ประชากรกับพลังอำนาจรัฐ

ประชากรเป็นได้ทั้งผลดีผลเสียต่อรัฐ คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด และสามารถสร้างปัญหาแก่รัฐได้มากที่สุดเช่นกัน

            ในรัฐศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประชากร (Population) เป็นองค์ประกอบหนึ่งของอำนาจรัฐ (State Power) ประชากรมีบทบาทสำคัญทุกมิติ ไม่ว่าจะเศรษฐกิจ สังคม การทหาร ความรุ่งเรืองและความมั่นคงของประเทศขึ้นกับองค์ประกอบดังกล่าว โดยพิจารณาดังนี้

          ประการแรก กำลังแรงงาน

            ประชากรเป็นแหล่งกำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม หรือบริการ ขนาดและคุณภาพแรงงานส่งผลโดยตรงต่อผลิตภาพทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก

            ประเด็นจำนวนประชากรมีความสำคัญ เป็นได้ทั้งข้อดีกับข้อเสีย

            ประชากรมากคือมีแรงงานมาก สามารถสร้างกองทัพใหญ่ ข้อเสียคือเป็นงานหนักที่รัฐบาลต้องดูแล ครอบครัวกับรัฐบาลอาจดูแลไม่ทั่วถึง บางประเทศถึงกับขาดแคลนอาหาร รัฐบาลต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการดูแลประชาชน

            ในอีกฝาก ประชากรน้อยเป็นปัจจัยลบต่อการขยายอำนาจ หลายประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย รวมทั้งประเทศญี่ปุ่นกับสิงคโปร์ มีปัญหาประชากรน้อยเกินไปและส่อว่าจะลดลง เพราะหนุ่มสาวสมัยใหม่ไม่นิยมมีลูก แม้รัฐบาลส่งเสริมการมีบุตร

            บางประเทศคนวัยแรงงานไปหางานต่างแดน แรงงานภายในประเทศลดลง บางครั้งเป็นผู้มีความรู้มีการศึกษา มักเกิดกับประเทศกำลังพัฒนา เศรษฐกิจอ่อนแอ อัตราว่างงานสูง พวกวัยแรงงานจึงหวังทำงานต่างประเทศเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

            โลกาภิวัตน์มีส่วนสนับสนุนการอพยพย้ายถิ่น การเคลื่อนย้ายแรงงาน เนื่องจากข้อมูลเชื่อมโยงกันโดยง่ายและทั่วถึง การเดินทางสะดวกรวดเร็ว อัตราค่าแรงแต่ละประเทศที่แตกต่าง เหล่านี้เป็นเหตุให้แรงงานเคลื่อนย้าย

            ประเทศที่คนวัยแรงงานไปทำงานต่างแดน มักมีปัญหาภายในประเทศไม่เฉพาะเศรษฐกิจเท่านั้น มักเป็นผลพวงจากเรื่องอื่นๆ เช่น รัฐบาลอ่อนแอ คอร์รัปชันสูง ความไม่สงบในประเทศ สงคราม ล้วนกระตุ้นให้คนอพยพออกนอกประเทศ

            ในหลายประเทศ รัฐบาลพยายามสกัดกั้นไม่ให้แรงงานต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย เนื่องจากจำนวนมากเกินไป เป็นปัญหาสังคม เช่น คนแอฟริกากับตะวันออกกลางพยายามเข้ายุโรป รัฐบาลสหรัฐผลักดันแรงงานต่างด้าวออกนอกประเทศ

            ช่วงอายุ (Age Distribution) เป็นอีกเรื่องที่ต้องพิจารณา ปัจจุบันบางประเทศก้าวสู่สังคมสูงวัย ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ วัยที่ต้องการคือวัยทำงานอายุ 15-64 ปีตามมาตรฐานนานาชาติ

            ประเทศที่มีเด็กหรือคนวัยชราจำนวนมาก เป็นภาระที่รัฐต้องดูแล คนวัยทำงานที่ต้องแบกรับภาระภาษี เช่น ญี่ปุ่น สแกนดิเนเวีย ประเทศพัฒนาแล้วมักเผชิญปัญหาขาดแรงงานคนรุ่นใหม่

