สงครามยูเครนเฟส 3 ยืมดาบศัตรูฟันศัตรู

เป็นไปได้ว่าเฟส 3 ของรัสเซียคือลากสงครามให้ยาวไปถึงฤดูหนาว (ฤดูหนาวยุโรปคือเดือนธันวาคม-ต้นมีนาคม) เพื่อให้ผลกระทบสงครามไฮบริดเกิดแรงสุดกับฝ่ายตรงข้าม


             บทความนี้ผู้เขียนวิเคราะห์และแสดงความเห็นส่วนตัวดังนี้

การรบเฟส 1 :

            กองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเริ่มมีการเจรจาหยุดยิง เกิดการเจรจาหลายรอบ ปลายเดือนมีนาคมได้ข้อสรุปว่ายูเครนจะไม่เข้าร่วมนาโต ทั้งนี้ยูเครนจะได้รับประกันความมั่นคง โดยทำเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ มีผู้ค้ำประกันหลายชาติ เช่น อังกฤษ จีน สหรัฐฯ ตุรเคีย ฝรั่งเศส แต่จะมีผลบังคับใช้จริงเมื่อยูเครนผ่านประชามติเรื่องดังกล่าว และรัฐสภาของทั้ง 2 ประเทศรับรอง

            ส่วนประเด็นสถานะของไครเมียกับรัฐ Luhansk People's Republic และ Donetsk People's Republic จะต้องหารือต่อไป

            ความเป็นกลางของยูเครนยังรวมถึงไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ไม่เป็นที่ตั้งฐานทัพของต่างชาติ ไม่เข้ากลุ่มร่วมมือทางทหารกับกลุ่มใดๆ

            ผลการเจรจารอบนี้ส่อแววว่าสงครามอาจยุติ แต่แล้วรัฐบาลเซเลนสกีเปลี่ยนท่าทีไม่ยอมรับเงื่อนไขที่วางไว้เมื่อปลายเดือนมีนาคม เป็นอันจบสิ้นเฟส 1

การรบเฟส 2 :

            เนื่องจากการเจรจาปลายเดือนมีนาล้มเหลว สงครามจึงดำเนินต่ออีกราว 6 เดือน กองทัพรัสเซียค่อยๆ ยึดครองพื้นที่ เข้ากวาดล้างกองกำลังที่เหลืออยู่ในพื้นที่ ทั้ง 2 ฝ่ายผลัดกันรุกรบ

            รวมความแล้ว 7 เดือนหลังกองทัพรัสเซียบุกยูเครนได้ยึดครองพื้นที่บางส่วนแถบภาคตะวันออกกับภายใต้ยูเครน รัสเซียเริ่มกระบวนการผนวกดินแดนยูเครนบางส่วนเป็นของตน

            ผลการหยั่งเสียงล่าสุดประชากร 98% ของโดเนตสค์ (Donetsk) 98% ลูฮันสค์ (Luhansk) 93% จากซาโปริซเซีย (Zaporozhye) และ 87% เคอร์ซอน (Kherson) สนับสนุนการรวมกับรัสเซีย

            ท้ายที่สุด 4 เขตเหล่านี้จะเป็นของรัสเซีย เหมือนที่รัสเซียผนวกไครเมียเมื่อปี 2014 สังเกตว่าประวัติศาสตร์กำลังซ้ำร้อย

            ข้อมูล 11 ตุลาคม สื่อ Pravda รายงานว่าการโจมตียูเครนอย่างหนักในช่วงไม่กี่วันนี้ชี้ว่าเป้าหมายใหม่ของรัสเซียคือล้มรัฐบาลเซเลนสกี (Pradva)

            Vyacheslav Volodin โฆษกรัฐสภารัสเซียกล่าวว่ารัสเซียจะไม่เจรจากับผู้ก่อการร้าย รัฐบาลปูตินตีตราว่ารัฐบาลยูเครนเป็นผู้ก่อการ้ายหลังก่อเหตุวินาศกรรมสะพานข้ามไครเมีย

            วิเคราะห์ : ตีความได้ว่ารัฐบาลเซเลนสกีต้องจากไป เกิดรัฐบาลใหม่ที่วางตัวเป็นกลางเพื่อยุติศึก ส่วนจะคืนดินแดนที่ยึดครองหรือไม่ขึ้นอยู่การเจรจา ปูตินอาจไม่คืนแล้ว

#สงครามยูเครน 

วิเคราะห์ :

          1. เมื่อเจรจาไม่สำเร็จก็ต้องรบต่อไป

            ความเข้าใจที่สำคัญคือเดือนแรกที่เกิดสงคราม การเจรจาก็เริ่มเกิดแล้ว และมีการเจรจาทั้งแบบเปิดเผยกับปิดลับหลายรอบ แต่เมื่อการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ การรบย่อมต้องดำเนินต่อไป รัฐบาลเซเลนสกีประกาศขอทำสงครามต่อ มั่นใจว่าจะได้ชัยชนะ พร้อมกับที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกให้อาวุธเครื่องกระสุน งบประมาณสนับสนุนเป็นระยะ

            เป้าหมายของรัสเซียที่ประกาศตั้งแต่ต้นว่ายูเครนต้องไม่เข้าร่วมนาโตเป็นอันล้มเหลวด้วย

          2. เป้าหมายเฟส 2 คือผนวกดินแดน

            เมื่อการเจรจาไม่ได้ข้อยุติ สงครามย่อมต้องดำเนินต่อไป ทั้งยูเครนกับรัสเซียต่างสู้ไม่ถอย คราวนี้รัสเซียดำเนินเฟส 2 คือ ผนวกดินแดน 4 เขตมาเป็นของตน เรื่องนี้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่สงครามคือสงครามการยึดครองพื้นที่อีกฝ่ายเป็นเรื่องปกติ การเสียชีวิตล้มตายย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อนี้ทั้งปูตินกับเซเลนสกีรับรู้ตั้งแต่ต้นว่าผลของสงครามเป็นอย่างไร สังเกตว่าฝ่ายนาโตประกาศตั้งแต่ต้นว่าจะไม่ส่งทหารเข้าปะทะโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงทหารนาโตบาดเจ็บล้มตายนั่นเอง สงครามยูเครนจึงสังหารเฉพาะคนยูเครนกับรัสเซียนับหมื่นนับแสน

            การประกาศรัฐบาลเซเลนสกีเป็นรัฐบาลก่อการร้าย (หลังเหตุวินาศกรรมสะพานไครเมีย 9 ตุลา) กลายเป็นข้ออ้างของรัสเซียเพื่อยกระดับการต่อสู้ คราวนี้ประกาศเป้าหมายชัดว่ารัฐบาลเซเลนสกีต้องไม่อยู่ต่อไป ข้อนี้เป็นไปได้ว่าหมายถึงรัฐบาลยูเครนชุดใหม่ต้องเป็นกลาง ไม่เข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตซึ่งเป็นเส้นต้องห้ามดั้งเดิม (red line) ทั้งยังหมายความว่ารัสเซียจะสู้ศึกกับยูเครนแบบยืดเยื้อด้วย

          3. ความย้อนแย้งของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวก

            รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกแสดงท่าทีสนับสนุนไต้หวันมีอิสระที่จะเลือกทางเดินของตนเอง ซึ่งหมายถึงประกาศเอกราช แบ่งแยกดินแดนออกจากจีน ทั้งๆ ที่ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน (และรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมรับหลักจีนเดียว) เป็นผลจากสงครามกลางเมืองระหว่างคอมมิวนิสต์จีนกับจีนคณะชาติ

            แต่เมื่อ 4 เขตยูเครนทำประชามติแยกตัวออกจากยูเครนและรวมกับรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกกับแสดงอาการต่อต้าน ชี้ว่าไม่ถูกต้องด้วยประการทั้งปวง

            จะเห็นความย้อนแย้งของตรรกะที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกใช้

          4. การรบเฟส 3 จัดระเบียบโลกแบบรัสเซีย

            ในทางวิชาการเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางว่า นับจากสิ้นสงครามโลกครั้ง 2 เป็นต้นมา รัฐบาลสหรัฐฯ คือผู้มีอำนาจสูงสุด ร่วมกันพันธมิตรจัดระเบียบโลกในแบบที่ตนได้ประโยชน์สูงสุด ระเบียบโลกปัจจุบันไม่ว่าจะด้านการเมืองระหว่างประเทศ ระบบการค้าการเงินโลก ล้วนอยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกเป็นหลัก

            รัสเซียที่ฟื้นตัวในสมัยปูตินพยายามแก้ระเบียบโลกนี้ มีความเป็นไปได้ว่าเป้าหมายการรบต่อจากนี้ หรือการรบเฟส 3 คือการจัดระเบียบโลกในแบบของรัสเซียที่ประธานาธิบดีปูตินเอ่ยถึงหลายครั้ง

            การรบปัจจุบันและที่จะเกิดในอนาคตเป็นสงครามไฮบริด (hybrid way) การที่นาโตไม่ส่งกองทัพรบกับรัสเซียโดยตรง แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกใช้วิธีคว่ำบาตรนั้นนี่คือสงครามไฮบริดนั่นเอง หวังบั่นทอนทำลายเศรษฐกิจสังคมรัสเซีย บั่นทอนคะแนนนิยมต่อตัวปูติน เพื่อตั้งรัฐบาลชุดใหม่แทนขั้วปูติน เป็นการรบที่ไม่ต้องใช้ทหารเข้ายิงกระสุนใส่กัน

