นาโตยุโรปแก้ปัญหาช่องแคบเป็นอิสระจากสหรัฐ

การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ เมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่ยุโรปดำเนินนโยบายต่างจากสหรัฐ

            เมษายน 2026 ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า สมาชิกนาโตทั้งหลาย “ต้องการเสถียรภาพ ความสงบสุข ต้องการให้ยุติสงคราม” ถ้อยคำเหล่านี้ต่อต้านโยบายทำสงครามอิหร่าน การใช้กำลังของสหรัฐ การทูตเรือปืน

            ก่อนหน้านั้นมกราคม 2026 บาร์ต เดอ เวเวอร์  (Bart De Wever) นายกรัฐมนตรีเบลเยียมกล่าวว่า ตอนนี้ยุโรปมาถึงทาง 2 แพร่งว่าจะทำอย่างไร หลังสหรัฐข่มขู่จะรุกรานชาตินาโตอีกประเทศด้วยกำลังทหาร ยุโรปต้องไม่ยอมตกเป็น "ทาสที่น่าสมเพช" (miserable slave) ของสหรัฐ และต้องกล้าขีดเส้นตายบอกทรัมป์ว่า "พอได้แล้ว" (Enough is enough) กับการข่มขู่เพื่อนบ้าน

            เมษายน 2026 Dong Yifan จาก Beijing Language and Culture University ชี้ว่า “สหรัฐในตอนนี้ต้องการให้พันธมิตรยุโรปสนับสนุนตนโดยไร้เงื่อนไข ให้สหรัฐเป็นเจ้า ซึ่งทำลายรากฐานแนวความร่วมมือที่เคยยึดถือ นโยบายร่วมและความไว้วางใจต่อกัน”

            จะเห็นว่ารอบนี้นาโตยุโรปกล้าหักสหรัฐ เพราะต้องการเสถียรภาพ ความสงบสุข

อังกฤษกับฝรั่งเศสจัดประชุมแก้ปัญหา:

            เมษายน 2026 เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษจะเป็นแกนนำจัดประชุมแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) คาดว่ามีผู้เข้าร่วม 35 ประเทศ ปราศจากสหรัฐ เพื่อให้นานาชาติสามารถเดินทางผ่านช่องแคบโดยเสรีอีกครั้ง แก้ปัญหาที่อิหร่านห้ามชาติปกปักษ์เข้าออก และเท่ากับแก้ปัญหาที่ทรัมป์บอกว่านับจากนี้ยุโรปต้องดูแลการผ่านเข้าออกทางนี้ หลังนาโตยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ล้วนไม่ให้ความร่วมกับสหรัฐ

            นายกฯ สตาร์เมอร์ย้ำว่าตนจะรักษาผลประโยชน์แห่งชาติเต็มที่ สงครามอิหร่านไม่ใช่สงครามของเราและไม่ยอมให้ใครลากอังกฤษเข้าสู่สมรภูมิ ที่เราจะทำคือปกป้องรักษาความมั่นคง ดูแลอนาคตเศรษฐกิจของเราและของยุโรป

            ปรากฏว่างานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ หวังใช้พลังการทูตกับเศรษฐกิจร่วมกันเพื่อให้ช่องแคบเปิดเสรีอีกครั้ง ด้านรัฐบาลทรัมป์ย้ำว่าประเทศที่ต้องการน้ำมันผ่านจุดนี้ต้องดูแลเส้นทางด้วยตัวเอง เป็นการตอบโต้จุดยืนพันธมิตรที่ไม่เข้าร่วมกับสหรัฐ

            วิเคราะห์: ในขณะที่สหรัฐต้องการให้พันธมิตรเข้าร่วมดูแลช่องแคบ นาโตยุโรปกับอีกหลายประเทศกลับรวมกลุ่มกันเอง เท่ากับไม่ยอมรับนโยบายของสหรัฐ ต่อต้านยุทธศาสตร์ควบคุมโลกด้วยน้ำมัน เป็นหลักฐานชี้ชัดว่างานนี้สหรัฐถูกโดดเดี่ยว

            กลางเดือนเมษายน 2026 อังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศร่วมเป็นเจ้าภาพ "พันธกิจหลายชาติเพื่อสันติ" (“peaceful multinational mission”) เป้าหมายคือแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซในยามนี้ที่อิหร่านกับสหรัฐต่างอาศัยเป็นเครื่องมือต่อรอง เป็นงานสืบเนื่องจากที่จัดเมื่อต้นเดือนที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ

            นายกฯ สตาร์เมอร์ ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการปิดช่องแคบ และจะไม่ยอมถูกลากเข้าร่วมสงคราม ไม่แม้กระทั่งส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าช่วยตามที่สหรัฐร้องขอ

            วิเคราะห์: การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องของสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่าน เช่นเดียวกับการตัดสินใจเปิดปิดช่องแคบนี้ ไม่ว่าประเทศใดที่ขวางเส้นทางล้วนขัดผลประโยชน์ประชาคมโลก

            ดังนั้นเมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย เป็นนโยบายที่ไปกันคนละทิศทาง

นาโตยุโรปทบทวนนโยบาย:

            สงครามอิหร่าน 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งที่นาโตยุโรปทบทวนนโยบาย เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ยกตัวอย่าง

            ประธานาธิบดีมาครงชี้ว่าหากจะคุ้มครองช่องแคบตามที่ทรัมป์แนะนำจะต้องคุ้มครองตลอดไป

            วิเคราะห์: ผู้นำฝรั่งเศสกำลังอธิบายว่า หากไม่สงบศึก สงครามนี้จะยืดยาว เพราะในทางทหารมีข้อสรุปชัดแล้วว่าป้องกันการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันยากมาก ดังนั้นทางที่ดีคือสงบศึก

            เมษายน 2026 เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า สงครามอิหร่าน 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องทบทวนนโยบายใหม่ ต้องยกเครื่องกองทัพให้สามารถเผชิญโลกที่อ่อนไหวและอันตราย ต้องปกป้องเศรษฐกิจ ป้องกันประเทศ

            ท่าทีของรัฐบาลอังกฤษน่าจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับสหรัฐอันเนื่องจากสงครามอิหร่านโดยตรง ย้ำความสำคัญของกองทัพ จำต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งมากพอจะพึ่งพาพันธมิตรเพียงอย่างเดียวไม่ได้ สถานการณ์ความมั่นคงโลกอ่อนไหวขึ้นมาก

ในทางปฏิบัตินาโตล่มสลายแล้ว:

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนวิเคราะห์ว่า ในทางปฏิบัตินาโตล่มสลายแล้ว เป็นผลจากการค่อยๆ แตกหลายสิบปี ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกพหุภาคี

            ย้อนหลังทบทวนว่านาโตตั้งขึ้นเพื่อต่อกรสหภาพโซเวียต ภัยคุกคามนี้เป็นของจริง มีเหตุผลมากพอที่ต้องรวมตัวกัน คำถามคือเมื่อสหภาพโซเวียตสิ้นแล้ว ยังต้องมีนาโตหรือไม่หรือควรปรับตัวอย่างไร อะไรเป็นเหตุที่องค์กรนี้ควรอยู่ต่อ

            สิ่งที่ปรากฏคือไม่เพียงอยู่ต่อ นาโตยังขยายสมาชิกขยายอิทธิพลไปทางตะวันออกและทั่วโลก แสดงบทบาทในเอเชีย-แปซิฟิก รวมหัวต่อต้านจีน นาโตสร้างปรปักษ์ใหม่เพื่อชี้ว่าควรมีนาโตต่อไป เป็นเสาความมั่นคงของฝ่ายตะวันตก

            แต่นโยบายนี้กลับสร้างความเสียหายแก่ยุโรป สงครามยูเครนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ยุโรปที่เคยซื้อใช้พลังงานราคาถูกจากรัสเซีย ตอนนี้ต้องแทนที่ด้วยพลังงานจากที่อื่นด้วยราคาสูงขึ้นมาก กระทบความสามารถในการแข่งขันภาคการผลิต ปัญหาคนหนีภัยสงคราม นโยบายนาโตขยายตัวจึงทำลายยุโรปมากกว่า

            ชาวยุโรปเริ่มตั้งคำถามว่า นาโตมีเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์สมาชิกหรือมีเพื่อตอบสนองความต้องการของบางประเทศ การเป็นพันธมิตรมีเพื่ออะไรหรือหมายถึงอะไรกันแน่ หากรัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้พันธมิตรทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน พวกเขาควรเข้าร่วมหรือไม่ การส่งเสริมอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยยังใช้การได้หรือไม่

            ท้ายที่สุดคือ ยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐยังใช้ได้อีกหรือไม่

            นักวิเคราะห์กลุ่มนี้ชี้ว่าตัวองค์การนาโตยังอยู่ในสภาพแตกแยกเพราะนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ เป็นเหตุผลว่านาโตไม่ทำงาน แต่ล่าสุดทรัมป์ยังยืนยันนโยบายเดิม

            สรุป ผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายอย่างน่าคิดว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วยให้สหรัฐฝังตัวในโครงสร้างความมั่นยุโรปเรื่อยมาจนถึงบัดนี้ ความมั่นคงของนาโตยุโรปขึ้นกับสหรัฐโดยตรง กลายเป็นต้นแบบพันธมิตรความมั่นคงที่มีสหรัฐเป็นแกนนำ บางคนชี้ว่าคือเสาหลักฝ่ายประชาธิปไตยตะวันตก เป็นแนวร่วมต้านรัสเซียเรื่อยมา ช่วยสกัดการก้าวขึ้นมาของรัสเซียในยุคปูติน แต่รัฐบาลทรัมป์ตั้งแต่สมัยแรกกับสมัยที่สองนี้แสดงตัวขัดแย้งรุนแรง ถึงขั้นอยากแยกตัวออกจากนาโต พร้อมกับที่ยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

            ปรากฎการณ์นาโตยุโรปหักสหรัฐ เป็นเหตุการณ์ที่น่าติดตาม นานครั้งๆ ที่พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง เรื่องนี้ยังชี้ว่าสหรัฐถดถอยแค่ไหนแล้ว จากสถานการณ์ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ยังสู้สุดฤทธิ์ทั้งๆ ที่มีเพียงอิสราเอลอยู่เคียงข้าง

            อีกไม่นานโลกจะได้คำตอบว่า ทรัมป์สามารถรักษาระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำได้มากแค่ไหน หรือโลกกำลังย้ายไปสู่ระบบพหุภาคีมากขึ้น คำว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะมีคำใหม่ว่า “ฝ่ายประชาธิปไตยสหรัฐ” กับ “ฝ่ายประชาธิปไตยที่ปราศจากสหรัฐ” (ไม่มีสหรัฐอยู่ในกลุ่ม)

26 เมษายน 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10752 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569)

----------------------

 

บรรณานุกรม :

1. Britain must take a new path, says Starmer. (2026, April 10). Tribune. Retrieved from https://tribune.com.pk/story/2601982/britain-must-take-a-new-path-says-starmer

2. Europe condemns Trump’s ‘new colonialism’ as Greenland crisis grows. (2026, January 20). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2026/jan/20/trump-tariffs-over-greenland-are-an-error-says-ursula-von-der-leyen

3. France, UK to host talks on ‘restoring’ navigation in Hormuz: Macron. (2026, April 13). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/world/13042026

4. Macron says the US’ attitude is ‘eroding NATO’s very substance’; transatlantic alliance divisions deepen: Chinese expert. (2026, April 3). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358169.shtml

5. Macron Snaps Back at Trump, Reflecting Europe’s Growing Anger Over Iran. (2026, April 3). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/02/world/middleeast/macron-trump-nato.html

6. NATO’s structural collapse – the outcome of deviation from reality. (2026, April 3). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358156.shtml

7. Over 40 countries launch coalition to secure Strait of Hormuz. (2026, April 2). Euro News. Retrieved from https://www.euronews.com/my-europe/2026/04/02/over-40-countries-launch-coalition-to-secure-strait-of-hormuz-after-the-war/

8. Starmer to host 35-nation talks on Strait of Hormuz – without US. (2026, April 2). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2026/04/starmer-to-host-35-nation-talks-on-strait-of-hormuz-without-us/

-----------------

GS1106 สำรวจแผนที่โลก ประเทศสำคัญ

เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็น แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            เคยสงสัยไหมครับว่าพื้นที่แถวบ้านกว้างใหญ่ บ้านป้าอยู่ทางซ้ายห่างไป 5 หลัง บ้านเพื่อนอยู่ทางขวาเกือบสุดซอย บ้านรถเมล์ออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้าย เราต้องจำว่าบ้านไหนหรือที่ไหนอยู่ที่ใด ใครตอบได้บ้างว่า จังหวัดอยุธยาอยู่ทางทิศใดของจังหวัดที่อาศัยอยู่ จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใกล้จังหวัดใด

            ยิ่งถ้าเป็นระดับประเทศน่าจะต้องศึกษา บางคนรู้ว่าประเทศไทยติดกับกัมพูชา แต่ไม่แน่ใจว่าไทยติดกับเวียดนามหรือไม่ ถ้าดู “แผนที่” เราจะได้คำตอบเหล่านี้ทันที

 

1. การดูแผนที่

            แผนที่ (Map) คือ "รูปจำลองของพื้นผิวโลก" (หรือบางส่วนของโลก) ที่ถูกวาดลงบนวัสดุแบนๆ เช่น กระดาษหรือหน้าจอ โดยมีจุดเด่นสำคัญ 3 อย่างคือ

            1) การย่อส่วน เราไม่สามารถยกโลกทั้งใบมาวางได้ จึงต้องใช้ "มาตราส่วน" เพื่อย่อขนาดพื้นที่จริงให้เล็กลงจนดูได้ในแผ่นเดียว

            2) การใช้สัญลักษณ์ แผนที่จะใช้เส้น สี และรูปทรงต่างๆ แทนสิ่งที่มีอยู่จริง เช่น

            สีน้ำเงิน แทน แหล่งน้ำ (แม่น้ำ ทะเล)

            สีเขียว แทน ป่าไม้หรือที่ราบ

            เส้นประ/เส้นทึบ แทน ถนนหรือเส้นเขตแดนประเทศ

            3) วาดบนพื้นรา เป็นการเปลี่ยนโลกที่กลมๆ ให้กลายเป็นแผ่นราบเพื่อให้เราพกพาง่ายและดูภาพรวมได้สะดวก

            อธิบายทิศ N S E W

            ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก

            ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกา ทิศตะวันออกคือเลข 3 ทิศตะวันตกคือเลข 9 ทิศเหนือคือเลข 12 และทิศใต้คือเลข 6

            ทิศ (Direction) คือ แนวทางหรือตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง โดยในทางภูมิศาสตร์ เราใช้การหมุนของโลกและการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์เป็นตัวกำหนด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันในการระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกครับ

            ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 1.30 น.

            ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 7.30 น.

(ชมคลิป แผนที่คืออะไร โลกใน 7 ทวีป)

2. โลกใน 7 ทวีป

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก เพื่อให้จำง่ายขึ้น จึงแบ่งเป็นทวีป เช่น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป

            ปัจจุบัน แบ่งโลกออกเป็น 7 ทวีป ได้แก่

            1) เอเชีย (Asia)

            2) แอฟริกา (Africa)

            3) อเมริกาเหนือ (North America)

            4) อเมริกาใต้ (South America)

            5) แอนตาร์กติกา (Antarctica) ขั้วโลกใต้

            6) ยุโรป (Europe)

            7) ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย (Australia/Oceania)

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันออก (E) ของทวีปแอฟริกามีสัตว์อะไร

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของทวีปอเมริกาเหนือมีสัตว์อะไร

คำถาม ทวีปใดมีขนาดเล็กที่สุด

คำถาม ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ทวีปเอเชียมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ชอบอะไรมากที่สุดในทวีปเอเชีย

 

3. แบ่งโลกเป็นประเทศ

            นอกจากแบ่งโลกเป็นทวีป ยังแบ่งโลกเป็นประเทศ ปัจจุบันมี 195 ประเทศตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ (UN) โดย 193 ประเทศเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหประชาชาติ และ 2 ประเทศที่เป็นรัฐสังเกตการณ์ (Observer States) คือ นครรัฐวาติกันกับปาเลสไตน์

            ภาพ แผนที่ทวีปเอเชีย พร้อมชื่อประเทศสำคัญๆ

คำถาม ทิศตะวันตก (E) ของประเทศไทยคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศใต้ (S) ของประเทศมองโกเลียคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของประเทศอินเดียคือประเทศอะไร

คำถาม ถ้ามองจากปากีสถาน ประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใดของปากีสถาน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียน เลือกประเทศที่ชอบ 1 ประเทศ (ประเทศใดก็ได้) และอธิบายสั้นๆ ว่าประเทศนั้นล้อมรอบด้วยประเทศใด เช่น ประเทศไทย ทิศใต้คือมาเลเซีย ทิศตะวันออกคือกัมพูชา ตะวันออกเฉียงเหนือคือสปป.ลาว ทิศตะวันตกคือเมียนมา (นักเรียนสามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่)

(ชมคลิป แบ่งโลกเป็นประเทศ )

4. เมืองหลวงสำคัญ

            นอกจากรู้จักทวีป ประเทศสำคัญ ควรรู้จักชื่อเมืองสำคัญ เช่นชื่อเมืองหลวง กรุงเทพ ปักกิ่ง

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปเอเชีย

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันออก

            เช่น มอสโกคือเมืองหลวงของรัสเซีย เคียฟคือเมืองหลวงของยูเครน วอร์ซอคือเมืองหลวงของโปแลนด์ ปักกิ่งคือเมืองหลวงของจีน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียนเลือกทวีปที่ชอบ 1 ทวีป และอธิบายสั้นๆ ว่าในทวีปนั้นมีประเทศอะไร ชื่อเมืองหลวงคืออะไร จำนวน 5 ประเทศ 5 ชื่อเมืองหลวง (สามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่ หรือจากรูปที่ส่งให้)

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก มีอะไรบ้างตั้งอยู่ในประเทศใด

 

5. ประโยชน์ของการจดจำแผนที่

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก แผนที่ช่วยเราจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เช่น ประเทศไทยอยู่ในเอเชีย ประเทศไทยอยู่ใกล้ประเทศจีนมากกว่าอิหร่าน อินโดนีเซียอยู่ทางทิศใต้ของไทย

            การจดจำว่าประเทศใดอยู่ทวีปช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราคิดเร็วขึ้นว่าประเทศนั้นอยู่ไหน อยู่ใกล้หรือไกล

            เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็นลง แต่น้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            คำถาม ถ้าแผ่นดินไหวหนักที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส จะมีผลต่อประเทศไทยด้วยหรือไม่

            คำถาม ถ้ามีเหตุไฟไหม้ที่ห่างจากบ้านนักเรียนไม่กี่หลัง นักเรียนคิดว่าควรเตรียมหนีไฟหรือไม่

(ชมคลิป เมืองหลวงสำคัญกับประโยชน์ของการจดจำแผนที่)

6. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด1

            คำถาม1 ถ้ามีข่าวน้ำท่วมใหญ่ และน้ำเริ่มมาแถวบ้านนักเรียน คิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย1 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง บ้านนักเรียนจะเป็นที่ใดก็ได้) ถ้าภาคเหนือฝนตกหนักน้ำท่วม นักเรียนคิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย2 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าทวีปแอฟริกาแล้งมาก คิดว่าประเทศไทยจะแล้งมากด้วยหรือไม่ ให้นักเรียนคิดก่อนว่าแอฟริกาอยู่ตรงไหน

             คำถามอภิปราย3 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าภูเขาไฟระเบิดที่ญี่ปุ่น คิดว่าจะมีผลต่อไทยด้วยหรือไม่ – ให้นักเรียนคิดก่อนว่าญี่ปุ่นอยู่ตรงไหน

            คำถามอภิปราย4 ถ้ามีข่าวพายุเข้าประเทศเวียดนาม คิดว่าจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย5 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดน้ำท่วมสหราชอาณาจักร ถามว่าบ้านนักเรียนน่าจะน้ำท่วมด้วยหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย6 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงที่กรุงเบอร์ลิน ถามว่าควรเตรียมตัวป้องกันอย่างไร เช่น ควรเตรียมย้ายบ้านหนีไฟหรือไม่ ควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่

 

7. หลักมาตราส่วน

            ดังที่เรียนกันแล้วว่าเนื่องจากโลกมีขนาดใหญ่ ประเทศกว้างใหญ่ เราจึงทำแผนที่เพื่อ “ย่อ” ขนาดโลกหรือประเทศให้ “เล็กลง” เช่น ให้ใหญ่เท่ากระดาษใบหนึ่ง

            การย่อส่วน คือการกำหนด "มาตราส่วน (Scale)" เช่น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 688 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 100 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน7 เซนติเมตรเท่านั้น

            ระยะทางกรุงเทพ-นิวเดลียาว 4,300 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 4,289 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 1,000 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-นิวเดลี ที่ห่างกันยาว 4.3 เซนติเมตร

            จะเห็นว่าประโยชน์ของแผนที่คือการย่อส่วนโลกหรือประเทศที่กว้างใหญ่ ให้เล็กลงอยู่ในกระดาษแผ่นหนึ่ง ช่วยให้มองโลกหรือประเทศง่ายขึ้น

            มาตราส่วนจะกำหนดเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นกับความเหมาะสม การนำไปใช้งาน เช่น ถ้าต้องการให้แผนที่ละเอียดขึ้น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ที่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 50 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 14 เซนติเมตร ผลคือเราจะเห็นขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัว

            ในทางกลับกัน ถ้าต้องการย่อส่วนให้เล็กลง ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 200 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 3.5 เซนติเมตรเท่านั้น ผลคือเราจะเห็นขนาดเล็กลง

            ดังนั้น หลักมาตราส่วนคือการย่อขนาด ให้เล็กลง ให้อยู่บนกระดาษแผนที่นั่นเอง


(ชมคลิป หลักมาตราส่วน)

8. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด2 

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 10 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 10 นิ้ว เอา 10 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 5 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 20 นิ้ว เอา 5 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 20 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 5 นิ้ว เอา 20 ไปหาร 100)

 

            จากแผนที่ยุโรปตะวันตก ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 100 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 15 เซนติเมตร เอา 100 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 1,000 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 1.5 เซนติเมตร เอา 1,000 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 500 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 3 เซนติเมตร เอา 500 ไปหาร 1.500)

-----------------