สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 (2)

ถ้าอิสราเอลชี้ว่าความปลอดภัยของชีวิตสำคัญ ไม่อาจปล่อยให้ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชีวิตหลังความตายของชีอะห์ยิ่งสำคัญกว่า มุสลิมต้องปกป้องยิ่งชีพ

            ในสงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า 80 ปีที่แล้วนาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว (Holocaust) รัฐบาลจะไม่ยอมปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก จะไม่ยอมให้ระบอบอิหร่านที่เรียกร้องให้ทำลายล้างอิสราเอล ทำตามที่พวกเขาต้องการ วันนี้อิสราเอลได้ทำตามที่พูดไว้แล้ว เข้าโจมตีโครงการเสริมสมรรถนะและทำอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านที่ Natanz กับนักวิทยาศาสตร์ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งยังโจมตีโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ซึ่งปีก่อนยิงอิสราเอลถึง 300 ลูก หากขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์จะคุกคามคนอิสราเอลนับล้าน

            ที่ผ่านมาอิหร่านใช้แผนให้สมุนทำสงครามกับอิสราเอล แต่แพ้หมด ไม่ว่าจะฮามาส กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนในซีเรีย เยเมน ปีที่แล้วอิหร่านยิงใส่อิสราเอลโดยตรงถึง 2 ครั้ง ตอนนี้เราโจมตีกลับบ้าง

          วิเคราะห์: รัฐบาลอิสราเอลมักใช้ประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว เป็นเหตุผลปกป้องประเทศ ประวัติศาสตร์ต้องไม่ซ้ำรอย

ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว:

            การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว (Holocaust) เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ ที่พรรคนาซีเยอรมันภายใต้การนำของฮิตเลอร์ สังหารหมู่ชาวยิวหลายล้านคนอย่างเป็นระบบ เพื่อกำจัดชาวยิวให้หมดจากทวีปยุโรป เป็นประวัติศาสตร์เตือนว่าการคลั่งชาตินั้นน่ากลัวเพียงไร เมื่อการฆ่าสังหารคนเป็นเรื่องชอบธรรม สมควรทำอย่างยิ่ง

            มีข้อมูลว่าสถานกักขังบางแห่งเป็นที่สังหารหมู่ชาวยิว อย่างเช่นที่ Auschwitz–Birkenau กักขังนักโทษราว 1 แสนคน จากหลักฐานที่ศึกษาทั้งหมด ชาวยิวราว 5.6 – 6.9 ล้านคนเสียชีวิตจากการถูกสังหารหมู่โดยนาซีเยอรมัน

            รัฐบาลอิสราเอลยึดเรื่องนี้เป็นเหตุผลต้องปกป้องประเทศ จากใครก็ตามที่อาจทำลายล้างอิสราเอล นำเรื่องนี้ผูกเชื่อมโยงกับอิหร่าน การเชื่อมโยงกับ Holocaust ทำให้ภัยคุกคามจากอิหร่านร้ายแรงมาก เพิ่มเหตุผลที่ต้องจัดการอิหร่านให้ราบคาบ รัฐบาลอิสราเอลชุดต่างๆ ยึดแนวทางนี้เรื่อยมา

            ปลายปี 2006 นายเบนจามิน เนทันยาฮู หัวหน้าพรรคลีคูต (Likud) ในขณะนั้นกล่าวเปรียบเทียบสถานการณ์กับ Holocaust ว่า “ตอนนี้คือปี 1938 และอิหร่านคือเยอรมนี อิหร่านกำลังเร่งสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ... กำลังเตรียมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวอีกครั้ง” ในอีกวาระหนึ่ง เนทันยาฮูกล่าวว่า อิสราเอลจะเป็นเป้าการทำลายล้างที่แรกของอิหร่าน แต่เนื่องจากอิหร่านมีแผนผลิตระเบิดนิวเคลียร์ปีละ 25 ลูก เป้าหมายต่อไปคือสหรัฐและยุโรป ...

            เพราะเชื่อมโยงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับอิหร่าน รัฐบาลอิสราเอลจึงต้องจัดการอิหร่าน

"small Satan" กับ "great Satan":

            นายกฯ เนทันยาฮูยกเหตุผลโจมตีว่า หากอิหร่านมีขีปนาวุธยิงไกลมากขึ้นจะเป็นภัยต่อยุโรป แม้กระทั่งอเมริกา เพราะอิหร่านเรียกอิสราเอลว่า "small Satan" และเรียกอเมริกาว่า "great Satan" ตะโกนว่า "Death to Israel" กับ "Death to America" ด้วยเหตุนี้อิสราเอลจึงตอบโต้คำฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เหล่านี้

            ดังที่นำเสนอแล้วว่า สงครามอิสราเอล-อิหร่านสามารถตีความว่าเป็นสงครามไซออนิสต์-ชีอะห์ เป็นสงครามที่มีหลักคำสอนศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะทั้งคู่ต่างยึดบัญญัติคำสอนของตนนั่นเอง

            (อนึ่ง บางคนวิพากษ์ว่าแนวทางของไซออนิสต์ไม่ถูกต้อง ตีความหลักศาสนาผิด ชาวยิวบางส่วนไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะถูกต้องหรือไม่ เป็นความเชื่อศรัทธาส่วนบุคคล เป็นแนวทางที่ไซออนิสต์ยึดถือ)

            การชี้ว่าเป็นว่า Satan มาจากมุมมองศาสนาที่พูดถึงเรื่อยมา

            อยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) กล่าวซ้ำหลายครั้งว่าสหรัฐคือจอมซาตาน/จอมมาร (Great Satan) คอยปกป้องอิสราเอล

            เมษายน 2019 อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำจิตวิญญาณกล่าวว่าอิหร่านจะยังขายน้ำมันมากเท่าที่ต้องการ การคว่ำบาตรจากสหรัฐไร้ประโยชน์ จะไม่ยอมก้มหัวให้ “Great Satan” หลังรัฐบาลทรัมป์ประกาศไม่ผ่อนผันให้บางประเทศซื้อน้ำมันอิหร่านอีกแล้ว

            ด้วยแนวคิดเช่นนี้ ทางการอิสราเอลจึงเตือนสหรัฐว่า ที่สุดแล้วอิหร่านจะทำลายสหรัฐที่เป็น Great Satan และผูกโยงความคิดนี้เข้ากับโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ย้ำว่าแนวคิดการปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเป็นเรื่องจริง ดังนั้น อิสราเอลไม่ใช่เป้าหมายเดียวของอิหร่านเท่านั้น แต่คือทั้งภูมิภาคหรือทั่วโลก

            จะเห็นว่าด้วยบัญญัติคำสอนทำให้ต่างฝ่ายต่างตีตราว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้

            ทันทีที่สงครามปี 2025 ปะทุ อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) กล่าวว่าด้วยอาชญกรรมนี้ (สงคราม) “ระบอบไซออนิสต์หาเรื่องใส่ตัวและจะนำสู่จุดจบอันเจ็บปวด”

            ประเด็นนี้ละเอียดอ่อนเพราะฝ่ายอิหร่านใช้มุมมองทางศาสนา (นิกายชีอะห์) และอิสราเอลในที่นี้คือพวกไซออนิสต์ที่อาจตีความว่าเป็น Religious Zionism

            Religious Zionism (ไซออนิสต์เชิงศาสนา) เชื่อว่าการก่อตั้งรัฐอิสราเอลและการกลับคืนสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของชาวยิว ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ทางการเมือง แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนการตามศาสนา ตามคำทำนายในพระคัมภีร์

            สังเกตว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวถึง “ระบอบไซออนิสต์” โดยตรง

            สงครามอิสราเอล-อิหร่านจึงสามารถตีความว่าเป็นสงครามไซออนิสต์-ชีอะห์ ที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าสักวันจะต้องเกิด และเป็นจริงในปี 2025 นี้ (ยึดเกณฑ์ 2 ประเทศทำสงคราม ใช้อาวุธเข้าโจมตีอีกประเทศโดยตรง)

ล้มระบอบอิหร่านร้ายแรงยิ่งกว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์:

            อิสราเอลยึดว่าไม่อาจปล่อยให้ยิวถูกล้างเผ่าพันธุ์ เป็นเหตุผลที่ต้องล้มระบอบอิหร่าน ในหลักการเดียวกัน ถ้ามองจากฝ่ายอิหร่าน การล้มระบอบชีอะห์ร้ายแรงกว่าการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ เพราะคือการทำลายศาสนา มีผลมากกว่าฆ่าคน ส่งผลต่อชีวิตหลังความตาย ที่อิสลามให้ความสำคัญมากกว่า

            ดังนั้น ถ้าอิสราเอลชี้ว่าความปลอดภัยของชีวิตสำคัญ ชีวิตหลังความตายของชีอะห์ยิ่งสำคัญกว่า มุสลิมต้องปกป้องยิ่งชีพ

            สถานการณ์ล่าสุด หลังสหรัฐถล่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่านหลายจุด ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศให้ 2 ฝ่ายหยุดยิง ทางการอิสราเอลเห็นด้วย ด้าน Abbas Araghchi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศประกาศว่า “ยังไม่มีข้อตกลง (หยุดยิง) ไม่มีการประชุมหรือเจรจาใดๆ และยังไม่มีแผนเริ่มเจรจารอบใหม่” สงครามทำให้ชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้ว 627 คน ส่วนอิสราเอล 28 คน

            แม้ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง แต่ตอนนี้ 2 ฝ่ายไม่โจมตีกันและกันแล้ว สงครามนี้จะเป็นการรบเพียง 12 วันหรือไม่ยังต้องติดตามต่อไป ถ้าจะมีข้อตกลงต้องทุกฝ่ายยอมรับ อิหร่านไม่อาจปล่อยให้ใครเข้าโจมตีทิ้งระเบิดจนพอใจแล้วประกาศสงบศึก เลิกแล้วต่อกัน (ทั้งรัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลประกาศว่าการรบ 12 วันประสบความสำเร็จ ชนะอย่างงดงาม) อิสราเอลกับสหรัฐจะแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวชาวอิหร่าน 627 คนที่เสียชีวิตอย่างไร

            ในระยะยาว หากพิจารณาว่าอิหร่านสามารถฟื้นฟูโครงการ เป็นความชอบธรรมใช้นิวเคลียร์ในทางสันติ นานาประเทศล้วนมีสิทธิ์นี้ ประธานาธิบดีปูตินออกโรงย้ำอีกครั้งว่า IAEA “ไม่พบหลักฐานชี้ว่าอิหร่านมีหรือกำลังผลิตอาวุธนิวเคลียร์” และมีสิทธิ์ใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ

            ด้วยบริบทดังกล่าว อิหร่านคงจะเดินเครื่องโครงการนิวเคลียร์ต่อไป หวนสู่คำกล่าวหาว่ากำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์เพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว จึงวิเคราะห์ว่าความขัดแย้งยังไม่จบ และไม่มีทีท่าจบง่ายๆ อาจได้เพียงสงบศึกชั่วคราว รอวันรบใหม่อีกรอบ บัดนี้สงครามโดยตรงเกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 จะเริ่มง่ายกว่าและอาจรุนแรงกว่า เพราะต่างฝ่ายเรียนรู้จากสงครามครั้งก่อน บัญญัติคำสอนศาสนายังทำงาน

29 มิถุนายน 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10452 วันอาทิตย์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2568)

 

-------------------

บรรณานุกรม :

1. Ayatollah Khamenei says Iran to export oil as much as it needs. (2019, April 24). Tehran Times.  Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/435037/Ayatollah-Khamenei-says-Iran-to-export-oil-as-much-as-it-needs

2. Cook, Jonathan. (2008). Israel and the Clash of Civilisations: Iraq, Iran and the Plan to Remake the Middle East. USA: Pluto Press.

3. Corsi, Jerome R. (2009). Why Israel Can't Wait: The Coming War Between Israel and Iran. New York: Threshold Editions.

4. Dargie, Richard. (2008). Iran. USA: Arcturus Publishing.

5. Duiker, William J. (2009). Contemporary World History (5th ed.). USA: Wadsworth.

6. Hitchcock, Mark. (2006). Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat. CO: Multnomah Books,

7. Iran vows ‘painful fate’ for Israel, fires 100 drones in 1st response to attack; IAF downs them. (2025, June 13). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/iran-vows-painful-fate-for-israel-firing-over-100-drones-in-initial-response-to-attack/

8. Khamenei says Trump 'exaggerated' impact of US strikes on nuclear sites. (2025, June 27). New Straits Times. Retrieved from https://www.nst.com.my/world/world/2025/06/1236619/khamenei-says-trump-exaggerated-impact-us-strikes-nuclear-sites

9. Russian President's Latest Statements on Ukraine and Iran-Israel Conflict. (2025, June 21). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20250621/russian-presidents-latest-statements-on-ukraine-and-iran-israel-conflict-1122307957.html

-----------------

สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 (1)

สงครามอิสราเอล-อิหร่านสามารถตีความว่าเป็นสงครามไซออนิสต์-ชีอะห์ ที่พูดถึงกันนานแล้ว และเป็นจริงในปี 2025 นี้

            13 มิถุนายน 2025 กองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ฝ่ายอิหร่านโต้กลับทันที เป็นสงครามเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน หรือระหว่างไซออนิสต์-ชีอะห์ถ้าตีความอิงลัทธินิกาย

            บทความนี้วิเคราะห์จุดยืนและเหตุผลของรัฐบาลเนทันยาฮู ที่ประกาศต่อสาธารณะชน ดังนี้

จะโจมตีต่อเนื่องจนกว่าหมดภัยคุกคาม:

            แถลงการณ์แรกของเบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าปฏิบัติการ “Rising Lion” มุ่งทำลายเป้าหมายทางทหารที่คุกคามอิสราเอล จะโจมตีต่อเนื่องจนกว่าภัยคุกคามจะหมดไป

            วิเคราะห์: ประโยคแรกๆ ของนายกฯ เนทันยาฮูชี้ว่าไม่ใช่การปะทะเล็กน้อย แต่ “จะโจมตีต่อเนื่องจนกว่าภัยคุกคามจะหมดไป” ชวนให้นึกถึงสงครามฮามาส-อิสราเอล ทันทีที่สงครามเริ่มขึ้น นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าจะทำทุกอย่างให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

            ตุลาคม 2023 นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่ามีเพียง 2 ทางเลือกคือประเทศอิสราเอลยังคงอยู่หรือไม่ก็สูญสลายไป นี่คือสงครามเพื่อความอยู่รอดของชาติ มีแต่ต้องชนะศึกเท่านั้น เป้าหมายของเราประกาศชัดตั้งแต่ต้นคือทำลายสมาชิกและระบอบการปกครองของฮามาส

            กันยายน 2024 เนทันยาฮูกล่าวในที่ประชุมสหประชาชาติว่า ”ถ้าฮามาสยังอยู่ในอำนาจ พวกเขาจะรวมตัวอีกและโจมตีอิสราเอลใหม่ ดังนั้นต้องไม่มีฮามาส” สงครามยุติได้ถ้าพวกเขายอมแพ้และวางอาวุธ ไม่เช่นนั้นอิสราเอลจะรบต่อจนกว่าจะชนะ

            หลักคิดรัฐบาลเนทันยาฮูคือ ต้องทำลายต้นตอภัยคุกคามให้สิ้นซากจึงจะปลอดภัย จึงวิเคราะห์ว่าสงครามอิสราเอล-อิหร่าน 2025 จะยืดยาวหลายเดือนหรือเป็นปี “จนกว่าภัยคุกคามจะหมดไป” รัฐบาลอิสราเอลทำเช่นนั้นจริง การรบในกาซาเป็นหลักฐานว่ากองทัพอิสราเอลยังคงกวาดล้างฮามาสต่อเนื่อง มีความคิดย้ายคนปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ กรณีซีเรียก็เช่นกัน อิสราเอลโจมตีทางอากาศต่อกองทัพอัสซาดกับกองกำลังต่างชาติที่สนับสนุนต่อเนื่องหลายปี ค่อยๆ ทำให้อ่อนแอ ท้ายที่สุดกลุ่มก่อการร้ายฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hay’et Tahrir al-Shams: HTS) เข้ายึดและล้มระบอบอัสซาดในที่สุด

            ในเชิงยุทธการ อิสราเอลกับอิหร่านไม่มีพรมแดนติดต่อกัน 2 ประเทศห่างกันพันกว่ากิโลเมตร (กรุงเตหะรานอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ 1,600 กิโลเมตร) ถ้าไม่นับอาวุธนิวเคลียร์ อิสราเอลรบอิหร่านทางอากาศเป็นหลักเท่านั้น อาจมีทางน้ำเล็กน้อย ระยะทางที่ห่างเป็นพันกิโลเมตรผ่านน่านฟ้าหลายประเทศ ถ้าอิสราเอลสามารถโจมตีทางอากาศเต็มกำลัง (สามารถผ่านน่านฟ้าอาหรับ) ลำพังวิธีนี้ไม่อาจเอาชนะอิหร่านโดยง่าย ในเบื้องต้นคือทำลายโครงการพัฒนานิวเคลียร์ ที่ตั้งทางทหารต่างๆ

ทำลายระบบเศรษฐกิจ:

            ที่น่าสนใจคือตั้งแต่สัปดาห์แรก อุตสาหกรรมน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติตกเป็นโจมตี อาจตีความว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร แต่หากอิสราเอลมุ่งทำลายโรงกลั่นกับคลังน้ำมันต่อเนื่อง จะต้องตีความใหม่ว่าตั้งใจทำลายระบบเศรษฐกิจ ทำลายอุตสาหกรรมหลัก ทำให้อิหร่านไม่สามารถส่งออกน้ำมัน อาจตีความว่าคือการยกระดับมาตรการคว่ำบาตร ไม่ให้ขายน้ำมันได้เลย ระบบเศรษฐกิจพัง ด้วยความเชื่อว่าเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ คนอิหร่านจะก่อการล้มรัฐบาล หรืออย่างน้อยทำให้อิหร่านอ่อนแอทุกด้าน ไม่ได้ลืมตาอ้าปาก เป็นเช่นนี้สืบไป

            ถ้ายึดแนวทางนี้อิสราเอลจะโจมตีอิหร่านต่อเนื่องแบบไม่สิ้นสุด อาจประกาศเขตห้ามบิน (no-fly zone) ปิดล้อมทางอากาศ ห้ามเครื่องบินนานาชาติเข้าออกอิหร่าน คอยทำลายคลังน้ำมันตามท่าเรือต่างๆ จนถึงขั้นทำลายท่าเรือด้วย

            ด้านทางการอิหร่านพยายามชี้ว่าการโจมตีอุตสาหกรรมพลังงาน มีผลต่อประเทศอื่นๆ ด้วย

            มิถุนายน 2025 Abbas Araghchi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวถึงการโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันว่า อิสราเอล “พยายามเปิดศึกที่ไกลกว่า” อิหร่านเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ของโอเปก สำนักงานบริหารสารสนเทศพลังงานของสหรัฐ (EIA) ประเมินว่าในช่วงปี 2021-2023 อิหร่านทำกำไรจากการส่งออกพลังงานถึง 144,000 ล้านดอลลาร์ แม้หลายประเทศคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน

            วิเคราะห์: ที่ผ่านมาบางประเทศยังสามารถซื้อใช้พลังงานอิหร่าน โดยต้องขออนุญาตสหรัฐก่อน หากสงครามยืดเยื้อประเทศเหล่านี้คงต้องซื้อน้ำมันจากที่อื่นซึ่งมักแพงกว่า

คำขู่ทำลายล้างด้วยนิวเคลียร์:

            เนทันยาฮูให้เหตุผลว่าหลายทศวรรษที่ผ่านผู้นำอิหร่านเรียกร้องให้ทำลายอิสราเอล หวังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ดูได้จากโครงการอาวุธนิวเคลียร์ (a nuclear weapons program) ไม่กี่ปีมานี้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมมากพอสำหรับระเบิดนิวเคลียร์ 9 ลูก และเร่งความพยายามสร้างอาวุธนี้ สามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างในไม่ช้า อาจภายในหนึ่งปีหรือไม่กี่เดือน เห็นชัดว่าอิสราเอลตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง

            อิสราเอลจะไม่ยอมตกเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวด้วยนิวเคลียร์

            วิเคราะห์: ข้อนี้เป็นประเด็นที่รัฐบาลเนทันยาฮูใช้เรื่อยมา ชี้ว่าอิหร่านต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์และใช้อาวุธนี้กับประเทศตน จึงปล่อยไว้ไม่ได้ อิสราเอลมีพื้นที่ไม่ใหญ่ ถ้าโดนแค่ 1-2 ลูกคงพินาศสิ้น

            ข้อโต้แย้งคือรัฐบาลอิหร่านประกาศเรื่อยมาว่าไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ และไม่คิดจะสร้างอาวุธนี้ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ยอมรับว่า “ยังไม่มีหลักฐานชี้ว่า (อิหร่าน) กำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์” รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลยอมรับว่าอิหร่านยังไม่มีอาวุธทำลายร้ายแรงชนิดนี้ แต่อิสราเอลเปิดฉากทำสงครามด้วยเหตุผลอิหร่านกำลังจะมีอาวุธดังกล่าว เกิดคำถามว่าสมเหตุผลมากน้อยแค่ไหน

            อิหร่านมีโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของตนมานานแล้ว เหมือนหลายประเทศที่มีโครงการนิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางพลเรือน เช่น สร้างโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ แต่นักวิชาการตะวันตกหลายคนเตือนให้ระวังสงครามนิวเคลียร์ บ้างอ้างว่าอิหร่านจะเป็นบ่อเกิดสงครามล้างโลก รวมทั้งพวกนักการศาสนาบางคน

            ในระยะหลังอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าเพื่อใช้ในทางสันติเหมือนหลายสิบประเทศทั่วโลกที่มีนิวเคลียร์เพื่อสันติ เช่น โรงงานไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ ใช้นิวเคลียร์ทางการแพทย์และประโยชน์ทางพลเรือนอื่นๆ อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี กล่าวว่า พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์การวิจัยพัฒนาก็เพื่อใช้ในทางสันติเท่านั้น

            แต่บางประเทศไม่เชื่อคำพูดเหล่านี้ รัฐบาลเนทันยาฮูย้ำเสมอว่าอิหร่านต้องการมี “อาวุธนิวเคลียร์” เพื่อทำลายล้างอิสราเอล

            อิสราเอลเข้าทำสงครามทั้งๆ ที่อิหร่านยังไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ โดยตีความว่าต้องการมี ใกล้จะมี หากมีแล้วจะใช้ทำลายอิสราเอล

            ล่าสุดมีข่าวว่ารัฐบาลทรัมป์มีแผนร่วมทำสงครามด้วย ตอนนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจ ไม่ว่าสหรัฐจะเข้าร่วมหรือไม่ สงครามอิสราเอล-อิหร่านเกิดขึ้นแล้ว สามารถตีความว่าเป็นสงครามไซออนิสต์-ชีอะห์ที่พูดถึงกันมานาน และเป็นจริงในปี 2025 นี้ (ยึดหลักสงครามที่ปะทะด้วยอาวุธทางทหารเต็มรูปแบบ) มีความเป็นไปได้ว่าการรบจะยืดเยื้อยาวนาน ตามหลักคิดของไซออนิสต์ที่ต้องทำลายศัตรูให้สิ้นซาก แต่ฝ่ายใดจะชนะหรือเสียหายมากน้อยยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามต่อไป

            ย้อนหลังเดือนสองเดือนก่อน รัฐบาลสหรัฐประกาศจุดยืนว่าหากการเจรจาล้มเหลว อิหร่านจะต้องโดนถล่มยับ เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นวิธีการพูด การเจรจาของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทุกคนคุ้นเคย ขณะเดียวกันอาจลงเอยด้วยความรุนแรงก็เป็นไปได้ ทรัมป์ 2.0 ที่แสดงท่าทีแข็งกร้าว รัฐบาลเนทันยาฮูพูดเสมอว่าอยากโจมตีอิหร่าน เป็นตัวพาสถานการณ์เข้าสู่วิกฤต 2025

