ธนกิจการเมืองในสหรัฐ

ธนกิจการเมืองทำให้เข้าใจว่าบางคนมีอิทธิพลต่อการควบคุมประเทศมากกว่าประชาชนทั่วไป นโยบายรัฐหลายอย่างถูกตัดสินชี้นำบนพื้นฐานฝ่ายใดมีเงินมากกว่า

            ผู้นำประเทศ นักการเมืองและตำราอเมริกันมักชื่นชมประชาธิปไตยตนเอง ยกย่องว่าตัวเองเป็นผู้นำโลกเสรี เป็นความจริงที่ว่าสหรัฐมีข้อดีอย่างหลาย มีความเป็นประชาธิปไตยเหนือกว่าหลายประเทศแต่ใช่ว่าจะสมบูรณ์ เป็นความจริงที่ทุกคนมี 1 สิทธิ์ 1 เสียงแต่หากพิจารณาให้ดีบางคนมีอิทธิพลต่อการควบคุมประเทศมากกว่าประชาชนทั่วไป ที่เป็นเช่นนี้ธนกิจการเมือง (Money Politics) ช่วยอธิบายได้

เงินขับเคลื่อนระบบการเมืองอเมริกา :

            สหรัฐเป็นประเทศใหญ่ ประชากรกว่า 328 ล้านคน (ปี 2020) ระบบการเมืองซับซ้อน การที่ระบบใหญ่ซับซ้อนต้องใช้แรงขับเคลื่อนมาก หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเงิน ทุกอย่างมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นเงินเป็นทองไปหมด ไม่ว่าการเลือกตั้งระดับประเทศ ระดับท้องถิ่น การบริหารจัดการภาครัฐ การรณรงค์ต่างๆ

            เลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2004 ผู้ชิงตำแหน่งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทใช้เงินรวม 700 ล้านดอลลาร์ ปี 2008 กลายเป็น 1,000 ล้านดอลลาร์ อีกสี่ปีต่อมา (2012) เพิ่มเท่าตัวเป็น 2,000 ล้านดอลลาร์ เลือกตั้งรอบที่แล้ว (2016) ใช้ 2,400 ล้านดอลลาร์

            เลือกตั้ง ส.ส. ส.ว. ใช้เงินมหาศาลเช่นกัน ปี 2016 ใช้รวม 4,000 ล้านดอลลาร์

            เป็นความจริงที่ว่าผู้สมัครเปิดรับบริจาคจากประชาชน แต่เมื่อวงเงินสูงและสูงขึ้นมาก นักการเมืองที่หวังชนะเลือกตั้งจำต้องอาศัยเงิน เศรษฐีคนมั่งมีผู้บริจาคได้มากกว่ากลายเป็นกลุ่มได้เปรียบ นักการเมืองหวังเข้าหา สามารถชี้นำนักการเมืองหรือพาตัวเองสู่แหล่งอำนาจมากกว่าประชาชนคนทั่วไป เกิดคำถามว่าผู้บริจาครายใหญ่มีผลต่อนโยบายประเทศใช่หรือไม่

            แน่นอนว่า ชาวบ้านสามารถชุมนุมประท้วง แต่สุดท้ายเศรษฐีคือผู้กุมอำนาจและออกนโยบายบางอย่างที่ตอบสนองชาวบ้านบ้าง

            Dark Money หรือ เงินมืดเป็นเรื่องใหม่ที่นักเคราะห์ให้ความสำคัญ เงินก้อนนี้เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นเงินจากองค์กรภาคประชาชนในหมวดที่ไม่จำต้องรายงานรัฐ เงินมืดนี้ส่วนหนึ่งเป็นค่าโฆษณาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง (อาจไม่เอ่ยชื่อว่าสนับสนุนใครโดยตรงแต่เนื้อหาชี้นำ)

            การเลือกตั้งเป็นเหตุการณ์สำคัญมีผลต่อการเมืองมากแต่อยู่ใต้ระบบที่ต้องใช้เงินมหาศาล อำนาจเงินมีอิทธิพล การเมืองอเมริกายังยอมให้เป็นเช่นนั้น ขณะที่บางประเทศ เช่น เยอรมนีกับสเปนพยายามแก้ไขปัญหาด้วยการให้งบประมาณแก่พรรคการเมือง ค่าใช้จ่ายหาเสียงส่วนใหญ่มาจากงบประมาณรัฐ

ส่งเสริม 2 พรรคใหญ่ การสร้างภาพลวงตา :

            บางคนเข้าใจว่าสหรัฐมีเพียง 2 พรรคการเมืองคือรีพับลิกันกับเดโมแครท ความจริงแล้วสหรัฐมีพรรคการเมืองระดับชาติอื่นๆ แต่พรรคเหล่านี้เป็นได้เพียงพรรคเล็กพรรคน้อย ไม่อยู่ในสายตาสนามเลือกตั้งประธานาธิบดี เหตุเพราะการเมืองการเลือกตั้งที่ต้องใช้เงิน ผนวกกับพัฒนาการพรรคการเมือง การเลือกผู้นำประเทศที่มีเพียง 1 เดียว คนอเมริกันรู้ดีว่าเลือกพรรคเล็กไม่ช่วยอะไรจึงต้องเลือกระหว่าง 2 พรรคใหญ่

            2 พรรคใหญ่เข้าใจสถานการณ์พยายามรักษาการเลือกตั้งที่ต้องใช้เงินมาก ผลคือ อำนาจการเมืองระดับประเทศจะตกอยู่ใน 2 พรรคใหญ่นี้เท่านั้น เป็นที่รวมตัวของชนชั้นปกครองไม่ว่าจะนักการเมือง นายทุน เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง เงินบริจาคสนับสนุนเลือกตั้งจึงกระจุกตัวใน 2 พรรคใหญ่นี้

            เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าบางนโยบาย เช่น อุตสาหกรรมน้ำมัน อุตสาหกรรมผลิตและส่งออกอาวุธ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไม่ว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครท

            เมื่อรวมกับเทคนิคอื่นๆ เช่น สร้างกระแสผ่านสื่อ การล็อบบี้ ส.ส. ส.ว. การเคลื่อนไหวของกลุ่มผลประโยชน์กับองค์กรภาคประชาชนที่บริษัทเป็นผู้อุดหนุนรายใหญ่ พวกชนชั้นปกครองจึงเป็นผู้กำหนดทิศทางประเทศ สร้างภาพให้เกิดความเข้าใจว่านี่คือความต้องการของประชาชน เป็นผลประโยชน์ของชาติ

การเคลื่อนไหวของนักล็อบบี้ :

            ระบบการเมืองสหรัฐจะมีนักล็อบบี้ (lobbyist) บนความคิดว่าจะช่วยสะท้อนความต้องการของประชาชน นักการเมืองกับเจ้าหน้าที่รัฐได้ข้อมูลครบถ้วน นักล็อบบี้เข้าหาติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง

            การล็อบบี้เช่นนี้ไม่ผิดกฎหมาย มีกฎเกณฑ์ให้ปฏิบัติ มีผู้ประกอบกิจการเป็นบริษัทเอกชนรับจ้างล็อบบี้ ปี 2009 สหรัฐมีนักล็อบบี้ (lobbyist) ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายกว่า 13,000 คน เฉพาะการเคลื่อนไหวปฏิรูปนโยบายรักษาสุขภาพ มีนักล็อบบี้เข้าร่วมถึง 4,000 คน (เป็นตัวแทนของกลุ่มประชาชน กลุ่มการเมือง กลุ่มบริษัทต่างๆ เช่น ประกันภัย โรงพยาบาลเอกชน บริษัทยา)

            เหตุที่ต้องใช้บริการนักล็อบบี้เพราะคนเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญรู้ว่าควรติดต่อเจ้าหน้าที่คนใด และมีช่องทางเหล่านั้น (แม้กระทั่งความสัมพันธ์ส่วนตัว) บางคนติดตามประเด็นใกล้ชิดนานหลายปี รู้ว่าฝ่ายใดคิดเห็นอย่างไร ควรเสนอนโยบายเช่นไรหรือตอบโต้อย่างไร การว่าจ้างนักล็อบบี้จึงมีประโยชน์

            มีตัวอย่างว่าครั้งหนึ่งเมื่อรัฐบาลสหรัฐกำลังถกประเด็นควบคุมการซื้อขายบุหรี่ กลุ่มโรงพยาบาลว่าจ้างนักล็อบบี้จากบริษัทล็อบนี้แห่งหนึ่งเพื่อช่วยพวกตน ปรากฏว่าบริษัทบุหรี่แก้เกมโดยว่าจ้างนักล็อบบี้จากบริษัทเดียวกันนี้ด้วย แต่ว่าจ้างพนักงานคนที่เก่งกว่า เชี่ยวชาญกว่า พนักงานล็อบบี้จากบริษัทเดียวกันจึงสู้กันเองโดยไม่ผิดกฎหมาย

            ใครมีเงินมากกว่าจ้างนักล็อบบี้ได้มากกว่า ได้คนเก่งกว่า เรื่องนี้เหมือนประเด็นเศรษฐีว่าจ้างสำนักทนายความชื่อดังได้ทนายความคนเก่งมาว่าคดี

            นอกจากนี้ในนโยบายหนึ่งๆ จะมีรายละเอียดนโยบาย นักล็อบบี้มีความสามารถในการสอดแทรกเนื้อหารายละเอียดบางข้อบางตอน หรือเพียงบางข้อความสั้นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง เช่น เอื้อประโยชน์ต่อการขายผลิตภัณฑ์ของตนเอง กีดกันสินค้าคู่แข่ง เมื่อรัฐบาลสหรัฐประกาศกีดกันสินค้าจีน สินค้าจีนบางตัวหลบรอดจากการกีดกัน สินค้าบางบริษัทยังขายต่อได้อีก นี่คือผลจากรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในตัวนโยบาย

ธนกิจการเมือง กรณีอาวุธปืน :

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าคนอเมริกันจำนวนมากมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และไม่ใช่อาวุธธรรมดาแต่เป็นอาวุธที่ใช้ในสงคราม มีอานุภาพสูง มีข้อมูลว่าแต่ละปีคนอเมริกันกว่า 30,000 คนยิงปืนฆ่าตัวตายหรือตายด้วยอุบัติเหตุจากปืน กว่า 10,000 คนเสียชีวิตเพราะยิงกันด้วยปืน และกว่า 200,000 คนบาดเจ็บเพราะปืน สังคมอเมริกันถกแถลงเรื่องนี้มาตลอดว่าควรปล่อยให้ประชาชนมีอาวุธเหล่านั้นหรือไม่ พรรครีพับลิกันมักโน้มเอียงสนับสนุนให้มีอาวุธ

            สมาคมปืนเล็กยาวแห่งชาติอเมริกา (National Rifle Association of America : NRA) ประกาศวัตถุประสงค์สมาคมคืออบรมการใช้ปืนเพื่อล่าสัตว์ การใช้ปืนอย่างปลอดภัย แต่อีกด้านเกี่ยวข้องกับขายปืนและต่อต้านนโยบายจำกัดปืนเรื่อยมา ประเด็นสำคัญคือเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า NRA มีอิทธิพลสูงมากในการเมืองอเมริกา แต่ละปีสมาคมนี้บริจาคเงินแก่ ส.ส. ส.ว. คนละ 3 ล้านดอลลาร์ ใช้เงินจ้างทีมทนายความชื่อดังต่อสู้ในชั้นศาลคว่ำร่างระเบียบต่างๆ จนได้ชื่อว่า NRA เป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุด การที่เป็นเช่นนี้เพราะธุรกิจซื้อขายอาวุธปืนเป็นธุรกิจใหญ่ มีกำไรมหาศาล อีกตัวอย่างของธนกิจการเมืองที่นโยบายรัฐถูกตัดสินชี้นำบนพื้นฐานว่าฝ่ายใดมีเงินมากกว่า

            ในภาพรวมธนกิจการเมือง (Money Politics) เป็นการอธิบายในแง่มุมหนึ่งเท่านั้น ที่ต้องตระหนักคือ ความเป็นประชาธิปไตยถดถอย ประชาชนไม่เชื่อถือนักการเมือง ข้อนี้บั่นทอนทำลายผลประโยชน์แห่งชาติมากมาย ถ้ามองจากมุมสหรัฐความไม่เป็นประชาธิปไตยเป็นภัยร้ายแรงยิ่งกว่ารัสเซีย จีน

            ธนกิจการเมืองไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะในสหรัฐเท่านั้น เนื้อหาที่นำเสนอข้างต้นเป็นอีกบทความหนึ่งที่เอ่ยถึงโดยยกสหรัฐเป็นกรณีศึกษา หลักการข้างต้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับประเทศอื่นๆ ได้ไม่มากก็น้อย

25 ตุลาคม 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8749 วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2563)

--------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

ธนกิจการเมือง (Money Politics) ที่มากกว่าเงินและอำนาจ
ธนกิจการเมืองไม่เป็นเพียงพฤติกรรมแต่ฝังรากในสังคม ครอบระบบการเมืองการปกครอง เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ด้วยการสร้างสังคมที่คนยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นคนยึดเหตุผลฟังความรอบข้าง

บรรณานุกรม :

1. เงินมืดหลั่งไหลเข้าช่วยแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯ พุ่งเป็นประวัติการณ์. (2020, August 10). VOA Thai. Retrieved from https://www.voathai.com/a/us-election-campaign-funding-dark-money-pacs-shell-company/5536712.html

2. รู้จัก เอ็นอาร์เอ (NRA) องค์กรทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ. (2019, August 7). VOA Thai. Retrieved from https://www.voathai.com/a/explainer-what-is-nra-national-rifle-association-gun-control/5031631.html

3. Full text: Article on money politics in U.S. (2019, December 26). Reuters. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2019-12/26/c_138658437.htm

4. Grigsby, Ellen. (2012). Analyzing Politics: An Introduction to Political Science (5 Ed.). USA: Wadsworth.

5. Juhasz, Antonia. (2008). The Tyranny of Oil: The World's Most Powerful Industry - and What We Must Do to Stop It. New York: HarperCollins Publishers.

6. La Raja, Raymond J. (2008). Small Change: Money, Political Parties, and Campaign Finance Reform. USA: The University of Michigan Press.

7. Roskin, Michael G. Cord, Robert L. (2017). Political Science: An Introduction (14th Ed.). USA: Pearson Education.

8. Somebody just put a price tag on the 2016 election. It’s a doozy. (2017, April 14). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/news/wonk/wp/2017/04/14/somebody-just-put-a-price-tag-on-the-2016-election-its-a-doozy/

--------------------------

ธนกิจการเมือง (Money Politics) ที่มากกว่าเงินและอำนาจ

ธนกิจการเมืองไม่เป็นเพียงพฤติกรรมแต่ฝังรากในสังคม ครอบระบบการเมืองการปกครอง เป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ด้วยการสร้างสังคมที่คนยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตย เป็นคนยึดเหตุผลฟังความรอบข้าง

            “Money Politics” หรือ “ธนกิจการเมือง” มักพูดถึงการเมืองฝั่งเอเชีย สัมพันธ์กับการทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงการเมือง ทุจริตเลือกตั้ง เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ธนกิจการเมืองหมายถึง :

            ธนกิจการเมือง (Money Politics) พูดถึง 2 สิ่ง คือ เงินกับอำนาจการเมืองการปกครอง สามารถอธิบายโดยใช้ “เงิน” หรือความมั่งคั่งเป็นตัวตั้งกับใช้ “อำนาจ” เป็นตัวตั้ง

            ถ้าใช้ “เงิน” เป็นตัวตั้ง เป้าหมายคือต้องการเงินมากๆ มีกำไรมากๆ สะสมความมั่งคั่ง คนที่ยึดแนวทางนี้จะทุกวิธีเพื่อให้ได้ความมั่งคั่ง หากอำนาจการเมืองช่วยให้ร่ำรวยย่อมต้องให้ตัวเองมีอำนาจอิทธิพลมากสุด หากเป็นนักการเมืองแล้วสามารถควบคุมรัฐบาลหรือออกกฎหมายเอื้อกิจการของตนกับพวกพ้องย่อมเป็นวิธียอดเยี่ยม นักธุรกิจใหญ่จึงส่งลูกหลานหรือตัวแทนเข้าสภาเพื่อกีดกันป้องกันคู่แข่งออกกฎหมายหรือนโยบายที่ทำลายธุรกิจตน

            เป็นวัฏจักร “เงินสู่อำนาจ อำนาจสู่เงิน”

            ถ้าใช้ “อำนาจ” เป็นตัวตั้ง เป้าหมายคือต้องการอำนาจการเมืองการปกครอง มีอิทธิพลเหนือผู้อื่น ใช้ประโยชน์จากกลไกรัฐ ทรัพยากรของรัฐ การเป็นรัฐบาลหรือผู้นำประเทศจึงเป็นเป้าหมายสูงสุด (หรือสามารถควบคุมชี้นำ) อาจใช้เงินเพื่อให้ได้อำนาจ เช่น ซื้อตำแหน่ง ใช้เงินควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐ ยิ่งมีเงินมากยิ่งสามารถซื้อ ส.ส. ส.ว. ให้อยู่ในสังกัดมากที่สุด และ/หรือใช้อำนาจต่ออำนาจ เช่น จากผู้มีอิทธิพลประจำตำบลขยับเป็นเจ้าพ่อจังหวัด ลงสนามเลือกตั้งได้เป็น ส.ส. แล้วใช้อำนาจ ส.ส. (กับอำนาจเงิน) สร้างกลุ่มของตนให้มี ส.ส. ในสังกัดหลายคน สร้างพรรคการเมือง ฯลฯ หรือจากเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยขูดรีดแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเพื่อนำเงินไปซื้อตำแหน่งสูงขึ้น

            เป็นวัฏจักร “อำนาจสู่เงิน เงินสู่อำนาจ”

ธนกิจการเมืองอยู่คู่กับเสรีประชาธิปไตย :

            ในอดีตกาลอำนาจปกครองจะอยู่ที่สถาบันศาสนาหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์กับกษัตริย์เหล่าขุนนางผู้มีกองทัพเกรียงไกร ในระบบประชาธิปไตยที่อำนาจการเมืองมาจากการเลือกตั้ง ผู้มีเงินกับอำนาจและใช้ 2 สิ่งนี้เพื่อได้เปรียบ

            เพราะมนุษย์ไม่สมบูรณ์ มีความโลภ ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆ คิดว่าเป็นของฟรีหรือหวังเพียงประโยชน์เฉพาะหน้า ผนวกกับระบบควบคุมไม่สมบูรณ์ เปิดช่องให้สามารถใช้เงินกับอำนาจเข้าถึงอำนาจการเมืองการปกครอง เช่น ด้วยการซื้อเสียงซื้อตำแหน่ง แจกเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสารอาหารแห้ง ฯลฯ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันและกัน ใช้อิทธิพลครอบงำ กลายเป็นว่าใครมีเงินมากกว่ามักจะชนะ

            มีข้อสังเกตว่าการเมืองเช่นนี้มักเป็นการเมืองที่ต้องใช้เงินมาก ประชาชนยอมรับการซื้อสิทธิขายเสียง การซื้อสิทธิขายเสียงเป็นค่านิยมอย่างหนึ่งที่ทำกัน หลายคนถึงขั้นต่อรองหวังได้เงินจากการขายเสียงมากสุด เจ้าหน้าที่รัฐใช้เงินซื้อแม้เป็นเพียงตำแหน่งเล็กๆ

            จะเห็นว่าอำนาจกับเงินมักไปด้วยกันเสมอ อำนาจเงินกับอำนาจปกครองจะสัมพันธ์กันไปด้วยกัน นักการเมือง กลุ่มทุนและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงมักเป็นพวกเดียวกัน ร่วมมือกัน กลายเป็นชนชั้นปกครอง

            กลุ่มชนชั้นปกครองมักเป็นผู้มั่งมีและร่ำรวยขึ้นทุกที ความเหลื่อมล้ำขยายตัว ระบอบการปกครองที่มีเพื่อคนส่วนน้อยไม่ใช่เพื่อประชาชนอย่างที่พูดตอนหาเสียง นับวันประชาชนไม่ศรัทธานักการเมือง ระบบการเมือง ความเป็นประชาธิปไตยถดถอย

            พวกนักปกครองเข้าใจเรื่องนี้มานานและเข้าใจอย่างดี

มักอยู่ควบคู่กับสังคมอุปถัมภ์ :

            ตามหลักประชาธิปไตย พรรคการเมืองกับนักการเมืองควรเสนอนโยบายพัฒนาจังหวัด พัฒนาประเทศ ส่งเสริมให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดี น้ำไหลไฟสว่าง ระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูง สังคมปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย ปลอดอำนาจเถื่อน เพื่อดึงดูดให้ประชาชนเลือกผู้ที่เหมาะสม แต่ธนกิจการเมืองจะมุ่งซื้อเสียงหรือซื้อความนิยม

ในมุมมองนักวิชาการประชาธิปไตยเห็นว่าเป็นเรื่องแปลกเพราะประชาชนเลือกรับเงินเล็กน้อย ยอมเสียผลประโยชน์ที่ใหญ่กว่าสำคัญกว่า และไม่ควรเรียกว่าเป็นสังคมประชาธิปไตย แต่เป็นสังคมภายใต้ชนชั้น “ภายใต้การปกครองนอกระบบ” เกิดสังคมการเมืองที่ประชาชนเห็นว่าจำเป็นหรือจำยอม เพราะทุกอย่างสัมพันธ์ไปหมด เช่น หากต้องไปติดต่อหน่วยงานรัฐ ลูกหลานจะเข้าโรงเรียนต้องใช้เส้นสายของนักการเมืองผู้มีอิทธิพล กรณีที่ร้ายแรงคือถ้าไม่ยอมอยู่ภายใต้การอุปถัมภ์คุ้มครองอาจถูกรังแก การยอมอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์หรือพูดอีกอย่างคืออยู่ใต้อิทธิพลของใครบางคนบางกลุ่มกลายเป็น “สิ่งจำเป็น” เรากำลังพูดถึงประเทศที่ประกาศว่าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีการเลือกตั้ง มีสิทธิเสรีภาพ แต่ในทางปฏิบัติเป็นสังคมแห่งชนชั้น มีผู้ปกครองกับผู้อยู่ใต้ปกครองนอกระบบ การปกครองประชาธิปไตยที่ประกาศในรัฐธรรมนูญไม่ได้ทำหน้าที่จริง

            ไม่ช้าไม่นานธนกิจการเมืองภายใต้ระบบอุปถัมภ์กลายเป็นวัฒนธรรม เป็นบรรทัดฐานอย่างที่หนึ่งพบทั่วไป เด็กเกิดใหม่อยู่ในระบบตั้งแต่แรกเกิดและใช้ชีวิตภายใต้ระบบกล่าว

            เมื่อเป็นวัฒนธรรม ปฏิบัติกันทั่วไป โอกาสที่จะหลุดพ้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย คำว่าปฏิรูปมักเป็นเพียงคำสวยหรู หรือปฏิรูปเพื่อกระชับอำนาจภายในหมู่ชนชั้นปกครอง ถ่ายโอนอำนาจจากสายหนึ่งไปสู่อีกสาย

เพื่อผลประโยชน์คนส่วนน้อย เอื้อพวกพ้อง :

            ลักษณะหนึ่งที่ปรากฏชัดคือคนส่วนน้อยไม่กี่กลุ่มที่กุมอำนาจระบบเศรษฐกิจ ภาคเศรษฐกิจต่างๆ คนเหล่านี้เชื่อมโยงกับนักการเมือง พรรคการเมือง จะเห็นปรากฏการณ์ที่พรรคการเมืองพยายามควบคุมระบบเศรษฐกิจ การต่อสู้ช่วงชิงภายในพรรค (การช่วงชิงภายในกลุ่มชนชั้นปกครอง) เห็นได้ชัดทั้งในญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์

            ถ้ามองในเชิงการพัฒนาประเทศควรยอมรับว่าภาคเศรษฐกิจต่างๆ ที่อยู่ในมือคนส่วนน้อยมีประโยชน์เหมือนกัน อาจตีความว่าเป็นลักษณะปกติของทุนนิยม หรือตีความว่าธนกิจการเมืองในสังคมอุปถัมภ์เป็นระบบกระจายความมั่งคั่ง กระจายผลประโยชน์จากทรัพยากรชาติรูปแบบหนึ่ง ผู้มีอำนาจสูงสุดเป็นผู้ควบคุมผลประโยชน์ กระจายให้แก่คนภายใต้ตามสัดส่วน ประชาชนที่อยู่ฐานล่างสุดได้รับส่วนหนึ่งด้วยเช่นกัน ความท้าทายสำคัญอยู่ที่ว่าระบบดังกล่าวจะยั่งยืนแค่ไหน ประชาชนคนส่วนใหญ่รับได้หรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อประเทศเผชิญวิกฤตที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่อย่างรุนแรง และแน่นอนว่าประเทศไม่เป็นประชาธิปไตยจริง ปราศจากความเท่าเทียม นานวันเข้าสังคมยิ่งเหลื่อมล้ำ มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตระบบการเมืองจะเป็นอำนาจนิยมมากขึ้น

            รวมความแล้ว ธนกิจการเมืองเป็นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนน้อยเพื่อพวกพ้อง โดยที่ประชาชนคนส่วนใหญ่เป็นผู้จ่ายราคาให้คนชนชั้นปกครองเสวยสุข

ธนกิจการเมืองที่มากกว่าเงินและอำนาจ :

            ถ้าอธิบายในกรอบแคบธนกิจการเมืองคือความสัมพันธ์ระหว่างอำนาจเงินกับอำนาจการเมืองที่ไปด้วยกัน แต่หากมองในกรอบกว้างคือระบอบปกครองอีกระบอบที่แฝงตัวอยู่ในระบบการเมืองการปกครองอื่นๆ อาจอยู่ในระบบประชาธิปไตย ระบบเผด็จการ ฯลฯ เป็นระบบควบคุมและกระจายผลประโยชน์ เกิดสังคมวัฒนธรรมสังคมที่อำนาจเงินกับการเมืองอยู่เหนือสิทธิเสรีภาพ เหนือความเสมอภาค เหนืออำนาจรัฐ อยู่เหนือหลักประชาธิปไตย ประชาชนจำนวนมากคุ้นชินที่จะอยู่กับระบอบดังกล่าว ไม่คิดทุ่มเทแก้ไขออกจากระบอบนี้ด้วยตัวเอง

            เงินกับอำนาจไม่ใช่สิ่งชั่วร้ายในตัวมันเอง กิจกรรมการเมืองมักมีเงินเกี่ยวข้องเสมอ ที่ไหนธนกิจการเมืองรุนแรงจะมีทุจริตคอร์รัปชันมาก ใช้ตำแหน่งอำนาจในทางมิชอบ การทุจริตจึงเป็นดัชนีชี้วัดว่าสังคมใดมีธนกิจการเมืองรุนแรง สามารถมองได้ทั้งในสังคมเล็กๆ เช่น หมู่บ้าน ตำบาล กรม กอง จนถึงระดับประเทศ เป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลหรือผู้ปกครองเอาใจใส่แก้รากปัญหามากเพียงไร (ตรงข้ามกับการแก้ที่เปลือกนอก มุ่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาเฉพาะหน้า)

            ในประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจะเป็นตัวชี้ว่าประเทศเป็นประชาธิปไตยมากแค่ไหน ประสบความสำเร็จมากเพียงไร ทางออกคือต้องเรียนรู้จักหลักประชาธิปไตยอย่างถูกต้องครบถ้วน เป็นคนยึดเหตุผลฟังความรอบข้าง สร้างสังคมที่คนยึดมั่นอุดมการณ์ ประชาชนที่ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมต้องจัดตั้งกลุ่มการเมือง สร้างสถาบันการเมืองที่ไม่ยึดโยงธนกิจการเมือง

18 ตุลาคม 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8742 วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2563)

-----------------------

บรรณานุกรม :

1. Case, William (ed.). (2015). Routledge Handbook of Southeast Asian Democratization. Oxon: Routledge.

2. Haynes, Jeffrey. (2012). Routledge Handbook of Democratization. New York: Routledge.

3. La Raja, Raymond J. (2008). Small Change: Money, Political Parties, and Campaign Finance Reform. USA: The University of Michigan Press.

4. O’Neil, Patrick H., Fields, Karl., & Share, Don. (2010). Cases in Comparative Politics (3rd Ed.). New York: W. W. Norton & Company, Inc.

5. Roskin, Michael G. Cord, Robert L. (2017). Political Science: An Introduction (14th Ed.). USA: Pearson Education.

--------------------------

อาหรับญาติดีอิสราเอลกระเทือนอิหร่าน

การปรับความสัมพันธ์ระหว่างอาหรับกับอิสราเอลอาจช่วยแก้ปัญหาปาเลสไตน์ นำสันติภาพสู่ตะวันออกกลาง แต่อีกมุมที่ชัดเจนคือนับจากนี้ชาติอาหรับกับอิสราเอลจะร่วมกันเล่นงานอิหร่านอย่างเปิดเผย

            การปรับความสัมพันธ์ทางการทูตสู่ระดับปกติระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลตามข้อตกลง Abraham Accords ถูกนำเสนอว่าเป็นเรื่องระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล หวังแก้ปัญหาปาเลสไตน์ นำสันติภาพสู่ตะวันออกกลาง แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกซึ้งเรื่องนี้กระเทือนอิหร่านโดยตรง

            อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Ali Khamenei) ผู้นำจิตวิญญาณอิหร่านกล่าวถึงข้อตกลงดังกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ทรยศ (betrayed) โลกอิสลาม ต่อโลกอาหรับ ต่อประเทศในภูมิภาคและต่อปาเลสไตน์

            ในขณะที่อิหร่านยังคงต่อต้านอิสราเอล ลัทธิไซออนิสต์ (Zionism) อย่างเข้มข้น ชาติอาหรับอย่างน้อย 3 ประเทศ จอร์แดน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และอียิปต์ประกาศเป็นมิตรกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการแล้ว

การก้าวขึ้นมาของรัฐอิสลามอิหร่าน :

            ปี 1979 อยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) ผู้นำศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์นำการปฏิวัติอิสลามสู่ประเทศอิหร่าน โค่นล้มระบอบอำนาจเก่า เปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบ Islamic theocracy ยึดหลักศาสนาเป็นรากฐานการปกครอง และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” การล้มระบอบกษัตริย์ชาห์กระทบผลประโยชน์มหาศาลของสหรัฐ อิหร่านยุครัฐอิสลามกลายเป็นศัตรูสำคัญของรัฐบาลสหรัฐนับจากนั้นเป็นต้นมา

            ในขณะนั้นมุสลิมทั่วโลกชื่นชมความกล้าหาญของโคไมนี เป็นแบบอย่างผู้นำมุสลิมที่นำการต่อต้านพวกตะวันตก อยาตุลเลาะห์ โคไมนีกล่าวซ้ำหลายครั้งว่าสหรัฐคือจอมซาตาน (Great Satan)

            ในสมัยนั้นปัญหาปาเลสไตน์เป็นประเด็นร้อนแรงของโลกมุสลิม หลายคนตีความว่าคือความขัดแย้งระหว่างศาสนาที่ยอมไม่ได้ ขอต่อต้านพวกยิวไซออนิสต์จนถึงที่สุด รัฐบาลอิหร่านโหมกระแสต่อต้านไซออนนิสต์อย่างต่อเนื่อง ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) กล่าวเมื่อกุมภาพันธ์ 2006 “ตราบใดที่ระบอบไซออนิสต์ยังอยู่ จะเป็นภัยคุกคามต่อผู้เชื่อและผู้ศรัทธาศาสนาอิสลาม” อยาตุลเลาะห์ โคไมนี ได้กล่าวไว้ว่าจะต้อง “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก”

            สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลอิสลามอิหร่านพยายามทำคือรวมพลังมุสลิมโลก อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอีกล่าวว่าความเป็นเอกภาพ “คือเรื่องสำคัญที่สุดของโลกมุสลิม” ชาติมหาอำนาจเจ้าโลกพยายามสร้างความแตกแยกในหมู่มุสลิม สร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนให้มุสลิมสนใจเรื่ออื่นแทนปัญหาปาเลสไตน์ และบ่อยครั้งที่กล่าวกระทบรัฐอิสลามอื่นๆ เช่น “รัฐบาลชาติอิสลามบางประเทศไม่ตระหนักผลที่จะเกิดขึ้นจากการสนับสนุนสถานการณ์ปัจจุบัน” และไม่รู้ว่าการทำเช่นนี้จะเผาพวกเขาเอง

            จะเห็นว่ายิ่งระบอบอิหร่านเป็นที่ชื่นชม ยิ่งเกิดคำถามต่อความชอบธรรมของผู้ปกครองรัฐอิสลามโดยเฉพาะชาติอาหรับทั้งหลาย เกิดข้อเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลอิสลามด้วยกันเอง และด้วยความที่รัฐบาลอิหร่านย้ำเรื่อยมาว่าอิหร่านคือรูปแบบรัฐอิสลามที่ถูกต้องที่สุด เท่ากับกำลังชี้ว่ารัฐอิสลามของประเทศอื่นๆ นั้นมีปัญหา

            รัฐบาลอิหร่านอาจพูดด้วยความปรารถนาดีแต่สำหรับรัฐบาลอิสลามอื่นๆ คำพูดทำนองนี้เป็นปัญหาต่อพวกเขา

อิหร่านศัตรูตัวร้ายของรัฐอาหรับ :

            ยิ่งอิหม่ามโคไมนีตั้งใจปฏิรูปอิสลามมากเพียงใด แรงต้านจากมุสลิมบางกลุ่มบางฝ่ายยิ่งแรงขึ้นเท่านั้นและเป็นเช่นนี้สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน

            กษัตริย์ซัลมาน บิน อับดุล อาซิซ (King Salman Bin Abdul Aziz) แห่งซาอุดีอาระเบียตรัสในที่ประชุม Arab Islamic American Summit 2017 ว่า “การประชุมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชาติอาหรับกับอิสลามผู้เข้าร่วมการประชุมสุดยอด 55 ประเทศ รวมประชากรกว่า 1,500 ล้าคน ได้เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการต่อสู้พลังสุดโต่ง (extremism) กับลัทธิก่อการร้าย (terrorism) เพื่อสันติภาพ ความมั่นคงและเสถียรภาพโลก”

             “ทุกวันนี้เราเห็นบางคนที่คิดว่าตัวเองเป็นมุสลิมพยายามบิดเบือนภาพลักษณ์ศาสนา พยายามเชื่อมโยงศาสนาอันยิ่งใหญ่นี้เข้ากับความรุนแรง” ซึ่งขัดแย้งหลักศาสนา “ระบอบอิหร่านกับกลุ่มและองค์กรใกล้ชิดอย่างฮิซบอลเลาะห์ (Hezbollah) ฮามาส (Hamas) รวมทั้ง ISIS (Daesh) อัลกออิดะห์ (Al Qaeda) และอีกหลายกลุ่มเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน” พวกนี้ “พยายามใช้ประโยชน์จากอิสลาม (exploit Islam) เพื่อปิดบังเป้าหมายทางการเมืองที่สร้างความเกลียดชัง ความสุดโต่ง การก่อการร้าย ความขัดแย้งทางศาสนาและนิกาย”

            ความขัดแย้งภายในโลกมุสลิมในยุคนี้เห็นได้ชัดจากวาทกรรมจันทร์เสี้ยวชีอะห์ (Shiite Crescent/ Shia Crescent) กษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่สอง (King Abdullah II) แห่งจอร์แดนตรัสในปี 2004 ว่าพวกซุนนีกำลังเผชิญหน้ากับจันทร์เสี้ยวชีอะห์อันประกอบด้วยพื้นที่ตั้งแต่กรุงเตหะรานทอดยาวถึงกรุงเบรุต รัฐบาลซาอุฯ กับพวกกำลังร่วมกันต่อต้านทุกประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของจันทร์เสี้ยวชีอะห์

            ด้านอดีตผู้นำ อยาตุลเลาะห์ โคไมนีเคยกล่าวว่าผู้ปกครองซาอุฯ เป็นพวกวาห์ฮะบีที่ไร้พระเจ้า (godless Wahhabis) พร้อมกับเรียกร้องให้ล้มราชวงศ์ซาอุฯ

            ความขัดแย้งระหว่างผู้ปกครองซาอุฯ กับระบอบอิหร่านมีต้นเหตุทั้งที่มาจากประวัติศาสตร์ นิกายศาสนา การช่วงชิงของชาติมหาอำนาจ นับจากเริ่มปฏิวัติอิหร่าน 1979 อิหร่านกลายเป็นชาติปรปักษ์อันดับหนึ่งของรัฐบาลซาอุฯ กับพวกและยังคงเป็นอยู่จนถึงทุกวันนี้

เบื้องลึกหลักคิดคืนดีกันเถอะเพราะประชาชนเบื่อหน่ายสงคราม :

            ในการปรับสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับรัฐอาหรับ (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับบาห์เรน) มีผู้พยายามชี้นำว่าปาเลสไตน์เป็นเรื่องเก่า คนรุ่นใหม่เบื่อหน่ายทำสงครามอีกแล้ว ควรเลิกยึดติดความขัดแย้งในอดีต

            บุตรเขยประธานาธิบดีทรัมป์ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการปรับความสัมพันธ์รอบล่าสุดกล่าวว่า อะไรก็เป็นไปได้เมื่ออาหรับญาติดีกับอิสราเอล ชี้ว่าคนตะวันออกกลางเลิกยึดติดความขัดแย้งในอดีต ประชาชนในภูมิภาคเบื่อทำสงครามแล้ว

