การบรรยาย งานสัมมนา รายการสื่อต่างๆ

รวบรวมการให้สัมภาษณ์ การบรรยาย แลกเปลี่ยนจากงานต่างๆ

การปรากฏตัวของ IS ก่อให้เกิดคำถามว่าจะส่งผลต่อประเทศอื่นๆ นอกภูมิภาคตะวันออกกลางหรือไม่ พบว่าความสำเร็จของ IS มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ เริ่มจากประเทศเกิดเหตุวุ่นวาย ถูกแทรกแซง ความร่วมมือของคนท้องถิ่นเป็นเหตุให้กองกำลัง IS สามารถตั้งอยู่ในพื้นที่ การศึกษาติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะช่วยอธิบาย คาดการณ์อนาคตต่อภูมิภาคอื่นๆ 
จัดโดยศูนย์อาเซียนศึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๘

การบรรยายและแลกเปลี่ยน สำนักงานคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม 
วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม 2557 (2014) เวลา 9.30 น. สำนักงานคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม

ยูเครนตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่สำคัญ มีพรมแดนติดรัสเซีย และเป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือรัสเซีย หากยูเครนเป็นสมาชิกนาโต ยูเครนอาจไม่ยอมให้รัสเซียเช่าฐานทัพเรือที่ไครเมียอีกต่อไป อีกทั้งนาโตอาจวางกองกำลังในยูเครนที่มีพรมแดนติดกับรัสเซีย ขณะนี้ รัสเซียอยู่ในฐานะได้เปรียบ เพราะอย่างน้อยได้ควบคุมไครเมียแล้ว ในขณะที่นาโตลังเลใจที่จะตอบโต้ด้วยการใช้กำลังทหาร
รายการ One World 05-03-57 สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ เนชั่น แชนเนล วันที่ 5 มีนาคม 2014,

2. ผลกระทบการประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ)ของจีนต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
การบรรยายและแลกเปลี่ยน สำนักงานคลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม 
วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ (2014) เวลา ๙.๓๐ น.

คนจำนวนมากยังติดปากเรียกว่า พม่าแม้รัฐบาลเมียนมาร์ขอให้เรียกชื่อประเทศตนว่า เมียนมาร์แต่บางคนบางประเทศยืนยันเรียกชื่อเดิม เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
สัมภาษณ์ในรายการ “ACE 2015” ของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2013
-------------------

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
            บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์
ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน
            จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก

            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ
            ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าชาร์เลอมาญแห่งชนชาติฟรังก์ชนะสงครามสามารถรวมดินแดนฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลีภาคเหนือและยุโรปตะวันตกทั้งหมด กลายเป็นอาณาจักรใหญ่ พระเจ้าชาร์เลอมาญได้ให้สันตะปาปาเลโอที่ 3 สวมมงกุฎจักรพรรดิ เป็นการยอมรับสิทธิอำนาจของประมุขศาสนาเหนือประมุขอาณาจักรฝ่ายโลก
            ค.ศ.962 สันตะปาปาโยอันเนสที่ 12 สวมมุงกุฎให้พระเจ้าออตโตที่ 1 และประกาศให้อาณาจักรของพระเจ้าออตโตที่ 1 เป็น “จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์” อำนาจของศาสนจักรจึงครอบคลุมสูงสุดทั้งทางธรรมกับทางโลก ประมุขคนใดที่ไม่เชื่อฟังหรือไม่ยอมรับอำนาจของสันตะปาปา อาจถูกประกาศบัพพาชนียกรรม (excommunication) ไล่ออกจากการเป็นศาสนิกชน ทำให้ประมุขขาดความน่าเชื่อถือ ขุนนางอาจก่อการยึดอำนาจ
            ในระดับรากหญ้า บาทหลวงกระจายอยู่ในทุกเมือง มีอิทธิพลต่อประชาชนตั้งแต่เกิดจนตาย มีบทบาทด้านการศึกษา กิจกรรมทางสังคม โบสถ์และธรณีสงฆ์เป็นอิสระจากอำนาจเจ้าเมือง ได้รับการยกเว้นภาษี มีข้าพระหรือผู้ใช้แรงงานในบังคับบัญชาของโบสถ์ เมื่อเวลาผ่านไปโบสถ์ร่ำรวย มีอิทธิพลมากขึ้นทุกที
            ดังนั้น ในยุคกลาง (ค.ศ.500-1500) ศาสนจักรโรมันคาทอลิกมีอิทธิพลอำนาจทั้งฝ่ายโลกและทางธรรม บาทหลวงทั้งหมดขึ้นตรงต่อสันตะปาปา กษัตริย์บางองค์เมื่อขึ้นครองราชย์ต้องได้รับการสวมมงกุฎจากสันตะปาปา ในบางแง่อาจตีความว่าเกิดสภาพอำนาจซ้อนอำนาจ

            แต่อำนาจของศาสนจักรโรมันคาทอลิกเริ่มเสื่อมด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ มีการซื้อขายใบไถ่บาป เป็นความเชื่อที่ว่าการซื้อใบไถ่บาปจะช่วยให้ผู้ตายได้ขึ้นสวรรค์ บาทหลวงเท่านั้นที่สามารถเป็นคนกลางเชื่อมระหว่างผู้เชื่อกับพระเจ้า ศาสนิกชนบางส่วนต้องการฟื้นฟูศาสนา เมื่อได้ศึกษาพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ (Bible) ก็ยิ่งรู้ว่าหลักข้อเชื่อ แนวประพฤติปฏิบัติหลายอย่างไม่ถูกต้อง ตีความพระคัมภีร์ผิดเพี้ยน การประดิษฐ์เครื่องพิมพ์สมัยใหม่และแปลเป็นภาษาที่เข้าใจง่าย เป็นอีกเหตุที่ทำให้หลายคนได้อ่านพระคัมภีร์โดยตรง (เดิมนั้นผู้เชื่อจะฟังคำสอนผ่านบาทหลวงเป็นหลัก) พระคริสต์ธรรมคัมภีร์แพร่กระจายอย่างกว้างขวาง (ทุกวันนี้พระคัมภีร์ยังเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์มากที่สุดในโลก) บาทหลวงไม่เป็นผู้ผูกขาดตีความอีกต่อไป
            ความเจริญก้าวหน้าของศิลปะวิทยาการแขนงต่างๆ เป็นอีกเหตุผลสำคัญ นักวิทยาศาสตร์ นักดาราศาสตร์ นักคิดหลายคนค้นพบความรู้และแนวคิดที่ขัดแย้งกับคำสอนของศาสนจักร
            เช่น นักดาราศาสตร์ค้นพบว่าพระเจ้าไม่ได้สร้างโลกให้เป็นศูนย์กลางจักรวาล โลกเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะ
            นักปรัชญาการเมือง นิกโคโล มาเคียเวลลี (Niccolo Machiavelli, 1469-1527) โทมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes, 1588-1679) สนับสนุนให้เจ้าผู้ปกครองมีอำนาจเหนือทุกฝ่าย รวมทั้งศาสนจักร
            ความเจริญก้าวหน้าของศิลปะวิทยาการที่ขัดแย้งกับหลักศาสนา เป็นอีกเหตุที่สั่นคลอนสิทธิอำนาจของศาสนจักร

            ความขัดแย้งอันเนื่องจากความเชื่องทางศาสนา ความต้องการปฏิรูป ได้ขยายตัวและเชื่อมโยงกับอาณาจักรฝ่ายโลก เกิดสงครามระหว่างแว่นแคว้นที่ยังยึดมั่นศาสนาจักรกับฝ่ายต่อต้านหลายครั้ง สงครามครั้งสุดท้ายคือ สงคราม 30 ปี (Thirty Years War, 1618-1648) จบลงด้วยการลงนามสนธิสัญญาเวสฟาเลีย (Treaty of Westphalia) ในปี 1648 พร้อมกับเกิด “รัฐสมัยใหม่” (modern state) ผู้ครองรัฐต่างๆ สามารถกำหนดนิกายศาสนาด้วยตนเอง ไม่จำต้องขึ้นกับศาสนจักรอีกต่อไป เป็นการยุติอำนาจฝ่ายโลกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกที่มีมาตั้งแต่ยุโรปสมัยกลาง
            ผู้ปกครองหรือศูนย์กลางอำนาจของรัฐ จึงมี/ใช้อำนาจสูงสุดภายในขอบเขตรัฐหรือดินแดนของอิทธิพลของตน คำว่าอธิปไตย (Sovereignty) ในสมัยนั้นจึงมีความมุ่งหมายสำคัญที่ว่าผู้ปกครองฝ่ายโลกหรือกษัตริย์ได้แยกตัวตนออกจากอำนาจของสันตะปาปา รัฐที่ยึดมั่นหลักการนี้จะไม่มีระบบ 2 ผู้นำ คือ ผู้นำศาสนากับผู้ปกครองฝ่ายโลกที่ทับซ้อนกัน ผู้ปกครองฝ่ายโลกมีอำนาจสูงสุดในขอบเขตอิทธิพลทางการเมืองของตน (หรือขอบเขตประเทศหรือดินแดนของตนนั่นเอง) เว้นแต่บางเมืองบางรัฐที่ยังคงอยู่ใต้อิทธิพลของศาสนจักรต่ออีกระยะหนึ่ง
            ข้อตกลงสันติภาพเวสฟาเลียยังเป็นที่มาของหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย เขตแดนกลายเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าอดีต เพราะผู้ปกครองแต่ละคนมีอำนาจสูงสุดเหนือดินแดน รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างในดินแดนนั้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นประชากร ทรัพยากรต่างๆ

            นักวิชาการบางคนอธิบายว่า เบื้องหลังของสงคราม 30 ปี คือการแข่งขันชิงอำนาจระหว่างฝ่ายศาสนจักรกับกษัตริย์ ผู้นำคาทอลิกพยายามเอาชนะรัฐโปรเตสแตนต์ เพื่อให้รัฐเหล่านี้กลับมาอยู่ใต้อำนาจศาสนจักรอีกครั้ง เพราะยึดมั่นว่าความเชื่อของคาทอลิกเท่านั้นที่ถูกต้อง อีกเหตุผลคือกษัตริย์บางองค์ต้องการขยายอำนาจของตน ต้องการครอบครองยุโรปทั้งหมดดังเช่นศาสนจักร กษัตริย์บางองค์อ้างเหตุผลศาสนาแต่เป้าหมายเบื้องหลังคือต้องการเพิ่มอำนาจของตน

            จากนั้น การแผ่ขยายอำนาจของยุโรปในยุคล่าอาณานิคม และการก่อตัวของลัทธิชาตินิยมในทวีปเอเชีย แอฟริกาและอเมริกา ทำให้แนวคิดรัฐสมัยใหม่กระจายไปยังทวีปต่างๆ ทั่วโลก รัฐในปัจจุบันจึงกลายเป็น “รัฐสมัยใหม่” ทั้งหมด
            อนึ่ง ในยุคปัจจุบันรัฐบางแห่ง ผู้นำศาสนา/ผู้นำจิตวิญญาณมีอำนาจสูงสุดหรือมีอำนาจพิเศษบางอย่างเหนือรัฐ ได้แก่ นครรัฐวาติกัน ประเทศอิหร่าน (กรณีอิหร่านเป็นศาสนาอิสลาม มีประวัติที่มาของตนเอง)
            กว่า 366 ปีนับจากสนธิสัญญาสันติภาพเวสฟาเลีย ทุกวันนี้น้อยคนที่จะเข้าใจหรือเอ่ยหลักการผู้นำฝ่ายโลกกับผู้นำศาสนาที่ร่วมปกครองดูแลอาณาเขตเดียวกัน (ยกเว้นบางประเทศ เช่น อิหร่าน) เมื่อพูดถึงอธิปไตยจะมุ่งหมายถึงรัฐผู้มีสิทธิอำนาจสูงสุดเหนือเขตแดน เป็นการยึดโยงกับยุโรปในสมัยกลางที่ให้ความสำคัญกับ “พื้นที่” มากกว่า “คนในพื้นที่” ผู้ถืออำนาจรัฐหรือผู้ปกครองคือผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือพื้นที่ของตน
            ปัจจุบัน การพูดถึงความเป็นชาติของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในแวดวงวิชาการหรือนอกวิชาการ จะไม่เอ่ยถึงที่มาของรัฐสมัยใหม่ บ่อยครั้งเป็นเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลอ้างการสร้างชาติแบบตะวันตกเพื่อปฏิวัติ ล้มล้างระบอบการปกครองเดิมหรืออำนาจต่างชาติ แล้วได้ระบอบประชาธิปไตย สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ เผด็จการ ดังนั้นเมื่อเทียบกับหลักคิดเรื่องที่มาของของรัฐสมัยใหม่แล้ว จึงเป็นเรื่องราวของการแย่งชิงอำนาจของชนชั้นปกครองฝ่ายโลก

 “รัฐคือสิ่งประดิษฐ์และปรับเปลี่ยน” :
            การเข้าใจประวัติศาสตร์ที่มาของรัฐสมัยใหม่ให้ข้อคิดสำคัญว่าเดิมนั้นมนุษย์อยู่โดยปราศจากรัฐ รัฐสมัยใหม่หรือรัฐในปัจจุบันเป็นนวัตกรรมอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้น พัฒนาจากการเมืองการปกครองที่ผู้ปกครองฝ่ายโลกพยายามแยกตัวออกจากศาสนจักร แล้วตกทอดถึงปัจจุบัน ทุกวันนี้มนุษย์ทุกคนจึงอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐ อันหมายถึงอยู่ภายใต้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้ถืออำนาจหรือบริหารอำนาจ (ในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนยังต้องมีตัวแทนเข้าไปร่วมปกครอง ประชาชนไม่ได้บริหารประเทศโดยตรง)

            แต่อธิปไตยของรัฐถูกสั่นคลอน ทั้งแบบยินยอมและไม่ยินยอม
            เช่น บางประเทศหยิบยกเหตุผลที่อ้างว่า “เหนือกว่า” อธิปไตยรัฐ เช่น หลักสิทธิมนุษยชนสากลเพื่อแทรกแซงประเทศอื่น หลายประเทศยอมสละอธิปไตยบางส่วนเพื่อเข้าองค์การค้าโลก ประเทศจีนต้องใช้ความพยายามกว่า 10 ปีเพื่อเป็นสมาชิก โลกาภิวัตน์ที่เชื่อมโยงทุกส่วนของโลกเข้าหากันมากขึ้น เกิดทั้งผลดีผลเสีย แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหลือเพียงสิ่งเดียวอย่างเดียว อธิปไตย ความเป็นชาติถูกลดทอน แต่ไม่ถึงกับสูญสิ้น
            อีกทั้งยังมีตัวแสดงที่มิใช่รัฐ (Nonstate Actor) เกิดขึ้นอย่างมากมาย พยายามมีบทบาทเทียบรัฐ เข้าควบคุมหรือทำให้รัฐดำเนินนโยบายตอบสนองความต้องการของกลุ่ม ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าลักษณะของรัฐหรือความเป็นรัฐมีพลวัต (dynamic) เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง

            หากมองในภาพกว้างจะเห็นว่ารัฐเป็นสิ่งประดิษฐ์ เป็นความสัมพันธ์ทางสังคมที่สมมติขึ้น การจะคงอยู่หรือไม่จึงขึ้นกับการยอมรับหรือปฏิเสธ อีกทั้งน่าจะสามารถพัฒนาให้รัฐ (หรือเรียกชื่อใดก็ตาม) ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ เป็นประเด็นที่น่าใคร่ครวญ
            John A. Jacobson ตั้งโจทย์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างปัจเจกชน สังคมและรัฐควรจะเป็นอย่างไร
            อาจถึงเวลาแล้วที่จะให้กำเนิดแนวคิด “รัฐสมัยใหม่” อีกครั้ง
28 ธันวาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6627 วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2557)
----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
อธิบายความสำคัญของการเมือง การเมืองการปกครองเป็นเรื่องใกล้ตัว
บทความว่าด้วยรัฐแบ่งเป็น 3 ตอน ตอนแรกกล่าวถึงนิยามคำว่ารัฐ แนวคิด ทฤษฎีกำเนิดแห่งรัฐ (Origin of State)
พัฒนาการและรูปแบบรัฐ องค์ประกอบของรัฐสมัยใหม่ 
อำนาจอธิปไตย แนวคิดเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย ลักษณะของอำนาจอธิปไตย การสั่นคลอนอำนาจอธิปไตย รัฐในอนาคต บทบาทหน้าที่แห่งรัฐ

บรรณานุกรม :
1.รุ่งพงษ์ ชัยนาม, รศ.ดร. (2554) สงครามกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก ใน เอกสารการสอนชุดวิชาสังคมโลก นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
2. D'Anieri, Paul. (2012). International Politics: Power and Purpose in Global Affairs. USA: Wadsworth.
3. Haass, Richard N. (2005).  The Politics of Power: New Forces and New Challenges. Harvard International Review. Retrieved from http://hir.harvard.edu/articles/1340/1/>
4. Jacobson, John A.(1998). An Introduction to Political Science. CA: West/Wadsworth publication.
5. Kissinger, Henry. (2002). Does America Need a Foreign Policy?: toward a diplomacy for the 21st century. New York: Touchstone.
6. Scheve, Kenneth F., & Slaughter, Matthew J. (2007). A New Deal for Globalization.  Foreign Affairs, July/August 2007. Retrieved from http://www.foreignaffairs.org/20070701faessay86403/kenneth-f-scheve-matthew-j-slaughter/a-new-deal-for-globalization.html
7. Spencer, Philip., & Wollman, Howard. (2002). Nationalism: A Critical Introduction. London: SAGE Publications.
8. Viotti, Paul., & Kauppi, Mark. (2009). International Relations and World Politics (4th Ed.). USA.: Pearson Education.
-------------------------------

รูเบิลอ่อนค่า สัมพันธ์ตะวันตกตึงเครียด และการแก้เกมของปูติน (2)

เมื่อสหรัฐกับอียูเริ่มคว่ำบาตรรัสเซียเนื่องจากความขัดแย้งยูเครน มาตรการในตอนต้นจำกัดขอบเขตมาก จากนั้นมาตรการชุดใหม่เริ่มปรากฏ มุ่งภาคพลังงาน การเงินการธนาคาร และเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์
            เดือนเมษายนรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจประเมินว่าจีดีพีจะลดลง 0.5 จากเดิมที่คาดว่าโต 1.3 คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั้งปีที่ 7.0 จากเดิมอยู่ที่ 6.2 ด้านธนาคารโลกประเมินว่าในกรณีเลวร้ายสุดเศรษฐกิจรัสเซียอาจหดตัวถึงร้อยละ 1.8 ซึ่ง ณ ขณะนั้นทางการรัสเซียไม่เห็นด้วยกับการคาดการณ์ดังกล่าว
            ล่าสุด สัปดาห์ที่ผ่านมารูเบิลอ่อนค่าอย่างรุนแรง บางช่วงอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 78 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่าอาจถึง 100 รูเบิลต่อดอลลาร์ก็เป็นได้ ส่วนอัตราเงินเฟ้อสูงมากกว่าร้อยละ 10 แล้ว ธนาคารกลางรัสเซีย (Central Bank of Russia) ยอมรับว่าเศรษฐกิจปีหน้าอาจถดถอยเกือบร้อยละ 5 ถ้าราคาน้ำมันยืนอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมัน WTI (West Texas Intermediate) เมื่อวันศุกร์ปิดที่ 56.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สาเหตุค่าเงินรูเบิลอ่อนตัวและการรับมือ :
            มีการอธิบายสาเหตุที่รูเบิลอ่อนค่าหลายเหตุผล ในช่วงแรกชี้ว่าเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐดีขึ้นตามลำดับ สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าเป็นประวัติการเมื่อเทียบกับเงินรูเบิล
            เหตุผลถัดมาคือนักลงทุนเทขายรูเบิลหันไปถือครองดอลลาร์ บางส่วนเก็งกำไรค่าเงิน
            แต่เหตุผลที่กระทบค่าเงินรูเบิลมากสุดในช่วงนี้เกิดจากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับลดลงอย่างรุนแรง Elvira Nabiullina ผู้ว่าการธนาคารรัสเซียชี้ว่าราคาน้ำมันตลาดโลกอ่อนตัวลงมาก ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวรุนแรงเมื่อเดือนกรกฎาคม ณ ขณะนั้นราคาน้ำมัน WTI เหลือราว 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
            จากนั้นราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง WTI ลดต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง อยู่ที่ราว 55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2009 หลังรัฐสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเนื่องจากปัญหายูเครน

            รัฐบาลปูตินปล่อยให้ค่าเงินรูเบิลเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด พร้อมกับเข้าแทรกแซงเป็นระยะด้วยหลายมาตรการ หนึ่งในมาตรการคือประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เดิมเมื่อต้นเดือนมีนาคมอยู่ที่ร้อยละ 5.5 แล้วปรับเพิ่มเป็น 7.0 จากนั้นปรับขึ้นอีกหลายระลอก แต่รูเบิลยังอ่อนค่าต่อเนื่อง วันที่ 15 ธันวาคมเพียงวันเดียวรูเบิลอ่อนค่าถึงร้อยละ 9.5 หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างหนัก จนธนาคารกลางต้องประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นร้อยละ 17 ต่อปี
            ผลจากการที่รูเบิลอ่อนค่าและการแทรกแซงเพื่อพยุงค่าเงิน ทำให้ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมารูเบิลผันผวนเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 56.18 – 80.10 รูเบิลต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นในปลายสัปดาห์หลังธนาคารกลางทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์เข้าซื้อรูเบิลในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา ข้อมูลจากรายงานของธนาคารกลางรัสเซียประจำเดือนพฤศจิกายน รายงานว่าเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมรัสเซียมีทุนสำรองทั้งหมดราว 428,000 ล้านดอลลาร์ (ดูตารางประกอบ)
            การโจมตีค่าเงินรูเบิลจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องสู้กันอีกหลายยก

(ที่มา The Central Bank of the Russian Federation. (2014). Bank of Russia Statistical Bulletin, No 11 (258). Retrieved from http://www.cbr.ru/Eng/publ/BBS/Bbs1411e.pdf)

เศรษฐกิจที่ขึ้นกับการส่งออกน้ำมัน :
            มีผู้ประเมินว่าที่มาของงบประมาณกว่าร้อยละ 60 มาจากกำไรที่ได้จากการขายน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติ
            ย้อนดูข้อมูลในอดีต เมื่อปีที่แล้ว (2013) รัสเซียสามารถผลิตและส่งออกน้ำมันมากที่สุดในโลก และด้วยราคาที่สูงเฉลี่ย 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทำให้รัสเซียได้เงินตราต่างประเทศจากการส่งออกน้ำมันมากถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อรวมกับการส่งออกก๊าซธรรมชาติซึ่งรัสเซียเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่สุดของโลก ทำให้การค้าระหว่างประเทศเกินดุล

