ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฟิลิปปินส์กับไต้หวันยุติข้อพิพาทเพื่อผลประโยชน์ระดับประเทศ

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 6124 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ.2556
และได้รับการเผยแพร่ผ่าน สมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2013, http://www.thaizhong.org/index.php?option=com_content&view=article&id=3675:2013-08-21-04-37-06&catid=63:articlespecialorther-cat&Itemid=100)

            เมื่อสามเดือนก่อนเกิดเหตุเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวัน ทำให้ลูกเรือไต้หวันคนหนึ่งเสียชีวิต นายหม่า อิงจิ่วประธานาธิบดีไต้หวันเรียกร้องคำขอโทษจากรัฐบาลฟิลิปปินส์ แต่นายอาร์มานด์ บาลิโล โฆษกกองป้องกันยามฝั่งฟิลิปปินส์กล่าวว่า “รู้สึกสงสารเห็นใจถ้ามีผู้เสียชีวิต แต่ไม่ขอโทษ” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและท่าทีของทั้งสองฝ่ายทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นมาทันที
            ฝ่ายฟิลิปปินส์อ้างว่าเรือประมงไต้หวันเข้ามาทำประมงในน่านน้ำของตน เรือประมงอย่างน้อยหนึ่งลำพยายามพุ่งเข้าชนเรือยามฝั่ง เจ้าหน้าที่บนเรือจึงพยายามยิงปืนใส่เครื่องยนต์เพื่อให้เรือหยุด โดยไม่ระวังว่าจะมีผู้ใดถูกยิงหรือไม่ ฝ่ายไต้หวันเห็นว่าเรือถูกยิงขณะทำประมงในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตนที่จุด 164 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งไต้หวัน และเห็นว่าการที่เรือยามฝั่งยิงเรือประมงที่ปราศจากอาวุธเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
            เป็นสภาวะที่ทั้งสองฝ่ายต่างอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ (หรือทะเลฟิลิปปินส์) ทางการฟิลิปปินส์เห็นว่าเจ้าหน้าที่กระทำตามกฎหมาย ส่วนไต้หวันเห็นว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ

ปฏิกิริยาจากไต้หวันกับฟิลิปปินส์:
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเหตุที่ประธานาธิบดีหม่าแสดงท่าทีขึงขังเมื่อตอนเกิดเหตุเนื่องจากแรงกดดันจากประชาชน จากพรรคฝ่ายค้าน นักการเมืองบางคนถึงกับเสนอให้รัฐบาลยกเลิกการจ้างแรงงานฟิลิปปินส์ทั้งหมด ในช่วงนั้นคะแนนนิยมของประธานาธิบดีหม่ากำลังตกต่ำอย่างมาก ผลโพลล์แห่งหนึ่งชี้ว่าเขาได้รับคะแนนนิยมเพียงร้อยละ 19.1 ในขณะที่ร้อยละ 69.9 ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่พอใจผลงานของท่าน ที่ผ่านมาบางคนเห็นว่าประธานาธิบดีอ่อนแอเกินไปโดยเฉพาะกรณีการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะเตียวหยู (เซนกากุ) ระหว่างจีน ญี่ปุ่นกับไต้หวัน การแสดงท่าทีขึงขังครั้งนี้จึงเป็นการแสดงบทบาทของประธานาธิบดีผู้ปกป้องพลเมือง ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ
            อันที่จริงแล้วความขัดแย้งการทำประมงระหว่างชาวประมงสองฝ่ายไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเวลานานหลายปีแล้วที่ชาวประมงฟิลิปปินส์กล่าวหาว่าเรือประมงไต้หวันลักลอบเข้ามาหาปลาในเขตน่านน้ำฟิลิปปินส์ กรอปกับไม่พอใจที่เรือประมงของไต้หวันลำใหญ่กว่า ทันสมัยกว่า สามารถจับปลาในจุดที่เรือฟิลิปปินส์ทำไม่ได้ จึงเป็นความไม่พอใจที่ซ่อนอยู่ภายในและพยายามรังควานเรือประมงไต้หวัน แต่ที่ผ่านมาความขัดแย้งเรื่องการทำประมงไม่ถูกยกระดับเป็นปัญหาระหว่างประเทศ
            ประเด็นการอ้างสิทธิเหนือพื้นที่ทับซ้อนต่างหากเป็นปัญหาระหว่างประเทศที่สำคัญ ประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโนที่ 3 แสดงท่าทีขึงขังเรื่อยมาโดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุเผชิญหน้ากับจีน ต่อกรแบบไม่ลดราวาศอก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นไต้หวันหรือจีนเมื่อล่วงล้ำเขตพื้นที่อ้างสิทธิและกลายเป็นข่าว รัฐบาลฟิลิปปินส์ย่อมไม่อาจถอยจากจุดยืนของตน เพียงแต่กรณีนี้ยุ่งยากมากขึ้นเพราะไต้หวันกับฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์การค้า มีผลประโยชน์ร่วมกันหลายอย่าง โดยเฉพาะกรณีแรงงานฟิลิปปินส์ที่ทำงานช่วยงานบ้านในไต้หวันราว 87,000 คนและแรงงานในภาคอื่นๆ
            เมื่อทางการฟิลิปปินส์ไม่ยอมขอโทษอย่างเป็นทางการอย่างที่ไต้หวันยอมรับ รัฐบาลไต้หวันจึงออก 11 มาตรการเพื่อกดดันฟิลิปปินส์ ใน 11 มาตรการดังกล่าว 2 ข้อที่ฟิลิปปินส์ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ การไม่รับแรงงานฟิลิปปินส์เข้าทำงานเพิ่มกับการไม่ส่งเสริมให้ชาวไต้หวันเดินทางไปฟิลิปปินส์

