ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สงครามนานกิง สมรภูมิจีน-ญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 21

มีนาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6326 วันอาทิตย์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2557)

            เมื่อสามสี่วันก่อน ทางการจีนได้ประกาศให้ทุกวันที่ 13 ธันวาคม เป็นวันสำคัญประจำปี เพื่อรำลึกผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่นานกิง (Nanjing Massacre) เมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1930 ตามข้อมูลของจีน การสังหารหมู่ทำให้ชาวจีนกว่า 3 แสนคนเสียชีวิตภายใน 40 วัน การรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวมุ่งชี้ความโหดร้าย การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศของกองทัพญี่ปุ่นในสมัยนั้น
            นอกจากนี้ ให้ทุกวันที่ 3 กันยายน เป็นวันแห่งชัยชนะของสงครามที่กองทัพประชาชนจีนสามารถต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น (Victory Day of the Chinese People's War of Resistance Against Japanese Aggression) เพื่อให้คนรุ่นปัจจุบันได้รำลึกประวัติศาสตร์ ที่จีนได้ต่อต้านพวกลัทธิจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพวกเผด็จการฟาสซิสต์ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 และนับเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่จีนสามารถต่อต้านการรุกรานจากต่างชาติ
            พร้อมกับตอกย้ำว่าจีนต้องการสันติภาพและสร้างอนาคตที่สดใส ให้คนรุ่นใหม่ได้ตระหนักว่าคนรุ่นก่อนได้ร่วมกันขับไล่การรุนรานจากญี่ปุ่นอย่างไร มีวีรกรรมของผู้รักชาติมากมาย ให้เห็นความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยจากผู้รุกราน ส่งเสริมความรักชาติ
            หากนับจากวันเกิดเหตุสังหารหมู่นานกิง เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วเกือบ 8 ทศวรรษ และมาวันนี้ทางการจีนเพิ่งจะประกาศให้เป็นวันสำคัญแห่งชาติ เหตุผลเบื้องหลังของการประกาศ จึงตีความเป็นอื่นไม่ได้ นอกจากการตอบโต้รัฐบาลอาเบะในช่วงนี้

            ภายใต้กรอบคิดดังกล่าว สามารถอธิบายการตอบโต้จากจีนได้ดังนี้
            ประการแรก ตอบโต้ที่นายกฯ อาเบะไปสักการะทหารญี่ปุ่นผู้เสียชีวิตที่ศาลเจ้ายาสุกุนิ
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมื่อผู้นำญี่ปุ่นไปเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine) ไม่ว่าจะเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการหรือส่วนตัว ไม่ว่าจะไปเพื่อสันติภาพหรือไม่ ทางการจีนจะตีความว่าผู้นำญี่ปุ่นให้เกียรติอาชญากรสงครามที่กระทำการอันโหดร้ายต่อจีนในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพา รัฐบาลจีนโจมตีนายกฯ อาเบะอย่างต่อเนื่อง หลังการเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิเมื่อปลายปีที่ผ่าน กล่าวหาว่ากำลังรื้อฟื้นลัทธิชาตินิยม ทหารนิยมขึ้นมาอีกครั้ง
            ในมุมมองนี้ชี้ว่า เมื่อรัฐบาลอาเบะพยายามรื้อฟื้นชาตินิยมญี่ปุ่นด้วยการไปเยือนศาลเจ้า รัฐบาลจีนจึงตอบโต้ด้วยการประกาศวันสำคัญส่งเสริมชาตินิยมจีน ต่อต้านชาตินิยมญี่ปุ่น