            ภายใต้แผนงบประมาณปัจจุบัน รายรับรายจ่ายจะสมดุลหากราคาน้ำมันอยู่ที่ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะนี้ราคาน้ำมันอยู่ต่ำกว่า 60 กว่าดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงส่งผลต่อรายรับของประเทศอย่างรุนแรง กระทบความเชื่อมั่นต่อค่าเงินรูเบิล ธนาคารกลางรัสเซียยอมรับว่าเศรษฐกิจปีหน้าอาจถดถอยร้อยละ 5 ถ้าราคาน้ำมันยืนอยู่ที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
            ความกังวลต่อรายได้ของรัสเซียยิ่งทำให้ค่าเงินอ่อนตัวลงไปอีก เกิดวัฏจักรขาลง องค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency : IEA) ชี้ว่าอุปสงค์น้ำมันที่ลดลงและอุปทานล้นตลาดอาจทำให้โลกไร้เสถียรภาพ และบางประเทศเช่นรัสเซียกับเวเนซูเอลาอาจผิดนัดชำระหนี้ เนื่องจากรายได้ของทั้ง 2 ประเทศขึ้นกับการขายน้ำมัน

การคว่ำบาตรเริ่มส่งผลแล้ว :
            เมื่อพิจารณาย้อนดูตั้งแต่ต้น ค่าเงินรูเบิลเริ่มอ่อนค่าเมื่อรัสเซียส่งทหารเข้าควบคุมไครเมียเมื่อต้นเดือนมีนาคม ประธานาธิบดีโอบามากับอียูขู่ว่าจะคว่ำบาตรรัสเซีย ประธานาธิบดีปูตินโต้กลับว่าชาติตะวันตกจะได้รับผลกระทบเช่นกัน ผลกระทบเกิดแก่หลายประเทศโดยเฉพาะเยอรมนี
            2-3 เดือนที่ผ่านมาสถานการณ์ยูเครนลดความรุนแรง แต่สหรัฐกับพันธมิตรยังคว่ำบาตรรัสเซียต่อเนื่องและเพิ่มมาตรการหลายรอบ กลายเป็นการเผชิญหน้าระหว่างขั้วสหรัฐกับรัสเซียโดยตรง
            บัดนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐกับพันธมิตรส่งผลต่อค่าเงิน ระบบเศรษฐกิจรัสเซียอย่างหนัก ประธานาธิบดีปูตินยอมรับเช่นกันว่าความผันผวนของรูเบิลในระยะนี้มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก

            ค่าเงินอ่อนเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ ราคาสินค้านำเข้าถีบตัว จนรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย สินค้าอุปโภคบริโภค ยารักษาโรค และสินค้าจำเป็นอื่นๆ
            รัฐบาลปูตินตระหนักว่ากำลังได้รับผลกระทบจากการคว่ำบาตรอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นทุกที แต่ยังเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจการคลังของตน และมั่นใจว่าการคว่ำบาตรส่งผลกระทบต่อประเทศยุโรปเช่นกัน โดยเฉพาะเศรษฐกิจยูเครนกำลังย่ำแย่ นี่คือเกมเดิมพันว่าฝ่ายใดจะอดทนได้นานกว่า

            เมื่อวิเคราะห์อย่างรอบด้าน ถ้ารัฐบาลปูตินจำนนต่อสหรัฐกับอียูในครั้งนี้เท่ากับว่ารัสเซียยอมโอนอ่อนต่อชาติตะวันตก กระทบต่อภาพลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของรัสเซีย ผลเสียที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น แต่สูญเสียในทุกด้าน โดยไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวอีกทีเมื่อใด
และในอนาคตสหรัฐจะใช้วิธีนี้จัดการกับตนอีก เมื่อเป็นเช่นนี้ รัสเซียควรยอมเสียประโยชน์ในครั้งนี้เพียงครั้งเดียว ดีกว่าเสียอีกร่ำไปในครั้งต่อๆ ไป การวิเคราะห์เช่นนี้สอดรับกับคำกล่าวของประธานาธิบดีปูตินที่ว่า “ราคาที่เราต้องจ่ายจริงๆ คือการจ่ายให้กับแรงบันดาลใจเพื่อรักษาพวกเราในฐานะเป็นชาติ เป็นหนึ่งอารยธรรม และรัฐ” เป็นเรื่องการของพิทักษ์อิสรภาพ อธิปไตยและสิทธิที่จะดำรงอยู่ของเรา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับไครเมีย

การเผชิญหน้าของมหาอำนาจในครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เว้นเสียแต่จะสามารถหาข้อยุติอย่างรวดเร็ว ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ที่ผ่านมาประธานาธิบดีปูตินชี้ว่าปัญหาค่าเงินรูเบิลในขณะนี้เกิดจากปัจจัยนอกประเทศเป็นหลัก ราคาน้ำมันคือตัวแปรสำคัญ ในฉากทัศน์ที่เลวร้ายสุด (worst-case scenario) “จะต้องกินเวลา 2-3 ปี” เศรษฐกิจจึงจะกลับมาเติบโตอีกครั้ง ไม่มีใครตอบได้ว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติเมื่อไหร่ เพียงคาดว่าน่าจะเริ่มดีขึ้นในกลางปีหน้าหรือเร็วกว่านั้น
การคาดการณ์ของประธานาธิบดีปูตินอยู่ใต้สมมติฐานชุดหนึ่ง สถานการณ์อาจเลวร้ายกว่านี้หากมีการตอบโต้ เกิดผลแทรกซ้อนรุนแรงกว่าเดิม ที่แน่นอนคือไม่มีใครตอบได้ว่าสถานการณ์จะกลับสู่ปกติเมื่อไหร่

วิเคราะห์องค์รวม  รูเบิลอ่อนค่า :
            เหตุการณ์จุดพลิกผันคือ โอเปกประกาศคงกำลังการผลิตน้ำมันเท่าเดิม ทำให้ตลาดเชื่อว่าน้ำมันจะอ่อนค่าลงไปอีก กลไกซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าทำให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกอ่อนตัวรุนแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ส่งผลต่อค่าเงินรูเบิลอย่างหนัก
            ถ้าพิจารณาจากปัจจัยภายในประเทศ สาเหตุหลักเป็นเพราะเศรษฐกิจรัสเซียพึ่งการส่งออกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ เป็นข้อเตือนใจแก่บรรดาประเทศที่พึ่งพาการส่งสินค้าออกเพียงไม่กี่ตัว

            ประธานาธิบดีปูตินย้ำนโยบายในระยะยาวว่ารัฐจะสนับสนุนให้ผลิตสินค้าจำเป็นต่างๆ ภายในประเทศ ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีและสินค้าอุตสาหกรรมต่างชาติ รวมทั้งการสร้างเครื่องจักรกล เครื่องมืออุตสาหกรรม วิศวกรรมพลังงาน เครื่องมือสำหรับการพัฒนาพื้นที่ ในอนาคตเราจะคงนำเข้าแต่เครื่องมือและเทคโนโลยีที่พิเศษจริงๆ บริษัทต้องเห็นความสำคัญของการลงทุนในกิจการที่เติบโตมั่นคงในระยะยาว ไม่มุ่งแสวงหาเพียงกำไรระยะสั้น
            แต่ ณ ขณะนี้ จำต้องให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

            ทุกคนตระหนักว่าเศรษฐกิจโลกเชื่อมโยงกัน แต่การเชื่อมโยงดังกล่าวไม่ได้หมายถึงว่าจะส่งผลกระทบเท่าเทียมกัน ประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจเล็กและอ่อนแอมักเสียเปรียบ รัสเซียในขณะนี้เป็นกรณีตัวอย่างให้ตระหนักว่าพลังอำนาจทางเศรษฐกิจมีความสำคัญมากเพียงใด สงครามในยุคนี้อาจตัดสินแพ้ชนะด้วยพลังอำนาจทางเศรษฐกิจกัยการเมืองระหว่างประเทศ ไม่จำต้องเสียกระสุนแม้แต่นัดเดียว
            ผู้แพ้ไม่จำต้องเสียดินแดนและเลือดเนื้อ แต่ต้องอยู่ใต้อิทธิพล ถูกขูดรีดเอารัดเอาเปรียบ เกิดความสัมพันธ์ที่ไม่เท่าเทียมกัน

            ในช่วงแรกเมื่อราคาน้ำมันตลาดโลกอ่อนตัว บางคนอธิบายว่าเกิดจากดอลลาร์แข็งค่าขึ้นทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัว ต่อมาให้เหตุผลว่าโอเปกไม่ปรับลดกำลังการผลิต สาเหตุที่ราคาอ่อนตัวลงมากอย่างเหลือเชื่อเป็นประเด็นที่ถกเถียงได้ หากเป็นการดำเนินการผ่านแผนที่ไตร่ตรองรอบคอบ นับว่าเป็นแผนชั้นเลิศทีเดียว ที่สำคัญคือแสดงให้เห็นถึงพลังอำนาจของผู้ควบคุมราคาน้ำมันดิบโลก ผ่านกลไกทุกขั้นตอน ตั้งแต่ประเทศเจ้าของน้ำมัน บรรษัทน้ำมัน ผู้ลงทุนในตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้า
21 ธันวาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6620 วันอาทิตย์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2055659)
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
สถานการณ์ในยูเครนสงบเรียบร้อยขึ้น แต่กลายเป็นต้นเหตุทำให้รัสเซียเผชิญหน้ากับสหรัฐและพันธมิตร รัฐบาลปูตินเชื่อว่าหากเดินเกมยืดเยื้อ ประชาชนยูเครนจะออกมาประท้วงคว่ำรัฐบาลโปโรเชนโก ฝ่ายตนจะเป็นผู้ได้ชัย ด้านสหรัฐกับพันธมิตรตอบโต้ด้วยการกดดันคว่ำบาตรรัสเซีย จนค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าอย่างรุนแรง กระทบเศรษฐกิจรัสเซีย
2. ด้วยรักจากปูตินถึงโอบามาการปิดล้อมและการโต้กลับ (Ookbee)
            ความตึงเครียดจากสถานการณ์ยูเครนที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายปี 2013 จนนำสู่การเผชิญหน้าระหว่างชาติมหาอำนาจรัสเซียกับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างชัดเจน สหรัฐฯ กับพันธมิตรโดยเฉพาะอียูร่วมออกมาตรคว่ำบาตรรัสเซียหลายรอบ
            ข้อเขียนชิ้นนี้อธิบายนโยบายของสหรัฐฯ ต่อรัสเซียเพื่ออธิบายเหตุผลที่มาที่ไปของนโยบายปิดล้อมรัสเซีย การตอบโต้จากรัฐบาลปูติน นำสู่การวิเคราะห์องค์รวม ชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์เชิงลึกของสหรัฐฯ ความพยายามจัดระเบียบโลกผ่านวิธีการต่างๆ จุดอ่อนของยุทธศาสตร์ปิดล้อม พลังอำนาจที่ถดถอยของสหรัฐฯ พร้อมกับคาดการณ์อนาคต
สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป
บรรณานุกรม ตอน 2 :
1. Allen, Karma. (2014, December 16). Russia raises key rate to 17%, effective Tuesday. CNBC. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102264517
2. Antonova, Maria., & Moyon, Germain. (2014, December 15). Ruble tumbles 9.5% to new record low despite interventions. AFP. Retrieved from http://news.yahoo.com/ruble-falls-8-one-day-trading-over-63-165257428.html
3. G7 sanctions will strike hard on Russia’s economy, finance and armory. (2014, March 25). Charter'97. Retrieved from http://www.charter97.org/en/news/2014/3/25/91793/
4. Jha, Manisha. (2014, December 12). Can Russia do anything to stop the ruble’s slide?
 CNBC. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102264670?trknav=homestack:topnews:14
5. Kuznetsov, Vladimir. (2014, December 17). Ruble Advances as Cash Crunch From Higher Rates Supports Demand. Bloomberg. Retrieved from http://www.bloomberg.com/news/2014-12-19/ruble-advances-as-cash-crunch-from-higher-rates-supports-demand.html
6. Lash, Herbert. (2014, December 12). Oil slide roils emerging markets, stocks fall anew. Reuters. Retrieved from http://finance.yahoo.com/news/oil-plunges-five-half-low-003929338.html;_ylt=AwrSyCPuXY9UJXkA3RHQtDMD
7. Putin warns West against sanctions, says Ukraine interim leader 'not legitimate. (2014, March 4). Fox News. Retrieved from http://www.foxnews.com/world/2014/03/04/putin-blames-unconstitutional-overthrow-yanukovych-for-crimea-crisis/
8. Russia surprises with rate hike as ruble plunges. (2014, March 1). Market Watch. Retrieved from http://www.marketwatch.com/story/russia-surprises-with-rate-hike-as-ruble-plunges-2014-03-03
9. Russian economy hammered by massive money drain. (2014, April 11). CNBC. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/101573528
10. Russian Presidential Executive Office. (2014, December 18). News conference of Vladimir Putin. Retrieved from http://eng.kremlin.ru/news/23406
11. Russia's ruble has large growth potential: central bank chief. (2014, November 15). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/europe/europe/2014-11/15/c_133792279.htm
12. Saunders, Doug. (2014, March 15). Crimea is serious, but this is not a new Cold War. Retrieved from http://www.theglobeandmail.com/globe-debate/crimea-is-serious-but-this-not-a-new-cold-war/article17490293/?cmpid=rss1
13. The Central Bank of the Russian Federation. (2014). Bank of Russia Statistical Bulletin, No 11 (258). Retrieved from http://www.cbr.ru/Eng/publ/BBS/Bbs1411e.pdf
14. The Kremlin, Moscow. (2014, December 4). Presidential Address to the Federal Assembly. Retrieved from http://eng.kremlin.ru/news/23341
15. US crude settles below $60 a barrel for the first time in 5 years. (2014, December 12). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/id/102258403?trknav=homestack:topnews:5
-------------------------------

