ทรัมป์อาจถูกลอบสังหารอีก

น่าติดตามว่าหากชนะเลือกตั้ง ทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ถูกลอบสังหารอีกคนหรือไม่ เพราะเหตุใด ควรอธิบายอย่างไร

            Paul Craig Roberts อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังชี้ว่าถ้าฟังจากเสียงปืนคนยิงมีมากกว่า 1 คน ทรัมป์รอดมาได้เพราะจังหวะเอียงศีรษะ เหตุผลที่ Crooks ผู้ลอบสังหารสามารถอยู่ที่จุดยิงยังสับสน เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ยังไม่สามารถให้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมอยู่ที่จุดยิงซึ่งใกล้ตัวทรัมป์

            Roberts อ้างคำพูดของ John Brennan อดีตผู้อำนวยการ CIA ที่เคยพูดว่าทรัมป์ “คนทรยศอเมริกา” (‘traitor to America’) เป็นความคิดของกลุ่มผู้กุมอำนาจประเทศที่เห็นว่าจำต้องกำจัดคนทรยศ

            Ray McGovern จาก Veteran Intelligence Professionals for Sanity คิดว่าถ้าตั้งใจลงมือแล้วน่าจะหาทางลงมืออีกจนสำเร็จ นอกจากวิธีนี้ไม่มีวิธีอื่นที่จะขัดขวางทรัมป์ หลังพยายามเล่นงานด้วยกฎหมายแต่ไม่สำเร็จ

            ถ้าใช้แนวทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่ารัฐพันลึกอยู่เบื้องหลังการลอบสังหาร มีผู้คิดว่าทรัมป์อาจโดนลอบสังหารอีก จำต้องหยุดทรัมป์ให้ได้ บทความนี้นำเสนอการอธิบายตามแนวทางทฤษฎีสมคบคิด

สหรัฐที่อยู่ใต้รัฐพันลึก:

            Deep State บางท่านแปลเป็นไทยว่า “รัฐพันลึก” คือ อำนาจแฝงที่ควบคุมรัฐอีกทอดหนึ่ง มีกลุ่มชนชั้นการเมือง (a permanent political class) ในวอชิงตันที่ยึดว่าพวกเขามีสิทธิปกครองคนอเมริกัน

            เป็นการปกครองลับที่ไม่ปรากฏตามหลักรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายใดๆ ดังนั้นจึงไม่เป็นประชาธิปไตย หรือกล่าวว่าเป็นประชาธิปไตยแบบหลอกๆ ผู้ปกครองตัวจริงไม่ใช่ประชาชน

            ผู้บริหารจัดการรัฐซ้อนรัฐจะเป็นใครก็ได้ ส่วนใหญ่มักเป็นองค์กร รวมเป็นกลุ่มก้อน อาจประกอบด้วยนักการเมือง ผู้มีอำนาจในกองทัพ เจ้าหน้าที่พลเรือน นายทุนใหญ่ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบรรษัทข้ามชาติ อุตสาหกรรมการเงินการธนาคาร ตลาดหุ้น

            กันยายน 2018 เควิน แม็คคาร์ธีย์ (Kevin McCarthy) ส.ส.แกนนำพรรครีพับลิกันกล่าวว่าบทบรรณาธิการที่ลงใน The New York Times เป็นหลักฐานชี้ว่าประเทศมีรัฐพันลึก เป็นที่ชัดเจนมาหลายปีแล้วว่ามีกลุ่มชนชั้นการเมืองในวอชิงตันที่เชื่อว่าพวกเขามีสิทธิปกครองคนอเมริกัน

            ส.ส.แม็คคาร์ธีย์ไม่ใช่คนเดียวที่คิดเช่นนั้น ในเหตุลอบสังหารทรัมป์พวกรีพันลิกันหลายคนชี้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือองค์กรลับผู้กุมอำนาจประเทศ ลดทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมือง สถาบันศาล อำนาจชนชั้นปกครองลงไปอีก ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ตามกฎหมาย

ทำไมต้องกำจัดทรัมป์:

            ความพยายามกำจัดทรัมป์ปรากฏตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก

กันยายน 2018 สื่อ The New York Times เผยคำพูดของเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งว่าตนและพวกอีกหลายคนพยายามขัดขวางประธานาธิบดีที่มักทำอะไรผิดๆ เป็นอันตรายต่อประเทศ

            เขาไม่ได้ทำงานคนเดียวแต่ร่วมกันหลายคนเป็นเครือข่าย เพื่อปกป้องประเทศอันเป็นหน้าที่สำคัญที่สุด พวกเราหวังให้รัฐบาลประสบความสำเร็จ คนอเมริกันปลอดภัยและมั่งคั่งกว่าเดิม ช่วยปกป้องรักษาสถาบันประชาธิปไตย พวกเขาทำเช่นนี้เพื่อปกป้องประเทศ ปฏิบัติตามมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ ตรงข้ามกับทรัมป์ที่กำลังทำให้ประเทศชาติเสียหาย มีการหารือใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 25 เพื่อขับทรัมป์ออกจากตำแหน่ง

            ต้นเหตุมาจากการที่ประธานาธิบดีขาดศีลธรรม (amorality) ไม่แยกแยะผิดชอบชั่วดี เป็นคน “มองผู้อื่นเป็นศัตรู” (adversarial) “คับแคบ เห็นแก่ตัว” (petty) “ไร้ความสามารถ” (ineffective) “ไร้ศีลธรรม ไม่รู้จักผิดชั่ว” (amoral) มักตัดสินใจอย่างมุทะลุ (impetuous) ไม่ใช้เหตุผล

            บทบรรณาธิการของ The New York Times ออกตามหลังหนังสือ  “Fear” ของ Bob Woodward เพียง 1 วัน ทั้ง 2 บรรยายภาพหนึ่งตรงกันว่าทีมงานทำเนียบขาวหลายคนพยามยามป้องกันไม่ให้ประธานาธิบดีทำสิ่งที่ทำร้ายประเทศ บางคนถึงกับขโมยเอกสารออกจากโต๊ะประธานาธิบดีเพื่อป้องกันไม่ให้ท่านลงนามซึ่งทรัมป์ปฏิเสธ “ไม่มีใครหยิบอะไรออกจากโต๊ะของผม”

คิดว่าทรัมป์จะขจัดหรือปฏิรูปรัฐพันลึก:

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าทรัมป์จะขจัดหรือปฏิรูปรัฐพันลึก หลายปีที่ผ่านมาทรัมป์พูดเสมอว่าระบบการเลือกตั้งฉ้อฉล ไม่เชื่อมั่นสถาบันต่างๆ ศาล สื่อกระแสหลัก คิดว่าทั้งหมดอยู่ใต้อำนาจองค์กรลับ ตนถูกอำนาจลับนี้เล่นงานมาตลอด

            ดังนั้น หากจะสร้างชาติต้องจัดการรัฐพันลึกให้ได้ ให้ประเทศเป็นของพลเมืองอเมริกันอย่างแท้จริง

            ก่อนเหตุลอบสังหาร 13 กรกฎาคม 2024 กระแสทรัมป์มาแรง ความกังวลว่าทรัมป์จะกลับมาอีกสมัยเป็นเหตุกำจัดทรัมป์

ทำไมการป้องกันจึงหละหลวม:

            Katherine M FitzGerald เก็บรวบรวมข้อมูลออนไลน์ พบเรื่องราวการลอบสังหารทรัมป์ในแนวทฤษฎีสมคบคิดหลายแบบ ชี้ว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้ตัวคนเดียว เป็นแผนร้ายของกลุ่มที่วางแผนมาอย่างดี

            แนวทางแรกอธิบายว่าเป็นฝีมือของพรรครีพับลิกัน ระบุว่าทรัมป์เริ่มเลือดออกตอนยกมือไปจับคาง สรุปง่ายๆ ว่าทรัมป์ป้ายเลือดปลอมใส่ตัวเอง

            แนวทางที่สองพูดเป็นนัยว่าเป็นฝีมือรัฐบาลไบเดน อธิบายว่าหน่วยรักษาความปลอดภัยตั้งใจเปิดทางให้ยิง เป็นไปไม่ได้ที่มือปืนสามารถเดินทางไปจุดซุ่มยิงบนหลังคาโดยเจ้าหน้าที่ไม่รู้ไม่เห็น

            Kimberly Cheatle ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับ (Secret Service Director) ยอมรับว่า 1 ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รับรู้ว่ามือปืนมีพฤติกรรมต้องสงสัยหลายอย่าง

            Jamie Raskin ส.ส.เดโมแคทตั้งคำถามเป็นไปได้อย่างไรที่หนุ่มอายุ 20 ปีหยิบปืน AR-15 ของบิดาปีนขึ้นหลังคาที่ห่างจากผู้ปราศรัย (ทรัมป์) เพียง 150 หลา ทำไมการป้องกันจึงหละหลวมขนาดนั้น

            จากเหตุลอบสังหารทรัมป์ Cheatle ผู้อำนวยการหน่วยสืบราชการลับยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดร้ายแรงในรอบหลายทศวรรษ หน่วยงานตนยอมรับผิดโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ และลาออกในเวลาต่อมา

            คำถามคือทั้งที่รู้ว่ามือปืนมีพฤติกรรมน่าสงสัยแต่ยังปล่อยผ่าน ทำไมไม่เข้าไปตรวจสอบ

            อีกประเด็นคือบางคนพยายามหาหลักฐานว่ากระสุนยิงออกจากปืนมากกว่าหนึ่งกระบอก Andy Biggs ส.ส.รีพับลิกันตั้งข้อสงสัยเรื่องนี้ว่าอาจมีมือปืนอีกคน

