Posts

Showing posts with the label โดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์จะเป็นเผด็จการหากชนะอีกสมัย?

Image
หากได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยและปกครองแบบเผด็จการก็ต้องถือว่าเป็นเผด็จการที่มาจากความต้องการของคนอเมริกันตามระบอบประชาธิปไตยสหรัฐ             ประธานาธิบดีไบเดนพูดเสมอว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับ MAGA Republicans เป็นพวกสุดโต่ง ( an extremism – ไม่ใช่พวกประชาธิปไตย) นิยมความรุนแรง จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อหลักนิติธรรม ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง สนับสนุนพวกที่ปฏิเสธผลการเลือกตั้ง รวมความแล้ว ประธานาธิบดีไบเดนตีตราว่าเป็นพวกกึ่งเผด็จการ ( semi-fascism) คุกคามบั่นทอนประชาธิปไตย             สิงหาคม 2022 ประธานาธิบดี ไบเดน กล่าวย้ำว่า MAGA Republicans ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อในหลักนิติธรรมและความต้องการของประชาชน บ่อนทำลายประชาธิปไตยทำให้ประเทศถดถอย มีการปลุกระดมให้ใช้ความรุนแรง ชุมนุมพร้อมกับก่อเหตุรุนแรง เหล่านี้ล้วนผิดกฎหมาย คนอเมริกันต้องร่วมใจพูดว่าเราไม่ได้เป็นคนเช่นนี้ ไม่ปล่อยให้ความรุนแรงกลายเป็นเรื่องปกติของสังคม คนอเมริกันต้องไม่มองการเมืองเป็นสงครามเบ็ด...

การฉวยประโยชน์กับการบ่อนทำลายประชานิยมของทรัมป์

Image
แนวทางหนึ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หาเสียงจนชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเมื่อปลายปี 2016 คือ ประชานิยม ตัวอย่างที่เด่นชัด เช่น ชูประเด็นแรงงานต่างด้าว ชี้ว่าแย่งงานคนอเมริกัน ทำให้ค่าจ้างลด เป็นตัวก่ออาชญากรรม สร้างปัญหายาเสพติด เสนอนโยบายกีดกันแรงงานต่างด้าวที่รุนแรง ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มแรงงานด้อยฝีมือฝากความหวังกับทรัมป์เหตุหนึ่งที่ทรัมป์ชนะเลือกตั้งจึงมาจากการหาเสียงโดยแนวทางประชานิยม ดูเหมือนว่าแนวทางนี้เฟื่องฟูขึ้น เมื่อชนะเลือกตั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้ ประกาศสร้างกำแพงกั้นพรมแดนสหรัฐ-เม็กซิโก จะให้เม็กซิโกเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสร้างกำแพง ขับไล่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายออกจากประเทศ แต่เมื่อบริหารประเทศซักพักหนึ่ง รัฐบาลทรัมป์เริ่มลดทอนนโยบาย เช่น ประกาศจะขับไล่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเฉพาะพวกที่ก่ออาชญากรรมเท่านั้น มีเพียงไม่กี่คน ในขณะที่ออกกฎหมายให้แรงงานต่างด้าวเหล่านี้กลายเป็นคนเข้ามาผิดกฎหมายที่ทางการยินยอม ส่วนนโยบายสร้างกำแพงกั้นตลอดแนวพรมแดนนั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความเห็นว่าเป็นนโยบายที่เปล่าประโยชน์ ไม่คุ้มค่า แ...

ทรัมป์ “ผู้คาดเดาไม่ได้” หรือ “ผู้พูดเท็จเป็นนิจ”

Image
ในช่วง 100 วันของตำแหน่งประธานาธิบดี ความเป็น โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เปิดออกสู่สายตาชาวอเมริกันและทั่วโลก หลายคนชอบ หลายคนไม่ชอบ ถ้าดูจากโพลความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ที่น้อยอยู่แล้วตั้งแต่ต้น มีแนวโน้มลดลงอีก ต้นเหตุหนึ่งที่บั่นทอนคะแนนนิยมและมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือนโยบายต่างประเทศที่เปลี่ยนกลับไปกลับมา (flip-flop) ไม่ตรงกับที่หาเสียง กลยุทธ์ “คาดเดาไม่ได้” นโยบายที่กลับไปกลับมา : ในช่วงหาเสียงทรัมป์พูดเสมอว่าตนศึกษาเรื่องนี้เรื่องนั้นมากกว่าใคร รู้ดีกว่าหลายคน ขอให้เชื่อเขาว่าเขาสามารถทำได้ อเมริกาจะยิ่งใหญ่อีกครั้ง ปัญหาหลายอย่างแก้ได้ด้วยการเจรจา เมื่อถูกสอบถามรายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ทรัมป์ให้คำตอบว่าเป็นความลับ ไม่อาจเปิดเผย เกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะรู้ตั ว ในเวลาไม่ถึง 100 วัน รัฐบาลทรัมป์ปรับเปลี่ยนนโยบายสำคัญหลายเรื่อง เช่น ประกาศว่าจะทบทวนความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพราะ 2 ประเทศนี้เอาเปรียบสหรัฐ ไม่แบ่งเบาภาระงบประมาณเท่าที่ควร จะถอนทหารอเมริกันที่ประจำการใน 2 ประเทศนี้ ให้ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง   ...

ทรัมป์สัมพันธ์ดีกับซาอุฯ ร่วมต้านอิหร่าน

Image
กลางเดือนมีนาคม Mohammed bin Salman รองมกุฎราชกุมารซาอุดิอาระเบียหารือประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) อย่างเป็นทางการที่ทำเนียบขาว แถลงการณ์ของฝ่ายซาอุฯ ระบุว่าเดิมมีความเห็นต่างบางเรื่อง (สมัยรัฐบาลโอบามา) บัดนี้ 2 รัฐบาลคิดเห็นตรงกันแล้ว พร้อมกับสนับสนุนนโยบายของทรัมป์ว่า “ซาอุดิอาระเบียไม่เชื่อว่ามาตรการ (ห้ามคน 6 ประเทศเข้าเมือง) มุ่งเป้าชาติมุสลิมหรือศาสนาอิสลาม” มีจุดมุ่งหมายเพื่อสกัดผู้ก่อการร้ายเข้าประเทศเท่านั้น เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมของสหรัฐในฐานะรัฐอธิปไตยที่จะทำเช่นนั้น รัฐบาลซาอุฯ มีข้อมูลเช่นกันว่ามีผู้วางแผนโจมตีสหรัฐ แท้จริงแล้ว “ประธานาธิบดีทรัมป์เคารพศาสนาอิสลามอย่างจริงจัง” เห็นว่าเป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญแต่ถูกพวกหัวรุนแรงนำไปใช้ประโยชน์ ด้วยเหตุนี้ทรัมป์จึงเป็น “มิตรแท้ของมุสลิม” (true friend of Muslims) การมองทรัมป์แง่ลบต่ออิสลามเป็นเพราะสื่อบิดเบือน             เรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นว่าผลการเจรจาเมื่อปี 2015 เป็นข้อตกลงที่แย่ที่สุด เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพียงยับยั้งอิหร่านช่...

คำสั่งห้าม 6 ประเทศของทรัมป์ ไม่ช่วยลดก่อการร้าย

Image
6 มีนาคม โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ออกคำสั่งห้ามคนต่างชาติเข้าประเทศอีกครั้ง แทนคำสั่งเก่าหลังศาลระงับเนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมาย             เป้าหมายหลักยังคงเดิมคือป้องกันผู้ก่อการร้ายต่างชาติเข้าเมือง เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเหตุก่อการร้าย รัฐสภา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ ( Homeland Security ) ได้ระบุไว้แล้วว่า 6 ประเทศอยู่ในข่าย ในฐานะประธานาธิบดีจึงออกคำสั่งห้ามคนของประเทศเหล่านี้เข้าสหรัฐ อันเป็นอำนาจที่มีตามกรอบกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิมีอำนาจอนุญาตให้คนประเทศเหล่านี้เข้าเมืองโดยพิจารณาเป็นรายบุคคล             เอกสารคำสั่งอธิบายเหตุผลห้าม 6 ประเทศ โดยยกรายงาน Reports on Terrorism 2015 (June 2016) มีสาระสำคัญว่าสหรัฐจัดให้อิหร่านเป็นประเทศอุปถัมภ์ก่อการร้ายตั้งแต่ปี 1984 สนับสนุนกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ( Hizballah) ฮามาส ( Hamas ) กลุ่มก่อการร้ายในอิรัก สนับสนุนอัลกออิดะห์ในซีเรียกับเอเชียใต้     ...

ทรัมป์ทำสงครามกับสื่อ

Image
ทันทีที่รับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าพวกนักข่าวเป็น “มนุษย์ที่อสัตย์มากที่สุดในโลก” ท่ามกลางการถกเถียงจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีรับตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ว่าสื่อมวลชนนำเสนอข่าวบิดเบือนว่ามีผู้เข้าร่วมน้อยกว่าสมัยประธานาธิบดีโอบามาเมื่อปี 2009 ตนเห็นคนเป็นล้าน อาจถึงล้านห้าแสนคน Sean Spicer โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่าเป็นครั้งที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุด ภาพถ่ายผู้เข้าร่วมงานเปรียบเทียบกับปี 2009 นั้นไม่เชื่อไม่ได้ ไม่ตรงความจริง มาตรการรักษาความปลอดภัยใหม่กันหลายแสนคนไม่ให้เห็นปรัมพิธี             สัปดาห์ต่อมา ประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันอีกครั้งว่าสื่อเหมือน "พรรคฝ่ายค้าน" ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกสื่อมีปัญหา แต่สื่อส่วนใหญ่ไม่ซื่อสัตย์ จอมปลอมและหลอกลวง ทำตัวเหมือนพรรคฝ่ายค้าน ไม่ยุติธรรมต่อตน ตีตราว่าเป็นฝ่ายผิดตั้งแต่ต้น เอ่ยชื่อหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ว่าที่ยอดขายตกก็เพราะคนอ่านชอบตนมากกว่า ทำไมพยายามทำลายสื่อกระแสหลัก : การที่รัฐบาลทรัมป์กล่าวโทษโจมตีสื่อมวลชน เหตุผลง่ายๆ คือ สื่อมีอิทธิพลชี้นำความคิด เป็นเครื่องมือกล่อม...