ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

สหรัฐชอบธรรมที่จะยกเลิกนโยบายจีนเดียว

18 ธันวาคม 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7346 วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2559)

ในช่วงหาเสียงจีนเป็นเป้าใหญ่ที่ทรัมป์ไม่คิดจะญาติดีด้วย เมื่อต้นเดือนธันวาคมว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์พูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน กลายเป็นประเด็นวิวาทะระหว่างทรัมป์กับจีน หลายฝ่ายวิพากษ์ว่าทรัมป์ละเมิดนโยบายจีนเดียว (one-China policy) เรื่องจึงขยับมาสู่ประเด็นนโยบายจีนเดียว
ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าตนเข้าใจเรื่องนโยบายจีนเดียวอย่างดี จีนกับไต้หวันเป็นประเทศจีนเพียงหนึ่งเดียว พูดเป็นนัยว่าจะขอเจรจากับจีนเรื่องนี้ หากจะให้รักษาหลักนโยบายนี้ต่อไปจีนต้องยอมบางเรื่อง เช่นเรื่องการค้า
            ย้ำว่าสหรัฐเสียหายร้ายแรงจากการลดค่าเงินหยวน ตั้งกำแพงภาษีสินค้าอเมริกา สร้างป้อมปราการในทะเลจีนใต้ ไม่ช่วยจัดการเกาหลีเหนือ

            การเอ่ยถึงนโยบายจีนเดียวทำให้ฝ่ายจีนออกมาตอบโต้ Cui Tiankai เอกอัครราชทูตจีนประจำสหรัฐเตือนว่าจีนจะไม่ยอมทน หากสหรัฐคิดทบทวนแก้ไขรากฐานความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐ ย้ำว่าทุกประเทศจะต้องยึดมั่นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่นำมาเป็นเครื่องต่อรอง โดยเฉพาะอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนเป็นเรื่องต่อรองไม่ได้
จีนถือว่าหลักจีนเดียวเป็นรากฐานความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ และเช่นเดียวกับทุกประเทศที่ต้องรักษาอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ดังนั้น หากนโยบายของสหรัฐละเมิดอธิปไตยจีน เท่ากับก้าวข้ามเส้นต้องห้าม (อ่านเพิ่มเติมในบทความ นโยบายจีนเดียว (one-China policy) อดีต ปัจจุบันและอนาคต)”
            บทบรรณาธิการของสื่อจีน Global Times ถึงกับระบุว่าหากสหรัฐยกเลิกนโยบายจีนเดียว จีนก็ไม่มีเหตุผลที่จะยึดแนวทางสันติวิธีกับไต้หวันอีกต่อไป อาจยึดไต้หวันด้วยกำลัง

ที่ผ่านมาสหรัฐท้าทายอธิปไตยจีนอยู่แล้ว :
เรื่องนโยบายจีนเดียวต้องย้อนหลังเมื่อกุมภาพันธ์ 1972 รัฐบาลนิกสันกับรัฐบาลจีนลงนามในแถลงการณ์ร่วมสหรัฐ-จีน (U.S.–China joint communiqué) สาระสำคัญคือ สหรัฐยอมรับว่า “จีนทั้ง 2 ฝั่งช่องแคบไต้หวันเป็นจีนเดียว และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน”
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐออกกฎหมายฉบับใหม่ระบุว่าจะปกป้องไต้หวัน ขายอาวุธให้ไต้หวันเพียงพอที่จะป้องกันประเทศ หลายทศวรรษที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐขายให้อาวุธแก่ไต้หวันเป็นระยะๆ
ทุกวันนี้ สหรัฐยังคงยึดมั่นปกป้องไต้หวัน กองเรือที่ 7 ยังปฏิบัติภารกิจดังกล่าว

ถ้ามองในกรอบกว้าง ไม่เฉพาะประเด็นไต้หวันที่รัฐบาลสหรัฐท้าทายอธิปไตยจีน ประเด็นอื่นๆ ที่สำคัญกว่าคือเรื่องทะเลจีนใต้ ประเด็นที่เคยร้อนแรงคือเรื่องหมู่เกาะเตียวหยู/เซนกากุ และเรื่องอื่นๆ เช่น ทิเบต การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่จีนเห็นว่าเป็นเรื่องภายใน
รัฐบาลโอบามาแม้ด้านหนึ่งประกาศมีสัมพันธ์ดีกับจีน ร่วมมือกับจีนในหลายด้าน ในอีกด้านหนึ่งดำเนินยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียหรือปรับสมดุลเอเชียแปซิกฟิก ที่ใครๆ เห็นว่าคือยุทธศาสตร์ต่อต้านจีน
ข้อสรุปคือ แม้สิ้นสงครามเย็น ในด้านเศรษฐกิจสังคม 2 ประเทศมีความสัมพันธ์แนบแน่นลึกมากขึ้น แต่ด้านการเมืองระหว่างประเทศ ด้านการทหาร 2 ฝ่ายเผชิญหน้ากัน ยุทธศาสตร์แม่บทสหรัฐยังคงเป้าหมายบ่อนทำลายจีนเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลจากพรรครีพับริกันหรือเดโมแครทต่างดำเนินยุทธศาสตร์แม่บทดังกล่าวทั้งสิ้น
บัดนี้ ว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังเดินตามเส้นทางนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแต่มาด้วยยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงใหม่เท่านั้นเอง