            การจะยอมรับหรือเชื่อแนวทางใดอาจเกี่ยวข้องกับความชอบพอพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้ กองเชียร์ทรัมป์บางคนอาจชี้นิ้วกล่าวหาไบเดน ส่วนกองเชียร์ไบเดนบางคนอาจชี้นิ้วว่าทรัมป์ทำเอง แต่หลายคนอาจเชื่อโดยตีความบนหลักอื่นๆ เช่น มีองค์กรลับที่กุมอำนาจรัฐ องค์กรนี้กุมอำนาจประเทศเบ็ดเสร็จหรือเกือบเบ็ดเสร็จ คนอเมริกันจะสุขหรือทุกข์อยู่ที่องค์กรลับนี้ บางคนคิดว่าการเลือกตั้งเป็นของจอมปลอม เพราะองค์กรลับจะกำหนดว่าใครจะชนะ

            ที่น่าตกใจคือคนอเมริกันหลายสิบล้านคนสนใจและเชื่อทฤษฎีสมคบคิด แม้ตัวทฤษฎีมีหลายแนวทาง อธิบายหลายแบบที่ขัดแย้งกันเอง (กรณีลอบยิงทรัมป์คือใครบงการ ฝ่ายรีพับลิกัน เดโมแครทหรือองค์กรลับ)

            ไม่ว่าจะย้อนแย้งขัดแย้งอย่างไร คนอเมริกันหลายสิบล้านฟังทฤษฎีสมคบคิดมากกว่าคำชี้แจงจากหน่วยงานรัฐ เป็นสังคมที่คนนิยมเรื่องแบบนี้

            คนเหล่านี้มักหวาดระแวงอำนาจรัฐบาลสหรัฐ ไม่เชื่อมั่นพรรคการเมือง ไม่เชื่อมั่นสถาบันต่างๆ แม้กระทั่งศาล เป็นพัฒนาการอย่างหนึ่งของเสรีประชาธิปไตยสหรัฐในปัจจุบัน ถ้ามองในมุมการเมืองการปกครอง Katherine M FitzGerald เตือน “การเมืองประชาธิปไตยสหรัฐ” ในอนาคตจะเป็นเช่นไร น่าเป็นห่วงแค่ไหน

            ประธานาธิบดีโจ ไบเดนถอนตัวจากการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว พวกเดโมแครทมอบให้รองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) แทนไบเดน อยู่ระหว่างการปรับแผนหาเสียง แม้ทั้งสองพรรคล้วนมีสิทธิ์ชนะแต่ต้องยอมรับว่ากระแสทรัมป์มาแรง น่าติดตามว่าหากชนะเลือกตั้ง ทรัมป์จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่ถูกลอบสังหารอีกคนหรือไม่ เพราะเหตุใด ควรอธิบายอย่างไร

28 กรกฎาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10117 วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567)

-----------------------

บรรณานุกรม :

1. Deep State Could Take ‘Another Shot’ at Trump - Two Former US Officials. (2024, July 22). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20240722/deep-state-could-take-another-shot-at-trump---two-former-us-officials-1119453400.html

2. How Trump's White House is under siege from within. (2018, September 6). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/us-news/2018/sep/05/how-trumps-white-house-is-under-siege-from-within

3. I Am Part of the Resistance Inside the Trump Administration. (2018, September 5). The New York Times. Retrieved from https://www.nytimes.com/2018/09/05/opinion/trump-white-house-anonymous-resistance.html

4. QAnon's Inexorable Spread Beyond the U.S.. (2020, September 24). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/the-most-dangerous-cult-of-our-times-qanon-s-inexorable-spread-beyond-the-u-s-a-e2b13c80-246a-43e5-945b-80ad7767a170

5. Secret Service Director Resigns Amid Anger Over Trump Shooting. (2024, July 23). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/us-news/secret-service-director-kimberly-cheatle-resigns-trump-shooting-2c1c35f1?mod=latest_headlines

6. Tell-all book ‘Fear’ sets up Trump-Woodward clash of titans. (2018, September 5). AP. Retrieved from https://www.apnews.com/67956f3219f64ffdaf9fc6e362bb4b2c/Tell-all-book-'Fear'-sets-up-Trump-Woodward-clash-of-titans

7. Trump shooting conspiracy theories flying left and right. (2024, July 16). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/07/trump-shooting-conspiracy-theories-flying-left-and-right/

8. What Happens After an Assassination Attempt. (2024, July 14). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/articles/what-happens-after-an-assassination-attempt-trump-shot-history-c13e8a00?mod=latest_headlines

9. White House Rejects NYT Column Attributed To Anonymous Official That Criticizes Trump. (2018, September 5). NPR. Retrieved from https://www.npr.org/2018/09/05/644974169/white-house-rejects-column-attributed-to-anonymous-official-that-faults-trump

-----------------

กระสุนนัดเดียวเปลี่ยนโลก

บรรยากาศหาเสียงตอนนี้ไม่ต้องคิดถึงเรื่องอื่นใดอีก ทรัมป์ควรชนะเลือกตั้ง กระสุนนัดเดียวชี้ขาดผลเลือกตั้ง ชี้นำโลกอนาคตควรทำตามนโยบายทรัมป์

13 กรกฎาคม 2024 ขณะอดีตประธานาธิบดีโดลันด์ ทรัมป์กำลังหาเสียง มีเสียงปืนดังหลายนัดเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ร่วมงานเสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง ส่วนทรัมป์โดนยิงเฉียดหูขวามีเลือดออก มือปืนถูกวิสามัญทันทีในที่เกิดเหตุ ในเวลาต่อมาระบุว่าคือนาย Thomas Matthew Crooks อายุ 20 ปี ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าถ้ายิงแม่นกว่านี้แค่ครึ่งนิ้วทรัมป์จบชีวิตแล้ว 

นักวิเคราะห์หลายคนคิดว่าหากทรัมป์เสียชีวิตผลตามมาอาจถึงขั้นประเทศหายนะ

ทรัมป์พูดเสมอว่าหากตนแพ้เลือกตั้งประเทศจะวุ่นวายจลาจล มุมมองนี้ตีความว่าหากเสียชีวิตจะจุดชนวนให้พวกที่สนับสนุนทรัมป์อย่างเข้มข้นก่อเหตุวุ่นวาย อาจถึงขั้นจลาจล 

รีพับลิกันพร้อมใจเลือกตั้ง:

มีผู้วิเคราะห์ผลจากเหตุการณ์ดังกล่าวหลากหลาย ประเด็นหนึ่งที่ชัดเจนคือลดทอนเสียงวิพากษ์ทรัมป์

ทรัมป์ถูกฟ้องหลายคดีและอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล คดีที่พิพากษาสิ้นสุดว่าทรัมป์ผิดก็มี หลายคนวิพากษ์ความเหมาะสมของทรัมป์จากคดีความของท่าน ไม่เฉพาะจากเดโมแครทเท่านั้น ภายในพรรครีพลับลิกันก็วิพากษ์แง่ลบเช่นกัน แต่หลังเหตุลอบสังหาร เสียงวิจารณ์เหล่านี้หายเกือบหมด สังคมพุ่งความสนใจเรื่องลอบสังหารแทน 

ผลตามมาอีกข้อคนในพรรครีพับลิกันเห็นว่าต้องพร้อมใจสนับสนุนให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกสมัย ไม่ต้องพูดถึงการแข่งขันภายในพรรค ล่าสุดทรัมป์ได้เป็นตัวแทนพรรคในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีแล้ว

ขอเพียงพวกที่สนับสนุนรีพลับลิกันพร้อมใจกันเข้าคูกา เช่นนี้ทรัมป์น่าจะชนะลอยลำแล้ว

ผู้รับกระสุนแทนคนอเมริกัน:

ในการหาเสียงรอบนี้ทรัมป์พูดว่าตนรวยแล้ว มีพร้อมทุกอย่าง อายุ 78 ปีแล้ว (เกิดมิถุนายน 1946) ที่ยังลงเลือกตั้งเพราะประเทศมีปัญหารุมเร้า ประธานาธิบดีบริหารไม่เอาไหน (หมายถึงไบเดน) พูดถึงความฉ้อฉลของสถาบันการเมือง สถาบันศาล อำนาจชนชั้นปกครองผู้อยู่เบื้องหลังความทุกข์ยากของคนอเมริกัน ตนจึงขออาสาทำหน้าที่ “ช่วยชาติ” (“save the country”)

นักวิเคราะห์บางคนตีความว่าเหตุลอบยิงทำให้เสียงเชียร์ทรัมป์ดังขึ้นอีก ลดทอนเสียงจากพวกเดโมแครทที่พยายามชี้ว่าทรัมป์บ่อนทำลายประชาธิปไตย ตัวสร้างความปั่นป่วน เพราะตอนนี้ทุกคนเห็นอกเห็นใจ รวมความแล้วเสียงเชียร์ทรัมป์ดังขึ้น เสียงเชียร์ไบเดนอ่อนลง เดโมแครทต้องปรับยุทธศาสตร์หาเสียงใหม่

บรรยากาศการหาเสียงตอนนี้ ไม่ต้องคิดถึงนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายต่างประเทศ หรือเรื่องอื่นใดอีก ทรัมป์ควรชนะเลือกตั้ง กระสุนนัดเดียวชี้ขาดผลเลือกตั้ง ชี้นำโลกอนาคตควรทำตามนโยบายทรัมป์

จากเผด็จการกลายเป็นผู้ปกป้องประชาธิปไตย:

พวกต่อต้านทรัมป์จะเอ่ยว่าท่านเป็นเผด็จการ เป็นฮิตเลอร์ คุกคามเสรีประชาธิปไตย 

ส่วนพวกรีพับลิกันจะพูดว่าหลายปีที่ผ่านทรัมป์โดนพิษการเมืองเล่นงาน ฝ่ายตรงข้ามตั้งใจพูดให้ร้าย หาเรื่องจากความคดีความต่างๆ 

พวกเชียร์ทรัมป์คิดว่าฝ่ายตรงข้ามพยายามสกัดทุกวิถีทาง ทั้งคดีความ ความประพฤติส่วนตัว และถึงขั้นลอบสังหาร ตีความว่าการช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้งปีนี้ช่วยกู้ประชาธิปไตย สกัดฝ่ายตรงข้ามที่จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก

ดังนั้นเองพวกรีพับลิกันใช้โอกาสนี้พลิกกลับตีความว่าทรัมป์คือผู้รับกระสุนแทนคนอเมริกัน ทรัมป์ผู้ปกป้องเสรีประชาธิปไตยอเมริกา

รีพับลิกันจะได้ครองสองสภาหรือไม่:

เลือกตั้งพฤศจิกายนไม่เพียงเลือกประธานาธิบดีเท่านั้น ยังเลือกส.ส. ส.ว.ด้วย ระบอบการปกครองสหรัฐทั้งสภาล่ากับสภาบนมีความสำคัญ ถ่วงดุลอำนาจประธานาธิบดี บ่อยครั้งที่รัฐบาลไม่สามารถครองทั้งสองสภาพร้อมกัน เลือกตั้งปลายปี 2024 หากรีพับลิกันได้ทั้งประธานาธิบดี ครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา 4 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงที่รีพับลิกันมีอำนาจพร้อม สามารถดำเนินตามนโยบายของตนอย่างเต็มที่ เขียนหรือแก้กฎหมายต่างๆ ตามต้องการ

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงทรัมป์จะโดดเด่นในเวทีโลกมาก มั่นใจว่านโยบายต่างประเทศของตนจะปฏิบัติอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

บัดนี้ขอเพียงพวกที่สนับสนุนรีพลับลิกัน พวก swing voters พร้อมใจกันเข้าคูกา เช่นนี้รีพับลิกันน่าจะชนะขาด

ฝีมือใคร:

เรื่องสำคัญไม่ใช่แค่ผู้นำเสียชีวิต ยังมองว่าใครฆ่า ใครอยู่เบื้องหลัง ผู้คนตีความต่างๆ นานา แต่งหนังสือได้หลายสิบเล่ม จนวันนี้ยังมีคนวิเคราะห์ด้วยข้อมูลใหม่ล่าสุด 

1) ข้ามาคนเดียว

แนวทางนี้อธิบายว่านาย Thomas Matthew Crooks คิดและลงมือตามลำพัง ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง นักจิตวิทยาชี้ว่าพวกนี้มักมีปัญหาทางจิต เพราะผู้ลอบสังหารมักต้องจบชีวิตหรือไม่ก็ติดคุกตลอดชีวิต ถ้าคิดอย่างคนปกติพวกนี้ยินดีเสียชีวิต ยินดีทำลายอนาคตตัวเอง นาย Crooks บรรลุเป้าหมาย “จบชีวิตตัวเอง” เรียบร้อยแล้ว

ส่วนสาเหตุที่ลงมือยังไม่ทราบชัดเจน ได้แต่ตีความต่างๆ นานา สังคมรับรู้แต่ว่าเขาไม่ใช่อดีตทหาร ไม่เชี่ยวชาญการใช้ปืน อายุ 20 ปีเท่านั้น

2) ทรัมป์โดนใบสั่งจากองค์กรลับหรือไม่

พวกรีพันลิกันหลายคนพากันชี้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือองค์กรลับผู้กุมอำนาจประเทศ ลดทอนความน่าเชื่อถือของสถาบันการเมือง สถาบันศาล อำนาจชนชั้นปกครองลงไปอีก (ทั้งๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้)

ย้อนอดีตปี 1963 เมื่อประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี (John F. Kennedy) เพราะถูกลอบยิง ข่าวนี้ไม่ช็อคคนอเมริกันเท่านั้นยังช็อคโลกด้วย 

การลอบสังหารเคนเนดีแม้ผ่านมากว่า 6 ทศวรรษ ผู้คนยังสนใจว่าใครอยู่เบื้องหลัง บางคนเชื่อว่าโดน “ใบสั่ง” จากองค์กรลับผู้กุมอำนาจประเทศ (และอาจกุมอำนาจโลกด้วย) แม้ข้อมูลมีมากแต่ยากจะสรุปเพราะขาดหลักฐานที่เชื่อถือได้ (ตามกฎหมาย) อีกทั้งยังมีข้อมูลใหม่เพิ่มเติมอยู่เสมอจนหาจุดจบไม่ได้ ดังนั้นถ้าไม่เชื่อข้อสรุปของเจ้าหน้าที่ ของศาล ก็อาจฟังทฤษฎีสมคบคิดที่มีเรื่องราวใหม่ให้ติดตามอยู่เสมอจนหาจุดจบไม่ได้ 

ณ ตอนนี้การสืบสวนเชิงลึกเพิ่งจะเริ่ม ไม่อาจตอบได้ว่าเป็นเรื่องของคนเสียสติคนหนึ่งหรือซับซ้อนซ่อนเงื่อน จะเป็นฝีมือรัฐบาลต่างชาติหรือไม่ คำถามเหล่านี้ไม่ควรรีบด่วนสรุป ได้แค่ตอบว่าการเลือกตั้งดำเนินต่อไป

กระสุนนัดเดียวเปลี่ยนโลก:

การลอบสังหารผู้นำสหรัฐปรากฏให้เห็นอยู่เสมอ ประวัติศาสตร์ย้ำเน้นความจริงว่าประธานาธิบดีหลายคนถูกลอบสังหารหรือทำร้าย แต่เหตุเกิดขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้นำประเทศ ส่วนทรัมป์ตอนนี้อยู่ในฐานะประชาชน ไม่ว่าเรื่องราวจะเรียบง่ายหรือซับซ้อน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลดีต่อทรัมป์อย่างยิ่งและส่งผลดีต่อพรรคด้วย เลือกตั้ง 2024 รีพับลิกันอาจครองเสียงข้างมากทั้งสภาบนสภาล่าง ประธานาธิบดีสามารถดำเนินนโยบายทั้งในและต่างประเทศเต็มกำลัง 

อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาอีก 4 เดือนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง อาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันอีก ใช่ว่าฝ่ายเดโมแครทจะไม่มีโอกาสชนะแล้ว

21 กรกฎาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10110 วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567)

--------------

บรรณานุกรม :

1. The Trump Shooting Changed Everything. (2024, July 15). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/articles/the-trump-shooting-changed-everything-80f11bd8?mod=latest_headlines

2. Trump Assassination Attempt Exposes the Mortal Core of America’s Politics. (2024, July 14). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/politics/elections/trump-rally-shooting-political-divide-election-2024-12204750?mod=latest_headlines

3. Trump Shooting Spurs GOP Unity, Scrambles Biden Campaign Strategy. (2024, July 14). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/politics/elections/trump-shooting-spurs-gop-unity-scrambles-biden-campaign-strategy-e436f574?mod=latest_headlines

4. What Happens After an Assassination Attempt. (2024, July 14). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/articles/what-happens-after-an-assassination-attempt-trump-shot-history-c13e8a00?mod=latest_headline

-----------------


ค่าเงินเมียนมาอ่อนตัวต่อเนื่อง

เลือกตั้งสหรัฐ 2024 ประชามติเลือกประชาธิปไตย

ไบเดนชี้ว่าตนเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนทรัมป์อยู่ฝ่ายตรงข้าม ถ้าต้องการปกป้องประชาธิปไตยขอให้เลือกพรรคเดโมแครท

            David Remnick จากสื่อ New Yorker ตีความว่าเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2024 คือประชามติว่าต้องการประชาธิปไตย (“a referendum on democracy itself”) หรือต้องการทรัมป์ที่คนอเมริกันรู้ดีว่าท่านมีความเป็นประชาธิปไตยมากน้อยแค่ไหน ใครๆ ก็รู้ว่าบุคลิกทรัมป์คืออำนาจนิยม (authoritarian personality)

            ผลจาก 8-9 ปีที่ผ่านมาคนอเมริกันรับรู้กันทั่วว่าทรัมป์เป็นคนอย่างไร ฝีมือลีลาการบริหารประเทศคดีความของท่านและอีกหลายพฤติกรรม ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนอเมริกันไม่รู้จักทรัมป์ ในหมู่พรรคเดโมแครทตีตราว่าทรัมป์บ่อนทำลายค่านิยมประชาธิปไตย ถ้าเลือกทรัมป์คือเลือกคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามประชาธิปไตย ความเป็นประชาธิปไตยที่อเมริกาภาคภูมิใจถูกลดทอนลงไปอีก

            ผลวิจัยเมื่อมิถุนายน 2023 ของ Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research เผย 8 ใน 10 ของพวกเดโมแครทฟันธงว่าพรรครีพับลิกันไม่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

            ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร ผลสำรวจแสดงความคิดเห็นของพวกเดโมแครทต่อพรรครีพับลิกันในปัจจุบัน “พรรครีพับลิกันไม่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย”

            การที่พวกเดโมแครทเล่นงานทรัมป์เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการหาเสียง เป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงที่ไบเดนใช้เรื่อยมา มีนาคม 2024 ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวใน “คำแถลงนโยบายประจำปี” (State of the Union) ว่าประชาธิปไตยอเมริกากำลังสะเทือนจากผู้ที่ไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบเมื่อ 6 มกราคม 2020 (หมายถึงทรัมป์) เป็นภัยร้ายแรงต่อประชาธิปไตย แต่เขาล้มเหลว อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าภัยคุกคามนี้ยังอยู่และต้องปกป้องต่อ ขอให้พวกเราทั้งหลายร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย เคารพเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรม ฟื้นฟูความเชื่อมั่นสถาบันต่างๆ ต่อต้านความรุนแรงทางการเมือง

