นาโตยุโรปแก้ปัญหาช่องแคบเป็นอิสระจากสหรัฐ

การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ เมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย กลายเป็นอีกตัวอย่างที่ยุโรปดำเนินนโยบายต่างจากสหรัฐ

            เมษายน 2026 ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่า สมาชิกนาโตทั้งหลาย “ต้องการเสถียรภาพ ความสงบสุข ต้องการให้ยุติสงคราม” ถ้อยคำเหล่านี้ต่อต้านโยบายทำสงครามอิหร่าน การใช้กำลังของสหรัฐ การทูตเรือปืน

            ก่อนหน้านั้นมกราคม 2026 บาร์ต เดอ เวเวอร์  (Bart De Wever) นายกรัฐมนตรีเบลเยียมกล่าวว่า ตอนนี้ยุโรปมาถึงทาง 2 แพร่งว่าจะทำอย่างไร หลังสหรัฐข่มขู่จะรุกรานชาตินาโตอีกประเทศด้วยกำลังทหาร ยุโรปต้องไม่ยอมตกเป็น "ทาสที่น่าสมเพช" (miserable slave) ของสหรัฐ และต้องกล้าขีดเส้นตายบอกทรัมป์ว่า "พอได้แล้ว" (Enough is enough) กับการข่มขู่เพื่อนบ้าน

            เมษายน 2026 Dong Yifan จาก Beijing Language and Culture University ชี้ว่า “สหรัฐในตอนนี้ต้องการให้พันธมิตรยุโรปสนับสนุนตนโดยไร้เงื่อนไข ให้สหรัฐเป็นเจ้า ซึ่งทำลายรากฐานแนวความร่วมมือที่เคยยึดถือ นโยบายร่วมและความไว้วางใจต่อกัน”

            จะเห็นว่ารอบนี้นาโตยุโรปกล้าหักสหรัฐ เพราะต้องการเสถียรภาพ ความสงบสุข

อังกฤษกับฝรั่งเศสจัดประชุมแก้ปัญหา:

            เมษายน 2026 เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษจะเป็นแกนนำจัดประชุมแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) คาดว่ามีผู้เข้าร่วม 35 ประเทศ ปราศจากสหรัฐ เพื่อให้นานาชาติสามารถเดินทางผ่านช่องแคบโดยเสรีอีกครั้ง แก้ปัญหาที่อิหร่านห้ามชาติปกปักษ์เข้าออก และเท่ากับแก้ปัญหาที่ทรัมป์บอกว่านับจากนี้ยุโรปต้องดูแลการผ่านเข้าออกทางนี้ หลังนาโตยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ล้วนไม่ให้ความร่วมกับสหรัฐ

            นายกฯ สตาร์เมอร์ย้ำว่าตนจะรักษาผลประโยชน์แห่งชาติเต็มที่ สงครามอิหร่านไม่ใช่สงครามของเราและไม่ยอมให้ใครลากอังกฤษเข้าสู่สมรภูมิ ที่เราจะทำคือปกป้องรักษาความมั่นคง ดูแลอนาคตเศรษฐกิจของเราและของยุโรป

            ปรากฏว่างานดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ หวังใช้พลังการทูตกับเศรษฐกิจร่วมกันเพื่อให้ช่องแคบเปิดเสรีอีกครั้ง ด้านรัฐบาลทรัมป์ย้ำว่าประเทศที่ต้องการน้ำมันผ่านจุดนี้ต้องดูแลเส้นทางด้วยตัวเอง เป็นการตอบโต้จุดยืนพันธมิตรที่ไม่เข้าร่วมกับสหรัฐ

            วิเคราะห์: ในขณะที่สหรัฐต้องการให้พันธมิตรเข้าร่วมดูแลช่องแคบ นาโตยุโรปกับอีกหลายประเทศกลับรวมกลุ่มกันเอง เท่ากับไม่ยอมรับนโยบายของสหรัฐ ต่อต้านยุทธศาสตร์ควบคุมโลกด้วยน้ำมัน เป็นหลักฐานชี้ชัดว่างานนี้สหรัฐถูกโดดเดี่ยว

            กลางเดือนเมษายน 2026 อังกฤษกับฝรั่งเศสประกาศร่วมเป็นเจ้าภาพ "พันธกิจหลายชาติเพื่อสันติ" (“peaceful multinational mission”) เป้าหมายคือแก้ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซในยามนี้ที่อิหร่านกับสหรัฐต่างอาศัยเป็นเครื่องมือต่อรอง เป็นงานสืบเนื่องจากที่จัดเมื่อต้นเดือนที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 40 ประเทศ

            นายกฯ สตาร์เมอร์ ย้ำว่าไม่เห็นด้วยกับการปิดช่องแคบ และจะไม่ยอมถูกลากเข้าร่วมสงคราม ไม่แม้กระทั่งส่งเรือกวาดทุ่นระเบิดเข้าช่วยตามที่สหรัฐร้องขอ

            วิเคราะห์: การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นผลประโยชน์นานาชาติ ไม่ใช่แค่เรื่องของสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่าน เช่นเดียวกับการตัดสินใจเปิดปิดช่องแคบนี้ ไม่ว่าประเทศใดที่ขวางเส้นทางล้วนขัดผลประโยชน์ประชาคมโลก

            ดังนั้นเมื่อสหรัฐขวางเส้นทางเท่ากับขัดแย้งกับพันธมิตรนาโตยุโรปด้วย เป็นนโยบายที่ไปกันคนละทิศทาง

นาโตยุโรปทบทวนนโยบาย:

            สงครามอิหร่าน 2026 กลายเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งที่นาโตยุโรปทบทวนนโยบาย เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ยกตัวอย่าง

            ประธานาธิบดีมาครงชี้ว่าหากจะคุ้มครองช่องแคบตามที่ทรัมป์แนะนำจะต้องคุ้มครองตลอดไป

            วิเคราะห์: ผู้นำฝรั่งเศสกำลังอธิบายว่า หากไม่สงบศึก สงครามนี้จะยืดยาว เพราะในทางทหารมีข้อสรุปชัดแล้วว่าป้องกันการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันยากมาก ดังนั้นทางที่ดีคือสงบศึก

            เมษายน 2026 เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า สงครามอิหร่าน 2026 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องทบทวนนโยบายใหม่ ต้องยกเครื่องกองทัพให้สามารถเผชิญโลกที่อ่อนไหวและอันตราย ต้องปกป้องเศรษฐกิจ ป้องกันประเทศ

            ท่าทีของรัฐบาลอังกฤษน่าจะเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์กับสหรัฐอันเนื่องจากสงครามอิหร่านโดยตรง ย้ำความสำคัญของกองทัพ จำต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งมากพอจะพึ่งพาพันธมิตรเพียงอย่างเดียวไม่ได้ สถานการณ์ความมั่นคงโลกอ่อนไหวขึ้นมาก

ในทางปฏิบัตินาโตล่มสลายแล้ว:

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนวิเคราะห์ว่า ในทางปฏิบัตินาโตล่มสลายแล้ว เป็นผลจากการค่อยๆ แตกหลายสิบปี ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับโลกพหุภาคี

            ย้อนหลังทบทวนว่านาโตตั้งขึ้นเพื่อต่อกรสหภาพโซเวียต ภัยคุกคามนี้เป็นของจริง มีเหตุผลมากพอที่ต้องรวมตัวกัน คำถามคือเมื่อสหภาพโซเวียตสิ้นแล้ว ยังต้องมีนาโตหรือไม่หรือควรปรับตัวอย่างไร อะไรเป็นเหตุที่องค์กรนี้ควรอยู่ต่อ

            สิ่งที่ปรากฏคือไม่เพียงอยู่ต่อ นาโตยังขยายสมาชิกขยายอิทธิพลไปทางตะวันออกและทั่วโลก แสดงบทบาทในเอเชีย-แปซิฟิก รวมหัวต่อต้านจีน นาโตสร้างปรปักษ์ใหม่เพื่อชี้ว่าควรมีนาโตต่อไป เป็นเสาความมั่นคงของฝ่ายตะวันตก

            แต่นโยบายนี้กลับสร้างความเสียหายแก่ยุโรป สงครามยูเครนเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ยุโรปที่เคยซื้อใช้พลังงานราคาถูกจากรัสเซีย ตอนนี้ต้องแทนที่ด้วยพลังงานจากที่อื่นด้วยราคาสูงขึ้นมาก กระทบความสามารถในการแข่งขันภาคการผลิต ปัญหาคนหนีภัยสงคราม นโยบายนาโตขยายตัวจึงทำลายยุโรปมากกว่า

