กองทัพรัสเซียไม่อ่อนแออย่างที่คิด
สงครามยูเครนแสดงขีดความสามารถของกองทัพรัสเซียให้ชาวโลกรับรู้ โดยเฉพาะพวกนาโตว่ากองทัพรัสเซียไม่อ่อนแออย่างที่คิด
เป็นธรรมดาที่ในยามศึกสงครามต่างฝ่ายต่างโฆษณาชวนเชื่อว่าตนเป็นฝ่ายชนะและยากจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในช่วงต้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไปผลของสงครามเด่นชัดขึ้น ยากจะปกปิดความจริงได้หมด
สงครามยูเครนเป็นไปตามหลักการนี้
หลังสงครามยูเครนครบ
2 ปี ขีดความสามารถของกองทัพรัสเซียเป็นที่ชัดเจน เมื่อไม่กี่วันก่อนพลเรือเอก
Rob Bauer ผู้บัญชาการนาโตยอมรับว่าชาติตะวันตก
“มองแง่บวกเกินไป” คิดว่าแค่ให้กระสุนกับฝึกทหารยูเครนก็จะรบชนะรัสเซีย
ตอนนี้น้อยคนที่คิดว่ากองทัพยูเครนสามารถชนะรัสเซีย
กองทัพรัสเซียไม่อ่อนแออย่างที่คิด:
ตั้งแต่เริ่มสงครามมีข้อมูลออกมาเป็นระยะจากสื่อตะวันตกบ่งชี้ว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ
ข้อนี้อาจเป็นอีกปัจจัยที่เซเลนสกีเชื่อตามนั้นจึงกล้าทำสงครามกับรัสเซีย
ธันวาคม 2022 เจ้าหน้าที่รัฐบาลไบเดนกล่าวต่อรัฐสภาว่ายูเครนมีขีดความสามารถยึดไครเมียคืน
และน่าจะสำเร็จก่อนสิงหาคม 2023 François Hollande
ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเชื่อว่ายูเครนจะชนะเช่นกัน
กองทัพรัสเซียที่ล่าถอยบางครั้งเป็นหลักฐานยืนยัน
รายงาน Freedom in the World
2023 จาก Freedom House ความตอนหนึ่งระบุว่าผลจากการที่รัฐบาลปูตินเต็มด้วยการคอร์รัปชันกองทัพจึงอ่อนแอ
แม้สองทศวรรษที่ผ่านมาใช้งบประมาณหลายแสนล้านดอลลาร์พัฒนากองทัพก็ตาม ทหารรัสเซียจึงขาดอาวุธ
ขาดแม้กระทั่งอาหารเวชภัณฑ์ ยังใช้แผนที่กับอาวุธสมัยเป็นสหภาพโซเวียต ปูตินพูดว่ากองทัพรัสเซียทัดเทียมนาโตและเหนือกว่ายูเครนเป็นการโอ้อวดเกินจริง
สิงหาคม 2023 สื่อ The Moscow Times
รายงานว่ารัสเซียนำรถถังเก่าสมัยโซเวียตนับพันคันกลับมาใช้ใหม่ในสงครามยูเครน
ส่วนใหญ่เป็นรถถังเก่าที่ถูกทิ้งร้างไม่ได้ซ่อมบำรุง
เหล่านี้เป็นหลักฐานบางส่วนนำเสนอความอ่อนแอของกองทัพรัสเซีย
ชี้ว่าทหารขาดวินัย อาวุธล้าสมัย รัสเซียใช้รถถังกับกระสุนเก่ายุคโซเวียต ยุทธวิธีการรบล้าสมัย
บัดนี้สงครามยูเครนครบ 2 ปีแล้ว
แม้รัสเซียสูญเสียไม่น้อยแต่สามารถยึดครองดินแดนยูเครนบางส่วน
ตอนสิ้นสงครามเย็นสหภาพโซเวียตแตกเป็นเสี่ยงๆ
ระบบเศรษฐกิจสังคมนิยมล่มสลาย กองทัพปั่นป่วน อาวุธจำนวนมากถูกทิ้งร้าง (มีข่าวถูกนำไปแอบขายด้วย)
บางส่วนไม่สามารถใช้งานได้จริง สมัยปูตินได้ฟื้นฟูกองทัพขึ้นมาใหม่อีกครั้ง สงครามกับยูเครนครั้งนี้ช่วยแสดงขีดความสามารถของกองทัพรัสเซียให้ชาวโลกได้รับรู้โดยเฉพาะพวกนาโต
ทุกวันนี้ยูเครนยังรบได้เพราะอาวุธกระสุน
งบประมาณจากรัฐบาลสหรัฐกับพวกโดยแท้ (การรบจะยุติทันทีถ้าไม่รับการสนับสนุน)
ตลอดเวลาที่ผ่านมาประธานาธิบดีเซเลนสกีร้องขออาวุธกระสุนต่อเนื่อง สิงหาคม 2022
กระทรวงกลาโหมสหรัฐรายงานว่าให้ความช่วยเหลือกองทัพยูเครนมูลค่ารวม
10,000 ล้านดอลลาร์แล้ว ไม่รวมความช่วยเหลือจากอีกหลายประเทศ
รัฐบาลไบเดนยืนยันให้ความช่วยเหลือต่อไป
เมษายน
2023 ชาตินาโตประกาศว่าได้ทำตามสัญญาส่งมอบอาวุธที่รับปากยูเครนถึง
98% แล้ว รวมทั้งรถถังประจัญบาน Leopard ระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยาน
Patriot เฉพาะปี 2022
นาโตส่งมอบรถถังรัสเซียหลายร้อยคันแก่ยูเครน เช่น T-72 กับ M-55Ss
(ปรับปรุงจาก T-55)
มีข่าวว่าชาติสมาชิกนาโตบางประเทศให้จนกระสุนเกือบหมดคลัง
อาวุธบางชนิดเหลือน้อยเต็มที
การที่ยูเครนยังรบได้เพราะรัฐบาลตะวันตกเป็นหลักฐานที่มาของข้อสรุปว่าอนาคตยูเครนไม่อยู่ในมือของคนยูเครนอีกต่อไป
ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะรัฐบาลเซเลนสกีตัดสินใจทำสงครามแทนยอมรับข้อเสนอวางตัวเป็นกลางของรัสเซีย
ตอนนี้ยังรบต่อไปเพราะชาติตะวันตกยังสนับสนุน
การต่อสู้ระหว่างนาโตกับรัสเซีย:
ตั้งแต่เริ่มสงครามนาโตประกาศว่าจะไม่ส่งทหารเข้าร่วมรบโดยตรง
เพราะยูเครนไม่ใช่สมาชิกนาโตที่ต้องเข้าไปปกป้องตามสนธิสัญญา
อีกทั้งเกรงว่าหากรบโดยตรงจะกลายเป็นสงครามใหญ่ อาจถึงขั้นใช้อาวุธนิวเคลียร์ แม้ทหารนาโตไม่ปะทะกับทหารรัสเซียโดยตรงแต่นาโตอียูให้ความช่วยเหลือด้านการทหาร
ด้านเศรษฐกิจและอื่นๆ อาวุธของยูเครนจึงไม่หมด ถูกเติมเข้ามาเป็นระยะๆ
ที่ประชุมทั้งหลายของรัฐบาลสหรัฐกับพวกไม่ว่าจะเป็น
นาโต G7 อียู ต่างยกย่องเซเลนสกี เชิดชูให้เกียรติ ให้อาวุธ
งบประมาณต่อเนื่องล้วนยืนยันว่าสงครามยูเครนจะดำเนินต่อไปจนกว่ารัฐบาลตะวันตกจะเปลี่ยนนโยบาย
ยกตัวอย่าง
พฤษภาคม 2023 G7 ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนยูเครนรบต่อไป
ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า G7 จะไม่ทอดทิ้ง
ดังนั้น
สงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องของยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น
