ความกลัว ความเชื่อของสหรัฐต่อนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ และความจริง

ชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐหวั่นวิตกต่อการถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนหนึ่งเป็นประสบการณ์เก่าๆ ตั้งแต่สมัยสงครามเย็นที่คิดว่าหากสงครามนิวเคลียร์อุบัติ ความตายจะมาเยือน ประเทศจะพังพินาศ อารยธรรมล่มสลาย ไม่มีใครอยากทำสงครามนิวเคลียร์ พูดให้ชัดกว่านี้คือไม่อยากถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์
            ด้วยความกลัวที่ฝังแน่น ภัยนิวเคลียร์จึงเป็นเรื่องใหญ่ ผู้นำประเทศต้องตอบสนองว่าเป็นเรื่องใหญ่ด้วยเช่นกัน ให้สมกับเป็นผู้นำกองทัพ ผู้ปกป้องชาวอเมริกันทั้งมวล ทุกครั้งเมื่อมีเรื่องเกี่ยวกับนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ รัฐบาลสหรัฐจึงต้องตอบโต้ทันที
จริงหรือที่เกาหลีเหนือมีระเบิดนิวเคลียร์ :
            ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมาว่า “ไม่มีใครปลอดภัย มีใครปลอดภัยหรือ นายคนนั้นมีอาวุธนิวเคลียร์” (หมายถึงผู้นำเกาหลีเหนือ)
            รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศมาหลายปีแล้วว่ามีระเบิดนิวเคลียร์ พร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ รัฐบาลสหรัฐตั้งแต่สมัยโอบามากับนักวิชาการบางคนยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีระเบิดนิวเคลียร์จริงแต่ยังไม่สามารถบรรจุเป็นหัวรบขีปนาวุธ
            แต่ถ้าศึกษาในรายละเอียดรอบด้าน พบว่ามีความสับสนหลายอย่างที่หลายคนอาจไม่ทราบ

            ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานกับงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าเกาหลีเหนือ “น่าจะ” มีอาวุธนิวเคลียร์แล้ว บางรายงานนำเสนอว่ามีหลายลูก นับสิบลูก
รายงาน North Korea’s Nuclear Futures: Technology and Strategy เมื่อปี 2015 ระบุว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมด 10-16 ลูก อย่างไรก็ตามรายงานไม่ยืนยันข้อมูลนี้ ทั้งยังตั้งคำถามถึงการทำงานของเตาปฏิกรณ์ว่ายังเป็นปกติหรือไม่ เครื่องเสริมสมรรถนะยังทำงานเป็นปกติเพียงใด ชี้ว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ขาดข้อมูลที่ถูกต้องชัดเจน
            รวมความแล้ว รัฐบาลเกาหลีเหนือกับสหรัฐประกาศว่าเกาหลีเหนือมีระเบิดนิวเคลียร์แล้ว แต่รายงานจากบางองค์กรไม่ยืนยันข้อสรุปนี้

            ข้อโต้เถียงคือเกาหลีเหนือได้ทดสอบจุดระเบิดนิวเคลียร์ให้ห้องทดลองเพียง 5 ครั้ง แต่ละครั้งมีขนาดความแรงของระเบิดแตกต่างกัน ครั้งต้นๆ มีแรงระเบิดเพียงเล็กน้อย ลักษณะเช่นนี้น่าจะบ่งชี้ว่าอยู่ในขั้นการทดลอง ระบบยังไม่เสถียร ทั้งยังไม่เคยทดสอบความแม่นยำ ถ้าเป็นนิวเคลียร์ที่ถือเป็นอาวุธใช้การได้จริงจะต้องผ่านทดสอบมากกว่านี้อีกมาก จนกระทั่งเป็นระบบอาวุธที่มีเสถียรภาพ ยิงออกไปแล้วถึงเป้าหมายและระเบิด ดังนั้นกรณีของเกาหลีเหนือไม่สมควรถือว่าเป็น ”อาวุธ” ที่ใช้การได้

ความก้าวหน้าของระบบนำส่ง ความสับสนของสหรัฐ:
            ความเข้าใจสำคัญข้อคือ ถ้ามีหัวรบนิวเคลียร์แต่ขาดระบบนำส่ง เช่น เครื่องบิน ขีปนาวุธ เพื่อไปทิ้งยังเป้าหมาย หัวรบนิวเคลียร์เท่ากับอยู่กับที่ (อยู่ที่เกาหลีเหนือ) ทุกประเทศจึงต้องพัฒนาระบบนำส่ง
            เนื่องจากเกาหลีเหนือเพิ่งพัฒนาและใช้เทคโนโลยีเก่า ตัวระเบิดจึงมีขนาดใหญ่ เกิดคำถามว่าสามารถบรรจุในหัวรบขีปนาวุธได้หรือไม่ บางคนบางชี้ว่า “อาจ” สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ในขีปนาวุธ 1-2 ลูก รวมถึงขีปนาวุธพิสัยกลาง Nodong (Rodong) แต่บางคนไม่เห็นด้วย
เรื่องขีปนาวุธเป็นประเด็นสำคัญและก่อความสับสนมาก ปัญหาหนึ่งมาจากการประเมินของรัฐบาลสหรัฐที่ผิดพลาดอยู่เรื่อย

            ยกตัวอย่าง U.S. National Intelligence เดิมยืนยันมาตลอดว่าเกาหลีเหนือจะสามารถผลิตขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ได้ภายในปี 2015 แต่งานวิจัยของ RAND ในปี 2012 กลับชี้ว่าขีปนาวุธ Unha-3 แม้สามารถปล่อยดาวเทียมขนาด 100 กิโลกรัม แต่จรวดรุ่นนี้ไม่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ที่มีพิสัยข้ามทวีป “ถ้าต้องการขีปนาวุธข้ามทวีป จะต้องพัฒนาจรวดนำส่งแบบใหม่ ใช้เทคโนโลยีใหม่ (ไม่ใช่พัฒนาจากเดิม) ต้องทำงานอีกมาก ใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล” ก่อนหน้านี้ International Institute for Strategic Studies สรุปเมื่อปี 2011 ว่าหากเกาหลีเหนือต้องการมีขีปนาวุธข้ามทวีปจริง “ต้องยิงทดสอบอีกมาก อาจต้องยิงทดสอบอย่างน้อย 12 ครั้งหรือไม่ก็ 24 ครั้ง ในเวลา 3-5 ปี” นอกจากนั้น ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเกาหลีเหนือกำลังทดสอบติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์กับขีปนาวุธเหล่านี้
            ข้อเท็จจริงคือเกาหลีเหนือเพิ่งทดสอบยิง/ใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลเพียงไม่กี่ครั้ง หลายครั้งล้มเหลว

            มีนาคม 2013 ตรงข้ามกับความเห็นของ RAND นักวิเคราะห์สหรัฐบางคนยังเสนอความเห็นว่าเกาหลีเหนืออาจสามารถผลิตขีปนาวุธข้ามทวีปได้ภายก่อนสิ้นสุดสมัยที่สองของประธานาธิบดีโอบามา (หรือปี 2016) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าผิดพลาด เช่นเดียวกับความผิดพลาดของ U.S. National Intelligence ที่ยืนยันมาตลอดว่าเกาหลีเหนือจะสามารถผลิตขีปนาวุธข้ามทวีปได้ภายในปี 2013 เป็นอีกกรณีตัวอย่างว่าหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่สหรัฐประเมินผิดพลาด
            ไม่ว่าจะประเมินผิดพลาดด้วยเหตุผลใด ข้อคิดที่ได้คือการประเมินขาดความน่าเชื่อถือ

            อีกตัวอย่างหนึ่ง ต้นเดือนเมษายน 2015  พลเรือเอก William Gortney ผู้บังคับบัญชา NORAD และ US Northern Command กล่าวว่า “เราประเมินว่าพวกเขามีความสามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์ในขีปนาวุธ KN-08” และยิงถึงแผ่นดินสหรัฐ เกาหลีเหนือมีระบบดังกล่าวแล้ว
            ที่ผ่านมารัฐบาลเกาหลีเหนืออ้างว่าขีปนาวุธ KN-08 (Hwasong-13) ติดหัวรบนิวเคลียร์ เคยนำมาแสดงต่อสาธารณะหลายครั้ง ข้อเท็จจริงคือขีปนาวุธรุ่นนี้ยังไม่เคยทดลองยิงจริงสักครั้งเดียว ถึงกระนั้นก็ตามพลเรือเอก Gortney ยึดตามคำพูดเกาหลีเหนือว่ามีขีปนาวุธ KN-08 ยิงถึงสหรัฐแล้ว น่าแปลกแต่จริงที่ทางการสหรัฐคล้อยตามคำพูดเกาหลีเหนือที่พูดผิดๆ ถูกๆ เรื่อยมา
            ที่น่าแปลกกว่านั้น คือ ฝ่ายสหรัฐมีทั้งคนที่ประกาศว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธที่ยิงถึงสหรัฐแล้วกับผู้ที่เห็นว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น (ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ฝ่ายหลัง)

ถ้ายึดถือรายงาน The Military Balance 2017 ของ International Institute for Strategic Studies (IISS) จะได้ข้อสรุปว่า ในอนาคตขีปนาวุธกับเครื่องบินทิ้งระเบิด H-5 (Il-28) ของเกาหลีเหนืออาจสามารถติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์หรือปล่อยระเบิดนิวเคลียร์ แต่ ณ วันนี้ยังปราศจากหลักฐานชี้ชัดว่าเกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการผลิตหัวรบหรือระเบิดนิวเคลียร์พร้อมระบบนำส่ง
            ไม่ว่าจะเชื่อใคร ข้อสรุปเรื่องหัวรบนิวเคลียร์ ระบบนำส่งนั้นสับสน สุดท้ายกลายเป็นว่าขึ้นอยู่กับใครว่าจะสรุปอย่างไรก็ตอบสนองไปอย่างนั้น

ความเชื่ออย่างผิดๆ ของสหรัฐ :
            จากการศึกษาพบว่ารายงานวิเคราะห์ ความเห็นของเจ้าหน้าที่มักทำให้คิดว่ารุนแรง น่ากลัวอย่างยิ่ง คำถามคือเป็นการประเมินเกินจริงหรือไม่ ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าหลายครั้งผิดพลาดและเกินจริง สร้างความสับสนเพราะพูดไม่ตรงกัน กลับไปกลับมา
            ไม่ว่าเหตุผลของความสับสนคืออะไร ผลการวิเคราะห์ที่ผ่านมักก่อให้เกิดการเผชิญหน้ารุนแรง สนับสนุนนโยบายเสริมกำลังรบ บทบาทผู้นำประประเทศด้านความมั่นคง (ทั้งฝ่ายสหรัฐกับเกาหลีเหนือ)
            ฝ่ายสหรัฐแสดงความกังวลเรื่อยมาว่าหากวันหนึ่งเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์ อาจถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์นั้น พร้อมกับพยายามแสดงเหตุผลทำนองว่าผู้นำประเทศเผด็จการเกาหลีเหนือพร้อมทำทุกอย่างแม้ใช้นิวเคลียร์ คิม จ็อง-อึน (Kim Jong-un) ผู้นำคนปัจจุบันอายุยังไม่เท่าไหร่ อาจคิดไม่รอบคอบใช้อาวุธนิวเคลียร์แบบสุ่มสี่สุ่มห้า ฯลฯ
            รวมความแล้ว ความเชื่ออย่างผิดๆ ของรัฐบาลสหรัฐพยายามบอกต่อสังคมอเมริกันต่อพลเมืองของตนว่าไม่ช้าก็เร็วประเทศจะถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนือ

            รัฐบาลเกาหลีเหนือยอมรับว่าไม่ว่าจะเทียบพลังอำนาจด้านใดก็ไม่อาจสู้สหรัฐได้เลย แต่เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐแสดงความเป็นปฏิปักษ์ต่อตนเรื่อยมา จึงต้องแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องปรามการรุกรานจากสหรัฐ
            ถ้าคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล สมมุติว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์และยิงถึงสหรัฐ เกาหลีเหนือย่อมตระหนักว่าแม้มีอาวุธนิวเคลียร์ 10-20 ลูก ก็ไม่อาจชนะสงคราม (เทียบกับสหรัฐที่มีกว่า 6,000 ลูก ไม่นับอาวุธอื่นๆ) ระบอบจะล่มสลายและประเทศจะไม่เหลืออะไรหากทำสงครามนิวเคลียร์กับสหรัฐ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอันควรที่เกาหลีเหนือจะเปิดฉากโจมตีก่อน และถ้าเชื่อว่าเป้าหมายของผู้นำเกาหลีเหนือกับบริวารคือความอยู่รอดของระบอบ ยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะใช้อาวุธนิวเคลียร์
            ถ้าเกาหลีเหนือไม่ทำสงครามกับสหรัฐ ฝ่ายสหรัฐจะมีเหตุผลอันใดที่จะทำสงครามนิวเคลียร์

            แต่ด้วยความเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะใช้นิวเคลียร์ต่อตน จึงต้องสกัดกั้นไม่ให้เกาหลีเหนือมีนิวเคลียร์และขีปนาวุธที่สามารถยิงถึงสหรัฐ (ปัจจุบันประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์ แต่ยังขาดขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงถึงสหรัฐ)

