ทำไมต้องสร้าง BRICS และเป็นอีกทางเลือก

การเป็นสมาชิก BRICS มีประโยชน์ชัดเจน เสริมเกราะป้องกัน เพิ่มช่องทาง เพิ่มโอกาสแก่ตนเอง ส่วนจะร่วมมือลึกซึ้งเพียงใดเป็นเรื่องของภาคปฏิบัติมากกว่า

BRICS (บริคส์) เดินหน้าสู่องค์กรร่วมมือหลากหลายแทบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ สังคมวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ขาดแต่เพียงการทหารเท่านั้น (คล้ายประชาคมอาเซียน) บทความนี้นำเสนอ 3-4 ประเด็นสำคัญ ทำไมกว่า 20 ประเทศแจ้งความจำนงขอเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ เห็นชัดว่ากลุ่มกำลังขยายตัว

 ทางเลือกเก่าสนองผลประโยชน์สหรัฐกับพันธมิตร :

เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่าระบบโลกเดิมที่บางประเทศสร้างการอยู่ดีกินดีของตนด้วยการกดขี่ขูดรีดผู้อื่นกำลังจะสิ้นสุด มนุษยชาติไม่ต้องการเช่นนั้น โลกพหุภาคีที่เป็นธรรมกำลังก่อตัว มีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกประเทศ เคารพอธิปไตยของชาติอื่น หลายประเทศอยากเข้าร่วมกลุ่มหนีการใช้ดอลลาร์เป็นหลักฐานในตัวเอง 

โลกกำลังเห็นองค์กรที่ซื่อสัตย์ต่อหุ้นส่วน ไม่มีใครมีสิทธิพิเศษ กร่างกว่าคนอื่น ยินดีต้อนรับประเทศที่มีระบอบปกครองหลากหลาย ยอมรับค่านิยมลักษณะเฉพาะ สามารถร่วมมือกันในลักษณะเครือข่าย (network) พูดคุยหารืออย่างความเท่าเทียมแม้ต่างวัฒนธรรม ยอมรับว่าทุกชาติล้วนตัดสินอนาคตของตนเอง เลือกแนวทางพัฒนาหลากหลาย BRICS ทำหน้าที่เป็นตัวกลางแสวงหาจุดร่วมในทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด

ประธานาธิบดีปูตินยกตัวอย่างการดำเนินงานของ IMF ไม่ตรงไปตรงมา เพื่อผลประโยชน์ของสหรัฐกับพันธมิตรมากกว่า ข้อเท็จจริงคือผู้กู้รายใหญ่อย่างกรีซ โปรตุเกส ไอร์แลนด์ เป็นกลุ่มประเทศชายขอบของสหภาพยุโรปแต่ไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร 

แม้ว่า IMF ได้ชื่อว่าเป็นองค์การระหว่างประเทศที่พึ่งทางการเงิน แต่ด้วยกฎเกณฑ์ระเบียบการบริหารปัจจุบัน ทำให้สหรัฐกับพวกมีอำนาจกำกับการใช้จ่าย และใช้เงินกองทุนซึ่งเป็นเงินของสมาชิกทุกประเทศตอบสนองผลประโยชน์ของสหรัฐกับพันธมิตรมากกว่า 

พหุภาคีนิยมที่เป็นธรรม :

ด้วยความคิดเสียประโยชน์ในระเบียบโลกปัจจุบัน ต่อต้านแนวคิดสงครามเย็น ลัทธิความเป็นเจ้า รัฐบาลบางประเทศมุ่งแสวงหาผลประโยชน์บนความสูญเสียของผู้อื่น ใช้มาตรการฝ่ายเดียวไม่สนใจกติกาโลก สถานการณ์โลกตึงเครียดไม่หยุด มีเหตุร้ายแรงเกิดเป็นระยะ BRICS กับสมาชิกจึงเสนอหลักการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เป็นธรรม ยุติธรรม เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติ บนรากฐานพหุภาคีนิยม ต่อต้านการใช้กำลัง ใช้มาตการฝ่ายเดียว ไม่หวังผลประโยชน์แห่งชาติบนความสูญเสียของผู้อื่น เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนต่างต้องการสันติภาพความมั่นคง 

สร้างองค์กรพหุภาคีที่ตอบสนองความต้องการ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ใช้หลักประชาธิปไตย ทำงานอย่างมีเป้าหมาย มุ่งหาทางออกที่เป็นรูปธรรมเชื่อถือได้ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ยึดบรรทัดฐานกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ยึดการเคารพซึ่งกันและกัน ความยุติธรรมเท่าเทียม ความร่วมมือที่ก่อประโยชน์ร่วมกันและสัมพันธ์กับโลกปัจจุบัน

กลุ่มมีแนวทางนี้อยู่แล้ว เช่น BRICS Joint Statement on Strengthening and Reforming the Multilateral System 2021

ประธานาธิบดีสีกล่าวว่าประวัติศาสตร์ให้ความรู้ว่าโลกมีหลายอายธรรมที่แตกต่าง แนวทางพัฒนาที่แตกต่างและควรเป็นเช่นนั้น สิ่งที่ควรทำคือให้ประชาชนแต่ละประเทศติดต่อกันมากขึ้น ส่งเสริมให้ต่างอายธรรมเรียนรู้จักกันมากขึ้น

ระบบเศรษฐกิจโลกที่ผ่านฉันทามติ :

เนื่องจากระบบเศรษฐกิจปัจจุบันก่อผลเสียหายต่อประเทศกำลังพัฒนาดังที่อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติแสดงสุนทรพจน์ในงานประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2022 ความตอนหนึ่งกล่าวว่า ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลกที่สร้างโดยประเทศร่ำรวยและเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากระบบการเงินโลก ต้นเหตุความไม่เท่าเทียม นับวันประเทศพัฒนากับกำลังพัฒนาจะแตกต่างมากขึ้น ไม่ไว้วางใจต่อกัน ไม่อยากร่วมมือกัน จำต้องแสวงหาทางออกร่วมกัน บนพื้นฐานความปรารถนาดี ร่วมมือกันภายใต้สหประชาชาติ

ประธานาธิบดีสีกล่าวว่าจะผลักดันให้ New Development Bank ของ BRICS เป็นตัวจักรปฏิรูประบบการเงินการคลังโลก เป็นตัวแทนและเป็นปากเป็นเสียงของประเทศกำลังพัฒนา

หนึ่งในวิธีพันฒนาเศรษฐกิจโลกคือ ยึดมั่นการค้าโลกที่มีองค์การค้าโลกเป็นแกนกลาง ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจโลกแบบเปิด สนับสนุนตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ต่อต้านลัทธิกระทำฝ่ายเดียวและลัทธิปกป้องการค้า ไม่พยายามกีดขวางการค้า ส่งเสริมการค้าการลงทุนอย่างกว้างขวางซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก ประชากรโลกต้องได้ประโยชน์จากโลกาภิวัตน์ สมาชิกทั้งหลายปฏิบัติตามระเบียบองค์การค้าโลก ระบบการค้าพหุภาคี

รวมความแล้ว ภายใต้ BRICS รวมทั้งแผนของสมาชิกช่วยพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกัน การพัฒนาของ BRICS เอื้อเศรษฐกิจโลก ช่วยให้ประชากรโลกมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นทั้งทางตรงทางอ้อม 

เศรษฐกิจกลุ่มเชื่อมโยงลึกซึ้งขึ้น :

ร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง สมดุล รวมทุกประเทศเข้ามา ยึด Strategy for BRICS Economic Partnership 2025 

ปัจจุบัน BRICS เป็นกลุ่มหลวมๆ แม้จะเอ่ยถึงความอ่อนแอ แต่การเป็นสมาชิกย่อมเกื้อหนุนให้พูดคุยกันมากขึ้น อยู่ในบรรยายกาศเป็นมิตร เพิ่มความร่วมมือในส่วนที่ทำได้ ยอดค้าขายกลุ่ม BRICS ค่อยๆ โตต่อเนื่อง ปี 2021 สูงถึง 8.55  ล้านๆ ดอลลาร์ ตัวเลขนี้น่าจะโตแบบก้าวกระโดดถ้ามีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา

รวมถึงแนวทางดังต่อไปนี้

1) ลดการใช้ดอลลาร์ 

BRICS มีแนวคิดสร้างสกุลเงินตนเอง มีระบบชำระเงินของตนเองที่จะสร้างขึ้นใหม่ ตอนนี้กำลังหาวิธีการที่เหมาะสม คาดว่าในอนาคตจะมีหลายประเทศเข้าร่วม