            รัฐบาลรัสเซียแก้เกมกลับ เนื่องจากการคว่ำบาตรที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกใช้ทำให้เงินเฟ้อพุ่ง เศรษฐกิจนานาประเทศสะเทือนหนัก (ไม่เกิดเฉพาะรัสเซียเท่านั้น)

            4.1 ฤทธิ์ของสงครามไฮบริดยูเครน สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน

            เดือนสิงหาที่ผ่านมาผักผลไม้ออสเตรเลียราคาพุ่ง 18.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ร้านอาหารจีนจข้นราคา 20-30% (CNBC)

            เงินเฟ้อเดือนสิงหาอยู่ที่ 6.8% ในขณะที่ก่อนโควิด-19 เงินเฟ้อไม่ถึง 2% ราคาผักเพิ่มขึ้นมากแม้กระทั่งผักทั่วไปอย่างผักกาดหอม และปัญหาไม่อยู่เฉพาะราคาอาหารแต่สร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่ เช่น ต้องเพิ่มเงินเดือนพนักงาน

            วิเคราะห์ : การคว่ำบาตรรัสเซียเป็นต้นเหตุเงินเฟ้อ สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน ทุกคนรับรู้ได้ถึงราคาสินค้าที่แพงขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะเป็นเช่นนี้ไปจนถึงปีหน้า

           4.2 ชีวิตลำบากท่ามกลางสงครามและความหนาวเย็น

           ต้นเดือนพฤศจิกายน ชาวกรุงเคียฟ 40% ต้องเข้าคิวรับน้ำประชาแล้ว บ้าน 270,000 หลังไม่มีไฟฟ้า (BBC)

            วิเคราะห์ : คาดว่ากองทัพรัสเซียใช้ยุทธวิธีล้อมเมือง ให้ความหนาว ความขาดแคลนเล่นงานฝ่ายตรงข้าม คาดว่าสงครามไม่จบง่ายๆ น่าจะลากยาวตลอดฤดูหนาวนี้ (ไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า) ยกเว้นรัฐบาลเซเลนสกีจะยอมแพ้ซึ่งหมายถึงต้องยอมรับ “เงื่อนไข” ของฝ่ายรัสเซีย และหมายถึง “นาโตยอมแพ้” นี่คือเหตุผลที่อธิบายว่าอาจต้องลากยาวอีกหลายเดือนเพราะรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ยอมแพ้

            เป็นไปได้ว่าเฟส 3 ของรัสเซียคือลากสงครามให้ยาวไปถึงฤดูหนาว (ฤดูหนาวยุโรปคือเดือนธันวาคม-ต้นมีนาคม) เพื่อให้ผลกระทบสงครามไฮบริดเกิดแรงสุดกับฝ่ายตรงข้าม ทั้งยังหมายถึงให้ประชาชนประเทศต่างๆ ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลตนเอง เรียกร้องให้เลิกคว่ำบาตรรัสเซีย (เท่ากับรัสเซียเป็นฝ่ายชนะ) เป็นการยืมดาบศัตรูฟันศัตรูนั่นเอง

            สงครามเฟส 3 จึงอยู่ที่ว่าใครจะอึดกว่า ใครจะทนได้นานกว่า เพราะทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น เศรษฐกิจรัสเซียเสียหายหนักเช่นกัน

            ท้ายที่สุดแล้วประชาชนอาจเป็นผู้ตัดสินเรียกร้องให้หยุดสงคราม ร่วมหลายประเทศที่กำลังดำเนินวิถีทางการทูตให้หยุดสงคราม เพราะจะอดตายกันหมดแล้ว

            Winter is coming.

            4.3 ชัดแล้ว สงครามเฟส 3 ปล่อยให้ยูเครนเหน็บหนาว 

            รัฐบาลเซเลนสกีขาดทั้งทรัพยากรกับเงิน ในขณะที่รัสเซียมีพร้อม แผนของรัสเซียตอนนี้คือยืดการรบให้เข้าฤดูหนาว โดยยึดแม่น้ำ Dnieper เป็นพรมแดนชั่วคราว (ส่วนหนึ่ง) กองทัพรัสเซียจะตั้งมั่นในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำนี้ (Pravda)

            วิเคราะห์ :

            1) รัสเซียเริ่มโจมตีโรงไฟฟ้า สถานีจ่ายไฟทั่วประเทศยูเครน หลังเหตุวินาศกรรมสะพานไครเมีย 9 ตุลา ทำให้ยูเครนขาดแคลนทั้งพลังงาน น้ำประปา และสิ่งต่างๆ ยูเครนในยามสงครามไม่สามารถฟื้นฟูสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาโดยง่าย (บริษัทปิดตัว คนยูเครนอพยพออกจากประเทศกว่า 14 ล้านคน – จะไปหาช่างที่ไหน) สัปดาห์ที่ผ่านมามีหลักฐานเพิ่มเติมว่ากองทัพรัสเซียใช้แผนให้ยูเครนเผชิญความหนาวเหน็บ การถอนทหารออกจากฝั่งตะวันตกของเมืองเคอร์ซอน (Kherson) เป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าว การถอนทัพพร้อมพลเรือนยูเครนที่ขออยู่ฝั่งรัสเซียจึงไม่ใช่ชัยชนะตามที่รัฐบาลยูเครนหรือชาติตะวันตกกล่าวอ้าง

            2) ดังที่ทราบกันทั่วไปว่าที่ยูเครนอยู่ได้เพราะความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ และพวก ไม่ว่าจะอาวุธหรือเงินเพื่อจับจ่ายใช้สอย

            มีข้อมูลว่าปีหน้ารัฐบาลเซเลนสกีจะขอเงินช่วยเหลือจากต่างชาติ 38,000 ล้านดอลลาร์ และอีก 17,000 ล้านดอลลาร์เพื่อบูรณประเทศ

            ไม่รู้ว่าเฉพาะฤดูหนาวปลายปีนี้ต่อต้นปีหน้า ยูเครนต้องของบประมาณเท่าใด

            ล่าสุดเหลือเพียงรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังยอมควักเงินจ่าย (เพราะอเมริกาพิมพ์เงินได้ไม่อั้น) และต้องรอดูว่าเลือกตั้งกลางเทอมจะมีผลต่อการสงครามยูเครนอย่างไร

            ในขณะที่บางประเทศช่วยเป็นพิธี ท่ามกลางการประท้วงของประชาชนที่บ่นว่าสินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน ชาติยุโรปหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจเช่นกัน

            ถ้ามองว่านี่คือสงครามไฮบริดหรือสงครามตัวแทน รัฐบาลปูตินกำลังใช้สงครามยูเครนเล่นงานรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวก อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลบางประเทศ ต้องคิดใหม่ทำใหม่

            แต่ยังเป็นการเร็วเกินไปหากคิดว่าฝ่ายสหรัฐฯ หรือรัสเซียจะยอมแพ้ง่ายๆ สงครามยูเครนจะสู้ต่อไป พร้อมกับการจัดระเบียบโลกใหม่

            ล่าสุด โรงไฟฟ้า สถานีจ่ายไฟฟ้าของยูเครนเสียหายราว 40% เจ้าหน้าที่ยูเครนเผยว่ากรุงเคียฟเกือบครึ่งเมืองไฟดับ กระทบชาวบ้านหลายล้านคน

            4.4 ความหนาวเริ่มแผลงฤทธิ์ ทำเก้าอี้เซเลนสกีร้อน :

            ประธานาธิบดีเซเลนสกีร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติห้ามรัสเซียโจมตีเครื่องสร้างพื้นฐานพลเรือน หลังเมื่อวานรัสเซียยิงขีปนาวุธเข้าใส่ 70 ลูก ไฟดับ ประชาชนอยู่ในความมืดและเหน็บหนาว ชี้ว่ารัสเซียกำลัง “ใช้ความหนาวเป็นอาวุธ” (Channel News Asia)

            วิเคราะห์ : รัฐบาลเซเลนสกีแสดง “ความไม่รู้” หรือ “แกล้งไม่รู้อีกแล้ว”

            1) เซเลนสกีพยายามพูดว่ารัสเซียโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน ความจริงคือโรงไฟฟ้า สถานีไฟฟ้า คลังน้ำมัน ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่เป้าหมายทำลายเมื่อเกิดสงคราม สงครามในอดีตไม่ว่าจะสงครามเวียดนาม สงครามเกาหลี สงครามอ่าวเปอร์เซีย ล้วนทำลายทุกอย่างเพื่อให้ศัตรูแพ้

            ก่อนหน้านี้เซเลนสกีประกาศว่ากองทัพยูเครนพร้อมรบ ระบบป้องกันภัยทางอากาศดีเยี่ยม ได้รับอาวุธจากมิตรประเทศมากมาย ขีปนาวุธรัสเซียเก่าแก่ไร้ประสิทธิภาพ .... มาบัดนี้ดูเหมือนว่าต้องเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่

            ความจริงคือ ยูเครนอาจสกัดได้หลายลูก และหลายลูกตกหล่นเองกลางทาง แต่ย่อมมีส่วนหนึ่งที่ยิงเข้าเป้า