            ดังที่นำเสนอข้างต้น ปัญหาปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่รัฐบาลอิหร่านโหมกระพือเรื่อยมาเพื่อต่อต้านตะวันตก ผูกโยงกับศาสนา ทำให้อิหร่านโดดเด่นในโลกมุสลิม การลดความสำคัญปัญหาปาเลสไตน์นอกจากเป็นประโยชน์ต่ออิสราเอล ประโยชน์สำคัญอีกข้อคือลดทอนบทบาทอิหร่านในโลกมุสลิม

ยุทธศาสตร์ปิดล้อมอิหร่าน :

            นับจากปฏิวัติอิหร่าน ประเทศอิหร่านกลายเป็นหนามยอกอกของรัฐบาลอิสราเอล สหรัฐและซาอุฯ กับพวก ทั้ง 3 ฝ่ายร่วมต่อต้านอิหร่าน ใช้ยุทธศาสตร์ปิดล้อม รัฐบาลทรัมป์ประกาศนโยบายกดดันสุดขีด (maximum pressure) ขู่คว่ำบาตรบริษัทเอกชนทุกชาติหากทำธุรกิจกับอิหร่าน และห้ามประเทศใดๆ ซื้อน้ำมันอิหร่าน เลิกการผ่อนผันยอมให้บางประเทศนำเข้าน้ำมันอิหร่าน

            ประเด็นปาเลสไตน์ การตั้งรัฐอิสราเอลเคยเป็นต้นเหตุสงครามใหญ่ระหว่างอิสราเอลกับอาหรับ อียิปต์ถึง 5 ครั้ง แต่ในระยะหลังความเป็นศัตรูลดลง ร่วมมือกันลับๆ เพื่อต้านอิสราเอล บัดนี้เมื่ออีก 2 ชาติอาหรับญาติดีกับอิสราเอล สิ่งที่จะเห็นคือความร่วมมือต้านอิหร่านอย่างเปิดเผย

            คำสอนที่ว่าลัทธิไซออนิสต์เป็นศัตรูร้ายกำลังกลับกลายเป็นมิตร หรืออย่างน้อยร่วมกันต้านอิหร่านผู้เป็นปรปักษ์ตัวสำคัญกว่า รวมความแล้วคือการจับมือระหว่างรัฐบาลสหรัฐ อิสราเอล ชาติอาหรับ (บางส่วน) เพื่อต้านอิหร่าน ส่วนหนึ่งของเนื้อแท้ที่ซ่อนอยู่ในข้อตกลงสันติภาพ Abraham Accords คือการปิดล้อมอิหร่านอย่างเปิดเผยกว่าเดิมนั่นเอง ถ้าจะพูดว่าอาหรับเบื่อทำสงครามกับอิสราเอล ควรพูดต่อว่า “แต่จะร่วมมือกับอิสราเอลและสหรัฐต่อต้านอิหร่านต่อไป”

            โดยที่ประชาชนปาเลสไตน์หลายล้านคนเป็นผู้จ่ายราคา ถูกไล่ออกจากถิ่นอาศัย ใช้ชีวิตอย่างคนไร้ประเทศ ไม่รู้อนาคต ออกลูกออกหลานในค่ายผู้อพยพลี้ภัย

            ที่ได้เห็นได้ฟังจากผู้นำประเทศหลายคนคือการปรับความสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอล มุ่งมั่นแก้ปัญหาปาเลสไตน์ด้วยสันติวิธี นำสันติภาพสู่ตะวันออกกลาง แต่อีกมุมคือ นับจากนี้ชาติอาหรับกับอิสราเอลจะร่วมกันเล่นงานอิหร่านอย่างเปิดเผยยิ่งขึ้น เป็นอีกความแหลมคมของข้อตกลงปรับความสัมพันธ์ครั้งนี้ ข้อสรุปนี้จะจริงหรือเท็จ กาลเวลาจะเป็นผู้พิสูจน์

11 ตุลาคม 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8735 วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2563)

----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผลเมื่อชาติอาหรับญาติดีกับอิสราเอล

การปรับความสัมพันธ์อิสราเอลกับชาติอาหรับเป็นกรณีน่าศึกษา จากศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้แต่นับวันความเป็นศัตรูหดหาย อุดมการณ์เปลี่ยนได้ เป้าหมายเปลี่ยนไป เปิดเผยชัดเจนกว่าเดิม

บรรณานุกรม :

1. Alexander, Yonah., Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.

2. Ayatollah Khamenei: UAE betrayed the Islamic world. (2020, September 1). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/451905/Ayatollah-Khamenei-UAE-betrayed-the-Islamic-world

3. Dargie, Richard. (2008). Iran. USA:  Arcturus Publishing.

4. Duiker, William J. (2009). Contemporary World History (5th ed.). USA: Wadsworth.

5. Dunne, Charles W. (2011). Iraq: Policies, Politics, and the Art of the Possible. In Akbarzadeh, Shahram (editor). America's Challenges in the Greater Middle East: The Obama Administration's Policies (pp.11-30). New York: Palgrave Macmillan.

6. Hitchcock, Mark. (2006). Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat. CO: Multnomah Books.

7. Jared Kushner hails historic Middle East peace deals: 'Makes you realize that anything is possible'. (2020, September 15). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/media/jared-kushner-historic-middle-east-peace-deal

8. King Salman: Iran spearheading global terror. (2017, May 22). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1103121/saudi-arabia

9. Kushner on Middle East peace deals: 'The people in the region are tired of war'. (2020, September 15). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/09/15/politics/jared-kushner-cnntv/index.html

10. Leader calls for promotion of Islamic unity. (2014, January 19). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/component/content/article/94-headline/113532-leader-calls-for-promotion-of-islamic-unity-

11. Saudia Arabia and Iran: The Cold War of Islam. (2016, May 9). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/saudia-arabia-iran-and-the-new-middle-eastern-cold-war-a-1090725.html

12. The Trump Administration Is Suddenly Pretending That It Didn’t Blow Up the Iran Nuclear Deal. (2020, April 28). State. Retrieved from https://slate.com/news-and-politics/2020/04/trump-iran-nuclear-deal-snapback-clause-pompeo.html

13. What President Ahmadinejad Actually Said About Israel and Iran's Nuclear Program. (2012, September 27) Information Clearing House. Retrieved from http://www.informationclearinghouse.info/article12758.htm

--------------------------

ผลเมื่อชาติอาหรับญาติดีกับอิสราเอล

การปรับความสัมพันธ์อิสราเอลกับชาติอาหรับเป็นกรณีน่าศึกษา จากศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้แต่นับวันความเป็นศัตรูหดหาย อุดมการณ์เปลี่ยนได้ เป้าหมายเปลี่ยนไป เปิดเผยชัดเจนกว่าเดิม

            13 สิงหาคม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับอิสราเอลประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับปกติตามข้อตกลง Abraham Accords Peace Agreement แถลงการณ์ร่วมระบุว่าเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ ก้าวย่างสำคัญของสันติภาพตะวันออกกลาง เดือนถัดมา 11 กันยายน บาห์เรนประกาศสถาปนาการทูตกับอิสราเอลเช่นกันตามแถลงการณ์ Declaration of Peace, Cooperation, And Constructive Diplomatic and Friendly Relations และได้ร่วมลงนามใน The Abraham Accords Declaration

            สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ไม่ใช่ประเทศแรกในกลุ่มภูมิภาคตะวันออกกลาง (ในที่นี้รวมอียิปต์) ที่ญาติดีกับอิสราเอล ก่อนหน้านี้อียิปต์กับจอร์แดนได้ลงนามสันติภาพกับอิสราเอลเมื่อปี 1979 กับ 1994 ตามลำดับ

สถาปนาความสัมพันธ์ระดับปกติหมายถึงอะไร :

            มีการพูดถึงสันติภาพ แก้ปัญหาปาเลสไตน์ด้วยสันติวิธี ยังมีประเด็นสำคัญๆ ที่ควรเอ่ยถึง ได้แก่

          ประการแรก ยอมรับอธิปไตยอิสราเอล

หลายสิบปีที่ผ่านมาอิสราเอลเป็นรัฐเถื่อนในสายตาโลกอาหรับ มุสลิมพากันต่อต้าน บัดนี้ UAE กับบาห์เรนคือ 2 ประเทศอาหรับล่าสุดที่ยอมรับการมีอยู่ของประเทศนี้ เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของอิสราเอลเพราะสู้มาตลอดให้นานาชาติยอมรับรัฐชาติแห่งนี้

            นับจากนี้จะทำมาค้าขายกัน ไม่ช้าไม่นานคนยิวจะไปลงทุนในรัฐอาหรับ นักท่องเที่ยว 2 ชาติเดินทางไปมาหาสู่ นี่คือตัวอย่างผลที่จับต้องได้ของการสถาปนาการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วไป

          ประการที่ 2 ประเด็นศาสนา

            1948 เมื่อยิวประกาศสถาปนารัฐอิสราเอล ชาวปาเลสไตน์ผู้อยู่อาศัยเดิมจำนวนหนึ่งถูกขับไล่ออกจากถิ่นอาศัยกลายเป็นชนวนขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับอย่างรุนแรง เกิดสงครามถึง 5 ครั้ง บาดเจ็บล้มตายนับหมื่น ความขัดแย้งนี้ไม่เป็นเพียงเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ มุสลิมทั่วโลกจำนวนมากตีความว่าเป็นเรื่องศาสนาด้วย มุสลิมบางคนถือว่าคนยิวโดยเฉพาะพวกไซออนิสต์เป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ แต่นับจากนี้อิสราเอลคือมิตรประเทศดังเช่นมิตรประเทศอื่นๆ

