GS1106 สำรวจแผนที่โลก ประเทศสำคัญ

เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็น แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            เคยสงสัยไหมครับว่าพื้นที่แถวบ้านกว้างใหญ่ บ้านป้าอยู่ทางซ้ายห่างไป 5 หลัง บ้านเพื่อนอยู่ทางขวาเกือบสุดซอย บ้านรถเมล์ออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้าย เราต้องจำว่าบ้านไหนหรือที่ไหนอยู่ที่ใด ใครตอบได้บ้างว่า จังหวัดอยุธยาอยู่ทางทิศใดของจังหวัดที่อาศัยอยู่ จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใกล้จังหวัดใด

            ยิ่งถ้าเป็นระดับประเทศน่าจะต้องศึกษา บางคนรู้ว่าประเทศไทยติดกับกัมพูชา แต่ไม่แน่ใจว่าไทยติดกับเวียดนามหรือไม่ ถ้าดู “แผนที่” เราจะได้คำตอบเหล่านี้ทันที

 

1. การดูแผนที่

            แผนที่ (Map) คือ "รูปจำลองของพื้นผิวโลก" (หรือบางส่วนของโลก) ที่ถูกวาดลงบนวัสดุแบนๆ เช่น กระดาษหรือหน้าจอ โดยมีจุดเด่นสำคัญ 3 อย่างคือ

            1) การย่อส่วน เราไม่สามารถยกโลกทั้งใบมาวางได้ จึงต้องใช้ "มาตราส่วน" เพื่อย่อขนาดพื้นที่จริงให้เล็กลงจนดูได้ในแผ่นเดียว

            2) การใช้สัญลักษณ์ แผนที่จะใช้เส้น สี และรูปทรงต่างๆ แทนสิ่งที่มีอยู่จริง เช่น

            สีน้ำเงิน แทน แหล่งน้ำ (แม่น้ำ ทะเล)

            สีเขียว แทน ป่าไม้หรือที่ราบ

            เส้นประ/เส้นทึบ แทน ถนนหรือเส้นเขตแดนประเทศ

            3) วาดบนพื้นรา เป็นการเปลี่ยนโลกที่กลมๆ ให้กลายเป็นแผ่นราบเพื่อให้เราพกพาง่ายและดูภาพรวมได้สะดวก

            อธิบายทิศ N S E W

            ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก

            ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกา ทิศตะวันออกคือเลข 3 ทิศตะวันตกคือเลข 9 ทิศเหนือคือเลข 12 และทิศใต้คือเลข 6

            ทิศ (Direction) คือ แนวทางหรือตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง โดยในทางภูมิศาสตร์ เราใช้การหมุนของโลกและการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์เป็นตัวกำหนด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันในการระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกครับ

            ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 1.30 น.

            ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 7.30 น.

(ชมคลิป แผนที่คืออะไร โลกใน 7 ทวีป)

2. โลกใน 7 ทวีป

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก เพื่อให้จำง่ายขึ้น จึงแบ่งเป็นทวีป เช่น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป

            ปัจจุบัน แบ่งโลกออกเป็น 7 ทวีป ได้แก่

            1) เอเชีย (Asia)

            2) แอฟริกา (Africa)

            3) อเมริกาเหนือ (North America)

            4) อเมริกาใต้ (South America)

            5) แอนตาร์กติกา (Antarctica) ขั้วโลกใต้

            6) ยุโรป (Europe)

            7) ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย (Australia/Oceania)

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันออก (E) ของทวีปแอฟริกามีสัตว์อะไร

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของทวีปอเมริกาเหนือมีสัตว์อะไร

คำถาม ทวีปใดมีขนาดเล็กที่สุด

คำถาม ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ทวีปเอเชียมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ชอบอะไรมากที่สุดในทวีปเอเชีย

 

3. แบ่งโลกเป็นประเทศ

            นอกจากแบ่งโลกเป็นทวีป ยังแบ่งโลกเป็นประเทศ ปัจจุบันมี 195 ประเทศตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ (UN) โดย 193 ประเทศเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหประชาชาติ และ 2 ประเทศที่เป็นรัฐสังเกตการณ์ (Observer States) คือ นครรัฐวาติกันกับปาเลสไตน์