            2) เรื่องเซเลนสกีควรรู้ตั้งแต่ก่อนทำสงครามกับรัสเซีย คือจะมีคนบาดเจ็บล้มตาย บ้านเมืองพังทลาย ข้อมูลกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าทหารยูเครนบาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว 6 หมื่นราย พลเรือนยูเครนบาดเจ็บเสียชีวิต 4 หมื่นคน ยิ่งรบต่อไปจำนวนคนบาดเจ็บล้มตายย่อมต้องเพิ่มขึ้นอีก ยิ่งรบยิ่งพัง

            เซเลนสกีที่เดิมเป็นดาวตลก ถ้าไม่เข้าใจคำว่าสงครามก็มีนายทหาร มีกระทรวงกลาโหมที่เข้าใจเรื่องพวกนี้ เป็นตัวอย่างรัฐบาลแปลกๆ ที่ทำเรื่องแปลกๆ

            ประเทศยูเครนไม่เหมือนเดิมและจะไม่เป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป ด้วยฝีมือรัฐบาลเซเลนสกี

            4.5 ปูตินคาดศึกยูเครนจะกลายเป็นศึกยืดเยื้อ ไม่คิดจะรุกใหญ่ในช่วงนี้ (The Guardian- อัพเดท 8 ธันวา)

วิเคราะห์ :

            1) รัสเซียใช้ยุทธศาสตร์ทำสงครามยืดเยื้อมาหลายเดือนแล้ว

            เพื่อลดการสูญเสียทางทหารและหวังผลอื่นๆ ที่ต้องอาศัยเวลา

            2) สงครามไฮบริด

            ดังที่ได้อธิบายแล้วว่าการปะทะทางทหารในยูเครนเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของสงครามไฮบริดเท่านั้น สมรภูมิที่ใหญ่กว่าคือการต่อสู้ทางเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ ระหว่างฝ่ายสหรัฐฯ กับฝ่ายรัสเซีย การจัดระเบียบโลกกำลังดำเนินไปและคาดว่าต้องใช้เวลาอีกนาน

3) มหาอำนาจไม่ยอมแพ้

สังเกตว่ายูเครนยังได้รับการสนับสนุนทั้งอาวุธกับความช่วยเหลืออื่นๆ ทั้งๆ ที่เห็นชัดว่าที่ยูเครนยังรบต่อได้เพราะแรงสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวก วันใดที่ฝ่ายสหรัฐฯ เลิกให้อาวุธวันนั้นกองทัพยูเครนต้องรบมือเปล่า

ภายใต้มุมมองสงครามไฮบริด มหาอำนาจไม่ยอมแพ้เพราะหมายถึงอนาคตของชาติ ผลประโยชน์มหาศาลของพวกเขา

ด้านปูตินไม่ยอมแพ้เช่นกัน นี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่อีกครั้งของชาติมหาอำนาจ ระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงในขณะนี้

ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่า ปูตินมองว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบในฤดูหนาว ดังนั้นการศึกต้องลากยาวออกไปอีกอย่างน้อย 3-4 เดือนแล้วค่อยประเมินสถานการณ์อีกครั้ง

            ให้ติดตามภาวะเศรษฐกิจถดถอยโดยเฉพาะอียู นี่คือสงครามไฮบริด

28 กันยายน 2022
(อัพเดท 8 ธันวาคม 2022)
ชาญชัย คุ้มปัญญา

---------------

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

อ้างอิง :

1. Kremlin announces vote, paves way to annex part of Ukraine. (2022, September 27). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-kyiv-moscow-referendums-1780c30715ce49723629d05c5e2f3238?utm_source=homepage&utm_medium=TopNews&utm_campaign=position_02

2. Lettuce at $8? Inflation in Australia is hurting everyone from restaurant owners to diners. (2022, October 5). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/10/05/australia-inflation-rising-food-prices-are-hurting-restaurants-diners.html

3. Russia's new plan: Ukraine will not make it through the winter, it will be exhausted. (2022, November 11). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/world/154772-russia_ukraine_new_plan/

4. Russian strikes indicate Moscow aims to change Zelensky's regime. (2022, October 11). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/world/154385-russia_zelensky_regime/

5. Strikes put Ukraine in darkness; missiles cross into Poland. (2022, November 15). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-war-zelenskyy-kherson-9202c032cf3a5c22761ee71b52ff9d52

6. Ukraine ready to accept neutral, non-nuclear status. (2022, March 29). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/world/150894-russia_ukraine_talks/

7. Ukraine war: Kyiv locals queue for water after Russian strikes. (2022, November 1). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-europe-63463697

8. Ukrainians suffer in cold, darkness as president implores UN to punish Russia. (2022, November 24). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/world/ukrainians-suffer-cold-darkness-president-implores-un-punish-russia-3096466

9.  Vladimir Putin says Russia’s war in Ukraine could be ‘long-term process’. (2022, December 7). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2022/dec/07/vladimir-putin-says-russias-war-on-ukraine-could-be-long-term-process

10. 

โลกกำลังตกอยู่ในอันตรายทุกประเทศต้องร่วมมือ

โลกกำลังเจอปัญหาใหญ่ นับวันยิ่งแบ่งแยก ความไม่เท่าเทียมขยายกว้าง ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลกที่สร้างโดยประเทศร่ำรวย ต้นเหตุความไม่เท่าเทียม

            นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติแสดงสุนทรพจน์ในงานประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2022 มีสาระสำคัญดังนี้

            เลขาธิการสหประชาชาติขึ้นต้นด้วยการกล่าวสรุปว่า “โลกกำลังเจอปัญหาใหญ่ นับวันยิ่งแบ่งแยก ความไม่เท่าเทียมขยายกว้าง ความท้าทายแผ่ขยายออกไป” แต่เมื่อนานาชาติมาประชุมร่วมกันภาพแห่งความหวังและคำมั่นสัญญาก็ปรากฏในใจ เปรียบเหมือนเรือลำใหญ่ที่จำต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ เหมือนที่บรรทุกข้าวสาลียูเครนไปส่งแก่ผู้อดอยากหลายล้านคนที่แอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ (Horn of Africa) เรือต้องแล่นผ่านพื้นที่สู้รบ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องช่วยกันนำเรือออกจากพื้นที่ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำอาหารกับปุ๋ยออกจากยูเครนและรัสเซียต่อไป บรรเทาทุกข์คนจำนวนมาก ลดแรงกดดันต่อตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เรื่องนี้ไม่ใช่การอัศจรรย์แต่มาจากการทูตหลายระดับ ที่สำคัญคือไม่ใช่ได้แค่อาหารแต่เป็น “ความหวัง” (Hope)

            เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า “เราต้องการความหวัง ต้องการมากขึ้น ต้องลงมือทำ” เพื่อคลายวิกฤตอาหารโลก ขอย้ำเตือนให้ทราบว่าตอนนี้ตลาดปุ๋ยกำลังมีปัญหา ปีนี้โลกมีอาหารเพียงพอ ปัญหาอยู่ที่การกระจายสินค้า แต่หากตลาดปุ๋ยไม่เสถียรปีหน้าจะมีปัญหาอุปทานอาหารแน่นอน มีรายงานหลายชิ้นจากแอฟริกาตะวันตกและที่อื่นว่าการเพาะปลูกลดลงเพราะปุ๋ยแพงและหายาก

            ตอนนี้ยังต้องขจัดอุปสรรคที่ขวางการส่งออกปุ๋ย ธัญพืชและแอมโมเนียรัสเซีย [ใช้ผลิตปุ๋ยผู้เขียนบทความ] สิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ในรายการ [ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวก] คว่ำบาตร แต่ที่ส่งออกมีปัญหาเพราะผลที่เกิดโดยอ้อม

            อีกประเด็นสำคัญคือก๊าซแพงสัมพันธ์กับการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน [สามารถนำก๊าซธรรมชาติไปผลิตปุ๋ยเคมี] สินค้าเหล่านี้ไม่อยู่ในรายการคว่ำบาตรเช่นกัน ถ้าไม่ลงมือแก้ไขตอนนี้โลกจะขาดแคลนปุ๋ยในที่สุดอาหารจะไม่พอ

            เราต้องไม่อยู่กับภาพลวงตา ค่าครองชีพกำลังเข้าสู่วิกฤต (cost-of-living crisis) ความไว้เนื้อเชื่อใจป่นปี้ ความไม่เท่าเทียมแผ่กว้าง ดาวเคราะห์โลกกำลังไหม้ ประชาชนทุกข์ยาก กฎบัตรสหประชาชาติและแนวคิดที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในอันตราย หน้าที่ของเราคือต้องลงมือแก้แต่ติดเงื่อนปมที่แก้ไม่ได้จากระบบ ประชาคมโลกยังไม่พร้อมหรือไม่ยินดีจัดการปัญหาใหญ่

            วิกฤตเหล่านี้คุกคามอนาคตมนุษยชาติและทุกชีวิตบนโลกนี้ การสู้รบในยูเครน ความขัดแย้งในหลายพื้นที่ทั่วโลก ภาวะฉุกเฉินด้านสภาพภูมิอากาศ (climate emergency) การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สถานการณ์การเงินที่เลวร้ายในหมู่ประเทศกำลังพัฒนา เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ที่ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ เทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าบางอย่างที่มีโอกาสเป็นอันตราย เช่น Neurotechnology Cryptocurrencies

            สื่อโซเชียลมีเดียบางแพลตฟอร์มที่ทำกำไรจากความก้าวร้าวรุนแรง นำความเสียหายแก่สังคม เป็นแหล่งแห่งความจงเกลียดจงชัง Hate speech ปล่อยข้อมูลบิดเบือน มุ่งเอาประโยชน์จากผู้หญิงและคนบางกลุ่ม เรื่องทำนองนี้กำลังขยายตัว

            ข้อมูลส่วนตัวของเราถูกนำไปขาย มี spyware ที่แอบสอดส่องพวกเราจำนวนมากและคุมไม่ได้ ความเป็นส่วนตัวจึงไม่เหลือ ปัญญาประดิษฐ์ลดทอนความซื่อสัตย์ของระบบข้อมูล ลดทอนความน่าเชื่อถือของสื่อและบั่นทอนประชาธิปไตย Quantum computing อาจทำลายความมั่นคงทางไซเบอร์และทำลายอีกหลายระบบ ณ ตอนนี้โลกยังไม่มีระบบที่จะจัดการกับสิ่งเหล่านี้เลย

            โลกกำลังถูกแบ่งแยกทางภูมิศาสตร์การเมือง บั่นทอนคณะมนตรีความมั่นคง บั่นทอนกฎหมายระหว่างประเทศและความร่วมมือนานาชาติ เราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ไม่ได้ ไม่มีใครหรือกลุ่มใดสามารถตัดสินชี้ขาด ปัญหาท้าทายเรื่องใหญ่ๆ ต้องร่วมกันแก้ไขด้วยความเต็มใจ ทุกประเทศจำต้องร่วมมือกัน

            ด้านแรกที่ต้องร่วมมือคือให้อยู่อย่างสันติ การรบที่ยูเครนทำให้หลายล้านคนต้องอพยพออกจากประเทศ นับพันล้านคนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสมรภูมินี้ เราเห็นอันตรายของการแบ่งแยกระหว่างกลุ่มชาติตะวันตกกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จำต้องรักษาสันติภาพตามกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศ

            เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าแท้จริงแล้ววิกฤตมนุษยชาติรุนแรงและขยายตัวแต่มักไม่เป็นที่สนใจ ปีนี้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโลก (Global Humanitarian Appeal) ขาดถึง 32,000 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ บางประเทศเกิดเหตุวุ่นวายหนัก เศรษฐกิจอัฟกานิสถานเสื่อมทราม คนแอฟกันกว่าครึ่งแทบไม่มีจะกิน สิทธิสตรีกับเด็กหญิงถูกเหยียบย่ำ กองกำลังติดอาวุธแถบตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกกำลังทำร้ายประชาชน กลุ่มแก๊งค์ที่เฮติ (Haiti) ทำลายเมืองทุกพื้นที่ ลิเบียกับอิรักยังไม่สงบ ความขัดแย้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์ดำเนินต่อไป สิทธิมนุษยชนและสภาพสังคมเมียนมาเลวร้ายลง ฯลฯ อย่างไรก็ตามสถานการณ์บางประเทศดีขึ้น เช่น เยเมน โคลอมเบีย

            ต้องสร้างกลไกพูดคุยเพื่อรักษาเยียวยาการแบ่งแยก ใช้การทูตทุกช่องทางเพื่อแก้ข้อพิพาทด้วยสันติ ส่งเสริมบทบาทผู้นำสตรี เน้นการป้องกันมากกว่าแก้ปลายเหตุ

            วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นอีกประเด็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศหลายองค์กรต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ภายในปี 2030 ต้องลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 45% และหวังว่าจะเหลือศูนย์ในภายปี 2050 โลกกำลังรับผลกระทบเช่นยุโรปเจอคลื่นความร้อนจัด แผ่นดินจีนแห้งแล้งเป็นวงกว้าง การกันดารอาหารในแอฟริกาตะวันออกเฉียงเหนือ วันที่ร้อนที่สุดในฤดูร้อนอาจเป็นวันที่หนาวสุดขีดในอนาคต สภาพภูมิอากาศปั่นป่วนรุนแรงที่นานปีจะพบสักครั้งอาจกลายเป็นเกิดทุกปี ที่น่าคิดคือ 80% ของก๊าซเรือนกระจกมาจากประเทศกลุ่ม G20 แต่ประเทศยากจนที่สุดปล่อยก๊าซน้อยที่สุดกลับเป็นผู้รับผลกระทบรุนแรงสุด

            ในขณะนี้อุตสาหกรรมพลังงานฟอสซิลยังได้รับเงินอุดหนุนปีละหลายแสนล้านดอลลาร์ จำต้องเข้าแทรกแซงหากโลกยังชอบใช้พลังงานฟอสซิล ต้องให้บริษัทเชื้อเพลิงพวกนี้รับผิดชอบ รวมทั้งธนาคาร private equity ผู้จัดการหลักทรัพย์ สถาบันการเงินอื่นๆ ที่ยังคงลงทุนและสร้างมลภาวะ ต้องแก้ความเข้าใจผิด ข้อมูลผิดๆ เหมือนอุตสาหกรรมยาสูบในหลายทศวรรษก่อนที่ทำให้สังคมรับข้อมูลไม่ตรงความจริง คนสร้างมลภาวะต้องจ่ายเงินแก้ไขมลภาวะ เริ่มจากบริษัทกิจการน้ำมันเชื้อเพลิง เงินที่ได้แบ่งเป็น 2 ส่วน กระจายให้กับผู้รับผลกระทบกับคนที่อดอยากยากจนเพราะราคาอาหารกับพลังงานที่ถีบตัวสูง

            รัฐบาลทั่วโลกจำต้องยกระดับเป้าหมายแก้ภาวะโลกร้อนให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ ลงทุนเพื่อการแก้ปัญหามุ่งสู่เศรษฐกิจที่เติบโตยั่งยืน ต้องทำ 3 ข้อ 1) ส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) อันจะเพิ่มการจ้างงาน 3 เท่า ต้นทุนปัจจุบันถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิล ส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน ราคาไม่ปรวนแปร ประเทศพัฒนาแล้วช่วยประเทศกำลังพัฒนาให้หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน 2) ช่วยเหลือประเทศต่างๆ ปรับตัวเพื่อเผชิญปัญหาการเปลี่ยนภูมิอากาศ ลงทุนพัฒนาประเทศจนถึงให้การอพยพเคลื่อนย้ายถิ่นเป็นระบบระเบียบ 3) รายงานความสูญเสียจากภัยธรรมชาติ

            วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังซ้ำเติมอากาศแปรปรวน 94 ประเทศครอบคลุมประชากร 1,600 ล้านคนต้องเผชิญมหันตภัย คือ เผชิญภัยจากเศรษฐกิจสังคมอันเนื่องจากโรคระบาด อาหารกับพลังงานแพงลิบลิ่ว ทั้งๆ ที่ติดหนี้สินมากอยู่แล้ว เงินเฟ้อรุนแรง ไม่อาจเข้าถึงแหล่งทุน [ก่อนหน้าโรคระบาดโควิด-19 เศรษฐกิจหลายประเทศอ่อนแออยู่แล้ว โรคระบาดและปัญหาเงินเฟ้อในขณะนี้ซ้ำเติมให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม] หลายประเทศถึงขั้นสังคมวุ่นวาย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนส่อแววล้มเหลว แผนช่วยเหลือคนยากไร้คนหิวโหยและช่วยเหลือการศึกษากำลังจะพัง คนยากจนเพิ่มมากขึ้น คนหิวโหยอดยากเพิ่มมากขึ้น ดูแลรักษาสุขภาพน้อยลง การศึกษาลดลง ความไม่เท่าเทียมทางเพศขยายตัวเพราะยากความจน

            โดยรวมแล้วประเทศกำลังพัฒนากำลังโดนเล่นงานทุกด้าน ในตอนนี้กลุ่มประเทศ G-20 ต้องเร่งสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภาคสถาบันการเงินต้องให้ความช่วยเหลือ ลดข้อกำจัดการกู้ยืม ที่ผ่านมาหลายประเทศไม่สามารถกู้ยืมเพราะเหตุนี้ ต้องปรับโครงสร้างหนี้ (debt relief) ที่หลายคนไม่เพียงจมน้ำแต่จมอยู่ในหนี้สินด้วย ต้องเพิ่มสภาพคล่อง รัฐบาลทุกประเทศเร่งส่งเสริมกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund)

            ท้ายที่สุด ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลกที่สร้างโดยประเทศที่ร่ำรวยและเป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากระบบการเงินโลก ต้นเหตุความไม่เท่าเทียม นับวันประเทศพัฒนากับกำลังพัฒนาจะแตกต่างมากขึ้น ไม่ไว้วางใจต่อกัน ไม่อยากร่วมมือกัน จำต้องแสวงหาทางออกร่วมกัน บนพื้นฐานความปรารถนาดี ร่วมมือกันภายใต้สหประชาชาติ

25 กันยายน 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9447 วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565)
---------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
โลกต้องชื่นชมเศรษฐีผู้สร้างความร่ำรวยเพื่อมุ่งช่วยเหลือสังคมให้เป็นอารยะ ไม่ส่งเสริมยกย่องเศรษฐีที่ไม่ดูแลสังคมอย่างจริงจัง ยึดหลัก “เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข” อยากเห็นผู้อื่นมีความสุขเหมือนตนเอง
ไม่ควรเป็นคำถามอีกแล้วว่าการทำลายสิ่งแวดล้อม ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นผลร้ายหรือไม่ คำถามที่ควรถามคือจะจัดการแก้ไขอย่างไร และเร่งลงมือก่อนจะเสียหายหนักกว่านี้
บรรณานุกรม :

Untied Nations. (2022, September 20). THE SECRETARY-GENERAL-- ADDRESS TO THE GENERAL ASSEMBLY. Retrieved from https://gadebate.un.org/sites/default/files/gastatements/77/unsg_en.pdf

สงครามไฮบริดกับระเบียบโลกใหม่ในมุมมองรัสเซีย

 สงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องระหว่างยูเครนกับรัสเซีย แต่เป็นการต่อสู้แข่งขันระหว่างมหาอำนาจ เงินเฟ้อที่เกิดกับทุกประเทศ สินค้าขึ้นราคาแพงทั้งแผ่นดินเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม 

ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว สงครามไม่ได้เกิดที่ยูเครนเท่านั้นเพราะสงครามไฮบริดในขณะนี้กำลังต่อสู้อย่างกว้างขวางหลายประเทศ แรงบ้างเบาบ้าง บทความนี้นำเสนอระเบียบโลกใหม่ในมุมมองรัสเซียภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน โดยอิงถ้อยคำของนายวลาดีมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ประธานาธิบดีรัสเซียกับนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศในช่วงปี 2022 สามารถประมวลและขยายความได้ดังนี้

ระเบียบโลกปัจจุบัน :

            หลายสิ่งหลายอย่างที่รัฐบาลชาติตะวันตกทำในขณะนี้คือรักษาความเป็นเจ้าที่กำลังอ่อนแอลง รัฐบาลชาติตะวันตกยังโหยหาที่จะรักษาระเบียบโลกขั้วเดียว (unipolar world order) ที่พวกตนเป็นเจ้า เป็นระเบียบโลกอาณานิคมแบบใหม่ (neocolonial order) กอบโกยผลประโยชน์มหาศาลจากระเบียบโลกดังกล่าว

            ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า “สหรัฐกับ Vassals ของตนแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอธิปไตยอื่นๆ อย่างไม่ละลด เป็นผู้ก่อให้เกิดการยั่วยุต่างๆ ก่อรัฐประหารและสงครามกลางเมืองในหลายประเทศ คุกคาม ข่มขู่ (blackmail) และกดดัน พยายามบังคับให้บรรดารัฐอิสระดำเนินตามความปรารถนาของพวกเขา ดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่แปลกแยกจากตัวเอง"

วิเคราะห์ : Vassals หมายถึง ไพร่หรือคนในสังกัดของเจ้าขุนมูลนาย ใช้ในยุคกลางยุโรปที่เป็นรัฐศักดินาหรือรัฐฟิวดัล (Feudal State) ไพร่หรือ Vassals จะต้องทำงานเพาะปลูกเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ของขุนศึกขุนนาง ยอมอยู่ใต้การปกครองแลกกับความปลอดภัยของชีวิตร่างกาย

            รัฐบาลชาติตะวันตกตั้งใจความสร้างขัดแย้งเพราะเป็นวิธีรักษาอำนาจ (บั่นทอนทำลายปรปักษ์ กระชับอำนาจในกลุ่มของตน) สิ่งที่พวกเขาทำลดทอนความเจริญก้าวหน้าของอารยธรรมโลก

            ยกตัวอย่างไม่นานนี้ Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังประกาศระเบียบเศรษฐกิจใหม่ว่าสหรัฐจะสร้างระบบซับพลายเชนร่วมกับประเทศที่วางใจได้ ประเทศที่วางใจได้หมายถึงมีบรรทัดฐานและค่านิยมต่อเศรษฐกิจโลกตรงกัน ให้ความสำคัญกับเงินสกุลดอลลาร์และผู้ที่ได้ประโยชน์จะต้องปฏิบัติตามกฎที่สหรัฐวางไว้ ในทางกลับกันผู้ไม่เห็นด้วยจะถูกลงโทษ รัสเซียเป็นตัวอย่างที่โดนเล่นงาน ทุกประเทศที่มีศักยภาพดำเนินนโยบายอิสระจะถูกเล่นงาน

ระบบโลกของสหรัฐไม่สัมพันธ์กับการปกครองแบบประชาธิปไตย ภาคีชาติตะวันตกเป็นเพียงกลุ่มสมาชิกที่จำนนอยู่ใต้อำนาจรัฐบาลสหรัฐ ท้ายที่สุดชาติอียูจะสูญเสียอิสรภาพและเชื่อฟังทำตามแผนโลกขั้วเดียว คนยุโรปจะสูญเสียเพื่ออเมริกาได้ผลประโยชน์สูงสุด นาโตคือกลไกด้านความมั่นคงหลักที่กำลังแผ่อิทธิพลครอบคลุมให้ไกลกว่าปัจจุบันโดยเฉพาะที่เอเชีย-แปซิฟิก

สงครามไฮบริดและการโต้กลับ :

สถานการณ์ขณะนี้คือชาติตะวันตกกำลังทำสงครามไฮบริด (hybrid war) กับรัสเซียโดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด รัฐบาลปูตินพยายามทำทุกอย่างเพื่อเลี่ยงที่จะขัดแย้งโดยตรง แต่พวกเขาท้าทายและรัสเซียต้องเผชิญหน้ากับมัน ดังที่กล่าวแล้วว่ารัฐบาลชาติตะวันตกใช้ความขัดแย้งเพื่อรักษาความเป็นเจ้า ประชาชนยูเครนจึงเป็นเหยื่อของกระสุนปืนใหญ่ ป่าวประกาศว่าต้องต่อต้านรัสเซีย โดยแกล้งหลับตาไม่สนใจการเผยแพร่อุดมการณ์นาซีใหม่ (neo-Nazi ideology) ในยูเครน การสังหารหมู่ใน Donbass ชาติตะวันตกยังคงส่งอาวุธเครื่องกระสุนแก่รัฐบาลยูเครนอย่างต่อเนื่อง

            สถานการณ์ยูเครนวันนี้เป็นแผนที่วางไว้ตั้งแต่สิ้นสงครามเย็น เพื่อครองความเป็นเจ้า การขยายนาโต้ไปทางตะวันออกคือหนึ่งในแนวทางดังกล่าวซึ่งรัสเซียพยายามเตือนแล้วว่าอะไรคือเส้นต้องห้าม (red line)

            รัฐบาลสหรัฐกับพวกพร้อมสู้ศึกแม้เหลือชาวยูเครนคนสุดท้าย รัฐบาลสหรัฐชอบที่จะทำเช่นนี้เพราะสมรภูมิอยู่ห่างจากตัวเอง สามารถทำให้ยุโรปอ่อนกำลัง ให้พวกเขาต้องเปิดตลาดแก่สินค้าอเมริกัน อาวุธต่างๆ

ความเข้าใจสำคัญที่ต้องยึดให้มั่นคือสงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องระหว่างยูเครนกับรัสเซีย แต่เป็นการต่อสู้แข่งขันระหว่างมหาอำนาจ เงินเฟ้อที่เกิดกับทุกประเทศ สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดินเป็นส่วนหนึ่งของสงคราม ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าการคว่ำบาตรรัสเซียเป็นภัยต่อโลก พวกชาติตะวันตกลังเลที่จะยอมรับว่าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำคัญของโลกจะเกิดในฟากเอเชียแปซิฟิก ภูมิภาคนี้กำลังดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ ทุนและกำลังการผลิต

            นับจาก 24 กุมภาพันธ์ บัดนี้กินเวลาใกล้ 7 เดือนแล้ว จะเห็นว่าสหรัฐยังคงพยายามให้ความขัดแย้งยืดเยื้อต่อไป เป็นแนวทางเดียวกับที่ทำในหลายประเทศในเอเชีย แอฟริกาและลาตินอเมริกา

กลางเดือนกันยายน ประธานาธิบดีเซเลนสกีประกาศกองทัพยึดคืนพื้นที่กลับมากว่า 6,000 ตารางกิโลเมตร บางจุดถึงกับติดชายแดนรัสเซีย ได้เชลยทหารรัสเซียหลายคน กองทัพยูเครนตีข่าวนี้ครึกโครมชี้ทหารรัสเซียอยู่ในสภาพสิ้นหวัง

วิเคราะห์ สถานการณ์ผลัดกันรุกรับเช่นนี้บ่งชี้ว่าสงครามจะดำเนินไปอีกนาน ถ้ามองในแง่การจัดระเบียบโลกหมายถึงยืดเวลาจัดระเบียบโลกออกไปทั้งในมุมรัสเซียกับสหรัฐ

            แต่เมื่อการเจรจายุติสงครามล้มเหลวและมีแนวโน้มยืดเยื้อ ชาติสมาชิกอียูเริ่มเห็นต่างต่อนโยบายส่งเสริมยูเครนรบรัสเซีย เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรที่อียูไม่ซื้อพลังงานรัสเซียส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจชีวิตความเป็นอยู่อย่างรุนแรง และมีทีท่าว่าจะรุนแรงขึ้นในไม่กี่เดือนข้างหน้า ประชาชนหลายประเทศออกมาประท้วง จนประธานาธิบดีมาครงออกโรงเตือนหากอียูแตกแยกจะเข้าแผนที่รัสเซียต้องการ

            จะเห็นว่ารัฐบาลสหรัฐตั้งใจใช้สงครามยูเครนเล่นงานรัสเซีย กระชับอำนาจในนาโต เปิดศึกฝ่ายประชาธิปไตยกับรัสเซีย แต่เมื่อการคว่ำบาตรส่งผลรุนแรง ประชาชนและภาคเอกชนอียูเริ่มทนไม่ไหว เสรีประชาธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญแต่ต้องอิ่มท้องด้วย ที่น่าสนใจคือกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกขอให้รบต่อ ในขณะที่ยุโรปตะวันตกที่มีความเป็นประชาธิปไตยสูงกว่าต้องการลดผลกระทบทางเศรษฐกิจสังคม

            แนวคิดที่ว่ารัสเซียยืดสงครามออกไปจึงอาจเป็นส่วนหนึ่งของสงครามไฮบริด สมาชิกอียูที่รับมือปัญหาเศรษฐกิจสังคมได้ดีจะยืนหยัดให้ทำสงครามต่อ (เช่น สามารถหาซื้อพลังงานทดแทนจากแหล่งอื่น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง) ส่วนประเทศที่อ่อนแอกว่าเห็นว่าจำต้องลดความตึงเครียด ฮังการีเป็นตัวอย่าง

            สงครามไฮบริดที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกตั้งใจเล่นงานรัสเซีย ตอนนี้กำลังหันมาเล่นงานสหรัฐกับพวกด้วย สุดท้ายขึ้นกับว่าใครจะทนได้ดีกว่านานกว่า (ตั้งแต่ระดับรัฐบาลถึงประชาชน) หลายคนพูดถึงฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ส่วนยูเครนนั้นยิ่งรบนานประเทศยิ่งพังทลาย

แนวทางระเบียบโลกใหม่ในมุมมองรัสเซีย :

            ทางออกคือต้องสร้างโลกพหุภาคีแบบใหม่ (a modern multipolar world) ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันกับภัยคุกคาม ลดความเสี่ยงที่จะเกิดสงคราม เพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน รัสเซียจะยังคงเดินหน้าสร้างโลกที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น หารือพันธมิตรหุ้นส่วนเพื่อปรับแต่งกลไกความมั่นคงระหว่างประเทศที่มีอยู่

            ความจริงคือนับวันประเทศต่างๆ คนเชื้อสายต่างๆ แตกต่างหลากหลายมากขึ้น แสวงหาแนวทางพัฒนาของตนเอง ตามบริบทวัฒนธรรมและค่านิยมที่ยึดถือ แต่ชนชั้นนำของพวกสากลนิยม (Globalist) ต่อต้านแนวทางดังกล่าว (พวกนี้หวังให้โลกมีค่านิยมสายเดียว วัฒนธรรมเดียวตามแบบที่พวกเขาต้องการ) สร้างสถานการณ์ให้วุ่นวายโกลาหลด้วยความขัดแย้งในที่ต่างๆ ใช้ยุทธศาสตร์ปิดล้อม เป้าหมายคือบ่อนทำลายแนวทางพัฒนาของประเทศอื่นๆ นั่นเอง

วิเคราะห์ รัสเซีย จีน อิหร่าน เป็นตัวอย่างที่ดี สังเกตว่าประเทศทั้ง 3 ล้วนถูกรัฐบาลสหรัฐกับพวกปิดล้อมยาวนาน ต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย (ชี้ว่าเป็นเผด็จการ) ต่อต้านรัฐบาลจีน (ชี้ว่ารัฐบาลเป็นคอมมิวนิสต์) และต่อต้านอิหร่านที่ปกครองตามหลักอิสลามแบบชีอะห์ ทั้งหมดล้วนถูกชี้ว่าไม่เป็นประชาธิปไตยจึงสมควรถูกต่อต้าน

            ภาพรวมระดับโลกตอนนี้ ประเทศนอกกลุ่มชาติตะวันตกรับแรงกดดันให้เลือกข้างมากขึ้น บางประเทศเลือกที่จะลุกขึ้นสู้จึงไม่สนใจคว่ำบาตรรัสเซีย หลายประเทศพยายามลดใช้เงินดอลลาร์ ลดพึ่งพาตลาดชาติตะวันตก คาดว่าอนาคตจะเช่นนี้มากขึ้น

รัสเซียจะเสริมสร้างกองทัพให้ทันสมัยให้มั่นใจว่าประเทศชาติปลอดภัย สร้างโลกที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ฟื้นฟูการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการและบรรทัดฐานพื้นฐาน คณะมนตรีความมั่นคงและสมัชชาสหประชาชาติคือเครื่องมือที่ลดความตึงเครียดระหว่างประเทศ ป้องกันความขัดแย้งต่างๆ ประกันความมั่นคงการอยู่ดีกินดีของประชาชนประเทศทั้งหลาย

18 กันยายน 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9440 วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2565)

-----------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง :
ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐกับรัสเซียขยับเข้าเป้าหมายที่ต้องการ น่าติดตามว่าเมื่อไหร่ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะตื่นจากความฝัน ทำไมไม่ตื่นจากความฝันลมๆ แล้งๆ เสียที
ยูเครนเป็นแค่เหยื่อเพื่อนำสู่การต่อสู้ระหว่างขั้วสหรัฐกับรัสเซีย ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐคือมุ่งทำลายเศรษฐกิจสังคมรัสเซีย ตอกย้ำการแบ่งขั้ว
ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศขึ้นกับผู้นำประเทศเป็นสำคัญ รัสเซียในยุคปูตินกำลังฟื้นตัวตามลำดับ ปูตินเป็นนายกฯ สมัยแรกในปี 1999 และเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกในปี 2000 จากนั้นครองอำนาจมาโดยตลอด หากทุกอย่างราบรื่นท่านน่าจะชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปในปี 2018 ได้เป็นประธานาธิบดีถึงปี 2024 รัสเซียคงจะเจริญก้าวหน้าเพิ่มขึ้นอีกมาก ภายใต้มุมมองของรัฐบาลสหรัฐย่อมเห็นว่าเป็นภัยคุกคาม 

บรรณานุกรม :

1. Europe splitting on Ukraine as energy crisis looms. (2022, September 13). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/09/europe-splitting-on-ukraine-as-energy-crisis-looms/

2. Jerry H. Bentley and Herbert F. Ziegler. Traditions and Encounter: A Global Perspective on the Past. 4th ed. (NY: McGraw-Hill, 2008) pp.444-446

3. Putin claims the U.S. wants to preserve global ‘dictatorship’ and is sacrificing Europe. (2022, September 7). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/09/07/putin-us-aims-to-preserve-dictatorship-while-europe-is-sacrificed.html

4. Putin lashes out at West’s 'vanishing' hegemony, outlines Russia’s goals. (2022, August 17). TASS. Retrieved from https://tass.com/politics/1494263

5. The Ministry of Foreign Affairs of the Russian Federation. (2022, May 14). Foreign Minister Sergey Lavrov’s remarks at the 30th Assembly of the Council on Foreign and Defence Policy, Moscow. May 14, 2022. Retrieved from https://www.theguardian.com/business/2022/may/24/ukraine-invasion-may-be-start-of-third-world-war-says-george-soros

6. Ukraine reclaims more territory, reports capturing many POWs. (2022, September 11). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-kyiv-kharkiv-a691ab16016aab01cedb68ea5e247b37

-----------------------

โลกต้องการปุ๋ยของรัสเซียอย่างยิ่ง แก้อาหารแพงคนอดยาก

ไม่สมควรอย่างยิ่งหากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะใช้นานาชาติเป็นตัวประกัน ใช้ความหิวโหยของหลายร้อยล้านคนเป็นตัวประกันเพื่อบีบเล่นงานอีกฝ่าย

            นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าโลกต้องการปุ๋ยของรัสเซีย ตอนนี้สหประชาชาติกำลังทำทุกอย่างกับสหรัฐฯ อียู ประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อที่มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของประเทศเหล่านี้จะไม่กระทบต่ออาหารกับปุ๋ย

และกล่าวเสริมว่าโลกต้องการปุ๋ยของรัสเซียอย่างยิ่ง ตอนนี้ตลาดปุ๋ยตึงตัวมาก เกษตรกรบางคนถึงกับไม่ลงมือเพาะปลูกเพราะขาดปุ๋ย

วิเคราะห์ : ถ้อยคำของเลขาธิการ UN เป็นอีกครั้งที่ชี้ว่า

            1. การคว่ำบาตรน้ำมันก๊าซธรรมชาติรัสเซียโดยรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกกำลังทำร้ายประชาชนทั้งโลกอย่างร้ายแรง

            1.1 การคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียเป็นจุดเริ่มของเงินเฟ้อโลกในขณะนี้ และกำลังจะนำสู่เศรษฐกิจถดถอย (ตามแนวทางแก้ไขของสหรัฐฯ) ซึ่งหมายถึงเอกชนกำไรหด คนตกงาน สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน รายได้ไม่พอรายจ่าย ครอบครัวเป็นหนี้สินมากขึ้น

            1.2 เฉพาะเรื่องปุ๋ย ปุ๋ยเคมีผลิตจากปิโตรเลียม แต่ไหนแต่ไรรัสเซียเป็นผู้ส่งออกวัตถุดิบปุ๋ยเคมีรายใหญ่ของโลก แต่เนื่องจากถูกตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลังงาน อีกทั้งนโยบายห้ามทำธุรกรรมการเงินกับรัสเซีย ส่งผลกระทบต่อการส่งออกปุ๋ยจากรัสเซีย ตลาดปุ๋ยโลกตึงตัว ราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก ต้นทุนเกษตรกรเพิ่มขึ้นมาก ท้ายที่สุดอาหารต่างๆ แพงขึ้นดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้