            ประธานาธิบดีไบเดนพูดเสมอว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับ MAGA Republicans (พวกที่สนับสนุนทรัมป์อย่างเข้มข้น) เป็นพวกสุดโต่ง (an extremism – ไม่ใช่พวกประชาธิปไตย) เป็นพวกนิยมความรุนแรง จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อหลักนิติธรรม ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง สนับสนุนพวกที่ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง รวมความแล้ว ประธานาธิบดีไบเดนตีตราว่าเป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) คุกคามบั่นทอนประชาธิปไตย

            ในการหาเสียงไบเดนจะพยายามชี้ว่าตน (พรรคเดโมแครท) เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนทรัมป์อยู่ฝ่ายตรงข้าม เชิญชวนให้คนอเมริกันเข้าคูหา ถ้าต้องการปกป้องระบอบประชาธิปไตยขอให้เลือกพรรคเดโมแครท

            Remnick ขยายความว่าปี 2016 ได้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี เลือกตั้งรอบถัดมา 2020 คือประชามติไม่เอาทรัมป์ การที่ Remnick ตีความว่าเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 คือประชามติว่าต้องการตัวแทนจากฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่จึงสมเหตุสมผลไม่น้อย เป็นการลงประชามติอีกรอบว่าสังคมอเมริกันในยามนี้ยังต้องการตัวแทนจากฝ่ายประชาธิปไตยหรือไม่

            Remnick ไม่ใช่คนแรกที่บ่งชี้ความไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลทรัมป์ พฤศจิกายน 2022 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อความช่วยเหลือด้านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง (International Institute for Democracy and Electoral Assistance หรือ International IDEA) ในสวีเดนเผยแพร่งานวิจัยระบุว่า สหรัฐจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ประชาธิปไตยถดถอยพอสมควร (moderately backsliding) พร้อมกับขยายความว่าประชาธิปไตยสหรัฐถดถอยหนักในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ การเมืองแบ่งขั้วสังคมแตกแยก เกิดกระแสไม่ยอมรับเสียงข้างมาก สิทธิเสรีภาพหดหาย สังคมเต็มด้วยข่าวปลอมการบิดเบือนข้อมูล เล่นงานศาล ผู้คนไม่พอใจสภาพความเป็นอยู่ ความไม่เท่าเทียม ชีวิตทรัพย์สินไม่ปลอดภัย มีการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง นโยบายประชานิยมกำลังทำลายประชาธิปไตย ที่น่าเป็นห่วงคือผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ทำลายสถาบันการเมือง ความเป็นประชาธิปไตยจึงถดถอย การปกครองด้วยระบอบนี้ต่อเนื่องยาวนานไม่เป็นเหตุยกระดับประชาธิปไตยให้สูงขึ้นแต่อย่างไร

ไบเดนเป็นตัวเลือกที่ดี?:

            ถ้าคนอเมริกันเห็นว่าประชาธิปไตยสำคัญ เป็นคุณค่าที่ยึดถือ เชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยเป็น “เครื่องมือ” ที่ดีที่สุด ตอบสนองเสรีนิยมกับความเท่าเทียมทางโอกาส เป็นความมั่นคงแห่งชาติที่สั่นคลอนไม่ได้ รัฐบาลส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยทั่วโลก หวังให้นานาชาติใช้ระบอบการปกครองนี้ โจมตีหลายประเทศว่าเป็นอำนาจนิยม เป็นเผด็จการ ทำร้ายประชาชนตัวเอง เลือกตั้ง 2024 ควรเลือกไบเดนอีกสมัยเพื่อสกัดทรัมป์

            แต่หลังการอภิปรายรอบแรกระหว่างไบเดนกับทรัมป์ ไบเดนแสดงอาการคนสูงวัยอายุขึ้นเลข 8 สังคมตั้งคำถามยังเหมาะกับตำแหน่งผู้ประเทศหรือไม่

            อันที่จริงแล้วสุขภาพไบเดนเป็นอย่างไรคนในพรรคกับคนวงในน่าจะรู้ดี บางคนขอให้ไบเดนถอนตัว แต่ท่ามกลางเสียงคัดค้านไบเดนยืนยันลงเลือกตั้ง ให้เหตุผลตนคือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของทรัมป์ ตนเคยชนะมาแล้วและจะชนะอีกครั้ง สติสัมปชัญญะยังดีอยู่ สามารถดูแลโลกทั้งใบ

            กลายเป็นว่าตอนนี้การหาเสียงสำคัญของไบเดนอยู่กับพรรคตัวเอง ต้องเอาชนะเสียงค้านในพรรคให้จงได้ หลายสื่อทั้งในและต่างประเทศสนใจทรัมป์ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดีคนต่อไป

            ล่าสุดมีกระแสข่าวว่ารองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด แต่คนในพรรคที่สนับสนุนไบเดนยังมีมากเช่นกัน ไม่ว่ารองประธานาธิบดีแฮร์ริสจะได้เป็นตัวแทนพรรคหรือไม่ การแข่งขันยังไม่จบ ไบเดนกับทรัมป์ยังต้องอภิปรายตัวต่อตัวอีก รอบหน้าไบเดนอาจชนะก็เป็นได้

ประชาธิปไตยในความหมาย:

            ตำรารัฐศาสตร์ระบุว่าคนอเมริกันเชื่อว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็น “เครื่องมือ” ที่ดีที่สุด ตอบสนองเสรีนิยมกับความเท่าเทียมทางโอกาสที่พวกเขายึดถือ

            แต่ความจริงแล้วระบอบประชาธิปไตยไม่จำต้องยึดแนวทางเสรีนิยมเสมอไป มีตัวอย่างให้เห็นทั่วโลก

            เยอรมันเป็นประเทศพัฒนาแล้วที่น่าสนใจ ในการเลือกตั้งทั่วไปกันยายน 2021 พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) เป็นฝ่ายชนะ ได้คะแนนนำพรรค CDU/CSU ของอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel)

            เป็นการเปลี่ยนแนวทางรัฐบาลหลังแมร์เคิลบริหารประเทศถึง 16 ปี การที่พรรคของแมร์เคิลพ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะไม่พอใจการบริหารประเทศของนายกฯ แมร์เคิล แต่เมื่อคนเยอรมันเห็นว่าได้เวลาต้องเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่คนเดิมอีก จึงเป็นโอกาสที่พวกเขาได้คิดและเลือกคนใหม่ตามกติกาประชาธิปไตย

            เป็นที่มาของรัฐบาลโอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) รัฐบาลเยอรมันชุดปัจจุบันจึงมีพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลฝ่ายซ้าย

            ตำรารัฐศาสตร์ยกย่องฝรั่งเศสเป็นต้นแบบประชาธิปไตยประเทศหนึ่ง ล่าสุดผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบสองฝ่ายซ้ายได้คะแนนสูงสุด ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าฝ่ายขวาจัดของเลอเปนจะมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่เลือกตั้งรอบสองกลับหล่นไปอยู่อันดับที่ 3 สายกลางของมาครงแซงขึ้นมาเป็นอันดับ 2 (เลือกรอบแรกพรรคมาครงแพ้เลอเปน) คาดว่าฝ่ายซ้ายกับพวกสายกลางจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล

            เป็นอีกครั้งที่พรรคสายสังคมนิยมประชาธิปไตยจะบริหารประเทศฝรั่งเศสอีกรอบ

            รัฐบาลโอลาฟ โชลซ์กับเลือกตั้งฝรั่งเศสเป็นสองตัวอย่างปัจจุบันที่ชี้ว่า ระบอบประชาธิปไตยไม่จำต้องยึดแนวนโยบายเสรีนิยมเสมอไป จะเป็นฝ่ายซ้ายหรืออำนาจนิยมฝ่ายขวา หรือเป็นพวกกรีนที่เน้นสิ่งแวดล้อมยั่งยืนก็ได้ ขึ้นกับว่าประชาชนต้องการอะไรมากกว่าและหมุนเวียนเปลี่ยนไป

            ปลายปีนี้หากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัย น่าติดตามว่าประชาธิปไตยอเมริกาจะเป็นอย่างไร เรื่องนี้สำคัญเพราะจะมีผลต่อค่านิยม ความหมายของประชาธิปไตยในประเทศอื่นๆ ด้วย มีผลต่อนโยบายต่างประเทศสหรัฐที่จะกระทบทั่วโลก

            ประชาธิปไตยคือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นและนำมาใช้ ความหมายประชาธิปไตยของแต่ละประเทศแต่ละเวลาไม่จำต้องเหมือนกันเสมอไป นี่คือความเข้าใจสำคัญที่ประชาชนควรเข้าใจ

14 กรกฎาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10103 วันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2567)

----------------------

บรรณานุกรม :

1. Biden Forcefully Rejects Efforts to Push Him Out of Race. (2024, July 1). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/politics/elections/biden-sits-for-interview-to-try-to-bounce-back-from-debate-debacle-6e60527f?mod=latest_headlines

2. France's far-right suffers setback as voters deny power. (2024, July 8). France24. Retrieved from https://www.france24.com/en/europe/20240707-france-far-right-voters

3. German elections: Centre-left narrowly wins against Merkel's party. (2021, September 27). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-europe-58698806