รูเบิลอ่อนค่า สัมพันธ์ตะวันตกตึงเครียด และการแก้เกมของปูติน (1)

ในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา นายวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซีย ได้แสดงสุนทรพจน์สำคัญทั้งในงานประชุมเอเปกเมื่อเดือนพฤศจิกายนและการประชุมประจำปีของรัฐสภาแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย (Federal Assembly) ประจำปี 2014 เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้ง 2 สุนทรพจน์และในที่อื่นๆ สะท้อนปัญหาสำคัญและแนวทางแก้ไขของรัฐบาล บทความนี้จะหยิบยกบางประเด็นที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศ เริ่มจากปัญหายูเครนไครเมีย ค่าเงินรูเบิล และความสัมพันธ์กับชาติตะวันตก ทั้ง 3 ประเด็นสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น
ปัญหายูเครนไครเมียที่ยังค้างคา :
            2-3 เดือนที่ผ่านมาความขัดแย้งในยูเครนฝั่งตะวันออกค่อยบรรเทาลง ในขณะนี้เหลือเพียงการปะทะเพียงประปราย สถานการณ์โดยทั่วไปสงบเรียบร้อย ประชาชนยูเครนตะวันออกที่ต้องการแยกตัวสามารถตกลงกับรัฐบาลได้ระดับหนึ่ง พร้อมกับที่รัสเซีย ยูเครนและอียูลงนามข้อตกลงซื้อขายก๊าซฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อย เป็นสัญญาณที่ดีว่ายูเครนกำลังเข้าสู่สถานการณ์ปกติ
            ท่ามกลางสถานการณ์โดยรวมที่ดีขึ้นแต่รากปัญหายังคงอยู่ คาดว่าการเจรจายังไม่บรรลุข้อตกลงสุดท้าย รัสเซียกับฝ่ายสหรัฐและพันธมิตรยังคงเผชิญหน้ากดดันซึ่งกันและกัน

            ประธานาธิบดีปูตินยืนยันความชอบธรรมในการผนวกสาธารณรัฐไครเมีย (Republic of Crimea) เป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐรัสเซีย เอ่ยถึงประวัติศาสตร์ความผูกพันว่าไครเมียเดิมเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ในสมัยโบราณเมืองนี้ชื่อว่า Chersonesus หรือ Korsun เป็นสถานที่ Grand Prince Vladimir ได้บัพติศมาก่อนนำศาสนาคริสต์สู่รัสเซีย ชาวไครเมียมีภาษาวัฒนธรรมเหมือนรัสเซีย
            ถ้าย้อนกลับไปที่เดือนมีนาคม ในตอนนั้นประธานาธิบดีปูตินอ้างว่าจำต้องปกป้องฐานทัพรัสเซียในไครเมีย และ “มีมือปืนจากองค์กรชาตินิยมเดินทางเข้ามาในไครเมีย” เราจึงต้องดำเนินการ และ “เราได้ดำเนินการอย่างถูกต้องและทันเวลา” เพื่อปกป้องคนท้องถิ่นที่พูดรัสเซีย เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากได้รับการร้องขออย่างเป็นทางการจากนายวิคเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ประธานาธิบดีในขณะนั้น
            ข้อวิพากษ์คือ การอ้างเรื่องความปลอดภัยของคนท้องถิ่นในเขตไครเมียไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน บัดนี้ปรากฏข้อเท็จจริงแล้วว่าเป้าหมายที่รัฐบาลปูติต้องการคือยึดครองไครเมีย

            ประธานาธิบดีปูตินพยายามอ้างความชอบธรรมด้วยการใช้เหตุผลความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ แต่หากทุกประเทศต่างอ้างประวัติศาสตร์ในอดีตและพยายามยึดครองดินแดน โลกจะเต็มด้วยไฟสงครามอย่างไม่จบสิ้น เพราะต่างก็จะอ้างประวัติศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง หลายประเทศจะต้องสิ้นชาติเพราะเป็นประเทศเกิดใหม่ ดินแดนที่ตั้งอยู่ ณ ปัจจุบันเป็นดินแดนของอาณาจักรโบราณอื่นๆ

            นักวิชาการบางคนเกรงว่าหากไม่ตอบโต้เท่ากับเป็นการยอมรับว่ารัสเซียสามารถยึดและผนวกดินแดนของประเทศอื่นๆ โดยอ้างว่าความชอบธรรมด้านประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ และจะทำให้ประเทศอื่นๆ เลียนแบบ เช่น จีนจะใช้กำลังยึดไต้หวัน
            การยึดประวัติศาสตร์ในลักษณะนี้เป็นข้ออ้างของผู้ที่ต้องการรุกรานมากกว่า ที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับในปัจจุบันคือ การยึดกฎหมายระหว่างประเทศ อธิปไตย และบูรณาภาพแห่งดินแดนของแต่ละประเทศตามที่เป็นอยู่
            รัฐบาลรัสเซียประกาศเรื่อยมาว่าเคารพอธิปไตยประเทศอื่น และเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ เคารพอธิปไตยตนเอง แต่การยึดครองและผนวกไครเมียเป็นหลักฐานชี้ว่ารัสเซียในปัจจุบันได้ละเมิดอธิปไตยประเทศอื่นอย่างชัดเจน

ทางที่จำต้องเดิน :
            ดังที่เคยวิเคราะห์แล้วว่าการที่รัสเซียต้องยึดไครเมียมาจากเหตุผลด้านความมั่นคงเป็นหลัก เนื่องจากไครเมียเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นที่ตั้งของกองเรือทะเลดำ (Black Sea Fleet) ที่เซวาสโตโพล (Sevastopol) เป็นท่าเรือน้ำอุ่นเพียงแห่งเดียวที่อยู่ในฝั่งยุโรป
            ประเด็นการรวมตัวเป็นสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (Eurasian Economic Union) โดยรัสเซียเป็นแกนนำและจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2015 น่าจะเป็นอีกเหตุผลที่อียูต้องการสกัดกั้น เกิดความวุ่นวายในยูเครนจนได้นายเปโตร โปโรเชนโก (Petro Poroshenko) ประธานาธิบดีคนล่าสุดที่อิงชาติตะวันตก ทำให้สหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียจะประกอบด้วยรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน และอาร์เมเนีย โดยปราศจากชื่อยูเครน
            อีกเหตุผลที่ควรเอ่ยถึงคือการวิเคราะห์ในเชิงเกียรติภูมิแห่งชาติ
            เมื่อพูดถึงประเทศรัสเซีย ต้องตระหนักว่ารัสเซียเป็นมหาอำนาจชาติหนึ่ง แม้จะไม่ยิ่งใหญ่เป็นอภิมหาอำนาจดังเช่นยุคสงครามเย็น ยังคงเป็นที่ประเทศที่ยิ่งใหญ่ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีความหยิ่งในความเป็นชาติของตน ไม่ยอมก้มหัวให้กับชาติตะวันตก
            ที่สำคัญคือในปัจจุบันมีบางประเทศที่ดำเนินนโยบายอิงรัสเซีย หวังพึ่งความช่วยเหลือจากรัสเซีย เสมือนเป็นอีกทางเลือก (alternative way) หากประเทศนั้นไม่ดำเนินนโยบายที่สอดรับกับสหรัฐเสียทุกเรื่อง รัฐบาลซีเรียกับอิหร่านในปัจจุบันคือตัวอย่าง หากรัสเซียไม่แสดงท่าทีความเป็นผู้นำ ยอมก้มหัวให้กับสหรัฐ บรรดาประเทศเหล่านี้ก็จะตีตัวออกห่าง เป็นเหตุทำให้รัสเซียยิ่งปราศจากมิตร ถูกโดดเดี่ยวมากขึ้น สูญเสียผลประโยชน์อันเนื่องจากความสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ (ภายใต้มุมมองว่าสหรัฐยังคงดำเนินนโยบายเป็นปรปักษ์กับรัสเซียอย่างต่อเนื่อง)
            หรือไม่ก็ยอมจำนนอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐ อาจได้ชื่อว่าเป็น “พันธมิตร” แต่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่เท่าเทียม
            การไม่ยอมก้มหัวให้สหรัฐคือนโยบายของรัฐบาลปูติน ดังที่ประธานาธิบดีปูตินกล่าวย้ำว่าสหรัฐต้องการกำราบรัสเซียให้อยู่ใต้อำนาจ แต่จะไม่มีวันสำเร็จ “ตลอดประวัติศาสตร์ไม่มีใครสามารถจัดการรัสเซีย และจะไม่มีวันทำได้”

รัสเซียกับนาโตต่างต้องการมีอิทธิพล :
            ถ้ามองในกรอบยูเครน ประเด็นสำคัญในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องไครเมีย แต่อยู่ที่ตัวยูเครนส่วนที่เหลือ
            จากข้อมูลที่ปรากฏ รัสเซียเสนอ 2 ทางเลือก ข้อแรกคือ ให้ยูเครนเป็นกลางซึ่งรัฐบาลโอบามาไม่ยอมรับ เห็นว่ายูเครนจะสัมพันธ์กับประเทศใดอย่างไร ขึ้นกับการตัดสินใจของยูเครน
            ข้อเสนอที่ 2 คือ ให้ยูเครนเป็นสหพันธรัฐ เห็นว่ารัฐบาลกลางต้องกระจายอำนาจมากขึ้น ไม่อาจใช้รูปแบบรัฐเดี่ยวได้ เพราะพิสูจน์แล้วว่าล้มเหลวตั้งแต่ได้เอกราชจากอดีตสหภาพโซเวียตเมื่อ 23 ปีก่อน เบื้องหลังของข้อเสนอนี้คือรัสเซียต้องการคงอิทธิพลแถบตะวันออก โดยอ้างว่ามีชาวยูเครนพูดภาษารัสเซียจำนวนมาก (ทำนองเดียวกับไครเมีย) สนับสนุนผู้ชุมนุมประท้วงที่นิยมชมชอบรัสเซีย ในเมืองโดเนตสค์ (Donetsk) กับเมืองลูกันสก์ (Lugansk)