            2. รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกไม่ช่วยจริงจัง

            ประเด็นปุ๋ยนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการหารือหลายรอบแล้ว เกี่ยวข้องกับกว่าร้อยประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่กำลังประสบปัญหารุนแรง เลขาธิการสหประชาชาติถึงกับเป็นเจ้าภาพ ที่ผ่านมาดูเหมือนมีความคืบหน้า แต่เมื่อตามข่าวล่าสุด (15 กันยายน) การแก้ไขล่าช้า จนเลขาธิการสหประชาชาติต้องออกโรงอีกรอบ

          3. ความอดอยากระดับโลก

            กว่า 6 เดือนนับจากสงครามยูเครน รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกคว่ำบาตรรัสเซีย ราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลสินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน เรื่องนี้กระทบต่อคนยากคนจนมากที่สุด กระทบต่อประเทศที่เศรษฐกิจอ่อนแออยู่แล้วให้อ่อนแอลงกว่าเดิมอีก (ข้อนี้ต้องติดตามเพราะบางประเทศสถานการณ์เลวร้ายลงเรื่อยๆ) อย่างไรก็ตามรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกรวมทั้งประธานาธิบดีเซเลนสกีตอกย้ำต้องคว่ำบาตรรัสเซียต่อไปและให้แรงกว่าเดิม เมื่อผนวกกับความร้อนและแล้งปีนี้ในแถบซีกโลกเหนือ มีข้อมูลบ่งชี้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง ย่อมคาดการณ์ได้ว่าปัญหาสินค้าแพง อาหารแพงจะคงอยู่ไปอีกนาน

          4. นานาชาติโต้กลับ

            มหาอำนาจขัดแย้งกันเป็นเรื่องปกติ คำถามคือประเทศอื่นๆ ที่เหลือกว่าร้อยประเทศจำต้องทนและแบกรับผลเสียอันเนื่องจากความขัดแย้งของมหาอำนาจหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เลขากูเตอร์เรสทำคือย้ำเตือนว่าต้องหลีกเลี่ยง และ ไม่สมควรอย่างยิ่งหากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะใช้นานาชาติเป็นตัวประกัน ใช้ความหิวโหยของหลายร้อยล้านคนเป็นตัวประกันเพื่อบีบเล่นงานมหาอำนาจอีกฝ่าย

16 กันยายน 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

#ปุ๋ยรัสเซีย #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

-----------------------

อ้างอิง : World farmers need Russian fertilizer amid market crunch: Guterres. (2022, September 15). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/business/economy/world-farmers-need-russian-fertilizer-amid-market-crunch-guterres

ประเด็นโลก

 ประเด็นโลก ... นำเสนอประเด็นสถานการณ์โลกล่าสุดที่น่าสนใจติดตาม

ร่วมพูดคุยติดตามข่าวสารสำคัญได้ที่ ห้องไลน์ สถานการณ์โลก

https://line.me/ti/g2/6rXIwiNZgKq21mhYLjKfBA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

บทความเรียงจากใหม่ลงไปเก่า
อ่านบทความคลิกชื่อเรื่อง ...
ผลงานที่ได้รับการเผยแพร่ในปี 2022

ความตั้งใจของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกคือให้สงครามยูเครนเป็นเหตุผลความชอบธรรมที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย ประกาศตั้งแต่แรกว่ากองทัพนาโตจะไม่ปะทะกับกองทัพรัสเซียโดยตรง 

บัดนี้ไม่ใครปฏิเสธแล้วว่าสงครามยูเครนสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ที่ควรเข้าใจคือบางประเทศทนได้ดีกว่า บางประเทศเศรษฐกิจสังคมจะพังพินาศก่อน

อุตสาหกรรม EV เดือดชี้วัดระเบียบการค้าโลกใหม่ของไบเดน
รัฐบาลไบเดนกำลังทยอยยกเลิกการค้าเสรีแบบเดิม สู่ระบบการค้าใหม่ที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์สูงสุด เรื่องนี้วิเคราะห์ได้กว้างขวางเป็นระเบียบโลกใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้าง อุตสาหกรรม EV สะท้อนความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
#อุตสาหกรรมEV #ระเบียบโลกใหม่ของไบเดน #ระเบียบการค้าโลกใหม่

ไม่สมควรอย่างยิ่งหากมหาอำนาจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะใช้นานาชาติเป็นตัวประกัน ใช้ความหิวโหยของหลายร้อยล้านคนเป็นตัวประกันเพื่อบีบเล่นงานอีกฝ่าย


---------------

ไบเดนหาเสียงชี้ทรัมป์เป็นพวกสุดโต่ง

ไบเดนชี้ว่าทรัมป์กับพวกเป็นพวกสุดโต่งสร้างความแตกแยก ไม่เป็นประชาธิปไตย สิ่งที่ไบเดนกำลังทำคือตอกย้ำแบ่งแยกคนอเมริกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาธิปไตยกับพวกสุดโต่ง

ในช่วงนี้ที่กำลังหาเสียงสำหรับเลือกตั้งกลางเทอมพฤศจิกายน 2022 ประธานาธิบดีไบเดนหาเสียงในหลายเวทีด้วยยุทธศาสตร์ชี้ทรัมป์ไม่เป็นประชาธิปไตย เป็นพวกสุดโต่งกึ่งเผด็จการ

ทรัมป์กับ MAGA Republicans เป็นพวกสุดโต่ง :

ต้นเดือนกันยายน 2022 ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับ MAGA Republicans เป็นพวกสุดโต่ง (an extremism – ไม่ใช่พวกประชาธิปไตย) กำลังคุกคามรากฐานของประเทศ คนเหล่านี้เป็นคนส่วนน้อยของพรรครีพับลิกันแต่ตอนนี้พรรคถูกควบคุมและชี้นำโดยโดนัลด์ ทรัมป์กับ MAGA Republicans

            MAGA Republicans” หมายถึงพวกรีพับลิกันที่สนับสนุนคำขวัญ “Make America Great Again” ของทรัมป์ เป็นคำรวมๆ ที่ชี้ว่าเป็นพวกสนับสนุนทรัมป์อย่างแข็งขันและไบเดนใช้ในความหมายเชิงลบ โจมตีคำขวัญดังกล่าวว่าแฝงด้วยแนวทางสุดโต่ง เป็นปรัชญา “กึ่งเผด็จการ” (semi-fascism) เล็งให้เข้าใจว่าไม่ใช่ความคิดของคนใดคนหนึ่งเท่านั้น เป็น “ปรัชญา” (philosophy) ที่ถูกสร้างขึ้นและถ่ายทอดอย่างกว้างขวาง ทำนองเดียวกับ White Supremacy ที่มีมานานและถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นโดยเฉพาะในหมู่พวกรีพับลิกัน

กึ่งเผด็จการหรืออำนาจนิยม :

            พวกที่จงรักภักดีต่อทรัมป์เป็นพวกนิยมความรุนแรง จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก รวมความแล้วประธานาธิบดีไบเดนตีตราว่าเป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) เป็นพวกสุดโต่ง (extremist) ที่สังกัดพรรครีพับลิกันซึ่งอาจรวมถึง ส.ส. ส.ว. บางคนด้วย

            พวกเขาส่งเสริมผู้นำอำนาจนิยม (Authoritarian leaders) โหมกระแสก่อความรุนแรงทางการเมือง คุกคามเสรีภาพ คุกคามกระบวนการยุติธรรม หลักนิติธรรม จิตวิญญาณ (soul) ของประเทศ

            เป็นพวกที่บุกเข้ารัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม โจมตีกระบวนการทางกฎหมาย (ไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรม) หวังล้มผลการเลือกตั้งปี 2020 และพยายามชี้ว่านี่คือการกระทำของคนรักชาติ

            ย้อนหลังเลือกตั้งปี 2020 ผลโพลหลายสำนักชี้ตรงกันว่าพวกรีพับลิกันราว 70% เห็นว่าไบเดนไม่ได้ชนะเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ทรัมป์ย้ำตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่าตนจะถูกโกงเลือกตั้ง การเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกาโกงอย่างเป็นระบบ ทรัมป์ยืนยันเรื่องนี้เรื่อยมาและจนบัดนี้ยังไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง แม้คณะกรรมการเลือกตั้ง ศาลหลายรัฐได้พิจารณาและสรุปแล้วว่าการเลือกตั้งมีจุดผิดพลาดบ้าง แต่ไม่ใช่การโกงอย่างเป็นระบบ ไบเดนชนะเลือกตั้งตามกฎหมาย

            ทุกวันนี้ทรัมป์กับ MAGA Republicans ตอกย้ำการโกงเลือกตั้งดังกล่าวเสมอ เป็นเหตุที่ไบเดนชี้ว่าคนพวกนี้ไม่เคารพประชาธิปไตยซึ่งหมายถึงกระบวนการเลือกตั้ง การพิจารณาของศาล ในขณะที่ฝ่ายทรัมป์ยกประเด็นนี้เพื่อกระตุ้นให้คนไปคูหาเลือกตนหวังชนะอย่างถล่มทลาย

            ไบเดนกล่าวว่า MAGA Republicans ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อในหลักนิติธรรม ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง สนับสนุนพวกที่ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง เหล่านี้จะนำสู่ความโกลาหลวุ่นวาย บ่อนทำลายประชาธิปไตย ประเทศถดถอย

            ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ FBI กำลังเป็นเหยื่อถูกจ้องทำร้ายจากผู้ร้าย มีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง ชุมนุมพร้อมกับก่อเหตุรุนแรง เหล่านี้ล้วนผิดกฎหมาย คนอเมริกันต้องร่วมใจพูดว่าเราไม่เป็นคนเช่นนี้ ไม่ปล่อยให้ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม คนอเมริกันต้องไม่มองการเมืองเป็นสงครามเบ็ดเสร็จ (total war – ทำลายทุกอย่างที่ขวางทาง) ต้องไม่เลือกที่จะรักประเทศเพราะเหตุพวกตนชนะเลือกตั้งเท่านั้น ประชาธิปไตยจะอยู่ได้ก็ต่อเมื่อยอมรับหลักนิติธรรม รัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดรัฐสภา

            อีกประเด็นที่ควรเอ่ยถึงคือยุครัฐบาลทรัมป์สนับสนุน ความจริงอีกแบบ” (alternative facts) หมายถึงข้อมูลหรือเรื่องราวที่ทรัมป์กับพวกเชื่อ เช่น ไวรัสโควิด-19 มาจากห้องทดลองจีนตามทฤษฎีสมคบคิด เรื่องที่ผู้สนับสนุนทรัมป์คิดว่าพรรคเดโมแครทต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสังคมนิยม

            ผลที่ตามมาคือเกิดค่านิยมสนับสนุน ความจริงอีกแบบใครอยากเชื่ออะไรก็เชื่อไป ไม่ต้องคำนึงเหตุผลความจริง ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นแบบอย่างเรื่องนี้ พูดจริงบ้างเท็จบ้างตลอดเวลา ยืนยันคำพูดตนแม้ถูกพิสูจน์ว่ากล่าวเท็จก็ตาม ผู้สนับสนุนทรัมป์มักจะเชื่อคำพูดของเขาและกระจายความคิดแบบนั้นออกไป นี่คือเหตุผลที่ไบเดนชี้ว่า MAGA Republicans หวังเปลี่ยนประเทศด้วยการพูดเท็จ หว่านความหวาดกลัวและจงเกลียดจงชัง

            ผลร้ายคือ สังคมแบ่งแยกทางความคิดเพราะยึดถือ “ความจริง” ที่แตกต่างและไม่อาจบรรจบกันได้ นำสู่ความขัดแย้งแบ่งแยกไม่สิ้นสุด ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งก่อนเป็นตัวอย่างที่ดีแล้วแต่ใครจะเชื่อว่าเลือกตั้งโกงหรือไม่โกง ไม่สนใจการพิจารณาตัดสินของคณะกรรมการเลือกตั้ง ศาล

เจมส์ แมตทิส (James Mattis) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกล่าวว่าทรัมป์คือประธานาธิบดีคนแรกที่ไม่พยายามรวมประเทศเป็นหนึ่งเดียว พยายามสร้างความแตกแยก

            ไบเดนกล่าวว่าประวัติศาสตร์สอนว่าถ้าเราจงรักภักดีต่อผู้นำแบบไม่ลืมหูลืมตา ผู้นำที่นิยมความรุนแรงทางการเมือง แปลว่าประชาธิปไตยล้มเหลวไปแล้ว ตรงข้ามกับเดโมแครทที่ส่งเสริมความเป็นเอกภาพ มีความหวังและมองโลกแง่บวก (unity, hope and optimism)

การตอบโต้จากทรัมป์และเลือกตั้งกลางเทอม :

ทรัมป์โต้กลับว่าในขณะที่ไบเดนกล่าวหาคนอื่น คำปราศรัยของเขานั่นแหละที่ชี้ว่าประธานาธิบดีไบเดนโหยหาความรุนแรง (vicious) จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก ตัวเขานั่นแหละที่เป็นศัตรูของชาติ (enemy of the state)

            ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ใครพูดจริงหรือเท็จ ความจริงคือยังมีผู้ที่สนับสนุนทรัมป์จำนวนมากและเหนียวแน่น คนเหล่านี้หวังให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งปี 2024 ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง เพราะทรัมป์ยังเป็นที่นิยมในพรรค ส่วนคะแนนนิยมไบเดนตกต่ำ เป็นอีกประเด็นที่น่าติดตาม

            ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่าประชาธิปไตยอเมริกาไม่เคยสมบูรณ์ ประชาชนมีความหลากหลาย ต่างความคิด แต่นี่แหละคือประชาธิปไตยที่เปิดประตูให้ หน้าที่ของรัฐบาลคือทำให้ประเทศเสรีและเป็นธรรม ยุติธรรมและเข้มแข็ง ประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วยการพูด เข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองและไปเลือกตั้ง นี่คือหน้าที่ของทุกคนต่อการรักษาประชาธิปไตย แน่นอนว่าพวกเราจะไม่นิ่งเฉย คนอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ยอมรับอุดมการณ์ของพวกเขา พวกเราต้องร่วมกันต่อต้านพวกที่โจมตีประชาธิปไตย เป็นเวลาที่คนอเมริกันต้องเลือกว่าจะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลังเข้าคลอง ต้องเลือกว่าจะร่วมกันสร้างชาติแห่งความหวัง เป็นเอกภาพ มองโลกในแง่ดี หรือประเทศที่ปกคลุมด้วยความหวาดกลัว การแบ่งแยกและอยู่ในอำนาจมืด

          ถ้าต้องการปกป้องระบอบประชาธิปไตยก็ต้องเลือกพรรคเดโมแครท นี่คือประโยคบรรทัดสุดท้ายของไบเดน

สรุป :

            แท้จริงแล้วแนวทางหาเสียงของไบเดนไม่ใช่ของใหม่ Robert Boxwell ชี้ว่านับจากทรัมป์เริ่มรับตำแหน่งประธานาธิบดี พวกพรรคเดโมแครทเรียกประธานาธิบดีทรัมป์ว่าเป็น “เผด็จการ” (dictator) “กษัตริย์” (king) หรือไม่ก็ “ฟาสซิสต์” (fascist) คำเหล่านี้มีความหมายไม่แตกต่างกันในแง่ “ไม่เป็นประชาธิปไตย” เป็นศัตรูของประชาธิปไตย

            สิ่งที่ไบเดนกำลังทำคือตอกย้ำการแบ่งแยกคนอเมริกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายประชาธิปไตยกับพวกสุดโต่ง ใส่ความคิดว่าในการเลือกตั้งกลางเทอมพฤศจิกายนปีนี้ (เลือก ส.ส. กับ ส.ว. บางส่วน) เป็นเลือกระหว่าง “ประชาธิปไตย” กับ “ลัทธิสุดโต่ง” พวกยึดหลักอำนาจนิยม

            อีกประเด็นที่น่าคิดคือไบเดนชี้ว่าพวกสุดโต่งเป็นเพียงส่วนน้อยที่กำลังชี้นำพรรค ควรเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. รีพับลิกัน สมาชิกระดับต่างๆ ที่ต้องร่วมกันแก้ไขจัดการ หาไม่แล้วอาจถูกเหมารวมว่าเป็นส่วนหนึ่งของพวกสุดโต่งเหล่านั้น

11 กันยายน 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9433 วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2565)

----------------

บทความที่เกี่ยวข้อง: 
Trumpism บ่งบอกความไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลทรัมป์ สนับสนุนให้เชื่อเรื่องที่ไร้เหตุผล อ้างว่าเป็นเสรีภาพทางความคิด ปลุกกระแสความเกลียดชังแบ่งแยกสังคม เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนตนทางการเมือง
ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นตัวอย่างความไม่เป็นประชาธิปไตย ส่อละเมิดสิทธิมนุษยชนบ่อยครั้งตามแนวทางขวาจัด หากรีพับลิกันเอียงไปทางขวามากขึ้นๆ เรื่องนี้กระทบต่อโลกแน่นอน

บรรณานุกรม :

1. 61% say Trump doesn't respect democratic norms, 56% say 'honesty' doesn't describe him: AP-NORC poll. (2019, November 1). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2019/11/01/world/politics-diplomacy-world/61-say-trump-doesnt-respect-democratic-norms-56-say-honesty-doesnt-describe-ap-norc-poll/#.Xbt2m5IzbZ4

2. Biden slams ‘semi-fascism’ in GOP as he rallies for Democrats. (2022, August 26). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2022/8/26/biden-asks-democrats-to-defeat-semi-fascism-in-midterm-election

3. Fact-checking Joe Biden’s speech about democracy before the 2022 midterms. (2022, September 2). PoliticalFact. Retrieved from https://www.politifact.com/article/2022/sep/02/fact-checking-joe-bidens-speech-about-democracy-20/

4. James Mattis Denounces President Trump, Describes Him as a Threat to the Constitution. (2020, June 3). The Atlantic. Retrieved from https://www.theatlantic.com/politics/archive/2020/06/james-mattis-denounces-trump-protests-militarization/612640/

5. President Biden Delivers Remarks on Democracy From Philadelphia. (2022, September 1). C-SPAN. Retrieved from https://www.c-span.org/video/?522563-1/president-biden-delivers-remarks-democracy-philadelphia

6. Trump Rips Biden's Speech As 'Vicious, Hateful, And Divisive'. (2022, September 3). Huff Post. Retrieved from https://www.huffpost.com/entry/donald-trump-vicious-divisive-biden-wilkes-barre-pennsylvania-rally_n_6313f3f9e4b0536be045e9d0

-----------------------