4. Kamala Harris Would Be the Best Democratic Choice. (2024, July 9). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/articles/kamala-harris-would-be-the-best-democratic-choice-independents-moderates-trump-16273447?mod=latest_headlines

5. International Institute for Democracy and Electoral Assistance. (2022, November 30). Global State of Democracy 2022: Forging Social Contracts in a Time of Discontent. Retrieved from https://www.idea.int/democracytracker/sites/default/files/2022-11/the-global-state-of-democracy-2022.pdf

-----------------

ทรัมป์โดนใบสั่งจากองค์กรลับหรือไม่

ทำไมสมาชิกอาเซียนสนใจเข้า BRICS

ประเทศไทย มาเลเซียและเวียดนามพยายามสัมพันธ์ดีกับมหาอำนาจทั้งหลาย ไม่อิงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกินตัว มอง BRICS เป็นโอกาสใหม่

            ปี 2024 ชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศแสงความจำนงของเข้าร่วมกลุ่มบริคส์ (BRICS) เช่น ไทย มาเลเซีย เวียดนาม หัวใจหลักที่สมาชิกอาเซียนสนใจเข้า BRICS น่าจะเพราะต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน โอกาสร่วมมือทางเศรษฐกิจ ลดทอนอิทธิพลของพวกรัฐบาลสหรัฐหรือขยายความร่วมมือมหาอำนาจจีน-รัสเซีย

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่า BRICS ตั้งเป้าสร้างระบบโลกพหุภาคี ระบอบที่เป็นธรรม ศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกชาติ เคารพอธิปไตยของชาติอื่น ลดการใช้ดอลลาร์ เลี่ยงความเสี่ยงจากค่าเงินดังกล่าว หรือหลีกหนีอิทธิพลสหรัฐ

BRICS คือขั้วต่อต้านฝ่ายสหรัฐ?:

            นักวิเคราะห์บางคนตีความว่าคือสร้างขั้วใหม่ที่ตรงข้ามกับฝ่ายสหรัฐ ขั้วนี้มีจีน-รัสเซียเป็นแกนนำ และตีความต่อว่าใครที่เข้าร่วมคือพวกที่ตั้งใจต่อต้านตะวันตก

            การตีความชัดเจนแบ่งแยกดำ-ขาวแบบนี้เป็นการสรุปแบบรวบรัด มองบางจุดบางมุมเท่านั้น

            เป็นความจริงที่ฝ่ายสหรัฐกับรัสเซียกำลังทำสงครามตัวแทนในยูเครน รัฐบาลสหรัฐปิดล้อมรัสเซียอย่างหนัก และกำลังปิดล้อมจีนเข้มข้นขึ้นทั้งทางเศรษฐกิจ การทหาร เทคโนโลยี

            อิหร่านหนึ่งในสมาชิก BRICS+ เป็นปรปักษ์กับรัฐบาลสหรัฐมาอย่างยาวนาน

            แต่หากมองกว้างขึ้นแม้สหรัฐพยายามปิดล้อมจีน ขึ้นภาษีสินค้าจีนหลายสิบเปอร์เซ็นต์ โจมตีตำหนิรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ทุกวันนี้สหรัฐยังมีจีนเป็นคู่ค้าสำคัญ ยังขาดดุลการค้าจีนมหาศาลทุกปี ถ้าสหรัฐจะปิดล้อมจีนอย่างจริงจัง ต้องไม่ติดต่อค้าขายกับจีนเลย เหมือนอย่างที่ทำกับรัสเซียในตอนนี้

            เมื่อมองในมุมการเมืองระหว่างประเทศ แม้รัฐบาลสหรัฐจะพยายามสร้างขั้ว-ให้เลือกข้าง แต่ประเทศส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่อิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนเกินควร อาเซียนเป็นตัวอย่างที่ดีว่าเป็นมิตรกับทุกมหาอำนาจ หวังร่วมมือกับทุกฝ่าย ส่วนสมาชิกอาเซียนใดจะดำเนินนโยบายใกล้ชิดมหาอำนาจใดเป็นพิเศษขึ้นกับบริบทของประเทศนั้น และขึ้นกับรัฐบาลแต่ละชุด ยกตัวอย่าง รัฐบาลเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (Ferdinand Marcos Jr.) ใกล้ชิดสหรัฐมากกว่ารัฐบาลโรดริโก ดูเตร์เต (Rodrigo Duterte) ชุดก่อน ความใกล้ชิดสหรัฐของฟิลิปปินส์จึงขึ้นๆ ลงๆ ขึ้นกับนโยบายของรัฐบาลชุดนั้นๆ

            เวียดนามเป็นอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ ไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลเวียดนามใกล้ชิดสหรัฐมากขึ้น ความสัมพันธ์ทวิภาคีกับสหรัฐดีขึ้นมาก ปี 2022 การค้าทวิภาคีสูงถึง 138,000 ล้านดอลลาร์ สหรัฐเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่สุดของเวียดนาม ครอบคลุมสารพัดสินค้าตั้งแต่สิ่งทอ รองเท้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่วนเวียดนามนำเข้าฝ้าย ถั่วเหลือง เป็นที่หมายลงทุนของภาคเอกชนสหรัฐ อีกทั้งเวียดนามเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) ที่ตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลไบเดน รัฐบาลสหรัฐหวังเหลือเกินที่จะดึงเวียดนามมาเป็นพวก

            แต่หากพิจารณารอบด้านเวียดนามพยายามพัฒนาความสัมพันธ์กับทั้ง 3 มหาอำนาจ ดังจะเห็นว่าเวียดนามเน้นซื้อใช้อาวุธรัสเซีย ยังค้าขายกับจีนและนักลงทุนจีนหวังพึ่งการส่งออกผ่านเวียดนาม ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ “4 ไม่” (Four No’s) ของเวียดนาม คือ ไม่เป็นพันธมิตร ไม่ให้ต่างชาติตั้งฐานทัพ ไม่เข้าร่วมกับใครเพื่อต่อต้านอีกฝ่าย และไม่ใช่กำลังในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            ถ้าวิเคราะห์ตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ “4 ไม่” จะเห็นภาพหลักนโยบายต่างประเทศเวียดนามอย่างชัดเจน การแสดงความจำนงขอเป็นสมาชิก BRICS ของเวียดนามจึงไม่ใช่การประกาศว่าขออยู่ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐแต่อย่างใด

            ดังนั้น ไม่น่าจะถูกต้องจะสรุปว่า BRICS คือขั้วหรือศูนย์รวมของพวกต่อต้านฝ่ายสหรัฐ และจะยิ่งผิดหนักถ้าตีความว่าสมาชิกทั้งหลายอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของจีน-รัสเซีย (ยกเว้นบางประเทศที่ใกล้ชิด) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าร่วมกลุ่มเพิ่มโอกาสขยายความร่วมมือกับมหาอำนาจจีน-รัสเซีย แต่จะเข้มข้นเพียงใดขึ้นกับนโยบายของแต่ละประเทศด้วย

            กรณีประเทศไทย รัฐบาลเศรษฐาให้เหตุผลว่าเพราะเห็นความสำคัญของโลกพหุภาคี BRICS ส่งเสริมบทบาทชาติกำลังพัฒนาในเวทีโลก มีส่วนในระเบียบโลกใหม่

            นายนิกรเดช พลางกูร โฆษกกระทรวงการต่างประเทศชี้แจงว่าประเทศไทยเห็นว่า BRICS มีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างโลกพหุภาคี ความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา (Global South) สอดคล้องผลประโยชน์แห่งชาติ การเข้าร่วมจะส่งเสริมบทบาทไทยในเวทีโลก ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในหมู่ประเทศที่มีการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว (Emerging Market) โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน

            ไทยสนใจเข้าร่วมนานแล้ว ปี 2024 รัฐบาลเศรษฐายื่นความจำนงขอเข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ไทยจะเป็นสมาชิกอาเซียนชาติแรกที่ร่วม BRICS ถ้าผ่านการอนุมัติ

            นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าหากไทยเป็นสมาชิก BRICS จะสนับสนุนความร่วมมือทวิภาคีไทย-จีนโดยตรง ส่งเสริมความร่วมมือภายใต้ “ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) เอื้อจีนที่มีบทบบาทด้านการพัฒนาของอาเซียน

            บางคนคิดว่าหากไทยเข้า BRICS จะไม่เป็นกลาง ถามว่าการที่ไทยเป็น “ชาติพันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต” (Major Non-NATO Ally: MNNA) นั้นเป็นกลางหรือไม่ นโยบายต่างประเทศประกาศชัดว่าไทยเป็นมิตรกับมหาอำนาจทุกประเทศ สนับสนุนระบบโลกพหุภาคี

BRICS เป็นโอกาสเป็นช่องทางใหม่:

            ปี 2024 ประชากรโลกครึ่งหนึ่งอยู่ใน BRICS+ มูลค่าการค้ากลุ่มอยู่ที่ 40% ของการค้าทั้งโลก BRICS+ เป็นผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ราว 38% ของโลก นำโดยจีนกับอินเดีย คาดว่าตัวเลขเหล่านี้จะเพิ่มสูงขึ้นอีกเพราะมีสมาชิกใหม่ๆ เข้ามา เป็นปากเสียงของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อย่างน้อยที่สุดพวกเขามีเวทีพูดคุยมากขึ้น ใกล้ชิดยิ่งขึ้น น่าจะมีความร่วมมือมากขึ้น

            หากวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล รัฐบาลของแต่ละประเทศจะพิจารณาบริบทว่าควรวางตัวอย่างไร ควรเข้าหาฝ่ายใดมากน้อยเพียงไร เพื่อความมั่นคงการอยู่รอดของรัฐบาล ไม่สนใจว่าใครเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐถอยห่างจากทุนนิยมเสรีมากเพียงไร