            ภาพ แผนที่ทวีปเอเชีย พร้อมชื่อประเทศสำคัญๆ

คำถาม ทิศตะวันตก (E) ของประเทศไทยคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศใต้ (S) ของประเทศมองโกเลียคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของประเทศอินเดียคือประเทศอะไร

คำถาม ถ้ามองจากปากีสถาน ประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใดของปากีสถาน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียน เลือกประเทศที่ชอบ 1 ประเทศ (ประเทศใดก็ได้) และอธิบายสั้นๆ ว่าประเทศนั้นล้อมรอบด้วยประเทศใด เช่น ประเทศไทย ทิศใต้คือมาเลเซีย ทิศตะวันออกคือกัมพูชา ตะวันออกเฉียงเหนือคือสปป.ลาว ทิศตะวันตกคือเมียนมา (นักเรียนสามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่)

(ชมคลิป แบ่งโลกเป็นประเทศ )

4. เมืองหลวงสำคัญ

            นอกจากรู้จักทวีป ประเทศสำคัญ ควรรู้จักชื่อเมืองสำคัญ เช่นชื่อเมืองหลวง กรุงเทพ ปักกิ่ง

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปเอเชีย

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันออก

            เช่น มอสโกคือเมืองหลวงของรัสเซีย เคียฟคือเมืองหลวงของยูเครน วอร์ซอคือเมืองหลวงของโปแลนด์ ปักกิ่งคือเมืองหลวงของจีน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียนเลือกทวีปที่ชอบ 1 ทวีป และอธิบายสั้นๆ ว่าในทวีปนั้นมีประเทศอะไร ชื่อเมืองหลวงคืออะไร จำนวน 5 ประเทศ 5 ชื่อเมืองหลวง (สามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่ หรือจากรูปที่ส่งให้)

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก มีอะไรบ้างตั้งอยู่ในประเทศใด

 

5. ประโยชน์ของการจดจำแผนที่

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก แผนที่ช่วยเราจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เช่น ประเทศไทยอยู่ในเอเชีย ประเทศไทยอยู่ใกล้ประเทศจีนมากกว่าอิหร่าน อินโดนีเซียอยู่ทางทิศใต้ของไทย

            การจดจำว่าประเทศใดอยู่ทวีปช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราคิดเร็วขึ้นว่าประเทศนั้นอยู่ไหน อยู่ใกล้หรือไกล

            เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็นลง แต่น้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            คำถาม ถ้าแผ่นดินไหวหนักที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส จะมีผลต่อประเทศไทยด้วยหรือไม่

            คำถาม ถ้ามีเหตุไฟไหม้ที่ห่างจากบ้านนักเรียนไม่กี่หลัง นักเรียนคิดว่าควรเตรียมหนีไฟหรือไม่

(ชมคลิป เมืองหลวงสำคัญกับประโยชน์ของการจดจำแผนที่)

6. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด1

            คำถาม1 ถ้ามีข่าวน้ำท่วมใหญ่ และน้ำเริ่มมาแถวบ้านนักเรียน คิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย1 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง บ้านนักเรียนจะเป็นที่ใดก็ได้) ถ้าภาคเหนือฝนตกหนักน้ำท่วม นักเรียนคิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย2 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าทวีปแอฟริกาแล้งมาก คิดว่าประเทศไทยจะแล้งมากด้วยหรือไม่ ให้นักเรียนคิดก่อนว่าแอฟริกาอยู่ตรงไหน

             คำถามอภิปราย3 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าภูเขาไฟระเบิดที่ญี่ปุ่น คิดว่าจะมีผลต่อไทยด้วยหรือไม่ – ให้นักเรียนคิดก่อนว่าญี่ปุ่นอยู่ตรงไหน