            ที่สำคัญกว่านั้นคือ เป็นอีกเหตุผลให้รัฐบาลสหรัฐในปัจจุบันคงอาวุธนิวเคลียร์หลายพันหัวรบ ทั้งๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่ามีมากเกินจำเป็น ต้องสูญเสียงบประมาณปีละหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อดูแลรักษาในยามที่ประเทศขาดดุลมากขึ้นทุกปี สามารถเสริมสร้างกำลังรบในคาบสมุทรเกาหลี คงฐานทัพทั้งในเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธเพิ่มเติม (ดังที่เป็นข่าวในช่วงนี้)
            ผลประโยชน์ที่รัฐบาลสหรัฐคาดหวังจึงไม่ใช่เรื่องต่อเกาหลีเหนือโดยตรงเท่านั้น

          เหล่านี้คือผลแห่งความกลัว ความเชื่ออย่างผิดๆ ของรัฐบาลสหรัฐที่ดำเนินต่อเนื่องมาไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครท รวมทั้งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) คนปัจจุบันด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนหนึ่งเป็นเพราะความกลัวกับความเชื่ออย่างผิดๆ ที่ฝังแน่นในสังคมมานาน ส่วนใครจะใช้ประโยชน์ความกลัวนี้อย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่อง
21 พฤษภาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7499 วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2560)
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
นักวิชาการบางคนพูดถึงการปิดล้อมคู่ (dual containment) หมายถึงการปิดล้อมจีนกับรัสเซีย บทความนี้พูดถึงการปิดล้อมจีนกับเกาหลีเหนือในแง่ว่ารัฐบาลสหรัฐเพิ่มแรงกดดันปิดล้อมเกาหลีเหนือโดยยืมมือจีน และเท่ากับเป็นการเร่งโดดเดี่ยวจีนไปในตัว  ในทางปฏิบัติหมายความว่านับจากนี้รัฐบาลสหรัฐจะลงโทษจีนอย่างไรก็ได้ เช่น คว่ำบาตรสินค้า ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ด้วยเหตุผลเดียวคือเกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ
หลังผ่านประวัติศาสตร์อันขมขื่นของการเป็นอาณานิคมทั้งทางตรงทางอ้อมนับร้อยปี สิ่งที่เกาหลีใต้ต้องการมากที่สุดคือความเป็นอิสระและความสงบ ในการนี้จะต้องให้เกาหลีเหนืออยู่ในความสงบ การทดสอบนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกลของเกาหลีเหนือล้วนเป็นเหตุบั่นทอน จึงต้องพยายามให้เกาหลีเหนือนิ่งมากที่สุด ถ้า “แช่แข็ง” เกาหลีเหนือได้จะเป็นการดีที่สุด เป็นผลดีต่อเกาหลีใต้ จีน การคงอยู่ของระบอบเกาหลีเหนือ คงแต่คนเกาหลีเหนือที่ยังต้องอยู่ในสภาพทุกข์ยากต่อไป

บรรณานุกรม:
1. Cha, Victor., & Kim, Ellen. (2013, March 7). UN Security Council Passes New Resolution 2094 on North Korea. Center for Strategic and International Studies. Retrieved from http://csis.org/publication/un-security-council-passes-new-resolution-2094-north-korea?
2. Chang Jae-soon. (2017, May 1). (3rd LD) Trump says he would be 'honored' to meet with N. Korean leader under right circumstances. Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/northkorea/2017/05/02/0401000000AEN20170502000353315.html
3. Cirincione, Joseph. (2013). Nuclear Nightmares: Securing the World Before It Is Too Late. USA: Columbia University Press.
4. Clapper, James. (2016, February 9). Worldwide Threat Assessment of the U.S. Intelligence Community. U.S. National Intelligence. Retrieved from http://www.intelligence.senate.gov/sites/default/files/wwt2016.pdf
5. International Institute for Strategic Studies (IISS). (2017). The Military Balance 2017. USA: Routledge.
6. N Korea capable of launching ‘mobile’ nuke missile into US – NORAD. (2015, April 8). RT. Retrieved from http://rt.com/news/247725-north-korea-ballistic-missiles/
7. North Korea: U.S. Relations, Nuclear Diplomacy, and Internal Situation. (2013, January 4). Congressional Research Service. Retrieved from http://www.fas.org/sgp/crs/nuke/R41259.pdf
8. Younger, Stephen M. (2008). The Bomb: A New History. USA: HarperCollins Publishers.
9. Wit, Joel S., & Sun, Young Ahn. (2015, April 8). North Korea’s Nuclear Futures: Technology and Strategy. US-Korea Institute at SAIS. Retrieved from http://38north.org/wp-content/uploads/2015/02/NKNF-NK-Nuclear-Futures-Wit-0215.pdf
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป