ถ้าครั้งนี้คือ 9/11 ของอิสราเอล

 เป้าหมายคงไม่ใช่แค่กวาดล้างพวกฮามาสเท่านั้น เป็นไปได้ว่าอิสราเอลอาจใช้สงครามจัดระเบียบตะวันออกกลาง หรือฝ่ายสหรัฐใช้โอกาสครั้งนี้จัดระเบียบตะวันออกกลาง

7 ตุลาคม 2023 กองกำลังฮามาสจากฉวนกาซาราว 2,500 นายบุกโจมตีอิสราเอลหลายทิศทาง สังหารคนในอิสราเอลราว 1,400 รายพร้อมจับตัวประกัน 200-250 คน นักวิชาการบางคนตีความว่าความรุนแรงกับการสูญเสียของวันนั้นไม่ด้อยกว่าเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2001 เมื่อผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินพาณิชย์พุ่งชนตึกแฝดของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11 ของสหรัฐ ครั้งนี้เป็น 9/11 ของอิสราเอล (Israel’s 9/11) บางคนตีความทันทีว่าความสัมพันธ์อิสราเอล-ฮามาสถึงจุดเปลี่ยนแล้ว 

ย้อนรอยเหตุการณ์ 9/11:

เหตุวินาศกรรมก่อการร้ายเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 เครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่สี่ลำของสหรัฐถูกผู้ก่อการร้ายจี้ ในจำนวนนี้สองลำพุ่งเข้าชนตึกแฝดของเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (World Trade Center) ในนครนิวยอร์ก อีกลำพุ่งเข้าชนสำนักงานใหญ่กระทรวงกลาโหมหรือที่เรียกกันว่าตึกเพนตากอนในกรุงวอชิงตัน ส่วนลำที่สี่คาดว่าจะพุ่งชนทำเนียบขาวแต่เนื่องจากผู้โดยสารต่อสู้เครื่องจึงตกลงในพื้นที่ว่างเปล่าไม่ได้ชนถูกอะไร นักวิชาการส่วนหนึ่งเห็นว่าตึกแฝดสูง 1,300 ฟุตเป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยม การทำลายตึกเป็นการแสดงออกว่าต่อต้านทุนนิยม 

ในครั้งนั้นประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช  (George W. Bush) กล่าวว่าผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีคือกลุ่มอัลกออิดะห์ (Al Qaeda) ของอุซามะห์ บินลาดิน หรือโอซามา บินลาเดน (Osama Bin Laden) จึงสั่งโจมตีอัฟกานิสถาน โค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน (Taliban) ที่สนับสนุนและให้ที่พักพิงแก่อัลกออิดะห์ ปฏิบัติการโค่นล้มรัฐบาลตาลีบันประสบความสำเร็จด้วยดี สถาปนารัฐบาลอัฟกานิสถานใหม่ภายใต้การนำของนายฮามิด การ์ไซ (Hamid Karzai) ตามด้วยการทำสงครามโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซนแห่งอิรัก

แต่หลังสงครามใหญ่น้อยทั้งในอิรัก อัฟกานิสถานและที่ต่างๆ อัลกออิดะห์กับพลพรรคที่เกี่ยวข้อง เช่นตาลีบันยังคงอยู่ พร้อมจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง มีข้อมูลว่าผู้ก่อการร้ายไอซิส (ISIL/ISIS/IS) พัฒนามาจากอัลกออิดะห์ ทุกวันนี้ตาลีบันยังอยู่ซ้ำยังกลับมาปกครองอัฟกานิสถานด้วย

มีข้อสังเกตว่าด้วยเหตุร้ายที่เกิดกับสหรัฐครั้งนั้น รัฐบาลบุชถึงกับส่งกองทัพนับแสนบุกอัฟกานิสถานกับอิรัก ผลคือรัฐบาลสหรัฐกระชับอำนาจในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระชับระเบียบโลกอีกรอบ ประกาศว่าทุกประเทศที่ช่วยเหลือหรือไม่ร่วมต่อต้านก่อการร้ายเป็นศัตรู

ถ้าครั้งนี้คือ 9/11 ของอิสราเอล:

Zbigniew Brzezinski ที่ปรึกษาความมั่นคงของประธานาธิบดีจิมมี คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) กล่าวในปี 1988 อย่างน่าสนใจว่า “ฮามาสคือผลิตผลของอิสราเอล” อันหมายถึง ชาวกาซาที่สุดจะอดทน ลุกขึ้นจับอาวุธเท่าที่หาได้สู้กองทัพอิสราเอลทั้งๆ ที่ไม่น่าจะชนะ ยินดีเอาชีวิตเข้าเสี่ยงแต่ไม่ขอยอมอยู่ภายใต้การกดขี่ รวมทั้งเป็นระเบิดพลีชีพมุ่งโจมตีคนไม่เลือกหน้า ด้วยเหตุนี้หลายประเทศจึงตีตราว่ากลุ่มฮามาสคือองค์กรก่อการร้าย รัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐปฏิบัติต่อกลุ่มดังกล่าวดังเช่นปฏิบัติต่อผู้ก่อการร้ายอื่นๆ อย่างอัลกดอิดะห์ ไอซิส (ISIL/ISIS/IS) สงครามฮามาส-อิสราเอลครั้งนี้นักวิชาการทั้งฝ่ายอิสราเอลกับตะวันตกบางคนตีความว่าปฏิบัติการของฮามาสเทียบได้กับเหตุก่อการร้ายเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เมื่อวันที่ 11 กันยา 2001 (เหตุ 9/11)

ด้านนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) เปรียบเทียบฮามาสเลวร้ายกว่าพวกไอซิส ย้ำว่าต้องไม่เกิดเหตุพวกฮามาสบุกเข้าอิสราเอลอีกต่อไป อิสราเอลจะคว่ำบาตรทุกประเทศผู้ให้ที่พักพิงแก่ฮามาส สังเกตคล้ายกับ “รัฐบาลสหรัฐประกาศว่าทุกประเทศที่ช่วยเหลือหรือไม่ร่วมต่อต้านก่อการร้ายเป็นศัตรู”

ไม่ว่าจะเทียบกับผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์หรือไอซิสกำลังชี้ว่าการตอบโต้ของอิสราเอลเหมาะสมชอบธรรม พวกเขาคือผู้ก่อการร้ายที่ต้องปราบปรามให้สิ้น

ความอีกตอนหนึ่งนายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าสงครามเริ่มแล้ว อิสราเอลถูกฮามาสโจมตีโดยไม่รู้ตัว ขอให้คนอิสราเอลทั้งหมดออกจากเมืองกาซาทันที อิสราเอลจะลงมือต่อทุกจุดและด้วยกำลังทุกอย่าง รัฐบาลจะทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

ย้ำตั้งแต่ต้นว่าการปราบฮามาสไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จะชนะในที่สุด

สมัยเหตุวินาศกรรม 9/11 รัฐบาลสหรัฐประกาศทำศึกระยะยาวกับผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์นานหลายปี รวมถึงการทำสงครามกับอัฟกานิสถาน ล้มล้างรัฐบาลซัดดัมแห่งอิรัก มารอบนี้อิสราเอลคงใช้ยุทธศาสตร์เดียวกัน อันหมายถึงกวาดล้างระบอบฮามาสและเล่นงานฝ่ายที่สนับสนุนฮามาสทั่วโลกด้วยวิธีการต่างๆ (ไม่จำต้องใช้กำลังทหารเสมอไป) 

ข้ออ้างโจมตีฮิซบอลเลาะห์กับอิหร่าน:

ถ้ายึดแนวทางข้างต้นอิสราเอลสามารถเปิดศึกทำสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ในประเทศเลบานอน และอาจไปไกลถึงอิหร่านผู้สนับสนุนรายใหญ่ของฮามาสกับฮิซบอลเลาะห์ ขึ้นกับว่ารัฐบาลเนทันยาฮูจะตัดสินใจอย่างไร นับจากนี้อิสราเอลสามารถโจมตีอิหร่านโดยไม่ต้องอ้างโครงการนิวเคลียร์อิหร่านอีกต่อไป

หรืออาจไม่ต้องวิเคราะห์ตีความให้มากมายหากอิหร่านโจมตีอิสราเอลหรือกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางโดยตรง ข้อหลังนี้พูดกันมากแต่จนบัดนี้รัฐบาลไบเดนชี้ว่าไม่เป็นเช่นนั้น ข่าวเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยยังไม่พบหลักฐานผู้นำสูงสุดอิหร่านอิหม่ามคาเมเนอีออกคำสั่งให้กองกำลังต่างๆ โจมตีสหรัฐ หลังฐานที่มั่นสหรัฐหลายแห่งทั้งในอิรักกับซีเรียโดนโจมตีหลายครั้ง เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าเป็นฝีมือของกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง กองกำลังเหล่านี้ก่อเหตุเป็นระยะ