            The Jerusalem Post สื่ออิสราเอลนำเสนอข่าวว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เริ่มปรับแก้หนังสือเรียนของเด็กชั้น 1-12 เรื่องการญาติดีกับอิสราเอลในคำสอนศาสนา (Moral Education) ระบุประโยชน์ของสันติภาพระหว่างยิวกับอาหรับ การยอมรับคนต่างเชื้อชาติต่างศาสนา

            เนื้อหาตอนหนึ่งใน Abraham Accords Peace Agreement ระบุชัดว่าทั้งอาหรับกับยิวต่างเป็นลูกหลานของอับราฮัม (Abraham) ความจริงแล้วในภูมิภาคตะวันออกกลางประกอบด้วยมุสลิม ยิว พวกนับถือคริสต์ และผู้นับถือศาสนาความเชื่ออื่นๆ แม้แตกต่างแต่ปรารถนาอยู่ร่วมกัน (spirit of coexistence) ด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

            เรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว วิพากษ์ได้มากมายหากพูดในมุมศาสนา

ประเด็นในอนาคต :

            นอกจากประเด็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นแล้วข้างต้น ยังมีประเด็นอนาคตที่ต้องขบคิด อย่างน้อย 2 ประการ

          ประการแรก หยุดลุกล้ำดินแดนได้หรือ

            การเข้าใจเรื่องลุกล้ำดินแดนต้องเริ่มจากนโยบายของรัฐบาลอิสราเอล

            เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมานายกฯ เนทันยาฮูประกาศย้ำต้องผนวกพื้นที่ส่วนใหญ่ของเวสต์แบงก์ให้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศอิสราเอล เพื่อบันทึกอีกหน้าประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองของลัทธิไซออนิสต์ (Zionism) พวกปาเลสไตน์จำต้องยอมรับ ล่าสุดคนยิวราว 4 แสนคนตั้งถิ่นฐานอาศัยในเวสต์แบงก์ อิสราเอลมีแผ่นดินมากขึ้น มั่นคงกว่าเดิม บนความสูญเสียของคนปาเลสไตน์หลายล้านคน (กว่า 5.3 ล้านคนที่อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเกือบ 7 ทศวรรษแล้ว)

            บุตรเขยประธานาธิบดีทรัมป์ จาเร็ด คุชเนอร์ (Jared Kushner) ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการปรับความสัมพันธ์กล่าวว่า “อะไรก็เป็นไปได้” เมื่ออาหรับญาติดีกับอิสราเอล ชี้ว่าคนตะวันออกกลางเลิกยึดติดความขัดแย้งในอดีต ต้องการแบ่งปันโอกาสร่วมกัน ทำธุรกิจร่วมกัน เรียนรู้จักกันและกัน

            แนวคิดของคุชเนอร์แนะให้ลืมอดีตเพื่อก้าวสู่อนาคตร่วมกัน แต่ที่คุชเนอร์ไม่เอ่ยถึงคือทุกวันนี้อิสราเอลไม่หยุดลุกล้ำดินแดนปาเลสไตน์ ชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนยังทนทุกข์ ไร้อนาคต เรื่องราวเหล่านี้ยังคงกำลังดำเนินต่อไป ไม่ได้จบเพื่อเริ่มต้นกันใหม่

            ผู้นำอาหรับบางคนกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้ทอดทิ้งปาเลสไตน์ ควรถามกลับว่าปาเลสไตน์จะได้ดินแดนคืนหรือไม่ เมื่อไหร่ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ... คำว่าสันติภาพที่ทำกับอิสราเอลหมายถึงอะไรกันแน่ ข้อตกลงระบุชัดว่าสนับสนุนการเจรจาตามแนวทาง two-state solution แต่ไม่มีคำสัญญาว่าอิสราเอลจะคืนดินแดนแก่ปาเลสไตน์

            การปรับสัมพันธ์การทูตรอบนี้คล้ายกรณีประชุมสุดยอดที่แคมป์เดวิด 1978 อียิปต์กับอิสราเอลได้ลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพฉบับสมบูรณ์ นายเมเนเฮม เบกิน (Menachem Begin) นายกฯ อิสราเอลสมัยนั้นให้สัญญาว่าจะไม่ตั้งถิ่นฐานเพิ่มเติมในเขตเวสต์แบงก์ ในขณะที่ชาติอาหรับเห็นว่าอียิปต์เป็นคนทรยศ ชาวปาเลสไตน์เห็นว่าตนถูกชาติอาหรับทอดทิ้ง

            ถ้าทบทวนอดีตจะพบว่าตั้งแต่อียิปต์กับจอร์แดนญาติดีกับอิสราเอล การรุกคืบกินดินแดนยังคงดำเนินต่อเนื่อง ไม่มีทีท่าว่าปาเลสไตน์จะได้คืน อียิปต์กับจอร์แดนยังคงความสัมพันธ์ตามปกติกับอิสราเอลต่อไปแม้นานาชาติจะประณามอิสราเอลทุกปีก็ตาม

          บัดนี้ประเทศที่ครั้งหนึ่งเคยประณามอียิปต์ได้เดินตามรอยอียิปต์แล้ว

            ต้องยอมรับว่าการสถาปนาการทูตไม่เป็นประโยชน์ต่อการคืนดินแดนแก่ปาเลสไตน์ และต้องยอมรับว่าไม่มีประเทศใดสามารถหยุดอิสราเอล

            นายมาห์มูด อับบาส (Mahmoud Abbas) ประธานาธิบดีปาเลสไตน์กล่าวว่า UAE กับบาห์เรน “ทรยศต่อเยรูซาเล็ม มัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque) ต่อประเด็นปาเลสไตน์ “

            แต่ไม่ว่าปาเลสไตน์เจ้าของพื้นที่จะพูดอย่างไร รัฐบาล UAE กับบาห์เรนยืนยันจุดยืนของตน

          ประการที่ 2  เยรูซาเล็มจะเป็นของอิสราเอลโดยสมบูรณ์หรือไม่

            ย้อนประวัติศาสตร์ครั้งเมื่อก่อตั้งรัฐอิสราเอล เยรูซาเล็มตะวันออกอยู่ใต้การควบคุมของจอร์แดน ต่อมาปี 1967 เกิดสงคราม 6 วัน (Six-Day War) อิสราเอลเข้ายึดเยรูซาเล็มตะวันออกและประกาศผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล ปี 1994 อิสราเอลลงนามสันติภาพกับจอร์แดนๆ เป็นผู้ดูแลสถานศักดิ์สิทธิ์ของเขตตะวันออกนี้

            สถานศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ารวมถึงมัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque) กับโดมทองแห่งศิลา (Dome of the Rock) ที่มีความสำคัญยิ่งต่อมุสลิมทั่วโลก

            เมื่อไม่กี่ปีก่อนรัฐสภาอิสราเอลมีมติให้เยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล เพราะพวกเขายึดถือเช่นนี้มาตลอด รัฐบาลสหรัฐกับอีกหลายประเทศยอมรับและย้ายสถานทูตของตนไปตั้งที่นั่น เป็นการรุกคืบอีกครั้งและพูดกันหนาหูในหมู่มุสลิมว่าพวกไซออนิสต์กำลังพยายามควบคุมมัสยิดอัล-อักซอร์กับโดมทองแห่งศิลาอย่างเบ็ดเสร็จ

            ความเป็นไปของเยรูซาเล็ม มัสยิดอัล-อักซอร์และโดมทองแห่งศิลาเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน ที่ผ่านมาอิสราเอลค่อยๆ รุกคืบทำนองเดียวกับการรุกกินดินแดนปาเลสไตน์ เป็นประเด็นที่น่าติดตาม

จากศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ... :

            ในทางวิชาการการปรับความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับชาติอาหรับเป็นกรณีที่น่าศึกษา จากศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้แต่นับวันความเป็นศัตรูหดหาย ความเป็นมิตรเด่นชัดขึ้นทุกที ดังคำกล่าวที่ว่าไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร อุดมการณ์เปลี่ยนได้ เป้าหมายเปลี่ยนไป ไม่ว่าใครจะมองแง่บวกหรือลบ การเป็นมิตรระหว่างรัฐบาลอาหรับกับรัฐบาลอิสราเอลเป็นเรื่องจริง ข้อตกลงปรับสัมพันธ์การทูตเป็นเพียงอีกก้าวหนึ่งที่เปิดเผย เป็นทางการ

            อันที่จริงแล้วชาติอาหรับอื่นๆ อาจเป็นมิตรกับอิสราเอลมานานแล้ว อยู่ที่ว่าจะเปิดเผยหรือยังปกปิด อยู่ที่ว่าจะยอมรับหรือไม่ยอมรับความจริง บางคนคิดไปไกลถึงขั้นไซออนิสต์ครอบงำอาหรับ

4 ตุลาคม 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8728 วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2563)

---------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :     

ซาอุฯ ร้องขอนานาชาติโดดเดี่ยวอิหร่านอีกครั้ง

เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลซาอุฯ พยายามโดดเดี่ยวอิหร่าน ร้องขอนานาชาติช่วยกันคว่ำบาตรให้รุนแรงจริงจังกว่าเดิม แม้จะเป็นแนวทางที่ดำเนินมาหลายทศวรรษแล้ว เชิดชูความเป็นผู้นำมุสลิมโลกของซาอุฯ

มีแนวคิดว่าแท้จริงแล้วการที่รัฐบาลสหรัฐจ้องเล่นงานอิหร่านเป็นเพราะแรงกดดันจากซาอุดีอาระเบีย ความขัดแย้งระหว่างซาอุฯ กับอิหร่านเป็นการช่วงชิงอิทธิพลในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยอมกันไม่ได้
บรรณานุกรม :

1. Abraham Accord signing: top quotes from the signing ceremony. (2020, September 16). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/middle-east/two-states-settlements-not-part-of-israel-deals-with-uae-bahrain-642424

2. Ayatollah Khamenei: UAE betrayed the Islamic world. (2020, September 1). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/451905/Ayatollah-Khamenei-UAE-betrayed-the-Islamic-world

3. Fraser, T. G. (2004). The Arab-Israeli Conflict (2nd Ed.). New York: Palgrave Macmillan.

4. Goldschmidt, Arthur Jr., Davidson, Lawrence. (2010). A Concise History of the Middle East (9th Ed.). USA: Westview Press.