            ชาวยุโรปเริ่มตั้งคำถามว่า นาโตมีเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์สมาชิกหรือมีเพื่อตอบสนองความต้องการของบางประเทศ การเป็นพันธมิตรมีเพื่ออะไรหรือหมายถึงอะไรกันแน่ หากรัฐบาลสหรัฐเรียกร้องให้พันธมิตรทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน พวกเขาควรเข้าร่วมหรือไม่ การส่งเสริมอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยยังใช้การได้หรือไม่

            ท้ายที่สุดคือ ยุทธศาสตร์โลกของสหรัฐยังใช้ได้อีกหรือไม่

            นักวิเคราะห์กลุ่มนี้ชี้ว่าตัวองค์การนาโตยังอยู่ในสภาพแตกแยกเพราะนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ เป็นเหตุผลว่านาโตไม่ทำงาน แต่ล่าสุดทรัมป์ยังยืนยันนโยบายเดิม

            สรุป ผู้เชี่ยวชาญบางคนอธิบายอย่างน่าคิดว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วยให้สหรัฐฝังตัวในโครงสร้างความมั่นยุโรปเรื่อยมาจนถึงบัดนี้ ความมั่นคงของนาโตยุโรปขึ้นกับสหรัฐโดยตรง กลายเป็นต้นแบบพันธมิตรความมั่นคงที่มีสหรัฐเป็นแกนนำ บางคนชี้ว่าคือเสาหลักฝ่ายประชาธิปไตยตะวันตก เป็นแนวร่วมต้านรัสเซียเรื่อยมา ช่วยสกัดการก้าวขึ้นมาของรัสเซียในยุคปูติน แต่รัฐบาลทรัมป์ตั้งแต่สมัยแรกกับสมัยที่สองนี้แสดงตัวขัดแย้งรุนแรง ถึงขั้นอยากแยกตัวออกจากนาโต พร้อมกับที่ยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

            ปรากฎการณ์นาโตยุโรปหักสหรัฐ เป็นเหตุการณ์ที่น่าติดตาม นานครั้งๆ ที่พวกเขาเป็นตัวของตัวเอง เรื่องนี้ยังชี้ว่าสหรัฐถดถอยแค่ไหนแล้ว จากสถานการณ์ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ยังสู้สุดฤทธิ์ทั้งๆ ที่มีเพียงอิสราเอลอยู่เคียงข้าง

            อีกไม่นานโลกจะได้คำตอบว่า ทรัมป์สามารถรักษาระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำได้มากแค่ไหน หรือโลกกำลังย้ายไปสู่ระบบพหุภาคีมากขึ้น คำว่าฝ่ายประชาธิปไตยจะมีคำใหม่ว่า “ฝ่ายประชาธิปไตยสหรัฐ” กับ “ฝ่ายประชาธิปไตยที่ปราศจากสหรัฐ” (ไม่มีสหรัฐอยู่ในกลุ่ม)

26 เมษายน 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10752 วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2569)

----------------------

 

บรรณานุกรม :

1. Britain must take a new path, says Starmer. (2026, April 10). Tribune. Retrieved from https://tribune.com.pk/story/2601982/britain-must-take-a-new-path-says-starmer

2. Europe condemns Trump’s ‘new colonialism’ as Greenland crisis grows. (2026, January 20). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2026/jan/20/trump-tariffs-over-greenland-are-an-error-says-ursula-von-der-leyen

3. France, UK to host talks on ‘restoring’ navigation in Hormuz: Macron. (2026, April 13). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/world/13042026

4. Macron says the US’ attitude is ‘eroding NATO’s very substance’; transatlantic alliance divisions deepen: Chinese expert. (2026, April 3). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358169.shtml

5. Macron Snaps Back at Trump, Reflecting Europe’s Growing Anger Over Iran. (2026, April 3). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/02/world/middleeast/macron-trump-nato.html

6. NATO’s structural collapse – the outcome of deviation from reality. (2026, April 3). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202604/1358156.shtml

7. Over 40 countries launch coalition to secure Strait of Hormuz. (2026, April 2). Euro News. Retrieved from https://www.euronews.com/my-europe/2026/04/02/over-40-countries-launch-coalition-to-secure-strait-of-hormuz-after-the-war/

8. Starmer to host 35-nation talks on Strait of Hormuz – without US. (2026, April 2). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2026/04/starmer-to-host-35-nation-talks-on-strait-of-hormuz-without-us/

-----------------

GS1106 สำรวจแผนที่โลก ประเทศสำคัญ

เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็น แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            เคยสงสัยไหมครับว่าพื้นที่แถวบ้านกว้างใหญ่ บ้านป้าอยู่ทางซ้ายห่างไป 5 หลัง บ้านเพื่อนอยู่ทางขวาเกือบสุดซอย บ้านรถเมล์ออกจากซอยแล้วเลี้ยวซ้าย เราต้องจำว่าบ้านไหนหรือที่ไหนอยู่ที่ใด ใครตอบได้บ้างว่า จังหวัดอยุธยาอยู่ทางทิศใดของจังหวัดที่อาศัยอยู่ จังหวัดสุพรรณบุรีอยู่ใกล้จังหวัดใด

            ยิ่งถ้าเป็นระดับประเทศน่าจะต้องศึกษา บางคนรู้ว่าประเทศไทยติดกับกัมพูชา แต่ไม่แน่ใจว่าไทยติดกับเวียดนามหรือไม่ ถ้าดู “แผนที่” เราจะได้คำตอบเหล่านี้ทันที

1. การดูแผนที่

            แผนที่ (Map) คือ "รูปจำลองของพื้นผิวโลก" (หรือบางส่วนของโลก) ที่ถูกวาดลงบนวัสดุแบนๆ เช่น กระดาษหรือหน้าจอ โดยมีจุดเด่นสำคัญ 3 อย่างคือ

            1) การย่อส่วน เราไม่สามารถยกโลกทั้งใบมาวางได้ จึงต้องใช้ "มาตราส่วน" เพื่อย่อขนาดพื้นที่จริงให้เล็กลงจนดูได้ในแผ่นเดียว

            2) การใช้สัญลักษณ์ แผนที่จะใช้เส้น สี และรูปทรงต่างๆ แทนสิ่งที่มีอยู่จริง เช่น

            สีน้ำเงิน แทน แหล่งน้ำ (แม่น้ำ ทะเล)

            สีเขียว แทน ป่าไม้หรือที่ราบ

            เส้นประ/เส้นทึบ แทน ถนนหรือเส้นเขตแดนประเทศ

            3) วาดบนพื้นรา เป็นการเปลี่ยนโลกที่กลมๆ ให้กลายเป็นแผ่นราบเพื่อให้เราพกพาง่ายและดูภาพรวมได้สะดวก

            อธิบายทิศ N S E W

            ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และตกทางทิศตะวันตก

            ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกา ทิศตะวันออกคือเลข 3 ทิศตะวันตกคือเลข 9 ทิศเหนือคือเลข 12 และทิศใต้คือเลข 6

            ทิศ (Direction) คือ แนวทางหรือตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เมื่อเทียบกับจุดอ้างอิง โดยในทางภูมิศาสตร์ เราใช้การหมุนของโลกและการขึ้น-ตกของดวงอาทิตย์เป็นตัวกำหนด เพื่อให้ทุกคนเข้าใจตรงกันในการระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกครับ

            ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (NE) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 1.30 น.

            ทิศตะวันตกเฉียงใต้ (SW) คือทิศตรงกึ่งกลางระหว่างเหนือกับตะวันออก ถ้าเทียบกับเข็มนาฬิกาคือ 7.30 น.

(ชมคลิป แผนที่คืออะไร โลกใน 7 ทวีป)

2. โลกใน 7 ทวีป

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก เพื่อให้จำง่ายขึ้น จึงแบ่งเป็นทวีป เช่น ทวีปเอเชีย ทวีปยุโรป

            ปัจจุบัน แบ่งโลกออกเป็น 7 ทวีป ได้แก่

            1) เอเชีย (Asia)

            2) แอฟริกา (Africa)

            3) อเมริกาเหนือ (North America)

            4) อเมริกาใต้ (South America)

            5) แอนตาร์กติกา (Antarctica) ขั้วโลกใต้

            6) ยุโรป (Europe)

            7) ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย (Australia/Oceania)

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันออก (E) ของทวีปแอฟริกามีสัตว์อะไร

คำถาม จากแผนที่ในรูป ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของทวีปอเมริกาเหนือมีสัตว์อะไร

คำถาม ทวีปใดมีขนาดเล็กที่สุด

คำถาม ทวีปอเมริกาเหนือมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ทวีปเอเชียมีพื้นที่ติดกับทวีปใด

คำถาม ชอบอะไรมากที่สุดในทวีปเอเชีย

 

3. แบ่งโลกเป็นประเทศ

            นอกจากแบ่งโลกเป็นทวีป ยังแบ่งโลกเป็นประเทศ ปัจจุบันมี 195 ประเทศตามเกณฑ์ของสหประชาชาติ (UN) โดย 193 ประเทศเป็นสมาชิกสมบูรณ์ของสหประชาชาติ และ 2 ประเทศที่เป็นรัฐสังเกตการณ์ (Observer States) คือ นครรัฐวาติกันกับปาเลสไตน์

            ภาพ แผนที่ทวีปเอเชีย พร้อมชื่อประเทศสำคัญๆ

คำถาม ทิศตะวันตก (E) ของประเทศไทยคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศใต้ (S) ของประเทศมองโกเลียคือประเทศอะไร

คำถาม ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ (NW) ของประเทศอินเดียคือประเทศอะไร

คำถาม ถ้ามองจากปากีสถาน ประเทศอินเดียอยู่ทางทิศใดของปากีสถาน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียน เลือกประเทศที่ชอบ 1 ประเทศ (ประเทศใดก็ได้) และอธิบายสั้นๆ ว่าประเทศนั้นล้อมรอบด้วยประเทศใด เช่น ประเทศไทย ทิศใต้คือมาเลเซีย ทิศตะวันออกคือกัมพูชา ตะวันออกเฉียงเหนือคือสปป.ลาว ทิศตะวันตกคือเมียนมา (นักเรียนสามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่)

(ชมคลิป แบ่งโลกเป็นประเทศ )

4. เมืองหลวงสำคัญ

            นอกจากรู้จักทวีป ประเทศสำคัญ ควรรู้จักชื่อเมืองสำคัญ เช่นชื่อเมืองหลวง กรุงเทพ ปักกิ่ง

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปเอเชีย

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันออก

            เช่น มอสโกคือเมืองหลวงของรัสเซีย เคียฟคือเมืองหลวงของยูเครน วอร์ซอคือเมืองหลวงของโปแลนด์ ปักกิ่งคือเมืองหลวงของจีน

            กิจกรรม ขอให้นักเรียนเลือกทวีปที่ชอบ 1 ทวีป และอธิบายสั้นๆ ว่าในทวีปนั้นมีประเทศอะไร ชื่อเมืองหลวงคืออะไร จำนวน 5 ประเทศ 5 ชื่อเมืองหลวง (สามารถเลือกแผนที่จาก Google หรือหนังสือแผนที่ หรือจากรูปที่ส่งให้)

            เมืองหลวงสำคัญของทวีปยุโรปตะวันตก มีอะไรบ้างตั้งอยู่ในประเทศใด

 

5. ประโยชน์ของการจดจำแผนที่

            โลกของเรากว้างใหญ่มาก แผนที่ช่วยเราจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน เช่น ประเทศไทยอยู่ในเอเชีย ประเทศไทยอยู่ใกล้ประเทศจีนมากกว่าอิหร่าน อินโดนีเซียอยู่ทางทิศใต้ของไทย

            การจดจำว่าประเทศใดอยู่ทวีปช่วยให้เราจำได้ง่ายขึ้น ช่วยให้เราคิดเร็วขึ้นว่าประเทศนั้นอยู่ไหน อยู่ใกล้หรือไกล

            เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็นลง แต่น้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย

            คำถาม ถ้าแผ่นดินไหวหนักที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส จะมีผลต่อประเทศไทยด้วยหรือไม่

            คำถาม ถ้ามีเหตุไฟไหม้ที่ห่างจากบ้านนักเรียนไม่กี่หลัง นักเรียนคิดว่าควรเตรียมหนีไฟหรือไม่

(ชมคลิป เมืองหลวงสำคัญกับประโยชน์ของการจดจำแผนที่)

6. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด1

            คำถาม1 ถ้ามีข่าวน้ำท่วมใหญ่ และน้ำเริ่มมาแถวบ้านนักเรียน คิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย1 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง บ้านนักเรียนจะเป็นที่ใดก็ได้) ถ้าภาคเหนือฝนตกหนักน้ำท่วม นักเรียนคิดว่าควรเตรียมป้องกันน้ำท่วมบ้านหรือไม่

             คำถามอภิปราย2 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าทวีปแอฟริกาแล้งมาก คิดว่าประเทศไทยจะแล้งมากด้วยหรือไม่ ให้นักเรียนคิดก่อนว่าแอฟริกาอยู่ตรงไหน

             คำถามอภิปราย3 (ฝึกเรื่องระยะห่างจากตัวเอง) ถ้าภูเขาไฟระเบิดที่ญี่ปุ่น คิดว่าจะมีผลต่อไทยด้วยหรือไม่ – ให้นักเรียนคิดก่อนว่าญี่ปุ่นอยู่ตรงไหน

            คำถามอภิปราย4 ถ้ามีข่าวพายุเข้าประเทศเวียดนาม คิดว่าจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไร ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย5 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดน้ำท่วมสหราชอาณาจักร ถามว่าบ้านนักเรียนน่าจะน้ำท่วมด้วยหรือไม่ ทำไมจึงคิดเช่นนั้น

            คำถามอภิปราย6 ถ้านักเรียนอยู่กรุงปารีส เกิดไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรงที่กรุงเบอร์ลิน ถามว่าควรเตรียมตัวป้องกันอย่างไร เช่น ควรเตรียมย้ายบ้านหนีไฟหรือไม่ ควรใส่หน้ากากอนามัยหรือไม่

 

7. หลักมาตราส่วน

            ดังที่เรียนกันแล้วว่าเนื่องจากโลกมีขนาดใหญ่ ประเทศกว้างใหญ่ เราจึงทำแผนที่เพื่อ “ย่อ” ขนาดโลกหรือประเทศให้ “เล็กลง” เช่น ให้ใหญ่เท่ากระดาษใบหนึ่ง

            การย่อส่วน คือการกำหนด "มาตราส่วน (Scale)" เช่น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 688 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 100 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน7 เซนติเมตรเท่านั้น

            ระยะทางกรุงเทพ-นิวเดลียาว 4,300 กิโลเมตร (ความยาวจริงถามเส้นทางถนนคือ 4,289 กม.) ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 1,000 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-นิวเดลี ที่ห่างกันยาว 4.3 เซนติเมตร

            จะเห็นว่าประโยชน์ของแผนที่คือการย่อส่วนโลกหรือประเทศที่กว้างใหญ่ ให้เล็กลงอยู่ในกระดาษแผ่นหนึ่ง ช่วยให้มองโลกหรือประเทศง่ายขึ้น

            มาตราส่วนจะกำหนดเท่าไหร่ก็ได้ ขึ้นกับความเหมาะสม การนำไปใช้งาน เช่น ถ้าต้องการให้แผนที่ละเอียดขึ้น ระยะทางจากกรุงเทพ-เชียงใหม่ที่ยาวเกือบ 700 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 50 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 14 เซนติเมตร ผลคือเราจะเห็นขนาดใหญ่ขึ้นเท่าตัว

            ในทางกลับกัน ถ้าต้องการย่อส่วนให้เล็กลง ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรเท่ากับ 200 กิโลเมตร เราจะสามารถวาดแผนที่กรุงเทพ-เชียงใหม่ ที่ห่างกัน 3.5 เซนติเมตรเท่านั้น ผลคือเราจะเห็นขนาดเล็กลง

            ดังนั้น หลักมาตราส่วนคือการย่อขนาด ให้เล็กลง ให้อยู่บนกระดาษแผนที่นั่นเอง


(ชมคลิป หลักมาตราส่วน)

8. คำถามกับกิจกรรมท้ายบทชุด2 

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 10 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 10 นิ้ว เอา 10 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 5 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 20 นิ้ว เอา 5 ไปหาร 100)

            ถ้าจุด ก กับจุด ข ห่างกัน 100 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 นิ้วในแผนที่เท่ากับ 20 กิโลเมตร ถามว่าในแผนที่นี้ จุด ก กับจุด ข จะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 5 นิ้ว เอา 20 ไปหาร 100)

            จากแผนที่ยุโรปตะวันตก ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 100 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 15 เซนติเมตร เอา 100 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 1,000 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่เซนติเมตร (ตอบ 1.5 เซนติเมตร เอา 1,000 ไปหาร 1,500)

            ถ้ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนห่างกัน 1,500 กิโลเมตร ถ้าเรากำหนดให้ 1 เซนติเมตรในแผนที่เท่ากับ 500 กิโลเมตร ถามว่ากรุงเวียนนากับกรุงลอนดอนจะห่างกันกี่นิ้ว (ตอบ 3 เซนติเมตร เอา 500 ไปหาร 1.500)

-----------------

 


สงครามอิหร่านนำจักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย? (3)

หลายสิบปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเศรษฐกิจมีขึ้นมีลง ในอนาคตสหรัฐอาจมีอำนาจสัมพัทธ์น้อยกว่าจีน BRICS แต่ยังเป็นมหาอำนาจหนึ่งในโลกหลายขั้ว