ไม่ว่าความเข้าใจของทางการสหรัฐจะถูกต้องหรือไม่ ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่าสหรัฐยังไม่คิดรบโดยตรงกับอิหร่านตอนนี้ อาจตีความได้ว่ารัฐบาลไบเดนยังยับยั้งชั่งใจหรืออยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม แต่ไม่อาจปฏิเสธว่ากองกำลังที่กำลังโจมตีอิสราเอลกับสหรัฐในตะวันออกกลางจำนวนมากได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สหรัฐจะจัดการกองกำลังเหล่านี้อย่างไร

ทั้งยังเตือนอิหร่านอย่าขยายความรุนแรง ย้ำกองเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ชุดที่อยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียลใกล้อิสราเอลพร้อมป้องกันและโจมตีโต้กลับ 

ข่าวนี้ตรงกับข่าวสหรัฐติดตั้ง THAAD (Terminal High Altitude Area Defense) ระบบป้องกันขีปนาวุธชั้นเลิศใกล้อิสราเอล คาดว่าน่าจะเพื่อสกัดขีปนาวุธอิหร่านที่ยิงไกลกว่าพันกิโลถึงอิสราเอล อีกทั้งสามารถยิงโจมตีพร้อมกันหลายลูก ตอนนี้อิสราเอลเผชิญศึกรอบทิศ กองทัพอิสราเอลมีงานล้นมืออยู่แล้ว เหลือแต่อิหร่านจะเข้ารบโดยตรงเท่านั้น 

ล่าสุดทหารสหรัฐปะทะกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลังในซีเรีย ทางการสหรัฐชี้ว่ากองกำลังนี้สัมพันธ์กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guards Corps: IRGC) ของอิหร่าน ได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธ สิ่งของ เงินทอง ทั้งนี้สหรัฐใช้วิธีโจมตีตอบโต้เฉพาะจุดเพื่อป้องกันตัวเอง ไม่หวังปะทะในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม ต้องตระหนักว่าทั้งรัฐบาลสหรัฐ อิสราเอลและอิหร่านต่างมีความยับยั้งชั่งใจ สงครามใหญ่ไม่เกิดง่ายๆ อาจเป็นเพียงสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาสและกองกำลังที่อยู่รอบประเทศอิสราเอล การโจมตีฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางไม่นำสู่การรบโดยตรงกับอิหร่าน

ย้อนมองภาพรวมยาวๆ นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าเหตุ 9/11 เป็นผลดีต่อสหรัฐ เอื้อให้ขยายอิทธิพลในประเทศอื่นๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง อัฟกานิสถาน ถ้าหากผู้ก่อการร้ายหวังผลบั่นทอนสหรัฐผลที่ได้คือกลับตรงข้าม รัฐบาลบุชใช้โอกาสดังกล่าวแผ่ขยายอิทธิพลทั่วโลก ด้วยการประกาศว่าประเทศที่ให้แหล่งพักพิงมีความผิดเท่ากับผู้ก่อการร้าย จะถือว่าประเทศนั้นเป็นศัตรูหากไม่ร่วมมือต้านผู้ก่อการร้าย หลายปีในช่วงนั้นหน่วยปฏิบัติการพิเศษ เครื่องบินโดรนสหรัฐโจมตีผู้ก่อการร้ายในหลายประเทศ ไม่มีใครห้ามได้

ตามแนวคิดนี้หากเทียบกับสงครามฮามาส-อิสราเอลน่าติดตามว่าเป้าหมายคงไม่ใช่แค่กวาดล้างพวกฮามาสเท่านั้น เป็นไปได้ว่าอิสราเอลอาจใช้สงครามนี้จัดระเบียบตะวันออกกลาง หรือฝ่ายสหรัฐใช้โอกาสครั้งนี้จัดระเบียบตะวันออกกลาง เพื่อรักษาอิทธิพลกับผลประโยชน์ของตนที่มากกว่าฉนวนกาซาหรือฮามาส 

29 ตุลาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9845 วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2566)

---------------


บรรณานุกรม :

1. Baudrillard, Jean. (2003). The Spirit of Terrorism. UK: Verso. 

2. Countries that harbor Hamas must be sanctioned, Netanyahu says. (2023, October 16). Jpost. Retrieved from https://www.jpost.com/israel-news/article-768367

3. Ellis, James O. (2011). The Impact of 9/11 on U.S. Foreign Policy. In The 9/11 encyclopedia. (2nd Ed. pp.1-4). USA: ABC-CLIO, LLC.

4. ‘Israel’s 9/11’: Political analysts react to deadly Hamas attack. (2023, October 21). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2023/10/08/israels-9/11-political-analysts-react-to-deadly-hamas-attack.html

5. Netanyahu: Gazans’ should flee, IDF to revenge ‘black day’. (2023, October 7). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/arab-israeli-conflict/article-763179

6. No direct Iran order for proxies to attack US troops in Middle East- Pentagon. (2023, October 23). J Post. Retrieved from https://www.jpost.com/breaking-news/article-769815

7. US warns Iran against escalation, boosts military readiness, pulls some Iraq staff. (2023, October 23). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/us-amps-up-military-readiness-in-mideast-warns-iran-pulls-some-iraq-embassy-staff/

8. Yes, This Is Israel’s 9/11. (2023, October 9). The Intercept. Retrieved from https://theintercept.com/2023/10/09/israel-hamas-september-11/

-----------------


ทำไมต้องระเบิดโรงพยาบาลกาซา

 ถ้าโรงพยาบาลเป็นศูนย์ลับที่ทำให้ฝ่ายเราบาดเจ็บล้มตายก็อาจต้องทำลายมันเสียเพราะฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเครื่องมือสงคราม ความรุนแรงจากสงครามฮามาส-อิสราเอลกำลังขยายตัว


โศกนาฎกรรมเหตุระเบิดโรงพยาบาล al-Ahli Baptist Hospital ในฉนวนกาซา หนึ่งในโรงพยาบาลสำคัญก่อตั้งโดยโบสถ์คริสต์ได้ถูกทำลายราบพร้อมกับ 500 ชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เป็นข่าวเศร้าสลดที่หลายคนทั่วโลกสนใจ 

รัฐบาลตุรเคีย (หรือตุรกี) ประกาศลดธงชาติครึ่งเสาเป็นเวลา 3 วันทั่วประเทศเพื่อไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดโรงพยาบาลกาซา ประธานาธิบดีเรเจพ ทายยิพ แอร์โดกาน (Recep Tayyip Erdogan) กล่าวว่าหัวใจของพวกเราประเทศตุรเคียเจ็บปวดอย่างยิ่งต่อพี่น้องปาเลสไตน์ของเรา ขอไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วันแด่ผู้เสียชีวิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กกับพลเรือนผู้บริสุทธิ์ 

ตุรเคียเป็นอีกประเทศที่ลดธงชาติครึ่งเสาแสดงจุดยืน การมีส่วนร่วมกับชาวปาเลสไตน์

เหตุระเบิดโรงพยาบาลกาซากลายเป็นที่ถกเถียงกันทั่ว มีจุดที่น่าคิดดังนี้ ...

อาวุธฮามาสหรืออิสราเอล:

เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่าต้นเหตุจากจรวดที่ทำงานผิดพลาดโดยฝ่ายตรงข้ามอิสราเอล (อาจเกิดจากชิ้นส่วนที่เหลือหลังถูกยิงสกัด) จาก Palestinian Islamic Jihad สอดคล้องที่ทางการอิสราเอลยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือตน

Justin Bronk จาก Royal United Services Institute มีความเห็นว่าดูจากหลุมระเบิดกับสภาพความเสียหายไม่น่าจะมาจากขีปนาวุธอิสราเอลที่เห็นใช้อยู่

ถ้าคิดว่าเหตุระเบิดมาจากจรวดฝ่ายฮามาสที่ผิดพลาดหล่นใกล้โรงพยาบาล เช่นนั้นก็อาจจบเพียงเท่านี้

และยากที่ฮามาสหรือ Palestinian Islamic Jihad จะยิงโรงพยาบาลของตัวเอง (ตามข้อสันนิษฐานว่าจรวดถูกจุดติดจากพื้นดิน ไม่ได้ตกจากฟ้า แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ชี้ว่าเป็นอาวุธที่พุ่งใส่จากฟ้า)

เหลือคำถามว่าถ้าอิสราเอลเป็นฝ่ายยิง ... 

