“หญิงบำเรอ” เรื่องที่จบแล้วแต่ยังไม่จบ

Kang Kyung-wha รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้เห็นว่าจำต้องทบทวนข้อตกลงเรื่องหญิงบำเรอที่ทำไว้กับญี่ปุ่น แม้เป็นข้อตกลงที่ระบุว่า “เป็นข้อตกลงสุดท้ายและแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว” ทางการเกาหลีใต้ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาตรวจสอบข้อตกลงดังกล่าว
ข้อตกลง “comfort women accord” ลงนามเมื่อเดือนธันวาคม 2015 ในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดี ปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye)
รัฐมนตรี Kang กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้ปกป้องสิทธิมนุษยชนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างแท้จริง จึงเห็นว่าอาจต้องขอเจรจาทั้งนี้ขึ้นกับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ
            ย้อนหลังตั้งแต่ช่วงหาเสียง มุน แจ-อิน (Moon Jae-in) ประกาศว่าจะทบทวนข้อตกลงใหม่ เห็นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นไม่พยายามมากพอ หากญี่ปุ่นตั้งใจกว่านี้สัมพันธ์ 2 ประเทศย่อมจะดีขึ้น ไม่นานหลังรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีมุนแสดงท่าทีว่าต้องการทบทวนข้อตกลงเรื่องหญิงบำเรอ และอยากเจรจาอีก ทั้งยังตั้งข้อสงสัยว่าทำไมรัฐบาลชุดก่อนจึงรีบด่วนทำข้อตกลง ทำไมต้องเป็นข้อตกลงสุดท้ายและแก้ไขไม่ได้อีก

อะไรคือหญิงบำเรอ :
หญิงบำเรอ (comfort women) หรือที่รู้จักในภาษาญี่ปุ่น “Jugun Ianfu(หญิงบำเรอกองทัพ -“military comfort women”) ภายใต้การบริหารจัดการของรัฐบาล เดิมคือหญิงญี่ปุ่นที่มาด้วยความสมัครใจ แต่เมื่อสงครามขยายตัว ทหารมากขึ้น ความต้องการหญิงบำเรอเพิ่มขึ้น หันไปหาสาวต่างชาติด้วยวิธีการต่างๆ หลายคนไม่ได้มาด้วยสมัครใจ ถูกล่อลวง เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930-1940 ขณะญี่ปุ่นเป็นเจ้าอาณานิคมหลายแห่งและช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 หญิงเหล่านี้มาจากหลายประเทศ ส่วนใหญ่เป็นคนเกาหลีกับจีน
            ไม่มีผู้ใดทราบจำนวนหญิงบำเรอที่แท้จริง นักประวัติศาสตร์บางคนประเมินว่าน่าจะอยู่ที่ 100,000-200,000 คน แต่ฝ่ายญี่ปุ่นเห็นว่าอาจมีเพียง 20,000 คน

ทั้งๆ ที่มีหญิงบำเรอไม่น้อย เรื่องราวของหญิงบำเรอไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง บางคนพยายามปกปิดเรื่องราวของตนเอง ส่วนใหญ่อายจนไม่อยากเล่าความจริง ครอบครัวไม่เอ่ยถึง ร้อยละ 90 อยู่ในสภาพไม่สามารถมีบุตรอีกต่อไป เกิดบาดแผลทางจิตใจ ต้องทนใช้ชีวิตที่เหลืออย่างอับอาย สังคมไม่ยอมรับ โดยเฉพาะสาวเกาหลีเมื่อกลับถึงบ้านเกิดตัวเองจะต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว อดสู การเป็นหญิงบำเรอได้ทำลายชีวิตเธอทั้งชีวิต

ในปี 1990 ขบวนการสิทธิสตรีต่างๆ ในเกาหลีใต้เคลื่อนไหวอย่างจริงจัง Yun Chung Ok (หรือ Yoo Jong Ok) อาจารย์จาก Ehwa Women’s University ร่วมกับกลุ่มคริสเตียนสังกัด Korean Church Women’s Alliance เป็นแกนนำต่อสู้เพื่อหญิงบำเรอ
            ประธานาธิบดี Roh Tae-woo คือผู้นำเกาหลีใต้คนแรกที่หยิบยกประเด็นนี้หารือกับรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อพฤษภาคม 1990 ในช่วงแรกรัฐบาลญี่ปุ่นปฏิเสธว่ากองทัพไม่ได้เกี่ยวข้องจัดหาหญิงบำเรอโดยตรง แต่แล้วหนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun ฉบับวันที่ 11 มกราคม 1992 ของญี่ปุ่นตีแผ่หลักฐานว่ากองทัพญี่ปุ่นมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจัดหาและให้บริการหญิงบำเรอ ข้อมูลเหล่านี้มาจากการศึกษาของ Yoshimi Yoshiaki นักประวัติศาสตร์ชาวญี่ปุ่น จนรัฐบาลต้องยอมรับว่ากองทัพมีส่วนเกี่ยวข้อง

            การเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมในตอนแรกให้ความสำคัญกับการแสวงหาความจริง ต่อมาเปลี่ยนเป็นเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ญี่ปุ่นขอโทษและจ่ายค่าชดเชย และกลายเป็นนโยบายของรัฐบาลเกาหลีใต้จนถึงปัจจุบัน พร้อมกับขยายการหาหลักฐานจากหญิงบำเรอประเทศอื่นๆ
ประเด็นหญิงบำเรอแม้ผ่านมาแล้วหลายทศวรรษยังคงตอกย้ำอย่างต่อเนื่องจากเกาหลีใต้กับจีน โยงถึงพฤติกรรมของรัฐบาลทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 คอยย้ำเตือนว่าญี่ปุ่นเป็นพวกที่ชอบรุกรานเพื่อนบ้านเอเชียด้วยกัน เป็นพวกจักรวรรดินิยมไม่ต่างจากจักรวรรดินิยมอื่นๆ

ทุกรัฐบาลหวังใช้ “หญิงบำเรอ” เพื่อคะแนนนิยม :
            ในช่วงหาเสียง ปาร์ค กึน-เฮ (Park Geun-hye) ชูประเด็นหญิงบำเรอ พยายามชี้ว่าผู้สมัครฝ่ายตรงข้ามไม่จริงใจแก้ปัญหา อาจด้วยเหตุผลที่เป็นผู้หญิงด้วย จึงได้ความนิยมจากประเด็นหญิงบำเรอไม่น้อย
เมื่อชนะเลือกตั้ง ประธานาธิบดีปาร์คแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อรัฐบาลอาเบะ ถึงขนาดไม่ยอมนั่งร่วมโต๊ะกับผู้นำญี่ปุ่น ในสมัยนั้นภาพความระหองระแหงระหว่างผู้นำ 2 ประเทศปรากฎชัดเจน จนประธานาธิบดีบารัก โอบามาร้อนตัว หวังให้ 2 ฝ่ายเข้าหากัน อย่างน้อยต้องมีมิตรภาพมากพอเพื่อช่วยกันต้านจีน ประธานาธิบดีโอบามาออกโรงด้วยตัวเองดึงผู้นำเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นมานั่งบนโต๊ะเดียวกัน โดยมีโอบามาคั่นกลาง
ในสายตาของนักต่อสู้เพื่อหญิงบำเรอย่อมพอใจกับภาพดังกล่าว

ในที่สุด จะด้วยความพยายามของรัฐบาลสหรัฐหรืออะไรก็แล้วแต่ 2 ฝ่ายร่วมเจรจา แต่ ภาคประชาสังคมที่เคยสนับสนุนกลับกลายเป็นแรงต้าน ไม่เห็นด้วยกับข้อตกลง หญิงที่เคยเป็น “หญิงบำเรอ” ที่ยังมีชีวิตราว 40 คนรวมตัวกันต่อต้าน ประท้วงรัฐบาลปาร์คที่ดื้อดึงไม่ฟังเสียงท้วงติง ด้านรัฐบาลปาร์คยืนยันว่าเป็นข้อตกลงที่ดีที่สุดแล้ว
            กลายเป็นว่าฝ่ายต่อสู้เพื่อหญิงบำเรอหันมาต่อต้านรัฐบาลปาร์ค จนในที่สุดประธานาธิบดีปาร์คติดคดีคอร์รัปชันและพ้นจากตำแหน่ง

            หากย้อนวิเคราะห์ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ข้อคิดสำคัญว่า ปาร์ค กึน-เฮ เริ่มต้นด้วยการแสดงตัวว่าตนเองจริงจังและจริงใจต่อหญิงบำเรอมากที่สุด และชนะการเลือกตั้ง เป็นประธานาธิบดีหญิงที่แสดงท่าทีรังเกียจผู้นำญี่ปุ่น แต่ที่สุดแล้วกลับไปลงนามข้อตกลงที่ฝ่ายหญิงบำเรอไม่เห็นด้วย คำถามสำคัญคือ ก่อนลงนามทำไมรัฐบาลปาร์คไม่ฟังเสียงคัดค้านทั้งที่แสดงท่าทีอยู่ฝ่ายหญิงบำเรอเรื่อยมา