            ฝ่ายสหรัฐกับพันธมิตรอียูไม่พยายามพูดอะไรที่ชัดเจน ให้การตัดสินใจใดๆ มาจากการตัดสินใจของรัฐบาลยูเครน พร้อมกับยืนยันว่านาโตยังเปิดรับสมาชิกที่มีคุณสมบัติตามมาตรฐานของนาโต
            เมื่อพิจารณาท่าทีของขั้วการเมืองยูเครนตะวันตก ล้วนเป็นท่าทีที่ต้องการใกล้ชิดตะวันตก เช่น หวังเป็นสมาชิกอียู เข้าร่วมนาโต
            ขณะที่รัสเซียไม่ยอมให้ยูเครนเป็นสมาชิกนาโตโดยเด็ดขาด การขยายตัวของนาโตเข้าใกล้พรมแดน ส่อท่าทีคุกคามทางทหาร เป็นเรื่องที่รัสเซียยอมให้ไม่ได้ ถือว่าเป็น “เส้นต้องห้าม”
            โดยสรุปแล้ว ยูเครนฝั่งตะวันออกในขณะนี้สงบเรียบร้อยกว่าเมื่อหลายเดือนก่อน แต่รากปัญหายังไม่มีข้อยุติ นั่นคือ ที่สุดแล้วยูเครนจะสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอย่างไร จะเป็นกลาง อิงรัสเซียหรืออิงชาติตะวันตก
            และกลายเป็นว่าความขัดแย้งยูเครนทำให้รัสเซียเผชิญหน้ากับฝ่ายสหรัฐ เกิดสงครามเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ

            ฝ่ายสหรัฐอาศัยการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ จนค่าเงินรูเบิลอ่อนค่าอย่างหนัก อัตราการเติบโตเศรษฐกิจถดถอย เพื่อกดดันให้รัสเซียยอมจำนน
            ส่วนฝ่ายรัสเซียเห็นว่าผลจากการที่ยูเครนตีตัวออกห่างจากรัสเซีย ทำให้เศรษฐกิจและสังคมยูเครนกำลังจะล่มสลาย รัฐบาลไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ที่ผ่านมาเศรษฐกิจยูเครนอยู่ได้ด้วยการอิงความช่วยเหลือจากรัสเซีย ในขณะที่ชาติตะวันตกไม่พร้อมจ่ายราคา นาย Vyacheslav Nikonov รองประธานสภาดูมาพยากรณ์ว่า “ประเทศกำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ รัฐบาลเคียฟยังไม่มีแผนกอบกู้เศรษฐกิจที่ชัดเจน”
            ดังนั้น ฝ่ายรัสเซียเชื่อว่าหากดึงเกมยืดเยื้อเชื่อว่าประชาชนจะออกมาประท้วงขับไล่รัฐบาลโปโรเชนโก และรัสเซียจะเป็นฝ่ายชนะในที่สุด

วิเคราะห์องค์รวม ยูเครนไครเมีย :
            ความขัดแย้งในยูเครนในขณะนี้ได้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างชาติมหาอำนาจแล้ว ณ วันนี้เมื่อพูดถึงความขัดแย้งยูเครน จึงไม่ใช่เรื่องของยูเครนเท่านั้น แต่เป็นความขัดแย้งในภาพที่ใหญ่กว่า รุนแรงกว่า เป็นเรื่องการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจโดยตรง อาจถึงขั้นจัดระเบียบความสัมพันธ์ใหม่ถ้าเชื่อว่าเป็นความขัดแย้งอย่างจริงจัง และเรื่องคงไม่จบลงง่ายๆ คาดว่าต้องกินเวลาแสดงพลังอีกหลายเดือน
            เป็นสงครามเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศที่ไม่ได้ประกาศชัด สาธารณชนไม่ตื่นตระหนกเท่ากับการประกาศทำสงครามด้วยกำลังทหาร

            ความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจในขณะนี้สามารถติดตามจากความขัดแย้งในยูเครน และเรื่องอื่นๆ ที่มีผลต่อค่าเงินรูเบิล เศรษฐกิจรัสเซีย (วิเคราะห์ในตอนหน้า)
            ส่วนอนาคตของยูเครนไม่ขึ้นกับประชาชนยูเครนอีกต่อไป แต่ขึ้นกับรัฐบาลชาติมหาอำนาจว่าจะให้เรื่องยุติอย่างไร
14 ธันวาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6613 วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2050549)
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
กว่า 20 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลรัสเซียเข้าแทรกแซงการเมืองการเลือกตั้งยูเครน เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดำเนินนโยบายใกล้ชิดรัสเซีย แต่ความไร้เสถียรภาพของรัฐบาล การก่อการของขั้วฝ่ายตรงข้าม ทำให้การเมืองยูเครนผันผวน ได้รัฐบาลที่อิงชาติตะวันตกสลับกับที่อิงรัสเซีย เป้าหมายของยุทธศาสตร์ใหม่ของประธานาธิบดีปูติน คือหวังแก้ความผันผวนทางการเมือง ด้วยการแยกยูเครนออกเป็น 3 ส่วน
แม้ว่าทุกวันนี้จะผ่านพ้นสงครามเย็นมานานแล้ว สิ่งหนึ่งที่สื่อชาติตะวันตกทำอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามเย็นจนถึงปัจจุบัน คือ การโฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร หลอกหลวงประชาคมโลกอย่างเป็นระบบ ไม่ต่างจากทางการรัสเซียที่ยังใช้การโฆษณาชวนเชื่อเป็นเครื่องมือดังที่กระทำเรื่อยมา วิกฤตยูเครนในขณะนี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ต่างฝ่ายต่างพยายามช่วงชิงความได้เปรียบ โดยพยายามเปรียบเปรยให้นึกถึงสงครามเย็น ยุคที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจน และพยายามดึงให้ประเทศอื่นๆ อยู่กับฝ่ายของตน
รัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของประธานาธิบดีปูติน ได้ควบคุมไครเมียและพร้อมส่งกองทัพข้ามพรมแดนไปยังฝั่งยูเครนตะวันออก เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลตะวันตกคาดการณ์มานานแล้ว เพราะในมุมมองของรัสเซียประเทศยูเครนเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางด้านความมั่นคงที่สำคัญ สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้จึงเป็นการให้บทเรียนแก่ชาติตะวันตก ว่ารัสเซียจะไม่ยอมปล่อยยูเครนให้อยู่ใต้อิทธิพลฝ่ายตะวันตกอย่างง่ายๆ และควรรู้ว่าอะไรคือ “เส้นต้องห้าม”

บรรณานุกรม ตอน 1 :
1. Cohen, Stephen F. (2009). Soviet fates and lost alternatives : from Stalinism to the new Cold War. New York: Columbia University Press.
2. Crisis in Ukraine result of wrong EU policy - Russian envoy. (2014, April 9). ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/russia/727116
3. Longworth, Philip. (2005). Russia: The Once and Future Empire From Pre-History to Putin. New York: St. Martin’s Press.
4. Moldavanova, Alisa. (2013). Public Perception of the Sea Breeze Exercises and Ukraine’s Prospects in the Black Sea Region. Retrieved from http://fmso.leavenworth.army.mil/Collaboration/international/Ukraine/Sea-Breeze-exercise.pdf
5. Putin: Crimea similar to Kosovo, West is rewriting its own rule book. (2014, March 18). RT. Retrieved from http://rt.com/news/putin-address-parliament-crimea-562/
6. Putin: Deploying Russian troops in Ukraine not necessary now, but possible. (2014, March 4). Pravda.Ru. Retrieved from http://english.pravda.ru/news/russia/04-03-2014/127014-putin_russian_troops_ukraine-0/
7. Putin: ‘US wants to subdue Russia, but no one did or ever will’. (2014, November 18). RT Retrieved from http://rt.com/news/206623-putin-us-never-subdue-russia/
8. Remarks by President Obama at NATO Summit Press Conference. (2014, September 5). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/05/weekly-address-time-give-middle-class-chance
9. Russia, Ukraine agree on gas supplies until March 2015. (2014, October 31). RT. Retrieved from http://rt.com/business/200951-gas-russia-ukraine-deal/
10. Stephens, Bret. (2014). America in Retreat: The New Isolationism and the Coming Global Disorder. New York: Penguin Group.
11. The Kremlin, Moscow. (2014, December 4). Presidential Address to the Federal Assembly. Retrieved from http://eng.kremlin.ru/news/23341
12. Zamyatina, Tamara. (2014, July 25). Ukraine’s political crisis may lead to disintegration of its statehood – experts. ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/opinions/1840
----------------------------

โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน การเจรจาขั้นสุดท้ายที่ต้องดำเนินต่อไป (2)

ในข้อตกลงชั่วคราว ฝ่ายอิหร่านยอมประนีประนอมหลายเรื่อง ที่สำคัญคือละทิ้งการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมความเข้มข้นร้อยละ 20 ที่ใช้ในทางการแพทย์ (เช่น การฉายรังสีรักษาโรคมะเร็ง) ถ้าใช้ทำอาวุธต้องเป็นยูเรเนียมความเข้มข้นมากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป ด้านฝ่ายตรงข้ามชี้ว่าจากความเข้มข้นที่ร้อยละ 20 สามารถทำให้บริสุทธิ์ถึงขั้นทำเป็นอาวุธได้ง่าย จึงเรียกร้องไม่ให้อิหร่านครอบครองความเข้มข้นที่ระดับร้อยละ 20
            ท่าทีดังกล่าวเป็นการแสดงความปรารถนาดีของอิหร่าน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการหลุดพ้นจากมาตรการคว่ำบาตร แสดงให้เห็นภาวะเศรษฐกิจอันย่ำแย่ จำต้องรีบแก้ไขเร่งด่วน
ต้นเหตุแห่งปัญหา :
            จากข้อมูลที่ปรากฏ เหตุที่ทำให้การเจรจายังไม่ได้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ ต้องยืดขยายออกไปอีกรอบมาจาก 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกคือ จำนวนเครื่องเสริมสมรรถนะ (centrifuge) ที่อิหร่านเคยประกาศว่าต้องการถึง 190,000 เครื่อง (ปัจจุบันมี 20,000 เครื่อง) ฝ่ายสหรัฐต้องการให้เหลือ 2,000 – 4,000 เครื่อง
            อีกเรื่องคือ สหรัฐต้องการให้ปิดโรงงานที่ฟอร์โดว์ (Fordow) หรือไม่ก็เปลี่ยนไปใช้วัตถุประสงค์อื่น เนื่องจากกังวลว่าเป็นโรงงานที่สร้างอยู่ชั้นใต้หิน มีระบบป้องกันการถูกโจมตีอย่างดี ฝ่ายอิหร่านยืนยันต้องการให้มีเครื่องเสริมสมรรถนะในโรงงานดังกล่าว
            หากวิเคราะห์ให้ไกลกว่านั้น คำถามอยู่ที่สหรัฐกับพวกเชื่ออยู่เสมอว่ารัฐบาลอิหร่านต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำคือเพื่อกลบเกลื่อนการพัฒนา อาวุธนิวเคลียร์และความเข้มแข็งของอิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้าน การนับถือนิกายศาสนาแตกต่างกันทำให้ความขัดแย้งบาดลึก
            ในช่วงการเจรจา วุฒิสมาชิก Ed Royce พรรครีพับลิกัน ประธาน House Foreign Affairs Committee ยังแสดงความเห็นว่าข้อตกลงชั่วคราวเป็นเพียงแผนซื้อเวลา เอื้อให้อิหร่านเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อไป