            ประเทศมหาอำนาจจำต้องมีแรงงานคุณภาพมากพอ

            สหรัฐมีประชากรราว 340 ล้านคน (2025) ส่วนจีนมี 1,400 ล้านคน มากพอต่อการเป็นมหาอำนาจ ส่วนสิงคโปร์มีประชากร 6 ล้านคนยากจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจ เนื่องจากข้อจำกัดกำลังคนสำหรับกองทัพขนาดใหญ่ ตลาดภายในที่ไม่ใหญ่พอ

            อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยี AI หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและการผลิต (Productivit and Efficiency) น่าติดตามว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะมีผลต่อปัจจัยประชากรอย่างไร อนาคตมหาอำนาจทางทหารอาจมีกองทัพใหญ่ที่เป็นหุ่นยนต์ โดรนสารพัดชนิด

          ประการที่ 2 สุขภาพกับการศึกษา

            ชาติต้องการประชากรที่มีความรู้ความสามารถและสุขภาพแข็งแรง

            คุณภาพการศึกษาไม่อาจวัดง่ายๆ จากจำนวนประชากรที่รู้หนังสือหรือจบปริญญา เพราะมีระดับคุณภาพแตกต่างกันในแต่ประเทศ การศึกษาที่ต้องการคือการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมศักยภาพตลอดเวลา ทันยุคทันสมัย ดึงศักยภาพคนออกมามากที่สุด ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด

            ปัจจุบันสามารถเรียนรู้ตัวเองและมีประสิทธิภาพ มีเกียรติบัตรรับรองการศึกษาด้วยตนเอง

            การศึกษายังรวมถึงการที่ประชาชนเข้าใจสถานการณ์ ทั้งภายในกับภายนอกประเทศ มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างถูกต้อง ส่งเสริมให้มีรัฐบาลเข้มแข็ง ทำประโยชน์แก่ประชาชน

            ในด้านสุขภาพ ประชากรที่มีสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ ย่อมมีพละกำลังและกระตือรือร้นในการทำงาน ผลิตภาพแรงงานสูง เศรษฐกิจเติบโตและสามารถแข่งขัน

            กองทัพต้องการกำลังพลที่สุขภาพแข็งแรง มีความพร้อมร่างกายและจิตใจ

            อบายมุข ยาเสพติดบั่นทอนพลังอำนาจรัฐ ทำลายรากฐานรัฐในหลายมิติ ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงศักยภาพประเทศในการแข่งขัน และมีอิทธิพลบนเวทีโลก

          ประการที่ 3 ขวัญกำลังใจ

            ถ้าประชาชนมีขวัญกำลังใจ (Morale) เชื่อมั่นรัฐบาลและทิศทางบริหารประเทศ จะเกิดความสามัคคีปรองดอง และพร้อมให้ความร่วมมือนโยบายต่างๆ ไม่ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ การรักษาความสงบเรียบร้อย หรือการเผชิญกับภัยคุกคาม

            ในยามวิกฤต เช่น ภัยพิบัติ สงคราม หรือโรคระบาด ขวัญกำลังใจประชาชนสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้ประชาชนพร้อมใจเสียสละเพื่อส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหา

            ทหารญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สองมีกำลังใจสูงมาก เช่นเดียวกับพวกเวียดกงในสงครามอินโดจีน ตรงข้ามกับทหารอเมริกันในสงครามเวียดนามที่ไม่มีใจจะสู้รบ

            ขวัญกำลังใจที่สำคัญคือขวัญกำลังใจในภาวะปกติ ถ้ามีกำลังใจดีจะช่วยให้ประชาชนกระตือรือร้นในการทำงาน การศึกษา และการพัฒนาตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตยั่งยืน