5. Israel and the Kingdom of Bahrain to establish 'full diplomatic relations,' Trump says. (2020, September 11). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/09/11/politics/israel-bahrain-trump/index.html

6. Israel freezes Palestine annexation for UAE ties. (2020, August 13). The National. Retrieved from https://www.thenational.ae/world/gcc/israel-freezes-palestine-annexation-for-uae-ties-1.1063394

7. Israel to swear in unity govt, PM insists on West Bank annexation. (2020, May 17). AFP. Retrieved from https://www.afp.com/en/news/3954/israel-swear-unity-govt-pm-insists-west-bank-annexation-doc-1rr3b29

8. Jared Kushner hails historic Middle East peace deals: 'Makes you realize that anything is possible'. (2020, September 15). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/media/jared-kushner-historic-middle-east-peace-deal

9. Jordan warns Trump against Jerusalem recognition. (2017, December 4). Hurriyet Daily News. Retrieved from http://www.hurriyetdailynews.com/jordan-warns-trump-against-jerusalem-recognition-123495

10. Palestinian leader 'rejects and denounces' Israel-UAE deal: statement. (2020, August 14). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-israel-emirates-trump-palestinians-ab/palestinian-leader-rejects-and-denounces-israel-uae-deal-statement-idUSKCN2592T5

11. Saudi Arabia calls for global action against Israeli violations. (2020, June 17). Arab News. Retrieved from https://www.jpost.com/israel-news/netanyahu-settlement-annexation-will-bring-peace-628320

12. Trump adviser sees more Arab, Muslim partners for Israel after UAE deal. (2020, August 30). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-israel-emirates-usa/trump-adviser-sees-more-arab-muslim-partners-for-israel-after-uae-deal-idUSKBN25Q07A

13. UAE begins teaching about normalization with Israel to grades 1-12. (2020, September 15). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/middle-east/uae-begins-teaching-about-normalization-with-israel-to-grades-1-12-642334

--------------------------

บิล เกตส์กับทฤษฎีสมคบคิดโควิด-19

บิล เกตส์กับทฤษฎีสมคบคิดโควิด-19 ให้ความเข้าใจว่าสังคมอเมริกันอยู่ในภาวะสับสนทางความคิด หลายคนแยกไม่ออกว่าอะไรจริงอะไรเท็จ ทำให้ยุคโควิด-19 ยืดเยื้อยาวนาน ส่งผลกระทบทั้งโลก

            หนึ่งในบรรดาทฤษฎีสมคบคิด (conspiracy theory) ที่เด่นดังที่สุดในยุคโควิด-19 คือกรณีบิล เกตส์ (Bill Gates)

ทฤษฎีสมคบคิดกรณีบิล เกตส์:

            ทฤษฎีสมคบคิดที่เล่นงานบิล เกตส์เริ่มจากการตีความคำพูดของเขาเมื่อปี 2015 ว่าจะเกิดไวรัสโคโรนาระบาดจึงสรุปว่าโควิด-19 คือฝีมือเกตส์ แต่ที่ไม่พูดถึงคือเนื้อหาสาระที่บิล เกตส์พูดจริงๆ ใจความหลักที่เกตส์เอ่ยคืองานมูลนิธิของเขาเรื่องโรคระบาด เอ่ยถึงโรคอีโบล่าที่ระบาดหนักในแอฟริกา โปลิโอ ไข้หวัดระบาด เรียกร้ององค์การอนามัยโลก นานาชาติให้ความสนใจเตรียมตัวรับมือ เพราะโรคระบาดเหล่านี้เป็นเรื่องจริงใกล้ตัว

            ควรเข้าใจเพิ่มเติมว่า ไวรัสโคโรนาที่บิล เกตส์เอ่ยหมายถึงเชื้อไวรัสหลายตัวในกลุ่มนี้ (ไวรัสโคโรนาเป็นเชื่อกลุ่มไวรัส ไม่ใช่แค่โควิด-19) แต่พวกสร้างทฤษฎีสมคบคิดจะตีความว่าไวรัสโคโรนาดังกล่าวคือโควิด-19 และโยงว่าเกตส์รู้ล่วงหน้าว่าจะมีโควิด-19 เป็นแผนควบคุมโลกด้วยการทำให้เกิดโรคระบาด ให้คนตายมากที่สุด นำสู่การฉีดวัคซีนที่ฝังไมโครชิปควบคุมมนุษย์เหมือนควบคุมสัตว์เลี้ยง อาดัม เฟนนิน (Adam Fannin) กล่าวว่าชิปที่ว่าคือ “digital certificates” กับ “quantum dot tattoos” 2 อย่างนี้จะทำงานร่วมกันและส่งข้อมูลไปยัง “สหประชาชาติ”

            คนที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดจะฟันธงว่าเกตส์ต้องการฆ่าล้างคนจำนวนมาก เนื่องจากเคยพูดว่าไม่อยากให้ประชากรโลกเพิ่มเร็วเพราะทำให้คนยากจน ควรแก้ปัญหานี้ กลุ่มคนที่คิดเช่นนี้มักเป็นพวกที่เชื่ออยู่แล้วว่าเกตส์กับพวกกำลังควบคุมจำนวนประชากรโลกด้วยหลายวิธี ใช้มูลนิธิของตนเป็นเครื่องมือ บางคนถึงกับเชื่อว่าต้องการลดหรือกำจัดบางเผ่าพันธุ์ เช่น พวกผิวสี (ผิวดำ) ในขณะที่เกตส์ยืนยันว่ามูลนิธิของตนทำงานสนับสนุนการคุมกำเนิด ยึดหลักการว่ามีลูกมากจะยากจน ถ่วงรั้งการพัฒนา

            เมื่อเกตส์บริจาคเงินหลายร้อยล้านสนับสนุนกลุ่มบริษัทวิจัยวัคซีนก็ถูกตีความว่านี่คือหลักฐานการสร้างวัคซีนควบคุมมนุษย์

            ถ้าพูดให้สุดๆ คนพวกนี้เชื่อว่าทุกวันนี้โลกถูกครอบงำด้วยชนชั้นปกครองโลกอย่างเป็นระบบ พวกเขาต้องการอำนาจ ความมั่งคั่ง ทำให้คนทั้งโลกอยู่ใต้อำนาจเหมือนทาส ชนชั้นปกครองโลกที่ว่านี้ประกอบด้วยนักการเมือง ผู้มีอำนาจในระบบการเงินการค้าโลก ในตลาดหุ้น เจ้าของสถาบันการเงิน เป็นเจ้าของสื่อและใช้สื่อทำให้โลกเข้าใจอย่างที่พวกเขาต้องการ

โยงความเชื่อศาสนากับทฤษฎีสมคบคิด :

            อาดัม เฟนนิน (Adam Fannin) นักสอนศาสนาคริสต์ที่ฟลอริดากล่าวว่าไบเบิลชี้จะมีพวกต่อต้านพระเจ้า (Antichrist) พวกที่เรียกตัวเองเป็นพระเจ้า คนพวกนี้จะพยายามรวมโลกเป็นหนึ่งภายใต้รัฐบาลเดียว ระบบการเงินเดียวและสร้างโลกที่มีศาสนาความเชื่อเดียว บิล เกตส์คือผู้หนึ่งที่เฟนนินกำลังพูดถึง

            ด้วยเหตุนี้เฟนนินจึงต่อต้านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และเรียกร้องให้สังคมปฏิเสธการฉีดวัคซีน

            จะเห็นว่ามีการนำศาสนาความเชื่อเข้ามาเชื่อมโยงกับทฤษฎีสมคบคิด แม้คนที่เชื่อเป็นคนส่วนน้อย เป็นการบิดเบือนศาสนา เหมือนการตีความวันสิ้นโลก เมื่อใกล้ปี ค.ศ.1000 บางคนตีความว่าถึงวันสิ้นโลก เมื่อใกล้ปี ค.ศ. 2000 ที่ผ่านมาก็มีผู้ตีความว่าจะถึงวันสิ้นโลกในวันนั้น

            บิล เกตส์โต้ว่าเป็นทฤษฎีสมคบคิด การปั้นน้ำเป็นตัวอย่างเป็นระบบ ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย

            ไม่ว่าจริงหรือเท็จ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หลายคนเห็นว่าต้องรณรงค์ต่อต้านบิล เกตส์ หนึ่งในวิธีการคือปฏิเสธฉีดวัคซีน

กระแสคนอเมริกันไม่ฉีดวัคซีน :

            ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผลสำรวจของ Gallup พบว่าคนอเมริกันร้อยละ 65 เท่านั้นที่ยอมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร้อยละ 35 บอกว่าจะไม่ฉีดแม้ อย.สหรัฐรับรองและฉีดฟรี