องค์กรตรวจสอบอิสระ Bellingcat ระบุว่าจรวจไม่ได้ตกใส่ตัวอาคารโรงพยาบาลโดยตรง แต่หล่นใส่พื้นที่จอดรถที่อยู่ติดกัน หลักฐานเรื่องนี้ชัดเจน ด้วยแรงระเบิดมหาศาลจึงสร้างความสูญเสียมาก (ไม่ใช่จรวดหรือขีปนาวุธขนาดเล็ก)

อาร์คบิชอป Hosam Naoum กล่าวว่า ก่อนหน้านั้น 3 วันโรงพยาบาลถูกโจมตีทางอากาศ และได้รับคำเตือนให้อพยพออก ข้อมูลจากอาร์คบิชอปชี้ชัดว่าอิสราเอลเคยโจมตีโรงพยาบาลทางอากาศมาก่อนแล้ว เป็นไปได้ว่าการโจมตีรอบแรกคือคำเตือนเช่นเดียวกับคำเตือนจากทางการอิสราเอลให้อพยพออกจากอาคาร

ถ้าวิเคราะห์เข้าข้างอิสราเอล ในการโจมตีทางอากาศ 3 วันก่อนหน้านั้นอาจไม่พุ่งเป้าที่ตัวโรงพยาบาล อาจมุ่งเป้าหมายอื่นที่อยู่ใกล้เคียง

อย่างไรเสียการโจมตีโรงพยาบาลเป็นเรื่องต้องห้ามของสงครามที่ยึดถือทั่วไป ผู้โจมตีจะถูกประณามอย่างรุนแรง การโจมตีจุดที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลถือว่าไม่สมควร สุ่มเสี่ยงที่จะ “ผิดพลาด” หรือทำร้ายที่คนสัญจรไปมาใกล้โรงพยาบาล

การโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น 3 วันจึงไม่สมควร เช่นเดียวกับคำเตือนให้อพยพออกจากอาคาร เพราะเท่ากับไม่ให้มีโรงพยาบาลในพื้นที่ ทหารทั้ง 2 ฝ่ายต่างหากที่ต้องระวังไม่ให้กระทบโรงพยาบาลยิ่งกว่าหลีกเลี่ยงพลเรือน 

ฝ่ายสหรัฐสรุปรวบยอดจบที่จรวดทำงานผิดพลาด ประธานาธิบดีไบเดนสรุปว่าจากข้อมูลที่มีอยู่ชี้ว่าไม่ใช่ฝีมืออิสราเอล สอดคล้องกับทางการอิสราเอลที่ยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือตน แต่การด่วนสรุปเช่นนี้และคนทั้งโลกล้วนรู้ดีว่ารัฐบาลสหรัฐอยู่ข้างเดียวกับอิสราเอล กลายเป็นผลเสียมากกว่า ด้วยสามัญสำนึกย่อมคิดได้ว่า ‘พวกเดียวกัน พูดเข้าข้างกันเอง’ ความจริงคือหลังเหตุการณ์ผ่านไปหลายวัน หลายฝ่ายกำลังตรวจสอบแต่ยังไม่มีใครฟันธงว่า “ใครยิง” “ด้วยอาวุธอะไร” ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐที่รีบเร่งสรุปจึงเป็นผลเสีย 

ความรุนแรงกำลังขยายตัว:

หลังเหตุระเบิดโรงพยาบาล Hossein Amir-Abdollahian รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่านทวิตข้อความว่าอิสราเอล “หมดเวลาแล้ว” ไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุร้ายแรงนี้ ถึงเวลาแล้วที่คนทั้งโลกต้องรวมเป็นหนึ่งต่อต้านอิสราเอลและจักรกลสังหารของมัน (หมายถึงสหรัฐ) อีกไม่นานพวกเขาจะต้องเผชิญศึกหลายด้าน

ไม่กี่วันก่อนอิหร่านได้เตือนแล้วว่าอาจลงมืออย่างไรอย่างหนึ่งกับอิสราเอลที่รุนแรงขั้นแผ่นดินสะเทือน สถานการณ์ตอนนี้มีแต่ยิ่งร้อนแรง พื้นที่สงครามขยายวง ฝ่ายอิหร่านมีแผนกับแนวปฏิบัติที่กำหนดไว้แล้ว เป็นแผนอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าประสงค์ชัดเจน

สงครามแห่งความจงเกลียดจงชัง:

ในภาพรวมมุสลิมหลายคนทั่วโลกเคลื่อนไหวต่อต้านอิสราเอลมากขึ้นตามลำดับ บางประเทศอย่างเลบานอนกลายเป็นขบวนประท้วง เหล่านี้มักเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบ มีแกนนำ มีเป้าหมายชัดเจน

ผลความตึงเครียดสะท้อนออกมาหลายแบบ ไกลไปถึงบางประเทศในยุโรป ทางการเยอรมนีรายงานว่ามีเหตุทำผิดกฎหมายต่อชาวยิวเยอรมัน 4 กรณี สำนักงานตำรวจอังกฤษรายงานว่าอาชญากรรมจากการเกลียดกลัวอิสลาม (Islamophobic crimes) เพิ่มสูงขึ้น โรงเรียนยิวในกรุงลอนดอนปิดการสอนชั่วคราวเพื่อป้องกันเหตุร้าย 

ด้านฝรั่งเศสที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในยุโรปต้องเพิ่มใช้ทหารป้องกันเหตุร้าย สนามบินหลายแห่งต้องอพยพคนออกจากสนามบินเนื่องจากคำขู่วางระเบิด เป็นไปได้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะรุนแรง

ขึ้นอีก

ข่าวสารที่ออกมาต่อเนื่องชี้ให้เห็นอานุภาพการทำลายล้างของกองทัพอิสราเอล ตึกพังราบเป็นหลัง ฝ่ายฮามาสที่เริ่มโจมตีก่อนไม่เห็นมีอาวุธร้ายแรงเช่นนั้น ตัวเลขผู้บาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้นทุกวันและจำนวนมากเป็นพลเรือน สร้างความปวดร้าวหดหู่แก่คนทั้งโลก สัปดาห์หน้าเมื่อกองทัพอิสราเอลเข้ารบทางภาคพื้นดิน เชื่อว่าจะยิ่งนำความเศร้าสลดกว่าเดิม ความรุนแรงน่าจะกระจายตัวในหลายประเทศ 

ทางฝั่งอิสราเอล ผลโพลของหนังสือพิมพ์มารีฟ (Maariv newspaper) ชี้คนอิสราเอล 65% เห็นด้วยที่กองทัพจะเข้ากวาดล้างฮามาสในฉนวนกาซา มีเพียง 21% ที่ไม่เห็นด้วย แสดงถึงความคิดเห็นของพลเมืองอิสราเอลที่ส่วนใหญ่เห็นว่าจำต้องกวาดล้างพวกฮามาส

ส่วนประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวว่าการช่วยอิสราเอลกับยูเครนให้ชนะสงคราม “เพื่อความมั่นคงที่สำคัญยิ่งยวดของอเมริกา” (vital for America’s national security) เป็นเหตุที่สหรัฐต้องมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิด หาก 2 ประเทศนี้พ่ายแพ้ความขัดแย้งกับความวุ่นวายจะขยายตัวไปสู่ส่วนอื่นๆ ของโลก ทั้งฮามาสกับปูตินต่างต้องการทำลายประเทศประชาธิปไตย 

สังเกตว่ารัฐบาลไบเดนผูกโยงสงครามเข้ากับความมั่นคงของประเทศตัวเอง และผูกโยงกับประชาธิปไตยโลก ด้วยความคิดเช่นนี้ ศึกฮามาส-อิสราเอลจึงเป็นสงครามที่สหรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมนั่นเอง เพียงแต่ไม่ส่งทหารจำนวนมากเข้าร่วมรบโดยตรง

ที่ควรพูดถึงคือ เป็นหลักยึดว่าในสงครามเขตโรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดภัย ห้ามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยิงโจมตี แต่ข้อนี้อาจเป็นเหตุใช้โรงพยาบาลเป็นจุดหลบซ่อน เป็นศูนย์ลับบัญชาการรบ ติดตั้งอุปกรณ์สำคัญในชั้นใต้ดินหรือพื้นที่ใกล้เคียง เมื่อเกิดเหตุกับโรงพยาบาลจะไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมรับว่าตนเป็นผู้ลงมือ สงครามคือสงคราม ด้วยความคิดว่าถ้าโรงพยาบาลเป็นศูนย์ลับที่ทำให้ฝ่ายเราบาดเจ็บล้มตายก็อาจต้องทำลายมันเสียเพราะฝ่ายตรงข้ามใช้เป็นเครื่องมือสงคราม

บทความนี้ไม่มีเจตนาชี้ถูกผิด เพียงเสนอให้เห็นมุมมองที่แตกต่าง ตั้งประเด็นว่า “คำถามที่ควรตั้งคือทำไมต้องระเบิดโรงพยาบาลกาซา” ณ ตอนนี้ไม่ว่าใครยิง พิสูจน์ได้หรือไม่ ความขัดแย้งกำลังขยายตัว

22 ตุลาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9838 วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2566)

-------------------------------


บรรณานุกรม :

1. ‘Can’t stay silent any more’: Rage in Lebanon over Israel’s war on Gaza. (2023, October 18). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2023/10/19/cant-stay-silent-any-more-rage-in-lebanon-over-war-on-gaza

2. Iran shares chilling message for Israel after Gaza hospital explosion kills 500: 'Time is OVER'. (2023, October 18). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/world/iran-shares-chilling-message-israel-gaza-hospital-explosion-kills-500-time-over

3. Tensions are high in Europe amid anger over Israel-Hamas war. (2023, October 18). CBS News. Retrieved from https://www.cbsnews.com/news/israel-hamas-war-tensions-high-europe-anger/

