแล้ว ADIZ ไม่มีมาตรฐานสากล สามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุ กรรมสิทธิ์หมู่เกาะยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ แต่ผู้นำประเทศของแต่ละรัฐบาลต้องหาทางออกที่เหมาะสม มีปัจจัยการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

บรรณานุกรม:
1. Keck, Zachary. China Imposes Restrictions on Air Space Over Senkaku Islands. The Diplomat. http://thediplomat.com/2013/11/china-imposes-restrictions-on-air-space-over-senkaku-islands/. 23 November 2013.
2. Chao, Xie. China's ADIZ is for more than just Diaoyu sovereignty. Global Times. http://www.globaltimes.cn/content/829275.shtml#.Up0_qdIW0Rk. 2 December 2013.
3. Defense Ministry spokesman on China's air defense identification zone. Xinhua. http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-12/03/c_132938762.htm. 3 December 2013.
4. SDF, U.S. military say operations unaffected by China's ADIZ. The Asahi Shimbun. http://ajw.asahi.com/article/behind_news/politics/AJ201311290064. 29 November 2013.
5. Defense Ministry spokesman on China's air defense identification zone. Xinhua. http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-12/03/c_132938762.htm. 3 December 2013.
6. US sends new reconnaissance planes to Japan amid tension. The Indian Express. http://www.indianexpress.com/news/us-sends-new-reconnaissance-planes-to-japan-amid-tension/1202602/. 2 December 2013.
7. China’s new ADIZ may be aimed at Japan, but what about Taiwan? AEIdeas. http://www.aei-ideas.org/2013/12/chinas-new-adiz-may-be-aimed-at-japan-but-what-about-taiwan/. 5 December 2013.
8. China air zone divides US and its allies. Financial Times. http://www.ft.com/intl/cms/s/0/7927a56e-5b47-11e3-a2ba-00144feabdc0.html#axzz2mNT0d2oK. 2 December 2013.
9. P-8A Poseidon. http://www.boeing.com/assets/pdf/defense-space/military/p8a/docs/P-8A_overview.pdf. Accessed 10 December 2013.
-------------------------

2 ความคิดเห็น:

  1. มีผู้สนใจได้นำเสนอความเห็นและตั้งคำถามหลายข้อ ผมจึงขอนำมาตอบ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ ครับ ...

    การประกาศ ADIZ ครั้งนี้สะเทือนขวัญประเทศในทะเลตะวันอออกไม่น้อย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ดูจากข่าวที่ออกมา ญี่ปุ่นตื่นตัวทางการทหารมากที่สุด มีการเยือนประเทศต่างๆในเอเชียหลังจากทีจีนประกาศ

    คำถามครับ
    1.เกาหลีเองก็มีส่วนของ ADIZ ทับซ้อนกับของจีนอยู่.. เขากังวลและเตรียมพร้อมอย่างไรครับ ผมไม่ค่อยเห็นข่าวเลย
    2. การประกาศให้ ADIZ ทับซ้อนครั้งนี้ เป็นความจงใจของจีนที่จะก้าวร้าวต่อประเทศเหล่านี้ใช่ไหมครับ? คือกล้าและพร้อมโจมตี หากพบกันในน่านฟ้าทับซ้อนหรือเปล่า?
    3.หากเกิดการปะทะกันของ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน จะเกิดผลยังไงต่อครับ
    4.สภาวการณ์ปัจจุบันส่งผลต่อภูมิภาคอย่างไร?

    ตอบ
    1.รัฐบาลเกาหลีใต้แสดงความกังวลตั้งแต่จีนเริ่มประกาศ พร้อมกับๆ ประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ มีอยู่ในข่าวหลายชิ้นครับ ลองค้นหาข่าวภาษาอังกฤษ แต่ท่าทีของรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่โดดเด่นเท่าญี่ปุ่นที่ออกโรงต้านเต็มที่

    2.ผมได้เขียนบทความเรื่อง ADIZ ทั้งหมด 3 ตอน ได้ให้คำตอบเรื่องนี้ไว้แล้วครับ เรื่องนี้มองได้หลายแบบ เช่น มองว่าสหรัฐฯ ญี่ปุ่นก้าวร้าวต่อจีนมานาน วันนี้จีนมีศักยภาพโต้กลับ รายละเอียดอ่านได้ในบทความ

    3.ข้อนี้ตอบยากครับ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดการปะทะจริงๆ หรือไม่ แต่การปะทะกันเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศอย่างมากแล้วครับ

    4.คำถามนี้ตอบได้ยาวมากครับ สามารถเขียนได้อีกบทความ ผมได้ตอบบางส่วนแล้วในบทความ การพัวพันของอาเซียนกับทางออกของ ADIZ

    ขอบคุณมากครับสำหรับคำถาม
    (ปล.ของอนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน เพราะไม่ได้ขออนุญาตไว้ แต่เห็นว่าคำถามดีมาก จึงนำมาตอบในที่นี้)

    ตอบลบ
  2. ผู้อ่านท่านหนึ่งได้พูดคุยและสอบถามเพิ่มเติมดังนี้ ....

