ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์

19 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย
ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6040 วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ.2556
และได้รับการเผยแพร่ผ่าน สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2013, http://thaizhong.org/index.php?option=com_content&view=article&id=3127:2013-05-20-02-39-27&catid=63:articlespecialorther-cat&Itemid=100


            น่านน้ำบริเวณหมู่เกาะสแปรตลีย์กลายเป็นจุดเกิดข้อพิพาทระหว่างประเทศอีกครั้ง เมื่อเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงปืนใส่เรือประมงไต้หวันเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังผลให้ลูกเรือประมงไต้หวันคนหนึ่งเสียชีวิต ประธานาธิบดีไต้หวัน นายหม่า อิงจิ่วเรียกร้องคำขอโทษจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ทันที สถานการณ์ตึงเครียดมากขึ้นเมื่อผู้บัญชาการอาร์มานด์ บาลิโล โฆษกกองป้องกันยามฝั่งฟิลิปปินส์กล่าวว่า “รู้สึกสงสารเห็นใจถ้ามีผู้เสียชีวิต แต่ไม่ขอโทษ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและท่าทีของทั้งสองฝ่ายเป็นที่มาของคำถามว่า ทำไมฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์
            คำถามดังกล่าวมีแนวคำตอบมีหลายแนว ดังนี้
            แนวคำตอบแรก รัฐบาลฟิลิปปินส์อ้างว่าจุดเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่อธิปไตยของตนเพียงประเทศเดียว
            หลังเกิดเหตุปฏิกิริยาตอบสนองแรกจากทางการฟิลิปปินส์ ผู้บัญชาการอาร์มานด์ บาลิโล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ทำหน้าที่ห้ามการทำประมงอย่างผิดกฎหมายในน่านน้ำฟิลิปปินส์ที่ไม่มีประเทศใดอ้างอธิปไตย แม้กระทั่งไต้หวัน ผู้บัญชาการบาลิโลอธิบายเพิ่มว่าในตอนแรกเรือยามฝั่งขนาด 30 เมตรพบเรือประมง 2 ลำจึงแล่นเข้าใกล้ ปรากฏว่าเรือประมงอย่างน้อยหนึ่งในสองลำพยายามพุ่งเข้าชน เจ้าหน้าที่บนเรือจึงยิงปืนใส่เครื่องยนต์เพื่อให้เรือหยุด โดยไม่ระวังว่าจะมีใครถูกยิงหรือไม่ จากนั้นเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์รีบแล่นออกจากจุดเกิดเหตุเมื่อพบเห็นเรือ “สีขาวลำใหญ่” อีกลำแล่นเข้ามาด้วยเกรงว่าจะมีภัยคุกคามมาถึงตัว
            ฝ่ายไต้หวันเห็นว่าเรือประมงกวงต้าเสียง 28 (Kuang Ta Hsing No. 28) ของตนไม่ได้กระทำผิดใดๆ เรือถูกยิงขณะทำประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนที่จุด 164 ไมล์ทะเลจากไต้หวัน และเห็นว่า “การที่ฟิลิปปินส์ยิงใส่เรือประมงที่ปราศอาวุธ เป็นการฝ่าฝืนกฎความปลอดภัยระหว่างประเทศ” เรือลำดังกล่าวถูกยิงกว่า 50 นัด
            เรื่องต้องพิสูจน์ภายใต้แนวคำตอบแรกคือเหตุยิงเรือประมงอยู่ในจุดตามที่ทางการฟิลิปปินส์กล่าวอ้างว่าเป็นพื้นที่อธิปไตยของตนไม่ใช่จุดอ้างสิทธิ์ทับซ้อน หรือเป็นไปตามที่ทางการไต้หวันบอกว่าอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ทะเลของตน เป็นพื้นที่ๆ ไต้หวันอ้างสิทธิ์ว่าเรือประมงของตนสามารถทำประมง ณ จุดดังกล่าวได้
            จุดยืนของไต้หวันตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่าจุดที่ทำประมงนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ๆ ฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ ข้อล้ำลึกกว่าเรื่องเรียกร้องการขอโทษคือการอ้างกรรมสิทธิ์ของไต้หวัน เท่ากับว่าไต้หวันไม่ยอมรับการอ้างกรรมสิทธิ์ของฟิลิปปินส์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ และตอกย้ำจุดยืนของไต้หวันเหนือกรรมสิทธิ์หมู่เกาะเหล่านี้
          แนวคำตอบที่สอง เหตุจากความขัดแย้งเรื่องการทำประมง
            คุณซินดี้ สุย (Cindy Sui) นักวิเคราะห์คนหนึ่งให้ความเห็นว่า เหตุเรือประมงไต้หวันถูกยิงไม่ใช่เรื่องใหม่ เรือประมงไต้หวันถูกเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์รบกวนมานานแล้ว หลายปีที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ได้กักตัวลูกเรือประมงไต้หวันมาแล้วหลายครั้งหลายหน บางครั้งถึงขั้นยึดเรือ เช่นเดียวกับที่ลูกเรือประมงไต้หวันถูกยิงเสียชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต
            สาเหตุเกิดจากฝ่ายฟิลิปปินส์ไม่พอใจที่เรือประมงของไต้หวันลำใหญ่กว่า ทันสมัยกว่า สามารถจับปลาในจุดที่เรือประมงฟิลิปปินส์ทำไม่ได้ จึงเป็นความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ภายในและพยายามรังควานเรือประมงไต้หวัน
            ที่ผ่านมารัฐบาลสองฝ่ายไม่เคยเจรจาตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์เหนือเขตเศรษฐกิจจำเพาะเนื่องจากฟิลิปปินส์ดำเนินตามนโยบายจีนเดียว (One-China policy) ของรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ถือว่าไต้หวันเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจีนเท่านั้น (ในขณะเดียวกันฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์กับไต้หวันในหลายมิติทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์) ส่วนรัฐบาลไต้หวันไม่ต้องการข้อยุติเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อน เพียงแต่ต้องการแนวปฏิบัติ (code of conduct) เพื่อการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกัน สถานการณ์ขณะนี้รัฐบาลไต้หวันไม่เพียงต้องการเรียกร้องความยุติธรรมแก่ลูกเรือประมงที่เสียชีวิต ยังต้องการความชอบธรรมในการทำประมงและแก้ไขปัญหาการทำประมงอย่างถาวรด้วย ส่วนเหตุที่ชาวไต้หวันเป็นเดือดเป็นแค้นไม่ใช่เพียงเพราะชาวประมงคนหนึ่งเสียชีวิต แต่เป็นความไม่พอใจที่สะสมมานานโดยเฉพาะในกลุ่มชาวประมง และเกรงว่าหากไม่ประท้วงจนถึงที่สุดคนในครอบครัวของตนอาจเป็นเหยื่อกระสุนรายต่อไปก็เป็นได้
            แนวคำตอบของคุณซินดี้ สุยจึงให้ความสำคัญกับความขัดแย้งจากการทำประมงเป็นหลัก ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งอันซับซ้อนของการเมืองระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์ไต้หวันบางคนเห็นว่าความขัดแย้งระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์ในการทำประมงบนพื้นที่ทับซ้อนสามารถแก้ไขได้ โดยทำข้อตกลงร่วมเหมือนกับข้อตกลงร่วมล่าสุดระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นที่อนุญาตให้เรือประมงของทั้งสองฝ่ายสามารถทำประมงในน่านน้ำบริเวณหมู่เกาะเซนกากุ/เตียวหยูได้อย่างปลอดภัย ไม่ผิดกฎหมายของอีกประเทศหนึ่ง ไต้หวันเพิ่งบรรลุข้อตกลงดังกล่าวกับญี่ปุ่นเมื่อต้นปี 2013 หลังจากเจรจาถึง 17 ปี แนวคำตอบที่สองนี้มีความเป็นไปได้เพราะทันทีที่เกิดเหตุกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันได้ส่งมอบสำเนาข้อตกลงร่วมระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นให้กับทางการฟิลิปปินส์ดูเป็นตัวอย่าง เพื่อแก้ปัญหาเรื่องการทำประมงของทั้งสองฝ่าย
            ปัญหาคือรัฐบาลฟิลิปปินส์ยึดมั่นนโยบายจีนเดียว และต้องการปกป้องผลประโยชน์การทำประมงของตน ในมุมของรัฐบาลฟิลิปปินส์การทำข้อตกลงเรื่องประมงกับไต้หวันจึงได้ไม่คุ้มเสีย
          แนวคำตอบที่สาม ความตั้งใจของฟิลิปปินส์คือเพื่อส่งสัญญาณเตือนจีน
            แนวคิดนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า นอกจากฟิลิปปินส์แล้วยังมีอีก 5 ประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์ ฟิลิปปินส์มีข้อพิพาทกับไต้หวันและอีกหลายประเทศมานานแล้ว แต่ในระยะนี้ ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโนที่ 3 คู่กรณีที่สำคัญของฟิลิปปินส์คือจีน การที่ฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันก็เพื่อส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้าไปถึงเรือประมงจีนที่กำลังจะเข้ามาทำประมงในเขตน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์
            สองวันก่อนเกิดเหตุลูกเรือประมงไต้หวันถูกยิงเสียชีวิต จีนได้ส่งกองเรือประมงราว 30 ลำพร้อมเรือสนับสนุนมุ่งหน้าสู่หมู่เกาะสแปรตลีย์ (หมู่เกาะหนานซา) เพื่อทำประมงเป็นเวลาราว 40 วัน ทางการจีนประกาศว่าเป้าหมายสำคัญคือเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งประมงสำหรับการทำประมงเป็นประจำและ “จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อความปลอดภัยของกองเรือ”
            คำประกาศของรัฐบาลจีนชัดเจน ยึดถือว่าบริเวณน่านน้ำดังกล่าวเป็นอธิปไตยของตน มีแผนพัฒนาให้เป็นแหล่งทำประมงถาวร พร้อมจะปกป้องเรือของตนจากทุกประเทศ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหนึ่งในคู่พิพาทสำคัญคือฟิลิปปินส์
            แนวคำตอบนี้ไม่มีหลักฐานรองรับแบบตรงไปตรงมา แต่อิงหลักฐานจากบริบทแวดล้อมว่าในหมู่ประเทศที่อ้างสิทธิด้วยกัน โดยเฉพาะสองสามปีที่ผ่านมารัฐบาลอากีโนกระตือรือร้นในการต่อต้านรัฐบาลจีนมากที่สุด หลายนโยบายของรัฐบาลอากีโนสอดคล้องกับยุทธศาสตร์หวนคืนสู่เอเชียของรัฐบาลโอบามา เห็นว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความสำคัญต่อผลประโยชน์แห่งชาติอเมริกาและหวังสกัดกั้นอิทธิพลของจีนที่กำลังก้าวขึ้นมาเรื่อยๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศและอำนาจทางทหาร
            จากข้อมูลหลักฐานที่ปรากฏไม่อาจให้คำตอบที่แน่ชัดว่า ทำไมฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์ คำตอบอาจอยู่หนึ่งในสามแนวทางดังกล่าว หรืออาจประกอบด้วยหลายแนวทางรวมกัน
            เรื่องที่ไม่คาดฝันคือเหตุการณ์ที่ลูกเรือประมงไต้หวันถูกยิงเสียชีวิต ทำให้ประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว ต้องแสดงบทบาทผู้นำประเทศทวงความยุติธรรมแก่พลเมืองของตน แท้ที่จริงแล้วทางการฟิลิปปินส์คงไม่ต้องการให้ลูกเรือประมงไต้หวันเสียชีวิต เพราะการขับไล่เรือประมงต่างชาติจากพื้นที่อธิปไตยไม่จำต้องถึงขั้นลงมือให้อีกฝ่ายเสียชีวิต และไม่ควรกระทำรุนแรงถึงขนาดนั้นด้วย (จินตนาการว่าฟิลิปปินส์ยิงใส่อีก 4 ประเทศที่อ้างกรรมสิทธิ์เดียวกันนี้) เช่นเดียวกับเหตุผลเรื่องความขัดแย้งในการทำประมง หรือเพื่อส่งสัญญาณเตือนจีน
            เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างผลเสียแก่ฟิลิปปินส์มากมาย จากรัฐบาลอากีโนที่พยายามเล่นบทเป็นฝ่ายรุกในการอ้างกรรมสิทธิ์กลับมาเป็นฝ่ายรับทันที เพราะทางการไต้หวันยกประเด็นพลเมืองของตนเสียชีวิตเป็นตัวนำเรื่อง อ้างพฤติกรรมอันไม่ชอบธรรม รุนแรงเกินกว่าเหตุของฟิลิปปินส์ กลายเป็นโอกาสให้ทางการไต้หวันยื่นข้อเรียกร้องหลายประการ กระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติฟิลิปปินส์โดยเฉพาะเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะสแปรตลีย์ สิทธิในการทำประมง
            ข้อเรียกร้องของไต้หวันที่ส่งผลต่อการอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเรื่องที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่ยอมตกลงด้วยแน่นอน ที่สุดแล้วความขัดแย้งดำเนินต่อไปและไต้หวันจะจดจำว่าคนของตนเองถูกทางการฟิลิปปินส์ยิงเสียชีวิตอีก 1 ราย แม้ว่าน่าจะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจก็ตาม ส่วนรัฐบาลฟิลิปปินส์คงจะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ระวังการใช้ปืนให้มากกว่านี้ ยกเว้นจะมีเหตุจำเป็น ได้คำนวณผลได้ผลเสียล่วงหน้าแล้ว
---------------
(อัพเดท 7 พ.ค. 15.40 น.) จีนส่งกองเรือประมงมุ่งหน้าหมู่เกาะสแปรตลีย์ ยืนยันป้องกันกองเรือของตนอย่างเต็มที่
(อัพเดท 10 พ.ค. 20.30 น.) ทางการฟิลิปปินส์ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของตนเป็นผู้ยิงลูกเรือประมงไต้หวัน รู้สึกเสียใจแต่ไม่ขอโทษ รัฐบาลจีนออกโรงเตือนขอให้ประเทศทั้งหลายไม่ทำให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงกว่าเดิม
(อัพเดท 15 พ.ค. 8.30 น.) รัฐบาลไต้หวันยื่นคำขาดให้ฟิลิปปินส์ 72 ชั่วโมงเพื่อจับกุมผู้มีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของลูกเรือประมงไต้หวัน แต่ผลสรุปหลังกำหนดเส้นตายคือสองฝ่ายจะเจรจากันต่อไป
(อัพเดท 15 พ.ค. 17.50 น.) ประธานาธิบดีไต้หวันแสดงความไม่พอใจ เห็นว่าฟิลิปปินส์ไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องและพยายามเบี่ยงประเด็น สั่งระงับจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ และกำหนดเส้นตายใหม่อีกครั้ง แต่หลังกำหนดเส้นตายปรากฏว่าฟิลิปปินส์ไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องดังเดิม ทางการไต้หวันจึงประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม
5. เกาะติดประเด็นร้อน “ข้อพิพาทหมู่เกาะสแปรตลีย์”(5)
(อัพเดท 22 พ.ค. 3.30 น.) หลังเหตุความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับไต้หวันอันเนื่องจากลูกเรือประมงไต้หวันคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมขณะทำประมงใกล้หมู่เกาะสแปรตลีย์ สถานการณ์ล่าสุดคือความตึงเครียดระหว่างฟิลิปปินส์กับจีน เมื่อกองเรือประมงพร้อมเรือคุ้มกันได้แล่นเข้าน่านน้ำที่ฟิลิปปินส์อ้างว่าเป็นอธิปไตยของตน
----------------
บรรณานุกรม:
1. Philippines admits to shooting at Taiwan boat, Times of Oman/AFP, 10 May 2013, http://www.timesofoman.com/News/Article-15103.aspx
2. Cindy Sui, Taiwan recalls envoy, suspends hiring over Philippine row - Analysis, BBC, 15 May 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-22535524
3. Death on the High Seas: Over 50 bullet holes found on Taiwan boat, Taipei Times, 12 May 2013, http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2013/05/12/2003562051
4. EDITORIAL: Action needed on Philippines, Taipei Times, 13 May 2013, http://www.taipeitimes.com/News/editorials/archives/2013/05/13/2003562115
5. China sends large fleet to disputed islands: media, AFP, 7 May 2013, http://sg.news.yahoo.com/china-sends-large-fleet-disputed-islands-media-064005493.html
6. China sends fishing fleet to Nansha Islands, Xinhua, 6 May 2013, http://news.xinhuanet.com/english/china/2013-05/06/c_132363121.htm
-----------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…