            บทความนี้วิพากษ์บทความของเรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ที่เตือนว่าจักรวรรดิอเมริกาจะล่มสลายเพราะสงครามอิหร่าน ดังนี้

โลกเสี่ยงของแพงคนตกงานเศรษฐกิจโตต่ำ:

            ถ้าคิดแง่ลบสุดตราบใดที่อิหร่านไม่สิ้นฤทธิ์ การรบดำเนินต่อไป แต่ไม่ถึงกับไม่มีน้ำมันใช้เลย สินค้าหลายอย่างจะขึ้นราคา

            รัฐบาลทรัมป์รู้ดีกว่าน้ำมันแพง แต่ยังอยากรบต่อจึงพยายามเพิ่มอุปทานเข้าตลาด เช่น อนุญาตให้อินเดียซื้อน้ำมันรัสเซียชั่วคราว เพื่อลดปัญหาน้ำมันตึงตัว น้ำมันที่อินเดียซื้อจากรัสเซียจะปล่อยขายในตลาดโลกอีกทอด รัสเซียจึงได้ประโยชน์จากน้ำมันราคาแพงในช่วงนี้

            ในขณะที่สหรัฐเพิ่มน้ำมันเข้าตลาด อิหร่านทำตรงข้าม นักวิชาการบางคนชี้ว่าอิหร่านใช้น้ำมันเป็นอาวุธทางเศรษฐกิจเพื่อต่อรองทางการเมือง

            ควรเข้าใจว่าอิหร่านปิดกั้นเฉพาะเรือที่ไม่เป็นมิตรกับตน ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงไม่ใช่การปิดตายช่องแคบ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกปัจจัยกดดันราคาพลังงาน โหมความวิตกกังวล แม้บางคนตีความว่าเป็นความผิดของอิหร่าน แต่บางคนตีความว่าสหรัฐ-อิสราเอลผิดเช่นกัน

            สถานการณ์ที่ต่างไม่ยอมถอย รัฐบาลทรัมป์ประกาศรบต่อ และไม่ชัดว่าจะยุติสงครามในสิ้นเดือนเมษา ยิ่งทำให้สถานการณ์พลังงานตึงเครียด บั่นทอนความเชื่อมั่นการลงทุนของตลาดโลก บางคนชี้ว่าเสี่ยงเกิดภาวะเศรษฐกิจหยุดชะงักแต่เงินเฟ้อสูง (Stagflation) คล้ายกับวิกฤตการณ์น้ำมันในปี 1973

            ประเด็นที่น่ากังวลคือ สงครามนี้จะจบเร็วหรือจะยืดยาวแค่ไหน นานาชาติอยากให้จบเร็ว ทุกคนรู้ดีว่ายิ่งยืดเยื้อเศรษฐกิจแต่ละประเทศจะยิ่งเสียหาย บางประเทศคือซ้ำเติมสถาพที่เลวร้ายอยู่แล้วให้เลวร้ายลงไปอีก

            คำถามคือรัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการให้จบเร็วหรือไม่ บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการแล้วหรือยัง

            ประธานาธิบดีทรัมป์ที่ชอบใช้กำลัง การข่มขู่ และเอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนอิหร่านสู้ไม่ถอย กำลังสู้ถวายชีวิตเพื่อความอยู่รอด ท่าทีเหล่านี้ยิ่งทำให้นานาชาติกังวล มองโลกในแง่ร้ายมากกว่าดี ถ้าสหรัฐส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินสถานการณ์คงเลวร้ายลงอีกมาก

            นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนชี้ผลเสียหายมากมาย

            ยกตัวอย่าง Amin Nasser จาก Saudi Aramco เตือนว่าสงครามทำลายตลาดน้ำมันโลก อาจทำให้เศรษฐกิจโลกหายนะ ประเด็นไม่อยู่แค่มีน้ำมันพอใช้หรือไม่เท่านั้น แต่จะหายนะด้วย “ราคา” ที่พุ่งสูง ด้วยหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนขนส่ง การประกันความเสี่ยง ต้นทุนจากอุตสาหกรรมน้ำมัน การเก็งกำไรของตลาด

            I.M.F. ย้ำสงครามอิหร่านส่งผลทำลายเศรษฐกิจโลก ฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลจากโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเสียหายและเส้นทางขนส่งมีปัญหา เร่งให้สินค้าแพง ตามด้วยเงินเฟ้อ ไม่ง่ายที่เศรษฐกิจโลกจะกลับไปจุดเดิม

สงครามอิหร่านซ้ำเติมเศรษฐกิจสหรัฐ:

            นักวิเคราะห์บางสายเตือนเศรษฐกิจสหรัฐกำลังสู่เส้นทางล่มสลาย หนี้สาธารณะท่วมประเทศ I.M.F เตือนว่าเป็นไม่ได้ที่สหรัฐจะก่อหนี้ไม่หยุด ตลาดพันธบัตรสหรัฐส่งสัญญาณพายุใหญ่กำลังจะมา เหมือนที่เคยเกิดขึ้นก่อนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (2008) บอนด์ยีลด์ 2 ปีของสหรัฐ พุ่งแซงดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) นับวันพันธบัตรสหรัฐไม่น่าลงทุน

            สัญญาณนี้มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจถดถอย ในอดีตเกือบทุกครั้งที่เกิดรูปแบบนี้ เศรษฐกิจจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายใน 6-18 เดือน

            สงครามอิหร่านโดยตัวมันเองอาจไม่เป็นเหตุให้เศรษฐกิจสหรัฐพังพินาศ สูญเสียความเป็นมหาอำนาจ แต่เป็นอีกปัจจัยผลักดันเร่งระเบิดเวลาให้ทำงานเร็วขึ้น

            ข้อโต้แย้ง: แม้อิทธิพลทางการเมืองและค่าเงินจะดูเสื่อมถอยลง แต่สหรัฐยังคงเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก (เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีอวกาศ) นวัตกรรมเหล่านี้ช่วยพยุงเศรษฐกิจ ช่วยยื้ออำนาจของสหรัฐ

            เรย์ ดาลิโอ ประเมินสถานการณ์อย่างน่าฟังว่า ชาวอิหร่านมีเหตุผลมากมายที่จะสู้ไม่หยุด ส่วนคนอเมริกันห่วงเรื่องน้ำมันแพง ค่าครองชีพ นักการเมืองสนใจเรื่องเลือกตั้งกลางเทอม

            Fawaz Gerges จาก London School of Economics ชี้ว่าอิหร่านมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ดังนั้นจะสู้สุดฤทธิ์เพื่อความอยู่รอด Alex Vatanka จาก Middle East Institute อธิบายว่าพวกเขาสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ดังนั้นจึงไม่มีคำว่ายอมแพ้

            ทรัมป์ที่เคยหวังให้สงครามครั้งนี้จะช่วยให้เขาได้รับความนิยมมากขึ้น แต่บัดนี้คะแนนนิยมตกฮวบ แม้ไม่มีผลต่อตำแหน่งประธานาธิบดีโดยตรง แต่มีผลต่อสส. สว.ที่ต้องเลือกตั้งปลายปีนี้ (ต้นเดือนพฤศจิกายน) พรรครีพับลิกันจะกดดันทรัมป์

            ราคาน้ำมันต้องกลับสู่ปกติหรืออยู่ในระดับที่ยอมรับได้ไม่เกินสิ้นไตรมาส 2 และหวังว่าจะคุมอัตราเงินเฟ้อได้ก่อนเลือกตั้งกลางเทอม ทั้งนี้ทั้งนั้น รัฐบาลอิสราเอลต้องรบให้สอดคล้องกับแผนทรัมป์ อย่างน้อยต้องปล่อยให้ผ่านเลือกตั้งกลางเทอมนี้ก่อน

ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง:

            Jamie Dimon CEO JPMorgan แถลงภาพรวมเศรษฐกิจว่าผลการดำเนินงานบริษัทใหญ่ในสหรัฐยังคงดี เศรษฐกิจยังทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง ต่างจากหลายประเทศที่สะเทือนหนัก

            ท่ามกลางกระแสอเมริกาถดถอย รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพยายามแก้ไขปัญหา เชิดชูความยิ่งใหญ่ของประเทศ พยายามฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ให้กลับมาอีกครั้ง รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ชูนโยบายที่ต้านการถดถอยโดยตรง

            Jamie Dimon CEO JPMorgan เตือนถ้าน้ำมันแพงอยู่อย่างนี้ จะทำให้เศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นอ่อนตัวเข้าสู่ตลาดหมี นักลงทุนจะพากันเทขาย หนีออกจากตลาดหุ้น นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าต้องโทษทรัมป์ที่ก่อสงคราม