            ประการที่สอง ตอบโต้ที่รัฐบาลอาเบะปฏิเสธเรื่องการทำลายล้างนานกิง
            เรื่องราวการทำลายล้างนานกิง เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 1937 ทหารญี่ปุ่นระดับล่างและระดับกลางได้สังหารหมู่ประชาชนในเมือง 6-7 สัปดาห์ ข้อมูลบางแหล่งอ้างว่าพลเอกเจ้าชายยาสุฮิโกะ อาซากะ (Yasuhiko Asaka) พระญาติในสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโระฮิโตะ (Hirohito) ได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมสงครามนานกิง และมีคำสั่งลับจากศูนย์บัญชาใหญ่ของพลเอกเจ้าชายอาซากะ ให้สังหารเชลยทุกคน อ้างว่าทหารจีนปลอมตัวเป็นพลเรือนซ่อนตัวอยู่ในเมือง
            ในช่วงเวลานั้น ฝ่ายจีนไม่ได้ประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการ การถอยร่นออกจากเมืองเป็นไปอย่างวุ่นวาย ทหารราว 7 หมื่นนายติดอยู่ในเมือง ชาวเมืองส่วนใหญ่อพยพออกจากเมืองได้ทัน แต่อีกราว 2.5 แสนคนยังติดอยู่ภายใน
            เมื่อเมืองไม่อยู่ภายใต้การควบคุมจากรัฐบาลจีน ชาวต่างชาติที่อยู่ในเมือง 4 ประเทศประกอบด้วยสหรัฐ อังกฤษ เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ได้ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อบริหารเขตพื้นที่ปลอดภัย ที่กินบริเวณราว 2 ตารางไมล์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง รายงานการศึกษาเหตุการณ์สังหารหมู่นานกิงจำนวนมากมักอ้างหลักฐานเอกสารราว 4 พันหน้าที่ชาวต่างชาติในเมืองบันทึกความโหดร้ายทารุณที่ทหารญี่ปุ่นกระทำต่อชาวจีน ทั้งยังมีภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวจำนวนมากที่ปัจจุบันสามารถหาดูได้ในสื่อออนไลน์
            เชลยชายทุกคนที่มีวัยเป็นทหารถูกมัดและสังหารด้วยปืนกลหรือด้วยดาบปลายปืน เชลยบางคนถูกจับย่างไฟหรือเผาทั้งเป็น ไม่มีหลักฐานชัดเจนที่สามารถระบุจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด มีผู้ประเมินว่าน่าจะราว 3 แสนคน หรืออย่างน้อยจะต้องมากกว่า 150,000 คน ผู้หญิงกว่า 20,000 คนถูกข่มขืน หลายคนถูกรุมข่มขืน หลายคนถูกข่มขืนแล้วฆ่า

            สำหรับญี่ปุ่น เรื่องการทำลายล้างนานกิง เป็นเรื่องที่สังคมญี่ปุ่นยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน บ้างเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้น บางยอมรับว่าได้สังหารคนจีนจำนวนหนึ่งแต่ไม่มากอย่างที่ฝ่ายจีนกล่าวอ้าง และบ้างก็ยอมรับตามข้อมูลของฝ่ายจีน
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มักมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงญี่ปุ่นออกมากล่าวว่าเรื่องการทำลายล้างนานกิงไม่เป็นความจริง กรณีที่เป็นข่าวล่าสุดคือ กรณีที่นายนาโอกิ ยากุตะ (Naoki Hyakuta) เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของ NHK สื่อทางการญี่ปุ่นกล่าวว่า เหตุการณ์สังหารหมู่นานกิงไม่เคยเกิดขึ้น เรื่องนี้เป็น “การโฆษณาชวนเชื่อ” ของฝ่ายจีน ทางการจีนจึงตอบโต้ด้วยการประกาศจัดตั้งวันรำลึกผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สังหารหมู่นานกิง เพื่อตอกย้ำประวัติศาสตร์ตามข้อสรุปของฝ่ายจีน

            ประการที่สาม ตอบโต้ที่รัฐบาลอาเบะแก้การเรียนการสอนประวัติศาสตร์
            การแก้ไขตำราเรียนคือเรื่องที่เกิดขึ้นควบคู่การการเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิ การปฏิเสธการทำลายล้างนานกิง ที่จีนโจมตีว่านี่คือการปลุกลัทธิชาตินิยม ลัทธิทหารนิยมขึ้นมาใหม่
            รัฐบาลอาเบะกำลังปรับเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนชั้นมัธยมต้นกับมัธยมปลายให้มีความรักชาติมากยิ่งขึ้น รู้สึกภาคภูมิใจในความเป็นชาติญี่ปุ่น มุ่งพูดถึงแต่เรื่องดีของกองทัพ มากกว่าที่จะพูดถึงกองทัพญี่ปุ่นในฐานะเป็นผู้รุกราน กระทำการอันโหดร้ายทารุณ จึงห้ามการพูดถึงเหตุการณ์ทำลายล้างนานกิงและเรื่องอื่นๆ ที่สร้างความเสื่อมเสีย
            ทางการจีนจึงโต้ตอบด้วยการประกาศวันสำคัญทั้ง 2 วัน เพื่อย้ำเตือนให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง (ตามมุมมองของจีน) เป็นอย่างไร กองทัพญี่ปุ่นในอดีตไม่ได้ยิ่งใหญ่ ไม่ได้มีเกียรติอย่างที่รัฐบาลอาเบะพยายามปลูกฝัง

            ประการที่สี่ ย้ำเตือนว่าสุดท้ายจีนเป็นฝ่ายชนะสงคราม
            ผลลัพธ์สุดท้าย คือการตอกย้ำว่า จีนเป็นฝ่ายมีชัย ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายปราชัย และย้ำว่าญี่ปุ่นเคย “รุกราน” แผ่นดินจีน (สังเกตการใช้คำว่า ‘Japanese Aggression’) ตอบโต้ที่นายกฯ อาเบะพูดในรัฐสภาว่าเขาไม่เชื่อว่าการที่ญี่ปุ่นยึดครองประเทศอื่นๆ ในระหว่างสงครามถือว่าเป็น “การรุกราน” โดยให้เหตุผลว่าคำดังกล่าวยังไม่มีนิยามอันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป “มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละประเทศ” และพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงคำๆ นี้
            ทั้งหมดนี้น่าจะเป็นการย้ำเยือนให้คนจีนปัจจุบันเห็นว่าพวกฝ่ายขวาจัดญี่ปุ่นเป็นปรปักษ์ ทั้งในอดีต ปัจจุบันและอนาคต สงครามนานกิงในอดีตจึงถูกรื้อฟื้นขึ้นมาพูดอย่างกว้างขวาง กลายเป็นวิวาทะทางการเมืองระหว่างประเทศ เป็น สงครามนานกิงในศตวรรษที่ 21 ที่กำลังเป็นไป และคงไม่ยุติในระยะเวลาอันใกล้นี้

จุดอ่อน ข้อควรระวัง :
            ดังที่วิเคราะห์ข้างต้นว่า การจัดงานรำลึกทั้ง 2 วันมีเป้าหมายเพื่อตอบโต้ญี่ปุ่นเป็นหลัก  ซึ่งน่าจะมีผลต่อชาวจีนไม่มากก็น้อย แต่ในอีกมุมหนึ่งมีจุดอ่อนและข้อควรระวัง ดังนี้
            ประการแรก การจัดวันรำลึก วันฉลองชัยชนะจะมีผลต่อญี่ปุ่นหรือไม่
            ไม่ว่าประเทศจีนจะจัดวันรำลึกอย่างไร หรือจะจัดกี่วันต่อปีก็ตาม ทั้งหมดคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศจีน ชาวญี่ปุ่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างไร
            ที่สุดแล้วประวัติศาสตร์ในช่วงมหาสงครามเอเชียบูรพา ยังเป็นชุดความจริง 2 ชุดที่แตกต่างกัน ต่างฝ่ายต่างยึดถือว่าของตนถูกต้อง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก
            ที่สำคัญคือ ไม่อาจเปลี่ยนแนวคิดของฝ่ายขวาจัดญี่ปุ่น ไม่อาจเปลี่ยนนโยบายความมั่นคงของรัฐบาลอาเบะ ต้องไม่ลืมว่าฝ่ายขวาจัดยึดแนวทางนี้มานานแล้ว และดำเนินการต่อเนื่องมาแล้วหลายสิบปี นายกฯ อาเบะเป็นเพียงตัวละครตัวหนึ่งในขณะนี้ที่สะท้อนแนวคิดฝ่ายขวาจัด รัฐบาลอาเบะมาแล้วและจะจากไปในที่สุด รัฐบาลใหม่ในอนาคตหากเป็นพวกขวาจัดก็จะดำเนินนโยบายเช่นนี้อีก

            ประการที่สอง เพิ่มการเผชิญหน้า เพิ่มวาทะกรรม
            ผลที่เกิดขึ้นแน่นอนและเกิดขึ้นแล้วคือ การตอบโต้ไปมาที่เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่จำนวนประเด็นกับความถี่ จนสหรัฐต้องออกมาปรามเพื่อลดความร้อนแรง
            สะท้อนว่า 2 ฝ่ายต่างไม่ยอมลดราวาศอก ทั้งยังน่าคิดอีกว่า รัฐบาลอาเบะต้องการให้เกิดการตอบโต้ใช่หรือไม่ ญี่ปุ่นกำลังขึ้นชั้นเข้ามาต่อกรกับจีนโดยตรง ความตึงเครียดที่เพิ่มพูน ทำให้บทบาทญี่ปุ่นในภูมิภาคโดดเด่น

            ประการที่สาม ชาตินิยมเข้มข้น
            หากวิเคราะห์ในระดับประชาชน สงครามนานกิงในศตวรรษที่ 21 เป็นสมรภูมิที่ดึงประชาชนเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ปัจจุบันจีนมีประชากรราว 1,350 ล้าน (ข้อมูลปี 2013) ส่วนญี่ปุ่นมี 127 ล้าน รวม 2 ประเทศเท่ากับ 1,477 ล้านคน หรือเกือบเท่ากับ 1 ใน 5 ของประชากรโลก
            ถ้ามองในกรอบนี้ น่าจะพูดได้ว่านี่เป็นสงครามขนาดใหญ่ มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก คนเหล่านี้หากไม่ระวัง ขาดความเข้าใจ ย่อมได้รับการปลูกฝังความเป็นชาตินิยมได้ง่ายๆ ต่างฝ่ายต่างรักชาติคนตน และมุ่งมองแง่ลบของอีกฝ่าย

            การปลูกฝังให้คนในประเทศรักชาติเป็นเรื่องดี แต่ควรระมัดระวังอย่างยิ่ง หากเป็นการปลูกฝังด้วยการมองคนต่างชาติในแง่ลบ
            รัฐบาลจีนกับญี่ปุ่นต่างมีหน้าที่ต้องปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ แต่หนทางสู่การบรรลุเป้าหมายสามารถทำได้หลายวิธี สมควรไตร่ตรองว่าวิธีการใดจะสร้างคนในชาติได้ดีกว่า อารยธรรมของจีนกับญี่ปุ่นคืออารยธรรมแห่งสังคมผู้รักสันติจริงหรือไม่ หรือว่าเรื่องเหล่านี้มีแต่ในตำราประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลตั้งใจเขียนให้เยาวชนรุ่นใหม่อ่านแล้วรู้สึกดีเท่านั้น
            หากมองในภาพกว้าง นักวิเคราะห์บางคนเช่นนายปีเตอร์ ลี (Peter Lee) ชี้ว่าความขัดแย้งระหว่างจีนกับญี่ปุ่นคือแนวรบหลักของสมรภูมิทางการเมืองระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบันสงครามนานกิงในศตวรรษที่ 21 จึงอยู่ในฐานะเป็น 1 ในสมรภูมิย่อยของสงครามใหญ่ในขณะนี้
-----------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:
ทุกคนทุกชาติต่างมีความเชื่อศาสนาของตนเอง ทหารญี่ปุ่นหลายคนเข้าทำสงครามด้วยความเชื่ออย่างบริสุทธิ์ใจว่านี่คือสงครามศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่คนชาติอื่นย่อมมีความคิดเห็นของตนเอง เป็นอีกภาพความจริงของโลกที่ยังดำรงอยู่ในปัจจุบัน หรือแม้กระทั่งภายในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ใช่ว่าทุกคนจะคิดเห็นตรงกัน ชาวญี่ปุ่นที่ไปสักการะศาลเจ้ายาสุกินิก็ใช่ว่าจะไปด้วยความหมายเดียวกัน หรือมีความรู้สึกที่เข้มข้นตรงกัน 

บรรณานุกรม:
1. Central Intelligence Agency. (2014, February 2). The World Factbook. Retrieved from https://www.cia.gov/library/publications/the-world-factbook/geos/ja.html
2. China plans Nanjing Massacre memorial day. (2014, February 25). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-02/25/c_133142561.htm
3. China ratifies anti-Japanese war victory day. (2014, February 27). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-02/27/c_133148388.htm
4. China ratifies day for Nanjing Massacre victims. (2014, February 27). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-02/27/c_133148350.htm
5. China to set anti-Japanese war victory day. (2014, February 25). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-02/25/c_133142573.htm
6. Egler, David G. (2007). Great Events from History: The 20th Century. Gorman, Robert F. (Ed.). USA: Salem Press.
7. Kingston, Jeff. (2013). Contemporary Japan: History, Politics, and Social Change since the 1980s (2nd ed.). USA: John Wiley & Sons Ltd.
8. Lee, Peter. (2014, February 25). Asia pivot comes back to bite the US. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/China/CHIN-01-250214.html
9. NHK massacre denier "historically shortsighted": expert. (2014, February 6). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/indepth/2014-02/06/c_133095713.htm
10. Takahashi, Kosuke. (2014, February 13). Shinzo Abe’s Nationalist Strategy. Retrieved from http://thediplomat.com/2014/02/shinzo-abes-nationalist-strategy/
-------------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…