ออสเตรเลียดักฟังอินโดนีเซีย เรื่องที่เปิดเผย-ปกปิด และข้อเสนอแนะ

รัฐบาลของประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ประท้วงการสอดแนมจากออสเตรเลีย หลังสื่อเปิดเผยข้อมูลของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่ของซีไอเอและสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ชี้ว่าในปี 2009 หน่วยข่าวกรองออสเตรเลียดักฟังโทรศัพท์ผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญของรัฐบาลรวม 10 คน ด้านนายโทนี แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียอธิบายว่าการสอดแนมเป็นเรื่องปกติที่ทุกประเทศกระทำ เป็นเรื่องผลประโยชน์แห่งชาติ และออสเตรเลียกระทำเพื่อผลประโยชน์ของอินโดนีเซียด้วย สองฝ่ายตอบโต้ไปมา ภายใต้วิวาทะเหล่านี้มีเรื่องที่เปิดเผยให้สาธารณชนทราบ และมีอีกหลายเรื่องที่ถูกปกปิดหรือบิดเบือน
            ประเด็นแรก สอดแนมเฉพาะโทรศัพท์มือถือและกระทำต่ออินโดนีเซียเท่านั้นหรือ
            นายมาร์ตี นาตาเลกาวา รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย ตั้งคำถามว่า “ผมต้องการคำตอบอย่างยิ่งว่าทำไมการสนทนาส่วนตัวระหว่างท่านประธานาธิบดีกับภรรยาจึงสำคัญต่อความมั่นของออสเตรเลีย” พร้อมกับเรียกร้องขอคำขอโทษ ออสเตรเลียจะต้องให้คำมั่นว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก สองสามวันต่อมาเมื่อรัฐบาลแอบบอตต์ไม่ตอบสนองข้อเรียกร้อง ประธานาธิบดียูโดโยโนออกโรงกล่าวด้วยตนเองว่า “ประเทศอินโดนีเซียและข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่าทำไมออสเตรเลียจึงดักฟังเจ้าหน้าที่บางคน รวมทั้งข้าพเจ้า นี่ไม่ใช่ยุคสงครามเย็น”
            ข้อมูลที่เปิดเผยผ่านนายสโนว์เดนชี้ว่ามีการดักฟังโทรศัพท์มือถือผู้นำประเทศและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล แต่ในอีกมุมหนึ่งการย้ำเน้นหรือการจำกัดกรอบทำให้ประเด็นถูกบิดเบือนว่าเรื่องการสอดแนมบรรดาผู้บริหารประเทศเท่านั้น ละเลยการสอดแนมอื่นๆ
            การจะเข้าใจเรื่องราวการสอดแนมอย่างครบถ้วน จำต้องเข้าใจว่าหน่วยงานสอดแนมของออสเตรเลียอยู่ภายใต้ระบบเครือข่ายสอดแนมที่ใหญ่กว่า หรือที่รู้จักกันในนาม “Five Eyes
            “Five Eyes” คือ กลุ่มพันธมิตรเพื่อการสอดแนม 5 ชาติ ประกอบด้วย อังกฤษ แคนาดา นิวซีแลนด์ ออสเตรเลียและสหรัฐฯ โดยมีสหรัฐฯ เป็นแกนนำ กลุ่มความร่วมมือนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ก่อนสงครามเย็น หน่วยงานสอดแนมออสเตรเลียที่เรียกว่า Defence Signals Directorate (DSD) หรือชื่อปัจจุบันคือ Australian Signals Directorate อยู่ในฐานะเป็น “ลูกข่าย” ที่มีสหรัฐฯ เป็น “แม่ข่าย”
            ภายใต้กลุ่มดังกล่าวจะดำเนินการสอดแนมด้วยโครงการต่างๆ หลายโครงการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย
            หนึ่งในโครงการสอดแนมมีชื่อว่าโครงการ Echelon เป็นระบบเครือข่ายการสอดแนมที่สหรัฐฯ ดำเนินการภายใต้กลุ่ม “Five Eyes” เพื่อดักจับสัญญาณทั่วโลก ประกอบด้วยสัญญาณโทรศัพท์ แฟกซ์ อีเมล สัญญาณดาวเทียม สัญญาณไมโครเวฟ สัญญาณโทรศัพท์มือถือ (cellular) และสัญญาณที่ผ่านสายไฟเบอร์ออฟติก ผ่านสถานีดักฟังที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งระบบดาวเทียมจารกรรม ดังนั้น การสอดแนมจึงไม่ได้กระทำต่อโทรศัพท์มือถือเท่านั้น แต่กระทำผ่านช่องทางต่างๆ มากมาย การป้องกันการดักฟังทางโทรศัพท์มือถืออย่างเดียวไม่อาจป้องกันการสอดแนมได้ทั้งหมด
            เอกสารที่นายสโนว์เดนเปิดเผยชี้ว่ามีโครงการหนึ่งที่ชื่อว่า "Stateroom" โครงการนี้คือการดักฟังสัญญาณจากอาคารสถานทูตของตนที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ อุปกรณ์เครื่องมือสอดแนมจะได้รับการปกปิดหรือตกแต่งเพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกล่วงรู้ว่าคืออะไร จุดที่ติดตั้งอุปกรณ์คือสถานทูตของออสเตรเลียประจำกรุงจาการ์ตา กรุงเทพฯ ฮานอย ปักกิ่ง กรุงดิลี (Dili) เมืองหลวงของติมอร์ตะวันออก กรุงกัวลาลัมเปอร์ และพอร์ตมอร์สบี (Port Moresby) เมืองหลวงของปาปัวนิวกินี ข้อมูลนี้จึงชี้ว่าทางการออสเตรเลียไม่ได้สอดแนมเฉพาะอินโดนีเซียเท่านั้น แต่กระทำต่อหลายประเทศตั้งแต่ปักกิ่งถึงกัวลาลัมเปอร์ หรือครอบคลุมเอเชียตะวันออกกับอาเซียน
            แหล่งข้อมูลของอินโดนีเซียกล่าวในลักษณะทำนองนี้เช่นกัน ชี้ว่าภายใต้กลุ่ม “Five Eyes” ออสเตรเลียทำหน้าที่สอดแนมหลายประเทศในเอเชีย ส่วนนิวซีแลนด์รับผิดชอบฝั่งตะวันตกของแปซิฟิก การสอดแนมของออสเตรเลียจึงไม่ได้กระทำต่ออินโดนีเซียเพียงประเทศเดียวเท่านั้น และกระทำในลักษณะเหมือนๆ กันคือติดตั้งอุปกรณ์ดักจับสัญญาณในสถานทูตของตนประจำประเทศต่างๆ

            ประเด็นที่สอง ต่างฝ่ายต่างสอดแนม
            การจะกล่าวโทษรัฐบาลแอบบอตต์เพียงประเทศเดียวคงไม่ถูกต้อง เพราะทางการออสเตรเลียสอดแนมมานานหลายยุคหลายสมัยแล้ว
            มีข้อมูลว่าในทศวรรษ 1960 ออสเตรเลียสามารถล่วงรู้ข้อมูลลับของสถานทูตอินโดนีเซียในกรุงแคนเบอร์รา เมืองหลวงออสเตรเลียที่ผ่านการเข้ารหัสโดยอาศัยเครื่องเข้ารหัส Hagelin ที่ผลิตจากสวีเดน เนื่องจากหน่วยงานข่าวกรอง GCHQ ของอังกฤษ (ภายใต้ความร่วมมือ Five Eyes) ช่วยหน่วยงานข่าวกรองของออสเตรเลียในการถอดรหัสจากเครื่องดังกล่าว
            แม้จะมีเรื่องราวดังกล่าวเกิดขึ้น ทางการอินโดนีเซียทำการปรับปรุงระบบการเข้ารหัส ออสเตรเลียก็ยังคงพยายามดักจับข้อมูลอย่างต่อเนื่อง นาย Meidyatama Suryodiningrat ให้ข้อมูลว่าหน่วยงานเข้ารหัสแห่งชาติของอินโดนีเซีย (Indonesia’s National Encryption Agency) ได้แจ้งเตือนรัฐบาลซ้ำหลายครั้งว่าออสเตรเลียดักฟังการสื่อสารของสถานทูตอินโดนีเซียในกรุงแคนเบอร์ราตั้งแต่ปี 1991
            นอกจากนี้สื่อ The Guardian รายงานว่า DSD ทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ (National Security Agency หรือ NSA) ในการสอดแนมข้อมูลจำนวนมหาศาลระหว่างการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Convention on Climate Change) ในปี 2007 ที่เมืองบาหลี อินโดนีเซีย
            ข้อมูลเหล่านี้ชี้ว่าออสเตรเลียทำการสอดแนมอินโดนีเซียมานานแล้ว และยังกระทำอยู่จนถึงทุกวันนี้
            ในอีกมุมหนึ่ง ทางการอินโดนีเซียสอดแนมออสเตรเลียเช่นกัน
            สื่อ The Australian กับ Sydney Daily Telegraph ต่างรายงานว่าในปี 2004 นาย Abdullah Mahmud Hendropriyono อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองอินโดนีเซียยอมรับว่าทั้งสองประเทศต่างดักฟังซึ่งกันและกัน รัฐบาลอินโดนีเซียเคยดักฟังโทรศัพท์ของนักการเมือง ข้าราชการและการสื่อสารของกองทัพออสเตรเลีย และดักจับข้อมูลของสถานทูตออสเตรเลียในกรุงจาการ์ตาในช่วงปี 1999 ขณะเกิดวิกฤตการณ์ในติมอร์ตะวันออก ในตอนนั้นนายกฯ จอห์น โฮเวิร์ด (John Howard) ของออสเตรเลียไม่ได้เอ่ยปากร้องขอคำขอโทษแต่ประการใด
            หากจะกล่าวโทษทางการออสเตรเลียที่สอดแนมอินโดนีเซีย ก็ต้องกล่าวโทษอินโดนีเซียที่สอดแนมออสเตรเลียด้วย

            ประเด็นที่สาม ประชาชนน่าจะถูกสอดแนม อะไรเป็นเหตุผลของการกระทำเช่นนั้น
            เว็บไซต์ Cryptome หรือที่นิยมเรียกกันว่า Wikileaks เปิดเผยข้อมูลลับของ NSA ว่า NSA ดักฟังโทรศัพท์ประชาชนจำนวนมาก เฉพาะในช่วงระหว่างวันที่ 10 ธันวาคม 2012 ถึง 8 มกราคม 2013 NSA (ราว 1 เดือน) ดักฟังโทรศัพท์ทั่วโลกรวม 124,800 ล้านครั้ง ประเทศที่ถูกดักฟังได้แก่ ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อินเดีย อิรัก ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐฯ อียิปต์ จอร์แดน เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลีและเนเธอร์แลนด์
            แม้เอกสารที่เปิดเผยจะไม่กล่าวถึงการสอดแนมประชาชนอินโดนีเซีย หากเทียบเคียงกับข้อมูลการสอดแนมในประเทศอื่นๆ ระบบการสอดแนมของ “Five Eyes” มีความเป็นไปได้สูงว่าทางการออสเตรเลียไม่ได้สอดแนมเฉพาะบุคคลสำคัญอินโดนีเซียเพียง 10 คนเท่านั้น

            ก่อให้เกิดคำถามว่าการสอดแนมประชาชนมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด กระทำเพื่อประโยชน์ในเรื่องการต่อต้านการก่อการร้าย เรื่องอาชญากรรมข้ามชาติเท่านั้นหรือ มีการสอดแนมเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วยหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกล่าวหามานานแล้วว่าหน่วยข่าวกรองสหรัฐฯ ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจภายในประเทศ สอดแนมให้กับภาคธุรกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน คุณวิเวียน เรดดิง (Viviane Reding) คณะกรรมาธิการยุโรปด้านการยุติธรรมของสหภาพยุโรป (European Union Commissioner for Justice) ตั้งคำถามว่า “ทำไมจึงดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของชาวยุโรปผู้บริสุทธิ์นับล้านคน นี่ไม่ใช่การต่อสู้กับลัทธิก่อการร้าย บางทีอาจเป็นการกระทำเพื่อจะได้ข้อมูลลับทางการค้า”

ข้อเสนอแนะ:
            ที่ผ่านมารัฐบาลยูโดโนโยกระทำการหลายอย่างคล้ายรัฐบาลเยอรมัน เช่น แสดงท่าทีเอาจริงเอาจัง ให้ความสำคัญกับการดักฟังผู้นำประเทศ นักการเมือง เรียกร้องคำขอโทษ และพยายามร่วมมือกับประเทศอื่นๆ เพื่อผลักดันข้อมติสมัชชาสหประชาชาติต่อต้านการดักฟังดังกล่าว แต่ยังมีบางเรื่องที่ไม่ได้ทำอย่างจริงจัง เช่น การโยงเรื่องราวให้ครบถ้วน ให้ถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เป็น “แม่ข่าย” ของระบบการสอดแนม และการแสดงบทบาทในฐานะหนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียน
            ถ้าอินโดนีเซียแสดงบทบาทครบถ้วนมากกว่านี้ จะเป็นอีกครั้งที่แสดงบทบาทพี่ใหญ่ ผู้นำของภูมิภาค ดังที่เช่นรัฐบาลเยอรมันแสดงบทบาทผู้นำยุโรป ผู้นำโลกในการต่อต้านการดักฟังจากสหรัฐฯ ในกรณีของอินโดนีเซียอาจปรับบทเล็กน้อยให้เข้ากับแนวทางอาเซียน คือไม่กะโตกกะตากมากจนเกินไปหรือกลายเป็นข้อพิพาทใหญ่โต อาเซียนนิยมการปิดห้องคุยมากกว่า
            ในขณะนี้เยอรมนี บราซิลและอีกหลายประเทศได้เสนอร่างข้อมติเข้าสู่สมัชชาสหประชาชาติ อินโดนีเซียอาจเสนอเป็นข้อมติของอาเซียนเป็นประการแรก จากนั้นจึงค่อยร่วมปรึกษาหารือกับนานาชาติเพื่อรวมเป็นข้อมติประชาคมโลกอีกทอด

            ทุกประเทศล้วนมีหน่วยข่าวกรองเพื่อทำงานด้านความมั่นคงของประเทศ แต่การสอดแนมที่เลยเถิด ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงโลก เช่น การต่อต้านการก่อการร้ายสากล อาชญากรรมข้ามชาติ ก่อให้เกิดคำถามว่าการสอดแนมประชาชนทั่วไปเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ อะไรคือจุดมุ่งหมายแอบแฝง เป็นคำถามเดียวกับที่ตั้งข้อสงสัยกรณีการดักฟังโทรศัพท์ของผู้นำอินโดนีเซียกับภรรยา ภายใต้สถานการณ์ในขณะนี้หากรัฐบาลอินโดนีเซียแสดงบทบาทปกป้องการดักฟังประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค ก็จะก่อประโยชน์ทั้งต่อการเมืองภายในประเทศ ผลประโยชน์แห่งชาติของอินโดนีเซียและส่งผลดีต่อภูมิภาคไม่มากก็น้อย
ธันวาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ได้รับการเผยแพร่ผ่าน ศูนย์โลกสัมพันธ์ไทย สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2556, http://www.thaiworld.org/thn/thailand_monitor/answera.php?question_id=1301)
----------------
บทความที่เกี่ยวข้อง:
1. ผลประโยชน์แห่งชาติร่วมและการขัดแย้งกรณีออสเตรเลียดักฟังอินโดนีเซีย
อินโดนีเซียกลายเป็นอีกประเทศที่มีปัญหากับการสอดแนมดักฟังโทรศัพท์ผู้นำประเทศ รัฐบาลยูโดโยโน แสดงท่าทีแข็งกร้าวทั้งทางวาจาอื่นๆ เพราะกระทบต่อความมั่นคง กระทบต่อผลประโยชน์แห่งชาติ แต่รัฐบาลแอบบอตต์ยืนยันว่าการสอดแนมเป็นเรื่องปกติ ปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติของตนเช่นกัน
ในยามที่การสอดแนม การจารกรรมจาก NSA กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลก คุณอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมันได้ประกาศนโยบายต่อต้านการสอดแนมอันเกินกว่าเหตุ ด้วยการริเริ่มและการดำเนินอย่างจริงจัง ทำให้อีกหลายประเทศทั่วโลกต่างเข้ามาประสานพลัง ต่อต้านการสอดแนมจาก NSA และได้เห็นแบบอย่างภาวะผู้นำโลกของเยอรมนีในหลายด้าน

บรรณานุกรม:
1. ฉันทิมา อ่องสุรักษ์. 2550. เครื่องมือดำเนินนโยบายต่างประเทศ: งานข่าวกรอง. กรุงเทพ: ส่องศยาม.
2.Indonesia Recalls Ambassador From Australia Over Spy Allegations. Jakarta Globe. http://www.thejakartaglobe.com/news/indonesia-recalls-ambassador-from-australia-over-spy-allegations/. 18 November 2013.
3. Indonesia Suspends People Smuggling Cooperation Following Australia Spy Scandal. Jakarta Globe/AFP. http://www.thejakartaglobe.com/news/indonesia-suspends-intelligence-military-cooperation-with-australia/. 20 November 2013.
4. Whitehead, John W. Obama, NSA Spying and the Dangers of Secretive, Authoritarian Government. http://www.informationliberation.com/?id=45402. 4 November 2013.
5. Revealed: Britain's 'secret listening post in the heart of Berlin'. The Independent. http://www.independent.co.uk/news/uk/home-news/revealed-britains-secret-listening-post-in-the-heart-of-berlin-8921548.html. 5 November 2013.
6. Australia reportedly spies on Indonesia president . The Jakarta Post/AP. http://www.thejakartapost.com/news/2013/11/18/australia-reportedly-spies-indonesia-president.html. 18 November 2013.)
7. Suryodiningrat, Meidyatama, Cold War mentality goes too far. The Jakarta Post. http://www.thejakartapost.com/news/2013/11/19/commentary-when-australia-s-cold-war-mentality-goes-too-far.html. 19 November 2013.
8. Dorling, Philip. The latest revelations will cause further diplomatic embarrassment, but Australia isn't going to stop spying. The Age. http://www.theage.com.au/federal-politics/political-opinion/canberra-doesnt-trust-jakarta-20131118-2xr3i.html. 18 November 2013.
9. Australia's spy agencies targeted Indonesian president's mobile phone. The Guardian. http://www.theguardian.com/world/2013/nov/18/australia-tried-to-monitor-indonesian-presidents-phone. 18 November 2013.
10. Indonesia ‘Downgrading’ Australia Ties Amid Spying Row. Jakarta Globe/AFP. http://www.thejakartaglobe.com/news/indonesia-downgrading-australia-ties-amid-spying-row/. 20 November 2013.
11. Leak Reveals NSA Spied on 46 Million Italian Phone Calls. Corriere della Sera.  http://www.corriere.it/13_ottobre_28/leak-reveals-NSA-spied-on-46-million-italian-phone-calls-1ae5c508-3fc7-11e3-9fdc-0e5d4e86bfe5.shtml. 28 October 2013.
12. “EU official alleges NSA sought economic edge for U.S.” CBS News. http://www.cbsnews.com/8301-202_162-57609911/eu-official-alleges-NSA-sought-economic-edge-for-u.s/. 29 October 2013.
13. Lowenthal, Mark. 2009. Intelligence: From Secrets to Policy. 4th edition. USA: CQ Press.
----------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป