ปูตินยกระดับสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-รัสเซีย
บัดนี้เกาหลีเหนือสามารถส่งกระสุนอาวุธต่างๆ ช่วยรัสเซียทำศึกยูเครน แม้กระทั่งส่งกองทัพเกาหลีเข้ารบโดยตรง ดังที่ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่าปูตินคือเพื่อนแท้ที่ดีที่สุด
19 มิถุนายน 2024 วลาดีมีร์
ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียเยือนเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการ
จากข้อมูลที่ปรากฏเห็นชัดว่าสัมพันธ์เกาหลีเหนือ-รัสเซียสูงขึ้นอีกระดับแล้ว
สอดคล้องบริบทล่าสุด บทความนี้นำเสนอบางประเด็นพร้อมการวิเคราะห์ ดังนี้
คิม จ็องอึน (Kim Jong-un) ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวว่าประธานาธิบดีปูตินคือเพื่อนแท้ที่ดีที่สุด (the
most honest friends) สัมพันธ์ทวิภาคีเข้าสู่ระดับเป็นพันธมิตรแล้ว
(alliance)
ปูตินจึงมีความสัมพันธ์กับผู้นำฝ่ายเหนือตั้งแต่รุ่นพ่อมาถึงรุ่นลูก
ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่ารัสเซียให้ความสำคัญกับเพื่อนเก่า
(สมัยรัสเซียยังเป็นสหภาพโซเวียต) และเป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียง สหภาพโซเวียตช่วยปลดปล่อยเกาหลีจากอาณานิคมญี่ปุ่น
ปีนี้ (2024) เกาหลีเหนือฉลองเอกราช 75 ปี หลายทศวรรษที่ผ่านมาทั้งสองร่วมมือด้านต่างๆ
มากมาย ล่าสุดเราได้ทบทวนความร่วมทั้งหมดและลงนามสนธิสัญญาฉบับใหม่ (ยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน)
ร่วมมือมากขึ้นลึกซึ้งขึ้นอีก มองอนาคตร่วมกัน
ยอมรับว่าการค้าทวิภาคียังน้อยแต่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เฉพาะปี 2023
โตขึ้น 9 เท่าและยังโตต่อเนื่อง พัฒนาเส้นทางรถไฟ Khasan-Rajin railway ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด
(เส้นทางนี้ยาว 240 กิโลเมตรจากเกาหลีเหนือเข้าจีนสู่รัสเซียแล้วเชื่อมกับ
Trans-Siberian Railway เส้นทางนี้ผูกพันกับรัฐบาลปูตินย้อนหลังถึงสมัยคิม
จองอิล เป็นเส้นทางที่ผู้นำฝ่ายเหนือใช้เดินทางสู่รัสเซียมาแล้วหลายครั้ง) เป็นประโยชน์ต่อทั้ง 3 ประเทศ
ส่งเสริมการค้าการลงทุน การไปมาหาสู่
ทั้งคู่เห็นพ้องสร้างระเบียบโลกพหุภาคีที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมมากขึ้น
ตั้งบนกฎหมายระหว่างประเทศ ยอมรับวัฒนธรรมกับอารยธรรมอันหลากหลาย
รัสเซียกับเกาหลีเหนือต่างมีนโยบายต่างประเทศที่เป็นตัวของตัวเอง
ไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ชี้นำ ต่อต้านการคว่ำบาตรด้วยเหตุผลทางการเมือง
(ไม่สอดคล้องกฎหมายระหว่างประเทศ)
พฤติกรรมไร้ความชอบธรรมเหล่านั้นบั่นทอนระบบเศรษฐกิจการเมืองโลก
พวกตะวันตกที่หวังรักษาความเป็นเจ้าเป็นต้นเหตุความตึงเครียด
การเผชิญหน้าทางทหารกับการเมืองระหว่างประเทศในที่ต่างๆ
รวมทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ บ่อนทำลายความมั่นคงกับเสถียรภาพภูมิภาค
รัฐบาลเกาหลีเหนือมีความชอบธรรมที่จะเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
เพื่อรักษาอธิปไตยกับความมั่นคงแห่งชาติ
Hyun Seung-soo จาก
Korea Institute for National Unification ชี้ว่าปูตินต้องการแสดงให้โลกรู้ว่าสัมพันธ์รัสเซีย-เกาหลีเหนือเข้มข้นเหมือนสมัยสงครามเย็น
ร่วมต้านสหรัฐกับพวก ร่วมมือด้านต่างๆ ที่ไม่ขัดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง
ยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน:
การเยือนครั้งนี้ได้ลงนามสนธิสัญญายุทธศาสตร์แบบรอบด้าน (Treaty on
Comprehensive Strategic Partnership) เพิ่มขยายความร่วมมือทุกมิติ
นำความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ พิทักษ์สันติภาพ
ความมั่นคงภูมิภาคและของโลก บนประโยชน์ร่วมของเกาหลีเหนือกับรัสเซีย
สอดคล้องกับบริบทของทั้งสอง มองอนาคตร่วมกัน สร้างโลกพหุภาคี ปราศจากการครอบงำ
ทำให้ตกเป็นทาส ต่อต้านมหาอำนาจผู้เป็นเจ้า (hegemony)
แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลรัสเซียช่วยเหลือทางทหารแก่เกาหลีเหนือเป็นระยะ
มากบ้างน้อยบ้างตามสถานการณ์ อาวุธหลักหลายชิ้นของฝ่ายเหนือมาจากรัสเซีย
นับจากนี้เป็นต้นไป 2 ประเทศประกาศความร่วมมือทางทหารเป็นส่วนหนึ่งของสนธิสัญญายุทธศาสตร์แบบรอบด้าน
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือทางทหารจะเป็นเช่นไรต้องติดตามต่อไป
Doo
Jin-ho จาก Korea Institute for Defense Analyses คิดว่ารัสเซียอาจช่วยเกาหลีเหนือด้านเทคโนโลยีอวกาศ เช่น ดาวเทียมจารกรรม
แต่ไม่น่าจะถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สุ่มเสี่ยงอ่อนไหว
ช่วยเหลือเมื่ออีกฝ่ายถูกรุกราน:
การช่วยเหลือเมื่ออีกฝ่ายถูกรุกรานเป็นคำที่ชัดเจน
แต่ข้อมูลที่ปรากฏเป็นเพียงกรอบแนวทางกว้างๆ ไม่ได้ระบุรายละเอียดความช่วยเหลือ
เช่น จะส่งทหารเข้าช่วยรบหรือไม่ เป็นไปได้ว่าขึ้นกับสถานการณ์ขณะนั้นด้วย ภัยคุกคามที่ว่าเป็นอย่างไร
ส่วนที่ให้ได้ทันทีคือข้อมูลข่าวสาร การเคลื่อนไหวของกองทัพสหรัฐกับพวกในย่านนั้น
สนธิสัญญายุทธศาสตร์แบบรอบด้าน
2024 ที่ทำกับเกาหลีเหนือเห็นชัดว่าปูตินเปิดหน้าสู้ฝ่ายสหรัฐ
ยึดหลักสร้างสันติภาพด้วยกำลัง ไม่คิดทำสงครามแต่เตรียมตัวเตรียมใจไว้แล้ว
ในยามที่สงครามยังไม่เกิด
ช่วยให้รัฐบาลเกาหลีเหนืออุ่นใจและฮึกเหิมขึ้นมาก
ที่ผ่านมาทางการสหรัฐมักกล่าวหาเกาหลีเหนือส่งขีปนาวุธ
กระสุนปืนใหญ่มากมายช่วยรัสเซียรบยูเครน บัดนี้เกาหลีเหนือสามารถส่งกระสุนอาวุธต่างๆ ช่วยรัสเซียทำศึกยูเครน
แม้กระทั่งส่งกองทัพของตนเข้ารบโดยตรง อันที่จริงเรื่องนี้ไม่มีอะไรแปลก
ในเมื่อรัฐบาลสหรัฐกับพวกส่งอาวุธช่วยยูเครนครั้งแล้วครั้งเล่า
รัสเซียก็มีมิตรประเทศที่ช่วยเหลือตนเช่นกัน
ในมุมกองทัพ
เป็นโอกาสที่เกาหลีเหนือได้ระบายกระสุน ขีปนาวุธที่เก็บสะสมมานานหลายปี
โดยรัสเซียซื้อไม่อั้น ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ถ้ามองในภาพกว้าง
สนธิสัญญายุทธศาสตร์แบบรอบด้าน
2024 ที่ทำกับเกาหลีเหนือบ่งชี้ว่าประธานาธิบดีปูตินกำลังกระชับความร่วมมือกับมิตรประเทศของตน
ปูตินพูดพาดพิงถึงสงครามยูเครน ถึงพวกตะวันตกที่ต้องการรักษาความเจ้า
เมื่อนาโตที่มีรัฐบาลสหรัฐเป็นแกนนำกำลังสู้กับรัสเซียในยูเครน
ปูตินจึงยกระดับความร่วมมือกับเกาหลีเหนือคุกคามสหรัฐกับพวกในย่านนี้
เมื่อรัฐบาลสหรัฐกับพวกเพิ่มขีดความสามารถทางทหารตามยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก
การช่วยพัฒนากองทัพเกาหลีเหนือช่วยรัสเซียกับจีนเช่นกัน แม้รัสเซีย-จีน-เกาหลีเหนือไม่เอ่ยถึงความร่วมมือทาง
3 เส้าแบบสหรัฐ-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้
แน่ละรัสเซียแสดงบทบาทด้านการทหาร ส่วนจีนแสดงบทบาทด้านเศรษฐกิจ
----------------------
บรรณานุกรม :2. Russia, North Korea upgrade partnership
to deepen military and security ties. (2024, June 19). The Korea Times. Retrieved
from https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2024/06/103_377012.html
3. Strategic partnership, rejection of sanctions: results of
talks between Putin, Kim Jong Un. (2024, June 19). TASS. Retrieved from
https://tass.com/politics/1805429
-----------------
ไล่ ชิงเต๋อจะพาไต้หวันรบจีนไหม (2)
การประกาศเอกราชอาจอยู่ในแผนที่ต้องดำเนินตามขั้นตอน ดังผู้เชี่ยวชาญตะวันตกบางคนวิเคราะห์ว่ากองทัพจีนจะบุกไต้หวันในสมัยรัฐบาลไล่ชุดนี้
ระบอบเสรีประชาธิปไตยส่งเสริมเสรีภาพทางความคิด เปิดโอกาคิดต่างเห็นต่าง สามารถประพฤติตามความต้องการส่วนตนตามกฎหมาย ด้วยความคิดว่ามนุษย์มีความคิดอ่านจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแก่ตัวเอง สังคมจะปรับสมดุลในความคิดต่างเห็นต่าง ได้สิ่งดีที่สุดเมื่อเป็นเช่นนี้
ระบบเลือกผู้แทนเข้าสภาแสดงความต้องการของสังคม มีการปรับสมดุลในตัวเอง ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายค้านจะทำตามอำเภอใจไม่ได้ มีกรอบรัฐธรรมนูญ กฎหมาย รวมทั้งข้อตกลงต่างๆ ที่ทำไว้กับนานาชาติ
ในทางทฤษฎีนโยบายพรรคสะท้อนความต้องการของประชาชน พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) หรือ DPP ชี้ว่าคนไต้หวันไม่ใช่คนจีน คนไต้หวันคือคนไต้หวัน สามารถกำหนดอนาคตตัวเอง ด้วยเหตุนี้ไต้หวันที่เป็นไทมีอธิปไตยจึงตอบโจทย์คนไต้หวันได้ดีที่สุด และควรเป็นเช่นนั้นตามหลักเสรีประชาธิปไตย พรรค DPP จึงชูนโยบายไต้หวันที่เป็นตัวเองตัวเอง
มกราคม 2019 ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ผู้นำไต้หวันจากพรรค DPP ประกาศไม่ยอมรับข้อเสนอรวมชาติ หลังผู้นำจีนชี้การรวมเป็นชาติจะต้องเกิดขึ้นแน่นอนไม่วันใดวันหนึ่ง เสนอ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” แก่ไต้หวัน ดังที่ใช้กับฮ่องกงและมาเก๊าในขณะนี้
ข้อดีจุดยืนพรรค DPP คือเปิดทางให้คนไต้หวันมีทางเลือกมากขึ้น ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) ประธานาธิบดีคนที่ 16 จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) เดินตามแนวทางนี้
ผูกความมั่นคงทางทหารกับสหรัฐ:
ในสุนทรพจน์รับตำแหน่งใช้คำว่า “ไต้หวันตั้งอยู่ตรงแนวห่วงโซ่เกาะแรก” (first island chain) เป็นที่รับรู้กันว่าคำนี้คือยุทธศาสตร์ความมั่นคงเอเชีย-แปซิฟิกที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา เป้าหมายคือปิดล้อมจีนทางทหาร เป็นหลักฐานชี้ว่ารัฐบาลนี้ผูกความมั่นคงทางทหารกับสหรัฐอย่างชัดแจ้ง ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ต้านจีนของอเมริกา ประธานาธิบดีไช่ลดตัวเอง ลดไต้หวันให้เป็นเบี้ย (a pawn) ของสหรัฐ เป็นของด้อยค่ามากกว่าของล้ำค่า