4. Türkiye declares 3-day mourning over Gaza hospital strike. (2023, October 19). Hurriyet Daily News. Retrieved from https://www.hurriyetdailynews.com/turkiye-declares-3-day-mourning-over-gaza-hospital-strike-187185

5. What is Al-Ahli Hospital that Israel has Just Bombed in Gaza? – EXPLAINER. (2023, October 17). Palestine Chronicle. Retrieved https://www.palestinechronicle.com/what-is-al-ahli-hospital-that-israel-has-just-bombed-in-gaza-explainer/

6. What we know about the Gaza hospital blast. (2023, October 19). NBC News. Retrieved https://www.nbcnews.com/news/world/gaza-hospital-bombing-what-know-experts-video-rcna121136

-----------------


ฮามาสผู้เสียสละกับจุดจบทวิรัฐ

สถานการณ์ภูมิภาคกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกครั้งเมื่อฮามาสบุกเข้าอิสราเอล เป็นอีกหลักฐานที่ตอกย้ำว่าโอกาสสร้างสันติภาพถาวรมีน้อยเหลือเกิน 

เสียงไซเรนดังขึ้นตอนเช้าตรู่วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม 2023 ตรงกับงานเฉลิมฉลองของชาวยิว จุดเริ่มการสูญเสียครั้งใหญ่ของอิสราเอลในรอบหลายทศวรรษ ในเวลาไม่ถึงชั่วโมงจรวดหลายพันลูกยิงใส่อิสราเอล Iron Dome ที่ว่าดีเลิศไม่สามารถสกัดจรวดได้ทั้งหมด กองกำลังฮามาสนับร้อยฝ่าแนวกั้นเข้าสู่ตัวเมืองบ้านเรือนคนอิสราเอล ประชาชนหนีตายกันจ้าละหวั่น เสียงร้องไห้ของเด็กๆ ได้ยินกันทั่ว หลายคนโดนจับเป็นตัวประกัน ไม่มีที่ใดปลอดภัย เฉพาะวันแรกวันเดียวอิสราเอลตายหลายร้อย บาดเจ็บเป็นพัน สื่อทั่วโลกเสนอข่าวอันน่าตกตะลึง พวกฮามาสโห่ร้องความสำเร็จ

ย้อนรอยการลุกฮือครั้งที่ 2:

การรบกับอิสราเอลครั้งนี้กลุ่มฮามาส (Hamas)ใช้เหตุผลคล้ายกับการลุกฮือครั้งที่ 2 (Second Intifada) หรือการลุกฮือแห่งอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Intifada) 

การลุกฮือครั้งที่ 2 เริ่มต้น 28 กันยายน 2000 เมื่อเอเรียล ชารอน (Ariel Sharon) หัวหน้าพรรคลีคูต (Likud) เดินทางไปที่เขตวิหารศักดิ์สิทธิ์ Temple Mount หรือ al-HARAM AL-SHARIF ที่ตั้งของมัสยิดอัล-อักซอร์ในเขตเมืองเก่าเยรูซาเล็ม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยราว 1,000 นายและได้เดินรอบมัสยิดอัล-อักซอร์

การเดินรอบดังกล่าวถูกตีความว่าอิสราเอลต้องการยึดครองปาเลสไตน์ อีกทั้งเป็นพฤติกรรมเชิงสัญลักษณ์ศาสนาด้วยเนื่องจากเป็นมัสยิดที่มุสลิมถือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุดลำดับที่ 3 

การปะทะรุนแรงด้วยอาวุธสงคราม อิสราเอลส่งทหารรุกเข้าไปในเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) ปิดล้อมบ้านพักของยัสเซอร์ อาราฟัต (Yasser Arafat) ประธานองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO ปัจจุบันคือ PA) ที่เมืองรามัลเลาะห์ เท่ากับว่าเป็นการปิดล้อมไม่ให้นายอาราฟัตหนี จนกระทั่งถูกวางยาพิษด้วยพอโลเนียม-210 และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ในครั้งนั้นอิสราเอลได้โอกาสส่งทหารเข้าเขตเวสต์แบงก์ยึดครองพื้นที่ต่างๆ ทำลายอาคารและโครงสร้างฝ่ายความมั่นคงของพวกอาราฟัตทั้งหมด

การลุกฮือครั้งที่ 2 เริ่มต้นตุลาคม 2000 สิ้นสุดในปี 2004 มีข้อมูลว่าชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตทั้งสิ้น 3,040 คน เป็นเด็กว่า 500 คน บ้านเรือน 2,700 กว่าหลังถูกทำลาย ส่วนอิสราเอลเสียชีวิตทั้งสิ้นกว่า 1,000 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน สิ่งที่ตามมาคือชาวอิสราเอลใช้ชีวิตอย่างหวาดผวา ต้องระแวดระวังภัยตลอดเวลา รัฐบาลแก้ไขด้วยสร้างกำแพงเป็นรั้วตลอดพรมแดน ด้านเศรษฐกิจอิสราเอลเสียหายหนัก ต้องกู้เงินจากสหรัฐจำนวนมาก

เทียบกับการลุกฮือครั้งที่ 2 ครั้งนี้ผู้ก่อการใหญ่คือฮามาส ฝ่ายฮามาสกล่าวว่าพวกตนพร้อมรับทุกสถานการณ์ รวมทั้งสงครามเบ็ดเสร็จ เราพร้อมทุกอย่างเพื่ออนาคตและเสรีภาพของเรา ด้านเนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลกล่าวว่าฮามาสต้องรับผิดชอบ จะตามทำลายให้สิ้นซาก

ชิงลงมือก่อนกวาดล้างให้สิ้น:

ในมุมมองอิสราเอลจะไม่ปล่อยให้กลุ่มฮามาสลงมืออีก ไม่ยอมให้คนอิสราเอลเสียชีวิตเพราะฮามาสเป็นฝ่ายกระทำ แนวทางที่เป็นไปได้คือต้องปราบปรามให้สิ้นซากซึ่งในทางปฏิบัติได้แค่บั่นทอนไปเรื่อยๆ หวังว่าการทำเช่นนี้ฮามาสจะไม่ฟื้นตัว มีแต่จะอ่อนแรงและอาจสลายไปในที่สุด

การปราบปรามบั่นทอนเช่นว่าอาจอธิบายด้วยหลักชิงลงมือก่อน (preemption) คือจะโจมตีเล่นงานก่อน ไม่รอให้ถูกโจมตี ด้วยความเชื่อที่ว่าตนมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะชิงโจมตีประเทศใดๆ ที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อตนเอง การชิงลงมือก่อนเป็นการป้องกันตนเองรูปแบบหนึ่ง 

นับจากนี้รัฐบาลอิสราเอลสามารถใช้เหตุฮามาสโจมตีอิสราเอลครั้งนี้เป็นความชอบธรรมบั่นทอนทำลายฮามาสไปอีกนานหลายปี ดังที่นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าจะลงมือต่อทุกจุดและด้วยกำลังทุกอย่าง รัฐบาลจะทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

ปิดล้อม-ไล่ล่าไม่สิ้นสุด:

ชัดเจนแล้วว่ารัฐบาลเนทันยาฮูใช้กลศึกปิดล้อมเมือง ควบคุมทางเข้าออกทุกทาง ทั้งทางบกทางเรือทางอากาศ ควบคุมการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต ตัดเสบียงน้ำกับอาหารให้มีแค่พอกินพอใช้สำหรับแต่ละวัน นำความทุกข์ยากแก่ชาวกาซาทุกคน 

การควบคุมในภาพกว้างคือควบคุมเศรษฐกิจสังคมไม่ให้เติบโตแค่มีชีวิตอยู่รอดเท่านั้น อาจกล่าวได้ว่าฉนวนกาซาคือคุกขนาด 365 ตร.กม. ควบคุมประชากร 2.3 ล้านคน (ข้อมูล 2023- กรุงเทพมหานครมีพื้นที่ 1,568 ตร.กม. ใหญ่กว่ากาซาราว 5 เท่า)

คำอธิบายอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือการชี้ว่าปาเลสไตน์คืออาณานิคมอิสราเอล ในความหมายรัฐบาลอิสราเอลเป็นผู้ควบคุม เมืองกาซาเป็นอาณานิคมที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวด พร้อมสังหารทำลายสิ่งที่บ่งบอกว่าอาจคุกคามอิสราเอล 

แต่ไนแต่ไรหลายคนพูดเรื่องการควบคุมเมืองทำให้ชาวปาเลสไตน์ต้องทนทุกข์ แต่สำหรับคนอิสราเอลบางส่วนเห็นว่ายังทำ “น้อยเกินไป” ปล่อยปละละเลยให้ปาเลสไตน์ทำตามอำเภอใจ บางคนเห็นว่าต้องให้ฝ่ายอิสราเอลเท่านั้นที่มีอำนาจควบคุมปาเลสไตน์ทั้งมวลจึงจะไม่ลักลั่น ไม่สองมาตรฐาน ทุกอย่างอยู่ภายใต้ระบบเดียว ไม่เปิดช่องให้ผู้ก่อการร้ายลงมือต้นเหตุความไม่สงบในพื้นที่ การที่ฮามาสสามารถเปิดศึกครั้งนี้เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าที่ผ่านมายังควบคุมน้อยเกินไป ที่ผ่านมาคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ ต้องเข้มงวดกว่านี้ ในครั้งนี้ที่กลุ่มฮามาสสามารถรุกเข้ามา คนอิสราเอลล้มตายจำนวนมาก หลายคนเห็นว่านายกฯ เนทันยาฮูควรรับผิดชอบด้วยลาออก 

