พูดแบบ “ทรัมป์ๆ” จริงบ้างเท็จบ้างไม่เห็นเป็นไร?

เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าประธานาธิบดีทรัมป์พูดถูกๆ ผิดๆ อยู่เสมอ และเนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีใครเอาความ ทรัมป์จึงยังคงพฤติกรรมเช่นนี้ แต่การสังหารสุไลมานีเป็นประเด็นทำให้ อเมริกาตกอยู่ในอันตราย
             เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาเกิดเหตุผู้ประท้วงบุกเผาสถานทูตสหรัฐประจำกรุงแบกแดด ทั้งๆ ที่ตั้งอยู่ในเขต Green Zone เขตรักษาความปลอดภัยสูงสุด มีข้อมูลว่าผู้นำระดับสูงของกลุ่ม Popular Mobilization Forces (PMF) กับ Kata’ib Hezbollah ร่วมอยู่ในกลุ่มผู้ประท้วงด้วย เป็นที่รู้กันว่ารัฐบาลอิหร่านสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้
ประธานาธิบดีทรัมป์โทษอิหร่านคือตัวการใหญ่ “อิหร่านคือผู้จัดการโจมตีสถานทูตสหรัฐในอิรัก ต้องรับผิดชอบเต็มๆ” ประกาศจะตอบโต้อย่างสาสม ตามมาด้วยการสังหารนายพลกอซิม สุไลมานี (Qassim Soleimani) ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของอิหร่านที่เป็นองค์กรใหญ่ของพวกที่บุกเผาสถานทูต
นักวิเคราะห์อเมริกันบางคนเห็นว่าการสังหารนายพลสุไลมานีไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอิหร่าน ไม่ช่วยอะไรทางยุทธศาสตร์ มีแต่ทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนกว่าเดิม สวนทางกับที่รัฐบาลทรัมป์เห็นว่าจำเป็น สมควรแล้ว
ศูนย์ปล่อยข่าวปลอมข่าวเท็จ (Fake News Center) :
            จากเหตุดังกล่าวอิหร่านประกาศแก้แค้น ประธานาธิบดีทรัมป์ทวิตข้อความว่าเหตุที่สังหารเพราะนายพลสุไลมานีเตรียมโจมตีสถานทูตอีกหลายแห่ง ในเวลาต่อมาชี้แจงเพิ่มว่าจำต้องสังหารทันที เพราะเป็นภัยจวนตัว (imminent) ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้
แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) แกนนำพรรคเดโมแครทกล่าวว่าคำสั่งสังหารนายพลกอซิม สุไลมานีเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ไม่เหมาะสม ยั่วยุให้สถานการณ์ตึงเครียด รัฐบาลกระทำโดยไม่ปรึกษารัฐสภาก่อนเท่ากับไม่เคารพอำนาจทำสงครามของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ เสนอญัตติจำกัดความเป็นปรปักษ์ทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิหร่านให้ไม่เกิน 30 วัน
ในขณะเดียวกันสังคมตั้งคำถามว่าการสังหารสุไลมานีสำคัญจำเป็นดังที่รัฐบาลพูดหรือไม่ ผลโพลของ ABC News/Ipsos พบว่าคนอเมริกันร้อยละ 56 ไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดีที่พูดว่าปฏิบัติการ ดังกล่าวทำให้อเมริกาปลอดภัยขึ้น ร้อยละ 52 คิดว่าทำให้ประเทศตกอยู่ในอันตรายมากกว่าเดิม ร้อยละ 32 คิดว่าเสี่ยงทำสงครามเต็มตัวกับอิหร่าน
เกิดกระแสร้องขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลอธิบายเหตุผลความจำเป็น ส.ส. ส.ว. บางท่านเห็นว่าประธานาธิบดีควรเข้ามาชี้แจงเรื่องนี้ในรัฐสภา
หลายคนย้อนนึกถึงเหตุการณ์ประธานาธิบดีบุชสั่งบุกอิรัก โดยอ้างว่ารัฐบาลซัดดัมมีอาวุธอำนาจทำลายร้ายแรงเป็นภัยร้ายแรงต่ออเมริกา ที่สุดแล้วไม่พบอาวุธเหล่านั้นและรัฐบาลบุชยอมรับว่าข่าวกรองผิดพลาด
เมื่อเผชิญแรงกดดันให้แสดงหลักฐาน มาร์ค เอสเปอร์ (Mark Esper) รมต.กลาโหมชี้แจงว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้พูดว่าฝ่ายข่าวกรองให้ข้อมูลว่านายพลสุไลมานีจะโจมตีสถานทูตสหรัฐ 4 แห่ง ทั้งเอสเปอร์กับทรัมป์ “คิดเอาเอง” ว่าสถานทูต 4 แห่งอาจเป็นเป้าโจมตี เป็นข้อสรุปในตัวว่าประธานาธิบดีไม่มีหลักฐาน “คิดเอาเอง” ว่าน่าจะเป็นไปได้ แต่ก็มีคำถามตามมาอีกว่าถ้าทรัมป์ไม่มีหลักฐานแน่นหนาทำไมจึงพูดว่าเป็น ภัยจวนตัว
เมื่อกระแสสังคมดังต่อเนื่อง ต้องการให้รัฐบาลแสดงหลักฐาน ประธานาธิบดีทรัมป์ทวิตข้อความยืนยันว่าสุไลมานีเป็นภัยจวนตัวจริงๆ แต่ไม่แสดงหลักฐานใดๆ เช่นเคย
ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงพฤติกรรมเดิมคือพูดไปเรื่อยๆ จริงบ้างเท็จบ้าง และเนื่องจากปราศจากการตรวจสอบ ไม่มีใครหยุดยั้งพฤติกรรมของท่าน จึงมีคำพูดว่าคนนี้เป็นภัยคุกคามจวนตัว จำเป็นต้องจัดการ ผมทำให้คนอเมริกันปลอดภัยขึ้น ผมขอยืนยันหนักแน่น ... ฯลฯ พูดทำนองนี้ไปเรื่อยๆ ซ้ำไปซ้ำมาแต่ไม่แสดงหลักฐานประกอบคำพูดตัวเอง
ที่สังคมต้องการคือหลักฐานชี้ว่าสุไลมานีเตรียมโจมตีสถานทูตสหรัฐอีกหลายแห่ง บางคนตีความว่าที่ทรัมป์พูดเรื่องสถานทูตอีก 4 แห่งนั้นเป็นการปั้นน้ำเป็นตัว
ในเชิงภาพรวม ทรัมป์มีพฤติกรรมพูดถูกๆ ผิดๆ อยู่เสมอ จริงบ้างเท็จบ้าง สื่อ The Washington Post รายงานว่า 3 ปีนับจากเริ่มรับตำแหน่งประธานาธิบดีทรัมป์พูดเท็จราว 15,000 ครั้งแล้ว
เนื่องจากที่ผ่านมาไม่มีใครเอาความ กลายเป็นพฤติกรรมที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่กรณี “การสังหารสุไลมานี” เป็นประเด็นทำให้ “อเมริกาตกอยู่ในอันตราย”
สุไลมานีไม่เป็นอันตรายแต่การสังหารสุไลมานีทำให้อเมริกาตกอยู่ในอันตราย ... นี่คือกระแสที่เกิดขึ้นในขณะนี้
            อันที่จริงแล้วผู้นำประเทศไม่จำต้องเก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง การทำงานมีระบบรองรับอยู่แล้ว ทำเนียบขาวมีทีมงานหลายร้อยคนที่เชี่ยวชาญทุกด้าน พร้อมรับใช้ประธานาธิบดี ให้ข้อมูล แนวทาง ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ดูเหมือนว่าทรัมป์ไม่ชอบใช้บริการจากทำเนียบขาว เอาแต่ใช้ทวิตเตอร์ของตนสื่อข้อความถึงคนอเมริกันและคนทั่วโลกหลายร้อยล้านคนที่ “ติดตาม” ทวิตเตอร์ของท่าน ดังที่ได้นำเสนอในบทความก่อนว่าท่านทวิตทุกสัปดาห์ บางวันหลายครั้ง พูดสารพัดเรื่อง ถูกๆ ผิดๆ จริงบ้างเท็จบ้าง ดังที่สื่อจับผิดว่าทรัมป์พูดผิดพูดเท็จอย่างน้อย 15,000 ครั้งแล้ว
ไม่อาจปฏิเสธว่าทรัมป์ไม่รู้คำวิจารณ์เหล่านี้ .... แต่ท่านยังคงพฤติกรรมเช่นนี้ต่อเนื่อง นำสู่คำถามว่า ตั้งใจใช่ไหม
จากภัยคุกคามจวนตัวสู่ยุทธศาสตร์ป้องปราม :
ในที่สุด ไมค์ พอมเพโอ (Mike Pompeo) รมต.ต่างประเทศอธิบายว่าการสังหารสุไลมานีเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าคือเพื่อป้องปราม (to deter) อิหร่าน รวมทั้งชาติปรปักษ์อย่างรัสเซีย จีน เป็นนโยบายป้องปรามของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อปกป้องเสรีภาพ
จากกระแสสังคมที่ร้องขอให้สอบสวนว่าประธานาธิบดีพูดจริงหรือเท็จ ล่าสุดรัฐบาลทรัมป์ไม่ใช้คำว่าภัยจวนตัวอีก เปลี่ยนเป็นพูดว่าการสังหารสุไลมานีเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ป้องปราม โดยทั่วไปการป้องปรามมีลักษณะหลายอย่างประกอบกัน เช่น การปิดล้อม บั่นทอนให้ศัตรูค่อยๆ อ่อนแรง รวมถึงการชิงลงมือก่อน ต่างจาก “ภัยจวนตัว” ที่มีความเร่งด่วนเร่งรีบ ต้องจัดการทันที ไม่ต้องขออำนาจรัฐสภา
การที่รัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนท่าทีดังกล่าวอาจเป็นวิธีเลี่ยงการสืบสวน ไม่ต้องให้ข้อมูลเรื่อง 4 สถานทูต เนื่องจากการป้องปรามเป็นกิจกรรมที่ต้องดำเนินไปเรื่องๆ เหมือนกับที่ปิดล้อมโซเวียตในสมัยสงครามเย็นหรือที่กำลังปิดล้อมจีนในปัจจุบัน
ดูเหมือนว่าในที่สุดรัฐบาลหาทางออกจนได้
เป็นผู้นำของชาติมหาอำนาจทำอะไรก็ได้? :
            อีกเหตุผลที่นำควรมาประกอบคือสหรัฐเป็นชาติมหาอำนาจ มีกองทัพเกรียงไกรหาใครเปรียบมิได้ ที่ผ่านมาใช้ยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้า ขยายและรักษาอิทธิพลทั่วโลกเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์จากประเทศอื่นๆ ให้มากที่สุด ถ้าจำเป็นจะใช้กำลัง ถือยุทธศาสตร์ชิงลงมือก่อน เหล่านี้เป็นเหตุผลทำให้ผู้นำประเทศสหรัฐมักแสดงท่าทีแข็งกร้าว ข่มขู่ใช้กำลังหรือใช้มาตรการลงโทษทางการค้าเศรษฐกิจอยู่เสมอ
            การข่มขู่ใช้กำลังกับอิหร่านหรือกรณีสังหารนายพลสุไลมานีคือตัวอย่างล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ลงมือสั่งฆ่าด้วยเหตุผลเดิมๆ คือ “เพื่อความมั่นคงแห่งชาติ” ทำให้อเมริกาปลอดภัยกว่าเดิม เพื่อเสรีประชาธิปไตย
            แท้จริงแล้วรัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจะชุดนี้หรือชุดก่อนต่างใช้เครื่องบินไร้พลขับหรือเครื่องโดรนสังหารผู้ก่อการร้ายมากต่อมากแล้ว เป็นภารกิจที่ทำในต่างประเทศ แต่หลายครั้งพบว่าผิดพลาด เช่น ทิ้งระเบิดลงกลางพิธีแต่งงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ก่อการร้าย แต่ที่สุดไม่มีใครเอาผิดได้ การจัดการสุไลมานีด้วยเครื่องโดรนเป็นอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น
            มองในแง่มุมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สหรัฐเป็นประเทศที่ราวกับว่าทำอะไรก็ได้ เมื่อรวมกับประธานาธิบดีทรัมป์ การพูดแบบ ทรัมป์ๆจริงบ้างเท็จบ้างไม่เห็นเป็นไร?