จีนละเมิดนโยบายจีนเดียว :
นโยบายจีนเดียวตั้งอยู่บนฐานคิดว่า จีนจับมือกับสหรัฐเพื่อต้านสหภาพโซเวียต แต่บริบทโลกเปลี่ยนไปมากแล้ว ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียต กลายเป็นรัสเซียที่รัฐบาลมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น ไม่มีศัตรู “สหภาพโซเวียต” อีกแล้ว
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ปัจจุบันจีนกับรัสเซีย (ถ้ายึดว่าสหภาพโซเวียตคือรัสเซียในปัจจุบัน) เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ร่วมมือกันแนบแน่น ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ การทหาร ความสัมพันธ์ทั้งระดับทวิภาคี และผ่านองค์กรความร่วมมือต่างๆ
ดังนั้น ทำไมจะตีความไม่ได้ว่าจีนได้ละเมิดฐานคิดนโยบายจีนเดียวมานานแล้ว

ผลรูปธรรมหากสหรัฐยกเลิกนโยบายจีนเดียว :
มากกว่าการวิเคราะห์วิพากษ์ทรัมป์ ควรคิดต่อว่าหากสหรัฐประกาศยกเลิกนโยบายจีนเดียว ผลรูปธรรมจะมีอะไรบ้าง
ส่วนที่ตรงมากที่สุดคือ ไม่ยอมรับว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน รัฐบาลสหรัฐสามารถปฏิบัติต่อไต้หวันในฐานะ “รัฐชาติ” (nation-state) ทั่วไป สามารถขายอาวุธแก่ไต้หวันมากเท่าที่ต้องการ สามารถเปิดความสัมพันธ์กับไต้หวันทุกด้านเท่าที่ต้องการ
แต่แม้จะเป็นเช่นนั้นอาจไม่เป็นเหตุให้ไต้หวันประกาศเอกราช ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา ดังจะพิจารณาจากปัจจัยไต้หวัน ดังนี้

            ดังที่ได้นำเสนอในบทความก่อนแล้วว่า เรื่องการประกาศเอกราชเป็นเรื่องอนาคตอีกห่างไกล สิ่งที่ชาวไต้หวันต้องการคือเรื่องปากท้อง การค้าการลงทุนกับจีน ซึ่งจะได้มาก็ต่อเมื่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นปกติ จีนต้องการเช่นนี้เหมือนกัน
            ดังนั้น ต่อให้รัฐบาลสหรัฐประกาศยกเลิกนโยบายจีนเดียว ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลไต้หวันจะประกาศเอกราช
            ล่าสุดทางการไต้หวันแสดงท่าทีว่า การยึดหลักนโยบายจีนเดียวไม่เพียงเป็นรากฐานความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างจีนกับสหรัฐ แต่ยังหมายถึงสันติภาพ เสถียรภาพของช่องแคบไต้หวันด้วย มีผลต่อความมั่นคงไต้หวัน “ไต้หวันย้ำชัดซ้ำหลายครั้งแล้วว่าการรักษาสันติภาพ ความมั่นคง ระหว่าง 2 ฝั่งช่องแคบไต้หวันและภูมิภาคให้ประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย” ไต้หวันให้น้ำหนักความสัมพันธ์ไต้หวัน-สหรัฐเท่ากับความสัมพันธ์ระหว่าง2 ฝั่งช่องแคบ (ไต้หวัน-จีน)
นั่นหมายความว่า รัฐบาลไต้หวันจะไม่ยอมให้สหรัฐใช้เป็น “เบี้ย” ต่อรองจีน เพราะการต่อรองนั้นเพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐ ไม่ใช่ของไต้หวัน
เป็นที่มาว่าฝ่ายจีนแสดงท่าทีว่าจะทำสงครามยึดไต้หวันคืน เพื่อกดดันให้รัฐบาลไต้หวันช่วยกดดันสหรัฐอีกแรง