รัฐบาลอิสราเอลน่าจะเข้าควบคุมอีกนานแสนนานจนกว่าจะพอใจ

ถ้ายึดแนวทางที่สหรัฐใช้ไล่ล่าอัลกออิดะห์ กองทัพอิสราเอลจะใช้หน่วยรบพิเศษ ใช้เครื่องโดรนโจมตีสังหารทุกคนที่น่าสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ไม่ว่าเป้าโจมตียู่ที่ประเทศใด ใช้โดรนโจมตีขณะเดินทาง ขณะนอน หรือในงานต่างๆ แม้ในงานแต่งงาน งานศพ ซึ่งในช่วงที่สหรัฐทำนั้นมีหลายกรณีที่เสียชีวิตพร้อมกันจำนวนมาก ที่น่าเศร้าคือบางกรณีเป็นความเข้าใจผิด รวมความว่าผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากมายจากการปราบปราม

อิสราเอลอาจทำเช่นนี้กับฮามาสคือไล่ล่าไม่สิ้นสุด ไม่ใช่แค่การกวาดล้างเมืองกาซา ไม่ว่าพวกฮามาสอยู่ที่ใดเวลาใดในโลก จนกว่ารัฐบาลอิสราเอลจะพอใจ แต่เป็นไปได้เช่นกันว่าอิสราเอลอาจไล่ล่าเพียงไม่นานแล้วยุติ สงครามครั้งนี้เป็นอีกครั้งของหลายครั้งที่ผ่านมา ต่างฝ่ายต่างบรรลุวาระของตน

จุดจบทวิรัฐ:

ถ้ามองเหนือเหตุการรบรายวัน จรวดบินว่อนเต็มท้องฟ้า กองกำลังฮามาส รถถังอิสราเอล จำนวนผู้บาดเจ็บล้มตาย หนึ่งในประเด็นอันเป็นหัวใจความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์คือแนวทางทวิรัฐ (Two-State Solution) ที่น่าจะถึงจุดจบแล้ว รัฐบาลอิสราเอลสามารถใช้เหตุการณ์นี้ประกาศเลิกแนวทางทวิรัฐอย่างเด็ดขาด หรือไม่ประกาศแต่ดำเนินตามแนวทางนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลเนทันยาฮูไม่แสดงท่าทีชัดเจนต่อแนวทางนี้อยู่แล้ว พวกไซออนิสต์ไม่อยากให้เกิดแน่นอน ต้องการให้มีแต่รัฐอิสราเอลเท่านั้น เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของประเทศอิสราเอลเพียงหนึ่งเดียว

สงครามกับฮามาสคือการทำลายเมืองกาซา เข้าควบคุมถาวร (อาจไม่พูดเช่นนี้ตรงๆ แต่ควบคุมไม่สิ้นสุด) เหลือเพียงเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) ที่โดนรุกล้ำพื้นที่ทุกปี เลื่อนเจรจาสันติภาพ เลื่อนการสร้างทวิรัฐ (เลื่อนไปเรื่อยๆ เท่ากับมีประเทศอิสราเอลเพียงหนึ่งเดียว)

ทุกวันนี้นักวิชาการบางท่านเห็นว่าข้อตกลงสันติภาพออสโล (Oslo Peace Accords) มาถึงทางตันแล้ว ควรเจรจาทำข้อตกลงใหม่ (ข้อตกลงสันติภาพออสโลชูแนวทางทวิรัฐ อิสราเอลต้องทยอยมอบอำนาจการดูแลพื้นที่คืนแก่ PLO (ปัจจุบันคือ PA) ท้ายที่สุดจะเกิดรัฐปาเลสไตน์มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง) มาบัดนี้รัฐบาลอิสราเอลสามารถอ้างว่าต้องควบคุมกาซาด้วยตัวเอง เพื่อความสงบสุขของทั้งอิสราเอลกับกาซา รวมทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง  

บางทีอิสราเอลควรขอบคุณฮามาสกับผู้สนับสนุนฮามาสที่ช่วยเปิดศึกครั้งนี้ ถ้าคิดให้ลึกอาจพบคำตอบว่าหลายฝ่ายได้ประโยชน์บนความสูญเสียของทั้งอิสราเอล ฮามาสและประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะพวกฮามาส บางคนอาจคิดว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด สงครามคือสิ่งที่ “ถูกสร้างขึ้นมา”

15 ตุลาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9832 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2566)

---------------------

บรรณานุกรม :

1. Hamas surprise attack out of Gaza stuns Israel and leaves hundreds dead in fighting, retaliation. (2023, October 8). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/israel-palestinians-gaza-hamas-rockets-airstrikes-tel-aviv-11fb98655c256d54ecb5329284fc37d2

2. Ismael, ‎Tareq Y.,Haddad, William W. (2004). Iraq: The Human Cost of History. USA: Pluto Press. 

3. Israelis process 'worst assault' in country's history following Hamas attacks. (2023, October 7). The National News. Retrieved from https://www.thenationalnews.com/mena/2023/10/07/israelis-process-worst-assault-in-countrys-history-following-hamas-attacks/

4.Netanyahu: Gazans’ should flee, IDF to revenge ‘black day’. (2023, October 7). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/arab-israeli-conflict/article-763179

-----------------


คาดศึกยูเครนยืดยาวรบต่อปีหน้า

ไม่ว่าจะมองจากมุมอธิปไตยยูเครน ความต้องการของรัสเซีย หรือศึกของฝ่ายประชาธิปไตย ล้วนชี้ว่ายูเครนยังต้องเป็นสมรภูมิของสงครามต่อไป

กันยายน 2023 Michael Kofman นักวิเคราะห์ทางทหารชาวสหรัฐเชื้อสายยูเครนจาก Center for Naval Analyses (CNA) ชี้ว่าตอนนี้ทั้งยูเครนกับรัสเซียต่างใช้ทหารสำรอง ฝ่ายใดจะชนะหรือแพ้ขึ้นกับการบริหารกำลังทหาร รักษาอำนาจการรบและมีกระสุนเพียงพอ

ช่วงเดือนกันยายน 2023 กองทัพยูเครนยังเป็นฝ่ายรุก ตีแนวป้องกันรัสเซียกว้างมากขึ้น หวังได้ดินแดนคืนโดยเฉพาะจุดสำคัญอย่างพื้นที่ชายฝั่ง (เพื่อการติดต่อทางทะเล) เป็นเครื่องบ่งชี้ว่ารัสเซียพ่ายแพ้ ต้องตามต่อว่ากองทัพยูเครนทำได้จริงหรือไม่ สามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้ไหม

ปัญหาของกองทัพยูเครนคืออาวุธกับกระสุนไม่พอครบทุกจุด เช่น บางพื้นที่ขาดเครื่องทำลายทุ่นระเบิดสมัยใหม่ ระบบป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ไม่ครอบคลุม ลูกจรวดไม่พอเพราะชาติตะวันตกผลิตไม่ทัน เอื้อให้รัสเซียใช้ประโยชน์จากเฮลิคอปเตอร์โจมตี ทักษะการใช้รถถังรถหุ้มเกราะยังต่ำ ไม่สามารถใช้ส่วนที่เป็นเทคโนโลยีระดับสูง ทักษะการรบพื้นฐานยังต้องฝึกเพิ่มเติม

คาดรัสเซียหวังพักรบให้ศึกยืดเยื้อ:

อีกไม่กี่สัปดาห์จะเข้าฤดูหนาวทั้ง 2 ฝ่ายจะเน้นตั้งรับ (ฤดูหนาวยูเครนเริ่มพฤศจิกายน) ถ้าจะรุกหนักต้องรอปีหน้า ขึ้นกับว่าชาติตะวันตกจะให้อาวุธกระสุนหรือไม่ (ต้องได้มากพอที่จะเป็นฝ่ายรุก) เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองโดยแท้และควรฝึกทหารตั้งแต่วันนี้

Michael Kofman คิดว่า เป้าหมายรัสเซียคือทำลายประเทศยูเครน ฝ่ายรัสเซียคิดว่าหากศึกยืดเยื้อฝ่ายการเมืองชาติตะวันตกจะเลิกหนุนสงคราม กองทัพรัสเซียในตอนนี้ขาดอำนาจการรุกจึงไม่อาจบุกกินพื้นที่โดยง่าย คาดว่ารัสเซียจะสูญเสียทรัพยากรอีกมหาศาล อย่างไรก็ตามสามารถทนรบอีกเป็นปีเช่นกัน

ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่ากองทัพยูเครนสามารถหยุดกองทัพรัสเซียพร้อมกับตีโต้ได้พื้นที่คืนตามลำดับแม้รบด้วยทหารที่น้อยกว่าก็ตาม ชี้ว่าเป้าหมายของรัฐบาลปูตินคือทำลายเศรษฐกิจยูเครนและความอดทนของพันธมิตรตะวันตก 

กลางเดือนกันยายน 2023 เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก (Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโตย้ำอีกครั้งว่าต้องรบต่ออีกนาน ปูตินตั้งใจรบไม่เลิก ย้ำว่านาโตต้องการสันติโดยเร็วแต่รัสเซียต้องหยุดรบด้วย

ติดขัดเงื่อนไขสันติภาพ: 

ตั้งแต่เริ่มรบใหม่ๆ รัสเซียกับยูเครนก็เริ่มเจรจาสันติภาพ บางครั้งดูเหมือนว่าน่าจะบรรลุข้อตกลงแต่แล้วก็รบต่อ หลายประเทศช่วยทำหน้าที่เป็นคนกลางเจรจาแต่สุดท้ายไร้ผล สาเหตุสำคัญคือติดเงื่อนไขสันติภาพ

การเจรจารอบสิงหาคม 2023 รัสเซียยืนยันไม่คืนดินแดนที่ยึดได้ บัดนี้บางส่วนกลายเป็นสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ (Donetsk People's Republic: DPR) กับสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ (Luhansk People's Republic: LPR) ส่วนที่ยึดเพิ่มเติมอาจผนวกเข้ากับ 2 ประเทศเกิดใหม่หรือตั้งประเทศเพิ่มอีก แม้ไม่เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียแต่รัฐบาลรัสเซียจะเข้าไปดูแล ถือว่าเป็นเขตที่ชาวรัสเซียนอาศัยหนาแน่น

ด้านเซเลนสกี้ย้ำเป้าหมายเอาพื้นที่คืนทั้งหมด รวมทั้งไครเมีย (Crimea) ที่รัสเซียยึดเมื่อ 2014 

ลำพังแค่แถบยูเครนตะวันออกรัสเซียก็ไม่ปล่อยแล้ว จะให้คืนไครเมียยิ่งเป็นไปไม่ได้ เงื่อนไขสันติภาพเช่นนี้จึงเป็นทางตัน ไม่ใช่ทางสู่สันติภาพ

กันยายน 2023 อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเผยสันติภาพยูเครนยังห่างไกล ตนพร้อมร่วมทำทุกอย่างเพื่อสันติภาพ ล่าสุดฝ่ายสหรัฐตั้งเงื่อนไขว่ารัสเซียต้องถอนทหารทั้งหมดออกจากยูเครน ส่วนรัสเซียเห็นว่าต้องคำนึงความมั่นคงของรัสเซียด้วย

วิเคราะห์ตามสงครามไฮบริด:

ประธานาธิบดีปูตินอธิบายว่า สถานการณ์ขณะนี้คือชาติตะวันตกกำลังทำสงครามไฮบริด (hybrid war) กับรัสเซียโดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด หลายสิ่งที่รัฐบาลชาติตะวันตกทำคือเพื่อรักษาความเป็นเจ้าที่กำลังอ่อนแอลง รัฐบาลชาติตะวันตกยังโหยหาที่จะรักษาระเบียบโลกขั้วเดียว (unipolar world order) เป็นระเบียบโลกอาณานิคมแบบใหม่ (neocolonial order) กอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากระเบียบโลกดังกล่าว

ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า “สหรัฐกับ Vassals ของตน (หมายถึง ไพร่หรือคนในสังกัดของเจ้าขุนมูลนายในยุคกลางยุโรป ที่ยอมอยู่ใต้การปกครองแลกกับความปลอดภัยของชีวิตร่างกาย อาจอธิบายสั้นๆ ว่าประเทศที่อยู่ใต้อำนาจ) แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอธิปไตยอื่นๆ อย่างไม่ละลด เป็นผู้ยั่วยุ ก่อรัฐประหารและสงครามกลางเมืองในหลายประเทศ คุกคาม ข่มขู่และกดดัน พยายามบังคับให้บรรดารัฐอิสระดำเนินตามความปรารถนาของพวกเขา ประชาชนดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่แปลกแยกจากตัวเอง"

สงครามไฮบริดที่ว่ากำลังแสดงผล สิงหาคม 2023 Robin Brooks จาก Institute of International Finance สรุปว่าเศรษฐกิจรัสเซียค่อยๆ เสื่อมทรุดเพราะโดนคว่ำบาตรและค่าใช้จ่ายสงคราม 

Janis Kluge จาก German Institute for International and Security Affairs ประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อรัฐบาลรัสเซียจะต้องใช้งบประมาณมหาศาลอุดหนุนรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา เพิ่มสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชน สร้างภาระงบประมาณยิ่งกว่าเดิม เป็นวัฎจักรความเสื่อมทรุด

นี่คือสงครามไฮบริดที่สหรัฐกับพวกกำลังทำ หวังทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย โดยใช้สงครามยูเครนเป็นตัวจุดประเด็น คาดว่าจะดำเนินต่อไปอีกนาน เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นใหม่

ตามข้อมูลรัสเซีย ปี 2022 เมื่อเริ่มสงคราม เศรษฐกิจรัสเซียหดตัวเพียง 2.1% ก่อนหน้านั้นธนาคารโลกประเมินว่าน่าจะหดตัว 11.2% ส่วนปีนี้ 2023 ทางการรัสเซียคาดว่าจะโตมากกว่า 2% ยอดขายน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติปีที่แล้วทำกำไรเพิ่ม 28% ทั้งๆ ที่พวกยุโรปประกาศว่าจะไม่ซื้อ รัสเซียแก้ด้วยการส่งขายจีน อินเดียและบางประเทศที่ซื้อเพิ่มหรือนำไปขายต่ออีกที

ความจริงแล้วในช่วงแรกเศรษฐกิจรัสเซียสั่นไหวแรง แต่ดูเหมือนว่ารัฐบาลรัสเซียเข้าใจสถานการณ์ เคยโดนคว่ำบาตรเช่นนี้เมื่อปี 2014 จากการบุกยึดไครเมีย รอบนี้จึงแก้ไขสถานการณ์ได้ดีขึ้น จีนช่วยซื้อใช้พลังงานรัสเซียเพิ่มขึ้นมาก

หลังโดนคว่ำบาตร 18 เดือน ตัวที่ยังเป็นปัญหาคือค่าเงินรูเบิล สิงหาคม 2023 ที่อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 17 เดือน หลังเคยถีบตัวสูงในช่วงหนึ่ง แรงจับจ่ายของชาวรัสเซียลดลงชัดเจน 

ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้ไม่ได้: 

ทันทีที่รัสเซียส่งกองทัพเข้ายูเครน รัฐบาลสหรัฐ อียูต่างประสานเสียงชี้ว่าการรุกรานยูเครนคือการโจมตีประชาธิปไตย พันธมิตรสหรัฐทั่วโลกจะพร้อมใจกันต่อต้านและคว่ำบาตรรัสเซีย กุมภาพันธ์ 2022 นายกฯ โอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) กล่าวว่าคนยูเครนกำลังต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตยของเขา ลำพังข้อนี้เพียงพอให้เยอรมันอยู่ฝ่ายยูเครน

นักวิชาการบางคนเห็นว่า การสนับสนุนให้ยูเครนทำศึกต่อไปเป็นวิธีดีที่สุดในตอนนี้ ปูทางสู่สันติภาพแท้ ปกป้องเสรีภาพกับประชาธิปไตย หากยูเครนแพ้โลกจะตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง ส่งสัญญาณแก่พวกอำนาจนิยมว่าพวกเขารุกรานต่างชาติได้ โดยเฉพาะจีนที่มีแนวโน้มใช้กำลังยึดไต้หวัน ด้วยมุมมองยูเครนคือสงครามระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอีกฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม ศึกนี้จึงสำคัญยิ่งนัก ฝ่ายประชาธิปไตยปล่อยให้แพ้ไม่ได้

ไม่ว่าจะมองจากมุมอธิปไตยยูเครน ความต้องการของรัสเซีย หรือศึกของฝ่ายประชาธิปไตย ล้วนชี้ว่ายูเครนยังต้องเป็นสมรภูมิต่อไป ชาวยูเครนหลายล้านที่ตอนนี้ลี้ภัยอยู่ต่างแดนจำต้องอยู่อย่างนั้นและน่าจะดีกว่ากลับประเทศ เพราะนับวันยูเครนยิ่งกลายเป็นซากปลักหักพัง กว่าจะฟื้นฟูต้องใช้เวลาหลายปี ประธานาธิบดีเซเลนสกีพูดกับประชาชนว่าอาจต้องเรียนรู้ใช้ชีวิตกับความขัดแย้งเหมือนอิสราเอล ย้ำว่าจะทำสงครามต่ออีกนานมาก พยายามลดผู้บาดเจ็บล้มตาย มิตรประเทศสนับสนุนให้รบต่อ