น่าเห็นใจที่กองทัพไต้หวันไม่อาจเทียบกองทัพมหึมาของจีน ยิ่งในระยะหลังกองทัพจีนพัฒนาต่อเนื่องกระทั่งสหรัฐยังเกรงขาม นักวิชาการบางคนตีความว่าสหรัฐอาจสู้จีนไม่ได้ นับวันกองทัพสหรัฐจะอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับจีน (ประเด็นนี้มีหลายมุมมอง บางคนตีความว่ากองทัพสหรัฐยังอานุภาพสูงสุด จีนต้องพัฒนาอีกมาก ขาดประสบการณ์รบแบบใหม่) ดังนั้นการพึ่งพาสหรัฐจึงจำเป็น ยิ่งหากรัฐบาลไต้หวันคิดประกาศเอกราชดังที่พรรค DPP ใฝ่ฝัน ยิ่งต้องคิดถึงการปกป้องจากสหรัฐในวันที่กองทัพจีนบุกไต้หวันหลังประกาศเอกราช
เรื่องนี้กลับสู่คำถามยอดฮิต หากไต้หวันกับจีนรบกันสหรัฐจะส่งกองทัพเข้าช่วยหรือไม่
ผลโพลของ Taiwanese Public Opinion Foundation (TPOF) เมื่อมีนาคม 2022 พบว่าคนไต้หวัน 10.5% เท่านั้นที่ “มั่นใจมาก” ว่าสหรัฐจะปกป้องไต้หวันหากจีนรุกราน 24% คิดว่าน่าจะช่วย 26.5% ไม่ค่อยเชื่อ และ 29.4% ไม่เชื่อเลย
คนไต้หวันน้อยกว่าครึ่งที่มั่นใจหรือคิดว่ารัฐบาลสหรัฐจะปกป้องไต้หวัน แม้มีสนธิสัญญา แม้นักการเมืองอเมริกันคนแล้วคนเล่ารับปากว่าจะปกป้องไต้หวัน เรื่องนี้มาจากฐานความคิดว่าถ้าสหรัฐปกป้องไต้หวันจะหมายถึง 2 มหาอำนาจรบกันโดยตรง อาจนำสู่สงครามนิวเคลียร์
หรือหากไม่ใช้นิวเคลียร์แต่รบหนัก เกิดความสูญเสียมหาศาล เศรษฐกิจอเมริกันปั่นป่วนหนัก คนอเมริกันตกงานหลายล้านคน นำสู่คำถามว่าทำไมสหรัฐต้องหายนะหรือสูญเสียมหาศาลเพื่อคนไต้หวัน คนอเมริกันยอมเสียหายหนักเพื่อปกป้องเสรีภาพประชาธิปไตยไต้หวันหรือ ประธานาธิบดีสหรัฐจะอธิบายต่อคนของเขาอย่างไร
หรือจะเป็นยูเครนโมเดลที่สหรัฐกับพวกส่งให้แต่อาวุธ ชี้แจงว่าขอไม่ร่วมรบโดยตรงเพราะหากรบกับจีนโดยตรงจะกลายเป็นสงครามล้างโลก สุดท้ายไต้หวันยิ่งรบยิ่งพัง เพื่ออนาคตของฝ่ายประชาธิปไตย ดังที่ยูเครนเป็นอยู่
ล่าสุดต้นเดือนมิถุนายน 2024 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) ยืนยันอีกครั้งว่าสหรัฐไม่ส่งเสริมให้ไต้หวันเป็นอิสระ และอาจใช้กองทัพปกป้องไต้หวันถ้าจีนเปลี่ยนสถานภาพช่องแคบไต้หวัน (status quo) เช่น กองทัพจีนโจมตีไต้หวัน ทุกวันนี้ได้ปรึกษาหารือกับพันธมิตรในภูมิภาคเป็นระยะ
เสี่ยงพาประเทศเข้าสงคราม?:
ตั้งแต่สมัยรัฐบาลประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน มักพูดแบบสองแง่สองง่าม ส่อเจตนาต้องการไต้หวันที่เป็นอิสระ (Taiwan independence) พรรคนี้มักพูดเรื่องนี้แบบสองแง่สองง่าม ไม่พูดโดยตรงว่าต้องการประกาศเอกราชแต่ตีความได้เช่นนั้น เมื่อมาถึงรัฐบาลไล่ยังคงพูดแบบเดิม
รัฐบาลจีนยืนยันเรื่อยมาว่าหากไต้หวันประเทศเอกราช กองทัพจีนจำต้องบุกไต้หวันเพื่อรักษาอธิปไตยจีน คำพูดที่ชวนคิดว่าต้องการแบ่งแยกดินแดนจึงอันตราย เสี่ยงนำประเทศเข้าสู่สงคราม ชาวไต้หวัน 23 ล้านคนไม่อาจใช้ชีวิตสงบสุข ไม่สามารถเสพสุขจากระบบเสรีทุนนิยมอย่างสบายใจอีกต่อไป น่าคิดว่ารัฐบาลกับคนไต้หวันจะตัดสินใจอย่างไร
สุดท้ายการจะตัดสินใจว่ารัฐบาลไล่ต้องการสงครามหรือสันติภาพ ต้องดูที่พฤติกรรมมากกว่านโยบายหรือคำพูดสวยหรู