            คำถามอภิปราย4 ถ้ามีข่าวพายุเข้าประเทศเวียดนาม คิดว่าจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย5 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดน้ำท่วมสหราชอาณาจักร ถามว่าบ้านนักเรียนน่าจะน้ำท่วมด้วยหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย6 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงที่กรุงเบอร์ลิน ถามว่าควรเตรียมตัวป้องกันอย่างไร เช่น ควรเตรียมย้ายบ้านหนีไฟหรือไม่ ควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่

 

7. หลักมาตราส่วน

            ดังที่เรียนกันแล้วว่าเนื่องจากโลกมีขนาดใหญ่ ประเทศกว้างใหญ่ เราจึงทำแผนที่เพื่อ “ย่อ” ขนาดโลกหรือประเทศให้ “เล็กลง” เช่น ให้ใหญ่เท่ากระดาษใบหนึ่ง

            การย่อส่วน คือการกำหนด "มาตราส่วน (Scale)" เช่น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 688 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 100 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน7 เซนติเมตรเท่านั้น

            ระยะทางกรุงเทพ-นิวเดลียาว 4,300 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 4,289 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 1,000 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-นิวเดลี ที่ห่างกันยาว 4.3 เซนติเมตร

            จะเห็นว่าประโยชน์ของแผนที่คือการย่อส่วนโลกหรือประเทศที่กว้างใหญ่ ให้เล็กลงอยู่ในกระดาษแผ่นหนึ่ง ช่วยให้มองโลกหรือประเทศง่ายขึ้น

            มาตราส่วนจะกำหนดเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นกับความเหมาะสม การนำไปใช้งาน เช่น ถ้าต้องการให้แผนที่ละเอียดขึ้น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ที่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 50 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 14 เซนติเมตร ผลคือเราจะเห็นขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัว

            ในทางกลับกัน ถ้าต้องการย่อส่วนให้เล็กลง ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 200 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 3.5 เซนติเมตรเท่านั้น ผลคือเราจะเห็นขนาดเล็กลง

            ดังนั้น หลักมาตราส่วนคือการย่อขนาด ให้เล็กลง ให้อยู่บนกระดาษแผนที่นั่นเอง

 

8. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด2 

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 10 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 10 นิ้ว เอา 10 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 5 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 20 นิ้ว เอา 5 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 20 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 5 นิ้ว เอา 20 ไปหาร 100)

 

            จากแผนที่ยุโรปตะวันตก ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 100 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 15 เซนติเมตร เอา 100 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 1,000 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 1.5 เซนติเมตร เอา 1,000 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 500 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 3 เซนติเมตร เอา 500 ไปหาร 1.500)

-----------------

 


สงครามอิหร่านนำจักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย? (3)

หลายสิบปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจมีขึ้นมีลง ในอนาคตสหรัฐอาจมีอำนาจสัมพัทธ์น้อยกว่าจีน BRICS แต่ยังเป็นมหาอำนาจหนึ่งในโลกหลายขั้ว

            บทความนี้วิพากษ์บทความของเรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ที่เตือนว่าจักรวรรดิอเมริกาจะล่มสลายเพราะสงครามอิหร่าน ดังนี้

โลกเสี่ยงของแพงคนตกงานเศรษฐกิจโตต่ำ:

            ถ้าคิดแง่ลบสุดตราบใดที่อิหร่านไม่สิ้นฤทธิ์ การรบดำเนินต่อไป แต่ไม่ถึงกับไม่มีน้ำมันใช้เลย สินค้าหลายอย่างจะขึ้นราคา

            รัฐบาลทรัมป์รู้ดีกว่าน้ำมันแพง แต่ยังอยากรบต่อจึงพยายามเพิ่มอุปทานเข้าตลาด เช่น อนุญาตให้อินเดียซื้อน้ำมันรัสเซียชั่วคราว เพื่อลดปัญหาน้ำมันตึงตัว น้ำมันที่อินเดียซื้อจากรัสเซียจะปล่อยขายในตลาดโลกอีกทอด รัสเซียจึงได้ประโยชน์จากน้ำมันราคาแพงในช่วงนี้

