ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ADIZ ของจีนในมิติความมั่นคงทางทหาร

กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน นิตยสารหนังสือข่าวทหารอากาศ ปีที่ 74 ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์ 2557, http://www.airforcemagazine.rtaf.mi.th/main/index.php/e-magazine/118-2557-02.html)

            เป็นที่ทราบกันว่าการประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone หรือ ADIZ) ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2013 กลายเป็นประเด็นความขัดแย้งใหม่ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก สื่อกับนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่รายงาน วิเคราะห์ในแง่มุมของความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่โดยความจริงแล้ว ADIZ หรือเขตแสดงตนมีผลต่อมิติความมั่นคงทางทหารโดยตรง 
            กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นิยาม ADIZ คือ “ขอบเขตน่านฟ้า (Airspace) ที่อากาศยานซึ่งอยู่ภายใต้เขตจะต้องพร้อมแสดงตน (identification) ระบุตำแหน่งที่อยู่ (location) และอยู่ใต้การควบคุมการบิน” ส่วนทางการญี่ปุ่นให้นิยามว่า ADIZ คือขอบเขตน่านฟ้าที่ไกลออกจากน่านฟ้าของประเทศ (national airspace) เป็นเขตป้องกัน ตรวจตราการรุกรานจากอากาศยานต้องสงสัย ช่วยเพิ่มเวลาเพื่อการตรวจสอบว่าอากาศยานนั้นเป็นมิตรหรือศัตรู
            รัฐบาลสหรัฐฯ เป็นต้นความคิดเรื่องเขตแสดงตน เริ่มใช้แนวทางดังกล่าวในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อกองทัพญี่ปุ่นโจมตีเพิร์ล ฮาเบอร์ ต่อมาเมื่อสิ้นสงครามโลกและเข้าสู่ช่วงสงครามเย็น ภัยคุกคามทางทหารสร้างความตึงเครียดเป็นอย่างมาก ความหวาดกลัวที่จะถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้ในปี 1950 สหรัฐฯ ได้สร้างศูนย์ควบคุมและสั่งการเพื่อควบคุมอากาศยานทุกชนิดทุกประเทศที่บินเข้าใกล้ชายฝั่ง กล่าวได้ว่า ADIZ ที่มีอยู่กว่า 20 ประเทศทั่งโลกเกือบทั้งหมดเป็นมรดกจากสงครามเย็น
            หากมอง ADIZ ของจีนในมิติความมั่นคงทางทหาร มีประเด็นที่สำคัญๆ ดังนี้

1. เพื่อติดตามอากาศยาน เรือรบเพื่อนบ้าน
            ทางการจีนยืนยันยึดมั่นนโยบายพัฒนาโดยสันติ นโยบายปกป้องประเทศเชิงรับ (defensive national defense policy) มุ่งหวังให้เขตแสดงตนในทะเลจีนตะวันออกเป็นเขตแห่งความปลอดภัย ไม่เกิดเหตุเสี่ยง เป็นเขตแห่งความร่วมมือไม่ใช่การแข่งขัน ยินดีที่จะสื่อสาร ปรึกษาหารือกับประเทศต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในการบิน เพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
            พร้อมกับยืนยันว่าเขตแสดงตนไม่มุ่งต่อต้านประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างเจาะจง แต่หากพิจารณาจากผลทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นและเหตุผลแวดล้อม ย่อมเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันคือกลุ่มประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรง และประเทศเหล่านี้มีนโยบายความมั่นคงทางทหารใกล้ชิดกับสหรัฐฯ โดยมีฝ่ายตรงข้ามคือจีน
            ผลทางปฏิบัติคือ ทางการจีนมีความชอบธรรมที่จะใช้เรดาร์ อุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ตรวจจับอากาศยานต่างๆ สามารถส่งเครื่องบินติดตามสังเกตปฏิบัติการของอากาศยานญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เกาหลีใต้และไต้หวันในน่านฟ้าดังกล่าวและใกล้เคียงได้ดีกว่าเดิม สามารถใช้โอกาสนี้เพื่อการฝึกซ้อมและปฏิบัติการจริงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งหากเกิดการปะทะกันอนาคต นอกเหนือจากผลในทางน่านฟ้า ยังสามารถส่งอากาศยานติดตามความเคลื่อนไหวของเรือรบต่างๆ โดยเฉพาะเรือดำน้ำได้อีกด้วย
            การประกาศใช้เขตแสดงตนจึงมีประโยชน์มากกว่าเรื่องความปลอดภัยในการบิน ยังมีผลต่อการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามทั้งในน่านฟ้ากับน่านน้ำ

