ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เขตการค้าเสรีภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การประลองหลักการระหว่างจีนกับสหรัฐ

16 พฤศจิกายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(คอลัมน์ สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6585 วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2030844)

            ในที่ประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 22 ประจำปี 2014 ณ กรุงปักกิ่ง สมาชิกเอเปกรับรองแผนส่งเสริมกระบวนการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) นับจากนี้บรรดาเจ้าหน้าที่ของสมาชิกเอเปก ผู้มีส่วนได้เสียจะเริ่มศึกษา FTAAP อย่างจริงจัง และรายงานผลกลับก่อนสิ้นปี 2016
            ข้อสรุปดังกล่าวเป็นชัยชนะอีกครั้งของรัฐบาลจีน
เป้าหมายของจีน :
            ในฐานะเจ้าภาพการประชุมรอบนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงประกาศตั้งแต่ต้นว่าต้องการเริ่ม “แผนส่งเสริมกระบวนการจัดตั้ง FTAAP” เป็นจุดเริ่มต้นของการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิกอย่างเป็นทางการ FTAAP เป็นแนวคิดที่เอเปกประกาศตั้งแต่ปี 2006
            ในที่ประชุม จีนได้เสนอร่างแผนกระบวนการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก ชื่อว่า “Beijing Roadmap for APEC's Contribution to the Realization of the FTAAP” ที่ประชุมรับรองแผนดังกล่าว ประธานาธิบดีสีเห็นว่าการประชุมบรรลุเป้าหมายสำคัญตรงตามวัตถุประสงค์ ทุกฝ่ายพอใจ

ท่าทีสหรัฐฯ : TPP คือส่วนหนึ่งของ FTAAP
            เป็นที่ทราบกันดีกว่าเป้าหมายของเอเปกคือส่งเสริมการรวมตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ด้วยการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและกระตุ้นการค้าโลก ภายใต้กรอบเป้าหมายดังกล่าว ประธานาธิบดีบารัก โอบามาเห็นว่า “ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก” (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP) คือส่วนหนึ่งของการมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว และหวังว่าในอนาคตเศรษฐกิจสหรัฐกับจีนจะเชื่อมโยงกันด้วยมาตรฐานขั้นสูง สหรัฐเห็นว่าคือมาตรฐานการค้าเสรีของศตวรรษที่ 21
            ในแง่นี้ รัฐบาลโอบามาพยายามช่วงชิงประกาศว่ามาตรฐานของ TPP คือมาตรฐานของ FTAAP
            ถ้าพิจารณาเหตุผลเบื้องหลัง นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าสหรัฐเป็นผู้ผลักดัน FTAAP เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดจัดตั้ง “ประชาคมเอเปก” ขึ้นมาแข่งกับ “ประชาคมอาเซียน” เนื่องจากเกรงว่าเอเชียแปซิฟิกจะรวมกลุ่มกันโดยไม่มีสหรัฐ และอิทธิพลของตนจะถดถอย สหรัฐจึงแก้เกมด้วยการรื้อฟื้นเอเปก ผลักดันจัดตั้งประชาคมเอเปก ซึ่งหมายถึงการจัดตั้ง FTAAP โดยใช้การจัดตั้ง TPP เป็นหัวหอกเพื่อกันจีน รัสเซียออกจากกลุ่ม

            หากมองย้อนอดีตตั้งแต่เริ่มต้น เดือนกันยายน 2008 เริ่มปรากฏชื่อ Trans-Pacific Partnership ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2009 ประธานาธิบดีโอบามายืนว่าจะสหรัฐจะมีส่วนร่วมใน TPP และมีอีกหลายประเทศเข้าร่วมเจรจาการค้าเสรีกรอบใหม่นี้ ต่อมาในระหว่างการประชุมเอเปกที่โยโกฮามาเมื่อปี 2010 มีการประชุมสุดยอดผู้นำ TPP เป็นครั้งแรก สหรัฐเป็นหัวเรือใหญ่และอีก 8 ประเทศในขณะนั้น (ปัจจุบันประเทศคู่เจรจามีทั้งหมด 11 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ ออสเตรเลีย บูรไน ชิลี มาเลเซีย นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์ เวียดนาม แคนาดา และเม็กซิโก)
           ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาชี้ว่า TPP จะเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมกว้างขวาง (Comprehensive Agreement) มีมาตรฐานสูงยิ่งกว่าข้อตกลงขององค์การค้าโลก และก้าวหน้ามากที่สุด TPP มีมาตรฐานสูงทั้งด้านการคุ้มครองแรงงาน สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินทางปัญญา และครอบคลุมประเด็นปัญหาการค้าใหม่ๆ
            คำพูดของประธานาธิบดีโอบามาดังกล่าวเท่ากับพูดเป็นนัยว่า ต้องการให้ FTAAP มีมาตรฐานเท่า TPP แต่เป็นที่รู้กันว่ามาตรฐานการค้าเสรีของจีนยังไม่สูงเท่า และจีนยังไม่ต้องการเช่นนั้นด้วย
            ดังนั้น ตราบใดที่สหรัฐกับจีนต่างยึดมั่นแนวทางของตน ต่างฝ่ายจะมีข้อตกลงเขตการค้าเสรีตามแนวทางของตนเอง