            ในขณะที่สหรัฐเพิ่มน้ำมันเข้าตลาด อิหร่านทำตรงข้าม นักวิชาการบางคนชี้ว่าอิหร่านใช้น้ำมันเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจเพื่อต่อรองทางการเมือง

            ควรเข้าใจว่าอิหร่านปิดกั้นเฉพาะเรือที่ไม่เป็นมิตรกับตน ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่ใช่การปิดตายช่องแคบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกปัจจัยกดดันราคาพลังงาน โหมความวิตกกังวล แม้บางคนตีความว่าเป็นความผิดของอิหร่าน แต่บางคนตีความว่าสหรัฐ-อิสราเอลผิดเช่นกัน

            สถานการณ์ที่ต่างไม่ยอมถอย รัฐบาลทรัมป์ประกาศรบต่อ และไม่ชัดว่าจะยุติสงครามในสิ้นเดือนเมษา ยิ่งทำให้สถานการณ์พลังงานตึงเครียด บั่นทอนความเชื่อมั่นการลงทุนของตลาดโลก บางคนชี้ว่าเสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) คล้ายกับวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973

            ประเด็นที่น่ากังวลคือ สงครามนี้จะจบเร็วหรือจะยืดยาวแค่ไหน นานาชาติอยากให้จบเร็ว ทุกคนรู้ดีว่ายิ่งยืดเยื้อเศรษฐกิจแต่ละประเทศจะยิ่งเสียหาย บางประเทศคือซ้ำเติมสถาพที่เลวร้ายอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

            คำถามคือรัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการให้จบเร็วหรือไม่ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการแล้วหรือยัง

            ประธานาธิบดีทรัมป์ที่ชอบใช้กำลัง การข่มขู่ และเอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนอิหร่านสู้ไม่ถอย กำลังสู้ถวายชีวิตเพื่อความอยู่รอด ท่าทีเหล่านี้ยิ่งทำให้นานาชาติกังวล มองโลกในแง่ร้ายมากกว่าดี ถ้าสหรัฐส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินสถานการณ์คงเลวร้ายลงอีกมาก

            นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ผลเสียหายมากมาย

            ยกตัวอย่าง Amin Nasser จาก Saudi Aramco เตือนว่าสงครามทำลายตลาดน้ำมันโลก อาจทำให้เศรษฐกิจโลกหายนะ ประเด็นไม่อยู่แค่มีน้ำมันพอใช้หรือไม่เท่านั้น แต่จะหายนะด้วย “ราคา” ที่พุ่งสูง ด้วยหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนขนส่ง การประกันความเสี่ยง ต้นทุนจากอุตสาหกรรมน้ำมัน การเก็งกำไรของตลาด

            I.M.F. ย้ำสงครามอิหร่านส่งผลทำลายเศรษฐกิจโลก ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลจากโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเสียหายและเส้นทางขนส่งมีปัญหา เร่งให้สินค้าแพง ตามด้วยเงินเฟ้อ ไม่ง่ายที่เศรษฐกิจโลกจะกลับไปจุดเดิม

สงครามอิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจสหรัฐ:

            นักวิเคราะห์บางสายเตือนเศรษฐกิจสหรัฐกำลังสู่เส้นทางล่มสลาย หนี้สาธารณะท่วมประเทศ I.M.F เตือนว่าเป็นไม่ได้ที่สหรัฐจะก่อหนี้ไม่หยุด ตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณพายุใหญ่กำลังจะมา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (2008) บอนด์ยีลด์ 2 ปีของสหรัฐ พุ่งแซงดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) นับวันพันธบัตรสหรัฐไม่น่าลงทุน

            สัญญาณนี้มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในอดีตเกือบทุกครั้งที่เกิดรูปแบบนี้ เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-18 เดือน

            สงครามอิหร่านโดยตัวมันเองอาจไม่เป็นเหตุให้เศรษฐกิจสหรัฐพังพินาศ สูญเสียความเป็นมหาอำนาจ แต่เป็นอีกปัจจัยผลักดันเร่งระเบิดเวลาให้ทำงานเร็วขึ้น