            ความสามารถในการหล่อหลอมคนทั้งประเทศเข้าด้วยกัน เป็นอีกประเด็นที่ทำให้มีพลังอำนาจ สหรัฐเป็นชาติที่รับคนต่างชาติเป็นพลเมือง สามารถหล่อหลอมคนเหล่านี้ที่หลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม พลเมืองคุณภาพเป็นพลังอำนาจของประเทศ ในขณะที่ประเทศเยอรมนี ญี่ปุ่นมีอคติทางชาติพันธุ์ (Ethnocentrism) สูงมาก สังคมไม่ค่อยยอมรับคนต่างเชื้อชาติ จึงขวางความก้าวหน้า

          ประการที่ 4 สนับสนุนหรือต่อต้านรัฐบาล

            บางคนชี้ว่าสหรัฐแพ้สงครามเวียดนามเพราะคนอเมริกันไม่ต้องการให้ลูกหลานไปรบ ในประเทศที่ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่โลก

            ประเทศที่ประชาชนต่อต้านรัฐบาลรุนแรง ย่อมอ่อนแอ รัฐบาลอาจล้มในที่สุด และหากประชาชนแตกแยกเป็นหลายฝ่าย อาจกลายเป็นรัฐล้มเหลว กระทั่งอาจนำสู่การแบ่งแยกประเทศออกเป็นส่วนๆ สูญสิ้นความเป็นรัฐเดิม

            Hans Morgenthau ชี้ว่า ความคิดของประชาชนส่วนใหญ่มักต้องการผลลัพธ์เร็ว ยอมสละผลประโยชน์ของวันพรุ่งนี้เพื่อประโยชน์ที่เห็นได้ในวันนี้

            ประชาชนมักเห็นแก่สิบเบี้ยใกล้มือ แม้ต้องทิ้งผลประโยชน์แท้ในอนาคต ต่างจากผู้นำรัฐที่มักเป็นผู้มองการณ์ไกล อดทนดำเนินการอย่างช้าๆ ยอมสละสิ่งเล็กเพื่อประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่กว่า เป็นคนเยือกเย็นและประนีประนอม

            การสนับสนุนจากประชาชนเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะหากประชาชนไม่เห็นด้วยแล้ว การดำเนินนโยบายย่อมลำบากและอาจล้มเหลว การสร้างอำนาจรัฐไม่ว่าจะในทางใดย่อมไร้ประสิทธิภาพ

            สำคัญยิ่งที่รัฐบาลต้องได้ใจประชาชน

            บางกรณี นักการเมือง ผู้บริหารประเทศฉ้อฉล ไม่ยึดประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง เช่นนี้นำสู่ปัญหาเช่นกัน หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหานี้

            ตลอดประวัติศาสตร์โลก หลายอาณาจักร หลายรัฐต้องล่มสลายเพราะประชาชนไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐ หรือเป็นผู้ต่อต้านรัฐบาลเสียเอง ทุกวันนี้ยังมีตัวอย่างให้เห็นอยู่เสมอ

            โดยรวมแล้ว ประชากรเป็นได้ทั้งผลดีผลเสียต่อรัฐ คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าสูงสุด และสามารถสร้างปัญหาแก่รัฐได้มากที่สุดเช่นกัน

27 กรกฎาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10480 วันอาทิตย์ที่ 27กรกฎาคม พ.ศ. 2568)

----------------

บรรณานุกรม :

1. Brown, Chris. (2005). Understanding International Relations (3 Ed.). (New York: Palgrave Macmillan).

2. Domhoff, G. William. (2006). Who Rules America? Power, Politics and Social Change, 5th ed. (NY: McGrawHillm).

3. Morgenthau, Hans J. (1973). Politics among Nations: the Struggle for Power and Peace, 5th edition. (India: Scientific Book Agency).

4. Rourke, John T., Boyer. Mark A. (2002). World Politics: International Politics on the world stage, brief 4th Ed. (USA: McGraw-Hill/Dushkin).

สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 (5)

รัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐหวังร่วมกันครองตะวันออกกลาง โดยที่อิสราเอลเป็นฝ่ายใช้กำลัง นี่คือระเบียบตะวันออกกลางในศตวรรษที่ 21

            ในส่วนนี้จะวิเคราะห์การจัดระเบียบตะวันออกกลางผ่านสงคราม 2025 ดังนี้

            การที่รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลมุ่งเป้าจัดการอิหร่าน มีเหตุผลที่มาที่ไปชัดเจน เมื่อระบอบอิหร่านยึดคำสอนชีอะห์ประกาศต่อต้านสหรัฐกับไซออนิสต์อย่างเปิดเผย

            ทุกวันนี้ระบอบอิหร่านเป็นฝ่ายเดียวที่ยืนหยัดต่อต้าน พร้อมต่อกรด้วยอาวุธสงคราม ที่เป็นเช่นนี้เพราะในระยะหลังชาติอาหรับไม่คิดทำสงครามกับอิสราเอล แม้ซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก เป็นลูกค้ารายใหญ่ของสหรัฐ แต่ไม่มีวี่แววอยากรบกับอิสราเอล ในขณะเดียวกันรัฐบาลอิสราเอลพยายามปรับสัมพันธ์กับประเทศเหล่านี้ จึงเหลือแต่ฝ่ายอิหร่านเท่านั้นที่เป็นปรปักษ์สำคัญ

            ในศตวรรษที่ 21 ศัตรูตัวฉกาจของอิสราเอลคืออิหร่าน เช่นเดียวกับที่รัฐบาลอิหร่านพยายามต่อต้านไซออนิสต์ จากมุมมองนี้อิหร่านจึงเป็นภัยคุกคามร้ายแรง ไม่ว่าอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์หรือไม่

            ย้อนหลังตุลาคม 2023 ทันทีที่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอล นักวิเคราะห์ตั้งคำถามทันทีว่าสงครามจะบานปลายหรือไม่ จะดึงกองกำลังจากประเทศอื่นเข้าร่วมสงครามด้วยหรือไม่ ทั้งฮามาสกับอิสราเอลต่างมีผู้สนับสนุน โดยเฉพาะการรบโดยตรงระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน

            นักวิเคราะห์บางคนตีความว่า สงครามฮามาส-อิสราเอล การโจมตีอิสราเอลโดยฮิซบอลเลาะห์และกลุ่มต่างๆ โยงรัฐบาลอิหร่านที่ห่างออกไปกว่าพันกิโลเมตร กลุ่มเหล่านี้อิหร่านเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ สงครามที่ฮามาสเตรียมการนานปี วางแผนอย่างดีจึงมีอิหร่านอยู่ในนั้นด้วยอย่างเข้มข้น หากจะปราบฮามาสต้องนึกถึงอิหร่านด้วย

            เมื่อฮามาสชี้ว่าตนทำศึกกับอิสราเอลมาเนิ่นนานแล้ว ย่อมต้องโยงว่าอิหร่านอยู่ในศึกนี้มาอย่างเนิ่นนานเช่นกัน ฮามาสคงไม่ปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้ หากปราศจากการสนับสนุนจากอิหร่าน

            การจัดการอิหร่านกับฮามาสจึงเป็นเรื่องเดียวกัน บางคนจึงตีความว่าสงครามอิสราเอล-อิหร่านเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2023 แล้ว

สกัดอิทธิพลจีน รัสเซีย:

            หลายปีที่ผ่านมาบทบาทจีนในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น รัฐบาลจีนเสนอตัวเป็นคนกลางเจรจาระหว่างฮามาส-อิสราเอล หวังให้รวมฮามาสเข้าร่วมรัฐบาลปรองดองแห่งชาติที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ แนวทางจีนทำลายแผนยึดครองกาซาของอิสราเอล บั่นทอนแผนขยายดินแดนของไซออนิสต์

            รัฐบาลจีนพยายามขยับก้าวเข้ามามีบทบาทในโลก ขวางผลประโยชน์สหรัฐในภูมิภาคตะวันออกกลาง เรื่องที่ประสบความสำเร็จแล้วคือจีนเป็นคนกลางปรับสัมพันธ์อิหร่าน-ขั้วซาอุฯ เมื่อปี 2023 ทั้ง 2 ประเทศแถลงร่วมกันว่าจะเปิดสถานทูต มีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับเศรษฐกิจอีกครั้ง

            หลังจากนั้นชาติอาหรับอื่นๆ ทยอยฟื้นความสัมพันธ์กับอิหร่าน

            รัฐบาลจีนเป็นตัวตั้งตัวตีปรับสัมพันธ์ ส่งเสริมบทบาทจีนต่อโครงสร้างความมั่นคงตะวันออกกลาง หากอิหร่านถูกทำลายหรือลดอิทธิพล บทบาทจีนในภูมิภาคจะลดลงโดยปริยาย ชาติอาหรับต้องสัมพันธ์กับสหรัฐมากขึ้น เป็นเครื่องป้องกันภัยสุดท้าย

            แม้อาหรับพยายามสกัดกั้น รัสเซียได้ขายอาวุธสำคัญหลายชิ้นแก่อิหร่าน ในสงคราม 2025 รัฐบาลปูตินมีจุดยืนสนับสนุนอิหร่านอย่างชัดเจน แต่รัสเซียช่วยอะไรมากไม่ได้เพราะติดพันอยู่กับสงครามยูเครน

นายอำเภอประจำตะวันออกกลาง 2025:

            ดังที่เคยนำเสนอว่ายุทธศาสตร์สหรัฐอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรและหุ้นส่วน ไม่ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ปิดล้อม การครองระบบการเงินโลก การกำกับกติกาต่างๆ จำต้องอาศัยพันธมิตร สหรัฐไม่อาจกระทำได้โดยลำพัง

            ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รัฐบาลสหรัฐใช้วิธีสนับสนุนบางประเทศเพื่อช่วยกำกับดูแลภูมิภาค อิสราเอลกับซาอุดีอาระเบียคือ 2 ประเทศดังกล่าว เปรียบเสมือนนายอำเภอประจำภูมิภาค เกิดความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนโดยมีรัฐบาลสหรัฐเป็นแกนกลาง รวมถึงการที่อิสราเอลกับซาอุฯ ถ่วงดุลกันและกัน อิหร่านเป็นความท้าทายสำคัญ

            สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 ย้ำว่าอิสราเอลมีกองทัพเข้มแข็ง รัฐบาลอิสราเอล กล้าทำสงครามเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เรื่องนี้สะเทือนชาติมุสลิมทั้งหลาย การเป็นพันธมิตรกับสหรัฐใช่ว่าจะปลอดภัย (หลักการนี้ใช้กับรัฐบาลทรัมป์ 2.0 ไม่ได้) น่าติดตามว่านับจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับอาหรับจะดีขึ้นหรือไม่ เป็นความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกันหรือไม่

            สงคราม 2025 ยังเตือนว่าอาหรับต้องเป็นมิตรกับอิสราเอล อันหมายถึงต้องยอมรับความเป็นรัฐชาติของอิสราเอล ไม่ว่าการเป็นมิตรจะยั่งยืนหรือไม่

ยุทธศาสตร์ยึดดินแดน-ไม่หันหลังกลับ:

            เรื่องสำคัญที่อิสราเอลต้องการตั้งแต่ก่อตั้งรัฐอิสราเอลสมัยใหม่คือดินแดน อิสราเอลในศตวรรษที่ 21 ต้องการดินแดนเพิ่ม ดังจะเห็นว่าอิสราเอลขยายดินแดนกินพื้นที่ปาเลสไตน์เรื่อยมา บางครั้งอ้างว่าเพื่อความมั่นคง ป้องกันการโจมตีจากผู้ก่อการร้าย แต่รัฐบาลอิสราเอลไม่ได้ทำแค่นั้น ได้ปลูกบ้านเรือนให้พลเมืองเข้าไปอยู่ในเขตยึดครอง จนกลายเป็นเมืองใหม่ที่มีประชากรนับแสน