            หากอิหร่านยินยอมต่อข้อเรียกร้องไม่เหลือโครงการนิวเคลียร์ใดๆ เท่ากับยอมจำนนต่อ “อำนาจนอกรัฐ” ผู้นำจิตวิญญาณ อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Hosseini Khamenei) จึงประกาศว่าอิหร่านจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันของชาติมหาอำนาจ เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่ “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านได้เผชิญแรงกดดันมากมายหลายด้าน ทั้งด้านการเมือง ความมั่นคง การทหาร การคว่ำบาตร ด้วยความมานะพยายามชาติอิหร่านไม่เพียงแต่ทำให้แรงกดดันไม่เป็นผล  ยังสร้างให้เราแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วย” และกล่าวถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของประเทศอิหร่านว่า “เป็นความจริงที่มีช่องว่าง [ความก้าวหน้า] ทางวิทยาศาสตร์กับโลก และยังห่างจากพวกคู่แข่งในภูมิภาค จึงยังจำต้องเร่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เป็น 2 เท่าจนกว่าจะถึงจุดเทียบเท่ากับเกียรติภูมิและฐานะของชาติอิหร่าน”
ล่าสุด หลังขยายข้อตกลงชั่วคราวออกไปอีกเป็น 1 กรกฎาคม 2015 อยาตุลเลาะห์คาเมเนอี กล่าวว่า “ในประเด็นนิวเคลียร์ สหรัฐอเมริกากับประเทศเจ้าอาณานิคมยุโรปร่วมมือกันใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้อิหร่านยอมคุกเข่า แต่พวกเขาไม่สำเร็จและจะไม่มีวันสำเร็จ”
คว่ำบาตรยังดำเนินต่อไป :
            การที่อิหร่านถูกคว่ำบาตรในขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐอ้างว่าเป็นผลมาจากข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ทั้งๆ ที่ทำเกินข้อมติ ที่สำคัญกว่านั้นคือแม้ปราศจากข้อมติก็ใช่ว่าในอนาคตอิหร่านจะไม่ถูกคว่ำบาตร เหตุเนื่องจากแต่ไหนแต่ไรสหรัฐมักกระทำโดยไม่อิงข้อมติใดๆ กระทั่งสวนทางท่าทีของประเทศอื่นๆ ตัวอย่างล่าสุดคือนโยบายต่ออาหรับสปริงที่สหรัฐแทรกแซงกิจการของหลายประเทศโดยปราศจากข้อมติสหประชาชาติ
            ข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธคือ คณะมนตรีความมั่นคงในยุคนี้ยากจะมีข้อสรุปที่ชาติมหาอำนาจเห็นชอบร่วมกัน แต่การไม่มีข้อสรุปร่วมกลายเป็นว่าชาติมหาอำนาจกระทำตามอำเภอใจโดยที่ยากจะมีใครขัดขวาง จึงมีความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะถูกสหรัฐคว่ำบาตรไปเรื่อยๆ โดยหยิบยกข้ออ้างต่างๆ นานาเหมือนที่กระทำในกรณีอื่นๆ และที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้ การคิดว่าจะรอดพ้นจากการคว่ำบาตรจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก
            รัฐบาลอิหร่านอาจตระหนักในเรื่องนี้ แต่ยังคงเรียกร้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด เชื่อว่าสิ่งที่อิหร่านต้องการมากที่สุดคือการประกาศว่าโครงการนิวเคลียร์ทำอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ IAEA ถ้าประเทศใดจะคว่ำบาตรในอนาคตก็เป็นการกระทำฝ่ายเดียวของประเทศนั้น

เปรียบเทียบท่าที 2 พรรค ยุทธศาสตร์ปิดล้อมอิหร่าน:
            สถานการณ์ในขณะนี้คือ รัฐบาลอิหร่านลดขนาดโครงการ และส่วนใหญ่อยู่ในสภาพแช่แข็ง โครงการอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ IAEA รัฐบาลอิหร่านคงไม่แอบดำเนินโครงการอย่างลับๆ ในระยะนี้ การอ้างว่าอิหร่านกำลังจะมีอาวุธนิวเคลียร์ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าจึงไม่สมเหตุผล วิวาทะยั่วยุน่าจะลดน้อยลง
            แต่ข้อเท็จจริงสถานการณ์กลับตรงกันข้าม สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนเรียกร้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร อ้างว่าเพื่อกดดันให้อิหร่านยอมรับเงื่อนไข วุฒิสมาชิก Bob Corker จากพรรครีพับลิกัน “อยากให้รัฐบาลเจรจาต่อไปมากกว่าจะได้ข้อตกลงที่แย่” ซึ่งน่าจะหมายถึงข้อตกลงที่ฝ่ายสหรัฐไม่สามารถควบคุมโครงการนิวเคลียร์อิหร่านได้อย่างเต็มที่ และชี้ว่าต้องเตรียมแผน 2 เช่น “คว่ำบาตรหนักกว่าเดิม” หากการเจรจาล้มเหลว คำพูดของวุฒิสมาชิก Corker ไม่เพียงเอ่ยเรื่องการคว่ำบาตรให้หนักกว่าเดิม ยังแฝงท่าทีต้องการคงการคว่ำบาตรต่อไป
            แนวทางของวุฒิสมาชิก Corker เป็นแนวทางของสมาชิกรัฐสภาฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด แม้จะใช้เพื่อสันติก็ตาม โดยใช้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข แต่ที่ผ่านมารัฐบาลโอบามาเห็นว่าไม่จำต้องทำถึงขนาดนั้น ชี้ว่าหลายประเทศคงไม่ยินดีร่วมมือหากจะทำเช่นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อเรียกร้องดังกล่าวขัดกับสิทธิของอิหร่านที่สามารถมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติดังเช่นนานาประเทศทั่วโลก เป็นเหตุผลที่ฝ่ายอิหร่านหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ว่าประเทศตนมีสิทธิ มีความชอบธรรมที่จะวิจัย มีโครงการเพื่อใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้า ใช้ในทางการแพทย์ จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะถูกบังคับให้ยกเลิกโครงการ

            เมื่อหันมาพิจารณาฝ่ายรัฐบาลสหรัฐ บางในบางมุมอาจตีความว่ารัฐบาลโอบามาเคารพสิทธิของชาวอิหร่านที่จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ เพียงแต่ขอให้รัฐบาลอิหร่านรับผิดชอบต่อสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty) กับข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง ที่สำคัญคือพฤติกรรมของอิหร่านต้องสอดคล้องกับคำพูดที่ว่าไม่ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และเห็นว่าจำต้องให้เวลาแก่รัฐบาลอิหร่านเพิ่มเติม จะไม่เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรระหว่างการเจรจา ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือหลายประเทศผ่อนคลายการคว่ำบาตร แต่รัฐบาลโอบามายังคงมาตรการคว่ำบาตรดังเดิม เป็นการคว่ำบาตรที่สร้างปัญหาแก่อิหร่านจนถึงทุกวันนี้ อัตราเงินเฟ้อยังสูงถึงเกือบร้อยละ 30 ต่อปี
            โดยสรุปแล้ว ดูเหมือนว่ารัฐบาลโอบามามีปัญหาเรื่องคว่ำบาตรอิหร่านน้อยเกินไป ซึ่งน่าจะเป็นจริงถ้าเทียบกับวาทะของพรรครีพับลิกัน แต่เมื่อพิจารณาตามข้อเท็จจริง มาตรการที่รัฐบาลโอบามาใช้ทำให้เศรษฐกิจอิหร่านเกิดปัญหาอย่างหนักแล้วในขณะนี้ เพียงแต่วิธีการนำเสนอดูเหมือน “นุ่มนวลกว่า” “สุภาพกว่า”

            ถ้าวิเคราะห์สถานการณ์โดยมองข้ามเรื่องความแตกต่างระหว่างพรรครีพับลิกันกับเดโมแครต การทำความเข้าใจนโยบายของสหรัฐต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน จำต้องเอ่ยถึงยุทธศาสตร์หลัก จากการวิเคราะห์นโยบาย เหตุการณ์ทั้งหมด พอจะประเมินยุทธศาสตร์ของสหรัฐต่ออิหร่านคือการปิดล้อมอิหร่าน ด้วยการใช้ประเด็นโครงการนิวเคลียร์เป็นเครื่องมือคว่ำบาตรอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขัดขวางไม่ให้เศรษฐกิจฟื้นตัว เศรษฐกิจสังคมอ่อนแอเรื้อรัง บ่อนทำลายให้อ่อนแอจนถึงที่สุด
            นักวิชาการบางคนเห็นว่าสังคมอิหร่านนับวันยิ่งตึงเครียด อันเนื่องจากความยากจน ราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน แม้รัฐบาลจะอุดหนุนสินค้าอุปโภคบริโภคจนขาดดุลหนักก็ตาม
            อย่างไรก็ตาม พึงระลึกว่าในความขัดแย้งมีความร่วมมือ การปิดล้อมเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาว บางช่วงเข้มข้น บางช่วงผ่อนคลาย อีกทั้งดำเนินการผ่านหลายวิธี ไม่ได้อาศัยประเด็นโครงการนิวเคลียร์เพียงอย่างเดียว
            มองจากฝ่ายที่ต้องการปิดล้อม การคว่ำบาตรยืดเยื้อคืออาวุธที่ได้ผลและดีที่สุดในตอนนี้

วิเคราะห์องค์รวม :
            สุนทรพจน์ของประธานาธิบดีโรฮานีในที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติครั้งที่ 69 ประจำปี 2014 กล่าวว่าการบรรลุข้อตกลงสุดท้าย “เป็นโอกาสแก่ประวัติศาสตร์ที่ชาติตะวันตกจะแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ต่อต้านการความก้าวหน้าและการพัฒนาของประเทศอื่นๆ ไม่เลือกปฏิบัติเมื่อประเทศอื่นๆ ดำเนินตามกฎ กฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ” เป็นสารแห่งสันติภาพและความมั่นคงของโลก ชี้ว่าการเจรจาและการเคารพต่อประเทศอื่นๆ เป็นหนทางแก้ไขความขัดแย้ง ไม่ใช่ด้วยการสร้างความขัดแย้งและการคว่ำบาตร
            แต่จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ฝ่ายการเมืองสหรัฐอาจไม่คิดเช่นนั้นและอาจกำลังทำตรงข้าม เช่น เรียกร้องเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร คงการคว่ำบาตรอย่างไม่สิ้นสุด ที่สุดแล้วจะเป็นเช่นไร อนาคตจะเป็นผู้ให้คำตอบ

            ถ้าวิเคราะห์จากมุมอิหร่าน ดังที่วิเคราะห์แล้วว่าสหรัฐอยู่ในฐานะได้เปรียบ การคว่ำบาตรได้ผล ท้ายที่สุดอิหร่านอาจเลือกยอมตามเงื่อนไขของฝ่ายตะวันตก เหลือโครงการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้เพียงพอกับการใช้ผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์เท่านั้น เพียงแต่ต้องบรรลุเงื่อนไขที่อิหร่านต้องการ นั่นคือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด การเจรจาในช่วงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะหากเลยเส้นตาย 1 กรกฎาคม 2015 สหรัฐจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

            โจทย์ที่ยากจะคาดเดาคือไม่รู้ว่าประธานาธิบดีโอบามาจะตัดสินใจอย่างไร ระหว่าง ก) บรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เพื่อเป็นผลงานชิ้นโบว์แดง ข) ขยายข้อตกลงชั่วคราวออกไปเรื่อยๆ เป็นวิธีปฏิเสธตามแบบฉบับของท่าน ค) ท่านอยู่ในภาวะถูกกดดันอย่างหนักจนไม่เป็นตัวของตัวเอง
7 ธันวาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6606 วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/2045814)
----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง: 
ข้อตกลง Joint Plan of Action มีผลชั่วคราว นั่นหมายความว่าอนาคตไม่แน่นอน ถ้ามองในแง่ดีเป็นโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความปรารถนาดีต่อกัน เป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจ และนำสู่การเจรจาขั้นสุดท้าย ถ้ามองในแง่ร้าย การผ่อนคลายการคว่ำบาตรมีผลชั่วคราว รัฐบาลสหรัฐยังคว่ำบาตรต่อไป ข้อตกลงชั่วคราวกลายเป็นเครื่องมือที่ประเทศคู่เจรจาใช้กดดันอิหร่าน
บรรณานุกรม :
1. AEOI Chief: Iran to Start Voluntary Suspension of Enrichment in Fordo, Natanz Today. (2014, January 19). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13921030000506
2. Agreement on issues, differences on details. (2014, November 26). The Japan News/AP. Retrieved from http://the-japan-news.com/news/article/0001745015
3. Dargie, Richard. (2008). Iran.USA:  Arcturus Publishing.
4. Khamenei says West will not defeat Iran. (2014, November 25). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2014/11/25/Khamenei-says-West-will-not-defeat-Iran.html
5. Morello, Carol., & DeYoung, Karen. (2014, November 24). Iran nuclear talks extended for 7 months amid impasse ahead of deadline. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/at-deadline-iran-nuclear-talks-shift-to-efforts-at-keeping-negotiations-alive/2014/11/24/96e05284-73d0-11e4-a5b2-e1217af6b33d_story.html
6. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California Press.
7. Peaceful N-Decision Final. (2006, 28 August). Iran Daily. http://www.iran-daily.com/1385/2647/html/)
8. President Addresses UN General Assembly on Terrorism, Iran's N. Issue. (2014, September 25). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930703001044
9. The White House. (2013, September 24). Remarks by President Obama in Address to the United Nations General Assembly. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/24/remarks-president-obama-address-united-nations-general-assembly
10. The White House. (2014, November 24). Press Briefing by Press Secretary Josh Earnest. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/11/24/press-briefing-press-secretary-josh-earnest
11. Wilner, Michael. (2014, July 20). Israel resigned to four more months in global diplomatic effort with Iran. The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Diplomacy-and-Politics/Israel-resigned-to-four-more-months-in-global-diplomatic-effort-with-Iran-363495
--------------------------------

โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน การเจรจาขั้นสุดท้ายที่ต้องดำเนินต่อไป (1)

ทันทีที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี นายฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ประธานาธิบดีอิหร่านประกาศขอเปิดเจรจาประเด็นโครงการนิวเคลียร์กับชาติตะวันตกทันที พร้อมกับยืนยันว่า “โครงการนิวเคลียร์อิหร่านเป็นโครงการระดับชาติ... จะไม่ยอมยกเลิกสิทธิ์การใช้นิวเคลียร์โดยเด็ดขาด” และจะให้โครงการดำเนินภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ต่างชาติยกเลิกการคว่ำบาตรอิหร่าน
            เป้าหมายของประธานาธิบดีโรฮานีชัดเจน คือ ยังจะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ต่อไป อิหร่านมีสิทธิ์ใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติเฉกเช่นบรรดาประเทศทั้งหลาย เป็นไปตามกฎหมายระเบียบระหว่างประเทศ ดังนั้น อิหร่านไม่สมควรถูกคว่ำบาตร ไม่ว่าจะโดยข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ หรือจากประเทศใดๆ
การคว่ำบาตรและผลกระทบ :
            การที่รัฐบาลโรฮานีให้ความสำคัญกับการเจรจาเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐกับพันธมิตรได้ผล ฝ่ายสหรัฐออกมาตรการหลายชุด หนึ่งในชุดที่สำคัญคือมาตรการเมื่อเดือนธันวาคม 2011 ประเทศใดที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับอิหร่านอาจถูกสหรัฐกีดกันด้วยข้อจำกัดต่างๆ ประเทศทั้งหลายจึงต้องเลือกว่าจะทำการค้ากับอิหร่านหรือกับสหรัฐ นอกจากนี้ พันธมิตรสหรัฐหลายประเทศโดยเฉพาะอียูผู้นำเข้าน้ำมันอิหร่านช่วยกันคว่ำบาตร
            ผลกระทบชัดเจนมาก กำไรจากน้ำมันซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศลดลงเกือบครึ่ง (สินค้าน้ำมันคิดเป็นมูลค่าการส่งออกเกือบร้อยละ 80 ของประเทศ) ในปี 2013 นายโกเลม เรซา คาเท็บ ประธานคณะกรรมการงบประมาณรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า 9 เดือนที่ผ่านมาการส่งออกน้ำมันลดลงร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ถ้าคิดเป็นกำไรจะลดลงราวร้อยละ 45 และส่งผลให้ค่าเงินเรียล (Rial) ของอิหร่านตกฮวบจาก 10,500 เรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 18,000 เรียล ค่าเงินที่อ่อนตัวมากทำให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงถึงร้อยละ 30 กระทบต่อราคาสินค้าภายในประเทศ
            ข้อมูลล่าสุด ศูนย์สถิติแห่งชาติอิหร่าน (The Statistical Center of Iran) รายงานอัตราเงินเฟ้อรอบ 1 ปี ระหว่างวันที่ 22 มิถุนายน 2013 – จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2014 (ตามปฏิทินอิหร่าน) อยู่ที่ร้อยละ 26.2 ลดลง 2.2 จุดเมื่อเทียบกับปีก่อน Ali Tayyebnia รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจ (Finance and Economic Affairs Minister) ตั้งเป้าจะลดอัตราเงินเฟ้อให้เหลือเลขหลักเดียวและกำลังปัญหา
            อัตราเงินเฟ้อที่ยังสูงถึงเกือบร้อยละ 30 ลดลงเพียง 2-3 จุด ชี้ว่าปัญหาเศรษฐกิจยังรุนแรง จำต้องแก้ไขเร่งด่วน

ผลการเจรจารอบแรกได้ข้อตกลงชั่วคราว :
            เมื่อรัฐบาลอิหร่านขอเปิดเจรจา ฝ่ายสหรัฐย่อมไม่อาจปฏิเสธ อีกทั้งการเจรจาอยู่ภายใต้กรอบเดิมที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2009 หรือที่เรียกว่ากรอบ ‘P-5+1’ ประกอบด้วยสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงทั้ง 5 ชาติ (อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย สหรัฐ) และเยอรมนี ประเทศเหล่านี้มีความสำคัญต่อการลงมติในคณะมนตรีความมั่นคงและเป็นคู่ค้าสำคัญของอิหร่าน
            ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวในเชิงหลักการว่าจะเคารพสิทธิของชาวอิหร่านที่จะใช้พลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติ และขอให้รัฐบาลอิหร่านรับผิดชอบต่อสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty) กับข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง จุดยืนของรัฐบาลโอบามาที่เปิดเผยคือโครงการนิวเคลียร์จะต้องเปิดเผยโปร่งใส ได้รับการตรวจสอบติดตาม การเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมจะต้องอยู่ในระดับต่ำสุดทั้งเชิงคุณภาพกับปริมาณ จนไม่มีโอกาสนำไปผลิตเป็นอาวุธและขอให้ปิดโรงงานฟอร์โดว์ (ตั้งอยู่ใต้ภูเขาและปรับสภาพให้แข็งแรงทนต่อการโจมตี)
            ผลการเจรจารอบแรกเป็นไปด้วยดี รัฐบาลอิหร่านกับ 6 ชาติคู่เจรจาบรรลุข้อตกลงชั่วคราว (หรือที่เรียกว่า Joint Plan of Action) มีอายุ 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 19 กรกฎาคม 2014 ภายใต้ข้อตกลงนี้อิหร่านยอมที่จะยุติเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่มีความเข้มข้นตั้งแต่ร้อยละ 5 ส่วนที่มีอยู่ก็จะกำจัดหรือแปรสภาพ และจะไม่ติดตั้งเครื่องแยกสาร (centrifuge) เพิ่มอีก เว้นแต่การซ่อมแซมส่วนที่ชำรุด
            ด้านสหภาพยุโรปจะระงับการคว่ำบาตรชั่วคราว และให้การเจรจาดำเนินต่อไปจนได้ข้อตกลงฉบับสมบูรณ์เพื่อให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะใช้ในทางสันติเท่านั้น
            ประเด็นสำคัญคือ ข้อตกลง Joint Plan of Action มีผลชั่วคราว มีกำหนดอายุ นั่นหมายความว่าอนาคตไม่แน่นอน ถ้ามองในแง่ดีเป็นโอกาสที่ต่างฝ่ายต่างแสดงความปรารถนาดีต่อกัน เป็นกระบวนการสร้างความไว้วางใจ และนำสู่การเจรจาขั้นสุดท้าย ถ้ามองในแง่ร้าย การผ่อนคลายการคว่ำบาตรมีผลชั่วคราว รัฐบาลสหรัฐยังคว่ำบาตรต่อไป จึงยากจะจูงใจให้ต่างชาติคิดเข้ามาลงทุนในอิหร่านอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริษัทขนาดกลางและเล็ก เว้นแต่บางประเทศที่ไม่ยอมอยู่ใต้อิทธิพลชาติตะวันตก เช่น จีน รัสเซีย

            ก่อนกำหนดสิ้นสุดข้อตกลงชั่วคราว 6 เดือนแรก อิหร่านกับคู่เจรจาได้ยืดขยายข้อตกลงชั่วคราว ไปเป็นกำหนดสิ้นสุดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเมื่อใกล้ถึงกำหนดเส้นตายก็ประกาศเลื่อนกำหนดเส้นตายเป็นวันที่ 1 กรกฎาคมปีหน้า เท่ากับเลื่อนจากกำหนดเส้นตายเดิมอีก 7 เดือน จากนี้ไปอีก 7 เดือนจึงยังอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงชั่วคราว สถานการณ์ดูเหมือนน่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับก่อนมีข้อตกลงชั่วคราว แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น
            ข้อตกลงชั่วคราวกลายเป็นเครื่องมือที่ประเทศคู่เจรจาสามารถใช้กดดันอิหร่าน