สิงหาคม 2023 ทำเนียบขาวยืนยันรัฐบาลใช้งบกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในสงครามยูเครน สส. สว.หลายคนบ่นว่าแพง แต่สุดท้ายสนับสนุนให้รบต่อ 

รบ 18 เดือนลำพังสหรัฐประเทศเดียวใช้ไป 100,000 ล้านดอลลาร์ (3.5 ล้านล้านบาท) ยังไม่รวมของประเทศอื่น คาดว่ารัสเซียสูญเสียหนักมากเช่นกัน อีกทั้งควรคำนวณความสูญเสียของประชาชนจากเงินเฟ้ออันเนื่องจากสงคราม ส่วนที่คนอเมริกันจ่ายและคนทั้งโลกจ่าย สารพัดปัญหาที่ตามมาเพราะสงครามยูเครน 

ณ ตอนนี้คาดว่าสงครามจะดำเนินต่อไป

8 ตุลาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9825 วันอาทิตย์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2566)

---------------------------

บรรณานุกรม :

1. A Stronger NATO for a More Dangerous World. (2023, July 10). Foreign Affairs. Retrieved from https://www.foreignaffairs.com/europe/stronger-nato-more-dangerous-world-vilnius-jens-stoltenberg

2. Citing Israeli example, Zelensky says Ukrainians ‘need to learn to live with conflict’. (2023, August 28). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/citing-israeli-example-zelensky-says-ukrainians-need-to-learn-to-live-with-conflict/

3. NATO chief warns Ukraine allies to prepare for ‘long war’. (2023, September 17). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/nato-chief-jens-stoltenberg-warns-ukraine-allies-to-prepare-for-long-war/

4. NATO’s ‘proxy war’ blues: How the US-led campaign to use Ukraine to ‘cripple’ Russia has failed. (2023, August 29). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/581704-ukraine-proxy-war-backfires-for-west/

5. Office of the Federal Government. (2022, February 27). Policy statement by Olaf Scholz, Chancellor of the Federal Republic of Germany and Member of the German Bundestag, 27 February 2022 in Berlin. Retrieved from https://www.bundesregierung.de/breg-en/news/policy-statement-by-olaf-scholz-chancellor-of-the-federal-republic-of-germany-and-member-of-the-german-bundestag-27-february-2022-in-berlin-2008378

6. "Russia Doesn't Have a Good Strategy for Winning the War". (2023, September 15). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/u-s-military-analyst-russia-doesn-t-have-a-good-strategy-for-winning-the-war-a-7f789442-f62d-4a33-abc4-a636f0af2487

7. Russia earns less from oil and spends more on war. So far, sanctions are working like a slow poison. (2023, August 30). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-economy-ukraine-war-ac83e7a74d9e426cb18c5168c5929d38

8. Russia-Ukraine peace talks ‘a long way off’ – UN chief. (2023, September 13). RT. Retrieved from https://www.rt.com/russia/582928-guterres-ukraine-peace-talks/

9.The Latest: US says Ukraine rebel request a 'false flag' op. (2022, February 24). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4452860

10. Ukraine counteroffensive: Slow going, but we’re making progress, Zelenskyy says. (2023, September 18). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/ukraine-counteroffensive-one-year-war-russia-making-progress-zelenskyy-says/

11. White House confirms more than $100B spent on Ukraine war. (2023, September 12). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/white-house-confirms-more-than-100b-in-taxpayer-resources-spent-on-ukraine

12. Zelensky interview transcript: ‘Ukraine must win’. (2023, May 13). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/2023/05/13/zelensky-washington-post-interview-transcript/

-----------------


เลือกตั้งโปแลนด์มุ่งให้ยูเครนรบต่อไป

หากมอราวีแยตสกีชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย ความสัมพันธ์กับยูเครนจะดีขึ้นอย่างเหลือเชื่อ ข้อพิพาทเรื่องสินค้าเกษตรที่มีอยู่จะจางหายอย่างรวดเร็ว สงครามยูเครนดำเนินต่อไป

มาแตอุช มอราวีแยตสกี (Mateusz Morawiecki) นายกรัฐมนตรีโปแลนด์แจ้งขอยุติส่งอาวุธแก่ยูเครนจากความขัดแย้งทางการค้า ในฐานะนักการเมืองพรรคของตนต้องรับผิดชอบดูแลเกษตรกร ตอนนี้กองทัพโปแลนด์เข้มแข็งด้วยอาวุธทันสมัยไม่เกรงกลัวรัสเซียแล้ว จากนี้จะช่วยยูเครนเป็นทางผ่านส่งกระสุนเสบียงที่เหลืออยู่เท่าที่ได้ตกลงกันแล้ว จะไม่มอบอาวุธช่วยยูเครนอีกต่อไป ไม่เพียงเท่านั้นขอเรียกร้องอียูคว่ำบาตรธัญพืชยูเครนต่อไป (ที่เป็นปัญหาคือข้าวโพด ข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน) ปกป้องตลาดสินค้าเกษตรหลังธัญพืชยูเครนไหลบ่าท่วมตลาดจนราคาร่วง ชาวนาโปแลนด์ร้องขอความช่วยเหลือ

ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีโต้ว่าช่วยยูเครนน้อยลงเท่ากับช่วยรัสเซียมากขึ้น โปแลนด์ต้องตอบสังคมโลกว่าทำไมจึงช่วยให้รัสเซียมีโอกาสชนะมากขึ้น พวกเรากำลังสู้เพื่อเสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนไม่ใช่หรือ

ตามข้อมูลจากสื่อในเวลาไม่ถึงเดือนเรื่องนี้สร้างความร้าวฉานระหว่างรัฐบาลยูเครนกับโปแลนด์อย่างรวดเร็ว

จุดยืนของโปแลนด์:

ตั้งแต่เริ่มสงครามรัฐบาลโปแลนด์ประกาศสนับสนุน มีนาคม 2022 นายกฯ มอราวีแยตสกียืนยันสนับสนุนยูเครน ชื่นชมที่ยูเครนรบอย่างกล้าหาญ ด้านประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวตอบว่ายูเครนชนะได้เพราะ “มีเพื่อนแบบนี้”

นายกฯ โปแลนด์ย้ำอีกว่า สงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องของคนรุ่นนี้เท่านั้น ต้องปกป้องอนาคตของลูกหลาน “ให้อยู่ในโลกเสรีพ้นจากทรราชย์” ต่อมาเมื่อรัสเซียยืนยันประเทศที่ไม่เป็นมิตรต้องซื้อก๊าซธรรมชาติของตนด้วยเงินรูเบิลเท่านั้น นายกฯ โปแลนด์กล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวคือการ “โจมตีประเทศโปแลนด์” รัสเซียเป็นจักรวรรดินิยมก๊าซ” (“gas imperialism”) จะไม่ยอมสยบต่อรัสเซีย

ปีถัดมากุมภาพันธ์ 2023 นายกฯ มอราวีแยตสกี กล่าวว่ารัสเซียจะโจมตีโปแลนด์ “เป็นเป้าหมายต่อไป" ดังนั้นต้องช่วยยูเครนสกัดรัสเซียให้จงได้ 

ท่ามกลางความขัดแย้งเรื่องสินค้าเกษตรในยามนี้ Zbigniew Rau รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศตั้งคำถามว่าทำไมโปแลนด์ต้องแบกภาระกลาโหมมหาศาลเพื่อช่วยยูเครนทำสงคราม พรรคการเมืองไม่ว่าจะฝ่ายขวาหรือฝ่ายซ้ายต่างเห็นด้วยกับการห้ามนำเข้าธัญพืชยูเครน เป็นเรื่องผลประโยชน์เศรษฐกิจแห่งชาติ 

กลายเป็นว่าจากที่ยืนยันช่วยยูเครน เป็นสงครามของฝ่ายโลกเสรีที่ต้องร่วมต้านรัสเซีย บัดนี้โปแลนด์วางตัวถอยห่าง ที่ผ่านมาโปแลนด์ช่วยมากไปต้องรู้จักรักษาผลประโยชน์ส่วนตนบ้าง

ความสำคัญของโปแลนด์:

นับจากเริ่มสงครามโปแลนด์ช่วยเหลือยูเครนมากมาย มีข้อมูลว่าโปแลนด์มอบความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนกว่า 3,300 ล้านดอลลาร์ (ข้อมูลกันยายน 2023) รวมถึงรถถัง T-72s ราว 300 คัน รถถัง Leopard 2 เครื่องบินรบ MiG-29 จำนวน 14 ลำ ปืนใหญ่ กระสุน ฯลฯ ที่สำคัญกว่านั้นคือโปแลนด์ตั้งบนตำแหน่งยุทธศาสตร์หลังบ้านยูเครน เป็นเส้นทางหลักของการส่งมอบความช่วยเหลือต่างๆ ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกมอบให้ เป็นฐานที่มั่นสำคัญ แหล่งฝึกทหารขนาดใหญ่ หากรัฐบาลสหรัฐกับพวกยังต้องการรบต่อต้องมีรัฐบาลโปแลนด์ที่สนับสนุนสงครามอย่างแข็งขัน ลดน้อยกว่ารัฐบาลชุดปัจจุบันไม่ได้ 

