วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐไต้หวันกับจีน อีกก้าวของการรวมชาติ

16 กุมภาพันธ์ 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6312 วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557) 
            เป็นเวลา 65 ปีหลังจากที่ฝ่ายเจียง ไคเช็ค พ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองต่อสู้กับพวกคอมมิวนิสต์จีน และได้ถอนร่นมาปักหลักที่ไต้หวัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลจีนกับไต้หวันได้ร่วมกันประชุมอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก การประชุมครั้งนี้มี นายจาง จื้อจวิน (Zhang Zhijun) หัวหน้าทีมฝ่ายจีนได้ประชุมกับนายหวัง อวี้ฉือ (Wang Yu-chi) ประธานฝ่ายไต้หวัน

ผลลัพธ์การประชุม :
            ประการแรก เปิดช่องทางการเสื่อสารระหว่าง 2 ฝ่าย
            ตัวแทนจาก 2 ฝ่ายได้ตกลงเปิดช่องทางการเสื่อสารระหว่างกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ 2 ฝ่ายสามารถติดต่อกันโดยตรงง่ายขึ้น ตัวแทนฝ่ายไต้หวันพูดว่า “สามารถใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อพูดคุยกันได้เลย” ไม่จำต้องมีสายด่วนพิเศษแต่อย่างไร ความสำเร็จของช่องทางการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ 2 ฝ่าย ในมุมหนึ่งอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในอีกมุมคือมาบัดนี้ เจ้าหน้าที่รัฐ 2 ฝ่ายสามารถติดต่อกันและกันได้ทันที

            ประการที่สอง ไต้หวันแสดงท่าทีต้องการเข้าร่วม TPP RCEP
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า เรื่องสำคัญที่ไต้หวันต้องการคือ การได้สิทธิ์เข้าร่วม Trans-Pacific Partnership (TPP) กับ Regional Comprehensive Economic Partnership (RCEP) ที่กำลังประชุมอยู่ในขณะนี้ ส่วนจีนต้องการให้ข้อตกลงกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Economic Cooperation Framework Agreement) ระหว่างจีนกับไต้หวันดำเนินต่อจนเสร็จสมบูรณ์ และต้องการเห็นว่าไต้หวันยังยึดติดกับนโยบายจีนเดียวก่อนที่จะยอมให้ไต้หวันไปเจรจาเข้ากลุ่มความร่วมมือการค้าอื่นๆ
            การแสดงท่าทีของเจ้าหน้าที่ไต้หวันดังกล่าวน่าจะเป็นเพียงการหยั่งเชิง ดูปฏิกิริยาของฝ่ายจีน เนื่องจากข้อเรียกร้องของไต้หวันคือต้องการมีส่วนร่วมในองค์กรระหว่างประเทศ กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่าง RCEP ซึ่งจำต้องได้รับความเป็นชอบจากรัฐบาลจีน นอกจากนี้ การพบปะครั้งนี้เป็นเพียงครั้งแรกของระดับเจ้าหน้าที่ ความสัมพันธ์ทั้ง 2 ฝ่ายจำต้องพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ

            ประการที่สาม เรื่องการดูแลสุขภาพนักเรียนนักศึกษา
            ประเด็นหนึ่งที่พูดคุยคือการอนุญาตให้นักศึกษาชาวจีนในไต้หวันได้รับบริการตามระบบประกันสุขภาพของไต้หวัน เช่นเดียวกับนักเรียนไต้หวันที่จะได้รับบริการตามระบบประกันสุขภาพของประเทศจีน แต่การประชุมไม่มีข้อสรุปเรื่องนี้
            ผลลัพธ์ทั้ง 3 ข้อรวมทั้งประเด็นอื่นๆ เช่น เรื่องสิทธิมนุษยชน เป็นไปตามที่ตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายได้เอ่ยปากก่อนแล้วว่าการพบปะรอบนี้จะไม่มีการลงนามในเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการประชุมครั้งแรก และทุกอย่างก็เป็นไปตามคำกล่าว ทั้งนี้เนื่องจากผลการประชุมเจรจาหลายอย่างน่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ได้ตกลงล่วงหน้าแล้ว ผลลัพธ์หลายอย่างที่ปรากฏจึงเป็นเรื่องของพิธีการ การแสดงออกให้สาธารณชนเห็นอย่างเป็นทางการ

            ประการที่สี่ ทางการจีนปฏิเสธการพบปะระหว่างผู้นำประเทศทั้ง 2 ฝ่าย
            ก่อนการประชุมเจ้าหน้าที่จีนกล่าวว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการปูทางสำหรับกลไกการสื่อสารระหว่างกัน รวมทั้งการพบปะระหว่างประธานาธิบดีของทั้ง 2 ฝ่าย
            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าเมื่อปีที่แล้ว หัวหน้าตัวแทนฝ่ายจีนกับไต้หวันได้พบปะเป็นการส่วนตัวในเวทีการประชุมเอเปก ที่บาหลี อินโดนีเซีย ในปีนี้จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม (จะจัดงานประชุมสุดยอดประจำปีในเดือนตุลาคม) จึงมีเสียงจากฝ่ายไต้หวันที่เห็นว่าเป็นโอกาสที่ประธานาธิบดีของทั้งสอง 2 ฝ่ายจะได้พบปะพูดคุย ซึ่งฝ่ายจีนยังลังเลใจ เพราะการพบปะจะเป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์ว่ารัฐบาลจีนยอมรับรัฐบาลไต้หวัน
            อุปสรรคการพบปะระหว่างผู้นำ 2 ฝ่ายคือ จะพบปะในฐานะใด เป็นการยอมรับอธิปไตยของไต้หวันหรือไม่ เนื่องจากฝ่ายจีนยังไม่ยอมรับอธิปไตยของไต้หวัน ดังนั้น การพบปะจึงต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว แต่ฝ่ายไต้หวันคงอยากให้พบปะในฐานะระหว่าง 2 “ประธานาธิบดี”
            ในอีกมุมหนึ่ง วันที่ 2 ประธานาธิบดีพบปะอย่างเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการก็ตาม คงเป็นวันที่ความสัมพันธ์ของ 2 ฝ่ายได้พัฒนาอย่างแนบแน่นมากแล้ว และน่าจะเป็นการพบปะเพื่อเจรจาเรื่องสำคัญ เป็นวันประวัติศาสตร์ เพราะประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดนั้นต้องเป็นเรื่องสำคัญ เช่น เรื่องอธิปไตยของไต้หวัน สิ่งใดที่ฝ่ายหนึ่งต้องการ อีกฝ่ายย่อมต้องเรียกร้องกลับด้วยผลประโยชน์ระดับเท่ากันหรือใกล้เคียง
            เรื่องไม่จบลงเท่านี้ เพราะประเด็นไต้หวันไม่ใช่เรื่องระหว่างรัฐบาลจีนกับไต้หวันหรือชาวไต้หวันเท่านั้น ยังต้องมองในมุมกว้างกว่านี้ โดยเฉพาะผลประโยชน์ของสหรัฐที่คอยดูแลเรื่องความมั่นคงให้กับไต้หวันมาตลอด ต้องมองยุทธศาสตร์ภาพกว้างในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
            ดังนั้น บริบทอันสุกงอมที่จะเอื้อให้ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายได้มาพบปะกันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำตามความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น

            มีความเป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ซึ่งสนับสนุนนโยบายรวมชาติ อาจต้องการพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพียงเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ว่าตนคือผู้นำไต้หวันคนแรกที่ได้พบปะผู้นำจีน และช่วยปูทางสู่การรวมชาติในอนาคต แต่ผลสรุปคือ ทางการจีนปฏิเสธการพบปะดังกล่าวในการประชุมเอเปกปีนี้ นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่ามาจากเหตุผลพื้นฐานว่าจีนยังไม่ยอมรับอธิปไตยของไต้หวัน จึงไม่อาจพบกันในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ มีข้อสังเกตว่าตลอดเวลาของการหารือ ฝ่ายจีนจะเรียกประธานาธิบดีหม่าว่า “นายหม่า” (Mister Ma) หรือ “ผู้นำหม่า” (Leader Ma)
            การประชุมเอเปกปีนี้ ประธานาธิบดีหม่าอาจไม่ไปร่วมงาน คงส่งตัวแทนไปเท่านั้น