19 มกราคม 2020
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8470 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2563)
----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
ตั้งแต่ช่วงหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ มีปัญหากับสื่อเรื่อยมา เพราะสื่อส่วนใหญ่มักเสนอข่าวแง่ลบของทรัมป์ ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับชี้ว่าสื่อมวลชนเหมือนพรรคฝ่ายค้าน ในขณะที่สื่อนำเสนอข่าวทุกแง่ทุกมุม ลงลึกรายละเอียด เกิดการโต้เถียงว่าสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์พูดนั้น “จริงหรือเท็จ” กลายเป็นสังคมที่ยากจะหาความจริง เพราะรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวเท็จ เพียงแต่อาจมีความจริง 2 ชุด หรือที่เรียกว่ามี alternative fact
บรรณานุกรม :
1. Baghdad embassy attack: US Marines and Apache helicopters reinforce compound after Iraqi protesters storm gates. (2019, December 31). Independent. Retrieved from https://www.independent.co.uk/news/world/middle-east/iraq-us-embassy-shooting-baghdad-iran-airstrikes-protest-a9265221.html
2. Esper won't confirm intelligence about President's claim that Soleimani was targeting 4 US embassies. (2020, January 12). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/01/12/politics/mark-esper-us-embassies-soleimani-cnntv/index.html
3. Iraqis lay siege to den of espionage and terror. (2019, December 31). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/443634/Iraqis-lay-siege-to-den-of-espionage-and-terror
4. Mike Pompeo Shifts Rationale for Soleimani Killing From ‘Imminent’ Threat to Deterrence Strategy. (2020, January 14). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/world/202001141078029878-mike-pompeo-shifts-rationale-for-soleimani-killing-from-imminent-threat-to-deterrence-strategy/
5. Pelosi announces war powers resolution as tensions with Iran escalate. (2020, January 6). NBC News. Retrieved from https://www.nbcnews.com/politics/national-security/pelosi-announces-war-powers-resolution-tensions-iran-escalate-n1111041
6. Poll: +50% of Americans Believe Gen. Soleimani's Assassination Puts US Security at Risk. (2020, January 13). FNA. Retrieved from http://en.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13981023000667
7. The Soleimani assassination was short-sighted for US strategy and destabilizing for Iraq and the region. (2020, January 3). The Hill. Retrieved from https://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2020/01/03/Iraqi-PM-condemns-US-assassination-of-Iran-s-Soleimani-al-Muhandis-.html
8. Trump pressed to detail what prompted strike on Iran general. (2020, January 7). AP. Retrieved from https://apnews.com/33938bbba5ec176dde0179f5d7571363
9. Trump warns Iran: US has targeted '52 Iranian sites' and will 'hit very fast and very hard' if needed. (2020, January 4). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/world/iran-trump-warns-iran-we-have-targeted-52-iranian-sites
10. Trump’s congenital dishonesty trips him up again. (2020, January 13). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/opinions/2020/01/12/trumps-congenital-dishonesty-trips-him-up-again/
11. US President Trump defends decision to kill Iran’s Soleimani. (2020, January 13). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/en/News/world/2020/01/13/US-President-Trump-defends-decision-to-kill-Iran-s-Soleimani.html
-----------------------------
ที่มารูป : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724/10163646655980725/?type=3&theater

ความโดดเด่นของทรัมป์กับคาเมเนอีจากเหตุสุไลมานี

เหตุเสียชีวิตของนายพลสุไลมานีทำให้เกิดการเผชิญหน้าและตอบโต้ด้วยอาวุธโดยตรงระหว่างผู้นำอิหร่านกับสหรัฐ ในอนาคตยังมีอีกหลายประเด็นที่อาจนำสู่การเผชิญหน้าแบบนี้อีก
อิหร่านยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (ballistic missiles) 15 ลูกจากแผ่นดินอิหร่านโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐ 2 จุดในอิรัก ล้างแค้นให้กับนายพลกอซิม สุไลมานี (Qassim Soleimani) เป็นเหตุการณ์เผชิญหน้าโดยตรงระหว่างผู้นำสูงสุดของทั้ง 2 ประเทศ บทความนี้นำเสนอบทบาทอันโดดเด่นของอยาตุลเลาะห์คาเมเนอีกับประธานาธิบดีทรัมป์
อยาตุลเลาะห์คาเมเนอี :
อยาตุลเลาะห์ อาลี โฮไซนี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Hosseini Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านคนปัจจุบันคือผู้ที่แทนอยาตุลเลาะห์โคมัยนี (1900-1989) ผู้นำปฏิวัติอิสลาม (อิหร่าน)
นับจากปฏิวัติอิสลามเมื่อปี 1979 อิหร่านปกครองด้วยระบอบ Islamic theocracy คำสอนศาสนาเป็นรากฐานการปกครอง พระเจ้ามีสิทธิอำนาจสูงสุด แม้เรียกว่าอำนาจนิยมแต่เป็นอำนาจนิยมที่ถูกกำกับโดยบัญญัติศาสนา
อยาตุลเลาะห์คาเมเนอีสนใจการเมืองตั้งแต่หนุ่ม มีบทบาททางการเมือง ได้รับตำแหน่งสำคัญในสมัยของอยาตุลเลาะห์โคมัยนีหลายตำแหน่ง ปี 1982-1990 ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอิหร่าน และนับจากปี 1990 จนบัดนี้อยู่ในฐานะเป็นผู้นำที่ได้รับความเคารพสูงสุด สามารถดำรงตำแหน่งต่อเนื่องแบบไม่มีวาระหรือจนถึงแก่กรรม
ไม่เพียงบทบาทสูงสุดในอิหร่าน ท่านได้รับความเคารพและยอมรับจากชีอะห์มากมายไกลหลายประเทศ เช่น เลบานอน อิรัก บาห์เรน อัฟกานิสถาน ปากีสถานและอีกหลายประเทศ ดังนั้น จึงมีมุสลิมชีอะห์มากมายที่เคารพศรัทธาท่าน
ในยุคอยาตุลเลาะห์โคมัยนีได้วางหลักเกณฑ์ว่าด้วยผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คือผู้นำสูงสุดทั้งด้านศาสนากับการเมือง มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญในบางเรื่อง แต่คำว่าผู้นำสูงสุดในที่นี้ไม่ใช่ความหมายแบบตะวันตกเสียทีเดียว ไม่ได้หมายความว่าท่านจะตัดสินใจโดยไม่ฟังความเห็นของใคร แท้จริงแล้วแวดล้อมด้วยผู้นำระดับอื่นๆ อีก โดยเฉพาะสภาผู้ชี้นำ (Guardian council) กับ Expediency council สภาพิเศษซึ่งทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างรัฐสภา และสภาผู้ชำนาญการ (Assembly of experts)
            แต่ในอีกแง่หนึ่ง ท่านเข้าถึงการบริหารประเทศทุกด้านทุกมิติ ตั้งแต่การทหาร ความมั่นคง ข่าวกรอง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองภายใน เศรษฐกิจ ฯลฯ โดยไม่จำต้องรายงานประธานาธิบดีหรือรัฐสภา
อันที่จริงแล้วระบบการเมืองอิหร่านมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้นำฝ่ายบริหารด้วย โดยผู้นำฝ่ายบริหาร รัฐสภาจะรับทิศทางหรือนโยบายจากผู้นำสูงสุดอีกทอด ไม่ขัดแย้งกับความเห็นของผู้นำสูงสุด
จะเห็นว่าระบบการปกครองของอิหร่านจะมีทั้งผู้นำจิตวิญญาณที่ดูแลทุกเรื่องของประเทศกับประธานาธิบดี รัฐบาลผู้บริหารประเทศด้วย โดยทั่วไปประธานาธิบดีกับรัฐบาลจะเป็นผู้แสดงบทบาทตามหน้าที่ ผู้นำจิตวิญญาณจะแสดงบทบาทเป็นที่ปรึกษา แสดงข้อคิดเห็น
แต่ในกรณีการเสียชีวิตของขุนพลสุไลมานี อยาตุลเลาะห์คาเมเนอีประกาศด้วยตัวเองว่าจะต้องล้างแค้น นำสู่การยิงขีปนาวุธใส่ฐานที่มั่นสหรัฐ 2 แห่งในอิรัก ทั้งยังกล่าวด้วยว่าการล้างแค้นไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้แต่จะดำเนินต่อไป พร้อมประกาศย้ำจุดยืนจะต้องปราศจากสหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง
            อยาตุลเลาะห์คาเมเนอีตอบโต้เชิงนโยบายเชิงความคิดกับรัฐบาลสหรัฐมานานแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการเผชิญหน้าโดยตรงที่เด่นชัดมากปรากฏเป็นข่าวใหญ่ มุสลิมชีอะห์มากมายทั่วโลกสนับสนุนอย่างแข็งขัน

บทบาทประธานาธิบดีสหรัฐที่เพิ่มขึ้น :
             แต่แรกเมื่อก่อตั้งประเทศอำนาจประธานาธิบดีสหรัฐจำกัดมาก เพราะไม่ต้องการให้เป็นระบอบกษัตริย์ เมื่อเวลาผ่านไปอำนาจประธานาธิบดีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากเหตุผลสหรัฐมีบทบาทในเวทีโลก ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อาวุธนิวเคลียร์ อีกทั้งตัวประธานาธิบดีพยายามเพิ่มบทบาท เพิ่มอำนาจแก่ตัวเอง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ไม่ต่างจากผู้นำคนก่อนที่พยายามเชิดชูบทบาทตนเองและเพิ่มอำนาจให้กับตัวเอง เป็นประเด็นถกเถียงในรัฐสภา แวดวงการศึกษาว่าเป็นการสมควรหรือไม่
            เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจคือประธานาธิบดีทรัมป์ได้พัฒนาการสื่อสารกับคนอเมริกัน (และทั่วโลก) ด้วยโซเชียลมีเดีย โดยการใช้ทวิตเตอร์เพียงเครื่องเดียว ท่านทวิตข้อความสารพัด ทั้งเรื่องนโยบาย โจมตีรัฐบาลประเทศอื่น ต่อว่าฝ่ายค้าน สื่อ ฯลฯ ท่านทวิตทุกสัปดาห์ บางวันหลายครั้ง ข้อความจากทวิตเตอร์ของท่านกลายเป็น “ข่าว” ที่สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ต้องเสนอซ้ำในสื่อของตนอีกครั้ง
            จะเห็นว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีสื่อของตนเอง (ที่ไม่ต้องลงทุน) และแท้ที่จริงแล้ว “ท่านคือสื่อ” หลายร้อยล้านคนทั่วโลกติดตามท่านโดยตรง เป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจว่าประธานาธิบดีสหรัฐกำลังสื่อสารตรงกับคนทั้งโลก ประกาศว่าตนเป็นผู้สั่งสังหารนายพลสุไลมานี