            บัดนี้พิสูจน์แล้วว่าการเจรจารอบปี 2025 คือการเริ่มเล่นงานอิหร่านอีกครั้ง โดยตั้งเงื่อนไขที่อิหร่านรับไม่ได้ นำสู่การทำสงครามเต็มรูปแบบ นี่คือสงครามที่ตั้งใจก่อ มีเป้าหมายชัดเจน

22 มิถุนายน 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10445 วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2568)

-----------------

บรรณานุกรม :

1. Benjamin Netanyahu vows to ‘save our country’ as Israel battles ‘barbarians’ in Gaza. (2023, October 28). New York Post. Retrieved from https://nypost.com/2023/10/28/news/benjamin-netanyahu-vows-to-save-israel-as-it-battles-in-gaza/

2. Netanyahu tells UN Israel will continue attacks on Gaza, Lebanon. (2024, September 27). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2024/9/27/netanyahu-tells-un-israel-will-continue-attacks-on-gaza-lebanon

3. Netanyahu: Gazans’ should flee, IDF to revenge ‘black day’. (2023, October 7). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/arab-israeli-conflict/article-763179

4. 'Never again is now': Netanyahu announces strikes on Iran nuclear targets. (2025, June 13).

Jpost. Retrieved from https://www.jpost.com/israel-news/defense-news/article-857577

5. Why Israel's attacks aim to cripple Iran's energy sector. (2025, June 16). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/why-israels-attacks-aim-to-cripple-irans-energy-sector/a-72936222

-----------------

ชาตินิยมกับคลั่งชาติต่างกันอย่างไร

ชาตินิยมเป็นรากฐานการอยู่ร่วมกัน ประเทศไม่ได้ให้ทุกอย่างดังหวัง แต่ดีกว่าคนสิ้นชาติ ไม่เหลือประเทศกับคนรักให้ปกป้อง พวกคลั่งชาติจะรุกรานผู้อื่น

          ตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คำว่า “ชาติ” (nation) เน้นความหมายกลุ่มคนในสังคมที่มีความสัมพันธ์ทางเชื้อสาย มีภาษาวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ร่วม ก่อความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน ช่วยเหลือกัน และมีเอกลักษณ์ทางด้านรูปร่างหน้าตา ภาษา พฤติกรรม เช่น คนไทยพูดภาษาไทย มีวัฒนธรรมไทย

            ชาตินิยม (Nationalism) คือความรักชาติของตน รักในประเพณี วัฒนธรรม คุณค่าที่ยึดถือ มักอยู่คู่ความเป็นชาติเป็นประเทศ

ชาติเป็นสิ่งสมมุติ:

            ชาติเป็นสิ่งสมมุติ แต่หากไร้ชาติจะตกอยู่ในอันตรายและอาจไร้ประเทศ เพราะชาติคือต้นเหตุอยู่ร่วมกันเป็นประเทศ มีความปลอดภัยมั่นคงร่วมกัน โรฮีนจา (Rohingya) ในเมียนมาคือตัวอย่างคนไร้รัฐไร้ประเทศที่อยู่ใกล้ไทย พวกเขาไม่ถูกนับว่าเป็นพลเมือง ขาดสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่มีใครปกป้อง

            ประวัติศาสตร์โลกสอนว่าหากไม่รักชาติ คนในชาติไม่ร่วมมือร่วมใจ ทำลายกันเอง ประเทศนั้นย่อมอ่อนแอ ไม่พัฒนา และพังทลายในที่สุด ไม่ทำลายตัวเองก็ถูกข้าศึกยึดครอง การสร้างสำนึกรักชาติจึงสำคัญ

            หากไร้ชาติไทย ไม่อยากอยู่ร่วมกันเป็นประเทศ คนไทย 70 ล้านคนจะต้องกระจัดกระจาย บางคนไปสังกัดเมียนมา คนภาคตะวันตกเฉียงเหนือคงเข้าสังกัดสปป.ลาว บางจังหวัดอาจเข้าร่วมกับกัมพูชา ส่วนภาคใต้ตอนล่างคงกลายเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย มหาอำนาจเข้าควบคุมปกครอง เป็นรัฐล้มเหลวหรือไม่มีรัฐ (ประเทศ)

            ความรักชาติเข้าใจไม่ยาก ถ้าคนในครอบครัวไม่รักกัน พ่อแม่จะไม่ทำหน้าที่เลี้ยงดูลูกให้ดี พี่น้องทะเลาะกันแทนที่จะช่วยเหลือกัน สุดท้ายต่างคนต่างอยู่ สู้ครอบครัวที่อยู่ร่วมกันดูแลกันและกันไม่ได้

            ความคิดชาตินิยมทำให้ยินดีเสียสละเพื่อประเทศ ดีกว่าคนสิ้นชาติ ไม่เหลือประเทศกับคนรักให้ปกป้อง ประวัติศาสตร์โลกเต็มด้วยอารยธรรมโบราณ อาณาจักรที่เหลือแค่ประวัติศาสตร์ให้ชนรุ่นหลังศึกษาว่าทำไมจึงล่มสลาย ถูกยึดครองทำลาย

ชาตินิยมเป็นหลักสากล:

            ความรักชาติหรือชาตินิยมไม่ใช่ของแปลกหรือล้าสมัย ทุกประเทศล้วนส่งเสริมให้คนรักชาติ มหาอำนาจสหรัฐยึดหลักชาตินิยมเรื่อยมา

            สุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2017 (ทรัมป์สมัยแรก) ความตอนหนึ่งกล่าวว่า อนาคตของอเมริกาและของโลกขึ้นกับการตัดสินใจร่วมของคนทั้งชาติ เราจะเผชิญหน้าความท้าทาย เผชิญหน้าความยากลำบาก แต่เราจะสำเร็จ ...เราเป็นคนชาติเดียวกัน ความเจ็บปวดของพวกเขาคือความเจ็บปวดของพวกเรา ความฝันของพวกเขาคือความฝันของพวกเรา และความสำเร็จของพวกเขาเป็นความสำเร็จของพวกเรา เรามีหัวใจเดียวกัน มีบ้านเดียวกัน และอนาคตอันยิ่งใหญ่ร่วมกัน

            วิเคราะห์: ชาติที่ประธานาธิบดีทรัมป์เอ่ยถึง คือการอยู่ร่วมกันด้วยความผูกพัน ไม่ใช่ต่างคนต่างอยู่ คนอาจแตกต่างกัน ความคิดเห็นหลากหลาย แต่ไม่แตกแยก เสรีประชาธิปไตยส่งเสริมความคิดเห็นส่วนตัว บ่อยครั้งคิดต่างกัน แต่ปรารถนาอยู่ร่วมกันต่อไป ด้วยความหวังดีต่อกัน ตระหนักว่าต้องร่วมกันสร้างอนาคตจึงจะมีอนาคตที่ดี ดังที่ทรัมป์กล่าวว่าอนาคตของชาติต้องตัดสินใจร่วมกัน เผชิญหน้าด้วยกัน อยู่ในบ้าน “อเมริกา” หลังใหญ่เดียวกัน

            ผลประโยชน์ของชาติมีความสำคัญยิ่งกว่าผลประโยชน์ของส่วนบุคคล เรียกร้องให้เสียสละผลประโยชน์ตนเองเพื่อชาติ การเสียภาษี เคารพกฎหมาย คือพื้นฐานของการเสียสละ ไม่คิดทำตามใจตัวเองฝ่ายเดียว

อย่างไรเรียกว่าคลั่งชาติ:

            คลั่งชาติ (Ultranationalism/Chauvinism) คือชาตินิยมที่นำประเทศสู่ความก้าวร้าว นิยมความรุนแรง ดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น เป็นอันตรายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสันติภาพโลก

            คลั่งชาติมีลักษณะดังนี้

          ประการแรก คิดว่าชนชาติตนเหนือกว่าอย่างรุนแรง

            เป็นธรรมดาที่ทุกประเทศมีอารยธรรมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ มีประวัติศาสตร์อันรุ่งเรือง เชิดชูชาติของตน พวกคลั่งชาติมีความเชื่อฝังหัวว่าชาติของตนเหนือกว่าชาติอื่นๆ ทั้งหมด และเหนือกว่าทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรม เชื้อชาติ หรือความสามารถ

            ฮิตเลอร์เชื่อว่าคนเยอรมันคือเชื้อสายดีที่สุดของโลก อ้างว่าเป็นชนเชื้อสายอารยัน (Aryan) ที่แท้จริง จึงต้องปกป้องชนเชื้อสายตนและกำจัดชนเชื้อสายอื่น เช่น คนผิวดำ คนเอเชีย พวกยิว และคนกลุ่มอื่นๆ ที่สังคมไม่ต้องการ เช่น พวกเกย์ การที่นาซีฆ่ายิวเพราะต้องการทำลายเชื้อชาติยิว ที่อยู่ในประเทศเยอรมันในสมัยนั้น

          ประการที่ 2 มองผู้อื่นเป็นปรปักษ์

            เป็นปกติที่ประเทศมักมีข้อขัดแย้งกับประเทศรอบข้าง แต่จะพยายามอยู่ร่วมกันไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย แต่พวกคลั่งชาติมักแสดงความเป็นปฏิปักษ์ หวาดระแวง ดูหมิ่นคนชาติอื่นหรือกลุ่มชาติพันธุ์อื่น มองประเทศเพื่อนบ้านเป็นภัยคุกคามร้ายแรงทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

            สาเหตุหนึ่งที่ฮิตเลอร์ทำสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เพื่อทำลายประเทศที่คิดว่าเป็นภัยต่อตนเอง คิดว่าพวกสลาฟ (Slavs) เป็นภัย เป็นอีกเหตุผลให้ฮิตเลอร์บุกโซเวียตรัสเซีย

          ประการที่ 3 ชอบใช้กำลัง

            ด้วยความคิดว่าถ้าไม่เป็นมิตรก็ต้องเป็นศัตรู ศัตรูเป็นภัยคุกคามร้ายแรงจึงต้องทำลาย พวกคลั่งชาติสนับสนุนทำสงครามในเชิงรุกราน แผ่ขยายอาณาจักร ประวัติศาสตร์ผู้ปกครองที่ชอบรุกรานจะปลุกเร้ากระแสชาตินิยมสุดโต่ง (radical nationalism) หรือคลั่งชาตินั่นเอง

            รัฐบาลที่ยึดแนวทางคลั่งชาติ สังเกตได้จากมีกองทัพใหญ่โต เห็นว่าการทำสงครามเป็นเรื่องดี มีประวัติทำสงครามบ่อยครั้ง นโยบายต่างประเทศก้าวร้าว ชอบข่มขู่คุกคาม ชอบทำสงครามเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ โดยไม่คำนึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น หวังสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ เป็นจักรวรรดินิยม

          ประการที่ 4 การกดขี่ภายในประเทศ

            พวกคลั่งชาติไม่เคารพสิทธิมนุษยชน ชอบกดขี่ชนกลุ่มน้อย ไม่เคารพความเห็นต่าง มองผู้เห็นต่างเป็นศัตรู

          ประการที่ 5 ไร้เหตุผล

            พวกคลั่งชาติจะยึดว่าตัวเองถูกต้องเสมอ คนอื่นผิดหมด (ไม่ยอมรับความเห็นต่าง ไม่ยอมรับเสรีภาพทางความคิด) ชอบอ้างเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ไม่ยึดถือหลักการจริง (พวกนี้เลือกใช้หลักการที่เข้ากับเหตุผลเฉพาะเรื่องเฉพาะประเด็น มักเปลี่ยนหลักการไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นพวกไม่มีหลักการจริง) จะยืนกระต่ายขาเดียวว่าตัวเองถูก แม้มีเหตุผลคัดค้านหรือหลักฐานขัดแย้ง

            จะเห็นว่า ชาตินิยมหรือความรักชาติอยู่คู่กับการดำรงอยู่ของประเทศ ส่วนพวกคลั่งชาติมักมองคนอื่นเป็นศัตรู ชอบรุกราน ชอบยึดครองแผ่นดินหรือครอบงำผู้อื่น 2 แบบแตกต่างชัดเจน

ชาตินิยมขยายอำนาจ:

            ในทางวิชาการแบ่งชาตินิยมหลายรูปแบบ ชาตินิยมขยายอำนาจ (Expansionist Nationalism) คือรูปแบบหนึ่ง เน้นการขยายอำนาจด้วยการยึดดินแดน ยึดประชากรประเทศอื่นมาเป็นของตน เพื่อสร้างเกียรติภูมิและขยายความยิ่งใหญ่ของประเทศ

            เบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini) ผู้นำอิตาลีเป็นตัวอย่างผู้ยึดแนวทางนี้ เห็นว่าการทำสงครามเป็นเรื่องดี ทำให้ชาติกระชุ่มกระชวย เข้าร่วมกับฮิตเลอร์ในสงครามโลกครั้งที่ 2

            จะเห็นว่า ชาตินิยมขยายอำนาจคือแนวทางของพวกคลั่งชาติ ส่วนการปกป้องอธิปไตยเป็นเรื่องของคนรักชาติ ปรารถนาดีต่อบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ใช่พวกยุยงบ่อนทำลาย รักชาติกับคลั่งชาติแยกออกได้ชัดเจน

15 มิถุนายน 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10438 วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2568)

----------------


(YouTube: ปกป้องแผ่นดินคือรักชาติ)

บรรณานุกรม :

1. สมเกียรติ วันทะนะ. (2551) อุดมการณ์ทางการเมืองร่วมสมัย. กรุงเทพฯ: อักษรข้าวสวย.

2. FULL TEXT: President Donald Trump's Inauguration Speech. (2017, January 20). ABC News. Retrieved from http://abcnews.go.com/Politics/full-text-president-donald-trumps-inauguration-speech/story?id=44915821

3. Hoffman, John., Graham, Paul. (2015). Introduction to Political Theory (3rd Ed.). Oxon: Routledge.

4. Panayi, Panikos. (2001). Immigration. In Encyclopedia of European Social History. (vol.2, pp. 538-544). New York: Charles Scribner’s Sons.

5. Ripley, Tracy L. (2014). Fascism. In Government and the Economy: An Encyclopedia. (pp.99-101). USA: ABC-CLIO, LLC.

โครงการนิวเคลียร์อิหร่านกับสหรัฐ 2025 (3)

ในมุมอิสราเอล เป้าหมายสุดท้ายต้องล้มระบอบอิหร่านให้จงได้ ถ้าอยากจะเข้าใจการเจรจา ต้องเข้าใจเป้าหมายของกันและกัน

            แต่แรกเริ่มทรัมป์ 2.0 ตั้งเงื่อนไขว่าห้ามอิหร่านเสริมสมรถนะนิวเคลียร์ (zero enrichment) เช่น เสริมสมรถนะแร่ยูเรเนียมอันอาจนำสู่การสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ประกาศพร้อมใช้กำลังทหารกับอิหร่านหากการเจรจาล้มเหลว

            ต่อมาสหรัฐเปลี่ยนเงื่อนไขยอมให้เสริมสมรถนะนิวเคลียร์เพียงเล็กน้อย ซึ่งทางอิหร่านปฏิเสธ เนื่องจากการเสริมสมรถนะของตนกระทำภายใต้กรอบ IAEA ที่นานาชาติสามารถทำและเก็บใช้เพื่อประโยชน์ทางสันติ แต่เงื่อนไขของรัฐบาลสหรัฐเกินว่ามาตรฐานสหประชาชาติ หากยอมรับเงื่อนไขเท่ากับอิหร่านต้องขออนุญาตจากรัฐบาลสหรัฐ เท่ากับสูญเสียอธิปไตย

            เมษายน 2025 อิหร่านยื่นเงื่อนไขยอมให้เจ้าหน้าที่สหรัฐเข้าตรวจโครงการนิวเคลียร์ แลกกับยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร (เดิมเจ้าหน้าที่ IAEA เท่านั้นเป็นผู้ตรวจ)

            แต่รัฐบาลทรัมป์ไม่ยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว น่าสงสัยว่าทำไมไม่ยอมรับ

            ความจริงแล้วสหประชาชาติมีกลไก IAEA กำกับให้นานาชาติมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ เพียงแค่ดำเนินตามข้อตกลงแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ (Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA) ที่ลงนามเมื่อปี 2015 นานาชาติก็มั่นใจได้ว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ลบข้อกังวลของสหรัฐกับอิสราเอล แปลกแต่จริงที่รัฐบาลทรัมป์กับอิสราเอลไม่ยอมรับการทำงานของ IAEA ไม่ยอมรับข้อตกลงนี้ที่ลงนามแล้วในสมัยโอบามา ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด สุ่มเสี่ยงทำสงคราม

            รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการทำสงครามกับอิหร่านใช่หรือไม่

การเจรจาที่นำสู่วิกฤต:

            สหรัฐประกาศจุดยืนว่าหากการเจรจาล้มเหลว อิหร่านจะต้องโดนถล่มยับ เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นวิธีการพูด การเจรจาของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทุกคนคุ้นเคย ขณะเดียวกันอาจลงเอยด้วยความรุนแรงก็เป็นไปได้

            ในสงครามฮามาส-อิสราเอลมีการปะทะโดยตรงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล ต่างยิงอาวุธใส่แผ่นดินของอีกฝ่าย แม้ปะทะเพียงหอมปากหอมคอ ระวังไม่ให้สงครามบานปลาย แต่ได้เปิดหน้าประวัติศาสตร์ปะทะโดยตรง นักวิเคราะห์เฝ้าระวังและตั้งคำถามว่าในที่สุดจะกลายเป็นสงครามใหญ่ กระทั่งเป็นสงครามล้างโลกดังที่นักวิชาการเอ่ยถึงหรือไม่

            ทรัมป์ 2.0 ที่แสดงท่าทีแข็งกร้าว รัฐบาลเนทันยาฮูพูดเสมอว่าอยากโจมตีอิหร่าน เป็นตัวพาสถานการณ์เข้าสู่วิกฤต 2025 และน่าจะเป็นเช่นนี้อีกนาน ตราบเท่าที่อิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขสหรัฐ

ทรัมป์เคยคิดใช้กำลังทหารกับอิหร่าน:

            ทรัมป์ 2.0 ขอเปิดเจรจารอบใหม่พร้อมกับขู่ว่าความตึงเครียดอาจนำสู่สงคราม เป็นหัวข้อที่ต้องวิเคราะห์และน่าติดตามมากที่สุด

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ารัฐบาลประชาธิปไตยทรัมป์ 2.0 มาพร้อมกับการข่มขู่สารพัดถึงขั้นขู่ใช้กำลังทหาร

            ประกาศยึดคลองปานามาเป็นของสหรัฐ จนบริษัท CK Hutchison Holding ของจีนประกาศขายหุ้นท่าเรือของตนในปานามาแก่บริษัทสัญชาติอเมริกัน ข่มขู่จะขึ้นภาษีสินค้าเดนมาร์กอย่างหนักหากไม่ยอมขายกรีนแลนด์ให้ตน และอาจใช้มาตรการทางทหารถ้าจำเป็น ย้ำประเทศแคนาดาต้องสิ้นชาติเพื่อความรุ่งโรจน์แห่งยุคทองอเมริกา

            ย้อนหลังพฤษภาคม 2019 ทรัมป์ 1.0 เคยสั่งเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เครื่องรบ B-52, F-35, F-15 เตรียมพร้อมระบบต่อต้านขีปนาวุธ และกำลังพลจำนวนหนึ่งเข้าใกล้อ่าวเปอร์เซียเพื่อโจมตีอิหร่าน

            ในตอนนั้นประเทศโอมานส่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศไปหารือกับอิหร่านทันที รายงานผลผ่านสื่อสั้นๆ ว่ามีโอกาสเกิดสงครามกระทบทั้งโลก ทั้งอเมริกากับอิหร่านต่างรับรู้อันตรายของสงคราม

            รัฐบาลทรัมป์ตีตราว่าอิหร่านคือภัยคุกคามสำคัญที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นรัฐอุปถัมภ์ก่อการร้าย ส่งเสริมกลุ่มก่อการร้ายอย่างฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส และกองกำลังมุสลิมชีอะห์จากหลายประเทศทั่วโลก พยายามพัฒนาขีปนาวุธ (ballistic missile) คิดสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนบ้าน ละเมิดสิทธิมนุษยชน ฯลฯ

            แต่ในที่สุดทรัมป์สั่งระงับการโจมตี อ้างว่ากลัวประชาชนบาดเจ็บล้มตาย

            จะเห็นว่าการเจรจารอบปี 2025 อาจไม่หวังสงบสันติ แต่เป็นวิธีการนำสู่สงคราม เป็นวิธีรุกรานประเทศอื่น

อิหร่านไม่มีเส้นต้องห้าม:

            ที่ผ่านมาอิหร่านพยายามเลี่ยงสงคราม ตุลาคม 2024 ท่ามกลางสงครามฮิซบอลเลาะห์-อิสราเอลทวีความเข้มข้น หลายคนคิดว่าอิสราเอลอาจโจมตีอิหร่านในไม่ช้า Abbas Araghchi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า อิหร่านไม่มีเส้นต้องห้าม (no red lines) ในการปกป้องประชาชนกับผลประโยชน์ของเรา รัฐบาลอิร่าน “พยายามสุดกำลัง ...ป้องกันไม่ให้เกิดสงครามใหญ่” ที่ผ่านมายิงตอบโต้อิสราเอลแบบจำกัดขอบเขต ระวังไม่ให้สถานการณ์บานปลาย “เราเตรียมตัวรับมือสงคราม แต่ไม่ต้องการสงคราม เราต้องการสันติภาพ”

            วิเคราะห์: คำพูดของรัฐมนตรี Araghchi ฟังดูย้อนแย้ง เพราะผู้นำสูงสุดย้ำเสมอว่าอิหร่านไม่สามารถอยู่ร่วมโลกกับอิสราเอล ต้องถูกลบออกจากแผนที่โลก ขอยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ชาวปาเลสไตน์ สนับสนุนให้ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์สู้กับอิสราเอลจนกว่าปลดปล่อยปาเลสไตน์ กรุงเยรูซาเล็ม มัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque) แต่เมื่อบรรยากาศเข้มข้นกับพูดว่า “ไม่ต้องการสงคราม เราต้องการสันติภาพ” ลึกๆ แล้วอิหร่านพร้อมรบใช่หรือไม่

            มีนาคม 2025 ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด Abbas Araghchi รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิหร่านพร้อมรบทุกรูปแบบ ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครกล้ารบด้วย ประเทศใดที่คิดสู้กับอิหร่านจะคิดทบทวนอีกครั้งถึงการตอบโต้ ทั้งจากกองทัพจนถึงประชาชนอิหร่าน

            นับจากสงครามฮามาส-อิสราเอล กองทัพอิหร่านอยู่ในการเตรียมพร้อมตลอดเวลา ตระหนักว่าอิหร่านอาจได้รับผลพวงจากสงครามดังกล่าว และเป็นจริงตามนั้น นับจากวันนั้นจนวันนี้กองทัพอิหร่านตั้งมั่นเตรียมตัวรับมือเสมอ แน่นอนว่าอาวุธข้าศึกคงยิงมาจากสหรัฐกับอิสราเอล

ศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้:

            ความบาดหมางระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลเป็นเรื่องที่นานาชาติรับรู้กันทั่วไป เป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากมุมมองศาสนา

            การทำลายล้างอิสราเอล ลบประเทศนี้ออกจากแผนที่โลกเป็นคำพูดที่ออกจากอิหร่านเป็นระยะ เช่น สมัยมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ประธานาธิบดีอิหร่านเคยกล่าวว่า “ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ระบอบไซออนิสต์จะต้องถูกทำลายราบในที่สุด”