            ผลสำรวจของ USA TODAY/ Suffolk เมื่อปลายเดือนสิงหาคม คนอเมริกันร้อยละ 67 จะไม่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร้อยละ 23 ประกาศว่าจะไม่ใช้เด็ดขาด บางคนให้เหตุผลว่าไม่อยากเป็นหนูทดลอง ถ้าวัคซีนไม่ดีพอจะไม่ใช้ บางคนคิดว่าหากยิ่งรัฐบาลบังคับฉีดจะยิ่งน่าสงสัยว่ามีอะไรเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่

            สาเหตุหนึ่งที่คนเชื่อทฤษฎีสมคบคิดเพราะมีกลุ่มคนพยายามกระจายความคิดว่าวัคซีนเป็นโทษมากกว่าประโยชน์ คนเหล่านี้อยู่รวมเป็นขบวนการ สร้างฐานข้อมูล รายงานข้อสรุป เผยแพร่ความรู้ตามแนวคิดของตนตลอดเวลา คนที่ยึดถือแนวทางนี้จึงไม่เป็นเพียงความคิดล่องลอย มีข้อมูลฝ่ายตนสนับสนุน

            ประเด็นคนไม่ฉีดวัคซีนเป็นเรื่องใหญ่ ฟรานซิส คอลลินส์ (Francis Collins) ผอ.สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (National Institutes of Health) ยอมรับว่าคนอเมริกันจำนวนมากยังลังเลที่จะฉีดวัคซีน

            ตั้งแต่โควิด-19 ระบาดคนส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าวัคซีนคือคำตอบ หยุดความเสียหายต่างๆ แต่หากคนจำนวนมากไม่ฉีดวัคซีนการแพร่ระบาดจะยืดเยื้ออีกนาน เป็นอีกเหตุผลว่าโลกยุคโควิด-19 จะกินเวลาหลายปีไม่ใช่แค่ 2-3 ปีเท่านั้น

            แต่สำหรับพวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิด พวกเขายินดีเสี่ยงเจ็บป่วยมากกว่าเป็นมนุษย์ที่ถูกควบคุมติดตาม ทางออกของพวกเขาคือต้องดำเนินชีวิตแบบ New Normal อีกนานเท่านานจนกว่าเชื้อจะหายไปหรือไม่เป็นภัยร้ายแรง เรื่องนี้มีผลต่อเศรษฐกิจสังคมแน่นอน เป็นประเด็นให้วิพากษ์อีกนาน

ยุคที่คนเชื่อเรื่องที่อยากจะเชื่อ :

            พวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดจะรับเสพข้อมูลเฉพาะสื่อในกลุ่มพวกเขา จะมีอารมณ์ร่วมเสมือนหนึ่งอยู่ในเหตุการณ์ด้วย และจะสรุปว่าสื่อกับความคิดเห็นที่ต่างจากพวกเขานั้นผิด (เพราะตีความว่าสื่อกระแสหลักอยู่ใต้การควบคุมของชนชั้นปกครอง) ในขณะที่ผู้อื่นพยายามอธิบายเหตุผลข้อเท็จจริง พวกเขาจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็น ยืนกรานความคิดข้อสรุปตน

            โควิด-19 เป็นอีกตัวอย่างที่แม้กระทั่งนักการเมืองอเมริกันหลายคนปฏิเสธความรู้ข้อสรุปจากวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อสังคมตรงๆ ว่าขอให้เชื่อตนมากกว่าข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญวิทยาศาสตร์โดยอ้างว่าพวกนี้ถูกการเมืองครอบงำ นักการเมืองพวกนี้จ้องจะสรุปว่าเป็นไวรัสของจีน เป็นความผิดของรัฐบาลจีน แต่ไม่ยอมแสดงหลักฐานใดๆ ต่อองค์การอนามัยโลก

            ถ้ายึดหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์การกลายพันธุ์ของไวรัส แบคทีเรีย เป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นอยู่เสมอ เป็นเหตุผลที่ต้องพัฒนายาปฏิชีวนะตัวใหม่ เพราะเชื้อโรคปรับตัวกลายพันธุ์ เป็นเหตุผลที่องค์การอนามัยโลกสรุปว่าเชื้อโรคโควิด-19 มาจากธรรมชาติไม่ใช่ฝีมือมนุษย์

            แต่คนเชื่อทฤษฎีสมคบจะไม่ฟังเสียงคนอื่น ผู้ลุ่มหลงในทางนี้จะจมดิ่งในทางนี้ลึกลงเรื่อยๆ ยิ่งนานวันยิ่งยากจะถอนตัว

โลกแห่งความสับสนอะไรคือความจริงความเท็จ :

            ในโลกแห่งลัทธิเสรีนิยม คนมีสิทธิ์เลือกยึดถือตามความคิดตน เป็นความจริงที่ว่าบางอย่างมีหลายทางเลือก เช่น จากกรุงเทพเดินทางไปเชียงใหม่ทำได้หลายวิธี แต่บางเรื่องมีความจริงแท้เพียงหนึ่งเดียว พวกที่เชื่อทฤษฎีสมคบคิดเชื่อว่ามนุษย์สร้างไวรัสและสร้างวัคซีนควบคุมมนุษย์จะไม่ยอมใช้วัคซีนเด็ดขาด โดยเฉพาะวัคซีนบางตัวบางประเทศ การใช้หรือไม่ใช้วัคซีนของแต่ละคนนอกจากส่งผลต่อตัวเองคนรอบกายแล้วจะส่งผลต่อสังคมโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            บทความนี้ไม่ได้สรุปว่าไวรัสมาจากใครประเทศใด กำลังชี้ความสับสนทางความคิดความเข้าใจของหลายคนในยุคโควิด-19

          โลกมีข้อมูลความรู้มากมายจนตามไม่ทัน มีขบวนการสร้างเรื่องเท็จให้คนหลงเชื่อ มีเป้าหมายชัดที่จะหลอกลวงคนอื่น หลายคนตกอยู่ในความสับสนทางความคิดความเข้าใจ ที่ต้องตระหนักคือความคิดถูกหรือผิดเพียงเรื่องเดียวอาจทำให้ทั้งชีวิตเปลี่ยนไป

            ใครยึดความจริงใด สิ่งนั้นจะพาเขาไปสู่ปลายทางแห่งความจริงนั้น ผู้ที่มุ่งมั่นตั้งใจแสวงหาความจริงแท้ย่อมมีโอกาสพบมากกว่า

27 กันยายน 2020

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 24 ฉบับที่ 8721 วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2563)

-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 

ยุคโควิด-19
ผลของโควิด-19 จะอยู่กับโลกอีกหลายปี หลายอย่างจะเปลี่ยนไป เป็นที่มาของคำว่า “ยุคโควิด-19” เป็นทั้งโอกาสกับการทำลายล้าง ความร่วมมือช่วยให้อยู่รอดร่วมกัน

บางคนเห็นด้วยกับทฤษฎีสมคบคิดว่าวัคซีนของ Novavax เป็นแผนควบคุมโลกของบิลล์ เกตส์ แต่อันตรายที่แท้จริงอาจเป็นเรื่องที่หลายคนยังไม่ตระหนัก ผู้นำประเทศ นักการเมืองหลายคนไม่พยายามเอ่ยถึง

บรรณานุกรม :

1. บิล เกตส์. (2015). การระบาดครั้งถัดไปน่ะหรือ เรายังไม่พร้อม. Retrieved from https://www.ted.com/talks/bill_gates_the_next_disaster_we_re_not_ready/transcript?embed=true&language=th#t-250612

2. Bill Gates Conspiracy Theories Have Circulated For Years. It Took The Coronavirus Pandemic To Turn Him Into A Fake Villain. (2020, June 26). Buzz Feed News. Retrieved from https://www.buzzfeednews.com/article/ryanhatesthis/coronavirus-bill-gates-conspiracy-theories

3. Bill Gates speaks out against 'surprising' rise of Covid-19 conspiracy theories. (2020, September 15). The National. Retrieved from https://www.thenational.ae/world/bill-gates-speaks-out-against-surprising-rise-of-covid-19-conspiracy-theories-1.1077694

4. Exclusive: Two-thirds of Americans say they won't get COVID-19 vaccine when it's first available, USA TODAY/ Suffolk Poll shows. (2020, September 4). USA Today. Retrieved from https://www.usatoday.com/story/news/politics/2020/09/04/covid-19-two-thirds-us-wont-take-vaccine-right-away-poll-shows/5696982002/

5. "It's Mind-Blowing That We're Not Further Along!". (2020, September 16). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/interview-with-bill-gates-on-covid-19-it-s-mind-blowing-that-we-re-not-further-along-a-fc6bbd6e-cf8c-4890-9f12-a44b73d4fe6f

6. 'Mix of science and politics' leading to people's uncertainty about Covid-19 vaccine, NIH director says. (2020, September 17). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/09/16/health/us-coronavirus-wednesday/index.html

7. One in Three Americans Would Not Get COVID-19 Vaccine. (2020, August 7). Gallup. Retrieved from https://news.gallup.com/poll/317018/one-three-americans-not-covid-vaccine.aspx

8.QAnon's Inexorable Spread Beyond the U.S.. (2020, September 24). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/the-most-dangerous-cult-of-our-times-qanon-s-inexorable-spread-beyond-the-u-s-a-e2b13c80-246a-43e5-945b-80ad7767a170

9. Why Bill Gates is the focus of the latest coronavirus conspiracy theories. (2020, September 15). Fast Company. Retrieved from https://www.fastcompany.com/90493469/why-bill-gates-is-the-focus-of-the-latest-coronavirus-conspiracy-theories

--------------------------