ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 12 – 18 พฤศจิกายน 2012

คอร์รัปชันคุกคามคอมมิวนิสต์
12 พฤศจิกายน 2012
ชาญชัย
ประธานาธิบดี หู จิ่นเทาของจีน กล่าวในการประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์แห่งชาติครั้งที่ 18 ถึงปัญหาคอร์รัปชันของจีนว่า “ข้าราชการที่เป็นผู้นำทุกระดับ โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูงต้องยึดมั่นในกฎเกณฑ์การปกครองโดยสุจริต ... ต้องมีวินัยควบคุมตัวเองและเพิ่มการให้ความรู้ ตรวจตราครอบครัวและทีมงาน” และกล่าวถึงโทษของคอร์รัปชันว่า พรรคและประเทศอาจถึงขั้นล่มสลายถ้าเราไม่สามารถจัดการปัญหานี้ จะต้องพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างแข็งขัน
ข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2011 องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International หรือ TI) ให้คะแนนดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชันแก่จีนที่ 3.6 แปลว่ามีคอร์รัปชันปานกลาง
ไม่ว่าระดับคอร์รัปชันจะมีมากน้อยเพียงใด การที่ประธานาธิบดีจีนยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาพูดอย่างจริงจังแสดงว่าการทุจริตที่กำลังเกิดในประเทศจีนนั้นไม่ใช่การฉ้อฉลเล็กๆ น้อยๆ ทำกันเพียงไม่กี่คน และยังเน้นการคอร์รัปชันจากข้าราชการ จากสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าผลของคอร์รัปชันทำลายเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กรณีของจีนที่ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ก็เช่นกัน
ที่สำคัญที่สุดคือสมาชิกทอดทิ้งอุดมการณ์พรรค หรือยึดถือแต่เพียงเปลือกนอก
            อุดมการณ์คอมมิวนิสต์กำลังจะตายจากพรรคหากไม่รีบด่วนแก้ไข อนาคตอาจยังคงมีรัฐจีนที่มีธงชาติพื้นแดงกับดาวเหลือง 5 ดวง แต่จะไม่เป็นจีนที่เป็นคอมมิวนิสต์อย่างแท้จริง นี่อาจจะเป็นความหมายที่ประธานาธิบดีหูพยายามจะสื่อให้เข้าใจ

            ในนัยยะนี้ คอร์รัปชันจึงเป็นภัยคุกคามต่ออุดมการณ์คอมมิวนิสต์ บ่อนทำลายพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ใช่ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ ระบบทุนนิยม วิกฤตเศรษฐกิจหรือภาวะโลกร้อน เป็นภัยคุกคามที่ซับซ้อนเพราะซ่อนอยู่ในองค์กรซ่อนอยู่ในระบบของพรรคที่เป็นศูนย์กลางอำนาจปกครองประเทศ มีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากภัยคุกคามรูปแบบอื่นๆ สมาชิกบางส่วนคอร์รัปชันบางส่วนต่อต้านคอร์รัปชัน
            ย้อนมองกลับไปในโบราณกาล จีนในสมัยราชวงศ์มักจะมีขุนนางที่ฉ้อราษฎร์บังหลวง มายุคทุนนิยมมีพวกนายทุนคอยเอารัดเอาเปรียบ
            คอร์รัปชันคือพฤติกรรมกดขี่ชนชั้นรูปแบบหนึ่ง ผู้มีอำนาจใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัวกับพวกพ้องแทนที่จะรับใช้ประชาชนชน ชนชั้นกรรมาชีพ
            นิยามให้กว้างขึ้นจะได้ว่า ผู้มีอำนาจเหนือกว่าที่ฉ้อฉลขูดรีดเอาเปรียบผู้ด้อยอำนาจ ไม่ว่าผู้มีอำนาจจะปรากฏในรูปขุนนาง นายทุน หรือสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์
            คอร์รัปชันที่ฟังคุ้นหูสามารถทำลายทุกประเทศทุกสังคมไม่เว้นคอมมิวนิสต์ คอร์รัปชันเป็นภัยคุกคามต่อทุกระบอบการปกครองที่มุ่งผลประโยชน์ของประชาชน ขัดขวางการพัฒนาสู่การเป็นสังคมอารยะที่ยั่งยืน
            น่าติดตามดูต่อไปว่า ศึกระหว่างคอร์รัปชันกับคอมนิวนิสต์จะดำเนินต่อไปอย่างไร รัฐบาลคอมมิวนิสต์จีนจะปราบปรามป้องปรามอย่างไร ได้ผลดีมากน้อยเพียงไร เพราะคงไม่เพียงแต่พูดให้ดูดีและผ่านไปหากเหล่าผู้มีอุดมการณ์จะยึดมั่นว่า พรรคและประเทศอาจถึงขั้นล่มสลายถ้าเราไม่สามารถจัดการปัญหานี้
            ต้องไม่ลืมว่าความเป็นไปของจีนจะส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
----------------------
บรรณานุกรม:
1. Hu asks officials to strengthen supervision of families, China Daily, http://www.chinadaily.com.cn/china/2012cpc/2012-11/08/content_15894115.htm
2. ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน, http://cpi.transparency.org/cpi2011/
-----------------------

ความคิดเห็น

  1. สังคมโลกกำลังเผชิญภัยคุกคามหลายอย่าง คอร์รัปชันเป็นภัยคุกคามตั้งแต่ระดับปัจเจกบุคคล จนถึงประเทศ ประชาคมโลก ประวัติศาสตร์หรือข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ชี้ชัดให้เห็นถึงโทษ ภัยคุกคามนี้ที่บิดเบือนการปกครองให้ประโยชน์ตกแก่ผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่คน ในขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้แบกรับภาระเพื่อประโยชน์ของคนส่วนน้อย
    http://www.positive4thailand.com/2013/07/international-community-130721.html

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…