ไม่ง่ายที่จะฟันธงว่าสุดท้ายคือสงครามหรือสันติภาพ เพราะนโยบายที่เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นความลับ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นเพียงบางส่วนและอาจไม่ตรงตามแผนลับทั้งหมด แต่หากศึกษาวิเคราะห์รอบด้านจะเห็นแนวโน้ม สถานการณ์จะบ่งชี้ทิศทาง ยิ่งใกล้สงครามจะยิ่งเห็นภาพดังกล่าว
ก่อนจะถึงวันนั้น:
อย่างไรก็ตามต้องตระหนักว่าแม้สมัยไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) จะพูดทำนองว่าต้องการประกาศอิสรภาพ แต่ 2 สมัยของรัฐบาลไช่ไม่ได้ทำเช่นนั้น เป็นท่าทีหรือจุดยืนอนาคตมากกว่า และตีความได้ว่าเป็นวาทกรรมเพื่อเป้าหมายทางการเมือง เพื่อชนะเลือกตั้ง ซึ่งทำได้ดีจนพรรค DPP เป็นรัฐบาล 3 สมัยติดกันแล้ว นักวิเคราะห์การเมืองไต้หวันบางคนถึงกับชี้ว่าพรรคนี้ใช้วาทกรรมเอกราชกลบเกลื่อนความผิดสมาชิก (เช่น คอร์รัปชัน) ความบกพร่องของรัฐบาล
และต้องเข้าใจว่าแม้พรรค DPP เป็นรัฐบาล 3 สมัยติดต่อกันแล้วแต่ใช่ว่าคนไต้หวันทั้งหมดจะเห็นด้วยกับการประกาศเอกราช ยิ่งถ้าเอ่ยถึงการสงครามกับจีนคนไต้หวันยิ่งไม่ต้องการ ไม่สนใจว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการใช้ไต้หวันทำสงครามตัวแทนกับจีนหรือไม่
หากสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นตามลำดับ ก่อนถึงวันสงครามจีนคงใช้หลายมาตรการกดดัน เช่น กีดขวางเส้นทางการบินการเดินเรือ สร้างความวุ่นวายทางเศรษฐกิจสังคม ให้ชีวิตอยู่ยาก เพื่อให้ชาวไต้หวันกดดันรัฐบาลตัวเองอีกที พรรคฝ่ายค้านคงได้โอกาสเคลื่อนไหว เมื่อถึงตอนนั้นจะเห็นธาตุแท้ของรัฐบาลไล่มากขึ้นว่าต้องการเอกราชหรือสันติภาพ
รวมความแล้วแนวทางประกาศเอกราชของประธานาธิบดีไล่ไม่ต่างจากรัฐบาลชุดก่อน นั่นคือแสดงท่าทีไต้หวันต้องการเอกราชและต้องการสันติภาพ อยู่กับจีนอย่างสันติ 2 ข้อนี้ย้อนแย้งกันเอง เพราะเส้นทางสู่เอกราชคือการเดินเข้าสู่สงคราม ถ้าต้องการสันติจะต้องเลี่ยงไม่ทำสงคราม ภายใต้แนวคิดว่าจีนจะไม่บุกไต้หวันตราบเท่าที่ไต้หวันไม่ประกาศเอกราชหรือทำการอื่นใดที่คุกคามอธิปไตยจีนจนรับไม่ได้ (เช่น กองทัพสหรัฐตั้งฐานทัพที่ไต้หวัน ติดตั้งระบบขีปนาวุธ)
อย่างไรก็ตาม บทวิเคราะห์นี้ใช้ข้อมูลจนถึงเมื่อประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อรับตำแหน่ง การประกาศเอกราชอาจอยู่ในแผนที่ต้องดำเนินตามขั้นตอน ดังผู้เชี่ยวชาญตะวันตกบางคนวิเคราะห์ว่ากองทัพจีนจะบุกไต้หวันในสมัยรัฐบาลไล่ชุดนี้
-----------------------
บรรณานุกรม :
1. 'Lai-style Taiwan independence' agenda is a dead-end: Global Times editorial. (2024, May 21). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202405/1312690.shtml
2. Taiwanese pessimistic about prospect of US sending troops to help defend nation in case of war: Pollster. (2022, March 22). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4481985
3. Tsai blasts ‘one country, two systems’. (2019, January 3). Taipei Times. Retrieved from http://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2019/01/03/2003707244