2. เพื่อสกัดกั้นอากาศยานต่างชาติ ต่อต้านการสอดแนม
            ทางการจีนอ้างว่านอกจากไม่กระทบต่อเครื่องบินพลเรือนแล้ว จะไม่กระทบต่ออากาศยานทางทหารของประเทศใดที่บินผ่านเขตแสดงตนดังกล่าวด้วย การให้แสดงตนก็เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย ป้องกันเหตุร้ายที่ไม่คาดฝัน
            แต่ทางการจีนย่อมทราบอยู่แล้วว่ากองทัพสหรัฐฯ ไม่เคยยอมรับเขตแสดงตนของประเทศใดๆ ดังนั้น น่าจะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีนด้วย แต่ไม่ว่าสหรัฐฯ จะยอมรับหรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นคือจีนมีความชอบธรรม (ที่ประกาศด้วยตนเอง) ส่งเครื่องบินขับไล่สกัดกั้นอากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ ในน่านฟ้าที่ห่างจากเขตอธิปไตยนับร้อยกิโลเมตร เช่นเดียวกับญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้และประเทศใดๆ ที่จะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีน อากาศยานของกองทัพสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นคือเป้าหมายหลักของเขตแสดงตนนี้อยู่แล้ว
            ประเด็นที่ไม่ควรถูกมองข้ามคือการมอง ADIZ ในเชิงต่อต้านการสอดแนม โดยเฉพาะเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐฯ ที่มักจะบินใกล้ชายฝั่งจีน กองทัพสหรัฐฯ ได้ประจำการเครื่องบินลาดตระเวนสอดแนมรุ่นใหม่ อากาศยานไร้คนขับรุ่นล่าสุด เป็นอีกเหตุผลกระตุ้นให้จีนประกาศเขตแสดงตนเพื่อต่อต้านการลุกล้ำ การสอดแนม
            หนึ่งในเครื่องบินลาดตระเวนสอดแนมที่พูดถึงคือ เครื่องบินรุ่น P-8A Poseidon ที่เพิ่งเข้าประจำการที่ฐานทัพ Kadena Air Base ที่เกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2013 เพื่อทดแทนเครื่องรุ่น P-3A Orion ที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ใช้ตั้งแต่ปี 1962 P-8A Poseidon เป็นเครื่องบินอเนกประสงค์ นอกจากมีความสามารถในการลาดตระเวนสอดแนม ยังสามารถทำสงครามต่อต้านเรือดำน้ำกับเรือผิวน้ำ มีระบบป้องกันการโจมตีและง่ายต่อการซ่อมบำรุง
            นอกจากนี้ ขีปนาวุธพื้นสู่พื้น อากาศสู่พื้นรุ่นใหม่ที่ติดตั้งในเครื่องบิน เรือรบ ฯลฯ มีรัศมีหลายสิบหรือนับร้อยกิโลเมตร จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งหากสามารถรับมือการโจมตีในระยะไกล
            รวมความแล้วเรือรบ เรือดำน้ำของจีนอาจถูกติดตามและพร้อมจะถูกโจมตีได้ทุกเมื่อ ดังนั้น จีนจึงต้องวางระบบที่จะส่งเครื่องบินขับไล่เข้ากับสกัดเครื่องบินของฝ่ายตรงข้ามก่อน