ผลสำรวจจาก Gallup Korea เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ชาวเกาหลีร้อยละ 70 เห็นว่าควรเจรจาใหม่ ร้อยละ 20 เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย ตัวเลขผู้เห็นควรเจรจาใหม่รอบนี้สูงขึ้นเมื่อเทียบกับผลสำรวจเมื่อกันยายน 2016 ที่ร้อยละ 63 เห็นว่าควรเจรจาใหม่
            ถ้ายึดความต้องการของประชาชน ผลสำรวจย่อมเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลชุดปัจจุบันของ มุน แจ-อิน ต้องเปิดเจรจาใหม่
            รัฐบาลมุนเริ่มกระบวนทบทวนข้อตกลงหญิงบำเรอ รับฟังความคิด ข้อท้วงติงต่างๆ เห็นว่าข้อตกลงที่ทำสมัยรัฐบาลปาร์คไม่ดีพอ สิ่งนี้ย่อมได้รับคำสรรเสริญจากฝ่ายหญิงบำเรอ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายจะเป็นเหมือนรัฐบาลชุดก่อนหรือไม่ เรื่องนี้ต้องติดตามต่อไปเหมือนที่ติดตามปาร์ค กึน-เฮ

แรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ :
นักวิชาการบางคนคิดว่าข้อตกลงเกิดจากแรงผลักดันของรัฐบาลโอบามา เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชีย (Pivot to Asia) รัฐบาลอาเบะพยายามผลักดันเช่นกัน ส่วนหนึ่งเพื่อเอาใจรัฐบาลโอบามา แสดงตัวว่าญี่ปุ่นมีบทบาทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
แอชตัน คาร์เตอร์ (Ashton Carter) รัฐมนตรีกลาโหมสมัยโอบามากล่าวว่าเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นจะต้องปรับความสัมพันธ์ เพื่อเกิดความร่วมมือ 3 เส้ากับสหรัฐ ต้านภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ “สหรัฐอเมริกาตระหนักถึงประเด็นอ่อนไหวทางประวัติศาสตร์ในความสัมพันธ์นี้ แต่เชื่อในผลดีที่ได้จากความร่วมมือ โอกาสที่มีต่อ 2 ประเทศพันธมิตรและต่อภูมิภาคทั้งหมด” ผลดีที่ได้นั้นมีน้ำหนักมากกว่าความตึงเครียดในอดีตและการเมืองปัจจุบัน

            การปรับแก้ข้อตกลงจะส่งผลต่อความสัมพันธ์เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นหรือไม่เป็นเรื่องน่าติดตาม เช่นเดียวกับที่ต้องติดตามท่าทีรัฐบาลทรัมป์ต่อสถานการณ์ดังกล่าว และประเด็นการต้านจีนที่ ณ ช่วงนี้ยังรัฐบาลทรัมป์แสดงท่าทีเป็นมิตร

ความสามารถของ NGOs :
            เหตุการณ์หญิงบำเรอเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หรือกว่า 70-80 ปีมาแล้ว แต่สังคมเริ่มสนใจเมื่อทศวรรษ 1990 จากการเคลื่อนไหวขององค์การภาคประชาชน (NGOs) กลายเป็นประเด็นระดับประเทศ กลายเป็นหัวข้อที่นักการเมืองต้องเอ่ยถึง มีนโยบายสนับสนุน จนในที่สุดเกิดการเจรจาระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว
            แม้การเจรจาจะยืดเยื้อยาวนาน ทุกวันนี้บางคนเห็นว่าญี่ปุ่นยังไม่ชดใช้มากพอ แต่อย่างน้อยประเด็นหญิงบำเรอกลายเป็นเรื่องที่สังคมเอ่ยถึง ให้แรงใจ แสดงความเสียใจ และให้ความช่วยเหลือแก่หญิงเหล่านี้มาแล้วหลายรอบ
            จึงต้องยอมรับว่าองค์การภาคเอกชนที่เคลื่อนไหวช่วยเหลือหญิงบำเรอมีฝีมือ เป็นอีกกรณีตัวอย่างว่าตัวแสดง (actor) NGOs สามารถมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เฉกเช่นกลุ่มอื่นๆ อย่างสภากาชาด (Red Cross) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) กรีนพีซ (Greenpeace)