4. US would defend Taiwan, Biden says. (2024, June 6). Taipei Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2024/06/06/2003818938
-----------------
ไล่ ชิงเต๋อจะพาไต้หวันรบจีนไหม (1)
ผู้นำไต้หวันหวังว่าจีนจะยอมรับการมีอยู่ของประเทศไต้หวัน เคารพการตัดสินใจของคนไต้หวัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่เรื่องนี้จะสู่สงครามแทนสันติหรือไม่
20 พฤษภาคม 2024 ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-te) ประธานาธิบดีคนที่ 16 ของไต้หวัน จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) หรือ DPP พรรคแกนนำผู้บริหารประเทศสมัยที่ 3 ติดต่อกัน กล่าวสุนทรพจน์ในวันรับตำแหน่ง มีสาระสำคัญดังนี้
ผลประโยชน์ของประชาชนต้องมาก่อน:
ในฐานะสังคมประชาธิปไตยต้องคำนึงประชาชนก่อนเสมอ รัฐบาลจะตอบสนองความคิดเห็นประชาชน ดำเนินนโยบายที่ประชาชนให้ความสำคัญ ยึดมั่นประชาธิปไตยของเรา รักษาสันติภาพอินโด-แปซิฟิก ส่งเสริมโลกให้อยู่ดีมีสุข
ประชาธิปไตย สันติภาพและการอยู่ดีมีสุขของไต้หวันสัมพันธ์กับโลก นานาชาติได้ประจักษ์ว่าคนไต้หวันยึดถือประชาธิปไตยและเสรีภาพอย่างไร นำเกียรติยศสู่ชาวไต้หวันทั้งมวล รัฐบาลจะใช้ความเป็นประชาธิปไตยสนับสนุนการพัฒนา ร่วมมือกับนานาชาติลึกซึ้งยิ่งขึ้น ร่วมมือกับชาติประชาธิปไตยอื่นๆ สร้างสังคมประชาธิปไตยโลก
ไม่มีใครชนะในสงครามแต่สันติภาพต้องจ่ายราคา ไต้หวันตั้งอยู่ตรงแนวห่วงโซ่เกาะแรก (first island chain) ความเป็นไปของไต้หวันมีผลต่อโลก นานาชาติพูดว่าสันติภาพและเสถียรภาพช่องแคบไต้หวันแยกไม่ออกจากความมั่นคงและการอยู่ดีมีสุขของโลก สหรัฐดำเนินนโยบายรักษาความมั่นคงอินโด-แปซิฟิกอย่างแน่วแน่
รัฐบาลนี้เลือกสันติภาพ การอยู่ดีมีสุขมาจากสันติภาพและมีเสถียรภาพ เช่นเดียวกับที่คนไต้หวันเป็นคนรักสันติ ตนหวังว่าจีนจะยอมรับการมีอยู่ของสาธารณรัฐจีน (Republic of China) เคารพการตัดสินใจของคนไต้หวัน อยู่ร่วมกันอย่างสันติ
เนื่องด้วยจีนต้องการผนวกไต้หวัน เราจึงต้องเตรียมพร้อมป้องกันตัวเอง ด้วย 3 นโยบายหลัก ได้แก่ เสริมสร้างการป้องกันประเทศ พัฒนาความมั่นคงทางเศรษฐกิจ รักษาความสัมพันธ์ 2 ฝั่งช่องแคบไต้หวัน และยึดมั่นหลักประชาธิปไตย
นอกจากนี้จะร่วมมือกับชาติประชาธิปไตยอื่นๆ สร้างสันติภาพด้วยการป้องปรามและป้องกันสงคราม (deterrence and prevent war) ให้เกิดสันติภาพด้วยมีกำลังเข้มแข็ง
อนาคตไต้หวันคืออนาคตโลก:
ไต้หวันต้องการโลกเช่นเดียวกับที่โลกต้องการไต้หวัน เรามีบทบาทสำคัญ ไต้หวันก้าวหน้าทางด้านเซมิคอนดักเตอร์กับ AI เป็นซับพลายเชนสำคัญของชาติประชาธิปไตย ไต้หวันจึงมีผลต่อเศรษฐกิจโลก มีผลต่อการอยู่ดีมีสุขของนานาชาติ อนาคตไต้หวันจึงเป็นอนาคตโลก
สร้างสันติภาพด้วยมีกำลังเข้มแข็ง ส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านเซมิคอนดักเตอร์ AI การทหาร ความมั่นคงและการเฝ้าระวัง (surveillance)
ด้านชีวิตความเป็นอยู่ นอกจากพัฒนาเศรษฐกิจ รัฐบาลจะเพิ่มขยายการดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงวัย บริการดูแลถึงบ้าน ดูแลราคาบ้านที่พักอาศัย