            อันที่จริงแล้วท่านพูดถูกๆ ผิดๆ อยู่เสมอ มีสื่อ นักวิชาการตรวจสอบพบว่าท่านผิดเป็นประจำ
การถ่วงดุลของการเมืองอเมริกา :
ทันทีที่ข่าวการเสียชีวิตของนายพลสุไลมานีแพร่ออกไป ส.ส. ส.ว.สหรัฐหลายคนแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) แกนนำพรรคเดโมแครทกล่าวว่าคำสั่งสังหารนายพลสุไลมานีเป็นปฏิบัติการทางทหารที่ไม่เหมาะสม ยั่วยุให้สถานการณ์ตึงเครียด กระทำโดยไม่ปรึกษารัฐสภาก่อนเท่ากับไม่เคารพอำนาจรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ ไม่กี่วันต่อมาสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐผ่านญัตติให้รัฐบาลจำกัดพื้นที่โจมอิหร่าน และหากปราศจากความเห็นชอบจากสภา ความเป็นศัตรูระหว่างสหรัฐกับอิหร่านจะต้องยุติใน 30 วัน
จะเห็นว่าระบบการเมืองสหรัฐกำลังทำงาน
ไม่เพียงแต่นักการเมืองที่ตรวจสอบรัฐบาล สังคมตั้งคำถามว่าการสังหารนายพลสุไลมานีสำคัญจำเป็นดังที่รัฐบาลชี้แจงหรือไม่ ช่วยปกป้องรักษาชีวิตคนอเมริกันดังที่ทรัมป์พูดหรือไม่ เกิดกระแสร้องขอให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลอธิบายเหตุผลความจำเป็น
ถ้ามองในเชิงการเมือง คนอเมริกันส่วนหนึ่งเกรงว่าสุ่มเสี่ยงเกิดสงครามใหญ่ คนอเมริกันต้องบาดเจ็บล้มตาย การที่เดโมแครทพรรคฝ่ายค้านโจมตีทรัมป์อาจอธิบายว่าทำตามเสียงคนอเมริกันหรือไม่ก็เพื่อบั่นทอนความนิยมของทรัมป์
อันที่จริงแล้วทั้งพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทต่างสนับสนุนยุทธศาสตร์การเป็นเจ้าด้วยกันทั้งสิ้น สนับสนุนให้รัฐบาลสหรัฐมีอิทธิพลต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง เพราะที่นั่นคือผลประโยชน์มหาศาลหรืออธิบายว่าคือความมั่นคงแห่งชาติ การที่ทุกวันนี้สหรัฐสามารถคงกองทหารหลายหมื่นนายในแผ่นดินตะวันออกกลางล้วนเป็น ผลงานต่อเนื่องของทั้ง 2 พรรค
แต่ในบริบทนี้เดโมแครทขอเล่นงานทรัมป์ด้วย มีเรื่องการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองผสมโรง
            ไม่ว่าประธานาธิบดีจะดีเลิศเพียงไร ระบบปกครองสหรัฐยอมให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีได้ 2 สมัยหรือ 8 ปี จากนั้นประชาชนต้องเลือกผู้นำคนใหม่ เป็นระบบปกครองที่ยึดว่าประชาชนสามารถเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดในเวลานั้น เป็นกลไกสกัดผู้นำที่ผลงานไม่เข้าตาโดยสันติวิธีไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับคนใหม่ที่อาจมีความคิดความสามารถดีกว่าคนปัจจุบัน เป็นคำอธิบายแนวหนึ่งที่สนับสนุนการปกครองแบบนี้
การเผชิญหน้าระหว่าง 2 ผู้นำ :
            ไม่ว่าจะระบุชื่ออีกฝ่ายโดยตรงหรือไม่ ผู้นำสหรัฐกับผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านกำลังเผชิญหน้าโดยตรง การประกาศล้างแค้น การโจมตีด้วยขีปนาวุธเป็นหลักฐานชิ้นดีว่าอยาตุลเลาะห์คาเมเนอีเล่นงานกองทัพสหรัฐ ตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์
            นโยบายที่ต้องการให้ทหารอเมริกันถอนตัวทั้งหมดออกจากตะวันออกกลาง ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐยืนยันคงทหารในอิรัก ประเด็นข้อตกลงอาวุธนิวเคลียร์ 2015 (JCPOA) ที่ส่อว่าอาจล่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อิสราเอลที่พยายามเพิ่มขยายอิทธิพลในซีเรียและที่อื่นๆ ล้วนเป็นประเด็นนำสู่การเผชิญหน้าได้ทั้งสิ้น ส่วนจะรุนแรงขยายวงมากเพียงใด เป็นเรื่องควรติดตาม
            เป็นไปได้ว่าจะเห็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่าง 2 ผู้นำประเทศนี้มากขึ้น
12 มกราคม 2020
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8463 วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563)
-------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง
การสูญเสียผู้บัญชาการนายพลสุไลมานี คือการสูญเสียนายทหารคนสำคัญของผู้นำจิตวิญญาณอิหร่าน ด้านรัฐบาลสหรัฐเห็นว่าคือการตอบโต้ต่อผู้บุกเผาทำลายสถานทูต ทำสงครามต่อต้านก่อการร้าย
ตั้งแต่ช่วงหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ มีปัญหากับสื่อเรื่อยมา เพราะสื่อส่วนใหญ่มักเสนอข่าวแง่ลบของทรัมป์ ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับชี้ว่าสื่อมวลชนเหมือนพรรคฝ่ายค้าน ในขณะที่สื่อนำเสนอข่าวทุกแง่ทุกมุม ลงลึกรายละเอียด เกิดการโต้เถียงว่าสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์พูดนั้น “จริงหรือเท็จ” กลายเป็นสังคมที่ยากจะหาความจริง เพราะรัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่าไม่ได้กล่าวเท็จ เพียงแต่อาจมีความจริง 2 ชุด หรือที่เรียกว่ามี alternative fact
บรรณานุกรม :
1. Abrahamian, Ervand. (2008). A History of Modern Iran. UK: Cambridge University Press.
2. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.
3. Ayatollah Khamenei: Americans must leave the region. (2020, January 8). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/443926/Ayatollah-Khamenei-Americans-must-leave-the-region
4. Dargie, Richard. (2008). Iran.USA:  Arcturus Publishing.
5. Edwards, George C., Wattenberg, Martin P., & Lineberry, Robert L. (2014). Government in America: People, Politics, and Policy (16th Ed.). New Jersey: Pearson Education.
6. Kamrava, Mehran., Dorraj, Manochehr. (Ed.). (2008). KHAMENEI (KHAMENE’I), AYATOLLAH SEYYED ALI HOSSEINI (1939– ). In Iran Today: An Encyclopedia of Life in the Islamic Republic. (pp.271-278). USA: Greenwood Press.
7. Khalaji, Mehdi. (2016). Khamenei, Ali (1939–). In Encyclopedia of Islam and the Muslim World, Second edition. (pp.610-611). USA: Gale, Cengage Learning.
8. Pelosi announces war powers resolution as tensions with Iran escalate. (2020, January 6). NBC News. Retrieved from https://www.nbcnews.com/politics/national-security/pelosi-announces-war-powers-resolution-tensions-iran-escalate-n1111041
9. Pelosi says House to vote on limiting Trump’s military actions in Iran. (2020, January 6). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/1608896/world
10. Trump pressed to detail what prompted strike on Iran general. (2020, January 7). AP. Retrieved from https://apnews.com/33938bbba5ec176dde0179f5d7571363
11. Yonah., & Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.). p.14)
-----------------------------

unsplash-logoDaniel J. Schwarz

จากเผาสถานทูตสหรัฐในอิรักสู่ความขัดแย้งรอบใหม่

การสูญเสียผู้บัญชาการนายพลสุไลมานี คือการสูญเสียนายทหารคนสำคัญของผู้นำจิตวิญญาณอิหร่าน ด้านรัฐบาลสหรัฐเห็นว่าคือการตอบโต้ต่อผู้บุกเผาทำลายสถานทูต ทำสงครามต่อต้านก่อการร้าย
กองทัพอิหร่านกับ IRGC และ Quds Force :
กองทัพอิหร่านกับ IRGC และ Quds Force มีความแตกต่างกัน
IRGC เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพอิหร่านที่แยกออกมาเฉพาะมีชื่อเต็มว่า “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” (Islamic Revolutionary Guards Corps: IRGC) จัดตั้งขึ้นใหม่หลังปฏิวัติอิหร่าน 1979 เป็นกองกำลังที่มีอุดมการณ์ชีอะห์เหนียวแน่น จึงได้ชื่อว่าพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามซึ่งหมายถึงการปฏิวัติตามแนวทางของนิกายชีอะห์ ทำให้การล้มระบอบเก่าสู่ระบอบปัจจุบันเป็นไปด้วยดี ท่ามกลางสถานการณ์ระยะเปลี่ยนผ่านที่เต็มด้วยความวุ่นวาย มีหลากหลายกลุ่มที่ต่างแย่งชิงอำนาจ มีข้อมูลว่าปัจจุบันมีกำลังพล 125,000-150,000 นาย
อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านมักกล่าวชื่นชม IRBC ว่าเป็นผู้รักษาการปฏิวัติอิสลาม
Quds Force หมายถึงกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านหนุนหลัง อาจเป็นชาวอิหร่านหรือต่างชาติ เช่น ฮิซบอลเลาะห์อยู่ในกลุ่มนี้
จากข้อมูลฝ่ายสหรัฐ Qods Force มีบทบาทต่อความขัดแย้งในอิรักกับซีเรียอย่างชัดเจน สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายชีอะห์ (Shia terrorist groups) เช่น Kata’ib Hizballah ในอิรัก สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายชีอะห์ในอัฟกานิสถานกับปากีสถานเพื่อเข้าร่วมต่อสู้ป้องกันรัฐบาลอัสซาด มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชุมชนซุนนี
นักวิชาการบางคนเห็นว่า IRGC กับ Qods ไม่ใช่เพียงกองกำลังหน่วยหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นสถาบันรัฐซ้อนรัฐ มีอำนาจเหนือสถาบันอื่นๆ ควบคุมเศรษฐกิจ มีกิจการของตนเองนับร้อยนับพันแห่ง เป็นองค์กรที่เป็นแขนขาของผู้นำฝ่ายศาสนาและสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นในอิรัก
นโยบายต่อต้านก่อการร้ายต่ออิหร่าน :
 “รายงานการก่อการร้ายรายประเทศ” ฉบับปี 2017 (Country Reports on Terrorism 2017) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริการะบุว่า อิหร่านสร้างความขัดแย้งและบ่อนทำลายผลประโยชน์สหรัฐในหลายประเทศ ระดมกองกำลังชีอะห์จากทั่วโลก (ส่วนใหญ่ระดมคนจากภูมิภาคตะวันออกกลางและเอเชียใต้)
นับจากปี 1984 เป็นต้นมา รัฐบาลสหรัฐตีตราอิหร่านคือรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย (State Sponsors of Terrorism) จากการสนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มก่อการร้ายในฉนวนกาซา หลายกลุ่มในซีเรียกับอิรัก และอีกมากในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทำผ่าน IRGC กับ Qods Force ผ่านกระทรวงข่าวกรองและความมั่นคง (Ministry of Intelligence and Security) บ่อนทำลายเสถียรภาพตะวันออกกลาง ให้ทั้งอาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือ
เฉพาะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ อิหร่านให้เงินหลายร้อนล้านดอลลาร์ ให้เครื่องมืออุปกรณ์เพื่อผลิตจรวดเป็นพันๆ ลูก และอาวุธต่างๆ ละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติที่ 1701 เป็นอีกกลุ่มที่เข้าร่วมรบในซีเรียเพื่อสนับสนุนอัสซาด
ที่ประเทศบาห์เรน อิหร่านให้อาวุธและฝึกกองกำลังชีอะห์ท้องถิ่น มีหลักฐานชัดว่าอิหร่านให้การสนับสนุนกลุ่มที่ชื่อว่า al-Ashtar Brigades (AAB)
ที่ฉนวนกาซา อิหร่านสนับสนุนกลุ่มฮามาส (Hamas) กับพวกปาเลสไตน์อีกหลายกลุ่ม เช่น Palestine Islamic Jihad กับ Popular Front กลุ่มเหล่านี้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุร้ายหลายครั้งทั้งในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ โจมตีอิสราเอลกับอียิปต์
รัฐบาลอิหร่านเร่งสนับสนุนใช้การโจมตีด้วยไซเบอร์ สนับสนุนกลุ่มไซเบอร์โจมตีรัฐบาลต่างชาติและเอกชน และยอมให้อัลกออิดะห์ใช้เป็นแหล่งซ่องสุม
เป็นประเทศที่รัฐบาลสหรัฐมองว่าเป็นภัยร้ายแรงที่สุด
เมษายน 2019 รัฐบาลทรัมป์ประกาศตีตรากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ (foreign terrorist organization: FTO) เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนผู้ก่อการร้ายต่างๆ โดยตรง รวมถึงกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลังในซีเรีย อิรัก
รวมความแล้วรัฐบาลสหรัฐตีตรารัฐบาลอิหร่านคือผู้อุปถัมภ์ผู้ก่อการร้าย และกระทำผ่านกองทัพอย่างตน โดยเฉพาะ IRGC กับ Quds Force ส่งเสริมสนับสนุนผู้ก่อการร้ายมากมายหลายกลุ่มทั่วโลก (สมาชิกส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชีอะห์)
Popular Mobilization Forces (PMF) :
.           ข้อมูลบางชิ้นระบุว่ารัฐบาลอิหร่านมีอิทธิพลต่อขบวนการชีอะห์อิรักตั้งแต่ปี 2003 สมัยทำสงครามโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน การทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายไอซิสเมื่อปี 2014 เป็นอีกเหตุที่กองกำลังดังกล่าวเฟื่องฟู สามารถช่วยทำลายไอซิสทั้งในซีเรียกับอิรัก โดยเฉพาะประเทศอิรักกลับมาสงบมากขึ้นอีกครั้ง (แม้ไม่สมบูรณ์)
            Popular Mobilization Forces เป็นชื่อรวมของกองกำลังจากหลายประเทศหลายกลุ่มที่เข้ามาร่วมต่อต้านไอซิสในอิรัก Kataeb Hezbollah คือกลุ่มหนึ่งที่ถูกเอ่ยถึงในเหตุการณ์โจมตีเผาทำลายสถานทูตสหรัฐกลางกรุงแบกแดดเมื่อ 31 ธันวาคม 2019
            กลุ่มย่อยอื่นๆ เช่น Imam Ali Brigades กับ Sayed al-Shuhada และ Badr Organization
PMF ไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐบาลอิรักแต่อยู่ใต้อิทธิพลอิหร่าน
รัฐบาลสหรัฐ ซาอุฯ กับพวกและอิสราเอลกังวลเรื่องนี้ เกรงว่ารัฐบาลอิหร่านจะมีอิทธิพลครอบงำอิรัก เท่ากับฝ่ายสหรัฐเสียอิทธิพล เสียผลประโยชน์ในที่สุด พยายามเล่นงานกองกำลังชีอะห์ที่อิหร่านหนุนหลังทั้งในซีเรียกับอิรักด้วยหลายมาตรการ
การเสียชีวิตของนายพลกอซิม สุไลมานี :
            ข่าวที่โหมกระพือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่านปะทุอีกครั้ง เมื่อนายพลกอซิม สุไลมานี (Qassim Soleimani) ผู้นำกองทัพคนสำคัญของอิหร่านที่เคลื่อนไหวในอิรักกับซีเรียเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศในกรุงแบกแดดด้วยฝีมือของกองทัพสหรัฐ อีกคนที่เสียชีวิตคือ  Abu Mahdi al-Muhandis ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองกำลัง PMF
            กระทรวงกลาโหมแถลงประธานาธิบดีทรัมป์เป็นผู้สั่งการโจมตีสังหารผู้นำกองกำลังอิหร่านในอิรัก ตอบโต้ที่สถานทูตสหรัฐถูกเผา ส.ส. ส.ว. สหรัฐมีทั้งพวกที่เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย วุฒิสมาชิก Lindsey Graham จากพรรครีพับลิกันเชื่อว่าสถานการณ์จะรุนแรงกว่านี้เพราะอิหร่านพร้อมจะตอบโต้