            ที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ทางออกเพื่อให้สหรัฐถอนตัวออกจากสงคราม ดังที่นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าทรัมป์พยายามดึงให้ชาติอาหรับ นาโตยุโรป ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เข้าสู่สมรภูมิ เพราะต้องการให้พันธมิตรเหล่านี้ทำสงครามตัวแทนกับอิหร่าน แล้วตัวเองเปลี่ยนบทบาทเป็นแค่ผู้สนับสนุน เหมือนสงครามยูเครนที่เป็นสงครามตัวแทนระหว่างนาโตยุโรปกับรัสเซีย สหรัฐแค่สนับสนุนเรื่องอาวุธ ข้อมูลข่าวสาร นี่คือยุทธศาสตร์สงครามตัวแทนที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา สหรัฐจะไม่พยายามรบโดยตรงแต่ให้คนอื่นรบแทน

            วิเคราะห์: คำพูดแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่ ทุกคนในตลาดเข้าใจเรื่องนี้อยู่แล้ว รัฐบาลทรัมป์กับอิหร่านก็เข้าใจเช่นกัน ยิ่งสงครามลากยาว อุตสาหกรรมน้ำมันปั่นป่วน สุดท้ายคือตลาดหุ้นพัง เรื่องนี้แหละที่ทรัมป์กลัวมากกว่าแพ้สงคราม

            ก่อนที่เศรษฐกิจภาคการผลิตจริงพัง ภาคการลงทุนการเก็งกำไรจะพังก่อน เรื่องนี้กระทบต่อความรู้สึก เงินในกระเป๋าของคนอเมริกันทุกคน รัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องจะให้ความสำคัญมากที่สุด กล่าวได้ว่าทรัมป์ไม่กลัวแพ้สงครามแต่กลัวตลาดหุ้นพัง ทรัมป์จะพูดเรื่องสงครามอย่างไรก็ได้ แต่ถ้าตลาดหุ้นพังรัฐบาลจะได้ยินเสียงตะโกนจะประชาชน

            การวิเคราะห์ของเรย์ ดาลิโอ เฉียบคมหลายจุด แต่คงเกินไปถ้าจะฟันธงว่าสงครามอิหร่านจะทำให้จักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย ที่น่าจะเป็นไปได้คือพาให้เศรษฐกิจย่ำแย่กว่าเดิม น่ากังวลยิ่งขึ้น

19 เมษายน 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10745 วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569)

--------------


บรรณานุกรม :

1. AfD’s Maximilian Krah on Europe’s political quake. (2024, June 14). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/06/afds-maximilian-krah-on-europes-political-quake/

2. 'Good actors': Why US ‘allowed’ India to purchase Russian oil despite tariff tensions. (2026, March 11). Hindustan Times. Retrieved from https://www.hindustantimes.com/india-news/good-actors-white-house-on-allowing-india-to-resume-russian-oil-purchase-west-asia-tensions-us-iran-war-oil-supply-101773168191225.html

3. I.M.F. Says Iran War Will Drag Global Growth Lower. (2026, April 9). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/09/world/middleeast/imf-iran-war-global-growth.html

4. Iran bets on endurance, energy disruption to outlast US, Israel. (2026, March 10). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/world/middle-east/iran-bets-endurance-energy-disruption-outlast-us-israel-2026-03-10/

5. Jamie Dimon warns rising oil prices could trigger a recession and a bear market in 2026. (2026, April 6). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/jamie-dimon-isnt-too-worried-about-private-credit-but-he-sees-another-problem-for-markets-8ba4aa1a?mod=home_lead

6. J.P. Morgan Sees Resiliency in U.S. Economy Despite Iran War. (2026, April 14). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/14/business/jpmorgan-wells-fargo-citi-earnings.html

7. Nye, Joseph S. Jr. (2015). Is the American Century Over? UK: Polity Press.

8. Qatar says ‘all fires’ at major gas hub contained, UAE shuts gas facilities. (2026, March 19). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/gulf/2026/03/19/qatar-says-all-fires-at-major-gas-hub-contained-uae-shuts-gas-facilities

9. Oil Shock Sends Tremors Through World Economy: ‘This Really Is the Big One’. (2026, March 12). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/03/12/business/economy/iran-oil-shock-economy-global-impact.html

10. Ray Dalio predicts a ‘final battle’ at Strait of Hormuz will decide who wins US-Iran war — ‘Watch out for’. (2026, March 18). msndotcom. Retrieved from https://www.msn.com/en-in/news/world/ray-dalio-predicts-a-final-battle-at-strait-of-hormuz-will-decide-who-wins-us-iran-war-watch-out-for/ar-AA1YSdwt?ocid=BingNewsVerp&apiversion=v2&domshim=1&noservercache=1&noservertelemetry=1&batchservertelemetry=1&renderwebcomponents=1&wcseo=1

11. The bond market is flashing a signal not seen since before the 2008 crisis. (2026, March 19). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/investors-have-spotted-a-pattern-in-markets-that-hasnt-been-seen-since-just-before-the-2008-crisis-c2158017?mod=home_lead

12. Trump’s endgame in Iran: ‘Regime change’ without US boots on the ground. (2026, March 4). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2026/3/4/trumps-endgame-in-iran-regime-change-without-us-boots-on-the-ground

13. Worst-case, a dreaded term could apply to the 2026 energy shock. (2026, March 31). Asia Times Retrieved from https://asiatimes.com/2026/03/worst-case-a-dreaded-term-could-apply-to-the-2026-energy-shock/

-----------------

สารบัญ Global Studies: Global Discovery

ส่วนนี้คือสารบัญของ Global Studies: Global Discovery (วิชาโลกศึกษา: สำรวจโลกกว้าง) สำหรับ ม. ต้น

สามารถดูคลิปได้ที่เพจ Global Studies: Global Discovery หรือ 
https://www.facebook.com/profile.php?id=61570832660936


บทความจะเรียงในลักษณะสารบัญ บทแรกขึ้นก่อนแล้วไล่ลงไป

คลิกที่ชื่อบทความเพื่ออ่าน

GS0001 ทำไมต้อง Global Studies เมื่อการถกเถียงคือหัวใจของการเข้าใจโลก

ผลลัพธ์สุดท้าย (The Bottom Line) เป้าหมายของ Global Discovery ไม่ใช่การผลิต "สารานุกรมเคลื่อนที่" แต่คือการสร้างผู้เรียนที่ "เข้าใจโลก" มีสายตาของนักวิเคราะห์ที่แหลมคม และพร้อมจะรับมือกับความซับซ้อนของโลกอนาคตได้อย่างสง่างาม ด้วยการให้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์
https://www.chanchaivision.com/2026/04/GS0001-Global-Studies-Exploring-the-Worl-ThroughCritical-Inquiry.html

GS0002 เปลี่ยนวิชาสังคมให้เป็นคนทันโลกเป็นประโยชน์

หลักสูตร Global Studies: Global Discovery ตั้งเป้าให้เป็น "ความรู้ที่ช่วยให้เราเท่าทันโลก" ใช้ความรู้ ความคิดให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัวและสังคมครับ
Global Studies: Global Discovery (วิชาโลกศึกษา: สำรวจโลกกว้าง) สำหรับ ม. ต้น homeschool เสริมทักษะ
https://www.chanchaivision.com/2026/04/GS0002-Empowering-Global-Citizens-through-Modern-Social-Studies.html


GS1106 สำรวจแผนที่โลก ประเทศสำคัญ

เวลามีคนบอกว่า มีกลุ่มควันหนามากที่มาเลเซียเรื่องนี้น่าจะมีผลต่อภาคใต้ของไทย หากหิมะตกหนักที่จีน ไทยน่าจะอากาศเย็น แต่ถ้าเกิดน้ำท่วมหนักที่อินเดียไม่น่าจะมีผลต่อไทย เหตุที่เราคิดได้เพราะเรารู้ตำแหน่งว่าประเทศเหล่านี้อยู่ใกล้หรือไกลจากไทย
https://www.chanchaivision.com/2026/04/GS1106-World-Map-Exploration-Key-Countries.html

GS1107 มาตราส่วนภูมิศาสตร์ชนิดต่างๆ

คนเราเวลาเดินทางนอกจากต้องรู้จุดหมายปลายทางแล้ว การรู้ระยะทางว่าใกล้ไกลแค่ไหน ช่วยวางแผนเวลาว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน การใช้มาตราส่วนช่วยหาคำตอบเรื่องระยะห่าง

https://www.chanchaivision.com/2026/05/GS1107-Categories-of-cartographic-scales.html

GS1108 เมโสโปเตเมียที่ทำให้โลกกลายเป็น "โลก"

เมโสโปเตเมียดินแดนอารยธรรมเริ่มต้นของโลก เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเมโสโปเตเมียที่ทำให้โลกกลายเป็นโลก

https://www.chanchaivision.com/2026/05/GS1108-Mesopotamia-Making-the-world-become-the-world.html

--------------



GS0002 เปลี่ยนวิชาสังคมให้เป็นคนทันโลกเป็นประโยชน์

หลักสูตร Global Studies: Global Discovery ตั้งเป้าให้เป็น "ความรู้ที่ช่วยให้เราเท่าทันโลก" ใช้ความรู้ ความคิดให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัวและสังคมครับ

            เวลาพูดถึงวิชาสังคม บางคนจะรู้สึกถึงความน่าเบื่อทันที และไม่คิดว่าวิชานี้มีประโยชน์

            ผมก็เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แต่ในประสบการณ์ของผม บางครั้งผมสนุกกับวิชานี้

            ครั้งแรกสมัยม.ต้น ตอนนี้เรียนเรื่องการปกครอง ผมได้ค่อยๆ อ่านและค่อยๆ ทำความเข้าใจ ในที่สุดผมก็เข้าใจว่าหนังสือสอนอะไร ความเข้าใจเนื้อหานี่แหละที่ทำให้ผมตั้งใจฟังเวลาครูสอน ไม่ใช่ฟังไปหลับไป 

            ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าความเข้าใจสำคัญ ต้องเรียนรู้วิชานี้ด้วยความเข้าใจ

            อีกครั้งเกิดตอนม.ปลาย ตอนนี้เป็นวิชาเศรษฐศาสตร์ วิชานี้เรียนสัปดาห์ละชั่วโมง ผมสนใจเรียนตั้งแต่ต้น เพราะเข้าใจว่าวิชานี้มีประโยชน์ จำต้องใช้ในชีวิต ไม่ได้เรียนเพื่อสอบ แต่เรียนเพื่อนำไปใช้จริง อันที่จริงแล้ว ถ้าเทียบกับวิชาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย วิชาเคมี ผมว่าวิชานี้ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า และเป็นตามนั้นจริง เพราะทุกวันนี้ผมยังใช้ความรู้เศรษฐศาสตร์สมัยยังเป็นนักเรียนอยู่เลย

            ดังนั้น เรียนเพราะมีประโยชน์ สามารถใช้จริง ต้องการนำไปใช้ในชีวิต แบบนี้จะช่วยให้ตั้งใจเรียน และมีประโยชน์ที่มากกว่าคะแนนสอบ

            หลักสูตร Global Studies: Global Discovery ตั้งเป้าให้เป็น "ความรู้ที่ช่วยให้เราเท่าทันโลก" ด้วยการ

1. เปลี่ยนจาก "จำว่าอะไรเกิดขึ้น" เป็น "วิเคราะห์ว่าทำไมถึงเกิดขึ้น"

            แทนที่จะท่องจำอย่างเดียว จะสอนแบบตั้งคำถาม Critical Thinking

            เช่น แทนที่จะสอนว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มปีไหน ใครสู้กับใคร

            จะเปลี่ยนเป็น ถ้าคุณเป็นผู้นำประเทศในตอนนั้น คุณจะตัดสินใจอย่างไรเพื่อเลี่ยงสงคราม? หรือถ้าฝ่ายเยอรมนีชนะ โลกจะเป็นอย่างไร?

            วิธีนี้จะช่วยให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ไม่หลับ และได้ฝึกสมอง

2. เชื่อมโยงเนื้อหาเข้ากับการใช้งานในชีวิตจริง

            ความจริงแล้ว สังคมศึกษาไม่ใช่เรื่องไกลตัว หลักสูตรปรับให้เข้ากับระดับชั้นปีอยู่แล้ว ม.ปลายจะละเอียดลึกซึ้งกว่าม.ต้น

            หลักสูตร Global Studies: Global Discovery เน้นความเข้าใจที่ใช้การได้จริง

ผู้คนจะเลิกเบื่อทันทีถ้าเขารู้ว่าเรื่องนั้น "กระทบเงินในกระเป๋า" หรือ "โอกาสในชีวิต" ของเขา

            เช่น เรื่องภูมิศาสตร์ จะสอนให้เข้าใจวิธีใช้แผนที่ เศรษฐศาสตร์จะอธิบายว่าทำไมสงครามที่ตะวันออกกลางทำให้เราต้องช่วยกันประหยัดไฟฟ้า ปิดไฟทันทีเมื่อไม่ใช้

3. ใช้ Storytelling และ "Case Study" ที่เข้มข้น

            เปลี่ยนจากเนื้อหาสาระที่น่าเบื่อ เป็นเรื่องราวที่น่าติดตาม เล่าประวัติศาสตร์ให้เป็นเรื่องของความรัก ความแค้น การทรยศ และการชิงอำนาจ

            ยกกรณีตัวอย่างที่ทันสถานการณ์ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่แค่เรื่องของกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยาเท่านั้น

4. ทำให้เป็นวิชา "Connecting the Dots"

            เน้นการศึกษาแบบสหวิทยา ซึ่งเป็นหัวใจของสังคมศึกษา (Interdisciplinary)

            เรื่องราวนี้จะเกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ การเมือง เศรษฐกิจ ส่งผลต่อชีวิต

5. ใช้สื่อสมัยใหม่ (Visual & Interactive)

            หลักสูตร Global Studies: Global Discovery เน้นใช้สื่อหลากหลาย ใช้สื่อทันสมัย รวมทั้งการอภิปราย ตั้งคำถามให้ผู้เรียนได้ถกกัน ผู้เรียนจะไม่รู้สึกเบื่อ แต่สนุก ได้ความรู้ ขยายความคิด ในยุคที่คนสมาธิสั้นลง การใช้แค่ตัวหนังสือคือยาเบื่อชั้นดีครับ

            สุดท้ายจะเป็นคนที่เท่าทันโลก ใช้ความรู้ ความคิดให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัวและสังคมครับ

(ชมคลิปบทความนี้)

-----------------

GS0001 ทำไมต้อง Global Studies เมื่อการถกเถียงคือหัวใจของการเข้าใจโลก

ผลลัพธ์สุดท้าย Global Discovery ไม่ใช่การผลิต "สารานุกรมเคลื่อนที่" แต่คือการสร้างผู้เรียนที่ "เข้าใจโลก" มีสายตาของนักวิเคราะห์ที่แหลมคม และพร้อมจะรับมือกับความซับซ้อนของโลกอนาคตได้อย่างสง่างาม ด้วยการให้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์

            บทความนี้อธิบายปรัชญาของวิชา Global Studies: Global Discovery (วิชาโลกศึกษา: สำรวจโลกกว้าง) ที่การศึกษาให้เกิด "ความเข้าใจ" สำคัญกว่า "ความจำ"

            ในโลกของสังคมศาสตร์ "ความเข้าใจ" สำคัญกว่า "ความจำ" การอ่านหนังสือเองอาจทำให้เราได้รับข้อมูล แต่การวิเคราะห์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในหลักสูตร Global Studies: Global Discovery จะยกระดับการเรียนรู้ไปสู่ 4 มิติที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

1. จาก "Data" สู่ "Insight": วิชาการที่จับต้องได้

            การอ่านเองมักจบลงที่ได้ข้อเท็จจริง (Facts) เช่น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แต่หลักสูตรนี้จะพาไปไกลกว่านั้น เพื่อตอบคำถามว่า "ทำไม" (Why) และ "อย่างไร" (How)

            จะแกะรอยแรงจูงใจทางจิตวิทยาการเมือง และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ข้างใน

            ฝึกให้ผู้เรียนมีการคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) มองเห็นภาพรวมว่าเหตุการณ์หนึ่งส่งผลกระทบลูกโซ่ไปทั่วโลกได้อย่างไร

2. เปลี่ยนการท่องจำ เป็นสนามฝึก "Critical Thinking"

            หลักสูตรนี้เปลี่ยนบทเรียนให้เป็น พื้นที่อภิปราย (Debate Arena) เราไม่ได้เรียนเพื่อจำตามตำรา แต่เรียนเพื่อคิดให้ไกลกว่าตำรา

            Multi-Perspective: ฝึกวิเคราะห์ผ่านมุมมองที่หลากหลาย เช่น ทำไมบางกลุ่มสนับสนุนการแก้ภาวะโลกร้อนอย่างสุดตัว แต่บางกลุ่มกลับคัดค้าน อะไรคือเบื้องหลังของความคิดที่ต่างกัน

            เวลาชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์ คือพื้นที่ปลอดภัยในการฝึกใช้เหตุผลโต้แย้ง และท้าทายความคิดเดิมของตนเอง ซึ่งเป็นทักษะที่หาไม่ได้จากการอ่านเงียบๆ คนเดียว

3. ทางลัดสู่ความเข้าใจ (The Intellectual Shortcut)

            แม้การเรียนรู้เป็นเรื่องตลอดชีวิต แต่เราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกเองทั้งหมด

            การเรียนกับผู้เชี่ยวชาญคือการ "ย่นระยะเวลา" โดยดึงเอาแก่นความรู้มาถ่ายทอด วางหลักการสำคัญให้แก่ผู้เรียนเพื่อก้าวต่อไปอย่างมั่นใจ

            เน้นหลักการ "เรียนน้อยแต่คิดเป็น" เข้าใจโลกอย่างที่เป็นจริง

4. จัดการข้อมูลที่ล้นสมอง (Expert Curator)

            ในยุคที่ข้อมูลท่วมท้นจนอ่านไม่หมด ปัญหาไม่ใช่ "การขาดข้อมูล" แต่คือ "การแยกแยะข้อมูล" หลักสูตรนี้ทำหน้าที่เป็น Curator (ผู้คัดสรร) คัดกรองเนื้อหาคุณภาพและประเด็นที่สำคัญจริงๆ

            ช่วยให้ผู้เรียนโฟกัสกับสาระสำคัญที่ควรรู้ ประเด็นที่ผู้เรียนสนใจ โนโลกที่ข้อมูลท่วมอินเทอร์เน็ต

            ส่วนผู้ที่ใฝ่รู้ ชอบอ่าน สามารถศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือตำราต่างๆ

ผลลัพธ์สุดท้าย (The Bottom Line)

            เป้าหมายของ Global Discovery ไม่ใช่การผลิต "สารานุกรมเคลื่อนที่" แต่คือการสร้างผู้เรียนที่ "เข้าใจโลก" มีสายตาของนักวิเคราะห์ที่แหลมคม และพร้อมจะรับมือกับความซับซ้อนของโลกอนาคตได้อย่างสง่างาม ด้วยการให้เวลาเพียงชั่วโมงครึ่งต่อสัปดาห์

(ชมคลิป YouTube บทความนี้)

----------------

สงครามอิหร่านนำจักรวรรดิอเมริกาล่มสลาย? (2)

ต่อให้มีการเจรจาและได้ข้อตกลง สถานการณ์โลกจะเลวร้ายมาก สุดท้ายความขัดแย้งยังอยู่ หากสหรัฐแพ้เงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหนักเมื่อเทียบกับทองคำ

            บทความนี้วิพากษ์ข้อเขียนของเรย์ ดาลิโอ (Ray Dalio) ที่ฟันธงช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) จะเป็นตัวชี้ขาดสงครามอิหร่าน ตีความการอยู่รอดของจักรวรรดิอเมริกา

            ตอนนี้ทั่วโลกจับตาสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ เรือที่จะแล่นผ่านต้องได้รับอนุญาตก่อน เรือศัตรูผ่านไม่ได้ พันธมิตรสหรัฐทั้งหลายประกาศชัดว่าไม่ขอร่วมปกป้องช่องแคบตามที่รัฐบาลทรัมป์ร้องขอ ไคยา คาลลัส (Kaja Kallas) ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง กล่าวว่า “ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่มีผลประโยชน์ยุโรปในนั้น”

            เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า “ความเป็นผู้นำของตนคือการยึดมั่นผลประโยชน์ของอังกฤษ ไม่สนใจแรงกดดัน” หากอังกฤษจะเข้าร่วมก็จะเข้าร่วมพร้อมกับประเทศยุโรปอื่นๆ

            รัฐบาลฝรั่งเศสกับอิตาลีประกาศไม่ขอส่งกองทัพเข้าร่วมเช่นกัน

            การที่นาโตยุโรปไม่เข้าร่วมเพราะไม่เข้าข่ายสนธิสัญญานาโต สงครามอิหร่านคือสหรัฐกับอิสราเอลเข้ารบกับอิหร่าน แม้รัฐบาลสหรัฐพยายามให้เหตุผลที่มาของสงครามหลายรอบ แต่ฟังดูไม่สมเหตุผล

            คลังน้ำมันกับสถานีน้ำมันทั้งของอิหร่านกับอาหรับต่างโดนโจมตี น้ำมันที่ผ่านจากช่องแคบลดลงชัดเจน ตลอดเดือนมีนาคมสงครามส่อว่าจะยืดเยื้อ

            เรย์ ดาลิโอคิดว่าตอนนี้ไร้ทางออกทางการทูต ต่อให้ท้ายที่สุดมีการเจรจาและได้ข้อตกลง สถานการณ์โลกจะเลวร้ายมาก สุดท้ายความขัดแย้งยังอยู่ อิหร่านจะคิดว่าตนยังอยู่ในความขัดแย้ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลความมั่นคงหรือบัญญัติศาสนา ด้านสหรัฐจะเผชิญผลกระทบจากราคาน้ำมัน และจะส่งผลต่อเลือกตั้งกลางเทอม

            หลายคนคาดว่าอิหร่านใช้ยุทธศาสตร์รบยาวๆ เพื่อให้ฝ่ายสหรัฐทนความสูญเสียไม่ไหว จนต้องยอมแพ้ ทำนองเดียวกับสงครามเวียดนาม

            ถ้าสหรัฐสามารถทำลายภัยคุกคามจากอิหร่าน การขนส่งทางเรือกลับสู่ปกติ จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์ ยกชูความเป็นเจ้า (American hegemony) ในทางกลับกันถ้าไม่ชนะ ดอลลาร์จะสูญเสียความนิยม ความเป็นเจ้าสะเทือนหนัก ตอกย้ำว่าอเมริกาถดถอย

            ทุกฝ่ายรู้ผลลัพธ์ปลายทาง เป็นสงครามที่แพ้ไม่ได้

“การต่อสู้ครั้งสุดท้าย” (Final Battle):

            ในกรอบที่กว้างขึ้น เรย์ ดาลิโอใช้คำว่า “การต่อสู้ครั้งสุดท้าย” (Final Battle) ตามวัฏจักรรอบใหญ่ (Big Cycle) เป็นช่วงเวลาที่ความขัดแย้งมาถึงจุดสูงสุด ต้องมี "ผู้ชนะ" และ "ผู้แพ้" ที่ชัดเจน เพื่อกำหนดระเบียบโลกใหม่ จากนี้ไปจะเห็นชัดเจนว่าฝ่ายใดชนะ ถ้าสหรัฐแพ้จะส่งผลรุนแรง ปัญหาใหญ่เรื้อรังจะปะทุขึ้น เช่น เรื่องหนี้สาธารณะ ปัญหาความขัดแย้งภายในประเทศ

            เรย์ ดาลิโอฟันธงแพ้ชนะอยู่ที่การควบคุมช่องแคบเพียงเรื่องเดียว คิดว่าตอนนี้ฝ่ายสหรัฐกำลังเสียเปรียบอย่างหนัก ไม่ต่างจากการที่มหาอำนาจอังกฤษกับฝรั่งเศสที่เสียการควบคุมคลองสุเอซแก่สหรัฐกับสหภาพโซเวียต ผลคือเงินดอลลาร์จะอ่อนค่าหนักเมื่อเทียบกับทองคำ เป็นข้อสรุปว่าสหรัฐสูญเสียความเป็นมหาอำนาจ

            ข้อวิพากษ์: เรย์ ดาลิโอยึดหลักประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย อาณาจักรที่รุ่งเรืองมีวันล่มสลายเป็นวัฏจักร แต่นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าประวัติศาสตร์ไม่ได้ซ้ำรอยเหมือนเดิมเสมอไป ยุคปัจจุบันไม่เน้นการยึดดินแดน เศรษฐกิจสหรัฐอาจเข้าสู่วิกฤตแต่ไม่ถึงขั้นประเทศล้มหายตายจาก อิทธิพลอำนาจอาจลดลงแต่ยังเป็นมหาอำนาจระดับภูมิภาค สามารถควบคุมประเทศในย่านทวีปอเมริกา เป็นโลกหลายขั้ว

อุปสรรคในการรักษาช่องแคบฮอร์มุซ:

            ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญจริงและอิหร่านได้เปรียบดังนี้

          ประการแรก ภูมิศาสตร์ที่เจ้าบ้านได้เปรียบ

            ช่องแคบฮอร์มุซมีความกว้างประมาณ 33-54 กิโลเมตร แต่ร่องน้ำที่เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ใช้เดินเรือจริงมีความกว้างเพียง 3 กิโลเมตรในแต่ละฝั่งเท่านั้น ชายฝั่งทางเหนือทั้งหมดเป็นของอิหร่าน ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวและเกาะแก่งมากมาย (เช่น เกาะ Qeshm และ Hormuz) เหมาะสำหรับเป็นที่ซ่อนตัวของเรือเร็วและฐานยิงจรวด

            ด้วยความแคบนี้ทำให้อาวุธราคาถูกอย่างปืนใหญ่ชายฝั่ง หรือจรวดประทับบ่าก็สามารถสร้างความเสียหายให้กับเรือสินค้ามูลค่ามหาศาลได้แล้ว