            ข้อโต้แย้ง: แม้อิทธิพลทางการเมืองและค่าเงินจะดูเสื่อมถอยลง แต่สหรัฐยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก (เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ) นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ช่วยยื้ออำนาจของสหรัฐ

            เรย์ ดาลิโอ ประเมินสถานการณ์อย่างน่าฟังว่า ชาวอิหร่านมีเหตุผลมากมายที่จะสู้ไม่หยุด ส่วนคนอเมริกันห่วงเรื่องน้ำมันแพง ค่าครองชีพ นักการเมืองสนใจเรื่องเลือกตั้งกลางเทอม

            Fawaz Gerges จาก London School of Economics ชี้ว่าอิหร่านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ดังนั้นจะสู้สุดฤทธิ์เพื่อความอยู่รอด Alex Vatanka จาก Middle East Institute อธิบายว่าพวกเขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ดังนั้นจึงไม่มีคำว่ายอมแพ้

            ทรัมป์ที่เคยหวังให้สงครามครั้งนี้จะช่วยให้เขาได้รับความนิยมมากขึ้น แต่บัดนี้คะแนนนิยมตกฮวบ แม้ไม่มีผลต่อตำแหน่งประธานาธิบดีโดยตรง แต่มีผลต่อสส. สว.ที่ต้องเลือกตั้งปลายปีนี้ (ต้นเดือนพฤศจิกายน) พรรครีพับลิกันจะกดดันทรัมป์

            ราคาน้ำมันต้องกลับสู่ปกติหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ไม่เกินสิ้นไตรมาส 2 และหวังว่าจะคุมอัตราเงินเฟ้อได้ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลอิสราเอลต้องรบให้สอดคล้องกับแผนทรัมป์ อย่างน้อยต้องปล่อยให้ผ่านเลือกตั้งกลางเทอมนี้ก่อน

ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง:

            Jamie Dimon CEO JPMorgan แถลงภาพรวมเศรษฐกิจว่าผลการดำเนินงานบริษัทใหญ่ในสหรัฐยังคงดี เศรษฐกิจยังทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากหลายประเทศที่สะเทือนหนัก

            ท่ามกลางกระแสอเมริกาถดถอย รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพยายามแก้ไขปัญหา เชิดชูความยิ่งใหญ่ของประเทศ พยายามฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ให้กลับมาอีกครั้ง รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ชูนโยบายที่ต้านการถดถอยโดยตรง

            Jamie Dimon CEO JPMorgan เตือนถ้าน้ำมันแพงอยู่อย่างนี้ จะทำให้เศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นอ่อนตัวเข้าสู่ตลาดหมี นักลงทุนจะพากันเทขาย หนีออกจากตลาดหุ้น นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าต้องโทษทรัมป์ที่ก่อสงคราม

            ที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ทางออกเพื่อให้สหรัฐถอนตัวออกจากสงคราม ดังที่นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าทรัมป์พยายามดึงให้ชาติอาหรับ นาโตยุโรป ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เข้าสู่สมรภูมิ เพราะต้องการให้พันธมิตรเหล่านี้ทำสงครามตัวแทนกับอิหร่าน แล้วตัวเองเปลี่ยนบทบาทเป็นแค่ผู้สนับสนุน เหมือนสงครามยูเครนที่เป็นสงครามตัวแทนระหว่างนาโตยุโรปกับรัสเซีย สหรัฐแค่สนับสนุนเรื่องอาวุธ ข้อมูลข่าวสาร นี่คือยุทธศาสตร์สงครามตัวแทนที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา สหรัฐจะไม่พยายามรบโดยตรงแต่ให้คนอื่นรบแทน

            วิเคราะห์: คำพูดแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ ทุกคนในตลาดเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว รัฐบาลทรัมป์กับอิหร่านก็เข้าใจเช่นกัน ยิ่งสงครามลากยาว อุตสาหกรรมน้ำมันปั่นป่วน สุดท้ายคือตลาดหุ้นพัง เรื่องนี้แหละที่ทรัมป์กลัวมากกว่าแพ้สงคราม