ฟิลิปปินส์ยอมขอโทษอย่างเป็นทางการ:
            ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมสามเดือนหลังเกิดเหตุ นายอมาดีโอ เปเรซ (Amadeo Perez) ตัวแทนของฟิลิปปินส์กล่าวขออภัยอย่างเป็นทางการกรณีที่เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำทะเลจีนใต้ เป็นเหตุให้ชาวประมงไต้หวันคนหนึ่งเสียชีวิต นายเปเรซอ่านแถลงการณ์ขออภัยต่อหน้าที่ประชุมสื่อมวลชน และกล่าวว่าตนได้รับมอบหมายจากประธานาธิบดีเบนิกโน อากีโนที่ 3 เป็น “ตัวแทนส่วนตัวของท่านและประชาชนฟิลิปปินส์เพื่อแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอการให้อภัย” ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และยังชี้แจงว่ากระทรวงยุติธรรมฟิลิปปินส์ “กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน” เจ้าหน้าที่ยามฝั่ง 8 นายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงลูกเรือประมงไต้หวัน ประเทศฟิลิปปินส์ได้เรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากโศกนาฏกรรมและเห็นว่าควรระวังในการบังคับใช้กฎหมายการทำประมงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ผลจากการขออภัยและการดำเนินคดีทำให้รัฐบาลไต้หวันประกาศยกเลิก 11 มาตรการคว่ำบาตรต่อฟิลิปปินส์ทันที
            กรมสืบสวนสอบสวนแห่งชาติ (The National Bureau of Investigation หรือ NBI) ของฟิลิปปินส์รายงานว่ากำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้ายามฝั่งที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เสียชีวิตของลูกเรือประมงไต้หวัน ชี้ว่าหลักฐานที่มีอยู่ยังไม่อาจสรุปชัดเจนว่าเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์พุ่งเข้าหาเรือประมงไต้หวัน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์อ้างว่าเรือประมงไต้หวันต่างหากที่พุ่งเข้าใส่เรือยามฝั่ง จึงต้องยิงปืนใส่เรือประมง และยังชี้ว่าฝ่ายฟิลิปปินส์ได้ทำการยิงเตือนและส่งเสียงเตือนล่วงหน้าก่อนยิงใส่เรือประมง และเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทำด้วยความตั้งใจหรือเตรียมการล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ยามฝั่งพยายามปฏิบัติตามกฎหมายแต่ไม่ได้ใช้อาวุธตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ความตั้งใจของเจ้าหน้าที่คือพยายามยิงใส่เครื่องยนต์เรือประมงที่กำลังจะพุ่งชน นอกจากนี้ NBI ยังคงยึดถือว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นในขณะที่อยู่ในน่านน้ำของฟิลิปปินส์ คือราว 40 ไมล์ทะเลห่างจากชายฝั่งฟิลิปปินส์และอยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ทะเล ถือว่าอยู่ในเขตอธิปไตยของประเทศ
            ส่วนข้อมูลไต้หวันระบุว่า “เรือยามฝั่งฟิลิปปินส์ไล่ล่าเรือประมงที่ปราศจากอาวุธเป็นเวลา 75 นาทีและยิงปืนใส่เรือกว่า 100 นัด ซึ่งเป็นการชี้ชัดว่าไม่ใช่เพื่อการป้องกันตนเอง ...และมีเจตนาจะฆ่า”

วิเคราะห์องค์รวม:
            ประการแรก มีคำถามว่ารัฐบาลไต้หวันยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเร็วเกินไปหรือไม่ ควรรอให้คดีพิพากษาถึงที่สุดก่อน และที่สำคัญกว่าคือควรใช้โอกาสนี้กดดันให้รัฐบาลฟิลิปปินส์เจรจาแก้ไขปัญหาการทำประมงในเขตพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน เพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวร ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
            นักวิเคราะห์ไต้หวันบางคนเห็นว่าความขัดแย้งเรื่องการทำประมงระหว่างไต้หวันกับฟิลิปปินส์บนพื้นที่ทับซ้อนสามารถแก้ไขได้ โดยทำข้อตกลงร่วมเหมือนกับข้อตกลงที่ไต้หวันทำกับญี่ปุ่น (อนุญาตให้เรือประมงของทั้งสองฝ่ายสามารถทำประมงในน่านน้ำใกล้กับหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุได้อย่างปลอดภัย) ไม่ผิดกฎหมายของอีกประเทศหนึ่ง การแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่างหากที่ชาวประมงไต้หวันเรียกร้อง มีความสำคัญยิ่งกว่าคำขอโทษหรือการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์

            รัฐบาลไต้หวันควรตระหนักว่าการที่ฟิลิปปินส์กำลังเจรจาเรื่องการทำประมงกับไต้หวันในขณะนี้ มิได้หมายความว่าจะยินยอมโอนอ่อนตามข้อเสนอของไต้หวัน อาจเป็นเพียงการเจรจาเพื่อให้เกิดการเจรจา ไม่ได้มุ่งหวังผลลัพธ์แต่ประการใด
            เมื่อรัฐบาลไต้หวันยอมคืนความสัมพันธ์ปกติโดยที่ยังไม่บรรลุข้อตกลงทำประมง ทั้งๆ ที่กำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบจึงดูราวกับว่าไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์อย่างเต็มที่

            ประการที่สอง มีความเป็นไปได้ว่าเหตุที่รัฐบาลไต้หวันต้องเร่งยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร เพราะไต้หวันก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรเช่นกัน มาตรการคว่ำบาตรจึงส่งผลเสียต่อทั้งสองฝ่าย การที่ทางการฟิลิปปินส์ยอมแสดงการขอโทษอย่างเป็นทางการในระดับที่รัฐบาลไต้หวันกับครอบครัวผู้เสียชีวิตยอมรับได้ จึงถือว่าเป็นการประนีประนอมทั้งสองฝ่าย เพื่อยุติข้อพิพาท สองฝ่ายดำเนินความสัมพันธ์ตามปกติเช่นเดิม
            ในอีกมุมหนึ่ง แม้รัฐบาลสองฝ่ายไม่อยากให้ประเด็นการเสียชีวิตของพลเมืองหนึ่งคนเป็นเหตุกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาทั้งสองรัฐบาลต่างต้องระวังปฏิกิริยาการเมืองภายในประเทศควบคู่ด้วย จะละเลยไม่ให้ความสำคัญเลยก็ไม่ได้ แต่ที่สุดแล้วผลประโยชน์ระดับชาติย่อมต้องมาก่อน

            ประการที่สาม มีมูลความจริงว่าชาวประมงฟิลิปปินส์ไม่พอใจที่ชาวประมงไต้หวันได้ประโยชน์จากการทำประมงมากกว่า เรือประมงไต้หวันบางลำลักลอบจับปลาในน่านน้ำฟิลิปปินส์ และเรือยามฝั่งฟิลิปปินส์กับเรือประมงไต้หวันมีเหตุขัดแย้งเรื่อยมา เพียงแต่ที่ผ่านมาประเด็นดังกล่าวไม่ถูกยกระดับเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ
            ถ้าพูดในกรอบที่กว้างขึ้น มีเรือประมงหลายประเทศที่เข้ามาทำประมงในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน แต่เป้าหมายหลักของรัฐบาลอากีโนอยู่ที่เรือประมงของจีนเป็นหลัก เพราะถูกนำมาโยงกับความขัดแย้งของสองประเทศ เป็นประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่รัฐบาลอากีโนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ

            โดยรวมแล้ว เหตุผลที่สองฝ่ายยุติข้อพิพาทคืนความสัมพันธ์ตามปกติ ถ้ามองในแง่เศรษฐกิจคือเพื่อป้องกันไม่ให้ทั้งสองฝ่ายต้องสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่านี้
            ด้านเหตุผลการเมืองระหว่างประเทศ คือ รัฐบาลอากีโนไม่ประสงค์มีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศกับรัฐบาลไต้หวัน ที่ผ่านมาสองรัฐบาลเป็นมิตรกันมาโดยตลอด สองฝ่ายน่าจะมีศัตรูร่วมคือจีนมากกว่า
            ด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ เมื่อพูดถึงข้อพิพาททะเลจีนใต้หรือทะเลฟิลิปปินส์ เป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลอากีโนคือจีน เป็นคู่พิพาทด้านความมั่นคงระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดของฟิลิปปินส์
            ล่าสุดเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐบาลอาเบะกับรัฐบาลอากีโนได้ลงนามในสนธิสัญญาความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ภายในข้อตกลงดังกล่าวรัฐบาลญี่ปุ่นจะมอบเรือยามฝั่งใหม่เอี่ยมแก่ฟิลิปปินส์ถึง 10 ลำ เป็นเรือขนาด 180 ตันพร้อมอาวุธทันสมัย และยังมีแผนจัดการซ้อมรบร่วมระหว่างสองประเทศและร่วมกับสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าฟิลิปปินส์สามารถใช้เรือดังกล่าวเพื่อควบคุมเรือประมงไต้หวัน แต่เห็นได้ชัดว่าเจตนาที่แท้จริงของสนธิสัญญาดังกล่าวคือเพื่อต่อกรกับจีน การมอบเรือยามฝั่งเป็นการช่วยให้ฟิลิปปินส์มีเขี้ยวเล็บรุ่นใหม่เพื่อต่อกรกับทัพเรือประมงจีน

            คดีการยิงลูกเรือประมงไต้หวันยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ยังไม่ทราบชัดเจนว่าสุดท้ายเจ้าหน้าที่ยามฝั่งฟิลิปปินส์จะมีความผิดรับได้โทษหรือไม่ อีกทั้งการเจรจาการทำประมงระหว่างสองฝ่ายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำก็ยังไม่มีข้อสรุป แต่ถึงกระนั้นรัฐบาลทั้งสองฝ่ายกลับได้ข้อยุติ กลับมาดำเนินความสัมพันธ์ตามปกติ ทิ้งคำถามว่าลูกเรือประมงไต้หวันจะต้องตายฟรีหรือไม่ ในอนาคตโศกนาฏกรรมเช่นนี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีกหรือเปล่า หรือว่าที่สุดแล้วชาวไต้หวันต้องตระหนักว่าผลประโยชน์ระดับชาติต้องมาก่อน
--------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
ความขัดแย้งระหว่างฟิลิปปินส์กับไต้หวันต่อหมู่เกาะสแปรตลีย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ การค้นหาคำตอบว่า “ทำไมฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวันในน่านน้ำหมู่เกาะสแปรตลีย์” เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา จะช่วยทำให้เข้าใจว่าเป็นเพราะการอ้างอธิปไตย ความขัดแย้งเรื่องการทำประมง หรือการเมืองระหว่างประเทศอันซับซ้อน คำตอบจากแต่ละแนวทางส่งผลต่อทิศทางการแก้ปัญหา ความเป็นไปในอนาคต

บรรณานุกรม:
1. Death on the High Seas: Ma issues ultimatum over fisherman’s death, Taipei Times, 12 May 2013, http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2013/05/12/2003562050
2. People have given up on Ma, poll says’ Taipei Times, 13 May 2013, http://www.taipeitimes.com/News/taiwan/archives/2013/05/13/2003562143
3. EDITORIAL: Action needed on Philippines, Taipei Times, 13 May 2013, http://www.taipeitimes.com/News/editorials/archives/2013/05/13/2003562115
4. Taiwan threatens Philippines with sanctions, Al Jazeera, 13 May 2013, http://www.aljazeera.com/news/asia-pacific/2013/05/201351322456788396.html
5. 8 Coast Guard men to face homicide charges for Taiwanese fisher's death, GMA News, 7 August 2013, http://www.gmanetwork.com/news/story/320987/news/nation/8-coast-guard-men-to-face-homicide-charges-for-taiwanese-fisher-s-death
6. NBI: Homicide raps vs 8 PCG men in Taiwan case, Philippine Daily Inquirer, 8 August 2013, http://globalnation.inquirer.net/82673/nbi-homicide-raps-vs-8-pcg-men-in-taiwan-case
7. “Taiwanese poachers bolder, growing in number, say Batanes residents”, GMA News, 8 August 2013, http://www.gmanetwork.com/news/story/321196/news/nation/taiwanese-poachers-bolder-growing-in-number-say-batanes-residents
8. Government lifts Philippines sanctions, Taipei Times, 9 August 2013, http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2013/08/09/2003569263
9. “Japan, Philippines sign strategic parnership”, Jane’s Defence Weekly, 7 August 2013

--------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…