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเมื่อเอ่ยถึงกองกำลังในอิรักที่อิหร่านหนุนหลัง จะปรากฏชื่อนายพลสุไลมานีเสมอ มีข่าวเข้าๆ ออกๆ อิรัก การปราบไอซิสในอิรักถือเป็นความชอบของท่านโดยตรง ได้รับการยกย่องอย่างยิ่งทั้งจากผู้นำอิหร่านและประชาชนทั่วไป สำหรับอิหร่านแล้วการจากไปของท่านคือการจากไปของวีรบุรุษ
อยาตุลเลาะห์คาเมเนอี ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านกล่าวว่าการลอบสังหารนายพลสุไลมานีจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการต่อต้านสหรัฐกับอิสราเอล แม้ท่านจะจากไปแต่งานของทำจะได้รับการสานต่อและการแก้แค้นรออยู่เพื่อให้อาชญากรรับโทษ
เหตุการณ์นี้กระทบตลาดเงินตลาดทุนอย่างมาก ราคาทองคำกับน้ำมันขึ้นสูง หลายฝ่ายเกรงว่าสถานการณ์จะบานปลายกว่านี้ เป็นเรื่องที่ควรติดตามใกล้ชิด
IRGC กับ Quds Force คือกองกำลังพิเศษที่อยู่คู่การปฏิวัติอิสลามตามแนวทางของชีอะห์อิหร่าน การสูญเสียนายพลสุไลมานีคือการสูญเสียนายทหารคนสำคัญของผู้นำจิตวิญญาณอิหร่าน ด้านรัฐบาลสหรัฐเห็นว่านี่คือการตอบโต้ผู้บุกเผาทำลายสถานทูตของตนซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ คือการทำสงครามต่อต้านก่อการร้ายที่ดำเนินเรื่อยมา
5 มกราคม 2020
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8456 วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2563)
----------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
อิหร่านต่อกรกับสหรัฐเรื่อยมา ไม่เพียงเพราะการปฏิวัติอิสลาม การมองย้อนหลังไกลกว่า 40 ปีช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันดีขึ้น ชาติมหาอำนาจต้องการครอบงำอิหร่าน เป็นเช่นนี้นับตั้งแต่ค้นพบน้ำมัน
การห้ามนานาประเทศซื้อน้ำมันอิหร่านไม่ใช่เรื่องการคว่ำบาตรอิหร่านเท่านั้น ยังมีผลโดยตรงต่อระเบียบการซื้อขายน้ำมันโลก หลายประเทศต้องมุ่งนำเข้าน้ำมันจากผู้ส่งออกที่เป็นมิตรกับสหรัฐเท่านั้น
การยอมรับรัฐอิสราเอล ซาอุฯ ไม่มีปัญหาคนยิวทั้งยังมีผลประโยชน์ร่วมกันหลายอย่างจากปากของมกุฎราชกุมารซัลมาน จะนำสู่การพันธมิตรของ อำนาจ 3 เส้าผู้หมายครองตะวันออกกลางอย่างเปิดเผย
บรรณานุกรม :
1. AP Explains: Who are Iraq’s Iran-backed militias? (2019, December 31). AP. Retrieved from https://apnews.com/57a346b17d6da07ae732ba1437520fd2
2. Council on Foreign Relations. (2019, May 6). Iran’s Revolutionary Guards. Retrieved from https://www.cfr.org/backgrounder/irans-revolutionary-guards
3. Iran supreme leader vows severe revenge’ for Soleimani killing. (2020, January 3). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2020/01/03/Iran-supreme-leader-Khamenei-vows-severe-revenge-for-Soleimani-killing.html
4. Iraq: Anti-government protesters denounce pro-Iran crowds. (2020, January 2). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2020/01/iraq-anti-government-protesters-denounce-pro-iran-crowds-200102144314331.html
5. Saudia Arabia and Iran: The Cold War of Islam. (2016, May 9). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/saudia-arabia-iran-and-the-new-middle-eastern-cold-war-a-1090725.html
6. Trump orders killing of key Iranian commander in Baghdad airport strike. (2020, January 3). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/01/02/middleeast/baghdad-airport-rockets/index.html
7. US declares Iran’s guard force a ‘terrorist organization’. (2019, April 8). AP.  Retrieved from https://www.apnews.com/f1c86b8dc63d4277a0033b11a3bbec0c
8. U.S. State Department. (2018, September).  Country Reports on Terrorism 2017. Retrieved from https://www.state.gov/documents/organization/283100.pdf
9. Vatanka, Alex. (2019, October 29). Iran’s IRGC Has Long Kept Khamenei in Power. Retrieved from https://foreignpolicy.com/2019/10/29/iran-irgc-islamic-revolutionary-guard-corps-kept-supreme-leader-ayatollah-ali-khamenei-power/
-----------------------------

unsplash-logoMeriç Dağlı