            ด้านนายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าการรุกรานของฮามาสเมื่อตุลาคม 2023 ทำให้สถานการณ์ร้อนแรงขึ้นทันที วันต่อมาฮิซบอลเลาะห์ฉวยโอกาสโจมตีจากเลบานอน ถึงวันนี้พวกเขายิงจรวดนานาชนิดใส่เรา พ่วงด้วยพวกฮูตีในเยเมน กองกำลังชีอะห์ในซีเรียกับอิรักดังที่ทุกคนรับรู้

            การโจมตีเหล่านี้อิหร่านเป็นผู้หนุนหลัง นโยบายของอิหร่านทำร้ายตะวันออกกลาง จำต้องหยุดอิหร่านให้จงได้และต้องหยุดเดี๋ยวนี้ นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า “ถ้าอิหร่านมีเสรี (เป็นประชาธิปไตย) ทุกสิ่งทุกอย่างจะเปลี่ยนไป และคาดว่าน่าจะเป็นเช่นนี้ในไม่ช้า” เมื่อนั้น “ชาวยิวกับเปอร์เซีย อิสราเอลกับอิหร่านจะอยู่ด้วยกันอย่างสงบ”

            แต่ไหนแต่ไรนายกฯ เนทันยาฮูยึดจุดยืนนี้ ย้ำว่าอิสราเอลไม่มีปัญหาอะไรกับชาวอิหร่านแต่ระบอบอิหร่านจะต้องล้มในที่สุด และเมื่อนั้นทั้งคนอิสราเอลกับชาวอิหร่านจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

            ในสายตาอิสราเอล อิหร่านเป็นปรปักษ์หลัก ต้นเหตุความขัดแย้ง เป้าหมายสุดท้ายต้องล้มระบอบอิหร่านให้จงได้

            ถ้าอยากจะเข้าใจการเจรจา ต้องเข้าใจเป้าหมายของกันและกันก่อน

8 มิถุนายน 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10431 วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2568)

------------------

บรรณานุกรม :

1. Hitchcock, Mark. (2006) Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat. CO: Multnomah Books.

2. Iran Ready to Make Nuclear Program More Transparent in Exchange for Lifting Sanctions. (2025, April 22). Sputnik globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20250422/iran-ready-to-make-nuclear-program-more-transparent-in-exchange-for-lifting-sanctions-1121908941.html

3. Iran’s Supreme Leader Rejects U.S. Nuclear Deal Offer. (2025, June 4). WSJ. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/513894/Leader-Iran-s-nuclear-enrichment-is-none-of-America-s-business

4. No one can even think of attack on Iran, FM asserts. (2025, March 24). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/511179/No-one-can-even-think-of-attack-on-Iran-FM-asserts

5. ‘No red lines’ in conflict with Israel, Iran foreign minister says. (2024, October 13). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/israel-iran-foreign-minister-abbas-araghchi-defense-war/

6. Oman trying to reduce US-Iran tensions: foreign ministry tweet. (2019, May 24). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1501476/middle-east

-----------------

America First ในอีกมุมมอง (2)

แต่แล้วการเป็นสมาชิกนาโต พันธมิตรใกล้ชิดกลับไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เมื่อสหรัฐต้องการครอบครองกรีนแลนด์ หวังให้แคนาดาสิ้นชาติ

            คอลัมนิสต์จีนวิพากษ์ “ลัทธิคุ้มครองทางการค้า" (trade protectionism) ของทรัมป์ 2.0 บทความนี้เป็นตอนที่ 2 พร้อมการวิเคราะห์ ดังนี้

โลกต้องร่วมมือไม่แบ่งแยกสร้างขั้ว:

            มนุษย์มีสิทธิ์มีชีวิตที่ดี เจริญก้าวหน้า เลือกเส้นทางชีวิต ประเทศชาติก็เช่นกัน ทุกชาติไตร่ตรองเลือกเส้นของตนโดยไม่จำต้องเหมือนคนอื่น ยึดค่านิยมของตน

            รัฐบาลสหรัฐเปิดฉากมาตรการกำแพงภาษี โดยมีวาระซ่อนเร้น เป้าหมายสุดท้ายคือเพื่อความเป็นเจ้า ครอบงำประเทศอื่นๆ ไม่สนใจว่าสร้างความเสียหายแก่ประเทศอื่นอย่างไร

            ในงานประชุมสมัชชาสหประชาชาติประจำปี 2022 นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติแสดงสุนทรพจน์ ชี้ว่า “โลกกำลังเจอปัญหาใหญ่ นับวันยิ่งแบ่งแยก ความไม่เท่าเทียมขยายกว้าง ความท้าทายแผ่ขยายออกไป” เราต้องไม่อยู่กับภาพลวงตา ค่าครองชีพกำลังเข้าสู่วิกฤต (cost-of-living crisis) ความไว้เนื้อเชื่อใจป่นปี้ ความไม่เท่าเทียมแผ่กว้าง ประชาชนทุกข์ยาก กฎบัตรสหประชาชาติตกอยู่ในอันตราย หน้าที่ของเราคือต้องลงมือแก้ แต่ประชาคมโลกยังไม่พร้อม ไม่ยินดีจัดการปัญหาใหญ่

            ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเงินโลกที่สร้างโดยประเทศร่ำรวย เป็นผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากระบบการเงินโลก ต้นเหตุความไม่เท่าเทียม นับวันประเทศพัฒนากับกำลังพัฒนาแตกต่างมากขึ้น ไม่ไว้วางใจต่อกัน ไม่อยากร่วมมือกัน ถ้าต้องการพูดถึงความเท่าเทียมและเป็นธรรม เลขาธิการสหประชาชาติสรุปว่า นานาชาติต้องร่วมมือไม่แบ่งแยกสร้างขั้ว แนวทางนี้จะช่วย “ทั้งโลก”

ยุทธศาสตร์ให้เลือกข้าง:

            ถ้ายึดแนวคิดสงครามเย็นใหม่ ทรัมป์ 2.0 กำลังให้นานาชาติเลือกข้าง โดยใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องกดดัน เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลกใหม่

            ยุทธศาสตร์ให้เลือกข้างเป็นแนวทางที่รัฐบาลสหรัฐใช้เรื่อยมา สมัยสงครามเย็นให้แต่ละประเทศเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายเสรีประชาธิปไตยหรือสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ตีตราว่าฝ่ายหลังชั่วร้าย ต้องกำจัดให้สิ้น

            หลังสิ้นสงครามเย็นรัฐบาลสหรัฐยังใช้ยุทธศาสตร์ให้เลือกข้าง

            ยกตัวอย่าง เหตุก่อการร้ายเวิรด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อ 11 กันยา 2001 (เหตุ 9/11) เป็นจุดเริ่มภัยคุกคามใหม่ สื่อตะวันตกโหมข่าวสร้างกระแส รัฐบาลบุชใช้โอกาสดังกล่าวขยายอิทธิพลทั่วโลก ประกาศว่าประเทศที่ไม่ร่วมมือกับสหรัฐต่อต้านผู้ก่อการร้าย ถือว่าประเทศนั้นเป็นศัตรู ผลของการเลือกข้างในแง่มุมหนึ่งคือการสกัดกั้นรัสเซียกับจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา

            รัฐบาลไบเดนพยายามกระชับอำนาจสหรัฐในเวทีโลกด้วยประเด็นประชาธิปไตย ชี้ว่าระบอบจีนไม่ใช่ประชาธิปไตย เป็นศัตรูประชาธิปไตย ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายต้องร่วมกันต้านจีน กลับสู่แนวคิดแบ่งขั้วด้วยอุดมการณ์การเมือง

เลือกข้างแล้วจะปลอดภัย?:

            นาโตเกิดจากนโยบายต้านสหภาพโซเวียต ในสมัยนั้นกองทัพโซเวียตเข้ายึดหลายประเทศในยุโรปตะวันออก ใช้แนวทางเศรษฐกิจการเมืองแบบสังคมนิยม ชาติยุโรปตะวันตกอ่อนแอ การตั้งกลุ่มพันธมิตรทางทหารโดยมีสหรัฐร่วมอยู่ด้วยจึงเป็นประโยชน์