ข้อตกลง TPP เป็นมากกว่าเขตการค้าเสรี :
            ประธานาธิบดีโอบามาย้ำว่าข้อตกลงการค้าต้องไม่เพียงช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตเท่านั้น ยังต้องยกระดับเศรษฐกิจให้มีมาตรฐานสูงขึ้น หากจะให้ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน จำต้องให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องเพิ่มการค้าการลงทุน ต้องคุ้มครองแรงงาน สิ่งแวดล้อมและทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมบทบาทของสตรีในทางธุรกิจ การใช้อินเทอร์เน็ตต้องเปิดกว้างและทุกคนเข้าถึง ส่งเสริมให้คนทุกเพศทุกวัย ทุกสีผิว ทุกความเชื่อมีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการทางการเมืองและเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชนมูลฐานได้รับการปกป้อง
            ถ้ายึดมาตรฐานที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวข้างต้น เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องของข้อตกลงการค้าการลงทุนระหว่างประเทศเท่านั้น ยังเกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครอง กล่าวได้ว่ารัฐบาลสหรัฐอาศัย TPP เป็นเครื่องมือเผยแพร่การปกครองตามแนวทางของตน เป็นการผูกระบบการค้าเข้ากับระบบการเมืองการปกครอง ใช้ข้อตกลงการค้ากดดันรัฐบาลคู่ค้าให้จัดระบบการเมืองการปกครองให้สอดคล้องมาตรฐาน TPP
            จีนไม่สามารถปฏิบัติตามได้ เป็นที่มาของการวิพากษ์ว่าเป็นการกีดกันจีน และอีกหลายประเทศในกลุ่มเอเปก
            ในการประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีโอบามา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการประชุมเอเปก ประธานาธิบดีสีย้ำว่าเสถียรภาพและการพัฒนาของจีนเป็นประโยชน์ต่อโลก รวมทั้งต่อสหรัฐด้วย จีนกำลังปฏิรูปอย่างจริงจัง ยึดถือหลักนิติธรรม “พัฒนาตามเส้นทางที่เหมาะสมกับคุณลักษณะของชาติจีน นั่นคือสังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน”

TPP ไม่ใช่แนวทางเดียวของ FTAAP :
            ในที่ประชุม สมาชิกเอเปกรับรองแผนส่งเสริมกระบวนการจัดตั้ง FTAAP อย่างเป็นทางการ พร้อมกับประกาศว่า FTAAP จะยอมรับแนวทางเขตการค้าเสรีแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น TPP RCEP (ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) คำประกาศดังกล่าวเท่ากับชี้ว่าที่ประชุมเอเปกปฏิเสธว่า TPP คือมาตรฐานเขตการค้าเสรีของภูมิภาค ประธานาธิบดีสีให้เหตุผลว่าเขตการค้าเสรีอื่นๆ ที่กำลังเจรจาทั้งหมด ทั้งในระดับทวิภาคีหรือพหุภาคี ล้วนสนับสนุนเป้าหมายของ FTAAP
            การที่รัฐบาลโอบามาอ้างว่า TPP มีต้นกำเนิดจากแนวคิด FTAAP นั้นพอจะฟังได้ แต่ไม่สามารถอ้างว่ามาตรฐานของ TPP คือมาตรฐานของ FTAAP แม้ว่าประเทศคู่เจรจาของ TPP ทั้งหมดจะเป็นสมาชิกเอเปกก็ตาม ความพยายามเชื่อมโยงทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน มีเจตนาหวังผลทางการเมือง

            ปัจจุบันจีนกับชาติสมาชิกอาเซียน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาจัดทำ “ความตกลงพันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ทั้ง 16 ประเทศล้วนเป็นสมาชิกเอเปก (ทำนองเดียวกับ TPP) ในอนาคตจีนกับคู่เจรจาอาจขยายฐานสมาชิก RCEP มีข้อได้เปรียบตรงที่เข้าร่วมได้ง่ายกว่า TPP เนื่องจากระดับมาตรฐานไม่สูงเท่า
            การขยายสมาชิกมีความเป็นไปได้เนื่องจากประธานาธิบดี วลาดีมีร์ ปูติน กล่าวในงานเอเปกว่า สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) ซึ่งจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม ปีหน้า อาจจะรวมกลุ่มกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งคงไม่ใช่ TPP อย่างแน่นอน (สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย ประกอบด้วยรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน และอาร์เมเนีย ตั้งอยู่บนหลักการองค์การค้าโลก ส่งเสริมการค้าเสรี แรงงานเคลื่อนโดยเสรี รวมทั้งความร่วมมืออื่นๆ เช่น แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี)
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่า เมื่อจีนไม่สามารถเข้าร่วม TPP จึงจำต้องมี FTAAP ในรูปแบบของตน ส่วนฝ่ายใดจะสามารถบรรลุข้อตกลงก่อนเป็นอีกเรื่องที่ควรติดตาม

วิพากษ์ความคืบหน้าของ TPP :
            เมื่อปีที่แล้ว (2013) มีความพยายามผลักดันให้การเจรจา TPP สำเร็จลุล่วงก่อนสิ้นปีแต่ไม่สำเร็จ ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่าต้นเหตุข้อแรกมาจากแรงกดดันจากการเมืองภายในประเทศ สมาชิกจากพรรคเดโมแครต (พรรครัฐบาล) หลายคนไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงบางข้อ เนื่องจากกระทบต่อแรงงานบางสาขา จนรัฐบาลโอบามาต้องหันไปขอการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน
            เหตุผลสำคัญอีกประการคือ คู่เจรจาหลายประเทศติดเรื่องปกป้องสินค้าบางรายการ เช่น ฝ่ายสหรัฐเรียกร้องให้ญี่ปุ่นเปิดตลาดรถยนต์กับสินค้าเกษตรกรรม สินค้า 2 หมวดนี้เป็นประเด็นที่สหรัฐกับญี่ปุ่นมีความเห็นขัดแย้งกันโดยตลอด เอกชนผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐร้องเรียนมานานแล้วว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกีดกันนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ ต้องการให้ญี่ปุ่นยกเลิกใช้มาตรการไม่ใช่ภาษีเพื่อให้รถยนต์สหรัฐมีโอกาสในตลาดญี่ปุ่นมากกว่านี้
            ด้านญี่ปุ่นยืนยันมาตลอดว่าจะไม่ยกเลิกภาษีนำเข้าบางรายการ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการคงภาษีนำเข้า 5 กลุ่มสินค้าต้องห้าม ได้แก่ ข้าว ข้าวสาลี เบียร์ หมู ผลิตภัณฑ์นมและน้ำตาล ต้องการได้รับการยกเว้นไม่อยู่ภายใต้กรอบการค้าเสรี เพื่อป้องกันเกษตรกรของตน
            การเจรจา TPP ล่าสุดยังติดขัดเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและกิจการที่รัฐสนับสนุน

            หากมองย้อนอดีตตั้งแต่ปี 2009 ที่รัฐบาลสหรัฐเริ่มเข้าร่วมเจรจา TPP อย่างจริงจัง จนบัดนี้ครบ 7 ปีเต็มแล้ว แม้จะมีความคืบหน้าอยู่มาก แต่ส่วนที่ติดขัดยังแก้ไม่ได้ กลายเป็นประเด็นยืดเยื้อ หากจะบรรลุข้อตกลงเร็วต้องลดมาตรฐาน แต่การลดมาตรฐานคือการลดคุณค่า TPP ที่ประกาศตั้งแต่ต้น น่าติดตามว่าในท้ายที่สุดผลการตกลงจะมีมาตรฐานสูงตามที่คาดหวังมากน้อยเพียงใด
            นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่ารัฐบาลโอบามาใช้ TPP เพื่อขยายและยกระดับเขตการค้าเสรี พร้อมกับกีดกันจีน รัสเซียไปในตัว หากประสบความสำเร็จจะกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ในทางตรงข้าม หากไม่สำเร็จจะช่วยเชิดชู RCEP โดยปริยาย