ยิ่งในยามนี้ที่กองทัพยูเครนกำลังเป็นฝ่ายรุก ข่าวทัพรัสเซียถอยร่นต่อเนื่อง หน่วยรบยูเครนได้พื้นที่คืนตลอดเวลา รัฐบาลเซเลนสกีร้องขออาวุธไม่หยุด แพ้หรือชนะอยู่ที่การส่งกระสุนเสบียงเพิ่มเติม ในช่วงสำคัญเช่นนี้ ความร่วมมือจากโปแลนด์เป็นปัจจัยตัดสินแพ้ชนะไม่น้อยกว่าการรบที่แนวหน้า ดังนั้นโปแลนด์จึงมีความสำคัญพิเศษต่อยูเครน

แม้ว่าตอนนี้รัฐบาลโปแลนด์ยังพูดว่าช่วยยูเครนแต่ความขัดแย้งสินค้าเกษตรกำลังทำลายความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว สัมพันธ์กับการเมืองภายใน กำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป 15 ตุลาคมใกล้เข้ามาทุกขณะ ยิ่งใกล้วันลงคะแนนพรรคของนายกฯ มอราวีแยตสกียิ่งต้องโหมกระแสต้านยูเครน

แค่หาเสียงเลือกตั้ง:

ต้นตอปัญหาคือธัญพืชยูเครนราคาถูกกว่าเพื่อนบ้าน รัฐบาลโปแลนด์ ฮังการี บัลแกเรีย โรมาเนียและสโลวาเกียแก้ด้วยการระงับนำเข้า หวังปกป้องตลาด แต่ยังให้เป็นทางผ่านส่งออกสินค้ายูเครนสู่ตลาดโลก ด้านรัฐบาลเซเลนสกีฟ้ององค์การค้าโลก ผลคือโปแลนด์ตอบโต้ด้วยการเชื่อมโยงกับสงครามยูเครนดังที่นำเสนอข้างต้น 

ความจริงแล้วการกีดกันสินค้าเกษตรยูเครนเป็นนโยบายที่อียูรับรอง (แม้ผิดหลักองค์การค้าโลก) ดังนั้นการที่โปแลนด์พยายามกีดกันจึงไม่ผิดในฐานะสมาชิกอียู ส่วนที่เกี่ยวข้องกับองค์การค้าโลก เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าข้อพิพาททำนองนี้มีมากและองค์การค้าโลกทำอะไรไม่ได้มาก สุดท้ายเรื่องนี้จะเงียบหายไปเอง ยูเครนไม่สามารถคาดหวังอะไรจากองค์การค้าโลก 

ที่ควรยึดให้มั่นคือ การสกัดกั้นสินค้าเกษตรยูเครนได้มากน้อยเพียงไรขึ้นกับการบริหารจัดการภายในมากกว่า (สามารถสกัดสินค้าเถื่อน การรั่วไหลระหว่างทางขณะผ่านประเทศ) ไม่ใช่ความผิดของยูเครน จึงมีคำตอบว่าทำไมรัฐบาลโปแลนด์กับยูเครนทำให้เป็นกลายเป็นเรื่องราวระหว่างประเทศ

ดังนั้นที่ระยะนี้เป็นเรื่องใหญ่จึงเกิดจาก “การสร้าง” การขยายความให้ใหญ่โต

นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่านายกฯ มอราวีแยตสกีต้องแสดงท่าทีขึงขังเพื่อชนะเลือกตั้งซึ่งเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนยูเครนโดยตรง การชนะเลือกตั้งคือเครื่องประกันว่ารัฐบาลโปแลนด์ชุดหน้าสนับสนุนเซเลนสกีทำสงครามต่อไป เป็นที่วิเคราะห์กันมากว่าสงครามนี้จะดำเนินต่อไปอีกยาวนาน 

ตามแนวคิดนี้ เป้าหมายสำคัญของนายกฯ มอราวีแยตสกีไม่ใช่เพื่อช่วยเกษตรกรประเทศตนแต่ช่วยรัฐบาลเซเลนสกี ตามแนวทางรัฐบาลไบเดนที่จะช่วยยูเครนรบจนกระทั่งยูเครนเหลือทหารคนสุดท้าย

Donald Tusk ผู้นำพรรคฝ่ายค้านโปแลนด์เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ กล่าวว่าพวกพรรครัฐบาลต่อต้านเซเลนสกีในช่วงนี้เพื่อการหาเสียงเท่านั้น

ปัจจัยนาโตกับสหรัฐ:

ต้องไม่ลืมว่าโปแลนด์เป็นสมาชิกนาโต เป็นมิตรที่ดีของสหรัฐมานานหลายปี รัฐบาลโปแลนด์ร่วมมือสหรัฐต้านรัสเซียเรื่อยมา เมื่อโปแลนด์เป็นสมาชิกนาโตจะแหกคอกไม่ช่วยยูเครนไม่ได้ ควรพูดว่าโปแลนด์ร่วมมือช่วยเหลือยูเครนตั้งแต่ต้นเพราะนาโตกับสหรัฐ ถ้าคิดให้ลึกกว่านั้นโปแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของแผนสงครามยูเครนตั้งแต่ต้น (ดังที่อธิบายบทบาทของโปแลนด์) แต่ด้วยปัจจัยการเมืองในประเทศทำให้รัฐบาลมอราวีแยตสกีต้องแสดงบทแข็งกร้าว ทั้งๆ ที่อาจไม่จำต้องทำมากเช่นนั้น เพราะรัฐบาลพยายามสกัดกั้นสินค้าธัญพืชยูเครนอยู่แล้ว

การนำปัจจัยนาโตกับสหรัฐเข้ามาร่วมวิเคราะห์ช่วยอธิบายลงลึกให้เข้าถึงประเด็นที่สำคัญกว่าข่าวการตอบโต้ไปมาของรัฐบาล 2 ประเทศ

สรุป: 

เรื่องนี้อธิบายตามยุทธศาสตร์สงครามไฮบริดได้ว่าเนื่องจากการบั่นทอนทำลายเศรษฐกิจการเมืองรัสเซียต้องใช้เวลาอีกหลายปี ในการนี้โปแลนด์มีความสำคัญเป็นหลังบ้านยูเครน รัฐบาลโปแลนด์ต้องยินดีร่วมมือสนับสนุน เป็นที่มาว่าต้องให้มาแตอุช มอราวีแยตสกีชนะเลือกตั้งอีกครั้ง รัฐบาลมอราวีแยตสกีกับเซเลนสกีจึงช่วยกันสร้างและขยายความขัดแย้งเทียม เพื่อแสดงให้คนโปแลนด์เข้าใจว่านายกฯ ของตนห่วงใยเกษตรกร สมควรเป็นนายกฯ ต่ออีกสมัย

การวิเคราะห์ตามแนวทางนี้จะถูกต้องหรือไม่ดูได้หลังเลือกตั้ง หากพบว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ ข้อพิพาทเรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็กและจางหายไป รัฐบาลสหรัฐกับพวกช่วยยูเครนสู้ศึกต่อไป

เป็นอีกกรณีตัวอย่างที่ปัจจัยการเมืองภายในสัมพันธ์กับเหตุการณ์สำคัญของโลก

1 ตุลาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9817 วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2566)

---------------------------

บรรณานุกรม :

1. EU nations accuse Russia of using natural gas as 'blackmail'. (2022, April 28). ABC News. Retrieved from https://abcnews.go.com/Business/wireStory/poland-bulgaria-denounce-russian-gas-blackmail-84340158

2. 'Europe stands with you': EU leaders express solidarity with Ukraine after Zelensky meeting. (2022, March 16). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/03/15/europe/european-prime-ministers-kyiv-intl/index.html

3. How is Poland Aiding Ukraine? (2023, September 24). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20230924/how-is-poland-aiding-ukraine-1113627501.html

4. Poland calls on the EU to extend the embargo on Ukraine grain to prevent glut and protect farmers. (2023, September 12). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/poland-ukraine-grain-imports-ban-farmers-7737fbf97560fccf9768cc87b2949185

5. Poland is done sending arms to Ukraine, Polish leader says as trade dispute escalates. (2023, September 7). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/poland-ukraine-weapons-russia-war-trade-dispute-5e2e7a194b5238b86c160f0f4848b4f3

6. Poland Predicts Russia's 'Next Attack'. (2023, February 20). Newsweek. Retrieved from https://www.newsweek.com/mateusz-morawiecki-poland-russia-nato-attack-1782286

7. Poland’s PM tells Ukraine’s Zelenskyy to ‘never insult’ Polish people again. (2023, September 23). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2023/9/23/polands-pm-tells-ukraines-zelenskyy-to-never-insult-polish-people-again

8. Polish FM: We will continue to back Ukraine, but we must protect our farmers. (2023, September 22). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/polish-fm-zbigniew-rau-farmers-support-russia-ukraine-war/

-----------------