มีข้อมูลว่าปัจจุบันการค้าระหว่างประเทศใช้ดอลลาร์ถึง 80% เป็นทุนสำรองเงินตรา 56% แนวโน้มการใช้ดอลลาร์เป็นทุนสำรองเงินตราลดลง ปัจจุบันการซื้อใน BRICS ใช้ดอลลาร์เพียง 28.7%

ทุกวันนี้สมาชิกทั้ง 5 ทำธุรกรรมการเงินระหว่างกันผ่านธนาคารเพื่อการพัฒนาของ BRICS (BRICS Development Bank) ไม่ผ่านระบบของชาติตะวันตกอีกแล้ว

การที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกคว่ำบาตรการทำธุรกรรมด้วยระบบ SWIFT ต่อรัสเซีย กลายเป็นกระแสหลายประเทศมองหา “ทางเลือกใหม่” ในการนี้รวมถึงสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่ดอลลาร์ด้วย สถานการณ์เช่นนี้น่าจะคงอยู่อีกนานหลายปี หากตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นใหม่ การจัดระเบียบโลกใหม่ที่จะดำเนินต่ออีกหลายปี

2) ระบบชำระเงินใหม่

ว่าที่ 6 สมาชิกใหม่ของ BRICS ได้แก่ อาร์เจนตินา อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าร่วมกลุ่มหมายถึงเขาสามารถใช้ทั้งระบบเดิมกับระบบใหม่ ในที่สุดโลกจะมีหลายระบบ ขึ้นกับว่าประเทศใดจะเลือกใช้นอกเหนือจาก SWIFT 

รัฐบาลสหรัฐกับพวกพยายามตีตราความน่าหวาดหวั่นของ BRICS ความจริงแล้ว BRICS ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่คิด ไม่ได้รวมตัวหนาแน่นเป็นพันธมิตรอย่างที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกจับขั้วหลายกลุ่ม สมาชิกใหม่ที่กำลังจะเข้ามาบางประเทศมีปัญหาทางเศรษฐกิจการเมือง การเข้ามาช่วยเพิ่มตัวเลขเชิงปริมาณมากกว่าคุณภาพ ยังไม่คิดไกลว่าบางประเทศจะสร้างปัญหาแก่กลุ่มหรือไม่ 

ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนเป็นไปได้และเป็นอยู่แล้ว แต่หากคิดถึงความร่วมมือที่เข้มข้นอย่างสร้างสกุลเงินใหม่ ควรคิดว่าสกุลเงินใหม่จะเกิดประโยชน์หรือโทษมากกว่า สกุลเงินใหม่เข้มแข็งแค่ไหน เพราะย่อมสัมพันธ์กับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจการเมืองของชาติสมาชิก 

ถ้าไม่คิดเรื่องการแบ่งขั้ว สงครามเย็นใหม่ การเป็นสมาชิก BRICS มีประโยชน์ชัดเจน เสริมเกราะป้องกัน เพิ่มช่องทาง เพิ่มโอกาสแก่ตนเอง ส่วนจะรับผลดีมากน้อยเพียงไร ควรร่วมมือลึกซึ้งเพียงใดเป็นเรื่องของภาคปฏิบัติมากกว่า เส้นทางสู่เป้าหมายกลุ่มยังอีกยาวไกลนัก

27 สิงหาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9782 วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566)
----------------------

บรรณานุกรม :

1. Fair do's for the Global South. (2023, August 21). China Daily. Retrieved from https://www.chinadaily.com.cn/a/202308/21/WS64e292b3a31035260b81d295.html

2. Full text of BRICS Summit Johannesburg Declaration. (2018, July 27). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-07/27/c_129921358.htm

3. Full text of Chinese president's remarks at BRICS Brasilia Summit. (2019, November 15). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2019-11/15/c_138555946.htm

4. Governments line up to join BRICS as US faces public debt problems. (2023, June 2). Al-monitor. Retrieved from https://english.pravda.ru/world/156832-brics/

5. Key points of 14th BRICS Summit Beijing declaration. (2022, June 24). TASS. Retrieved from https://tass.com/world/1470585

6. Ministry of Foreign Affairs, the People's Republic of China. (2022, June 24). XIV BRICS Summit Beijing Declaration. Retrieved from https://www.fmprc.gov.cn/eng/zxxx_662805/202206/t20220623_10709037.html

7. President of Russia. (2023, August 22). Video Address to the Participants in the BRICS Business Forum. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/72085

8. Saudi Arabia reportedly in talks to join BRICS bank to enhance financial strength amid de-dollarization: experts. (2023, May 28). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202305/1291506.shtml

9. The End of the World Bank? (2014, July 15). Bloomberg View. Retrieved from http://www.bloombergview.com/articles/2014-07-15/the-end-of-the-world-bank

10. Untied Nations. (2022, September 20). THE SECRETARY-GENERAL-- ADDRESS TO THE GENERAL ASSEMBLY. Retrieved from https://gadebate.un.org/sites/default/files/gastatements/77/unsg_en.pdf

11. Why China’s dominance puts Brics expansion plans and very existence in jeopardy. (2023, August 17). SCMP. Retrieved from https://www.scmp.com/comment/opinion/article/3231367/why-chinas-dominance-puts-brics-expansion-plans-and-very-existence-jeopardy

12. Xi says BRICS important force in shaping int'l landscape. (2023, August 24). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230824/e9727a06c97d421484c1ee32dd340b16/c.html


กลเกมซากเรือ BRP Sierra Madre

ที่ควรวิเคราะห์คือเหตุผลเบื้องหลังของเหตุการณ์ ในอนาคตซากเรือ BRP Sierra Madre จะทำหน้าที่อีกครั้ง เป็นนิยายเรื่องเก่าที่ผู้กำกับคนใหม่นำมาแสดงอีกรอบ

BRP Sierra Madre เดิมเป็นเรือรบสหรัฐที่ยกให้ฟิลิปปินส์ ปี 1999 ฟิลิปปินส์จมเรือดังกล่าวใกล้แนวสันดอนโธมัสที่ 2 (Second Thomas Shoal) หรือแนวสันดอนอยุนงิน (Ayungin Shoal) แถบหมู่เกาะสแปรตลีย์ (Spratly Islands) หรือหมู่เกาะหนานซา (Nansha) กลายเป็นซากเรือกลางทะเล เป็นเสมือนป้อมปราการหรือฐานที่มั่นทางทะเล นับจากนั้นเป็นต้นมารัฐบาลฟิลิปปินส์ส่งทหารจำนวนหนึ่งประจำการบนเรือดังกล่าวเป็นครั้งคราวเพื่อย้ำความเป็นเจ้าของน่านน้ำแถบนั้น

ความขัดแย้งรอบนี้เริ่มต้นเมื่อรัฐบาลเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ (Ferdinand Marcos Jr.) ส่งทหารจำนวนหนึ่งประจำการบนซากเรือ ตามมาด้วยการส่งเสบียงแก่ทหารบนเรือ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเรือยามฝั่งจีนพยายามสกัดกั้นเรือลำเลียงฟิลิปปินส์ที่แล่นเข้ามาส่งเสบียง เรือจีนใช้เครื่องฉีดน้ำฉีดใส่เรือฟิลิปปินส์เมื่อ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ฟิลิปปินส์ประท้วงจีนทำเกินกว่าเหตุส่วนจีนโต้ว่าทำตามขั้นตอนสากล เกิดการตอบโต้ไปมาหลายรอบ แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ เพิ่มเติม

เป็นเขตพื้นที่ของจีนหรือของใคร :

จีนเรียกร้องอีกครั้งให้ฟิลิปปินส์ย้ายซากเรือที่ใช้เป็นฐานที่มั่นทางทะเล ชี้ว่าเป็นเขตพื้นที่ของตน การส่งกำลังบำรุงดังกล่าวเท่ากับทำให้ทหารเหล่านี้ประจำการถาวรในอาณาเขตจีนจึงยอมไม่ได้