การเยือน “ระดับเจ้าหน้าที่รัฐ” จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ :
             เมื่อพวกชาตินิยมพ่ายแพ้ได้พากลุ่มผู้สนับสนุนราว 2 ล้านคนอพยพย้ายมาอยู่ที่เกาะไต้หวัน และจัดตั้งรัฐบาลของตนเอง ในทศวรรษ 1990 รัฐบาล 2 ฝ่ายเริ่มการติดต่อซึ่งกันและกัน
            ในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งไม่ยอมเจรจากับรัฐบาลไทเป เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งไม่ยอมรับรัฐบาลไทเปว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม มองว่าเป็นพวกกบฏที่หนีออกไปตั้งมั่นที่เกาะไต้หวันซึ่งจีนถือว่าเป็นมณฑลหนึ่งของจีนมาโดยตลอด มีนโยบายห้ามไต้หวันประกาศว่าเป็นรัฐอธิปไตย
            ตลอดเวลาที่ผ่านมา 2 ฝ่ายจะพูดคุยผ่านบุคคลที่ไม่นับว่าข้าราชการหรือคนของทางการเต็มตัว แต่ด้วยการติดต่อสัมพันธ์ ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประโยชน์จากความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ดังนั้นจะว่าไปแล้ว หากจะใช้ช่องทางเดิมดำเนินต่อไปก็ย่อมทำได้ แต่ครั้งนี้เกิดปรากฎการณ์ใหม่ที่สำคัญยิ่ง นั่นคือเป็นการประชุมอย่างเป็นทางการ “ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ “ของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งมีค่าเท่ากับรัฐบาลปักกิ่งยอมรับรัฐบาลไทเปในระดับหนึ่ง แม้ว่าสื่อ Xinhua กับสื่ออื่นๆ ของจีน จะเรียกนายหวัง อวี้ฉือ เจ้าหน้าที่รัฐ ตัวแทนฝ่ายไต้หวันว่าเป็น “ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ของฝ่ายไต้หวัน” (head of the Mainland Affairs Council on the Taiwan side) การเรียกเช่นนี้ชี้ว่ารัฐบาลจีนยังไม่ได้ยอมรับอธิปไตยของไต้หวัน ซึ่งมีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐจีน (Republic of China)

            อย่างไรก็ตาม การยอมรับฐานะ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ไต้หวัน นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่รัฐบาลจีนเริ่มแสดงท่าทีบางอย่างที่ “ยอมรับ” รัฐบาลไทเปมากขึ้น และเมื่อมีการพบปะอย่างเป็นทางการครั้งแรกย่อมน่าจะมีในครั้งต่อๆ ไป กลายเป็นการติดต่อระหว่าง “ฝ่ายราชการ” กับ “ฝ่ายราชการ”
            ดังนั้น การเจรจาหารือรอบนี้ แม้ไม่ได้ประสบผลสำเร็จที่เป็นชิ้นเป็นอันมากนัก แต่ในเชิงสัญลักษณ์ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่ายได้ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว

วิเคราะห์องค์รวม : 2 ฝ่ายเห็นว่าปากท้องเรื่องสำคัญ
            หลังการปฏิวัติสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ และจีนได้เปลี่ยนผู้นำประเทศจากประธานเหมา เจ๋อตง เป็นประธานเติ้ง เสี่ยวผิง จีนก็เริ่มดำเนินนโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจ เริ่มใช้กลไกตลาด เปิดเศรษฐกิจบางส่วนให้เชื่อมต่อกับตลาดโลก หลังจากที่ปิดประเทศไม่ติดต่อค้าขายกับประเทศที่ไม่ใช่สังคมนิยม เนื่องจากเริ่มตระหนักแล้วว่าประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องไม่แพ้เรื่องการเมืองการปกครอง
            เช่นเดียวกับรัฐบาลไต้หวัน หลังจากที่มัวครุ่นคิดเรื่องการยกกองทัพข้ามช่องแคบไต้หวันเพื่อกลับไปกอบกู้เอาดินแดนมาตุภูมิคืนจากพรรคคอมมิวนิสต์อยู่นานหลายปี ก็เริ่มตระหนักว่าชาวไต้หวันให้ความสำคัญกับชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ไม่น้อยกว่าเรื่องการเมืองการปกครอง
            ด้วยความที่ 2 ฝ่ายเห็นพ้องต้องกันเช่นนี้ และด้วยแรงผลักดันของนักธุรกิจหัวใสที่เห็นช่องทางทำธุรกิจ ที่สุดแล้ว 2 ฝ่ายก็หันเข้าหากันด้วยผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เพื่อปากท้องของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เก็บเรื่องความขัดแย้งในยุคที่ความเห็นต่างทางอุดมการณ์การเมืองเป็นความขัดแย้งรุนแรง ให้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ ที่รุ่นหลานรุ่นเหลนจะได้ศึกษาต่อไป

            เป็นเวลา 65 ปีแล้วนับจากฝ่ายชาตินิยมถอยร่นมาปักหลักที่เกาะไต้หวัน ณ วันนี้ ผลจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์ยังเป็นมรดกตกทอดจนถึงคนรุ่นปัจจุบัน เรื่องความแตกต่างทางการเมืองการปกครองยังเป็นประเด็นที่ต้องถกกันต่อไป ทางออกที่ดีอาจเป็นการปล่อยให้คนรุ่นหลานรุ่นเหลนในอนาคตเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย เมื่อถึงเวลานั้นการตัดสินใจอาจเป็นเรื่องง่าย เพราะอยู่ภายใต้บริบทที่เอื้ออำนวย คนไต้หวันกับคนจีนแผ่นดินใหญ่ไม่ใช่ใครอื่นไกล ตามหลักรัฐชาติ (Nation-state) สมัยใหม่ถือว่าคนชาติ (nation) เดียวกัน การรวมตัวแล้วแยกออก การแยกออกแล้วรวมตัวกันใหม่ เป็นเรื่องปกติของความเป็นไปในโลกนี้
            ที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าการเมืองการปกครอง คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ผู้คนทั้ง 2 ฝ่ายจำนวนนับสิบนับร้อยล้านคน “กำลังดิ้นรนทุกวัน” เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจ ทำอย่างไรจึงจะได้ชีวิตความเป็นอยู่อย่างอารยชน นี่ควรเป็นงานหลักของผู้ปกครองจีน ไม่ว่าจะจีนไต้หวัน จีนแผ่นดินใหญ่ หรือจีนใดๆ ก็ตาม
-----------------

บรรณานุกรม:
1. (Cross-Strait affairs chiefs hold first formal meeting. (2014, February 11). People’s Daily/Xinhua. Retrieved from http://english.peopledaily.com.cn/90785/8533026.html)
(Pu Zhendong and Zhao Shengnan. (2014, February 11). Meeting heralds 'new model' for cross-Straits talk. Retrieved from http://www.chinadaily.com.cn/china/2014-02/11/content_17276099.htm)
(China, Taiwan hold first direct talks since 1949 split. (2014, February 11). The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/china-taiwan-hold-first-direct-talks-since-1949-split/2014/02/11/beea8a92-92f3-11e3-b3f7-f5107432ca45_story.html)
 (EDITORIAL: Wang-Zhang: What lies beneath? (2014, February 13). Taipei Times. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/editorials/archives/2014/02/13/2003583371)
(Taiwan's mainland affairs chief pays Sun Yat-sen tribute. (2014, February 12). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-02/12/c_133109252.htm)
(Wang-Zhang meeting gets on the way in Nanjing. (2014, February 11). Taiwan News. Retrieved from http://www.taiwannews.com.tw/etn/news_content.php?id=2410296)
(DPP ex-leader cautions about direct China contacts. (2014, February 14). Taiwan News. Retrieved from http://www.taiwannews.com.tw/etn/news_content.php?id=2413416)
(Beijing rejects Ma-Xi meeting at APEC. (2014, February 15). Central News Agency. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2014/02/15/2003583541)
(Wang-Zhang meeting gets on the way in Nanjing. (2014, February 11). Taiwan News. Retrieved from http://www.taiwannews.com.tw/etn/news_content.php?id=2410296)
(Talk of the Day -- Interpreting Wang's historic visit. (2014, February 13). Central News Agency. Retrieved from http://www.taiwannews.com.tw/etn/news_content.php?id=2412555)
(Shirk, Susan L. (2007). China: Fragile Superpower: How China's Internal Politics Could Derail 8Its Peaceful Rise. New York: Oxford University Press.)
----------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น