            BRICS ที่กำลังจะเป็นกลุ่มร่วมมือทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่จึงน่าสนใจ เป็นโอกาสของนานาชาติ หลายประเทศคิดจึงความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจ

            ประเทศไทย มาเลเซียและเวียดนามพยายามสัมพันธ์ดีกับมหาอำนาจทั้งหลาย ไม่อิงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนเกินตัว มอง BRICS เป็นโอกาสใหม่ ทำนองเดียวกับกรอบความร่วมมืออื่นๆ ส่วนระยะยาวกลุ่มนี้จะพัฒนาอย่างไรค่อยว่ากันใหม่

            ภายใต้กรอบ BRICS กับแผนของสมาชิกช่วยพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกัน เป็นโอกาสที่น่าลอง ส่วนจะดีจริงแค่ไหนต้องติดตามต่อในอนาคต ชาติสมาชิกทั้งเก่าใหม่และที่กำลังจะเข้ามาแตกต่างหลากหลาย เป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เส้นทางของ BRICS ยังอีกยาวไกลกว่าจะบรรลุผลที่จับต้องได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่ทำได้ทันทีคือโอกาสความร่วมมือทวิภาคีภายในกลุ่มที่ต่างแสดงท่าทีเป็นมิตร อยากร่วมมือกัน เป็นปากเสียงของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

            เป็นเรื่องตลกถ้าใครคิดว่าหากร่วม BRICS จะร่วมมือกับฝ่ายตะวันตกไม่ได้ จะต้องทำสงครามกับพวกตะวันตก สิ่งที่ควรทำคือใช้โอกาสนี้เป็นเครื่องช่วยผลักดันเศรษฐกิจ ดีกว่าปล่อยให้ตัวเองล้าหลังไปเรื่อย การพัฒนาช้ากว่าคนอื่นคือกำลังปล่อยให้ตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

7 กรกฎาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10096 วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2567)

--------------------------

บรรณานุกรม :

1. BRICS receives new membership bid. (2024, May 28). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/598362-thailand-brics-letter-application/

2. President of Russia. (2023, August 22). Video Address to the Participants in the BRICS Business Forum. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/72085

3. Southeast Asia has its reasons for pivoting to BRICS. (2024, June 28). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/06/southeast-asia-has-its-reasons-for-pivoting-to-brics/

4. Xi says BRICS important force in shaping int'l landscape. (2023, August 24). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230824/e9727a06c97d421484c1ee32dd340b16/c.html

-----------------

ระบบโลกที่บิดเบี้ยว (2) สงครามยูเครน

เงื่อนไขสงบศึกของปูติน การใช้ทรัพย์รัสเซียที่ยึดได้เป็นหลักฐานชี้ว่าต่างฝ่ายต่างยืนยันรบต่อบ่งชี้ระเบียบโลกที่บิดเบี้ยว ต้องสู้กันต่อไป

            สงครามยูเครนมองได้หลายกรอบตั้งแต่ศึกระหว่างยูเครนกับรัสเซีย ระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม การแข่งขันจัดระเบียบโลก เหล่านี้ชี้ว่าระเบียบโลกที่เป็นอยู่ไม่สมบูรณ์ สงครามยูเครนชัดเจนรุนแรง

สงครามอุดมการณ์ทางการเมือง?:

            ถ้ายึดกรอบอุดมการณ์สามารถตีความได้ 2 แบบ คือสงครามระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม กับไม่ใช่อุดมการณ์ทางการเมือง

          ประการแรก เสรีประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม

            มีนาคม 2022 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงสุนทรพจน์ State of the Union ความตอนหนึ่งกล่าวว่าหน้าที่ของคนอเมริกันคือปลดปล่อยให้คนมีเสรีภาพจากทรราชย์ (tyranny) รัสเซียกำลังสะเทือนโลกเสรี สหรัฐจะยืนเคียงข้างยูเครน ตลอดประวัติศาสตร์ชี้ว่าเผด็จการ (dictator) จะต้องชดใช้สิ่งที่ตนกระทำ สหรัฐกับพันธมิตรจะร่วมกันต้านรัสเซีย ร่วมกันสนับสนุนยูเครน

            ในเวลาเดียวกัน Margrethe Vestager รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ชี้ว่าผลจากรัสเซียบุกยูเครนทำให้คิดว่าโลกเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว รัฐบาลปูตินเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ต่อเสรีภาพของคนยุโรป เป็นสงครามเย็นแห่งศตวรรษที่ 21 มีลักษณะแตกต่างจากสงครามเย็นในอดีต โลกาภิวัตน์ยังอยู่ โลกยังต้องร่วมมือกัน

            มิถุนายน 2023 ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskiy) กล่าวว่า “รัสเซียรุกรานยูเครนคือการรุกรานกลุ่มประเทศยุโรปเสรีทั้งหมด กลุ่มชาติประชาธิปไตยต้องร่วมมือหาทางออกว่าทำอย่างไรจึงจะรับมือการรุกรานจากพวกอำนาจนิยม

            แนวคิดความโหดร้ายของกองทัพรัสเซีย จะบุกประเทศอื่นยึดครองยุโรปสร้างจักรวรรดิของตน ปรากฏอยู่ในสื่อตะวันตกเป็นระยะ ทั้งหมดทั้งปวงส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยต่อต้านอำนาจนิยมรัสเซีย

          ประการที่ 2 ไม่ใช่อุดมการณ์ทางการเมือง

            ย้อนหลังสงครามเย็นศตวรรษที่ 20 รัฐบาลโซเวียตรัสเซียเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ สร้างระบบสังคมนิยมโลก แต่การแผ่ขยายเกิดขึ้นในช่วงแรกของสงครามเย็นเท่านั้น และเมื่อเข้าสู่ปลายทศวรรษ 1980 ระบอบคอมมิวนิสต์เริ่มล่มสลายในยุโรปตะวันออก ในที่สุดสหภาพโซเวียตล่มสลายด้วย

            ปัจจุบันรัฐบาลรัสเซียมาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย มีพรรคฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) มาจากการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลชาติตะวันตกตีตราว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส ไม่เป็นประชาธิปไตยแต่เป็นอำนาจนิยม

            รวมความแล้วรัสเซียในปัจจุบันอยู่ในช่วงฟื้นฟู ไม่ยิ่งใหญ่ดังเช่นอดีต ไม่ต้องการเผยแผ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ รัสเซียในปัจจุบันมีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก วิกฤตยูเครนพิสูจน์แล้วว่ากระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปกับเศรษฐกิจโลก ดันราคาพลังงานกับสินเกษตรบางตัวพุ่งสูง (ระยะหนึ่ง) จากมาตรการคว่ำบาตรของนาโต

            ส่วนที่เป็นอำนาจนิยมหรือไม่อยู่ที่การตีความ หลายคนตีความว่าสหรัฐไม่ใช่ประชาธิปไตยเช่นกัน เป็นที่พูดกันหนาหูว่าสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ความเป็นประชาธิปไตยถดถอยมาก

สงครามจัดระเบียบโลก:

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า หลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลชาติตะวันตกทำในขณะนี้คือรักษาความเป็นเจ้าที่กำลังอ่อนแอลง รัฐบาลชาติตะวันตกยังโหยหาที่จะรักษาระเบียบโลกขั้วเดียว (unipolar world order) ที่พวกตนเป็นเจ้า เป็นระเบียบโลกอาณานิคมแบบใหม่ (neocolonial order) กอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากระเบียบโลกดังกล่าว

            มิถุนายน 2024 Maximilian Krah แกนนำพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (Alternative für Deutschland) ชื่อย่อ อาเอฟเด (AfD) ชี้ว่า สงครามยูเครนไม่ใช่แค่เรื่องของยูเครน แต่เป็นระเบียบโลก ถ้ารัสเซียไม่แพ้ราบคาบหรือสามารถคงสถานะเดิม (status quo) จะสะเทือนระเบียบโลกปัจจุบันที่ชาติตะวันเป็นแกนนำ มีผลต่ออำนาจของพวกตะวันตกโดยตรง ดังนั้นชาติตะวันตกจะไม่ยอมรับเงื่อนไขสงบศึกที่รัสเซียเสนอ และยังคงสนับสนุนให้เซเลนสกีทำสงครามต่อไป

            ต้องเข้าใจว่าระเบียบโลกที่ตะวันตกเป็นแกนนำหมายถึงที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้นำกลุ่ม นโยบายของชาติยุโรปหลายเรื่องเดินตามรัฐบาลสหรัฐ การรักษาโลกที่ตะวันตกเป็นแกนนำจึงหมายถึงรักษาความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐ

            ถ้ายึดกรอบระเบียบโลกจะพบว่าระเบียบโลกมีพลวัต เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มีผู้วิเคราะห์วิพากษ์เป็นประจำ Maximilian Krah เห็นด้วยกับแนวคิดระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังถดถอย ประเทศสหรัฐกำลังถดถอยแต่ไม่ใช่หายวับทันที เป็นกระบวนค่อยเป็นค่อยไป ในอนาคตจะเห็นบางช่วงที่สหรัฐโต้กลับ มีอำนาจมากขึ้นในช่วงสั้นๆ แต่ในระยะยาวมั่นใจว่าโลกจะกลายเป็นพหุภาคี

            ความจริงคือทั้งรัสเซีย สหรัฐ จีนต่างพยายามสร้างระบบโลกบนกติกาที่ตนกำหนด            พฤษภาคม 2022 Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังประกาศระเบียบเศรษฐกิจใหม่ว่าสหรัฐจะสร้างระบบซับพลายเชนร่วมกับบรรดาประเทศที่วางใจได้ ประเทศที่วางใจได้หมายถึงมีบรรทัดฐานและค่านิยมต่อเศรษฐกิจโลกตรงกัน