ด้านฟิลิปปินส์ยืนยันว่าซากเรืออยู่ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของตน ไม่มีเหตุผลที่ต้องถอนกำลังออกจากเรือ การคงทหารจำนวนหนึ่งบนเรือดังกล่าวเป็นครั้งคราวเพื่อย้ำความเป็นเจ้าของน่านน้ำแถบนั้น โดยอ้างคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ (international arbitral tribunal) พิพากษาว่าการที่ทางการจีนอ้างความเป็นเจ้าโดยใช้เส้นประ 9 เส้น (nine-dash line) นั้นเป็นโมฆะ (invalid) ไม่สามารถใช้สิทธิ์จากประวัติศาสตร์ (historic rights) อ้างความเป็นเจ้าของต่อทรัพยากรในขอบเขตพื้นที่เส้นประ 9 เส้น การอ้างสิทธิ์ของจีนจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลเห็นว่าการเดินเรือและการทำประมงในทะเลจีนใต้ในอดีตของจีนแสดงถึงเสรีภาพในการใช้ทะเลหลวงมากกว่าสิทธิจากประวัติศาสตร์ อีกทั้งไม่มีหลักฐานว่าในอดีตจีนควบคุมน่านน้ำของทะเลจีนใต้หรือป้องกันรัฐอื่นเข้ามาหาประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ และพิพากษาว่าสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ของจีนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ 200 ไมล์ทะเลของฟิลิปปินส์นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย (เท่ากับศาลยืนยันรับรอง EEZ ของฟิลิปปินส์)

แต่รัฐบาลจีนไม่ยอมรับคำพิพากษานี้ กลายเป็นประเด็นที่พร้อมจะปะทุขึ้นมา

ไม่ย้ายซากเรือ BRP Sierra Madre :

จีนชี้ว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ยินดีย้ายซากเรือ BRP Sierra Madre มานานแล้วแต่ไม่ทำเสียที ด้านฟิลิปปินส์ตอบกลับว่าไม่เคยมีข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างไร  

เรื่องนี้ทางการฟิลิปปินส์ยืนยันว่าไม่หลักฐานเรื่องการย้ายซากเรือ (อาจมีการพูดคุยแต่ไม่เป็นทางการ) ดังนั้นจึงไม่ยอมรับว่ามีข้อตกลงย้ายซากเรือ

เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวว่าตนไม่สนใจว่าเคยพูดเรื่องการย้ายเรือ BRP Sierra Madre หรือไม่ “ถ้ามี ข้าพเจ้าขอยกเลิกข้อตกลงนั้นตอนนี้” เป็นการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลของตนจะไม่ถอย ยืนยันทะเลจีนใต้ในส่วนที่เป็นของตน ทั้งยังแสดงว่ารัฐบาลตนถอยห่างจากความเป็นมิตรกับจีนด้วย

ถ้อยคำของประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ประกาศชัดว่าฟิลิปปินส์จะไม่ทิ้งฐานที่มั่น Ayungin Shoal เด็ดขาด และควรจะยืนยันท่าทีนี้เพราะนี่คือการรักษาอธิปไตยที่ไม่มีรัฐบาลใดยอมได้

อย่างไรก็ตาม ข้อถกเถียงคือควรทำให้เป็นประเด็นขัดแย้งหรือไม่ เพราะไม่ว่าจะมีซากเรือหรือไม่รัฐบาลฟิลิปปินส์ทุกชุดยืนยันเขต EEZ ของตน ยึดคำพิพากษาของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

รัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์หวังอะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ฟิลิปปินส์ยั่วยุ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ :

ตั้งแต่ต้นจีนเห็นว่าการกระทำของฟิลิปปินส์เป็นการยั่วยุทำให้เกิดประเด็นขัดแย้ง เพื่อเปิดทางให้ประเทศที่ 3 เข้ามาพัวพันซึ่งไม่เป็นผลดีต่อความสงบเรียบร้อยในภูมิภาค ขยายความว่าสหรัฐหวังใช้เหตุนี้สร้างความแตกแยก ใช้ฟิลิปปินส์เป็นเครื่องมือ พูดให้ชัดคือรัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหรือยินยอมถูกใช้เป็นเครื่องมือ

ทันทีที่เกิดเหตุเรือจีนฉีดน้ำใส่เรือฟิลิปปินส์เมื่อ 5 สิงหาคม 2023 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์สนับสนุนฟิลิปปินส์ทันที ชี้ว่าจีนขัดขวางเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากล ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศดังเช่นหลายครั้งที่แล้วมา บั่นทอนความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค ย้ำคำพิพากษาของคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศว่าทะเลจีนใต้ไม่ใช่ของจีนตามที่จีนอ้างแต่อย่างไร

ย้ำสหรัฐยึดมั่นสนธิสัญญาความมั่นคง 1951 U.S. Philippines Mutual Defense Treaty ที่ทำไว้กับฟิลิปปินส์ 

รัฐบาลสหรัฐได้แสดงบทบาทพระเอกในทะเลจีนใต้อีกครั้ง

ตอกย้ำจีนไม่ใช่เจ้าของทะเลจีนใต้ :

ทุกครั้งที่เกิดเหตุอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่ทับซ้อน รัฐบาลสหรัฐกับฟิลิปปินส์จะยกคำพิพากษาของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ จีนขัดขวางเสรีภาพการเดินเรือในน่านน้ำสากล บั่นทอนความสงบเรียบร้อยของภูมิภาค เป็นความชอบธรรมที่สหรัฐจะเข้ามามีบทบาท ดูแลความสงบเรียบร้อยในย่านนี้ ตามนโยบายทะเลจีนใต้ที่เสรีและเปิดกว้าง 

นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าเหตุการณ์นี้อาจกระตุ้นแนวคิดฟิลิปปินส์กับสหรัฐลาดตระเวนร่วมให้เป็นจริงเร็วขึ้น น่าคิดว่ารัฐบาลทั้งคู่จะเห็นชอบหรือไม่ ที่ผ่านมาสหรัฐยังไม่เห็นชอบอ้างเรือรบตนเป็นเรือใหญ่ไม่เหมาะกับภารกิจที่ใช้เรือเล็ก อาจนำสู่การเผชิญหน้ากับจีนโดยไม่จำเป็นหากตีความว่าเป็นเรื่องระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนมากกว่า 

บททดสอบรัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ว่าอยู่ฝ่ายใด :

เหตุการณ์นี้ช่วยบ่งชี้ว่ารัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ใกล้ชิดฝั่งใดมากกว่า ที่ผ่านมาพยายามเข้าหาทั้ง 2 ทางโดยเอนเอียงเข้าหาสหรัฐมากกว่าจากข้อตกลงความมั่นคง ความร่วมมือทางทหารฉบับใหม่ Enhanced Defense Cooperation Agreement (EDCA) มีอายุ 10 ปี อนุญาตให้ทหารสหรัฐปรากฏตัวในประเทศฟิลิปปินส์ สามารถใช้ฐานทัพบางแห่ง เป็นท่าเทียบเรือและเป็นฐานบินชั่วคราว แต่ถ้าจะตีความว่าอยู่ฝั่งสหรัฐแบบเต็มร้อยคงไม่ถูกต้อง ทั้งยังระมัดระวังไม่กระทบสัมพันธ์จีนจนเกินเหตุ ฟิลิปปินส์ยังมีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับจีน การพาตัวเองให้อยู่ระหว่างความขัดแย้งรุนแรงระหว่างมหาอำนาจไม่ใช่ทางเลือกที่ต้องการเช่นกัน

สังเกตว่า รัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ระวังไม่สร้างความตึงเครียดเกินจำเป็น ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่กระทบความสัมพันธ์จนเกินควร เช่นเดียวกับที่จีนปล่อยให้ฟิลิปปินส์สามารถส่งกำลังบำรุงแก่ทหารที่อยู่บนซากเรือในเวลาต่อมา

ในอีกมุมหนึ่ง ตรงข้ามกับการยับยั้งชั่งใจ รัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์ ต้องแสดงความเข้มแข็ง ความแข็งกร้าวของประเทศแม้ฟิลิปปินส์ด้อยกว่าจีนทุกด้าน อย่างน้อยต้องแสดงให้มวลชนรับรู้บ้าง ให้รัฐบาลไบเดนรับทราบบ้าง ความขัดแย้งเขตเศรษฐกิจจำเพาะไม่ใช่เรื่องใหม่ ซากเรือ BRP Sierra Madre ทำหน้าที่เป็นหมากที่ใช้ดำเนินเรื่องอีกครั้ง

ความเข้าใจสำคัญคือไม่ว่าอย่างไรจีนจะยึดมั่นว่าทะเลจีนใต้เป็นของตนตามแนวเส้นประ 9 เส้น เช่นเดียวกับฟิลิปปินส์จะอ้างเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน ต่างกันที่รัฐบาลฟิลิปปินส์แต่ละชุดจะทำให้ซากเรือ BRP Sierra Madre เป็นประเด็นหรือไม่ ต้องการให้รุนแรงแค่ไหน แน่นอนว่า 2 ประเทศจะไม่ทำสงครามเพราะเรื่องนี้ ที่ควรวิเคราะห์คือเหตุผลเบื้องหลังของเหตุการณ์ ในอนาคตซากเรือ BRP Sierra Madre จะทำหน้าที่อีกครั้ง เป็นนิยายเรื่องเก่าที่ผู้กำกับคนใหม่นำมาแสดงอีกรอบ

20 สิงหาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9775 วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2566)

----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

ไบเดนกับมาร์กอส จูเนียร์ กระชับความเป็นพันธมิตร
รัฐบาลมาร์กอส จูเนียร์แสดงตัวเป็นมิตรกับจีนและอเมริกาพร้อมกัน แต่ผูกความมั่นคงใกล้ชิดอเมริกามากขึ้น แม้บอกว่าไม่ใช้ต้านจีนแต่ไม่สมเหตุผลเท่าไรนัก

บรรณานุกรม :

1. China again urges the Philippines to immediately tow away the grounded warship from Ren'ai Reef -- part of China's Nansha Islands. (2023, August 8). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202308/1295878.shtml

2. China claims PH has yet to remove BRP Sierra Madre in Ayungin Shoal as promised. (2023, August 8). inquirerdotnet. Retrieved from https://globalnation.inquirer.net/217498/china-claims-removal-of-brp-sierra-madre-from-ayungin-shoal-is-promise-unfulfilled-by-ph

3. China Demands Philippines Remove Scuttled Warship From Disputed Reef. (2023, August 8). VOA News. Retrieved from https://www.voanews.com/a/china-demands-philippines-remove-scuttled-warship-from-disputed-reef/7215927.html

4. China driving Marcos deeper into American arms. (2023, August 11). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2023/08/china-driving-marcos-deeper-into-american-arms/

5. China urges the Philippines to honor commitment, cease provocation. (2023, August 8). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230809/a33bdd54036f4d2d99301d7efdf8b793/c.html

6. China’s ‘nine-dash line, historic rights’ invalid–tribunal. (2016, July 12). inquirerdotnet. Retrieved from http://globalnation.inquirer.net/140985/chinas-nine-dash-line-historic-rights-are-invalid-tribunal

7. International backlash grows after Chinese vessel fires water cannon on Philippine boats. (2023, August 7). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2023/08/07/asia/china-philippines-coast-guard-confrontation-south-china-sea-intl-hnk/index.html

8. No response from PH on South China Sea talks – China exec. (2023, August 15). inquirerdotnet. Retrieved from https://globalnation.inquirer.net/217795/no-response-from-ph-on-south-china-sea-talks-china-exec?utm_source=(direct)&utm_medium=gallery

9. PCG: Water cannons for putting out fires at sea, not ‘harassment’. (2023, August 9). inquirerdotnet. Retrieved from https://globalnation.inquirer.net/217528/pcg-water-cannons-for-putting-out-fires-at-sea-not-harassment


คนอเมริกันเกือบครึ่งอยากได้ประธานาธิบดีจากพรรคที่ 3

แทนที่จะสนใจผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครทดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา คนอเมริกันเกือบครึ่งกลับสนใจผู้สมัครประธานาธิบดีจากพรรคที่ 3 สะท้อนความเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิมๆ

 

กระแสไม่เลือกทั้งไบเดนกับทรัมป์ :

            เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 2024 กำลังอยู่ในกระบวนการ 2 พรรคใหญ่อยู่ในขั้นตอนเฟ้นหาตัวแทนพรรคลงชิงชัยตำแหน่งผู้นำประเทศ ประธานาธิบดีโจ ไบเดนยืนยันขอลงเลือกตั้งหวังเป็นผู้นำประเทศต่ออีกสมัย ทำนองเดียวกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ขอสู้ศึกอีกครั้ง พร้อมกับผู้สมัครอื่นๆ อีกหลายคน ผลการสำรวจของ Quinnipiac University Poll ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่าคนอเมริกัน 47% ไม่เอาทั้งไบเดนกับทรัมป์ ไม่เอาผู้สมัครใดๆ ที่มาจาก 2 พรรคใหญ่ กลับสนใจพรรคทางเลือกที่ 3 (a third-party candidate) ซึ่งในการเมืองอเมริกาหมายถึงพรรคการเมืองเล็กๆ หรือผู้สมัครอิสระที่ไม่อยู่ในสายตาสื่อที่ไม่น่าจะชนะเลือกตั้งได้เลย เป็นปรากฎการณ์ตอกย้ำซ้ำรอยความจริงที่ว่าคนอเมริกันเบื่อหน่ายการเมือง ไม่คิดว่าพรรคเดโมแครทหรือรีพับลิกันเป็นทางออกของชาติ

            เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียด 64% ของผู้เลือกตั้งอิสระ (ไม่สังกัด 2 พรรคใหญ่) คิดว่าจะเทคะแนนให้พรรคทางเลือกที่ 3 ในขณะที่ 61% จากพวกเดโมแครทและ 57% จากพวกรีพับลิกันยังสนใจผู้สมัครจากพรรคตนดังเดิม ชี้ว่าคนอเมริกันที่ไม่สังกัดพรรคมีแนวโน้มเลือกพรรคเล็กหรือผู้มัครอิสระ ส่วนพวกสังกัดพรรคยังนิยมเลือกตัวแทนจากพรรค

            ถ้ามองเฉพาะในกรอบพรรค น่าสนใจที่ 71% ของพวกเดโมแครทจะเลือกไบเดน ตามมาด้วย Robert F. Kennedy Jr ลำดับ 2 ได้เสียงสนับสนุน 14%

            ส่วนรีพับลิกัน ไม่ว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์จะโดนกี่คดี มีเรื่องอื้อฉาวมากเพียงไร พวกรีพับลิกันส่วนใหญ่ยังเทคะแนนให้อย่างเหนียวแน่น ทรัมป์ได้เสียงสนับสนุน 54% ชนะลำดับที่ 2 รอน เดอซานติส (Ron DeSantis) ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาอย่างขาดลอย (ได้เสียงสนับสนุน 25% ราวครึ่งหนึ่งของทรัมป์) ส่วนผู้สมัครท่านอื่นๆ ได้คะแนนคนละไม่กี่เปอร์เซ็นต์

            ตามผลสำรวจนี้ ถ้ายึดกรอบพรรคใหญ่การเลือกตั้งรอบหน้ายังเป็นการแข่งขันระหว่างไบเดนกับทรัมป์เหมือนเลือกตั้งรอบก่อน ถ้าเลือกวันนี้ไบเดนน่าจะชนะทรัมป์ด้วยคะแนน 49 ต่อ 44

ประเด็นที่คนอเมริกันให้ความสำคัญมากที่สุด :

            Quinnipiac University Poll เผยว่า 31% ให้ความสำคัญเศรษฐกิจมากที่สุด รองลงมา 29% ตอบว่ารักษาความเป็นประชาธิปไตยประเทศ 7% ให้ความสำคัญกับเรื่องการทำแท้งกับเรื่องปืน (ได้คะแนนใกล้เคียง) ตามมาด้วยต่างด้าวอพยพเข้าเมือง เรื่องสุขภาพ ความไม่เท่าเทียมทางเชื้อชาติ และการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ

            ถ้าดูคะแนนตามการสังกัดพรรค 51% ของพวกรีพับลิกันชี้ว่าเศรษฐกิจสำคัญที่สุด 22% ให้ความสำคัญกับการรักษาประชาธิปไตย 13% คือเรื่องต่างด้าวอพยพเข้าเมือง 34 % ของพวกเดโมแครทชี้ว่าเศรษฐกิจสำคัญที่สุด ตามมาด้วย 30% ให้ความสำคัญกับการรักษาประชาธิปไตย

            เรื่องปากท้องมาลำดับแรกเป็นเรื่องปกติเหมือนเช่นทุกครั้ง ที่น่าสนใจคือ “รักษาความเป็นประชาธิปไตยประเทศ” มาเป็นลำดับ 2 ห่างลำดับแรกเพียง 2% (คะแนนรวมทั้งหมด) สอดคล้องกับผลสำรวจอื่นๆ เมื่อไม่นานนี้ที่คนอเมริกันส่วนใหญ่เห็นว่าระบอบประชาธิปไตยของตนกำลังวิกฤต

            ยกตัวอย่าง ผลวิจัยเมื่อมิถุนายน 2023 ของ Associated Press-NORC Center for Public Affairs Research เผย คนอเมริกันครึ่งหนึ่งไม่เชื่อมั่นการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย (อุดมการณ์ประชาธิปไตยดีแต่ผลทางปฏิบัติไม่ดีตามทฤษฎี) แยกเป็นพวกเดโมแครท 47% บอกว่าแย่ ส่วนรีพับลิกัน 56% ตอบว่าแย่ คิดว่าพวกพรรคการเมือง ศาลฎีกา ประธานาธิบดี รัฐบาลไม่ยึดมั่นประชาธิปไตย ส่วนใหญ่จอมปลอมมากกว่า ไม่ตั้งใจทำเพื่อประชาชนจริง ส่วนใหญ่คิดว่า กฎหมายกับนโยบายรัฐบาลไม่เป็นไปตามที่ประชาชนต้องการ ไม่ว่าจะเรื่องเศรษฐกิจ นโยบายควบคุมปืน ประเด็นผู้อพยพเข้าเมืองจนถึงการทำแท้ง

            อย่างไรก็ตามอีกครึ่งหนึ่ง (49%) เห็นว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยยังทำงานได้ดี (ในจำนวนนี้มีเพียง 10% เท่านั้นที่คิดว่าดีเยี่ยมดีมาก อีก 40% บอกว่าพอใช้) รวมความแล้วมุมมองคนอเมริกันต่อประชาธิปไตยยังคงเดิมไม่ต่างจากผลสำรวจครั้งก่อนๆ

            30% ของพวกเดโมแครทให้ความสำคัญกับการรักษาประชาธิปไตย สอดคล้องกับ Associated Press-NORC ที่ 8 ใน 10 ของพวกเดโมแครทฟันธงว่าพรรครีพับลิกันไม่ยึดมั่นหลักประชาธิปไตย ประธานาธิบดีไบเดนตีตราว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์เป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) เป็นพวกสุดโต่ง (extremist) รวมถึง สส. สว. บางคนด้วย

            อันที่จริง ไม่ง่ายที่จะฟันธงว่ารีพับลิกันเป็น “พรรคเผด็จการ” หรือ “พรรคประชาธิปไตย” ไม่น่าจะถูกต้องหากใช้ความคิดเห็นคนอเมริกันจากบางงานวิจัยแล้วสรุปว่าเป็นเช่นนั้นและพรรครีพับลิกันไม่ยอมรับ ที่ตอบได้คือความไม่เป็นเสรีประชาธิปไตยสะท้อนผ่านบางนโยบาย ผ่านพฤติกรรมของ สส. สว. บางคน รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะนโยบายสหรัฐแต่ไหนแต่ไรก็เป็นเช่นนี้ มีลักษณะ 2 มาตรฐาน ทำนองเดียวกับผู้นำประเทศบางคน เพียงแต่ทรัมป์ดูชัดเจนเพราะท่านกล้าแสดงออก พูดตรงไปตรงมา บางเรื่องให้ความสำคัญกับผลลัพธ์มากกว่าความเป็นประชาธิปไตย

            รวมความแล้วผลสำรวจของ Quinnipiac University Poll กับ Associated Press-NORC  ตอกย้ำความไม่พอใจต่อระบอบประชาธิปไตยแบบอเมริกาจากคนอเมริกัน ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐพยายามชูธงการปกครองของตนและชี้ว่าตนเป็นผู้นำโลกเสรี ส่งออกประชาธิปไตย

การเมืองแบบพายเรือในอ่าง :

            แม้คนอเมริกันเกือบครึ่งสนใจทางเลือกที่ 3 แต่เท่านี้ไม่พอ เพราะต้องระบุว่าทางเลือกที่ 3 นี้คือใครซึ่งผลสำรวจไม่มีข้อมูลนี้ และยังไม่ปรากฏผู้ใดโดดเด่นอยู่ในความสนใจ จึงตีความได้ว่าเป็นความคิดเบื่อหน่ายนักการเมือง พรรคการเมืองเดิมๆ โดยไม่รู้ว่าจะเลือกใครแทน

          ประการแรก ผู้สมัครอิสระหรือพรรคเล็กยากจะชนะ

            ความจริงแล้วอเมริกามีพรรคการเมืองมากกว่า 2 พรรคและสามารถลงเป็นผู้สมัครอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองด้วย แต่เมื่อย้อนดูประวัติศาสตร์ การเลือกตั้งเมื่อปี 1968 ผู้สมัคร George Wallace ในนามพรรค American Independent ได้คะแนน elector votes 46 คะแนน เป็นการเลือกตั้งครั้งสุดท้ายที่พรรคที่ 3 ได้คะแนนมากถึงขนาดนั้น (ซึ่งไม่ชนะอยู่ดี) ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีตกอยู่กับ 2 พรรคใหญ่ ทุกวันนี้ผู้มีสิทธิ์จะไม่เลือกผู้สมัครหรือพรรคที่ได้คะแนนน้อย เมื่อผนวกกับระบบ 2 พรรค สุดท้ายชาวอเมริกันมักจะลงคะแนนให้ตัวแทนจาก 1 ใน 2 พรรคใหญ่

            ผู้สมัครอิสระหรือพรรคเล็กจึงไม่ได้รับความนิยม เป็นแค่ไม้ประดับมากกว่า

          ประการที่ 2 ประธานาธิบดีจากพรรคที่ 3 บริหารประเทศไม่ได้

            ถ้าวิเคราะห์ลงลึกประธานาธิบดีจากพรรคที่ 3 แบบข้ามาคนเดียวบริหารประเทศไม่ได้ เพราะ สส. สว. เป็นของ 2 พรรคใหญ่ ควบคุมกลไกการบริหารประเทศไว้ทั้งหมด ยกเว้นบางเขตเลือกตั้ง บางชุมชนที่ผู้สมัครพรรคเล็กชนะเลือกตั้ง ดังนั้นแม้ประธานาธิบดีสามารถใช้อำนาจของตนตามกรอบรัฐธรรมนูญ (อำนาจฝ่ายบริหาร) แต่หากจะออกฎหมายใดๆ จะต้องใช้เสียงจากรัฐสภา รวมทั้งกฎหมายงบประมาณ ดังนั้นนโยบายสำคัญๆ สุดท้ายจะต้องผ่านความเห็นชอบจาก 2 พรรคใหญ่ก่อน ประธานาธิบดีแม้ดูเหมือนมีอำนาจมากแต่ในทางปฏิบัติอยู่ภายใต้การกำกับของรัฐสภา

          ประการที่ 3 การเมืองที่ไม่มีทางออก

สำหรับคนอเมริกันเกือบครึ่งที่ไม่อยากเลือกพรรคใหญ่ ที่เห็นว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ใช่คำตอบ ไม่ตอบโจทย์ความต้องการ แต่คาดว่าในที่สุดพวกเขาน่าจะลงคะแนนให้กับ ‘the lesser of the two evils’ หรือ “คนที่แย่น้อยกว่า” ตามเคย คนถูกผลักดันให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกคนที่แย่น้อยกว่าโดยที่ไม่ชอบทั้งคู่ หวังสกัดไม่ให้คนที่แย่ที่สุดชนะเลือกตั้ง สอดคล้องกับการหาเสียงแบบสาดโคลนที่ต่างฝ่ายต่างพยายามชี้ว่าอีกฝ่าย “แย่” เพียงไร

            ประชาธิปไตยที่ให้ความสำคัญการเลือกตั้งสูงสุดจึงทำได้เพียงมองหาตัวเลือกที่แย่น้อยกว่า ต้องฝากอนาคตชาติบ้านเมือง อนาคตตัวเองกับลูกหลานไว้กับคนที่ “แย่น้อยกว่า” ผู้คนไปเลือกตั้งตามพิธีกรรมที่กำหนด เพื่อให้ใครบางคนขึ้นมากุมอำนาจประเทศ เป็นคำถามว่าระบอบประชาธิปไตยควรมีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรือไม่ คนอเมริกันควรยอมรับสภาพเช่นนี้อีกนานเพียงไร หรือว่าประชาธิปไตยอเมริกันให้ได้เพียงเท่านี้ เรื่องนี้สังคมถกกันมากถกกันเรื่อยมาแต่ยังเป็นการเมืองแบบพายเรือในอ่าง

            ล่าสุดยังเป็นการแข่งขันระหว่างไบเดนกับทรัมป์ การเมืองอเมริกันยังคงวนเวียนเหมือนเดิมต่อไป

13 สิงหาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9768 วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566)

------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :

ไบเดนหาเสียงชี้ทรัมป์เป็นพวกสุดโต่ง

ไบเดนชี้ว่าทรัมป์กับพวกเป็นพวกสุดโต่งสร้างความแตกแยก ไม่เป็นประชาธิปไตย สิ่งที่ไบเดนกำลังทำคือตอกย้ำแบ่งแยกคนอเมริกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาธิปไตยกับพวกสุดโต่ง

ผลโพล AP-NORC ตอกย้ำข้อสรุปประธานาธิบดีไบเดนสอบตก ประชาธิปไตยอเมริกามีปัญหา คนอเมริกันมองแง่ลบต่อการเมือง ทั้งยังชี้ผลเลือกตั้งกลางเทอมอีกด้วย

บรรณานุกรม :

1. Bardes, Barbara A., Shelley, Mack C., & Schmidt, Steffen W. (2012). American Government and Politics Today: Essentials (2011 - 2012 Ed.). USA: Wadsworth, Cengage Learning.

2. Bessette, Joseph M., Pitney, John J. Jr. (2011). American Government and Politics: Deliberation, Democracy and Citizenship. USA: Wadsworth.

3. Miroff, Bruce., Seidelman, Raymond., Swanstrom,Todd., & De Luca, Tom. (2010). The Democratic Debate: American Politics in an Age of Change (5th Ed.). USA: Wadsworth.

4. Quinnipiac University Poll. (2023, July 19). Nearly Half Of Voters Would Consider A Third-Party Presidential Candidate In 2024, Quinnipiac University National Poll Finds; Majority Expect Climate Change To Negatively Affect World In Their Lifetime. Retrieved from https://poll.qu.edu/poll-release?releaseid=3876

ญี่ปุ่นในทศวรรษแห่งความวุ่นวาย

ญี่ปุ่นกังวลจีน ความร่วมมือจีน-รัสเซีย อาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ แก้ไขด้วยการสร้างกองทัพให้เข้มแข็งพร้อมรับมือ ยึดพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐเป็นแกนหลัก

            ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่น 2022 ใช้คำว่า “ทศวรรษแห่งความวุ่นวาย” (2022-2031) เป็นมุมมองญี่ปุ่นที่รายล้อมด้วยสถานการณ์ซับซ้อนตึงเครียดที่สุดนับจากสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ต้นเหตุจากค่านิยม ระบบการเมืองเศรษฐกิจที่แตกต่างและพยายามขยายอิทธิพลของตน พยายามเปลี่ยนบริบทเพียงฝ่ายเดียวด้วยการใช้กำลังหรือพยายามที่จะใช้ รัสเซียรุกรานยูเครนรัสเซียบั่นทอนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศกับกฎบัตรสหประชาชาติอย่างรุนแรง การใช้กำลังฝ่ายเดียวสั่นคลอนรากฐานระเบียบนานาชาติ เรื่องนี้ส่งผลมาถึงเอเชียด้วยเป็นกรณีตัวอย่างท้าทายระเบียบโลกเดิมที่มีอยู่ โลกเข้าสู่วิกฤตรอบใหม่ ดุลแห่งอำนาจเปลี่ยนไป

            ผลจากการที่ประเทศต่างๆ แข่งขันทั้งด้านการมือง เศรษฐกิจ การทหารและอื่นๆ โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างสหรัฐกับจีนที่เข้มข้นขึ้นมาก ไม่ใช่ง่ายที่นานาชาติจะบริหารจัดการสถานการณ์

            วิทยาศาสตร์กับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ารวดเร็วทำให้กระบวนทัศน์ความมั่นคงเปลี่ยนไป หลายประเทศเร่งพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดหวังให้ตนเป็นฝ่ายได้เปรียบทางการทหาร พยายามควบคุมเทคโนโลยีก้าวหน้าไม่กระจายออกไป

            ด้านไซเบอร์มีความเสี่ยงมากขึ้นและเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญยิ่ง สัมพันธ์กับสงครามข่าวสาร ที่บิดเบือนข้อมูลความจริง สงครามไฮบริดเป็นอีกด้านที่ทวีความรุนแรงทั้งด้านการทหารกับพลเรือน

            ญี่ปุ่นเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่สถานการณ์ตึงเครียดเข้มข้นขึ้น อาวุธนานาชนิดรวมทั้งนิวเคลียร์อยู่รายล้อมประเทศ โอกาสที่บางประเทศใช้กำลังเพิ่มสูงขึ้น

นโยบายป้องกันประเทศของสหรัฐกับจีน :

            ยุทธศาสตร์สหรัฐล่าสุดให้ความสำคัญพันธมิตรกับหุ้นส่วน ชี้ว่าจีนเป็นความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ส่วนรัสเซียเป็นภัยคุกคามในยามนี้ เกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามต่อเนื่อง (persistent threat) ยุทธนิวเคลียร์สหรัฐ (Nuclear Posture Review) ระบุว่าก่อนทศวรรษ 2030 จะต้องเผชิญมหาอำนาจนิวเคลียร์พร้อมกัน 2 ประเทศ หนึ่งในนั้นคือจีน (สองประเทศที่ว่าคือรัสเซียกับจีน ไม่ใช่เกาหลีเหนือ)

            ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวสหรัฐยอมรับว่าไม่สามารถรับมือได้ดีด้วยตัวเอง จำต้องร่วมมือกับพันธมิตร ประเทศที่เป็นหุ้นส่วน สานสัมพันธ์พันธมิตรกับหุ้นส่วนสร้างเครือข่ายความมั่นคง อย่างเช่น Quad (เป็นเวทีหารือด้านความมั่นคงของ 4 ประเทศ ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและอินเดีย ล้วนเป็นประเทศที่มีอิทธิพลอำนาจสูง ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย) กับ AUKUS (พันธมิตรทางทหารอินโด-แปซิฟิก สหรัฐ-อังกฤษ-ออสเตรเลีย มีจุดเด่นคืออังกฤษซึ่งเป็นประเทศนอกภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมาอยู่ในกลุ่มนี้ อนาคตอาจมีสมาชิกอื่นนอกภูมิภาคเข้าร่วมอีก) เพื่อต้านจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา ในบริบทสหรัฐพยายามรักษาอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง เรือรบสหรัฐแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเป็นระยะ

            จีนพยายามเปลี่ยนระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพิ่มงบกลาโหมอย่างรวดเร็ว กองทัพจีนจึงเพิ่มทั้งปริมาณและศักยภาพ โดยเฉพาะกองทัพเรือ อากาศและนิวเคลียร์ คาดว่าภายในปี 2035 จะมีหัวรบนิวเคลียร์ 1,500  หัวรบ เร่งสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินที่มีระบบยิงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic catapults systems) สร้างอาวุธไร้คนขับจำนวนมาก

            กองทัพจีนเคลื่อนไหวอย่างมากรอบญี่ปุ่น ทะเลจีนตะวันออก ทะเลญี่ปุ่น ขยายไปถึงแนวห่วงโซ่เกาะแรก (first island chain) และ 2 เพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน ญี่ปุ่นกับประชาคมโลกกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ในยามนี้ ญี่ปุ่นจำต้องยอมรับความจริงปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์พร้อมรับภัยคุกคามที่รายล้อม สร้างเสริมกองทัพตามยุทธศาสตร์ป้องปราม

สรุปความเคลื่อนไหวในรอบ 10 ปี :

            1) เกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและจวนตัวมากขึ้น ให้ความสำคัญกับนิวเคลียร์ ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์รวม 4 ครั้ง คาดว่า (ปี 2022) มีหัวรบนิวเคลียร์ราว 20 หัวรบ ขีดความสามารถของขีปนาวุธสูงขึ้นต่อเนื่อง หลายปีที่ผ่านซ้อมยิงขีปนาวุธนานาชนิด รวมทั้งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค ตุลาคม 2022 ยิงขีปนาวุธข้ามทวีปผ่านญี่ปุ่น เป็นภัยคุกคามร้ายแรงจวนตัวบ่อนทำลายความมั่นคงโลก

            2) กองทัพรัสเซียเคลื่อนไหวร่วมกับจีนอย่างมียุทธศาสตร์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก มีผลต่อญี่ปุ่น การรุกรานยูเครนกลายเป็นประเด็นน่ากังวลที่สุด กระทบความมั่นคงยุโรปโดยตรง

            รัสเซียใช้อาวุธใหม่หลายชนิด ระดมกองทัพอย่างไม่เคยทำมาก่อน เครื่องบินเรือรบจีน-รัสเซียร่วมลาดตระเวนในลักษณะที่เห็นชัดว่ามุ่งเป้าญี่ปุ่น

            3) การเยือนของเพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะเยือนไต้หวัน ยืนยันรัฐบาลสหรัฐยึดมั่นสนธิสัญญาความมั่นคงที่ทำกับไต้หวันและข้อตกลง Enhanced Resilience Act ล้วนบ่งบอกว่ารัฐบาลสหรัฐให้ความสำคัญกับไต้หวัน มีบทบาทเรื่อยมา จีนตอบโตด้วยการซ้อมรบรอบไต้หวัน

            4) ญี่ปุ่นกังวลบทบาทจีนด้านต่างๆ ไม่เพียงด้านการทหารเท่านั้น ประเด็นนี้ท้าทายมากสุด เครื่องบินรบจีนบินเข้ามาในทะเลญี่ปุ่นและถี่ขึ้น เครื่องบินรบญี่ปุ่นต้องเข้าสกัดบ่อยขึ้น จีนอ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองทะเลจีนใต้โดยที่ศาลโลกไม่ยอมรับ การเผชิญหน้าจากเหตุหมู่เกาะเซนกากุ จีนยิงขีปนาวุธตกใส่เขต EEZ ญี่ปุ่น (สิงหาคม 2022)

            5) กองทัพจีนเคลื่อนไหวรอบไต้หวันจนน่าตกใจ เป็นไปได้ว่าจะใช้กำลังยึดไต้หวัน จีนเสริมสร้างกองทัพอย่างรวดเร็ว งบกลาโหมจาก 650,300 ล้านหยวนในปี 2012 เป็น 1,450,500 ล้านหยวนในปี 2022 เรือรบ 83 ลำกลายเป็น 134 ลำ เครื่องบินรบ 565 ลำกลายเป็น 1,270 ลำ หัวรบนิวเคลียร์ 240 หับรบกลายเป็น 350 หัวรบ

            ภายใต้สถานการณ์ข้างต้น ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Strategy 2022) ระบุความท้าทายดังกล่าว เร่งเสริมสร้างกองทัพ ร่วมมือกับพันธมิตรและชาติที่คิดเห็นตรงกัน



สงครามในอนาคต :

            จะใช้ขีปนาวุธนานาชนิด จรวดร่อน จึงต้องมีระบบป้องกันอาวุธเหล่านี้ ขัดขวางให้ศัตรูยากจะใช้ขีปนาวุธ วางระบบซ่อมแซมลดความสูญเสียนำสาธารณูปโภคต่างๆ กลับมาใช้งานโดยเร็ว เตรียมตัวรับมือ Asymmetric attacks ที่มากับการโจมตีทางอวกาศ ทางไซเบอร์ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ยานไร้คนขับ (unmanned vehicles) พัฒนาระบบตรวจจับ ระบบป้องกันสามารถรับมือฝ่ายตรงข้ามจากยานไร้คนขับทั้งทางบกทางเรือและอากาศ

            สงครามในอนาคตเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางทหาร สงครามข้อมูลข่าวสาร หลายประเทศให้ความสำคัญกับงานวิจัย ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีควอนตัม เทคโนโลยีการสื่อสารในอนาคต เหล่านี้สามารถเปลี่ยนให้อีกฝ่ายเหนือกล่าวคู่แข่ง รัฐกับเอกชนร่วมมือกันสร้างเศรษฐกิจความมั่นคง (economic security) ควบคุมการส่งออกและการลงทุนในต่างแดน

            อวกาศเป็นอีกด้านที่กำลังแข่งอย่างดุเดือดมีผลต่อการวิถีชีวิตพลเรือนกับทางทหาร รัสเซียกับจีนหวังใช้อวกาศแทรกแซงนานาชาติ

            อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (weapons of mass destruction: WMD) เป็นอีกด้านที่แข่งขันอย่างดุเดือด

            สงครามไฮบริดเป็นอีกลักษณะที่จะใช้ในอนาคต ต้องตอบโต้สงครามข่าวสารอย่างทันท่วงที เข้าจัดการก่อนข้าศึกดำเนินการ สามารถเคลื่อนย้ายพลเรือนออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว

            รวมความแล้วญี่ปุ่นกังวลจีน ความร่วมมือจีน-รัสเซีย อาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ สงครามยุคใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางทหารที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แก้ไขด้วยการสร้างกองทัพให้เพียงพอต่อการรับมือ ยึดพันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐเป็นแกนหลัก

6 สิงหาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9761 วันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2566)

---------------------

บรรณานุกรม :

Japan Ministry of Defense. (2023, July 31). Defense of Japan 2023. Retrieved from https://www.mod.go.jp/en/publ/w_paper/wp2023/DOJ2023_Digest_EN.pdf

GCC เดินหน้าจับมือกลุ่มประเทศเอเชียกลาง

การพัฒนาเกิดขึ้นเมื่อมีสันติภาพ บรรยากาศเอื้อการค้าการลงทุน สภาพเช่นนี้ย่อมดีกว่าภูมิภาคที่ตึงเครียดพร้อมเกิดสงครามดังเช่นที่เคยเกิดกับภูมิภาคตะวันออกกลางมาแล้วหลายครั้ง

 

            การประชุมสุดยอด GCC-C5 ที่เมืองเจดดาห์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2023 เน้นเสริมสร้างความร่วมมือทางการเมือง ความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ ระหว่างคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Cooperation Council for the Arab States of the Gulf : GCC) อันประกอบด้วยประเทศซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์และบาห์เรน กับกลุ่มประเทศเอเชียกลาง 5 ประเทศ (C5) อันได้แก่ อุซเบกิสถาน (Uzbekistan) เติร์กเมนิสถาน (Turkmenistan) คาซัคสถาน (Kazakhstan) ทาจิกิสถาน (Tajikistan) และคีร์กีซสถาน (Kyrgyzstan) ทั้งหมดเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอดีตสหภาพโซเวียตรัสเซียก่อนแยกตัวออกมาในปี 1991 นับถืออิสลามเป็นหลัก มีสาระสำคัญดังนี้

          ประการแรก เคารพความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนานิกาย

            ยอมรับพหุวัฒนธรรมการเปิดกว้าง ยอมรับประวัติศาสตร์ของ GCC กับเอเชียกลาง หวังอยู่ร่วมกันอย่างสันติอดทนอดกลั้นต่อกัน ข้อนี้เป็นหลักการพื้นฐานของความสัมพันธ์ GCC กับ C5 ต่อต้านความชิงชังเชื้อชาติ ความสุดโต่ง กระแสกลัวอิสลาม (Islamophobia) ต่อต้านการใช้ความรุนแรงกับมุสลิมทุกกลุ่ม ตามข้อมติคณะมนตรีความมั่นคง 2686 ที่ให้เคารพความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ศาสนานิกาย ยอมรับผู้นำทุกศาสนานิกาย ยอมรับพระสันตะปาปา (Pope)

          ประการที่ 2 ให้ความสำคัญกับการหารือเชิงยุทธศาสตร์และทางการเมือง

            ส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนด้านต่างๆ เช่น ทางการเมือง ร่วมหารือประเด็นความมั่นคง เศรษฐกิจการลงทุน การติดต่อไปมาหาสู่ของประชาชน แลกเปลี่ยนความรู้วิทยาการ กิจกรรมเยาวชน การท่องเที่ยว สื่อสารมวลชน การกีฬาตามข้อตกลงร่วมที่จะดำเนินต่อไป

          ประการที่ 3 ด้านเศรษฐกิจ

            จะส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน ความร่วมมือระหว่างสถาบันทางเศรษฐกิจ สร้างบรรยากาศการค้าการลงทุน แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ที่ก่อประโยชน์ต่อทั้ง 2 ฝ่าย ร่วมหารือจัดลำดับความสำคัญ แผนพัฒนา ร่วมขับเคลื่อนองค์การระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) ธนาคารโลก

            C5 น่าจะหวังการค้าการลงทุนมากสุด หวังขยายการค้ากับทุกประเทศ GCC มีข้อได้เปรียบเรื่องระยะทางใกล้และมีเงินทุน ทั้งยังเป็นโอกาสสู่ความร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะรัสเซีย จีน อิหร่าน ตุรเคีย บ้างหวังความมั่นคงทางอาหารกับพลังงาน

            ปี 2021 การค้าระหว่าง GCC กับ C5 มีเพียง 3,100 ล้านดอลลาร์หรือเท่ากับ 0.27% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของ GCC ทั้งหมด โดย GCC เป็นฝ่ายนำเข้ามากกว่า มีโอกาสร่วมมืออีกมาก