เป็นการขับเคี่ยวระหว่างนาโตกับรัสเซีย พูดให้เข้าใจง่ายคือ สหรัฐ ยุโรปตะวันตกกำลังทำสงครามกับรัสเซีย
เพียงแต่ฝ่ายตะวันตกไม่ส่งกองทัพเข้ารบโดยตรงเท่านั้น
การจะกลับมาญาติดี
มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอีกครั้งจึงเป็นเรื่องยาก
เพราะมหาอำนาจได้ยกระดับความขัดแย้งจากการปิดล้อมมาเป็นการปะทะด้วยกำลังทหารแล้ว แม้การอยู่อย่างสันติจะดีกว่าแต่ความไว้เนื้อเชื่อใจหายไปหมดแล้ว
โอกาสที่จะขัดแย้งรุนแรงมีมากกว่าการอยู่ร่วมอย่างสงบสุข
เว้นแต่ยุโรปตะวันตกจะตีตัวออกห่างจากสหรัฐอย่างชัดเจน
ซึ่งข้อนี้เป็นเรื่องยากเช่นกัน
แต่ในความขัดแย้งไม่ได้หมายความว่านาโตจะต้องสนับสนุนยูเครนทำสงครามดังที่เป็นอยู่ตลอดไป
ยูเครนเป็นสนามรบหนึ่งเท่านั้น
ยังจะรบต่อไหม:
ผลของสงคราม
2 ปีคือยูเครนเต็มด้วยบาดแผลสงคราม ร่องรอยของกระสุนนานาชนิด
ระเบิด ขีปนาวุธของสารพัดประเทศ เป็นสมรภูมิทดสอบสารพัดอาวุธเก่าใหม่
นับวันประเทศจะกลายเป็นเศษซาก
ระบบเศรษฐกิจย่อยยับไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาบูรณะอีกกี่สิบปี บาดเจ็บล้มตายเป็นแสน
เดือนกุมภาพันธ์ สหประชาชาติร้องขอรับบริจาค 5,600
ล้านดอลลาร์เพื่อซื้อหาอาหาร สิ่งของบรรเทาทุกข์แก่คนยูเครน 15.3 ล้านคน และอีก 4 ล้านกว่าคนที่ลี้ภัยในต่างแดน
ถึงกระนั้นรัฐบาลเซเลนสกียืนยันสู้ต่อไปเพื่อปกป้องเสรีประชาธิปไตยยุโรป
ปลายปีนี้สหรัฐจะเลือกประธานาธิบดี
ทรัมป์น่าจะเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันและอาจชนะไบเดน ทรัมป์ที่แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับสงคราม
ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจทรัมป์ในมวลหมู่นาโต และการที่ทรัมป์พูดว่าสามารถยุติสงครามยูเครนได้ทันที
บางประเทศอิดออดไม่เต็มใจช่วยเหลือยูเครนเหมือนก่อน ถึงกับมีความเห็นว่ายูเครนควรมอบดินแดนบางส่วนให้รัสเซียเพื่อยุติสงคราม
เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าแรงสนับสนุนลดน้อยลง ควรติดตามว่าหากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยสงครามจะยุติหรือไม่
สงครามยูเครนกำลังเข้าสู่ปีที่
3 บัดนี้พิสูจน์แล้วว่ากองทัพรัสเซียไม่อ่อนแอ สามารถกินแดนยูเครนบางส่วนที่คาดว่ารัสเซียจะไม่คืนแล้ว
ในมุมมองที่กว้างขึ้นเศรษฐกิจรัสเซียทนต่อการปิดล้อมคว่ำบาตรอย่างหนัก
ผ่านพ้นช่วงวิกฤต แม้เศรษฐกิจเสียหายหนักแต่ยังตั้งอยู่ได้และกำลังฟื้นตัวตามลำดับด้วยความช่วยเหลือจากจีน
ช่องโหว่ตของมาตรการคว่ำบาตร ล่าสุดทั้งนาโตกับรัสเซียแสดงท่าทีว่าจะสู้ต่อ ไม่ว่าฝ่ายใดชนะยูเครนเสียหายมากสุด
ยิ่งรบยิ่งพัง ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปีจึงจะฟื้นฟูบูรณะประเทศให้เหมือนเดิม
อนาคตยูเครนจะยังอยู่ในมือคนยูเครนหรือเปล่า
บรรณานุกรม :
1. European Officials Push for U.S. Support of Ukraine. (2024,
February 23). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/european-officials-push-for-u-s-support-of-ukraine-973c6570?mod=latest_headlines
2. Freedom House.
(2023, March). Freedom in the World 2023: Marking 50 Years in the Struggle for Democracy. Retrieved from
https://freedomhouse.org/sites/default/files/2023-03/FIW_2023_50Years_DigitalPDF.pdf
3. G7
concludes with pledge of support to Ukraine as Zelenskyy laments Bakhmut
destruction. (2023, May 22). The National News. Retrieved from https://www.thenationalnews.com/world/2023/05/21/g7-concludes-with-pledge-of-support-to-ukraine-as-zelenskyy-laments-destruction-of-bakhmut/
4.
Russia
Pulls Thousands of Soviet-Era Military Vehicles From Major Storage Facility.
(2023, August 8). The Moscow Times. Retrieved from
https://www.themoscowtimes.com/2023/08/08/russia-pins-recruitment-office-arson-attacks-on-ukraine-a82090
5. The U.K. Is Giving Ukraine Hundreds Of Armored
Vehicles. Russia Has A Plan For Wrecking Them. (2023, January 16). Forbes.
Retrieved from
https://www.forbes.com/sites/davidaxe/2023/01/16/the-uk-is-giving-ukraine-hundreds-of-armored-vehicles-russia-has-a-plan-for-wrecking-them/?sh=14db77e52800
6. Ukraine has received 98% of promised combat vehicles: NATO
chief. (2023, April 27). Al Jazeera. Retrieved from
https://www.aljazeera.com/news/2023/4/27/ukraine-has-received-98-of-promised-combat-vehicles-nato-chief
7. Ukraine updates: UN seeks $5.6 billion in
humanitarian aid. (2023, February 16). DW. Retrieved from
https://www.dw.com/en/ukraine-updates-un-seeks-56-billion-in-humanitarian-aid/a-64704155
8. U.S.
authorizes largest-yet military package to Ukraine. (2022, August 8). Politico.
Retrieved from
https://www.politico.com/news/2022/08/08/largest-military-package-ukraine-00050368
9. West was ‘overly optimistic’ about Ukraine – NATO
commander. (2024, February 16). RT.
Retrieved from https://www.rt.com/news/592674-west-overly-optimistic-ukraine/
-----------------
ทรัมป์หาเสียงให้รัสเซียบุกชาตินาโต
ทรัมป์ยินดีให้รัสเซียทำอะไรก็ได้กับชาติสมาชิกนาโตที่ไม่ยอมตั้งงบกลาโหมตามข้อตกลง ทำให้นาโตปั่นป่วน แต่อาจเป็นแค่การหาเสียงกับคนอเมริกันเท่านั้น
บนเวทีปราศรัยหาเสียงอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์
ทรัมป์กล่าวว่าตนยินดีให้รัสเซียทำอะไรก็ได้กับชาติสมาชิกนาโตที่ไม่ยอมตั้งงบกลาโหมตามข้อตกลงนาโตรวมถึงเข้ารุกรานทำสงคราม
และสหรัฐจะไม่ปกป้องประเทศนั้น พวกที่ตั้งงบกลาโหมต่ำเอารัดเอาเปรียบสหรัฐ
ด้านประธานาธิบดีโจ
ไบเดนคู่แข่งทางการเมืองกล่าวทันทีว่าทรัมป์ไฟเขียวให้ปูตินก่อสงครามอีก อาจรุกรานโปแลนด์กับประเทศในแถบบอลติก
(เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย) การที่ทรัมป์สนับสนุนให้รัสเซียโจมตีชาตินาโตเป็นเรื่องที่
“โง่เขลา น่าละอายและไม่ใช่ความคิดอย่างอเมริกัน” ("dumb", "shameful"
and "un-American")
ตราบใดที่ตนเป็นประธานาธิบดีจะขอปกป้องสมาชิกนาโตอย่างถึงที่สุด
วิพากษ์เหตุผลของทรัมป์:
ทรัมป์จะไม่ปกป้องสมาชิกนาโตเพราะประเทศนั้นไม่ตั้งงบกลาโหมอย่างน้อย
2% ของจีดีพีตามข้อตกลงนาโต
เป็นการเอารัดเอาเปรียบสหรัฐที่แต่ละปีต้องใช้จ่ายด้านกลาโหมมหาศาล แต่เหตุผลของทรัมป์ฟังไม่ขึ้นเพราะการปกป้องสมาชิกเป็นไปตามสนธิสัญญาไม่ขึ้นกับการตั้งงบประมาณของแต่ละประเทศ
อีกทั้งข้อตกลงที่ว่าให้ปฏิบัติตามความสมัครใจ
กลายเป็นว่าทรัมป์ตั้งกฎใหม่ของตัวเอง ล้มล้างสนธิสัญญา ไม่สนใจว่าชาติสมาชิกอื่นๆ
คิดเห็นอย่างไร
หลังท่าทีของทรัมป์
เยนส์ สโตลเทนเบิร์ก (Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโตรีบออกมาย้ำว่านาโตพร้อมปกป้องทุกประเทศที่เป็นสมาชิก
(ไม่เกี่ยวข้องกับงบกลาโหมของแต่ละประเทศ) คำพูดใดๆ
ที่บอกว่าพันธมิตรจะไม่ปกป้องพวกเดียวกันทำให้ทั้งทหารอเมริกันกับยุโรปเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
ตนหวังว่าไม่ว่าใครจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะยังยึดมั่นความเป็นพันธมิตรนาโตอย่างเข้มแข็ง
อันที่จริงแล้วหากนาโตยุโรปโดนโจมตี
สหรัฐจะไม่ส่งกองทัพเข้าปกป้องก็ได้ เพราะนาโตไม่สามารถสั่งรัฐบาลสหรัฐแม้มีสนธิสัญญา
นาโตจึงสั่นคลอนเพราะท่าทีของทรัมป์
ในมุมมองที่กว้างขึ้น
แต่ไหนแต่ไรชาติพันธมิตรที่มีข้อตกลงความมั่นคงกับสหรัฐต่างสงสัยอยู่เสมอว่ารัฐบาลสหรัฐจะยึดมั่นข้อตกลงหรือไม่
จะช่วยรบหรือไม่หากทำสงครามกับมหาอำนาจ ไต้หวัน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ต่างกังวลเช่นกัน
ท่าทีของทรัมป์ตอกย้ำความไม่น่าเชื่อของรัฐบาลสหรัฐที่อาจเอาตัวรอดโดยอ้างเหตุผลต่างๆ
นานา ไม่สนใจข้อตกลงสนธิสัญญาใดๆ
ผลประโยชน์ที่สหรัฐได้:
หากสมาชิกตั้งงบประมาณ 2% ของจีดีพี ผลประโยชน์จากการขายอาวุธมักถูกเอ่ยถึงเป็นลำดับแรก
แม้ยุโรปตะวันตกผลิตอาวุธใช้เองไม่น้อย แต่อาวุธชิ้นใหญ่มักใช้ของสหรัฐ
ดังนั้นการเพิ่มงบกลาโหม สร้างกองทัพให้เข้มแข็งคือซื้อใช้ของสหรัฐมากขึ้นนั่นเอง
เหตุผลที่ลึกซึ้งกว่าคือการควบคุมประเทศอื่นด้วยอาวุธ
การขายอาวุธเครื่องกระสุนมีความสำคัญไม่เพียงด้านการทหาร
ยังสัมพันธ์กับการสร้างขั้วกระชับอำนาจในขั้วของตน
อาวุธที่ซื้อใช้จากสหรัฐหากขาดกระสุน อะไหล่บำรุงจะกลายเป็นแค่เศษเหล็ก ยิ่งอียูใช้อาวุธสหรัฐมากเพียงไรเท่ากับว่าการป้องกันประเทศอยู่ใต้อำนาจควบคุมของสหรัฐมากขึ้นเท่านั้น
ชาติสมาชิกนาโตที่ทรัมป์เอ่ยถึงส่วนใหญ่คือประเทศในยุโรปตะวันตก
กลุ่มประเทศเจริญมั่นคงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ
หากยุโรปตะวันตกยังต้องก้มหัวให้สหรัฐ หลายประเทศทั่วโลกมิอาจไม่ทำตาม
เป็นการกระชับอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐทุกชุดกระทำเรื่อยมา
ทำไมนาโตยุโรปไม่ตั้งงบกลาโหมให้สูง:
คำถามน่าคิดคือหลายคนชี้ว่ารัสเซียเป็นภัยคุกคามร้ายแรง
หากชนะศึกยูเครนจะบุกยึดประเทศอื่นๆ ในยุโรป ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงทำไมสมาชิกนาโตยุโรปไม่ตั้งงบประมาณกลาโหมให้สูง
ดังที่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ไม่ถึง 2% ตามเกณฑ์ขั้นต่ำของนาโต
หรือว่าแท้จริงแล้ว
รัสเซียไม่ได้คุกคามยุโรปจริง เป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของบางประเทศ
ส่วนยูเครนเป็นกรณียกเว้นที่รัฐบาลปูตินประกาศล่วงหน้าหลายปีแล้วว่ายูเครนเป็นเส้นต้องห้าม
ยูเครนต้องไม่เข้าร่วมนาโต รัสเซียไม่คิดบุกยึดครองยุโรปแต่อย่างไร
กระตุ้นให้ยุโรปถอยห่างจากสหรัฐ:
นานแล้วที่ยุโรปตะวันตกหรืออียูมีแนวคิดป้องกันตัวเองโดยไม่พึ่งพาสหรัฐ
คิดมีกองทัพของตนเอง
พฤศจิกายน
2018 ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่ายุโรปต้องมีกองทัพที่เป็นของยุโรปจริงๆ
เพื่อปกป้องภัยจากรัสเซีย จีนและแม้กระทั่งสหรัฐ
ผู้นำฝรั่งเศสเสนอจัดตั้งกองทัพยุโรปลดพึ่งพาความมั่นคงทางทหารจากสหรัฐเป็น
“กองทัพยุโรปจริงๆ” เราต้องรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองและประกันความมั่นคงด้วยตัวเอง
ปกป้องอธิปไตยยุโรป
ในช่วงเวลาเดียวกันอังเกลา
แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีในขณะนั้นเอ่ยถึงการรวมทัพสหภาพยุโรป
ชี้ว่าไม่ใช่เพื่อบั่นทอนแต่เพื่อสนับสนุนนาโต หมดสมัยแล้วที่จะพึ่งพาคนอื่น
คนยุโรปต้องดูแลอนาคตด้วยมือของตัวเอง
“มีวิสัยทัศน์ว่าวันหนึ่งต้องสร้างกองทัพของยุโรปแท้ๆ”
ในกรณีล่าสุด
รัฐบาลโปแลนด์ ฝรั่งเศสและเยอรมันประกาศอียูจะกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ
ต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น ตอกย้ำแนวคิดยุโรปมีกองทัพของตัวเอง
ในด้านเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ
วันที่สหรัฐไม่ปกป้องอียู สิ่งแรกที่อียูน่าจะทำคือขอเป็นมิตรกับรัสเซีย เท่ากับว่าอียูดำเนินนโยบายขัดแย้งยุทธศาสตร์แม่บทสหรัฐที่ต้องการกำราบรัสเซีย
ด้วยแนวทางนี้อียูจะไม่สนับสนุนให้รัฐบาลเซเลนสกีทำสงครามกับรัสเซียอีกต่อไป
กลับมาติดต่อค้าขายกับรัสเซียตามเดิม นำเข้าพลังงานเชื้อเพลิงรัสเซีย
สหรัฐจะเสียหายหนัก สูญเสียอิทธิพลในยุโรป
ต้องเผชิญหน้ารัสเซียที่กล้าแข็งขึ้นแน่นอน
หากรัฐบาลสหรัฐละทิ้งนาโตจึงเป็นข้อผิดพลาดใหญ่
นี่คือประเด็นสำคัญที่ทรัมป์ไม่พูดในเวทีหาเสียง
ทรัมป์จะไม่ทิ้งนาโต:
หลายทศวรรษแล้วที่นาโตคือพันธมิตรทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดของสหรัฐ
สมาชิกมีบทบาทร่วมกับสหรัฐในด้านเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศมากมาย
หากสหรัฐทิ้งอียูเท่ากับโดดเดี่ยวตัวเอง คำพูดทรัมป์ไม่กี่ประโยคทำให้นาโตปั่นป่วน
ชาติสมาชิกหลายประเทศออกมาตอบโต้ ฝ่ายโลกเสรีตะวันตกแตกแยก
พันธมิตรตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลสหรัฐโดยเฉพาะภายใต้คนอย่างทรัมป์จะปกป้องพวกเขาจริงหรือไม่
ตอกย้ำข้อสงสัยที่มีอยู่แล้วให้หนักข้อขึ้นอีก
รวมความแล้วหากคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
การถอนตัวจากนาโตมีผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นเชื่อว่าทรัมป์จะไม่ทิ้งนาโต
คำพูดของทรัมป์อาจเป็นแค่การหาเสียงดังที่ Antonio Tajani รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิตาลีกล่าวว่าคำพูดของทรัมป์เป็นแค่
“มุขตลกของการหาเสียงเท่านั้น” (electoral campaign joke) แต่ทรัมป์มีสิทธิพูดเช่นนั้นเพราะเป็นข้อตกลง
คำพูดของรัฐมนตรี
Tajani อธิบายอีกมุมหนึ่งว่าแท้จริงแล้วทรัมป์ไม่หวังให้นาโตแตกจริง
เป็นแค่การหาเสียงกับคนอเมริกันเท่านั้นเอง อันที่จริงแล้วเป็นมุขเก่าซ้ำเดิม ทรัมป์เคยใช้มาแล้วตั้งแต่เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก
เคยขู่ว่าจะทิ้งหรือล้มนาโต สุดท้ายสหรัฐยังต้องการนาโต ต้องการพันธมิตรยุโรป
ดูเหมือนว่าทุกคนเล่นตามเกมอย่างรู้หน้าที่รู้บทบาทตัวเอง
ปลายปีนี้สหรัฐจะเลือกตั้งผู้นำประเทศอีกครั้ง
ทรัมป์มีโอกาสเป็นผู้สมัครในนามพรรครีพับลิกัน
กลุ่มประเทศอียูเริ่มหารือรับมือหากทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย
หลายคนกังวลว่าทรัมป์จะทำให้นาโตปั่นป่วนเช่นเคย
น่าติดตามว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีผลต่อสถานการณ์โลกอย่างไร
---------------------------
บรรณานุกรม :
1. Biden slams Trump
criticism of Nato as 'shameful'. (2024, February 14). BBC. Retrieved
from https://www.bbc.com/news/world-us-canada-68286645
2. Nato chief says Trump remarks may put US and EU
lives at risk. (2024, February 10). The Guardian. Retrieved from
https://www.theguardian.com/world/2024/feb/11/nato-chief-jens-stoltenberg-promises-forceful-response-to-attack-as-trump-remarks-dismissed
3.