3. ศักยภาพของจีนทั้งในเชิงรุก-รับ
            การประกาศ ADIZ กำลังชี้ให้เห็นว่ากองทัพจีนมีศักยภาพ มีความพร้อมมากพอที่จะดูแล กำกับการบินในเขตแสดงตนดังกล่าว อันหมายถึงการมีระบบเตือนภัยล่วงหน้า เรดาร์ ระบบการสื่อสารอันทันสมัย สามารถตรวจจับ ติดต่อสื่อสารในระยะไกล มีเครื่องบินลาดตระเวนติดตั้งระบบ Airborne Warning and Control System (AWACS) ที่สามารถควบคุม สั่งการ กองทัพอากาศจีนในยุคปัจจุบันไม่ได้มีแต่เครื่องบินรบล้าสมัยอีกต่อไป เริ่มมีความเข้มแข็งมากพอที่จะบินเข้าเทียบเครื่องบินรบล้ำสมัยของสหรัฐฯ กับญี่ปุ่น ไม่ต่างจากกองทัพเรือจีนที่กำลังมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น มีเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรก และกำลังต่อเพิ่มอีกหนึ่งลำ กองทัพเรือจีนกำลังจะโลดแล่นสู่ทะเลหลวง ไม่ใช่กองเรือยามฝั่งอีกต่อไป
            ในแง่เชิงรุก ADIZ ทำให้อากาศยานจีนมีความชอบธรรมที่จะบินในเขตน่านฟ้าดังกล่าว การป้องกันน่านฟ้าของประเทศเพื่อนบ้านยากลำบากกว่าเดิม โดยที่กองทัพจีนไม่ได้เสียอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องบินรบจีนสามารถอาศัยเขตแสดงตนที่อยู่ใกล้เขตแดนเพื่อนบ้าน เป็นจุดเริ่มโจมตีเป้าหมายทั้งทางบก ทางทะเลและทางอากาศ
            โดยรวมแล้ว การประกาศเขตแสดงตนเอื้อประโยชน์ในทางยุทธการหลายด้าน เพิ่มพื้นที่ทั้งการรุก-การรับ เพิ่มพื้นที่ลาดตระเวนสอดแนม เสริมขีดความสามารถของกองทัพเรือ และต่อต้านการกระทำของฝ่ายตรงข้าม

            นายคูนิ มิยาเกะ (Kuni Miyake) จาก Ritsumeikan University อธิบายภาพกว้างว่า ไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนพยายามควบคุมการเดินเรือในทะเลจีนใต้ ตอนนี้เริ่มควบคุมการบินเหนือเขตเศรษฐกิจจำเพาะ จีน “กำลังอ้างกึ่งกรรมสิทธิ์” (semi-territorial claim) ด้วยการควบคุมเสรีภาพในการเดินเรือ-การบินในเขตทะเลจีนตะวันออก แน่นอนว่าจีนยังต้องพัฒนาอีกมากหากจะเทียบเคียงกองทัพสหรัฐฯ แต่หากมองย้อนอดีต กองทัพจีนกำลังก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ อิทธิพลทางการเมืองระหว่างประเทศที่เพิ่มพูน การประกาศ ADIZ ในทะเลจีนตะวันออกคืออีกก้าวหนึ่งของสิ่งเหล่านี้
            ส่วนเรื่องที่จีนจะประกาศเขตแสดงตนเพิ่มในอนาคตย่อมเป็นไปได้ แม้การประกาศแต่ละครั้งจะมีทั้งผลดีผลเสีย เป็นประเด็นที่ต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้งผลประโยชน์แห่งชาติ สถานการณ์บีบบังคับ บริบทที่สุกงอม นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่าในวันข้างหน้าจีนจะประกาศเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้
----------------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
การประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ หรือ ADIZ ของจีนเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออก แม้อาเซียนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ทำให้ชาติสมาชิกบางประเทศมีความกังวลไม่น้อย เมื่อคิดว่าในวันข้างหน้าจีนจะมีเขตแสดงตนในทะเลจีนใต้ อีกทั้งญี่ปุ่นพยายามดังอาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทางออกที่ดีของเรื่องนี้อยู่ที่การวางแนวปฏิบัติเพื่อลดความหวาดระแวง ป้องกันเหตุร้ายไม่คาดฝัน
2. เผยธาตุแท้รัฐบาลจีน ญี่ปุ่นและสหรัฐผ่านการประกาศ ADIZ ของจีน
การประกาศ ADIZ หรือเขตแสดงตนของจีนนำมาซึ่งวิวาทะจากประเทศที่เกี่ยวข้อง บ้างเห็นว่าเขตแสดงตนของจีนผิดจากมาตรฐานสากล บ้างเห็นว่าเป็นการยั่วยุให้เกิดความขัดแย้ง บ้างเห็นว่าจีนต้องการแย่งชิงหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ แต่ความจริงแล้ว ADIZ ไม่มีมาตรฐานสากล สามารถเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการยั่วยุ กรรมสิทธิ์หมู่เกาะยังเป็นข้อถกเถียงอยู่ แต่ผู้นำประเทศของแต่ละรัฐบาลต้องหาทางออกที่เหมาะสม มีปัจจัยการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