อิหร่านยืนกราน อิสราเอลเล่นแง่ :
            ประธานาธิบดีโรฮานีให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์อเมริกา ยืนยันว่ารัฐบาลของเขาไม่ต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ “เราขอกล่าวอีกครั้งว่าไม่มีสถานการณ์ใดที่ทำให้เราต้องการอาวุธอำนาจทำลายร้ายแรงทุกชนิด รวมทั้งนิวเคลียร์ และจะไม่มีวันต้องการ” ยอมรับว่าอิหร่านได้รับความยากลำบากอันเนื่องจากการคว่ำบาตรที่สหรัฐเป็นแกนนำ และยืนยันว่า “แสวงหาเทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางสันติ”
            ในอีกวาระหนึ่ง ประธานาธิบดีโรฮานีตั้งเงื่อนไขเจรจาว่า “สหรัฐต้องไม่แทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ยอมรับสิทธิของอิหร่านทุกอย่างรวมทั้งเรื่องนิวเคลียร์ สหรัฐควรยกเลิกมาตรการคว่ำบาตเพียงฝ่ายเดียวที่กระทำต่ออิหร่าน" และ “การพูดคุยกับสหรัฐจะต้องตั้งอยู่บนการเคารพนับถือและยึดหลักผลประโยชน์ร่วมกัน” “อย่างไรก็ตาม เราจะไม่พยายามทำให้เกิดความตึงเครียดเพิ่มขึ้น... 2 ประเทศควรคิดถึงอนาคตและพยายามแก้ไขอดีต”
            คำพูดดังกล่าวต้องการยืนยันซ้ำว่าโครงการนิวเคลียร์มีเพื่อใช้ในทางสันติ และเป็นการยืนยันไปในตัวว่าที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด อิหร่านไม่เคยต้องการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ดังที่บางประเทศกล่าวหา อิหร่านไม่เคยกล่าวเท็จต่ออเมริกาหรือประชาคมโลกในเรื่องนี้ ดังนั้น จึงไม่สมควรที่อิหร่านจะถูกคว่ำบาตร

            จุดที่เป็นปัญหาคือบางประเทศเชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ ในเรื่องนี้อิสราเอลแสดงท่าทีขึงขังมากที่สุด
            Yuval Steinitz รัฐมนตรีกระทรวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations Minister) กล่าวว่าอุตสาหกรรมนิวเคลียร์อิหร่านในปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าของเกาหลีเหนือกับปากีสถาน ถ้าโครงการติดตั้งเครื่องแยกสาร 54,000 เครื่องที่ศูนย์นิวเคลียร์เมือง Natanz สำเร็จเมื่อไรจะทำให้พวกเขาสามารถผลิตระเบิดนิวเคลียร์ได้ปีละ 20-30 ลูก
            อิสราเอลให้เหตุผลว่าอิหร่านต้องการมีนิวเคลียร์เพื่อสนับสนุนการปฏิวัติอิสลามในที่ต่างๆ บ่อนทำลายประเทศในภูมิภาค สนับสนุนการก่อการร้าย หวังเป็นมหาอำนาจของภูมิภาค ทั้งยังเชื่อว่าหากอิรักมีอาวุธนิวเคลียร์ก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1991 สหรัฐจะไม่กล้าบุกอิรัก นี่เป็นอีกเหตุผลที่อิหร่านต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ทางการอิสราเอลยังเตือนสหรัฐว่าการโจมตีอิสราเอลเป็นเพียงแผนขั้นแรกของอิหร่านเท่านั้น เพราะที่สุดแล้วจะต้องทำลายสหรัฐที่เป็น Great Satan
            และหากอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์จะทำให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ทำให้ภูมิภาคไร้ความมั่นคง
            นักวิชาการบางคนเชื่อว่าแนวคิดการปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเป็นเรื่องจริง ดังนั้น อิสราเอลไม่ใช่เป้าหมายเดียวของอิหร่านเท่านั้น แต่คือทั้งภูมิภาคหรือทั่วโลก

            รัฐบาลอิสราเอลเชื่อว่าเป้าหมายเฉพาะหน้าของอิหร่านคือต้องการเดินเครื่องเสริมสมรรถนะต่อไป รักษาศักยภาพที่จะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ อิสราเอลจึงเรียกร้องให้อิหร่านยกเลิกโครงการทั้งหมดโดยสิ้นเชิง รัฐบาลอิสราเอลยึดว่าตราบใดที่อิหร่านยังเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ อิสราเอลจะมองอิหร่านว่าเป็นศัตรู โดยไม่สนใจว่าเป็นโครงการเพื่อใช้ในทางสันติหรือไม่ ไม่สนใจสิทธิ์ใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ เช่น ใช้ผลิตไฟฟ้าและในทางการแพทย์
            ข้อเรียกร้องของอิสราเอลจึงเกินเงื่อนไขกฎหมายระหว่างประเทศ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
นโยบายอันแข็งกร้าว เร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์อย่างเต็มกำลังในสมัยของอดีตประธานาธิบดี มาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) อาจเป็นเหตุผลช่วยให้อิหร่านรอดพ้นอันตรายในยุคนั้น เมื่อกองทัพสหรัฐนับแสนนายตั้งมั่นในอิรัก แต่ผลที่ตามมาคือทำให้โครงการนิวเคลียร์อิหร่านเป็นที่สงสัย มีประเด็นที่อธิบายไม่ได้ จนคณะมนตรีความมั่นคงมีข้อมติคว่ำบาตร (ซึ่งหมายถึงรัสเซียกับจีนเห็นชอบด้วย) เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจสังคมอิหร่านอย่างรุนแรง การเข้ามาของประธานาธิบดีโรฮานีก็เพื่อแก้ไขปัญหาอันสืบเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน ประเด็นยกเลิกการคว่ำบาตรเป็นโจทย์ใหม่ที่ทางการอิหร่านให้ความสำคัญมากที่สุด และกลายเป็นจุดที่ฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเครื่องมือเล่นแง่ กดดันอิหร่านในขณะนี้
การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงคือภารกิจเฉพาะหน้า หากอิหร่านประสบผลสำเร็จจะกลับสู่ประเด็นเดิม เรื่องยืนยันสิทธิ์การใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ (วิเคราะห์ในตอนหน้า) เมื่อพิจารณาร่วมกับบริบทแวดล้อมย่อมต้องสรุปว่าไม่จบง่ายๆ แน่นอน
30 พฤศจิกายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6599 วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2557)
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
ในมุมมองของอิสราเอล การขจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่านจะต้องควบคุมโครงการอิหร่านอย่างสมบูรณ์ ไม่ปล่อยให้มีโอกาสผลิตอาวุธได้แม้แต่น้อย เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าวรัฐบาลอิสราเอลพร้อมที่จะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดสิทธิอันพึงมีของอิหร่าน อาศัยแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ อิทธิพลของสหรัฐ กดดันให้อิหร่านยอมกระทำตามความต้องการของตน
การคว่ำบาตรจากสหรัฐกับพันธมิตรต่อโครงการนิวเคลียร์อิหร่านพิสูจน์แล้วว่าได้ผล เศรษฐกิจสังคมอิหร่านได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีโรฮานีชนะการเลือกตั้ง และมาพร้อมกับนโยบายสานสัมพันธ์ที่ดีกับทุกประเทศ เร่งเจรจาแก้ปัญหาการคว่ำบาตร การเจรจาจึงเป็นเรื่องสำคัญ กำหนดอนาคตอิหร่านและภูมิภาคตะวันออกกลาง
อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์มาหลายทศวรรษแล้ว สมัยของอาห์มาดินาจาดเป็นช่วงที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุให้ชาติตะวันตกคว่ำบาตร ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจ แต่ไม่ใช่ทุกรัฐบาลที่กระทำเช่นเดียวกันนี้ ขึ้นกับเหตุผลเบื้องหลัง บริบทแวดล้อมอื่นๆ 
8 ปีของการพัฒนานิวเคลียร์ภายใต้สมัยประธานาธิบดีอาห์มาดีเนจาด เป็นช่วงเวลาที่โครงการนิวเคลียร์มีความก้าวหน้ามาก ก่อทั้งผลดีผลเสียต่ออิหร่านชัดเจน แม้จะยังไม่สามารถสร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์สำเร็จตามเป้า แต่ได้บรรลุเป้าหมายบางอย่างแล้ว
5. โครงการนิวเคลียร์อิหร่านการเจรจาขั้นสุดท้ายที่ต้องดำเนินต่อไป (2)
สมาชิกรัฐสภาฝ่ายที่ต้องการให้อิหร่านละทิ้งโครงการนิวเคลียร์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมด ใช้การคว่ำบาตรอย่างรุนแรงเพื่อกดดันให้รัฐบาลอิหร่านยอมรับเงื่อนไข การเจรจาในช่วงนี้เป็นจุดสำคัญ เพราะหากเลยเส้นตาย 1 กรกฎาคม 2015 สหรัฐจะเข้าสู่ช่วงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี โครงการนิวเคลียร์อิหร่านจะกลายเป็นหนึ่งในประเด็นหาเสียงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์จะซับซ้อนยิ่งกว่าที่เป็นอยู่
6. นิวเคลียร์อิหร่าน ภาพหลอนเนทันยาฮู (Ookbee)
รัฐบาลอิสราเอลพูดอยู่เสมอว่าอิหร่านใกล้จะประสบความสำเร็จในการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เป้าหมายคือทำลายล้างอิสราเอล แม้อิหร่านกับชาติมหาอำนาจ 6 ประเทศที่เรียกว่ากลุ่ม P-5+1 ได้ข้อตกลงฉบับชั่วคราวและเมื่อต้นเดือนเมษาที่ผ่านมาได้ร่างข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ นายกฯ เนทันยาฮูยังเชื่อเช่นเดิม สวนทางความจริงที่ว่า ทุกวันนี้โครงการฯ ของอิหร่านหดตัว อยู่ภายใต้การตรวจตราของ IAEA ซึ่งได้พิสูจน์ชัดแล้วว่าโครงการฯ ในขณะนี้มีเพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น ความเข้าใจของนายกฯ เนทันยาฮูจึงกลายเป็นภาพหลอนที่คอยหลอกลอนให้หลายคนเชื่อเช่นนั้น
สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป
บรรณานุกรม :
1. Corsi, Jerome R. 2009. Why Israel Can't Wait: The Coming War Between Israel and Iran. New York: Threshold Editions.
2. Green light for S.Korea’s trade with Iran. (2014, January 22). Tehran Times. Retrieved from http://tehrantimes.com/economy-and-business/113601-green-light-for-skoreas-trade-with-iran
3. Iran, major powers to start implementing Geneva nuclear deal on Jan. 20. (2014, January 12). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/113395-iran-major-powers-to-start-implementing-geneva-nuclear-deal-on-jan-20
4. Iranian govt. aiming for single-digit inflation: fin min. (2014, July 20). Tehran Times. Retrieved from http://tehrantimes.com/economy-and-business/117156-iranian-govt-aiming-for-single-digit-inflation-fin-min
5. Iranian president Hassan Rouhani vows never to seek nuclear weapons. (2013, September 19). ABC News/Reuters/AFP. Retrieved from http://www.abc.net.au/news/2013-09-19/irans-rouhani-vows-to-never-seek-nuclear-weapons/4967706
6. Israel pushes world not to be deceived by Rouhani as he takes 'charm offensive' to US airwaves. (2014, September 19). The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Diplomacy-and-Politics/Israel-pushes-world-not-to-be-deceived-by-Rouhani-as-he-takes-charm-offensive-to-US-airways-326582
7. Jentleson, Bruce W. (2010). American Foreign Policy: The Dynamics of Choice in the 21st Century, (4th Ed.). N.Y.: W. W. Norton & Company.
8. Recognizing nuclear rights precondition for U.S. talks: Iran's president-elect. (2013, June 18). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/world/2013-06/18/c_124868463.htm
9. Steinitz: S-300s sold to Syria may end up in Iran. (2013, June 4). The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Middle-East/Steinitz-S-300s-sold-to-Syria-may-end-up-in-Iranian-hands-315406
10. The White House. (2013, September 24). Remarks by President Obama in Address to the United Nations General Assembly. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/09/24/remarks-president-obama-address-united-nations-general-assembly 24 September 2013
----------------------------