สรุป :
            เมื่อวิเคราะห์ลงลึก การค้าเสรีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเกี่ยวข้องกับการประลองกำลังระหว่างจีนกับสหรัฐ และเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เชิงอุดมการณ์การเมือง เพราะเขตการค้าเสรีของในมุมมองของสหรัฐคือเขตการค้าเสรีของประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยตามแนวทางตะวันตก
            ความเป็นไปของเอเปกสะท้อนความจริงที่ว่าสมาชิกเอเปกทั้ง 21 หน่วย ประชากร 2,800 ล้านคน มีความแตกต่างหลากหลาย ทั้งการเมืองการปกครอง สังคม วัฒนธรรม ระดับการพัฒนาที่ไม่เท่ากัน รัฐบาลของแต่ละประเทศมีวิสัยทัศน์ แนวนโยบายของตนเอง
            รัฐบาลสหรัฐมีจุดยืนของตนและเห็นว่าแนวทางของตนดีที่สุด ส่วนจุดยืนของจีนมีความยืดหยุ่นกว่า เป็นเหตุหนึ่งให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำเอเปกรับรองแนวทางของจีน
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
หากรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการปิดล้อม สกัดกั้นอิทธิพลทางเศรษฐกิจจีนต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ลำพังการใช้ TPP เพียงกลไกเดียวไม่น่าจะได้ผล เพราะระบบการค้าโลกปัจจุบันมีกลไกการค้าหลายอย่างและทุกประเทศต่างหวังทำการค้าซึ่งกันและกันมากกว่าจะกีดกั้น

บรรณานุกรม:
1. วีระ เจียรนัยพานิชย์. (2555, กรกฎาคม 17). Trans-Pacific Partnership หรือ TPP: ผลกระทบต่อไทย จาก http://oweera.blogspot.com/2012/07/trans-pacific-partnership-tpp.html
2. APEC China 2014 Organizing Committee. (2014, November 12). The 22nd APEC Economic Leaders' Declaration. Retrieved from http://www.apec-china.org.cn/41/2014/11/12/3@2510.htm
3. APEC Economic Leaders' Meeting concluded with major consensus. (2014, November 11). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-11/11/c_133782457.htm
4. APEC roadmap on FTAAP a historic decision: Xi. (2014, November 11). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-11/11/c_133782162.htm
5. .APEC Secretariat. (2014). Regional Economic Integration Agenda. Retrieved from http://www.apec.org/About-Us/About-APEC/Fact-Sheets/Regional-Economic-Integration-Agenda.aspx
6. Biden urges Japan to open auto, farm markets. (2013, December 4). Japan Today. Retrieved from http://www.japantoday.com/category/politics/view/biden-urges-japan-to-open-auto-farm-markets
7. China's stability, development benefit world: Xi. (2014, November 11). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-11/12/c_133782594.htm
8. Delay in TPP trade pact hurts U.S. pivot to Asia. (2013, December 12). Japan Today/AP. Retrieved from http://www.japantoday.com/category/politics/view/delay-in-tpp-trade-pact-hurts-u-s-pivot-to-asia
9. Fergusson, Ian F., Cooper, William H. Jurenas, Remy., & Williams, Brock R. (2013, January 24). The Trans-Pacific Partnership Negotiations and Issues for Congress. Congressional Research Services. Retrieved from http://www.fas.org/sgp/crs/row/R42694.pdf
10. President Vladimir Putin. (2014, November 11). Vladimir Putin’s Asia-Pacific Economic Cooperation (APEC) Summit Speech: Trade in Rubles and Yuan Will Weaken Dollar’s Influence. Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/putins-asia-pacific-economic-cooperation-apec-summit-speech-trade-in-rubles-yuan-will-weaken-dollars-influence/5413432
11. The White House. (2014, November 10). Remarks by President Obama at APEC CEO Summit. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/11/10/remarks-president-obama-apec-ceo-summit
12. The White House. (2014, November 11). Remarks by President Obama at APEC Plenary Session One. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/11/11/remarks-president-obama-apec-plenary-session-one
13. TPP talks hung up on farm produce, autos. (2014, February 16). The Japan Times. Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2014/02/16/business/tpp-talks-hung-up-on-farm-produce-autos/#.UwF0ZmKSz6R
14. Xi outlines four expected achievements of APEC meetings. (2014, November 10). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-11/10/c_133779435.htm
15. Yoshioka, Miyuki. (2014, November 12). Intellectual property key TPP hurdle. The Japan News. Retrieved from http://the-japan-news.com/news/article/0001713245
----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…