สุดท้ายนี้ถ้าคนไต้หวันชื่นชมประเทศตัวเอง ดูแลพัฒนาบ้านถิ่นฐานบ้านเกิด นานาชาติจะเห็นความรุ่งเรืองของประเทศและจะเคารพรักไต้หวัน ชื่นชมว่าเป็นประเทศที่เจริญแล้ว
สุนทรพจน์รับตำแหน่งนี้สะท้อนท่าทีหลักของผู้นำไต้หวันคนใหม่ นำสู่การวิพากษ์ การตอบโต้จากจีน
ใช้คำว่าสาธารณรัฐจีน:
Global Times สื่อจีนโจมตีสุนทรพจน์ของประธานาธิบดีไล่ที่ใช้คำว่าสาธารณรัฐจีน (Republic of China) จีนกับไต้หวันต่างยอมรับซึ่งกันและกัน
ในมุมจีน ไต้หวันเป็นเพียงเกาะ เป็นมณฑลหนึ่งของจีน ไม่ใช่ประเทศ สหประชาชาติยืนยันเช่นนี้ว่าไต้หวันไม่ใช่ประเทศ
รัฐบาลจีนเปรียบรูปร่างประเทศเหมือนไก่ตัวหนึ่งที่ลำตัวหันหน้าไปทางขวามือ พื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือคือส่วนหัว ภาคกลางคือส่วนลำตัว พื้นที่ทางภาคตะวันตกคือส่วนท้าย เกาะไต้หวันกับเกาะไหหลำ คือขา 2 ขา
ในมุมมองจีน เกาะไต้หวันเป็นเพียงขาข้างหนึ่งของไก่ทั้งตัวเท่านั้น
ภายใต้มุมมองเช่นนี้การที่ฝ่ายไต้หวันจะพยายามเรียกร้องขอความ “เท่าเทียม” กับจีน จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจีนไม่น่าจะยอมรับได้ เมื่อ “ขาไก่” พยายามทำตัวให้เทียบเท่ากับ “ตัวไก่”
สุนทรพจน์พยายามใช้คำว่าประชาธิปไตยเพื่อกลบเกลื่อนความเป็นไต้หวันที่เป็นไท ไม่อยู่ภายใต้จีน แตกต่างจากรัฐบาลจีน
รัฐบาลจีนยึดนโยบายจีนเดียว (one-China policy) ในเชิงอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของจีน โดยยึดขอบเขตดินแดนตั้งแต่ญี่ปุ่นประกาศแพ้สงครามเมื่อปี 1945 ไต้หวันซึ่งครั้งหนึ่งเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น บัดนี้กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของจีนดังเดิมแล้ว แต่ประวัติศาสตร์ไม่หยุดเพียงเท่านี้ สงครามกลางเมืองจีนทำให้ไต้หวันตกอยู่ในมือของพวกชาตินิยมเจียงไคเช็ค ที่จีนถือว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดน เป็นรัฐบาลเถื่อน สักวันจะต้องนำไต้หวันกลับมาอยู่ในอ้อมอกแผ่นดินแม่ ให้จีนเป็นจีนที่ครบบริบูรณ์
ไต้หวันจึงเป็น “ติ่ง” ของการปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีนที่รอวันสำเร็จ
ควรย้ำว่านโยบายจีนเดียว (one-China policy) เริ่มต้นเมื่อปี 1972 เป็นข้อตกลงระหว่าง Richard Nixon กับ ประธานเหมาเจ๋อตง (Mao Tse-tung)
เนื่องจากทศวรรษ 1970 สหรัฐกับจีนร่วมมือกันต้านสหภาพโซเวียต (ผู้นำโลกเสรีร่วมมือกับคอมมิวนิสต์จีน) รัฐบาลนิกสันปรับเปลี่ยนนโยบายในปี 1972 สหรัฐอเมริกายอมรับว่า “ไม่ว่าจะฝั่งใดของช่องแคบไต้หวันเป็นจีนหนึ่งเดียว ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน สหรัฐจะไม่ท้าทายท่าทีดังกล่าว”
จนทุกวันนี้ ข้อตกลงดังกล่าวยังอยู่ รัฐบาลสหรัฐทุกชุดยอมรับ
ท่าทีของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP แม้เห็นด้วยกับหลักการจีนเดียว แต่ต่างกันในรายละเอียด มีนาคม 2015 ไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) อดีตประธานาธิบดีไต้หวัน ผู้นำพรรค DPP เคยแสดงความเห็นว่า ไต้หวันยังต้องปกครองตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป ความสัมพันธ์กับจีนต้องเกื้อหนุนความมั่นคงและเสถียรภาพภูมิภาค เป็นประโยชน์แก่ทั้ง 2 ฝ่ายจริงๆ