            ส่วนจีนรัสเซียร่วมกับหลายประเทศกำลังสร้างระเบียบโลกผ่าน BRICS

            ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงประกาศ BRICS ยึดมั่นพหุภาคีนิยม ยึดมั่นกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ปฏิบัติต่อทุกประเทศเท่าเทียม นำประเด็นต่างๆ เข้าสู่การปรึกษาหารือ ต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าและการเมืองแห่งอำนาจ (power politics) สนับสนุนความร่วมมือความมั่นคงรอบด้านและยั่งยืน เป็นคนกลางร่วมแก้ปัญหาในภูมิภาคต่างๆ

            ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจโลกแบบเปิด ต่อต้านลัทธิกระทำฝ่ายเดียวและปกป้องการค้า สนับสนุนตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา กลุ่มจะติดตามเส้นทางประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด ฉวยโอกาสการพัฒนา ร่วมเผชิญหน้าความท้าทาย แสดงบทบาทสร้างสรรค์ต่อการสร้างระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่ ประชาคมโลกที่ร่วมแบ่งปันอนาคตมนุษยชาติ

สงครามฝ่ายสหรัฐกับฝ่ายรัสเซีย:

            ถ้ายึดกรอบตัวแสดงรัฐ สามารถแบ่งเป็นฝ่ายสหรัฐกับฝ่ายรัสเซีย ฝ่ายสหรัฐส่วนใหญ่คือสมาชิกนาโต การตีกรอบนาโตรบกับรัสเซียใช้ได้เหมือนกัน ส่วนฝ่ายรัสเซีย แม้จีนไม่ใช่พันธมิตร ไม่ได้ส่งอาวุธช่วยโดยตรงแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าจีนช่วยในมิติอื่นๆ เช่น การทูต เศรษฐกิจ

            ล่าสุดต้นเดือนมิถุนายนที่ประชุม G-7 เห็นด้วยในหลักการใช้ทรัพย์สินรัสเซีย 50,000 ล้านดอลลาร์ที่ยึดได้เป็นค่าใช้จ่ายช่วยยูเครนทำสงคราม เงิน 50,000 ล้านดอลลาร์นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของทรัพย์สินราว 300,000 ล้านดอลลาร์ของรัสเซียที่อยู่ในประเทศเหล่านี้ ส่วนใหญ่คือสินทรัพย์ที่ฝากในธนาคารกลางสหรัฐกับยุโรป เช่น ทองคำ บางส่วนเป็นดอกเบี้ยที่งอกเงยจากสินทรัพย์เหล่านี้ในช่วงทำสงคราม

            ด้านประธานาธิบดีปูตินย้ำเงื่อนไขสงบศึกคือยูเครนต้องไม่ร่วมนาโต รัสเซียได้ครอง 4 จังหวัดทางฝั่งตะวันออกกับทางตอนใต้ของยูเครน นาโตเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย หากยูเครนต้องการเจรจาก็ขอให้ถอนทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าวก่อน ด้านยูเครนปฏิเสธข้อเสนอทันที

            ปูตินยังใช้เงื่อนไขสงบศึกเดิม การเข้าร่วมนาโตเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่กองทัพรัสเซียบุกยูเครน เงื่อนไขที่นาโตรับไม่ได้เช่นนี้ตีความว่าสงครามยูเครนจะดำเนินต่อไปอีกนาน รัสเซียเตรียมใจแล้ว

            การใช้ทรัพย์รัสเซียที่ยึดได้เป็นหลักฐานชี้ว่าสงครามยูเครนยังไม่สิ้นสุด ต่างฝ่ายต่างยืนยันรบต่อ เป็นอีกหลักฐานบ่งชี้ระเบียบโลกที่บิดเบี้ยว ยังหาทางออกไม่ได้ ต้องสู้กันต่อไป

30 มิถุนายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10089 วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567)

------------------------------

บรรณานุกรม :

1. AfD’s Maximilian Krah on Europe’s political quake. (2024, June 14). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/06/afds-maximilian-krah-on-europes-political-quake/

2. At G-7, Biden and European Leaders Agree to Finance Ukraine Using Russian Assets. (2024, June 8). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/russia/at-g-7-biden-and-european-leaders-agree-to-finance-ukraine-using-russian-assets-42c6f540?mod=latest_headlines

3. Full text: Biden State of the Union 2022 transcript. (2022, March 2). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2022/03/01/biden-state-of-the-union-2022-transcript-full-text-00013009

4. Peace in Europe Must Now Be Defended Against Putin's Russia. (2022, April 4). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/europe/opinion-peace-in-europe-must-now-be-defended-against-putin-s-russia-a-51e18953-7328-4bc3-b08f-0c18fcf61cfd

5. Putin demands more Ukrainian land to end war; Kyiv rejects 'ultimatum'. (2024, June 15). The Korea Times. Retrieved from https://www.koreatimes.co.kr/www/world/2024/06/501_376677.html

6. "This Is a Cold War for the 21st Century" (2022, March 1). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/europe/european-commission-vice-president-vestager-on-ukraine-invasion-a-cold-war-for-the-21st-century-a-db73f70e-2669-46b4-b18e-3560b45558cd

7. What happens in Crimea will determine Taiwan’s fate. (2023, June 15). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2023/06/what-happens-in-crimea-will-determine-taiwans-fate/

-----------------

ระเบียบโลกที่บิดเบี้ยว (1)

สัจนิยมมีข้อดีหลายอย่างแต่เปิดช่องให้รัฐบาลบางประเทศตีความว่าสามารถรุกรานประเทศอื่นๆ เป็นเรื่องปกติของโลก บางประเทศพยายามทำให้ดูดีอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเอง

            บางคนอาจสงสัยทำไมสหประชาชาติไม่ลงโทษรัสเซียที่บุกยูเครน ไม่ลงโทษอิสราเอลที่ค่อยๆ ยึดดินแดนปาเลสไตน์ ทั้งสองกรณีละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง ข้อตกลงระหว่างประเทศ คำถามนี้อธิบายได้หลายแบบ หนึ่งในนั้นเพราะระบบโลกที่มีอยู่ไม่สมบูรณ์ กลไกจึงพลอยบิดเบี้ยวไม่เป็นไปตามที่บางคนคิดหวัง (ทั้งนี้กลไกทำหน้าที่ตามเงื่อนไขที่สร้างขึ้นตั้งแต่ต้น) ในที่นี้จะมุ่งพูดถึงสหประชาชาติโดยเฉพาะคณะมนตรีความมั่นคงผู้มีบทบาทสำคัญสุด

            สหประชาชาติ (United Nations) ก่อตั้งเมื่อปีค.ศ.1945 เริ่มต้นด้วยสมาชิก 51 ประเทศ ปัจจุบันมีสมาชิก 193 ประเทศ (2024) ประเทศล่าสุดที่เข้าร่วมคือ สาธารณรัฐเซาท์ซูดาน (Republic of South Sudan) เมื่อปี 2011 ประเทศไทยเป็นสมาชิกเมื่อปี 1946 (พ.ศ.2489) ด้วยชื่อ Siam

            การประชุมของสหประชาชาติต่อประเด็นต่างๆ อาจมีข้อมติ แต่ข้อมติไม่มีผลบังคับใช้ รัฐใดจะนำไปปฏิบัติตามหรือไม่ก็ได้ ยกเว้นข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงที่มีผลบังคับใช้ เนื่องจากจะกำหนดบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตาม เช่น โดนนานาชาติคว่ำบาตร ไม่ทำการค้าด้วย หรือจำกัดไม่ขายสินค้าบางอย่าง

            ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงให้ความสำคัญกับบทบาทของคณะมนตรีความมั่นคง

ความไม่เป็นกลางของสหประชาชาติ:

            คณะมนตรีความมั่นคงเป็นองค์กรหลักของสหประชาชาติที่สะท้อนความไม่เป็นกลางมากที่สุด Richard N. Haass สรุปว่า บทบาทของสหประชาชาติจะเป็นอย่างไรขึ้นกับมหาอำนาจว่าต้องการให้เป็นอย่างนั้น เพราะสหประชาชาติไม่มีอธิปไตยในตัวเอง มหาอำนาจเห็นพ้องต้องกันก่อน สหประชาชาติจึงลงมือทำตาม หากมหาอำนาจตกลงกันไม่ได้ สหประชาชาติได้แต่นั่งดูเฉยๆ นี่คือแนวคิดของคณะมนตรีความมั่นคง

            นักวิชาการบางคนอธิบายเหตุที่สหประชาชาติไม่อาจแสดงบทบาทเท่าเทียม เพราะองค์กรนี้กำเนิดบนรากฐานสำนักคิดแบบอุมดคตินิยม (Idealism) ร่วมกับสัจนิยม (Realism) ซึ่งในทางปฏิบัติหลายต่อหลายครั้งสัจนิยมจะโดดเด่นกว่า

            วิเคราะห์ได้ว่าสหประชาชาติคือองค์กรที่เกิดขึ้นจากการจัดระเบียบโลกใหม่ของชาติมหาอำนาจในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป้าหมายเฉพาะหน้าคือการเข้าควบคุมความขัดแย้ง โดยเฉพาะความขัดแย้งร้ายแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ 5 ชาติ อันได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จีนและรัสเซีย (เดิมสหภาพโซเวียต) ระบบการทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงเป็นหลักฐานที่บ่งชี้เรื่องนี้ได้ดีที่สุด