          ประการที่ 2 ยุทธศาสตร์อสมมาตร

            กรณีที่สหรัฐใช้กองเรือคุ้มกัน อิหร่านใช้โดรนราคาถูกจำนวนมากเข้าโจมตีพร้อมกัน ระบบป้องกันภัยทางอากาศราคาแพงอย่าง Aegis หรือ Patriot อาจสกัดไม่หมด แต่ถ้าหลุดมาเพียง 1-2 ลำก็เพียงพอที่จะทำให้เรือน้ำมันเสียหาย

            ทุ่นระเบิดและโดรนใต้น้ำ (UUV) ตรวจจับป้องกันยาก สามารถใช้เรือประมงหรือเรือเล็กวางทุ่นใต้น้ำ ทุ่นระเบิดมีหลายประเภท บางชนิดระเบิดเมื่อกระทบ บางชนิดระเบิดด้วยการจุดระเบิดจากระยะไกล การวางทุ่นระเบิดเพียงไม่กี่ลูกในร่องน้ำเดินเรือ จะทำให้การจราจรหยุดชะงักทันที โดรนใต้น้ำรุ่นใหม่มีขนาดเล็กและเสียงเงียบสามารถเข้าโจมตีโดยที่โซนาร์ตรวจจับยาก

            ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติเตือนแม้มีการกวาดทุ่นระเบิดแล้ว ในทางปฏิบัติจะต้องมีเรือรบคุ้มกันเสมอเมื่อจะแล่นผ่าน

            อิหร่านไม่จำต้องโจมตีเรือทุกลำ แค่บางลำเสียหายก็ไม่มีเรือลำใดกล้าผ่านช่องทางนี้แล้ว ดังนั้น แม้สหรัฐจะทุ่มเทกองเรือรบ หน่วยรบมากมายเข้าคุ้มกัน ไม่ประกันว่าจะคุ้มกันได้ทั้งหมด

          ประการที่ 3 สงครามจิตวิทยาและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

            แค่มีข่าวเรือลำหนึ่งโดนโจมตีเสียหาย ค่าประกันภัยทางเรือจะขึ้นสูงมากทันที จนการขนส่งน้ำมันอาจไม่คุ้มทุน ในทางปฏิบัติบริษัทเดินเรือจะเลี่ยงเส้นทางทันทีที่มีเรือลำใดลำหนึ่งเกิดเหตุหรือเสี่ยงภัยมาก บริษัทเอกชนจะมองว่า “ได้ไม่คุ้มเสีย”

            แม้น้ำมันที่ส่งผ่านช่องแคบเท่ากับ 20% ของปริมาณน้ำมันที่ส่งขายทั่วโลก แต่ตลาดน้ำมันดิบโลกเชื่อมโยงกันและอ่อนไหวมาก มีการเก็งกำไร ปัจจัยทางจิตวิทยาเข้าเกี่ยวข้อง ลำพังช่องแคบมีปัญหาจะดันราคาน้ำมันพุ่งสูงลิบลิ่วดังที่เห็น กระทบตลาดพลังงานทั้งระบบ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

            Jamie Dimon CEO JPMorgan เตือนถ้าน้ำมันแพงอยู่อย่างนี้ จะทำให้เศรษฐกิจถดถอย ตลาดหุ้นอ่อนตัวเข้าสู่ตลาดหมี นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าต้องโทษทรัมป์ที่ก่อสงคราม

          ถ้ามองภาพกว้าง สงครามนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอลเท่านั้น ความสูญเสียไม่ได้เกิดกับ 3 ประเทศนี้เท่านั้นแต่เสียหายทั้งโลก

ไม่ลืมเป้าหมายสุดท้าย:

            เมื่อกลางสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน สหรัฐกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ อิหร่านจะเปิดช่องแคบด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ในช่วง 2 สัปดาห์ที่หยุดยิง ทั้งสองฝ่ายจะเจรจาต่อที่ประเทศปากีสถาน เพื่อพิจารณาข้อเสนอ 10 ข้อของอิหร่าน (ผลคือหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์)

            ที่นำเสนอข้างต้นมองกรอบระยะสั้น ถ้ายึดเป้าหมายยุทธศาสตร์ระยะยาว ทั้งรัฐบาลเนทันยาฮูกับสหรัฐตั้งใจทำลายล้างระบอบอิหร่าน การหยุดยิงไม่ใช่สันติภาพชั่วคราวสู่สันติภาพถาวร แต่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สงคราม ที่ต่างฝ่ายต่างต้องเตรียมเสบียง เสริมอาวุธ ให้ทหารพักรบ ควบคุมผลกระทบทางเศรษฐกิจกับทางการเมืองเพื่อที่จะรบรอบต่อไป

            กลยุทธ์แบบนี้เคยใช้กับสงครามฮามาส-อิสราเอล 2023 สหรัฐกับอิสราเอลใช้หลายเหตุผลเพื่อหยุดยิง มีการหยุดยิงชั่วคราวจริง แต่สุดท้ายคือกลับไปทำลายล้างพวกฮามาส ทุกวันนี้กองทัพอิสราเอลยังกวาดล้างฮามาสเหมือนเดิม ไม่มีทีท่าคิดหยุดยิงอีก

            ถ้ารัฐบาลทรัมป์กับเนทันยาฮู ต้องการทำลายระบอบอิหร่าน ก็ต้องรบต่อไป แต่เป็นลักษณะรบบ้างหยุดบ้าง รบไปเรื่อยๆ จนทำลายสิ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงพอจะคาดเดาราคาน้ำมัน อัตราเงินเฟ้อในอนาคต

            ส่วนจะสำเร็จดังหวังหรือไม่ เป็นเรื่องเก่าที่สามารถติดตามตั้งแต่ปี 1979 แล้ว

12 เมษายน 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10738 วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569)

-------------------

ล่าสุด การเจรจายุติสงครามอิหร่านล้มเหลว ต่างไม่ยอมรับเงื่อนไข

จุดที่อิหร่านให้ไม่ได้คือเลิกโครงการนิวเคลียร์ กับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ด้านอิหร่านชี้ว่าการเปิดช่องแคบจะทำแบบค่อยเป็นค่อยไป ขึ้นกับว่าฝ่ายสหรัฐทำตามข้อตกลงหรือไม่ สหรัฐต้องคืนเงิน 27,000 ล้านดอลลาร์ที่อายัดไว้ 

(Control of the Strait of Hormuz and Iran’s Uranium Stockpiles Were Sticking Points. (2026, April 12). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/04/11/world/middleeast/iran-strait-of-hormuz-uranium-stockpile-sticking-points.html)

วิเคราะห์: การเจรจาเต็มด้วยบรรยากาศไม่ไว้ใจต่อกัน ต้องย้อนหลังตั้งแต่ทรัมป์สมัยแรก ที่ฉีกข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA เพียงฝ่ายเดียว พร้อมกับคว่ำบาตรอิหร่านอย่างหนัก รอบนี้อิหร่านจึงตั้งเงื่อนไขว่าฝ่ายสหรัฐต้องทำตามข้อตกลงให้ได้โดยสมบูรณ์ก่อน จึงจะเปิดช่องแคบให้เรือผ่านเสรี ซึ่งขณะนี้อิหร่านเปิดให้เรือที่ไม่ใช่ปรปักษ์ผ่านได้อยู่แล้ว

  ส่วนโครงการนิวเคลียร์นั้นอิหร่านยืนยันว่าใช้เพื่อสันติเท่านั้น เหมือนนานาชาติที่ใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ เช่น โรงผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ 

จากนี้ไปต้องติดตามว่าจะมีการประชุมรอบต่อไปหรือไม่ และจะได้ข้อตกลงสงบศึกหรือไม่ ไม่เช่นนั้นจะรบกันต่อหลังสิ้นสุดหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ สถานการณ์จึงยังอึมครึมต่อไป


บรรณานุกรม :

1. Iran says IRGC intelligence chief killed. (2026, April 6). Rudaw. Retrieved from https://www.rudaw.net/english/middleeast/iran/060420261

2. Iran's new supreme leader vows to block Strait of Hormuz in first statement. (2026, March 13). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/articles/cdxg599655vo

3. Jamie Dimon warns rising oil prices could trigger a recession and a bear market in 2026. (2026, April 6). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/jamie-dimon-isnt-too-worried-about-private-credit-but-he-sees-another-problem-for-markets-8ba4aa1a?mod=home_lead

4. ‘This Is Not Our War’: Europe and U.K. Push Back Against Trump’s Demands. (2026, March 16). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/03/16/world/europe/europe-iran-war-trump-hormuz-warships.html

5. UN expert warns clearing sea mines in Hormuz would be “extremely dangerous”. (2026, March 31). Channel Africa. Retrieved from https://www.channelafrica.co.za/channelafrica/news/un-expert-warns-clearing-sea-mines-in-hormuz-would-be-extremely-dangerous/

6. Why US hasn’t dared try to take the Hormuz Strait. (2026, March 28). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2026/03/why-us-hasnt-dared-try-to-take-the-hormuz-strait/

-----------------