ความจริงคือ ไต้หวันในวันนี้มีระบอบการปกครองของตนเอง คนไต้หวันเลือกรัฐบาลและดำเนินนโยบายอย่างอิสระ แต่ในทางกฎหมายระหว่างประเทศกับทางประวัติศาสตร์นั้นไต้หวันในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของจีนที่รอวันสิ้นสุดสงครามกลางเมือง
โทษจีนเป็นภัยคุกคาม:
ประโยค “จีนต้องการผนวกไต้หวัน” เราจึงต้องเตรียมพร้อมป้องกันตัวเอง Global Times วิพากษ์ส่วนนี้ว่าเป็นการโยนความผิดแก่จีนโดยตรง ถือความต้องการส่วนตนเป็นที่ตั้ง (ต้องการเอกราช)
ชาวไต้หวันที่ต้องการเอกราชสามารถวาดฝันได้ แต่เมื่อตื่นจากหลับต้องคิดต่อในโลกแห่งความจริงว่าหากประกาศเอกราชจะส่งผลเช่นไร (ไต้หวันสามารถประกาศเอกราชและต้องยอมรับสงครามที่เกิดขึ้น) หรือแม้กระทั่งดำเนินนโยบายที่สุ่มเสี่ยง คุกคามจีนในทางใดทางหนึ่ง รัฐบาลจีนตอบโต้แน่นอน
เรื่องนี้ชาวไต้หวันน่าจะเข้าใจดี
แต่ไหนแต่ไรจีนทำการซ้อมรบมุ่งเป้าไต้หวัน หลังแนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะเยือนไต้หวัน เข้าพบประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) เมื่อสิงหาคม 2002 ทางการจีนตีความว่าเป็นคณะบุคคลระดับสูงสุดในรอบ 25 ปีที่เยือนไต้หวัน รัฐบาลจีนพยายามคัดค้านการเยือนลักษณะดังกล่าว จึงตอบโต้ด้วยมาตรการสมน้ำสมเนื้อ ทำการซ้อมรบ 3 เหล่าทัพ 4 วันใน 6 เขตพื้นที่รอบไต้หวัน และนับจากนั้นเป็นต้นมาจีนส่งเครื่องบินเรือรบวนเวียนรอบไต้หวันแทบไม่เว้นวัน
นี่คือผลลัพธ์ที่รัฐบาลไต้หวันกับสหรัฐไม่ฟังคำเตือนจีนในครั้งนั้น
ส่วนรอบนี้จีนทำการซ้อมรบใหญ่อีกครั้งรอบเกาะไต้หวันด้วยกระสุนจริง ประกาศชัดว่าเพื่อตอบโต้สุนทรพจน์รับตำแหน่งของประธานาธิบดีไล่
บรรณานุกรม :
1. China's bottom line. (2015, March 17). The Economist. Retrieved from http://www.economist.com/news/china/21646571-chinese-leaders-send-warnings-taiwans-opposition-party-ahead-elections-next-year-chinas-bottom
2. Full text of President Lai Ching-te's inaugural address. (2024, May 20). Focus Taiwan. Retrieved from https://focustaiwan.tw/politics/202405200007
3. Goldstein, Steven M. (2016, December 12). Trump risks war by turning the One China question into a bargaining chip. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/news/monkey-cage/wp/2016/12/12/trump-is-risking-war-by-turning-the-one-china-question-into-a-bargaining-chip/
4. 'Lai-style Taiwan independence' agenda is a dead-end: Global Times editorial. (2024, May 21). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202405/1312690.shtml
5. Zhang, Qingmin. (2011). China’s Diplomacy. Singapore: Cengage Learning Asia.
-----------------
-
ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามา...
-
ติดต่อพูดคุย: หากต้องการแสดงความเห็นหรือมีคำถามเกี่ยวกับบทความ ยินดีให้คำปรึกษา การหาข้อมูล การวิเคราะห์ พูดคุยสอบถามได้ที่อีเมล์ ckg55...
.png)
.png)

.png)