บรรณานุกรม:
1. Keck, Zachary. China Imposes Restrictions on Air Space Over Senkaku Islands. The Diplomat. http://thediplomat.com/2013/11/china-imposes-restrictions-on-air-space-over-senkaku-islands/. 23 November 2013.
2. Chao, Xie. China's ADIZ is for more than just Diaoyu sovereignty. Global Times. http://www.globaltimes.cn/content/829275.shtml#.Up0_qdIW0Rk. 2 December 2013.
3. Defense Ministry spokesman on China's air defense identification zone. Xinhua. http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-12/03/c_132938762.htm. 3 December 2013.
4. SDF, U.S. military say operations unaffected by China's ADIZ. The Asahi Shimbun. http://ajw.asahi.com/article/behind_news/politics/AJ201311290064. 29 November 2013.
5. Defense Ministry spokesman on China's air defense identification zone. Xinhua. http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-12/03/c_132938762.htm. 3 December 2013.
6. US sends new reconnaissance planes to Japan amid tension. The Indian Express. http://www.indianexpress.com/news/us-sends-new-reconnaissance-planes-to-japan-amid-tension/1202602/. 2 December 2013.
7. China’s new ADIZ may be aimed at Japan, but what about Taiwan? AEIdeas. http://www.aei-ideas.org/2013/12/chinas-new-adiz-may-be-aimed-at-japan-but-what-about-taiwan/. 5 December 2013.
8. China air zone divides US and its allies. Financial Times. http://www.ft.com/intl/cms/s/0/7927a56e-5b47-11e3-a2ba-00144feabdc0.html#axzz2mNT0d2oK. 2 December 2013.
9. P-8A Poseidon. http://www.boeing.com/assets/pdf/defense-space/military/p8a/docs/P-8A_overview.pdf. Accessed 10 December 2013.
-------------------------

ความคิดเห็น

  1. มีผู้สนใจได้นำเสนอความเห็นและตั้งคำถามหลายข้อ ผมจึงขอนำมาตอบ ณ ที่นี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ ครับ ...

    การประกาศ ADIZ ครั้งนี้สะเทือนขวัญประเทศในทะเลตะวันอออกไม่น้อย โดยเฉพาะญี่ปุ่น ดูจากข่าวที่ออกมา ญี่ปุ่นตื่นตัวทางการทหารมากที่สุด มีการเยือนประเทศต่างๆในเอเชียหลังจากทีจีนประกาศ

    คำถามครับ
    1.เกาหลีเองก็มีส่วนของ ADIZ ทับซ้อนกับของจีนอยู่.. เขากังวลและเตรียมพร้อมอย่างไรครับ ผมไม่ค่อยเห็นข่าวเลย
    2. การประกาศให้ ADIZ ทับซ้อนครั้งนี้ เป็นความจงใจของจีนที่จะก้าวร้าวต่อประเทศเหล่านี้ใช่ไหมครับ? คือกล้าและพร้อมโจมตี หากพบกันในน่านฟ้าทับซ้อนหรือเปล่า?
    3.หากเกิดการปะทะกันของ เกาหลี ญี่ปุ่น จีน จะเกิดผลยังไงต่อครับ
    4.สภาวการณ์ปัจจุบันส่งผลต่อภูมิภาคอย่างไร?

    ตอบ
    1.รัฐบาลเกาหลีใต้แสดงความกังวลตั้งแต่จีนเริ่มประกาศ พร้อมกับๆ ประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือ ญี่ปุ่น ไต้หวัน สหรัฐฯ มีอยู่ในข่าวหลายชิ้นครับ ลองค้นหาข่าวภาษาอังกฤษ แต่ท่าทีของรัฐบาลเกาหลีใต้ไม่โดดเด่นเท่าญี่ปุ่นที่ออกโรงต้านเต็มที่

    2.ผมได้เขียนบทความเรื่อง ADIZ ทั้งหมด 3 ตอน ได้ให้คำตอบเรื่องนี้ไว้แล้วครับ เรื่องนี้มองได้หลายแบบ เช่น มองว่าสหรัฐฯ ญี่ปุ่นก้าวร้าวต่อจีนมานาน วันนี้จีนมีศักยภาพโต้กลับ รายละเอียดอ่านได้ในบทความ

    3.ข้อนี้ตอบยากครับ เพราะไม่แน่ใจว่าจะเกิดการปะทะจริงๆ หรือไม่ แต่การปะทะกันเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศอย่างมากแล้วครับ

    4.คำถามนี้ตอบได้ยาวมากครับ สามารถเขียนได้อีกบทความ ผมได้ตอบบางส่วนแล้วในบทความ การพัวพันของอาเซียนกับทางออกของ ADIZ

    ขอบคุณมากครับสำหรับคำถาม
    (ปล.ของอนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน เพราะไม่ได้ขออนุญาตไว้ แต่เห็นว่าคำถามดีมาก จึงนำมาตอบในที่นี้)

    ตอบลบ
  2. ผู้อ่านท่านหนึ่งได้พูดคุยและสอบถามเพิ่มเติมดังนี้ ....

    อิงจากบทความของอาจารย์
    " ข้อเท็จจริงคือ หลังรับมอบการปกป้องน่านฟ้าจากกองทัพสหรัฐเมื่อปี 1969 ญี่ปุ่นประกาศเพิ่มเขตแสดงตนอีกสองครั้ง ครั้งแรกในปี 1972 และครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2010 แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับสักครั้ง จึงไม่แปลกใจหากทางการญี่ปุ่นจะไม่ยอมรับ ADIZ ของจีนบ้าง
    กรณีที่น่าสนใจที่สุดคือ รัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้ทุกประเทศยอมรับ ADIZ ของตน แต่กองทัพสหรัฐกลับไม่เคยยอมรับเขตแสดงตนของประเทศใด และเข้าสกัดกั้นอากาศยานรบทุกลำที่บินเข้าเขต ADIZ ของตน"
    ทำให้ผมต้องปรับทัศนะใหม่เกี่ยวกับจีนแล้ว เดิมทีคิดว่าเป็นฝ่ายจีนที่ก้าวร้าวมาตลอด แต่ความจรืงแล้วความตึงเครียดนี้กับถูกถูกสะสมมาเป็นเวลาช้านาน จนอาจจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภูมิภาคในปัจจุบัน
    แต่ในปัจจุบันอาเซียนยังไม่มีบทบาท หรือแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่องนี้ใช่ไหมครับ?

    จากบทความ "การพัวพันของอาเซียนกับทางออกของ ADIZ" ของอาจารย์ ชี้แนะให้เห็นว่าอาเซียนควรมีบทบาทในการแก้ไขปัญหานี้

    ถามต่อว่า
    1. เป็นไปได้หรือไม่ ว่าอาเซียนจะยังตั้งใจสงวนท่าทีเพื่อรักษาสถานะเดิมเช่นนี้ไว้อยู่? และเกรงกลัวว่าหากแสดงจุดยืนไปแล้ว จะทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรู้สึกคับข้องใจ
    2. หากอาเซียนนิ่งเฉยต่อความตึงเครียดนี้จะเกิดผลดี หรือ ผลเสีย มากกว่ากัน?
    3.ถ้าหากอาเซียนเสนอการเจรจา อาจารย์คิดว่าทั้งจีนและญี่ปุ่นจะยอมรับการเจรจาผ่านกลไกของอาเซียนหรือไม่?