            ก่อนที่เศรษฐกิจภาคการผลิตจริงพัง ภาคการลงทุนการเก็งกำไรจะพังก่อน เรื่องนี้กระทบต่อความรู้สึก เงินในกระเป๋าของคนอเมริกันทุกคน รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องจะให้ความสำคัญมากที่สุด กล่าวได้ว่าทรัมป์ไม่กลัวแพ้สงครามแต่กลัวตลาดหุ้นพัง ทรัมป์จะพูดเรื่องสงครามอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าตลาดหุ้นพังรัฐบาลจะได้ยินเสียงตะโกนจะประชาชน

            การวิเคราะห์ของเรย์ ดาลิโอ เฉียบคมหลายจุด แต่คงเกินไปถ้าจะฟันธงว่าสงครามอิหร่านจะทำให้จักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย ที่น่าจะเป็นไปได้คือพาให้เศรษฐกิจย่ำแย่กว่าเดิม น่ากังวลยิ่งขึ้น

19 เมษายน 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10745 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569)

--------------


บรรณานุกรม :

1. AfD’s Maximilian Krah on Europe’s political quake. (2024, June 14). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/06/afds-maximilian-krah-on-europes-political-quake/

2. 'Good actors': Why US ‘allowed’ India to purchase Russian oil despite tariff tensions. (2026, March 11). Hindustan Times. Retrieved from https://www.hindustantimes.com/india-news/good-actors-white-house-on-allowing-india-to-resume-russian-oil-purchase-west-asia-tensions-us-iran-war-oil-supply-101773168191225.html

3. I.M.F. Says Iran War Will Drag Global Growth Lower. (2026, April 9). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/09/world/middleeast/imf-iran-war-global-growth.html

4. Iran bets on endurance, energy disruption to outlast US, Israel. (2026, March 10). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-bets-endurance-energy-disruption-outlast-us-israel-2026-03-10/

5. Jamie Dimon warns rising oil prices could trigger a recession and a bear market in 2026. (2026, April 6). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/jamie-dimon-isnt-too-worried-about-private-credit-but-he-sees-another-problem-for-markets-8ba4aa1a?mod=home_lead

6. J.P. Morgan Sees Resiliency in U.S. Economy Despite Iran War. (2026, April 14). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/14/business/jpmorgan-wells-fargo-citi-earnings.html

7. Nye, Joseph S. Jr. (2015). Is the American Century Over? UK: Polity Press.

8. Qatar says ‘all fires’ at major gas hub contained, UAE shuts gas facilities. (2026, March 19). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/gulf/2026/03/19/qatar-says-all-fires-at-major-gas-hub-contained-uae-shuts-gas-facilities

9. Oil Shock Sends Tremors Through World Economy: ‘This Really Is the Big One’. (2026, March 12). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/03/12/business/economy/iran-oil-shock-economy-global-impact.html

10. Ray Dalio predicts a ‘final battle’ at Strait of Hormuz will decide who wins US-Iran war — ‘Watch out for’. (2026, March 18). msndotcom. Retrieved from https://www.msn.com/en-in/news/world/ray-dalio-predicts-a-final-battle-at-strait-of-hormuz-will-decide-who-wins-us-iran-war-watch-out-for/ar-AA1YSdwt?ocid=BingNewsVerp&apiversion=v2&domshim=1&noservercache=1&noservertelemetry=1&batchservertelemetry=1&renderwebcomponents=1&wcseo=1

11. The bond market is flashing a signal not seen since before the 2008 crisis. (2026, March 19). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/investors-have-spotted-a-pattern-in-markets-that-hasnt-been-seen-since-just-before-the-2008-crisis-c2158017?mod=home_lead

12. Trump’s endgame in Iran: ‘Regime change’ without US boots on the ground. (2026, March 4). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2026/3/4/trumps-endgame-in-iran-regime-change-without-us-boots-on-the-ground

13. Worst-case, a dreaded term could apply to the 2026 energy shock. (2026, March 31). Asia Times Retrieved from https://asiatimes.com/2026/03/worst-case-a-dreaded-term-could-apply-to-the-2026-energy-shock/

-----------------