Poland,
France and Germany vow to make Europe stronger as fears grow over Russia and
Trump. (2024, February 13). AP. Retrieved from
https://apnews.com/article/france-germany-poland-tusk-f40604859d6efba833a6895dcc95bffe
4. Trump says he
would ‘encourage’ Russia to attack NATO allies who don’t pay up. (2024,
February 11). Politico. Retrieved from
https://www.politico.eu/article/trump-says-he-would-encourage-russia-to-attack-nato-members-that-dont-pay-enough/
5. Western officials criticise Trump's Nato comments. (2024,
February 12). The National News. Retrieved from
https://www.thenationalnews.com/world/2024/02/11/western-officials-criticise-trumps-nato-comments/
-----------------
คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ที่เลือนราง
ด้วยความคิดว่าภายในปี 2030 เกาหลีเหนือน่าจะสะสมนิวเคลียร์ถึง 300 หัวรบ เกาหลีใต้จึงควรมีนิวเคลียร์ร้อยลูกเพื่อรับมือภัยดังกล่าว
ข่าวเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธมีต่อเนื่องแทบทุกเดือน
ทั้งขีปนาวุธทางยุทธวิธี ขีปนาวุธพิสัยกลาง จรวดร่อนทางยุทธศาสตร์ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค
Hwasong-8 อาวุธที่ปล่อยจากเรือดำน้ำ
จนถึงขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ Hwasong-17 การปล่อยจากฐานยิงระบบรางรถไฟ
แม้บางกรณีน่าสงสัยว่าขีปนาวุธมีความสามารถมากจริงหรือไม่
ล้วนเป็นที่จับตาของเพื่อนบ้าน
โดยทั่วไปรัฐบาลเกาหลีเหนือยึดแนวทางไม่ใช้นิวเคลียร์ก่อน อาวุธนิวเคลียร์มีเพื่อการป้องปราม
แต่นโยบายนี้ไม่แน่นอน บางครั้งพูดว่าพร้อมจะชิงลงมือก่อน (preemptively
use) เช่นเมษายน 2022 แถลงอีกครั้งว่าพร้อมจะชิงลงมือก่อนถ้าถูกข่มขู่คุกคาม
เกาหลีใต้ควรมีนิวเคลียร์ร้อยลูก:
นับจากเกาหลีเหนือทดลองจุดระเบิดนิวเคลียร์เมื่อปี
2006 และทำต่อเนื่องอีกหลายครั้ง ภัยนิวเคลียร์เกาหลีเหนือเป็นจริงเป็นจังทันที
เกิดกระแสเกาหลีใต้ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง จากฐานคิดว่าหากเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นจริง
รัฐบาลสหรัฐคงไม่เสี่ยงร่วมสงครามนี้
ไม่ต้องการให้ประเทศตัวเองเป็นพื้นที่หัวรบนิวเคลียร์หล่นใส่
แม้เกาหลีใต้กับสหรัฐมีสนธิสัญญาป้องกันประเทศต่อกัน
นับวันคนเกาหลีใต้เห็นด้วยกับแนวคิดนี้มากขึ้น
ในแง่เทคโนโลยี
นักวิชาการบางคนมั่นใจว่าเกาหลีใต้สามารถสร้างทั้งตัวหัวรบกับระบบปล่อยนิวเคลียร์
(เกาหลีใต้สร้างขีปนาวุธพิสัยกว่าพันกิโลเมตรของตัวเองได้แล้ว)
แต่รัฐบาลสหรัฐตั้งเป้าว่าเกาหลีใต้ต้องใช้นิวเคลียร์ของตน
อาจคล้าย Nuclear sharing ที่ทำกับยุโรป
เอื้อให้สหรัฐมีอิทธิพลในเกาหลีใต้ต่อไป รักษาความเป็นมหาอำนาจผู้ครองความเป็นเจ้า
เกาหลีใต้จะใช้อาวุธนิวเคลียร์ของใครได้ข้อสรุปเมื่อมิถุนายน 2023 รัฐบาลยุน ซอก-ยอล (Yoon Suk-yeol) บรรลุข้อตกลงยกระดับความเป็นพันธมิตรสู่พันธมิตรฐานนิวเคลียร์
("nuclear-based alliance")
งานวิจัยร่วมของ
The Asan Institute for Policy Studies กับ Rand Corp
เมื่อปี 2023 เห็นว่าเนื่องจากรัฐบาลเกาหลีเหนืออาจมีแผนสะสมนิวเคลียร์
300 ถึง 500 หัวรบ เฉพาะภายในปี 2030 น่าจะมีถึง 300 หัวรบ เกาหลีใต้ควรมีนิวเคลียร์ร้อยลูกเพื่อรับมือภัยดังกล่าว
นิวเคลียร์เกาหลีเหนือคุกคามสหรัฐด้วย
เกาหลีใต้กับสหรัฐจึงควรร่วมมือด้วยการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Tactical
nuclear weapon) 100 ลูกโดยที่เกาหลีใต้จะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายนี้
และหัวรบเหล่านี้จะเก็บไว้ที่สหรัฐแต่สามารถนำมาประจำการที่เกาหลีใต้ถ้าจำเป็น
รวมความแล้วภายใต้แนวคิดนี้รัฐบาลไบเดนต้องการให้เกาหลีใต้เป็นจ่ายค่าอาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี
100 ลูกแลกกับที่เกาหลีใต้จะได้รับการปกป้องจากสหรัฐหากเกิดสงครามนิวเคลียร์
บทบาทสหรัฐ:
สหรัฐเป็นตัวละครสำคัญมีผลต่อความเป็นไปในคาบสมุทรเกาหลี
มีประเด็นสำคัญดังนี้
ประการแรก นโยบายต่อเกาหลีเหนือ
นับจากเกิดเกาหลีเหนือ
ประเทศนี้เป็นปรปักษ์ของสหรัฐเรื่อยมา
การอธิบายตีความเปลี่ยนแปลงตามบริบทของยุคสมัย แต่ลึกๆ แล้วรัฐบาลสหรัฐหวังล้มล้างระบอบเกาหลีเหนือ
หนึ่งในคำประกาศที่ชัดเจนคือเมื่อมกราคม 2002 ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช
กล่าวสุนทรพจน์ใน State of the Union Address ประกาศว่าเกาหลีเหนือเป็นหนึ่งใน
“axis of evil” ร่วมกับอิรัก อิหร่าน มองเกาหลีเหนือเป็นศัตรู
“เราต้องสู้กับศัตรู ทำลายแผนและเผชิญหน้าภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด”
รัฐบาลสหรัฐแต่ละชุดอาจแสดงออกหนักบ้างเบาบ้าง
ญาติดีบ้าง แต่รวมความแล้วถือเป็นศัตรู
ดังเช่นที่รัฐบาลเกาหลีเหนือย้ำหนักหนาว่าสหรัฐต้องการล้มล้างตน
ประการที่ 2 ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก
หลักยุทธศาสตร์สหรัฐต่อภูมิภาคนี้ไม่เปลี่ยนแปลงคือ ข้อแรก
รักษาความเป็นเจ้า ข้อ 2 ร่วมมือกับพันธมิตร มิตรประเทศ
วางระบบโครงสร้างความมั่นคงภูมิภาค ข้อ 3 จัดระเบียบภูมิภาคทุกมิติ
ทั้งด้านการเมืองของแต่ละประเทศ (ส่งเสริมประชาธิปไตย) ระบบเศรษฐกิจ (ทุนนิยมเสรี)
กติกาการค้าระหว่างประเทศ ค่านิยมสังคม (ส่งเสริมค่านิยมแบบตะวันตก)
สหรัฐไม่อาจแพ้ในภูมิภาคนี้เพราะเท่ากับสูญเสียความเป็นมหาอำนาจผู้เป็นเจ้า
เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าเสื่อมถอยจริง เรื่องนี้สำคัญยิ่งยวดไม่อาจให้เกิดขึ้น
ความเป็นไปของคาบสมุทรเกาหลีถูกนำมาพัวพันกับยุทธศาสตร์สหรัฐในย่านนี้เรื่อยมา
ยิ่งรัฐบาลสหรัฐเห็นว่าจีนเป็นภัยคุกคาม
สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีจะยังคงครุกรุ่นและตึงเครียดเป็นระยะไม่สิ้นสุด
ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะเกาหลีเหนือเท่านั้นแต่จากจีนที่สำคัญยิ่งกว่า
ประการที่ 3 การโฆษณาจากรัฐบาลสหรัฐ
การนำเสนอของรัฐบาลสหรัฐและการกระจายข่าวของสื่อกระแสหลัก
ทำให้ความเข้าใจว่า ทันทีที่เกาหลีเหนือมีขีปนาวุธข้ามทวีป
สหรัฐจะไม่ปลอดภัย เพราะเกาหลีเหนือจะยิงใส่อเมริกา
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลสหรัฐทุกชุด
ไม่ว่าจะนำโดยพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทจึงต้องทำทุกอย่างยับยั้งไม่ให้เกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์
คำถามคือ
ทำไมจึงคิดว่าเกาหลีเหนือจะยิงสหรัฐ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังตึงเครียด
ประธานาธิบดีปูตินเชื่อมั่นว่าที่สุดแล้วปัญหาจะแก้ได้โดยวิถีทางการทูตและควรจะเป็นเช่นนั้น
ไม่เกิดเหตุใช้อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ( WMD) เช่น
นิวเคลียร์ และพูดน่าคิดว่าเกาหลีเหนือเป็นผู้ยั่วยุให้เกิดความตึงเครียด
บัดนี้เขาได้สิ่งที่เขาต้องการแล้ว
ถามว่าเกาหลีเหนือต้องการให้สถานการณ์บานปลายหรือ “พวกเขาไม่ใช่คนโง่” ดังที่ประธานาธิบดีโจ
ไบเดนกล่าวว่า “หากเกาหลีเหนือใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีสหรัฐกับพันธมิตร
ผลคือระบอบเกาหลีเหนือต้องล่มแน่”
รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศเรื่อยมาว่ามีนิวเคลียร์เพื่อป้องกันประเทศ
ต้องการให้ประเทศอยู่รอดต่อไป แต่หากเกิดสงครามใหญ่
เกาหลีเหนือไม่อาจสู้สหรัฐแม้จะมีนิวเคลียร์ก็ตาม
ด้วยตรรกะเช่นนี้เกาหลีเหนือไม่ควรก่อสงครามใหญ่เพราะหมายถึงการล่มสลายของประเทศ
แต่ดูเหมือนรัฐบาลสหรัฐไม่ได้ยินความคิดเห็นทำนองนี้
ยังเชื่อว่าเกาหลีเหนือจะก่อสงคราม ถ้าสหรัฐคิดว่าจะไม่ปลอดภัย
ควรพูดถึงรัสเซีย จีน ที่มีแสนยานุภาพสูงกว่า มีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนมาก
วิเคราะห์สถานการณ์ล่าสุด:
กลางเดือนมกราคม
2024 ในที่ประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ (Supreme
People's Assembly) คิม จ็องอึน (Kim Jong-un) ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวย้ำรัฐบาลสหรัฐต้องการล้มล้างระบอบของตน
การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นตอกย้ำเป้าหมายดังกล่าว
ต้องการทำสงคราม
รวมความแล้ว
ทั้ง 2 เกาหลีต่างเร่งพัฒนาสะสมอาวุธรุ่นใหม่
เพิ่มขีดความสามารถการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ เห็นชัดว่านโยบายคาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์นับวันจะยิ่งเลือนราง เป็นดังเช่นภาพในความฝันมากขึ้นทุกที
แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าสงครามใหญ่จะเริ่มในไม่ช้า
เพราะทุกฝ่ายตระหนักดีกว่าความสูญเสียที่เกิดนั้นไม่คุ้มค่าไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือพ่ายแพ้
อันที่จริงไม่ต้องมองไกลถึงขั้นทำสงคราม
เพียงเอ่ยความสำคัญของภาวะเศรษฐกิจในตอนนี้ ต้องรักษาบรรยากาศไม่ให้ความขัดแย้งจากคาบสมุทรกระทบการค้าการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อปากท้องของทุกคน ล่าสุดจีนยังคงครองแชมป์คู่ค้าอันดับ 1 ของเกาหลีใต้
ปีที่แล้ว (2023)
ยอดการค้าระหว่างประเทศสูงถึง 267,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รองมาคือสหรัฐ 186,000 ล้านดอลลาร์ เวียดนาม 79,000 ล้านดอลลาร์ ยอดค้ากับเวียดนามแซงญี่ปุ่นตั้งแต่ปี
2022 เป็นต้นมา
--------------------------
1. 100
U.S. nuclear weapons should be committed to supporting S. Korea's security against
N.K. threats: report. (2023, October 30). Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20231030003700315?section=nk/nk
2. Ismael, Tareq Y., & Haddad, William
W. (2004). Iraq: The Human Cost of History. USA: Pluto
Press.
3. Kim Jong Un delivered a programmatic
policy speech at the 10th Session of the 14th Supreme People's Assembly of the
Democratic People's Republic of Korea. (2024, January 16). Korean Central
News Agency. Retrieved from
http://www.kcna.kp/kp/article/q/f4bf631617198851f067bd66d7f48d18.kcmsf
4. N. Korean leader vows to 'preemptively'
contain nuclear threats by hostile forces. (2022, April 30). Yonhap.
Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20220430000354325?section=nk/nk
5.
'North Korea won't use nuclear bombs'. (2022, September 22). The Korea
Times. Retrieved from
https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/09/103_336557.html
6. Seoul says
North Korean nuclear attack would spell 'end' of Kim Jong Un regime. (2023,
July 21). France 24. Retrieved from
https://www.france24.com/en/asia-pacific/20230721-seoul-says-north-korean-nuclear-attack-would-spell-end-of-kim-jong-un-regime
7. Vietnam remains S. Korea's No. 3 trading partner in 2023.
(2024, February 5). Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20240205000800320?section=k-stories/k-stories
8. Yoon says
alliance with U.S. upgraded to 'nuclear-based alliance'. (2023, June 6). Yonhap.
Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20230606001500315?section=nk/nk
-----------------
เลิกรวมชาติยกระดับความขัดแย้งเกาหลี
ในมุมเกาหลีเหนือการรวมชาติจะเริ่มขึ้นจริงเมื่อประเทศอยู่ในบรรยากาศปลอดภัย ไม่มีใครคิดล้มล้างอำนาจผู้ปกครอง
แต่เดิมรัฐบาลเกาหลีเหนือชูประเด็นการรวมชาติเรื่อยมา ชี้ว่าเป็นความต้องการของคนเกาหลีทั้งเหนือ-ใต้
เป็นความปรารถนาอย่างยิ่งยวดของทั้งรัฐบาลกับประชาชน ในขณะเดียวกันผู้นำคิม
จ็อง-อึน (Kim Jong-un) กล่าวว่าทุกวันนี้รัฐบาลเกาหลีใต้
“เป็นหุ่นเชิด” ของต่างชาติ อ้างหลักฐานสหรัฐมีฐานทัพในเกาหลีใต้พร้อมทหารนับหมื่น
รัฐบาลเกาหลีใต้ไม่เป็นอิสระอยู่ใต้การบงการของจักรวรรดินิยมอเมริกา
เกาหลีเหนือเห็นว่าการรวมชาติเป็นเรื่องของคนเกาหลีเท่านั้น
ในขณะที่เกาหลีใต้เห็นว่าต้องรวมภายใต้การสนับสนุนของกองกำลังพันธมิตรต่างชาติซึ่งหมายถึงสหรัฐ
ซ้ำร้ายกว่านั้นคือเกาหลีเหนือต้องเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นแบบเกาหลีใต้
ดังเช่นเยอรมันตะวันออกกรวมกับเยอรมันตะวันตก ด้วยท่าทีของเกาหลีใต้เช่นนี้
รัฐบาลเกาหลีเหนือยอมรับไม่ได้ ย้ำเสมอว่าการรวมชาติของเกาหลีใต้คือให้ต่างชาติแทรกแซง
ยกเลิกนโยบายรวมชาติ:
กลางเดือนมกราคม
2024 ในที่ประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ (Supreme
People's Assembly) คิม จ็องอึน (Kim Jong-un) ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวย้ำรัฐบาลสหรัฐต้องการล้มล้างระบอบของตน
การซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นตอกย้ำเป้าหมายดังกล่าว คิดทำสงคราม
เกาหลีเหนือจึงต้องเตรียมพร้อมป้องกันประเทศ เกาหลีเหนือมีข้อสรุปแล้วว่าไม่อาจรวมชาติกับเกาหลีใต้
เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องการล้มล้างระบอบเกาหลีเหนือ
2-3 สัปดาห์ต่อมาเกาหลีเหนือทำลายอนุสาวรีย์สัญลักษณ์ความตั้งใจรวมชาติ
(Arch of Reunification) ที่สร้างขึ้นเมื่อปี 2000
การรื้อทำลายอนุสาวรีย์รวมชาติไม่แปลก เป็นส่วนหนึ่งของยุติการรวมชาติ
แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ว่าเกาหลีเหนือคิดเห็นอย่างไร
ผู้นำคิมกล่าวอีกว่าท่าทีกับนโยบายของเกาหลีใต้เผยความตั้งใจต้องการล้มล้างระบอบเกาหลีเหนือชัดเจน
ดังนั้นทั้งคู่เป็นปรปักษ์มากกว่าเป็นมิตร นับวันจะเผชิญหน้ามากขึ้น (รัฐบาลยุน
ซอก-ยอล (Yoon Suk-yeol) ในสมัยไบเดนใกล้ชิดสหรัฐ
ทำข้อตกลงให้กองกำลังนิวเคลียร์สหรัฐสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในเกาหลีใต้ ส่วนเกาหลีใต้กังวลความก้าวหน้าด้านขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ
ต่างฝ่ายต่างพัฒนาอาวุธ สะสมอาวุธทันสมัย - สรุปคือต่างฝ่ายต่างระแวง
ชี้ว่าอีกฝ่ายเป็นภัยคุกคาม)
อย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือไม่มีนโยบายใช้กำลังรุกรานต่างแดนเพื่อรวมชาติ
กองทัพมีเพื่อป้องกันประเทศ พร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์
การรวมชาติจากมุมเกาหลีใต้:
นอกจากพิจารณามุมมองเกาหลีเหนือจำต้องมองจากฝั่งเกาหลีใต้ด้วย การรวมชาติไม่อาจเกิดขึ้นหากเกาหลีใต้ไม่ต้องการรวมด้วย
จากการศึกษาพบว่ารัฐบาลกับประชาชนเกาหลีใต้จำนวนมากต่างคิดว่าไม่ต้องรีบร้อน
ควรดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากนับวัน 2
ประเทศจะแตกต่างกันมาก ลักษณะเศรษฐกิจสังคมเกาหลีใต้ทันสมัยกว่ามาก
การรวมประเทศอย่างปัจจุบันทันด่วนไม่ส่งผลดีต่อทั้ง 2 เกาหลี
เช่น ฉุดรั้งเศรษฐกิจ ชาวเกาหลีเหนือปรับตัวไม่ทัน
ถ้าพิจารณาปัจจัยทางสังคม
สงครามเกาหลีผ่านมาแล้ว 6 ทศวรรษ
ความสัมพันธ์ทางเครือญาติระหว่างผู้ที่อยู่ทางเหนือกับทางใต้นับวันจะเหินห่าง
คนรุ่นใหม่ไม่ผูกพันญาติของตนที่อยู่อีกฝ่าย ประเด็นการรวมชาตินับวันไม่น่าสนใจ
ผนวกกับการดำเนินชีวิตของคนเกาหลีใต้อยู่ในภาวะแข่งขันสูง
ต้องคิดหนักหากการรวมชาติกระทบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
ปัญหาของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องของคนเกาหลีเหนือมากกว่าเกาหลีใต้
ดังนั้น
นโยบายรวมเกาหลีด้วยเหตุผลประวัติศาสตร์ ความผูกพันของเครือญาตินับวันจะหดหายไป
การรวมชาติในอนาคตน่าจะเกิดจากเหตุผลอื่นๆ พิจารณาผลดีหรือเสียทุกมิติ
นอกจากนี้ ถ้าต้องการรวมชาติจริงๆ
ต้องมองภาพในระดับกว้าง ต้องพิจารณาว่าจีนกับสหรัฐคิดเห็นอย่างไร เกาหลีใต้ไม่อาจรวมชาติได้แน่ถ้ารัฐบาลสหรัฐไม่สนับสนุน
(สหรัฐยืนยันว่าเมื่อรวมแล้วทั้งเหนือใต้ต้องเป็นฝ่ายประชาธิปไตย) เกาหลีใต้คงไม่ประสงค์ให้การรวมชาติเป็นเหตุเผชิญหน้ารุนแรงระหว่างจีนกับสหรัฐ
ที่สุดแล้วรัฐบาลเกาหลีใต้จะต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ เห็นว่ามีผลดีจริงๆ
ไม่สุ่มเสี่ยงเกิดปัญหาความมั่นคง
ในด้านเศรษฐกิจ
จีนเป็นคู่ค้ารายสำคัญที่สุดของเกาหลีใต้ทั้งด้านการส่งออกและนำเข้า
ดังนั้นหากพูดถึงความสัมพันธ์ทางการค้า
เกาหลีใต้มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีนมากกว่าสหรัฐและญี่ปุ่น
เป็นอีกเหตุผลสำคัญที่ต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศอย่างระมัดระวัง
ไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจการค้าของตน จึงจำต้องรักษาความสัมพันธ์การค้ากับจีนที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่
ในภาพที่กว้างขึ้นต้องรักษาบรรยากาศภูมิภาคให้สงบเรียบร้อยเหมาะแก่การค้าการลงทุน
คำถามบรรทัดสุดคือการรวมชาติช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นหรือไม่ ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่าไหม
โลกแห่งความจริงการแข่งขันสะสมอาวุธ:
ข่าวที่ปรากฎทั่วโลกคือทั้ง
2
เกาหลีต่างเร่งพัฒนากองทัพ นับวันนโยบายให้คาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์มีแต่จะเรือนลาง
ในขณะที่การรวมชาติไม่แน่นอน
เดินหน้าบ้างถอยหลังบ้าง ส่วนการแข่งขันสร้างสะสมอาวุธก้าวหน้าต่อเนื่องมากกว่า
โดยเฉพาะใน 2-3
ปีนี้เกาหลีเหนือทดสอบอาวุธใหม่ไม่หยุด ไม่กี่วันนี้เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธร่อนอีกหลายลูก
ขีปนาวุธร่อนบางชนิด เช่น พุลฮวาซัล-3-31(Pulhwasal-3-31) สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์มีระยะยิงไม่ต่ำกว่า
1,500 กิโลเมตร (และอาจไกลถึง 2,000 กิโลเมตร)
สามารถยิงจากเรือดำน้ำ พฤกษาคม 2021 นายพล Mark Milley ประธานคณะเสนาธิการร่วมชี้โครงการขีปนาวุธข้ามทวีปกับอาวุธใหม่ๆ
ของเกาหลีเหนือเป็นภัยคุกคามจริง ("real danger") คุกคามทั้งสหรัฐกับพันธมิตร
เพียงเท่านี้ก็เห็นอนาคตแล้ว
เป็นอีกหลักฐานสำคัญชี้โอกาสรวมชาติว่าเป็นแค่นโยบายมองโลกสวย
เป็นแค่ความปรารถนาที่ยากจะสำเร็จในโลกแห่งความจริง
กันยายน 2022 Michiel Hoogeveen นักการเมืองเนเธอร์แลนด์ชี้ว่าถ้าหวังให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ต้องให้เกาหลีเหนือมั่นใจว่าตนปลอดภัยจริงๆ
เริ่มจากการที่ฝ่ายสหรัฐเลิกซ้อมรบ เลิกกระทำการใดๆ ที่ยั่วยุ
ลำพังความช่วยเหลือทางสังคมเศรษฐกิจไม่อาจเปลี่ยนความคิดเกาหลีเหนือ ต้องเป็นการลงทุนจากต่างชาติอย่างจริงจัง
นานาชาติยอมรับ เชื่อว่ารัฐบาลคิม จ็องอึนยินดีเปิดประเทศเปลี่ยนแปลงตนเองหากได้รับโอกาสนั้น
ในมุมเกาหลีเหนือ
การรวมชาติจะเริ่มจริงเมื่อเกาหลีเหนืออยู่ในบรรยากาศปลอดภัย
โดยเฉพาะไม่มีใครคิดล้มล้างระบอบอำนาจผู้ปกครอง
ข้อสรุปไม่อาจรวมชาติกับเกาหลีใต้เป็นข้อสรุปที่ถูกต้อง
เมื่อรวมชาติไม่ได้ก็ไม่ควรเสียเวลาเสียทรัพยากรกับเรื่องนี้
ยกเว้นบริบทในอนาคตจะเปลี่ยนไปจริงๆ ค่อยคิดเรื่องนี้อีกครั้ง การยุตินโยบายรวมชาติคือการตอบสนองสถานการณ์จริง ไม่อยู่ในความเพ้อฝัน
ยุติรวมชาติไม่ใช่ประกาศสงคราม:
แม้รัฐบาลเกาหลีเหนือจะประกาศว่าเกาหลีใต้เป็นศัตรู ยุตินโยบายรวมชาติ
แข่งขันสะสมอาวุธต่อ เหล่านี้ไม่ได้ชี้กองทัพเกาหลีเหนือจะบุกลงใต้หรือจะทำสงครามกับใคร
ถ้ายังจำได้เมื่อไม่กี่ปีก่อนผู้นำคิม จ็องอึนเคยสั่งให้กองทัพเตรียมพร้อมเข้าทำสงครามเต็มรูปแบบแต่สุดท้ายไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
สถานการณ์ตึงเครียดทำนองนี้เกิดกับคาบสมุทรเกาหลีเป็นระยะ
เป็นเช่นนี้หลายทศวรรษแล้ว กรณีล่าสุดยุติรวมชาติ ชี้เกาหลีใต้เป็นศัตรูเป็นการแสดงท่าทีจุดยืน
น่าจะสัมพันธ์กับการกระชับอำนาจปกครองในประเทศด้วย และควรชื่นชมผู้นำคิมกล่าวถูกต้องว่า
2 เกาหลีไม่อาจรวมชาติ เป็นความจริงตามบริบท
ไม่ว่าจะมองจากมุมนโยบายการเมืองระหว่างประเทศ ปัจจัยเศรษฐกิจสังคมที่ต้องมองทั้ง
2 ฝั่ง
การยุตินโยบายรวมชาติบ่งชี้ว่าคาบสมุทรเกาหลีจะตึงเครียดเป็นระยะๆ
ต่อไป
1. Kim Jong Un
delivered a programmatic policy speech at the 10th Session of the 14th Supreme
People's Assembly of the Democratic People's Republic of Korea. (2024, January 16).
Korean Central News Agency. Retrieved from http://www.kcna.kp/kp/article/q/f4bf631617198851f067bd66d7f48d18.kcmsf
2. National Independence, Key to Achieving Korea's
Reunification. (2014, January 22). KCNA. Retrieved from
http://www.kcna.co.jp/item/2014/201401/news22/20140122-19ee.html
3. N. Korea fires several cruise missiles off west
coast: JCS. (2024, February 2). Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20240202005451315?section=nk/nk
4. N. Korean ICBMs pose 'real danger' to
U.S. homeland: Gen. Milley. (2021, May 28).
Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20210528000300325
5. 'North Korea won't
use nuclear bombs'. (2022, September 22). The Korea Times. Retrieved
from https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/09/103_336557.html
6. North Korea
demolishes symbol of hope for reunification with South – report. (2024, January 24). The Guardian.
Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2024/jan/24/north-korea-demolishes-the-arch-of-reunification-monument-south-korea-unity-hopes-kim-jong-un
-----------------
-
ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามา...
-
ติดต่อพูดคุย: หากต้องการแสดงความเห็นหรือมีคำถามเกี่ยวกับบทความ ยินดีให้คำปรึกษา การหาข้อมูล การวิเคราะห์ พูดคุยสอบถามได้ที่อีเมล์ ckg55...
.png)

.png)

.png)