    คำตอบ
    1. จุดยืนอาเซียนที่ประกาศไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ ขอให้แก้ไขปัญหาทุกเรื่องผ่านการเจรจา ยึดหลักไม่ใช้กำลัง ดังนั้น อาเซียนมีจุดยืนและได้ประกาศไว้นานแล้ว
    ดังที่ทราบกันดีอยู่ว่า ท่าทีของอาเซียนคือพยายามรักษาระยะห่าง ไม่ให้ชาติมหาอำนาจใดๆ เข้ามาก้าวล่วงอาเซียนมากจนเกิดปัญหากับอาเซียน

    2.ถ้าอาเซียนนิ่งเฉย อาจตีความได้หลายอย่าง เช่น อาจเป็นการแสดงว่าอาเซียนยอมรับสถานการณ์ ADIZ ในขณะนี้ หรือในมวลหมู่ชาติสมาชิกยังตกลงท่าทีร่วมกันไม่ได้
    ส่วนผลดี ผลเสีย ขึ้นกับการตีความท่าทีอาเซียน
    แต่จากสถานการณ์ที่ผ่านๆ มา อาเซียนไม่นิ่งเฉย อาจรอประกาศอย่างเป็นทางการผ่านกลไกการประชุมอาเซียนจากเวทีใดเวทีหนึ่ง

    3.ในบทความผมเสนอให้อาเซียนแสดงบทบาทมีส่วนร่วม ด้วยเหตุผลว่าที่สุดแล้วจะต้องมีการเจรจาว่าอากาศยานใดๆ ที่บินเข้าเขต ADIZ ของจีนจะปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องบินพลเรือนของสายการบินต่างๆ ของอาเซียนด้วย
    ด้วยหลักการ เป้าหมาย ดังนี้
    ก.ให้เกิดแนวปฏิบัติร่วมกัน (guideline) เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน – ไม่ได้ต่อต้าน ADIZ ของประเทศใดๆ
    ข. ในความขัดแย้งปัจจุบัน คู่กรณีหลักอยู่ทางเอเชียตะวันออกไกล พวกเขาแต่ละประเทศมีความขัดแย้งกัน รวมทั้งการที่รัฐบาลปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye) แสดงท่าทีเย็นชาต่อรัฐบาลอาเบะ หากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพ อาจทำให้บางประเทศไม่ยอมรับ
    อาเซียนมีภาพเป็นกลาง มีเวทีพูดคุยหลายเวทีที่ประเทศผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถเข้าร่วมประชุม อาเซียนจึงมีความเหมาะสมในแง่นี้
    แน่นอนว่าที่สุดแล้วย่อมต้องขึ้นกับว่าจีน ญี่ปุ่น จะเห็นชอบหรือไม่ แต่หากพวกเขาไม่ยอมรับคนกลางอาเซียน หรือไม่พร้อมที่จะเจรจา อาเซียนก็ไม่ได้เสียอะไรเพิ่มเติม
    ในทางกลับกัน ถ้าพวกเขายอมรับ ก็จะช่วยส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในภูมิภาค
    ค.การดึงประเทศคู่กรณีหลักให้เข้าสู่โต๊ะเจรจา ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดวิวาทะทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดถึงการสังหารหมู่ที่นานกิง สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือฮิตเลอร์ ฯลฯ

    การอธิบายผมใช้แนวคิดของสำนัก Realism เป็นหลัก ทุกประเทศต่างแสวงหาประโยชน์ ส่วนจะใช้วิธีการใดก็ขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ การตัดสินใจของแต่ละรัฐบาล

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…