            ภายใต้ระบบระเบียบของสหประชาชาติ ประเด็นความมั่นคงใดๆ ที่ไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของชาติมหาอำนาจ ประเด็นเหล่านั้นมักจะไม่ผ่านการพิจารณา ปราศจากข้อมติที่มีผลบังคับใช้ต่อปัญหานั้นๆ เป็นหลักฐานชี้ความไม่เท่าเทียมกันของประเทศชาติสมาชิก แม้ตามหลักอธิปไตยจะระบุว่าเท่าเทียมกัน

            หากศึกษาให้ลึกกว่านี้สามารถวิเคราะห์สหประชาชาติ สถานการณ์โลกจากสัจนิยมดังนี้

รากปัญหาการมองโลกแบบสัจนิยม:

            นับจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมารัฐบาลตะวันตกยึดสัจนิยม (Realism หรือ Realpolitik) ในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ชี้ว่าสภาพของโลกเป็นอนาธิปไตย (Anarchy) อยู่ในภาวะของการแข่งขัน ต่อสู้ ใช้กฎแห่งป่า (law of the jungle) ผู้เข้มแข็งที่สุดเท่านั้นที่อยู่รอด ปลาใหญ่กินปลาเล็กเสมอ ประเทศที่เข้มแข็งกว่ามักทำอะไรตามความต้องการในขณะที่ประเทศอ่อนแอกว่าไม่เป็นเช่นนั้น เป็นโลกที่ไม่เท่าเทียม

            ไมค์ ปอมเปโอ (Mike Pompeo) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสมัยโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวเมื่อกรกฎาคม 2020 ว่า “ถ้าโลกเสรีไม่เปลี่ยนคอมมิวนิสต์จีน คอมมิวนิสต์จีนจะเปลี่ยนเรา” เป็นการยืมถ้อยคำของประธานาธิบดี Richard Nixon ตีความว่าสุดท้ายจะเหลือแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ใช่ฝ่ายโลกเสรีก็คือฝ่ายคอมมิวนิสต์จีน สะท้อนการมองโลกของรัฐบาลอเมริกันในปัจจุบัน

            การที่สัจนิยมตีความบริบทความมั่นคงโลกที่รัฐต่างๆ จ้องจะทำร้ายทำลายอีกฝ่าย หรือมีบางประเทศที่ต้องการเป็นใหญ่ ทำให้รัฐทั้งหลายต้องให้ความสำคัญกับนโยบายความมั่นคงแห่งชาติมากที่สุด เพราะที่สุดแล้วไม่มีประเทศใด หรือองค์กรระหว่างประเทศใดที่จะประกันความอยู่รอดของรัฐ มุมมองเช่นนี้สร้างความหวาดระแวงต่อกันอย่างไม่จบสิ้น

            ตรงข้ามกับแนวคิดนี้คือแสวงหาความร่วมมือต่อกัน ผูกพันกันด้วยมิติต่างๆ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ในทุกระดับตั้งแต่ระดับรัฐจนถึงระดับประชาชน หากดำเนินนโยบายดังกล่าวต่อเนื่องโอกาสที่ทำสงครามต่อกันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ

การบิดเบือนทฤษฎี:

            สัจนิยมมีข้อดีหลายอย่างแต่เปิดช่องให้รัฐบาลบางประเทศตีความว่าสามารถรุกรานประเทศอื่นๆ เป็นเรื่องปกติของโลก บางประเทศพยายามทำให้ดูดีอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเอง ขัดแย้งกับหลักประชาธิปไตยที่มองมนุษย์เท่าเทียม ต้องมองผลประโยชน์ของผู้อื่นด้วย ไม่ใช่มองเฉพาะความต้องการของตนเท่านั้น สัจนิยมชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือเรื่องในป่าใหญ่ที่แท้จริงแล้วไม่มีความเท่าเทียม ที่พูดว่าเท่าเทียมเป็นแค่คำสวยหรูของผู้นำประเทศบางคนเท่านั้น

            ไม่ว่าทฤษฎีจะดีหรือไม่ ผู้ตีความนำไปใช้สร้างผลลัพธ์ออกมา แทนที่จะมุ่งแก้ปัญหาภายในของตนกลับพยายามตักตวงผลประโยชน์ผู้อื่นเพื่อทดแทนส่วนขาด คำถามคือแนวทางเช่นนี้จะยั่งยืนหรือไม่ นี่คืออารยธรรมที่กำลังทำลายตัวเองหรือไม่

ความกลัวจับใจกับผลลัพธ์:

Arash Heydarian Pashakhanlou อธิบายว่าสัจนิยมเป็นทฤษฎีที่ตั้งอยู่บนความกลัวอย่างยิ่ง กังวลว่าจะถูกรังแกทำร้าย ถึงขั้นทำลายชีวิตและทรัพย์สิน ไม่อาจพึ่งประเทศอื่นหรือสถาบันการเมืองระหว่างประเทศ องค์การระดับโลก ด้วยเหตุนี้จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อป้องกันตนเอง

            คำว่า “ป้องกันตัวเอง” ไม่ได้ตีความว่าป้องกันไม่ให้ถูกผู้อื่นทำร้ายเท่านั้น ยังอาจหมายถึงต้องไปทำร้ายทำลายผู้อื่นก่อนที่ผู้อื่นจะเติบใหญ่เข้มแข็งจนมาทำร้ายเรา

            รัฐบาลหรือผู้ที่ยึดแนวคิดสัจนิยมแบบสุดโต่งจึงต้องหาทางกำจัดคู่แข่งทั้งหมด ทำให้ประเทศอื่นๆ ตกเป็นทาสหรือกึ่งทาส ด้วยเหตุผลว่านี่คือการป้องกันตัวเอง

            โลกแห่งสัจนิยมสุดโต่งเช่นนี้จึงเป็นโลกที่ต้องทำสงครามใหญ่น้อยอยู่เสมอ สุดท้ายจะเหลือมหาอำนาจหรือนายทาสเพียงหนึ่งเดียว หรือ 2-3 เจ้าที่ร่วมกันครอบครอง

            โลกปัจจุบันอาจแบ่งเป็นมหาอำนาจผู้เป็นเจ้า (มี 1 เดียว) อภิมหาอำนาจ (อาจมีเพียง 1 เดียวหรือมากกว่า เช่น มี 2 ประเทศ) มหาอำนาจระดับภูมิภาค ขึ้นกับวิธีการแบ่งมุมองที่ใช้ สะท้อนว่ามหาอำนาจมีหลายระดับ มีเขตอิทธิพลของตนเอง มีเพียงไม่กี่ประเทศที่เป็นมหาอำนาจ

            ความเป็นไปของโลกตั้งแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบันล้วนบ่งชี้ว่าโลกไม่สวยงามอย่างที่คิด โลกไม่สมบูรณ์แบบ ผู้คนมากมายโดนกดขี่ข่มเหง เมืองเล็กมักอยู่ใต้อำนาจเมืองใหญ่ อาณาจักรที่อ่อนแอจะสูญสิ้นไปในที่สุด ปัจจุบันสหประชาชาติเป็นองค์กรระดับโลกแต่หาได้เท่าเทียม คณะมนตรีความมั่นคงเป็นหลักฐานว่าประเทศใดคือผู้คุม เป็นเหตุผลว่าทำไมอิสราเอลไม่ถูกคว่ำบาตร นานาชาติประณามทุกปีแต่ไม่สามารถหยุดอิสราเอล ดินแดนของปาเลสไตน์นับวันจะลดน้อยลงทุกที กองทัพรัสเซียบุกยูเครนโดยที่คณะมนตรีความมั่นคงทำอะไรไม่ได้ เพราะมหาอำนาจทั้ง 5 ผู้เป็นสมาชิกถาวรของคณะนี้ต่างมีส่วนสำคัญในสงครามยูเครน

            ผู้เชี่ยวชาญถกปัญหานี้มานาน บางประเทศพยายามสร้างระเบียบโลกใหม่ที่อยู่คู่กับสหประชาชาติ (เป็นกลุ่มย่อยที่อยู่ในระบบใหญ่) พยายามบอกว่าจะสร้างระบบใหม่ที่เป็นธรรมมากขึ้น น่าติดตามว่าระบบใหม่ดีกว่าอย่างไร คำถามน่าคิดคือจะสร้างสันติสุขหรือเป็นเหตุให้ขัดแย้งมากขึ้น ทำสงครามอีกหลายครั้งในโลกศตวรรษที่ 21 นี้

            ไปๆ มาๆ โลกศตวรรษที่ 21 แม้เจริญก้าวหน้ากว่าโบราณกาลมากแต่ยังคงสภาพความเป็นป่าเช่นเดิม

16 มิถุนายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10075 วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2567)

---------------------------

บรรณานุกรม :

1. Brown, Chris. (2005). Understanding International Relations (3 Ed.). New York: Palgrave Macmillan.

2. Haass, Richard N. (2005). The Politics of Power: New Forces and New Challenges. Defining Power, 27 (2), Summer 2005, Retrieved from http://hir.harvard.edu/articles/1340/1/>

3. Kegley, Charles W., Blanton, Shannon L. (2011). World Politics: Trend and Transformation, (2010-2011 Ed.). MA: Wadsworth Publishing.

4. Mladenov, Nikolai. (2021). Chinas Grand Strategy and Power Transition in the 21st Century. (Switzerland: Palgrave Macmillan.

5. Pashakhanlou, Arash Heydarian. (2017). Realism and Fear in International Relations: Morgenthau, Waltz and Mearsheimer Reconsidered. UK: Palgrave Macmillan.

6. United Nations. (2015). Growth in United Nations membership, 1945-present. Retrieved from http://www.un.org/en/members/growth.shtml

-----------------