หลักคิดสำคัญคือ ตราบใดที่ไต้หวันไม่ประกาศเอกราช จีนไม่ใช้กำลังยึดไต้หวัน ไต้หวันก็ไม่จำต้องพึ่งพาทหารอเมริกันแม้แต่นายเดียว ไม่ต้องเป็นฐานปล่อยขีปนาวุธนิวเคลียร์อเมริกาที่สุ่มเสี่ยงถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกัน
ไม่ว่าจีนหรือสหรัฐไม่อาจใช้ไต้หวันเป็นเครื่องมือดังสมัยสงครามเย็นได้อีกต่อไป เพราะชาวไต้หวันยึดมั่นผลประโยชน์ตนเองเช่นกัน นั่นคือต้องการสันติภาพ ไม่ตกเป็นสมรภูมิระหว่างมหาอำนาจ
ถ้ารัฐบาลไต้หวันไม่ยอมให้สหรัฐใช้เป็นเครื่องมือ แผนของทรัมป์ย่อมไม่ประสบความสำเร็จ หากทรัมป์จะต่อรองจีนให้ได้จริง ต้องต่อรองกับไต้หวันให้ได้ก่อน
ดังนั้น แม้สหรัฐมีความชอบธรรมที่จะยกเลิกนโยบายจีนเดียว แต่ประโยชน์ที่ได้อาจน้อยกว่าสิ่งที่ต้องสูญเสีย บั่นทอนความสัมพันธ์ทวิภาคี และน่าจะกระทบจิตวิทยาการค้าระหว่างประเทศไม่มากก็น้อย
หากทรัมป์เลือกที่จะเดินหน้าต่อ อาจเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำทางการเมืองมากกว่า

ทรัมป์พูดสนุกปากหรือไม่ :
ประเด็นสำคัญมากต่อการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์สหรัฐ คือคำถามที่ว่า การที่ทรัมป์หยิบยกนโยบายจีนเดียว เป็นเพียงการพูดสนุกปาก หรือผ่านการคิดเชิงยุทธศาสตร์ เป็นยุทธศาสตร์ต่อจีนชุดใหม่หรือไม่
เมื่อพิจารณาประเด็นจีนตั้งแต่ที่ทรัมป์พูดในช่วงหาเสียง ว่าจะต้องเจรจากับจีนเรื่องการค้าใหม่ การพูดคุยทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน และหยิบยกประเด็นนโยบายจีนเดียว เรื่องทั้งหมดมีความต่อเนื่อง ราวเป็นเป็นแผนที่ไตร่ตรองมาอย่างดี
ในอีกมุม อาจเป็นเพียงการ “โหมโรง” ของว่าที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ชอบยกคำพูดที่ฟังดู “หวือหวา” สามารถกลายเป็นข่าวดัง ถ้าเป็นเพียงการพูดสนุกปาก เรื่องนี้จะยุติในไม่ช้า

ยุทธศาสตร์ปักหมุดเอเชียของรัฐบาลโอบามาไม่ประสบความสำเร็จ เกาหลีใต้ไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร รัฐบาลฟิลิปปินส์ภายใต้โรดริโก ดูเตร์เต (Rodrigo Duterte) แสดงท่าทีถอยห่างจากสหรัฐชัดเจน เป็นไปได้ว่ายุทธศาสตร์ต่อจีนกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุง นักยุทธศาสตร์สหรัฐอาจเลือกที่จะเดินหน้าต่อกรจีนด้วยตัวเอง ไม่แสดงบทญาติดีกับจีนดังสมัยรัฐบาลโอบามาอีกต่อไป

เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณมีเพียงถ้อยคำไม่กี่คำจากทรัมป์ ทั้งยังไม่ประกาศยุทธศาสตร์ต่อจีนชุดใหม่ จึงไม่อาจสรุปว่าเป็นการพูดสนุกปาก หรือเป็นเรื่องจริงจัง กาลเวลาจะเป็นผู้ให้คำตอบ และจะเห็นชัดเจนมากขึ้นๆ ตามลำดับ
---------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
นโยบายจีนเดียว (one-China policy) ถูกอ้างว่าเป็นหนึ่งในรากฐานความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่ย้อนหลังถึงปี 1972 เมื่อ 2 รัฐบาลจับมือกันต้านสหภาพโซเวียต เป็นความสำเร็จทางการทูตครั้งใหญ่ในยุคนั้น ผู้นำโลกเสรีสามารถจับมือกับคอมมิวนิสต์จีน แต่บริบทโลกเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันไม่มีสหภาพโซเวียตอีกแล้ว รัสเซียในปัจจุบันมีสัมพันธ์ใกล้ชิดจีน ส่วนสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เป็นมิตรต่อจีนมากขึ้น ชัดเจนขึ้น อะไรคือคุณค่าแท้ของนโยบายจีนเดียวในปัจจุบันและอนาคต

บรรณานุกรม:
1. Blanchard, Ben., Hung, Faith. (2016, December 14). China warns Donald Trump's Taiwan policy a threat to regional ‘peace and stability’. The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/asia/china-donald-trump-taiwan-policy-threatens-peace-stability-a7473341.html
2. Kondapalli, Srikanth. (2008). China, People’s Republic of. In The Encyclopedia of the Cold War: A Student Encyclopedia. (pp.401-408). USA: ABC-CLIO.
3. ‘Not a bargaining chip’: China warns US against questioning sovereignty & territorial integrity. (2016, December 15). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/370342-china-us-policy-integrity-ambassador/
4. Rauhala, Emily. (2016, December 12). Trump draws rebukes after saying U.S. isn’t bound by One China policy. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/chinese-paper-calls-trump-as-ignorant-as-a-childafter-taiwan-comment/2016/12/12/d91fbaea-c02c-11e6-b20d-3075b273feeb_story.html
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…