          ประการที่ 4 หารือประเด็นภูมิภาคกับประเด็นนานาชาติ

            เพื่อสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ การอยู่ดีมีสุขของทุกชาติทั่วโลก ด้วยความไว้วางใจต่อกัน ร่วมกันพัฒนา ยึดหลักเป็นเพื่อนบ้านที่ดี เคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน มีอิสระทางการเมือง ไม่แทรกแซงกิจการภายใน ไม่คุกคามด้วยกำลัง รักษาระเบียบนานาชาติตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ ระวังการใช้อาวุธนิวเคลียร์

            ประเด็นความมั่นคงเป็นอีกเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการก่อการร้าย พวกสุดโต่งและภัยคุกคามข้ามชาติ เหล่านี้จำต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ตัดเส้นทางการเงิน

            ร่วมมือผ่านองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ในทุกมิติ แม้กระทั่งความมั่นคงทางอาหาร ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ จนถึงการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศ

            เห็นควรยุติระบบโลกขั้วเดียวที่นำโดยชาติตะวันตกได้แล้ว

          ประการที่ 5 อื่นๆ

            GCC กับ C5 จะมีส่วนร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศอย่างแข็งขัน ขยายความร่วมมือเครือข่ายโลจิสติกส์กับการค้า ระบบการพัฒนาอันมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษา การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ แลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข การป้องกันโรคระบาด ร่วมมือด้านวัฒนธรรม เยาวชน กีฬา ตระหนักความสำคัญของวัฒนธรรมที่มาเนิ่นนาน เยาวชนและกีฬา หารือแลกเปลี่ยนด้านนี้

ยุทธศาสตร์ขยายความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน :

            กลุ่มชาติอาหรับค่อยๆ สัมพันธ์กับ C5 จนเกิด GCC-Central Asia Dialogue รัฐบาลซาอุฯ มีบทบาทสำคัญต่อการสานสัมพันธ์จนนำสู่การประชุมสุดยอด GCC-C5 ในครั้งนี้ ยกระดับความสัมพันธ์ขึ้นอีกขั้น

            รวมความแล้ว GCC กับ C5 มีค่านิยม ผลประโยชน์ และประวัติศาสตร์ร่วมกันหลายอย่าง ผู้นำทุกชาติเห็นด้วยที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางการเมืองกับความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ทั้งระดับกลุ่มกับทวิภาคี สร้างเสถียรภาพความมั่นคงแก่ภูมิภาค ร่วมเผชิญความท้าทาย รักษาซับพลายเชน การคมนาคมและสื่อสาร ความมั่นคงทางอาหาร พลังงานและน้ำ พัฒนาพลังงานหมุนเวียน สร้างโอกาสทางธุรกิจ ส่งเสริมการค้าการลงทุน การประชุมสุดยอดครั้งนี้ยังสร้างสัมพันธ์อันดีระดับทวิภาคีสามารถต่อยอดสัมพันธ์ต่อไป

            เป็นยุทธศาสตร์ที่ชาติอาหรับขยายความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน เริ่มจากประเทศในแถบตะวันออกกลางอย่างอิหร่าน ซีเรีย บัดนี้ขยายสู่กลุ่มประเทศเอเชียกลาง 5 ประเทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นเครื่องช่วยผูกพันธ์ การพัฒนาเกิดขึ้นเมื่อมีสันติภาพ เป็นมิตรต่อกัน มีบรรยากาศเอื้อการค้าการลงทุน สภาพเช่นนี้ย่อมดีกว่าภูมิภาคที่ตึงเครียดพร้อมเกิดสงครามดังที่เคยเกิดกับภูมิภาคตะวันออกกลางมาแล้วหลายครั้ง ตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลต่างชาติ เป็นเวทีแข่งขันที่มหาอำนาจเผชิญหน้ากันและคอยตักตวงผลประโยชน์จากภูมิภาคนี้ ในแง่ศาสนามุสลิมทั่วโลกเป็นพี่น้องกัน การช่วยเหลือกันและกัน ร่วมมือกัยย่อมควรทำอย่างยิ่ง ถ้าไม่ทำกับมุสลิมด้วยกันเองก่อนแล้วจะไปทำกับใครเล่า


สานสัมพันธ์รัสเซีย-อาหรับ :

            การสานสัมพันธ์กับกลุ่มประเทศเอเชียกลาง 5 ประเทศ (C5) สัมพันธ์กับรัสเซียโดยตรง เพราะทั้ง 5 ประเทศเดิมคือส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต รัฐบาลปูตินไฟเขียวเปิดทางให้

            รัสเซียเป็นอีกประเทศที่ตอนนี้พยายามสานสัมพันธ์กับชาติอาหรับ ผ่านการประชุมต่างๆ รวมทั้งงานของ GCC ที่พูดคุยหารือทุกเรื่องที่ชาติอาหรับสนใจจนถึงสงครามยูเครน รัสเซียมีพรมแดนใกล้ตะวันออกกลางบางส่วน เคยมีอิทธิพลในย่านนี้ ในช่วงสงครามเย็นขายอาวุธมากมายแก่อาหรับใช้ต่อกรกับอิสราเอล ในเวลาต่อมาซาอุฯ กับพวกหันเข้าหาสหรัฐมากขึ้นหวังเป็นเครื่องประกันความมั่นคงทำให้ห่างจากรัสเซีย แต่ไม่กี่ปีมานี้สัมพันธ์กับรัสเซียดีขึ้นบ้าง 

            Jeddah Declaration เมื่อพฤษภาคม 2023 สันนิบาตรอาหรับปรับท่าทีขอให้ต่างชาติหยุดแทรกแซงกิจการภายของรัฐอาหรับ ห้ามสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธที่ไม่ใช่ของรัฐเหล่านั้น ชี้ว่าจะไม่มีฝ่ายใดชนะจากการปะทะด้วยอาวุธ ฟื้นความสัมพันธ์กับอิหร่าน รัฐบาลอัสซาดแห่งซีเรีย ใกล้ชิดจีนมากขึ้น เห็นด้วยกับระบบโลกแบบพหุภาคีนิยม เป็นโอกาสที่รัสเซียใกล้ชิดอาหรับมากขึ้นด้วย หวังมีมิตรเพิ่มมากขึ้นในยามที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกปิดล้อมคว่ำบาตรตน พร้อมกับที่อาหรับอยากสานสัมพันธ์เช่นกัน

            เมื่อยุทธศาสตร์การทูตใหม่ของอาหรับคือร่วมมือกับทุกมหาอำนาจ ทุกประเทศในย่านนี้จึงเปิดทางให้รัสเซีย อีกทั้งมีความร่วมมือด้านราคาน้ำมันอยู่ในแล้วนาม OPEC+ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำงานร่วมกันอีกนาน

            ในแง่ความมั่นคงทางทหาร รัสเซียปกป้องคุ้มครองรัฐบาลอัสซาด ช่วยปราบผู้ก่อการร้าย IS ร่วมมือใกล้ชิดอิหร่าน รัสเซียมีบทบาทอยู่แล้วและจะมีบทบาทต่อไปช่วยถ่วงดุลอำนาจทางทหารของฝ่ายสหรัฐกับอิสราเอลได้เป็นอย่างดี น่าจะช่วยลดความร้อนแรง ตรงตามความประสงค์ของอาหรับที่อยากเห็นความสงบเรียบร้อยมากกว่าเป็นสนามรบ

            ทั้งจีนกับรัสเซียต่างเป็นมหาอำนาจที่อาหรับเปิดทางให้เข้ามามีบทบาทในภูมิภาค ช่วยถ่วงดุลมหาอำนาจกันและกัน รัฐบาลซาอุฯ กับพวกร่วมมือกับทุกฝ่าย แสวงหาจุดร่วมที่ได้ประโยชน์มากสุด ในอนาคตความสัมพันธ์กับเอเชียกลางน่าจะดีขึ้น เป็นโอกาสแก่ทั้ง 2 ฝ่าย

30 กรกฎาคม 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9754 วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2566)

---------------------------------

1. GCC countries cement ties, unlock potential of partnership with Central Asian C5 bloc at summit in Saudi Arabia. (2023, July 19). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2340786/saudi-arabia

2. Geopolitical shifts help advance Russia-GCC ties. (2023, July 17). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2339437

3. Joint Statement of the Summit of the Cooperation Council for the Arab States of the Gulf and Central Asian States stresses the importance of strengthening joint relations in various fields.

(2023, July 19). Arab News. Retrieved from https://www.spa.gov.sa/6fa1ad6a10t

4. Saudi Arabia eyes more collaboration with Central Asian countries: investment minister. (2023, July 19). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2340481/business-economy

-----------------------