 “หญิงบำเรอ” เรื่องที่จบแล้วแต่ยังไม่จบ :
            ฝ่ายญี่ปุ่นมักพูดว่าหญิงบำเรอเป็นเรื่องเก่า รัฐบาลญี่ปุ่นในอดีตเคยขอโทษ แสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการ เมื่อบรรลุข้อตกลงรัฐบาลอาเบะจึงถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ไม่ต้องขอโทษอีกแล้ว ต่อจากนี้ควรเอ่ยถึงเรื่องที่ 2 ฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกัน คิดถึงอนาคตมากกว่ายึดติดอดีต
            การปรับแก้ครั้งนี้หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นการปรับแก้เพียงครั้งเดียวแล้วได้ข้อยุติหรือไม่ สามารถตรวจสอบจากท่าทีของฝ่ายหญิงบำเรอ หรือจะกลายเป็นประเด็นเจรจายืดยาวแบบไม่รู้จบ หรือจนกว่าจะได้รัฐบาลชุดใหม่ ฯลฯ “หญิงบำเรอ เรื่องที่จบแล้วแต่ยังไม่จบ” จึงเป็นเช่นนี้
23 กรกฎาคม 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7562 วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2560)
--------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
รัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลปาร์คบรรลุร่างข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่อง หญิงบำเรอแนวโน้มความสัมพันธ์ทวิภาคีจะดีขึ้น เกิดคำถามว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะกระทำเช่นนี้กับประเทศอื่นๆ ที่มีปัญหาหญิงบำเรอหรือไม่ นำสู่การวิเคราะห์ว่าอะไรคือเหตุผลเบื้องหลังของข้อตกลง เพื่อต้านจีนใช่หรือไม่ นักการเมืองญี่ปุ่นยังเป็นพวกทหารนิยมใช่หรือไม่ คำตอบเหล่านี้จะนำสู่การคาดการณ์การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับขั้วสหรัฐในอนาคตอันใกล้นี้
หญิงบำเรอคือสตรีหลายประเทศที่ถูกบังคับให้มาปรนเปรอความสุขทางเพศแก่ทหารญี่ปุ่น เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่องราวของหญิงบำเรอถูกนำมาตีแผ่จากฝ่ายเกาหลีใต้ จีน กลายเป็นประเด็นโจมตีรัฐบาลฝ่ายขวาญี่ปุ่น เชื่อมโยงกับนโยบายความมั่นคงที่ญี่ปุ่นต้องการมีบทบาทมากขึ้นในภูมิภาค เชื่อมโยงกับความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2

บรรณานุกรม:
1. 70 percent of people call for renegotiation of Seoul-Tokyo deal on 'comfort women': survey. (2017, February 17). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2017/02/17/0301000000AEN20170217006000315.html
2. Ahn, Christine. (2014, June 26). Seeking truth for 'comfort women'. Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/Korea/KOR-02-260614.html
3. Imai, Takashi. (2015, April 8). Carter: U.S. rebalance in Asia to enter next phase. The Japan News. Retrieved http://the-japan-news.com/news/article/0002064436
4. Kim, Mikyoung. (2015, January 12). The US the big winner in ‘comfort women’ agreement. East Asia Forum. Retrieved from http://www.eastasiaforum.org/2016/01/07/the-us-is-the-big-winner-in-comfort-women-agreement/
5. Manyin, Mark E., Nikitin, Mary Beth D., Chanlett-Avery, Emma., Cooper, William H., & Rinehart, Ian E. (2014, June 24). U.S.-South Korea Relations. Congressional Research Service. Retrieved from https://www.fas.org/sgp/crs/row/R41481.pdf
6. Sandler, Stanley (Ed.). (2001). Comfort Women. In World War II in the Pacific: An Encyclopedia. (pp. 259-263). New York : Garland Publishing, Inc.
7. Seoul to give 'comfort women' deal a second look. (2017, June 24). Nikkei Asian Review. Retrieved from http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/International-Relations/Seoul-to-give-comfort-women-deal-a-second-look
8. Seybolt, Peter J. (2009). Anti-Japanese War, 1937–1945. In Encyclopedia of Modern China (4 volume set, pp.36-40). USA: Charles Scribner’s Sons.)
9. South Korean paper says special government panel will review 2015 ‘comfort women’ pact with Japan. (2017, July 19). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2017/07/19/national/politics-diplomacy/south-korean-paper-says-special-government-panel-will-review-2015-comfort-women-pact-japan/#.WW_6mhV97IU
10. S. Korea-U.S. alliance stands at 'critical juncture' amid threats from N.K.. (2017, July 20). The Korea Times. Retrieved from http://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2017/07/356_233255.html
11. Yoshida, Reiji. (2015, March 18). Japanese historians seek revision of U.S. textbook over ‘comfort women’ depiction. The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2015/03/18/national/history/japanese-historians-seek-revision-of-u-s-textbook-over-comfort-women-depiction/#.VQlmj9KUfmA
-----------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป