วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (3)

ประเด็นสำคัญคือต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือยัง เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่

            อิหร่านพูดมานานหลายปีแล้วว่าหากโดนโจมตีจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) และโจมตีฐานทัพสหรัฐในตะวันออกกลาง เป็นเหตุหนึ่งที่ชี้ว่าอิหร่านได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ นักวิเคราะห์บางคนกังวลสักวันคงรบกันจริง สงคราม 2026 มาถึงจุดนี้จนได้

อิหร่านคุมช่องแคบ:

            ส่วนหนึ่งของช่องแคบฮอร์มุซเป็นน่านน้ำอิหร่าน ทางการอิหร่านจึงอ้างความชอบธรรมที่จะปกป้องอธิปไตยของตนในแถบนั้น ไม่ยอมให้เรือฝ่ายปรปักษ์ผ่านเข้าออกซึ่งมีไม่กี่ประเทศเท่านั้น ถ้าสหรัฐจะเข้ามากวาดทุ่นระเบิด หรือทำการอื่นใดในช่องแคบเท่ากับละเมิดอธิปไตย อิหร่านมีความชอบธรรมที่จะตอบโต้

            มีนาคม 2026 เมื่อสงครามยืดเยื้อ สหรัฐส่งกองกำลังภาคพื้นดินนับหมื่นนาย มีสัญญาณจะรบอิหร่านทางภาคพื้นดิน อาจเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg Island) อิหร่านโต้กลับด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ

            อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด โมจตาบา คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Mojtaba Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนใหม่ออกแถลงการณ์ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้การรุกราน โจมตีฐานทัพสหรัฐในภูมิภาค

            คำขู่ที่พูดมานานหลายปีในที่สุดก็เป็นจริงในปี 2026

            นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าอิหร่านใช้วิธีสู้ยืดเยื้อ ขัดขวางการส่งออกพลังงาน เพื่อกดดันสหรัฐกับนานาชาติ Fawaz Gerges จาก London School of Economics ชี้ว่าอิหร่านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น “สงครามเต็มรูปแบบ” ดังนั้นจะสู้สุดฤทธิ์เพื่อความอยู่รอด Alex Vatanka จาก Middle East Institute อธิบายว่าพวกเขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ดังนั้นไม่มีคำว่ายอมแพ้

            เมื่ออิหร่านปิดฮอร์มุซสหรัฐทำตามบ้าง กลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างพยายามควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ เรือพาณิชย์ต่างๆ จึงผ่านเข้าออกอยากกว่าเดิมเพราะปิด 2 ชั้น (มีบางส่วนที่ผ่านได้แต่น้อยมาก เอกชนไม่กล้าเสี่ยงใช้เส้นทางนี้)

            วิเคราะห์: ทั้งอิหร่านกับสหรัฐต่างใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง ถ้าตกลงกันไม่ได้หรือไม่มีใครถอยหนึ่งก้าว ช่องแคบฮอร์มุซก็ต้องปิดต่อไป

รับเงื่อนไขไม่ได้ทั้งหมด:

            ประเด็นสำคัญตอนนี้อยู่ที่การเปิดฮอร์มุซ ต้นพฤษภาคม 2026 เงื่อนไขสำคัญของสหรัฐกับอิหร่านอยู่ที่

            1) สองฝ่ายต้องหยุดยิงทันที รวมทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลด้วย ข้อนี้เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่อิหร่านเรียกร้องเรื่อยมา คือต้องหยุดยิงกับฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนด้วย แต่เป็นส่วนที่สหรัฐยังรับไม่ได้ ที่ผ่านมาจึงได้แค่หยุดยิงชั่วคราว

            2) เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ให้เรือพาณิชย์เข้าออกโดยเสรี

            3) ห้ามอิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมช่วงระยะหนึ่งหรือตลอดไป ในบางช่วงของการเจรจาสหรัฐตั้งไว้ 20 ปีแต่อิหร่านต่อรองให้สั้นกว่านี้ และอิหร่านต้องเคลื่อนย้ายยูเรเนียมสมรรถนะสูงออกจากประเทศ ล่าสุดทรัมป์ยืนยันว่าสหรัฐต้องได้ยูเรเนียมเหล่านั้น ซึ่งอิหร่านยังไม่ยอมมองว่าเป็นการละเมิดอำนาจอธิปไตย ยืนยันว่าใช้เพื่อสันติเท่านั้น เหมือนนานาชาติที่ใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ

            4) คลายมาตรการคว่ำบาตรและคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ การคลายมาตรการคว่ำบาตรและคืนทรัพย์สิน (สหรัฐต้องคืนเงิน 27,000 ล้านดอลลาร์ที่อายัดไว้) จะช่วยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอิหร่าน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการลดแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและการประท้วงภายในประเทศ สำหรับผู้นำอิหร่านการรักษาความสงบภายในคือการ "ต่ออายุระบอบ" ที่ได้ผลดีกว่าการดันทุรังขัดแย้งกับมหาอำนาจในจังหวะที่เศรษฐกิจเปราะบาง

            การได้รับอนุญาตให้กลับมาส่งออกน้ำมันได้อย่างเสรีและเข้าถึงระบบการเงินโลกอีกครั้ง คือไพ่ตายเดียวที่จะช่วยให้อิหร่านสามารถรักษาระบอบต่อไป

            5) สงบศึกถาวร จุดยืนของอิหร่านคือเจรจาเพื่อสงบศึกถาวร ไม่ใช่แค่หยุดยิงชั่วคราว ต้องมั่นใจว่าจะไม่โดนโจมตีอีกในอนาคต

            มีนาคม Abbas Araghchi รมต.ต่างประเทศอิหร่านกล่าวชัดว่า อิหร่านจะสงบศึกตามเงื่อนไขของตน ไม่ใช่ของสหรัฐ ณ ตอนนี้คือต่อต้านการรุกรานต่อไป ข้อนี้เป็นท่าทีสำคัญที่ควรยึดว่าอิหร่านมีจุดยืนเช่นกัน

ชี้ใกล้บรรลุข้อตกลงแล้ว:

            สัปดาห์สุดท้ายของพฤษภาคม ฝ่ายสหรัฐรายงานว่าตอนนี้ตกลงกันได้ในเชิงหลักการ จะเปิดฮอร์มุซ และอิหร่านจะส่งยูเรเนียมเสริมสมรถนะให้สหรัฐ แต่ยังต้องหารือรายละเอียดบางจุด

            วิเคราะห์: ถ้ามองในแง่บวก การเจรจาทำมานานแล้ว มีความคืบหน้าตามลำดับ ล่าสุดคือตกลงกันได้ในหลักการ เหลือเพียงรายละเอียดปลีกย่อย ทั้งสหรัฐกับอิหร่านต่างมีแรงกดดันอยากสงบศึก ดังนั้นท้ายที่สุดน่าจะตกลงกันได้

            ถ้ามองในแง่ลบ รัฐบาลสหรัฐเน้นพูด 2 เรื่องคือเปิดฮอร์มุซกับโครงการนิวเคลียร์ แต่อิหร่านเน้นเรื่องต้องการสันติภาพถาวร รวมทั้งต่อฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ถามว่าสหรัฐกับอิสราเอลยอมรับเรื่องหรือไม่

            ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวว่าใกล้ได้ข้อตกลงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซแล้ว มีแนวโน้มว่าจะยืดเวลาหยุดยิงออกไป เพื่อเปิดช่องให้เจรจาต่อไป คาดว่าจะมีการลงนาม MOU ทรัมป์ได้ดูข้อตกลงแล้วแต่ยังไม่ตัดสินใจ

            วิเคราะห์: แม้ไม่ได้สันติภาพถาวรแต่การพักรบชั่วคราว เป็นประโยชน์ทั้งต่อสหรัฐ อิหร่านและประชาคมโลก และหมายความว่าต่างยอมถอยคนละก้าว

อิสราเอลกับสหรัฐเชื่อไม่ได้:

            Bagher Qalibaf โฆษกรัฐสภาอิหร่านย้ำว่าอิสราเอลกับสหรัฐเชื่อถือไม่ได้ เป็นอีกเหตุผลที่อิหร่านชนะทางยุทธศาสตร์

            ดังที่รับรู้กันทั่วโลกว่ารัฐบาลทรัมป์เชื่อถือไม่ได้ คำพูดของผู้นำสหรัฐบ่อยครั้งไม่ตรงความจริง สื่อตะวันตกต้องคอยตรวจเช็ค (Fact Check)

            ในเรื่องสงครามอิหร่าน ประเด็นสำคัญอยู่ที่ทั้งคู่ต้องการหยุดสงครามจริงหรือไม่ ถ้าทั้งคู่ต้องการสันติภาพ จะปูทางสู่ข้อตกลงยุติสงครามรอบปี 2026

            บทเรียนจากการถอนตัวออกจากข้อตกลง JCPOA ในอดีต ทำให้อิหร่านมองว่าข้อตกลงคือเครื่องมือที่ตะวันตกใช้เพื่อ "ปลดอาวุธ" คู่ต่อสู้ทีละขั้น หากเป้าหมายสูงสุดคือการล่มสลายของระบอบ การยอมตามเงื่อนไขหยุดยิงชั่วคราว อาจเป็นการยอมจำนนที่นำไปสู่การล่มสลายเร็วขึ้น ไม่ใช่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน รัฐบาลสหรัฐสามารถสร้างเหตุผลใหม่หรือล้มข้อตกลงเดิม เพราะทำหลายครั้งแล้ว

            อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มีเหตุผลของตนเช่นกัน ทรัมป์ตีความว่าในยามสงครามไม่จำต้องพูดความจริง ข้อนี้มีเหตุผลน่าฟัง วงการทูตไม่มีใครพูดความจริงทั้งหมด แต่การที่ทรัมป์เป็นคนคาดเดาไม่ได้ในหลายเรื่อง คำพูดกลับไปกลับมา แม้กระทั่งการฉีกสนธิสัญญาข้อตกลงต่างๆ ทำให้บางคนตีความว่าผู้นำสหรัฐคนนี้ไม่น่าเชื่อถือ ร่วมมือได้ยาก

            กลายเป็นแบบอย่างว่าผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยสามารถเปลี่ยนคำพูดกลับไปกลับมาได้เสมอ มหาอำนาจเช่นนี้ยากจะคบแบบพันธมิตร ไม่แปลกที่พันธมิตร มิตรประเทศตีตัวออกห่าง

            สรุป สถานการณ์ในขณะนี้ส่วนหนึ่งมาจากยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศอิหร่าน (การปิดฮอร์มุซ) ประเด็นสำคัญคือต่างมีเป้าหมายหลักที่ต้องการ คำถามจึงอยู่ที่ว่าต่างฝ่ายต่างได้ตามที่ต้องการแล้วหรือไม่ เป้าหมายหลักนี้จะนำสู่สันติภาพถาวรหรือไม่

31 พฤษภาคม 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10787 วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569)

----------------------

บรรณานุกรม :

1. Control of the Strait of Hormuz and Iran’s Uranium Stockpiles Were Sticking Points. (2026, April 12). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/11/world/middleeast/iran-strait-of-hormuz-uranium-stockpile-sticking-points.html

2. Iran bets on endurance, energy disruption to outlast US, Israel. (2026, March 10). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-bets-endurance-energy-disruption-outlast-us-israel-2026-03-10/

3. Iran has weakened US in the great power game. (2026, April 12). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2026/04/iran-has-weakened-us-in-the-great-power-game/

4. Iran's new supreme leader vows to block Strait of Hormuz in first statement. (2026, March 13). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/articles/cdxg599655vo

5. Iran ready to help passage of Japan ships in Strait of Hormuz: Araghchi. (2026, March 21). Kyodo News. Retrieved from https://english.kyodonews.net/articles/-/72724

6. Iran rejects ceasefire talks with US, vows to keep fighting: FM. (2026, March 26). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/middleeast/iran/25032026

7. Iran War Live Updates: U.S.-Iran Peace Deal Nearer, But Could Take Days to Nail Down, U.S. Official Says. (2026, May 24). NST. Retrieved from https://www.nytimes.com/live/2026/05/24/world/iran-war-trump

8. Qalibaf answers ten key questions on Iran–US talks in Islamabad. (2026, April 19). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/525593/Qalibaf-answers-ten-key-questions-on-Iran-US-talks-in-Islamabad

9. U.S. Special Operations Forces Sent to Mideast as Trump Weighs Next Move. (2026, March 29). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/03/29/us/politics/trump-special-operations-forces-iran.html

10. What we know: '14-point' US proposal to Iran aimed at ending Gulf conflict. (2026, May 7). Gulf News. Retrieved from https://gulfnews.com/world/mena/what-we-know-14-point-us-proposal-to-iran-aimed-at-ending-gulf-conflict-1.500531839

-----------------

วิเคราะห์มุมมองอิหร่านต่อสงครามปี 2026 (2)

รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่

            ทั้งๆ ที่โดนสหรัฐกับอิสราเอลถล่ม พยายามคว่ำบาตรอิหร่านทุกช่องทาง Bagher Qalibaf โฆษกรัฐสภาอิหร่านกลับพูดว่าอิหร่านชนะทางยุทธศาสตร์ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปต้องโยงนโยบายสหรัฐหลายเรื่องดังนี้ ...

หลักคิดทรัมป์เป็นภัยต่อโลก:

            ทันทีที่รับตำแหน่งรอบ 2 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่ายุคทองสหรัฐเริ่มต้นแล้ว ประเทศจะรุ่งเรือง นานาชาติเคารพนับถือ ยึดหลัก America First สร้างชาติที่น่าภาคภูมิใจ มั่งคั่งและเสรี

            ผู้นำสร้างความยิ่งใหญ่ พัฒนาประเทศไม่ผิดและสมควรทำอย่างยิ่ง แต่หลักคิดกับผลทางปฏิบัติส่งผลต่อโลกอย่างไร นานาชาติย่อมมีปฏิกิริยา ยกตัวอย่าง

          1) ทรัมป์เป็นมาเฟียโลก

            เพียงเดือนเศษหลังรับตำแหน่งทั่วโลกรับรู้พฤติกรรมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่บ่งชี้ความไม่เป็นประชาธิปไตย สื่อ The Economist ฉบับ 27 กุมภาพันธ์ 2025 นำเสนอบทความ “Donald Trump has begun a mafia-like struggle for global power” พฤติกรรมของทรัมป์ 2.0 ไม่ต่างจากเจ้าพ่อมาเฟีย

            คำว่าเจ้าพ่อบ่งบอกว่าชอบข่มขู่ ใช้ความรุนแรง ไม่เคารพกฎหมาย สามารถทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตน ทรัมป์เป็น “เจ้าพ่อมาเฟีย" (a mafia don) เป็นพวกอำนาจนิยม

          2) สนธิสัญญาข้อตกลงไร้ความหมาย

            ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นานาชาติจะทำข้อตกลงและยึดข้อตกลง (แม้เปลี่ยนรัฐบาล) รัฐบาลสหรัฐมักพูดว่าเป็นประเทศที่ทำตามกฎและยึดถือกฎเกณฑ์ แต่การที่ทรัมป์มักฉีกข้อตกลงฝ่ายเดียว ด้วยหลายเหตุผล ขอทำข้อตกลงใหม่ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าข้อตกลงเก่าไม่ก่อประโยชน์ต่อสหรัฐมากพอ กำแพงภาษีทรัมป์ 2.0 เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน

            สมัยสงครามเย็นฝ่ายเสรีประชาธิปไตยจะค้าขายกันเอง และจะไม่พยายามค้าขายกับฝั่งสังคมนิยม การเป็นพันธมิตร การทำข้อตกลงการค้าระดับกลุ่มยิ่งส่งเสริมให้ขั้วโลกเสรีค้าขายกันมากขึ้น นักวิชาการตะวันตกพร่ำสอนว่าวิธีการนี้ช่วยให้โลกมั่นคง นานาชาติมั่งคั่ง ชาติฝ่ายเสรีประชาธิปไตยพัฒนาร่วมกัน

            ผลคือการค้าระหว่างประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ปี 2024 สหรัฐนำเข้าสินค้าจากอียู 606,000 ล้านดอลลาร์ ส่งออกสู่อียู 370,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐขาดดุลไม่น้อย ที่สำคัญคือ เมื่อมาถึงวันนี้รัฐบาลทรัมป์กลับชี้ว่า นี่คือการค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ ถูกเอาเปรียบ จะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นอีก

            สังเกตว่ารัฐบาลทรัมป์ 2.0 ไม่เอ่ยถึงหลักการค้าเสรีแต่กลับพูดว่าถูกเอาเปรียบ จึงประกาศขึ้นภาษีสินค้าอียูหลายรอบหลายสิบเปอร์เซ็นต์ (รวมทั้งกับประเทศอื่นๆ อย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้) รัฐบาลสหรัฐใช้เหตุผลข้ออ้างใหม่ นี่คือการหักหลังพันธมิตรที่เคยยึดหลักการค้าตามขั้วใช่หรือไม่

          3) กรีนแลนด์กับแคนาดา

            โลกต้องตกตะลึงโดยเฉพาะพันธมิตรนาโต ที่ครั้งหนึ่งน่าจะปลอดภัยมากที่สุด บัดนี้ภัยคุกคามร้ายแรงของพวกเขาคือพันธมิตรอเมริกา ดังที่ทราบกันทั่วไปว่าทรัมป์ 2.0 ยืนยันกรีนแลนด์จำต้องเป็นของสหรัฐ มกราคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์ยอมรับว่าอาจใช้กำลังทหาร สหรัฐต้องครอบครองกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ แม้คนกรีนแลนด์ไม่เห็นด้วย

            วิเคราะห์: เป็นหลักคิดที่ว่าอะไรที่รัฐบาลสหรัฐต้องการก็จะต้องเอาให้ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายต้องสูญเสียอะไรมากน้อยแค่ไหน แม้กระทั่งสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตย ผู้พยายามอ้างว่าเป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยโลกกำลังจะทำเช่นนั้น

            ล่าสุดสหรัฐยังไม่ล้มเลิกความคิดนี้ ยังหวังขยายฐานทัพของตนบนเกาะแห่งนี้ เข้าลงทุนในทรัพยากรต่างๆ โดยที่รัฐบาลสหรัฐมีส่วนทำข้อตกลง

            ต่อมาทรัมป์ 2.0 ให้เหตุผลว่าจำต้องยึดครองแคนาดาเพื่อความมั่นคงของสหรัฐและของนานาชาติ เพราะจะช่วยให้สหรัฐมีพลังอำนาจมากขึ้น มีแรงต้านปรปักษ์อย่างจีน รัสเซีย ดีกว่าปล่อยให้แคนาดาตกเป็นของจีน แม้ว่ารัฐบาลแคนาดาไม่เห็นด้วย คนแคนาดาต่อต้าน รัฐบาลสหรัฐจะเดินหน้าดำเนินการให้สำเร็จ แม้ต้องล้มรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หรือด้วยกำลังทหาร ท้ายที่สุดประเทศนี้ต้องกลายเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐซึ่งหมายถึงแคนาดาสิ้นชาติ

            แม้ท่าทีของทรัมป์ทำให้สหรัฐดูเข้มแข็งดุดัน อาจตีความว่าสหรัฐยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม แต่คือภัยคุกคามความมั่นคงร้ายแรงของนานาชาติ

พันธมิตรตะวันตกรวมตัวค้านสหรัฐ:

            มีนาคม 2026 ฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) ประธานาธิบดีเยอรมนี กล่าวว่าสหรัฐ-อิสราเอลรุกรานอิหร่านผิดกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมกับสนับสนุนนโยบายขยายกองทัพเยอรมนีให้เข้มแข็ง กองทัพเยอรมัน “ต้องกลายเป็นแกนหลักของการป้องกันยุโรป” “ต้องมีเทคโนโลยีของตนเองลดการพึ่งพาสหรัฐ”

            เมื่อทรัมป์ข่มขู่ขอให้พันธมิตรส่งกองทัพช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลายประเทศยืนยันไม่ขอเข้าพัวพัน ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

            การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญา สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน ไม่ใช่โดนอิหร่านโจมตีก่อน แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายรอบ แต่ไม่สมเหตุผล ล่าสุดทรัมป์ยังต้องการให้นาโตยุโรปเข้าร่วมสงคราม

            กลางเดือนเมษายน 2026 อังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศร่วมเป็นเจ้าภาพ "พันธกิจหลายชาติเพื่อสันติ" (“peaceful multinational mission”) เป้าหมายคือแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในยามนี้ที่อิหร่านกับสหรัฐต่างอาศัยเป็นเครื่องมือต่อรอง เป็นงานสืบเนื่องจากที่จัดเมื่อต้นเดือนที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ นายกฯ สตาร์เมอร์ ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการปิดช่องแคบ และจะไม่ยอมถูกลากเข้าร่วมสงคราม ไม่แม้กระทั่งส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าช่วยตามที่สหรัฐร้องขอ

            วิเคราะห์: การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องของสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่าน ไม่ว่าประเทศใดที่ขวางเส้นทางล้วนขัดผลประโยชน์ประชาคมโลก

            ในขณะที่หน้าสื่อเต็มด้วยคำพูดของทรัมป์ เรื่องราวของสงครามกับความตึงเครียด ตัวแสดงที่ 3 หรือ Third Party มีผลต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ Third Party ในที่นี้หมายถึงประเทศอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมสำคัญ เช่น จีน นาโตยุโรป ที่คาดว่าพวกเขากำลังทำงานอยู่หลังม่าน

            เป้าหมายของ Third Party คิดไกลมากกว่าสงครามอิหร่าน พวกเขาอาจกำลังสั่งสอนสหรัฐ ว่านานาชาติจะตอบโต้อย่างไรถ้าสหรัฐมีผู้นำอย่างทรัมป์ ที่ไปล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา เอาน้ำมันประเทศนี้มาเป็นของตัวเอง และหวังทำเช่นนี้กับอิหร่าน นโยบายเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาชอบอิหร่าน แต่โลกไม่ควรเป็นนี้ ไม่ควรยึดกฎแห่งป่า

            โลกไม่สงบสุขแน่ถ้ารัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ไปรุกรานประเทศอื่นตามใจชอบ Third Party จึงร่วมกันใช้โอกาสนี้ส่งสารไปถึงคนอเมริกันว่าอย่าเลือกประธานาธิบดีอย่างทรัมป์อีก

            ในการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐ-จีนเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2025 มีการหารือเรื่องชองแคบฮอร์มุซ ความจริงแล้วการเปิดฮอร์มุซง่ายนิดเดียว เพียงแค่สหรัฐกับอิสราเอลหยุดรุกรานอิหร่าน ถอนกำลังรบกลับไป เพียงเท่านั้นสันติภาพจะเกิดขึ้นทันที อย่างน้อยที่สุดก็ชั่วคราว เพราะสหรัฐอาจข่มขู่รุกรานประเทศอื่นแทน

            รัฐบาลสหรัฐคิดว่านโยบายกับพฤติกรรมของตนกำลังสร้างความมั่นคงแก่ตนและโลก แต่หลายประเทศคิดตรงกันข้าม ขนาดพันธมิตรนาโตยังมองว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรง คำว่าพันธมิตรของสหรัฐหมายความว่าอย่างไรกันแน่

24 พฤษภาคม 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10780 วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569)

 

------------------

บรรณานุกรม :

1. Donald Trump has begun a mafia-like struggle for global power. (2025, February 27). The Economist. Retrieved from https://www.economist.com/leaders/2025/02/27/donald-trump-has-begun-a-mafia-like-struggle-for-global-power

2. Facing Trump’s threats, Canada shifts defense links away from US. (2025, March 21). Defense News. Retrieved from https://www.defensenews.com/global/the-americas/2025/03/20/facing-trumps-threats-canada-shifts-defense-links-away-from-us/

3. France, UK to host talks on ‘restoring’ navigation in Hormuz: Macron. (2026, April 13). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/world/13042026

4. German president slams Iran war as illegal. (2026, March 24). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/germany-president-frank-walter-steinmeier-slams-us-donald-trump-iran-war-as-illegal/

5. Germany’s Merz vows ‘independence’ from Trump’s America, warning NATO may soon be dead. (2025, February 23). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/friedrich-merz-germany-election-united-states-donald-trump-nato/

6. Mark Carney to Donald Trump: ‘Canada never, ever will be part of America’. (2025, March 9). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2025/03/09/canadas-liberals-pick-mark-carney-to-replace-justin-trudeau-00220148

7. Read the full transcript of Trump's inauguration speech. (2025, January 20). CBS News. Retrieved from https://www.cbsnews.com/news/transcript-trump-inauguration-speech-2025/

8 ‘This Is Not Our War’: Europe and U.K. Push Back Against Trump’s Demands. (2026, March 16). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/03/16/world/europe/europe-iran-war-trump-hormuz-warships.html

9. Trade Between the U.S. and EU Is Massive. We Break It Down. (2025, May 25). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/economy/trade/european-union-exports-tariffs-explained-64acab19?mod=economy_lead_pos2

10. Trump discussing how to acquire Greenland, US military always an option, White House says. (2026, January 7). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/world/trump-advisers-discussing-options-acquiring-greenland-us-military-is-always-an-2026-01-06/

11. Trump the Godfather: Why he is compared to the movie character. (2025, March 1). The Economic Times. Retrieved from https://economictimes.indiatimes.com/news/international/global-trends/trump-the-godfather-why-he-is-compared-to-the-movie-character/articleshow/118646966.cms?from=mdr

-----------------