            ทุกวันนี้ก็เป็นเช่นนั้น นาโตพยายามรับสมาชิกเพิ่ม เท่ากับลดอิทธิพลรัสเซีย ดังนั้นความขัดแย้งตั้งแต่สมัยสงครามเย็นยังคงอยู่ รัสเซียพยายามหาช่องลดความตึงเครียด เพิ่มความร่วมมือ ซึ่งเท่ากับลดความเป็นเอกภาพนาโต ขวางผลประโยชน์สหรัฐ ทางฝ่ายสหรัฐจึงชี้ว่ารัสเซียต้องการบ่อนทำลายฝ่ายประชาธิปไตย เป็นระบบคิดที่วนไปวนมาอย่างนี้ ต่างชี้อีกฝ่ายว่าเป็นปรปักษ์

            สงครามยูเครนเป็นผลจากยุทธศาสตร์นาโตบ่อนทำลายรัสเซียโดยตรง ชาติสมาชิกนาโตให้ความร่วมมือ แต่แล้วการเป็นสมาชิกนาโต พันธมิตรใกล้ชิดกลับไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เมื่อสหรัฐต้องการครอบครองกรีนแลนด์ หวังให้แคนาดาสิ้นชาติ

            มีนาคม 2025 Melanie Joly รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศแคนาดากล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นพันธมิตรใกล้ชิด ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว”

            รัฐบาลสหรัฐครั้งหนึ่งมีบทบาทสำคัญปกป้องนาโต บัดนี้กลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงของสมาชิกนาโตเสียเอง ประกาศต้องการยึดครองกรีนแลนด์ของเดนมาร์ก แคนาดาต้องสิ้นชาติ ตามแนวทางจักรวรรดินิยม

            รัฐบาลแคนาดาประกาศว่าตนกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรมมากที่สุด นั่นคือการปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ต่อต้านปรปักษ์ผู้รุกราน

โลกหวังอยู่ดีมีสุขไม่ใช่เศรษฐกิจถดถอย:

            รัฐบาลทรัมป์ 2.0 ขึ้นภาษีศุลกากรหลายสิบประเทศทั่วโลกตามใจชอบ ละเมิดกติกาการค้าเสรีขององค์การค้าโลก ไม่สนใจคำทักท้วงของนานาชาติ เป็นหลักฐานชี้ชัดว่ารัฐบาลสหรัฐละทิ้งการค้าเสรีแล้ว กระทบชีวิตหลายพันล้านคนทั่วโลก ดังที่หลายสถาบันฟันธงแล้วว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว คนตกงาน อดอยากยากไร้มากขึ้น ที่เห็นตอนนี้คือระบบเศรษฐกิจปั่นป่วนวุ่นวาย ธุรกิจการค้าไม่แน่นอน ซ้ำเติมสภาพปัญหาที่มีอยู่แล้วให้ปวดหัวกว่าเดิม หากสงครามเศรษฐกิจยืดเยื้อจะยิ่งเสียหาย

            สหรัฐได้รับผลเสียเช่นกัน นักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่าการเก็บภาษีช่วยลดขาดดุลการค้า แต่สินค้าแพงทำให้การจับจ่ายซื้อของลดลง ส่งผลเป็นลูกโซ่ แต่ทรัมป์ 2.0 ไม่ยอมรับคำเตือน ชี้ว่ามาถูกทางแล้ว

            เมษายน 2025 เมื่อสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าจีน 104% กระทรวงการต่างประเทศจีนประกาศว่าจะไม่ยอมให้ใครละเมิดหนทางพัฒนาประเทศของจีน จะไม่อดทนต่อการละเมิดอธิปไตย ความมั่นคงและผลประโยชน์ จะตอบโต้เพื่อปกป้องสิทธิกับผลประโยชน์อันชอบธรรม ย้ำว่าไม่มีใครชนะในสงครามภาษี

            กองทุนการเงินระหว่างประเทศกับนักเศรษฐศาสตร์หลายสำนัก ประเมินความเสียหายอย่างละเอียดทั้งระดับโลกและแต่ละประเทศ เตือนเศรษฐกิจอาจถดถอย

            ตรงข้ามกับการกีดกันคือส่งเสริมการค้าการพัฒนา

            ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวว่า “ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) ไม่ใช่แผนลับอะไรของจีนตาม แต่มุ่งผลประโยชน์แก่ทุกประเทศและประชาชน ด้วยการปรึกษาหารือและร่วมมือกัน บนฐานคิดแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม

            จีนเป็นฝ่ายได้ดุลจากการค้าระหว่างประเทศ มีเงินสะสมมากมาย BRI คือการนำเงินกำไรที่ได้ไปลงทุนอีกครั้งเพื่อสร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง ในรูปการกู้ยืมระหว่างประเทศเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เชื่อมต่อทั้งเอเชีย ยุโรป แอฟริกา และอเมริกาใต้

            อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลของ BRI ทำให้อิทธิพลจีนขยายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่อาจปฏิเสธเช่นกันว่าล่าสุด 150 ประเทศเข้าร่วม สร้างกว่า 1,100 โครงการ

            ไม่เพียงจีนลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนต่างชาติยังเห็นจีนน่าลงทุนมาก ปี 2024 บริษัทต่างชาติเกือบ 60,000 แห่งทำธุรกิจในจีน สูงกว่าปีก่อน 9.9%
            ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐพยายามปิดล้อม จีนดำเนินนโยบายเปิดกว้าง ติดต่อเชื่อมโยงกับประเทศต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรม จีนที่มีรัฐบาลคอมมิวนิสต์ยึดการค้าเสรีร่วมกับนานาชาติ ส่วนรัฐบาลสหรัฐหันหลังให้ทุนนิยมเสรีมากขึ้นทุกที

จีนที่ก้าวขึ้นมา:

            เมื่อชาติใดๆ มั่งคั่งมั่นคงย่อมมีสิทธิถูกมองว่าคุกคามอีกประเทศหนึ่ง บั่นทอนผลประโยชน์ ในแวดวงวิชาการมีความเห็นหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่เห็นว่าจีนจะก้าวขึ้นมาเทียบเคียงสหรัฐ กับอีกพวกที่เห็นว่าจีนยากจะขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ

            Robert R. Bianchi จาก University of Chicago คิดว่า “เส้นทางสายไหมใหม่เป็นหัวหอกนโยบายสร้างความเป็นมหาอำนาจของจีน” จีนเจาะเข้าประเทศต่างๆ เข้าไปมีอิทธิพลต่อสังคมวัฒนธรรมประเทศเหล่านี้ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การบงการของชนชั้นปกครองจีน

            การวิเคราะห์ชี้ว่าสงครามการค้ารอบนี้สืบเนื่องจากทรัมป์สมัยแรก จีนยังเป็นเป้าหมายหลัก จีนที่ก้าวขึ้นมาคุกคามสหรัฐ ฝ่ายสหรัฐจึงพยายามจัดการ การแข่งขันช่วงชิงดำเนินต่อไป

1 มิถุนายน 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10424 วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2568)

----------------

บรรณานุกรม :

1. China urges U.S. to cancel "reciprocal tariffs": commerce ministry. (2025, April 13). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20250413/e9eb274039da4b2ab53798816cdafdc9/c.html

2.Ellis, James O. (2011). The Impact of 9/11 on U.S. Foreign Policy. In The 9/11 encyclopedia. (2nd Ed. pp.1-4). USA: ABC-CLIO, LLC.

3. Facing Trump’s threats, Canada shifts defense links away from US. (2025, March 21). Defense News. Retrieved from https://www.defensenews.com/global/the-americas/2025/03/20/facing-trumps-threats-canada-shifts-defense-links-away-from-us/

4. New Silk Road spearhead of China’s campaign to become great power on world stage: Bianchi. (2018, June 12). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/news/424363/New-Silk-Road-spearhead-of-China-s-campaign-to-become-great-power

5. U.S. tariffs: The world needs prosperity, not recession. (2025, April 30). Xinhua. Retrieved from https://en.people.cn/n3/2025/0430/c98649-20309850.html

6. What is NATO and why was it created? (2023, June 13). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/what-is-nato-and-why-was-it-created/a-60688639

7. Xi says Belt and Road Initiative not an intrigue of China. (2018, April 12). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-04/11/c_137103588.htm

-----------------