    อิงจากบทความของอาจารย์
    " ข้อเท็จจริงคือ หลังรับมอบการปกป้องน่านฟ้าจากกองทัพสหรัฐเมื่อปี 1969 ญี่ปุ่นประกาศเพิ่มเขตแสดงตนอีกสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1972 และครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2010 แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับสักครั้ง จึงไม่แปลกใจหากทางการญี่ปุ่นจะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีนบ้าง
    กรณีที่น่าสนใจที่สุดคือ รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้ทุกประเทศยอมรับ ADIZ ของตน แต่กองทัพสหรัฐกลับไม่เคยยอมรับเขตแสดงตนของประเทศใด และเข้าสกัดกั้นอากาศยานรบทุกลำที่บินเข้าเขต ADIZ ของตน"
    ทำให้ผมต้องปรับทัศนะใหม่เกี่ยวกับจีนแล้ว เดิมทีคิดว่าเป็นฝ่ายจีนที่ก้าวร้าวมาตลอด แต่ความจรืงแล้วความตึงเครียดนี้กับถูกถูกสะสมมาเป็นเวลาช้านาน จนอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคในปัจจุบัน
    แต่ในปัจจุบันอาเซียนยังไม่มีบทบาท หรือแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ใช่ไหมครับ?

    จากบทความ "การพัวพันของอาเซียนกับทางออกของ ADIZ" ของอาจารย์ ชี้แนะให้เห็นว่าอาเซียนควรมีบทบาทในการแก้ไขปัญหานี้

    ถามต่อว่า
    1. เป็นไปได้หรือไม่ ว่าอาเซียนจะยังตั้งใจสงวนท่าทีเพื่อรักษาสถานะเดิมเช่นนี้ไว้อยู่? และเกรงกลัวว่าหากแสดงจุดยืนไปแล้ว จะทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรู้สึกคับข้องใจ
    2. หากอาเซียนนิ่งเฉยต่อความตึงเครียดนี้จะเกิดผลดี หรือ ผลเสีย มากกว่ากัน?
    3.ถ้าหากอาเซียนเสนอการเจรจา อาจารย์คิดว่าทั้งจีนและญี่ปุ่นจะยอมรับการเจรจาผ่านกลไกของอาเซียนหรือไม่?

    คำตอบ
    1. จุดยืนอาเซียนที่ประกาศไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ ขอให้แก้ไขปัญหาทุกเรื่องผ่านการเจรจา ยึดหลักไม่ใช้กำลัง ดังนั้น อาเซียนมีจุดยืนและได้ประกาศไว้นานแล้ว
    ดังที่ทราบกันดีอยู่ว่า ท่าทีของอาเซียนคือพยายามรักษาระยะห่าง ไม่ให้ชาติมหาอำนาจใดๆ เข้ามาก้าวล่วงอาเซียนมากจนเกิดปัญหากับอาเซียน

    2.ถ้าอาเซียนนิ่งเฉย อาจตีความได้หลายอย่าง เช่น อาจเป็นการแสดงว่าอาเซียนยอมรับสถานการณ์ ADIZ ในขณะนี้ หรือในมวลหมู่ชาติสมาชิกยังตกลงท่าทีร่วมกันไม่ได้
    ส่วนผลดี ผลเสีย ขึ้นกับการตีความท่าทีอาเซียน
    แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านๆ มา อาเซียนไม่นิ่งเฉย อาจรอประกาศอย่างเป็นทางการผ่านกลไกการประชุมอาเซียนจากเวทีใดเวทีหนึ่ง

    3.ในบทความผมเสนอให้อาเซียนแสดงบทบาทมีส่วนร่วม ด้วยเหตุผลว่าที่สุดแล้วจะต้องมีการเจรจาว่าอากาศยานใดๆ ที่บินเข้าเขต ADIZ ของจีนจะปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องบินพลเรือนของสายการบินต่างๆ ของอาเซียนด้วย
    ด้วยหลักการ เป้าหมาย ดังนี้
    ก.ให้เกิดแนวปฏิบัติร่วมกัน (guideline) เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน – ไม่ได้ต่อต้าน ADIZ ของประเทศใดๆ
    ข. ในความขัดแย้งปัจจุบัน คู่กรณีหลักอยู่ทางเอเชียตะวันออกไกล พวกเขาแต่ละประเทศมีความขัดแย้งกัน รวมทั้งการที่รัฐบาลปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye) แสดงท่าทีเย็นชาต่อรัฐบาลอาเบะ หากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพ อาจทำให้บางประเทศไม่ยอมรับ
    อาเซียนมีภาพเป็นกลาง มีเวทีพูดคุยหลายเวทีที่ประเทศผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถเข้าร่วมประชุม อาเซียนจึงมีความเหมาะสมในแง่นี้
    แน่นอนว่าที่สุดแล้วย่อมต้องขึ้นกับว่าจีน ญี่ปุ่น จะเห็นชอบหรือไม่ แต่หากพวกเขาไม่ยอมรับคนกลางอาเซียน หรือไม่พร้อมที่จะเจรจา อาเซียนก็ไม่ได้เสียอะไรเพิ่มเติม
    ในทางกลับกัน ถ้าพวกเขายอมรับ ก็จะช่วยส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในภูมิภาค
    ค.การดึงประเทศคู่กรณีหลักให้เข้าสู่โต๊ะเจรจา ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดวิวาทะทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงการสังหารหมู่ที่นานกิง สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือฮิตเลอร์ ฯลฯ

    การอธิบายผมใช้แนวคิดของสำนัก Realism เป็นหลัก ทุกประเทศต่างแสวงหาประโยชน์ ส่วนจะใช้วิธีการใดก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ การตัดสินใจของแต่ละรัฐบาล

    ตอบลบ