            แม้รัฐบาลอิสราเอลเจรจาสันติภาพกับปาเลสไตน์เรื่อยมา แต่ไม่บอกว่าจะคืนดินแดนที่ยึดคืน เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลอิสราเอลจะให้คนนับแสนของตนออกจากพื้นที่ปาเลสไตน์ ซ้ำยังใช้เป็นข้ออ้างว่าจำต้องปกป้องพลเมืองของตนในพื้นที่นั้น นี่คือ ยุทธศาสตร์ยึดดินแดน-ไม่หันหลังกลับ

            หลายสิบปีที่ผ่านมา การเจรจาดำเนินเรื่อยมา พร้อมกับที่อิสราเอลรุกไล่ขยายดินแดน แม้พวกตะวันตกประณามแต่ไม่ทำอะไรมากกว่านั้น ผลคือการขยายดินแดนดำเนินต่อไป สร้างความขมขื่นไม่เฉพาะปาเลสไตน์เท่านั้น แต่ต่อมุสลิมทั่วโลก

            ท่ามกลางแรงต้านจากทั่วโลก พวกไซออนิสต์ประกาศอย่างเปิดเผยว่าต้องการขยายพื้นที่ประเทศ คนอิสราเอลส่วนใหญ่ต้องการเช่นนั้น (ทั้งที่เป็นไซออนิสต์กับที่ไม่เป็น) เพราะประชากรเพิ่ม ต้องการดินแดนเพิ่ม การมีดินแดนเพิ่มหมายถึงมีทรัพยากรเพิ่ม ส่งเสริมพลังอำนาจประเทศ

            อิสราเอลจึงต้องหาทางขยายดินแดน หนึ่งในวิธีหลักคือทำสงครามกินดินแดน

            ภายใต้หลัก Graeter Israel ส่วนที่ควรจับตามากที่สุดในช่วงนี้คือการยึดครองเขตเวสต์แบงก์ หลักคิดคือยึดว่าเขต Judea กับ Samaria (เวสต์แบงก์) เป็นของอิสราเอลตามประวัติศาสตร์โบราณ

            นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวต่อสมัชชาสหประชาชาติเมื่อปี 2014 ว่า “ชาวอิสราเอลไม่ใช่ผู้เข้ามายึดครองดินแดนอิสราเอล [ในปัจจุบัน]” เพราะเป็นของอิสราเอลตั้งแต่ 3,000 ปีก่อนแล้ว

            ดังนั้น พื้นที่ประเทศอิสราเอลขณะนี้กับเวสต์แบงก์จะต้องเป็นของอิสราเอล และผู้อาศัยส่วนใหญ่ต้องเป็นชาวยิว จึงชอบธรรมที่จะผนวกเวสต์แบงก์เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ

            ล่าสุด รัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐพยายามให้พื้นที่ฉนวนกาซา (Gaza Strip) เป็นของอิสราเอล ด้วยแนวคิดหลายอย่าง เช่น ย้ายคนกาซา (ปาเลสไตน์) ไปอยู่ประเทศที่ 3 ตามข่าวมีชื่อพื้นที่แห้งแล้งในอียิปต์ บางประเทศในแอฟริกา เรื่องทำนองนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ทรัมป์ 2.0 ยึดแนวคิดเช่นนี้ ย้ายคนจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศ (ทรัมป์คิดทำอย่างนี้กับคนต่างด้าวในสหรัฐด้วย)

            ถ้าเป็นไปตามแนวทางนี้ อิสราเอลจะรุกล้ำพื้นที่กินดินแดนมากขึ้น ในอนาคตอาจถึงจุดหนึ่งที่เหลือแต่ประเทศอิสราเอล ไม่มีพื้นที่ของปาเลสไตน์อีกต่อไป

อิสราเอลครองตะวันออกกลาง:

            หลายคนคงไม่เชื่อว่าอิสราเอลสามารถครองตะวันออกกลาง คำที่ดีกว่าคือรัฐบาลอิสราเอลกับสหรัฐหวังร่วมกันครองตะวันออกกลาง โดยที่อิสราเอลเป็นฝ่ายใช้กำลัง เพราะกล้าและมีขีดความสามารถมากพอ ฝ่ายอาหรับจำต้องพึ่งพาการคุ้มครองจากรัฐบาลสหรัฐมากขึ้น เพื่อไม่โดนโจมตี สงครามอิสราเอล-อิหร่าน 2025 พิสูจน์แล้วว่าอิสราเอลกล้าลงมือ แม้ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ

            อิสราเอลที่ครองตะวันออกกลางอาจไม่ใช่การส่งกองทัพบุกยึดทั้งประเทศ แต่ด้วยการโจมตีทำลาย จนอีกฝ่ายยอมแพ้ รัฐบาลอาหรับยอมศิโรราบหรือเกิดรัฐบาลใหม่ที่ยินยอมอยู่ใต้อำนาจอิสราเอล

            นี่คือระเบียบตะวันออกกลางในศตวรรษที่ 21

20 กรกฎาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10473 วันอาทิตย์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2568)

---------------------

บรรณานุกรม :

1. Iran's Ayatollah Khamenei backs restoration of full diplomatic relations with Egypt. (2023, May 29). The National News. Retrieved from https://www.thenationalnews.com/mena/2023/05/29/irans-ayatollah-khamenei-backs-restoration-of-full-diplomatic-relations-with-egypt/

2. Saudi Arabia, Iran formally restore ties, agree to travel visas for citizens. (2023, April 7). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2282371/saudi-arabia

3. The Israeli Solution. (2014, October 18). The Palestine Chronicle. Retrieved from http://www.palestinechronicle.com/the-israeli-solution/#.VEeQRSKUf0c

-----------------

สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 (4)

หากย้อนดูอดีต มองภาพรวม ข้อมูลต่างๆ ล้วนบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐกับไซออนิสต์มีนโยบายตรงกัน สนับสนุนกันและกัน

            แต่ไหนแต่ไรไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครท ต่างต่อต้านโครงการพัฒนานิวเคลียร์อิหร่าน สองพรรคต่างกันตรงการแสดงออกที่ดูก้าวร้าวรุนแรงมากน้อยเท่านั้น

            เนทันยาฮูกล่าวว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องหยุดภัยคุกคามก่อนคุกคามจริง รอบก่อนคือนาซีที่สังหารอิสราเอล 6 ล้านคน คราวนี้คืออาวุธนิวเคลียร์ จึงต้องชิงลงมือก่อน เป็นการป้องกันตัวเอง

ย้อนหลัง JCPOA:

            หากจะเข้าใจต้นเหตุของสงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 ต้องเท้าความอย่างน้อยถึงข้อตกลง JCPOA

            ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลทรัมป์กับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งหลังรัฐบาลทรัมป์ (สมัยแรก) ยกเลิกข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน (JCPOA) เพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่คู่สัญญาอื่นๆ (รัสเซีย จีน อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมันและอิหร่าน) ยังคงรักษาข้อตกลงเดิม พร้อมกับออกมาตรการคว่ำบาตร ห้ามบริษัทเอกชนซื้อขายน้ำมันกับอิหร่าน ทั้งยังห้ามประเทศอื่นๆ ด้วย ขู่ว่าใครซื้อขายน้ำมันอิหร่านจะถูกเล่นงาน

            รัฐบาลทรัมป์ตีตราอิหร่านเป็นปรปักษ์สำคัญลำดับต้น ขู่โจมติหร่านตั้งแต่สมัยนั้น การย้ำว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรง หวังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ส่งเสริมก่อการร้าย บ่อนทำลายความมั่นคงประเทศเพื่อนบ้าน ฯลฯ ล้วนเป็นเรื่องเก่าที่พูดซ้ำไปซ้ำมา

            ข้อสรุปคือ ยุทธศาสตร์แม่บทสหรัฐตั้งเป้าหมายล้มล้างระบอบอิหร่านหลายทศวรรษแล้ว ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาอิหร่านจึงตกเป็นเป้า รัฐบาลสหรัฐทุกชุดจะหาเรื่องเล่นงาน ออกมาตรการคว่ำบาตรยืดหยุ่นตามบริบท รวมความแล้วรัฐบาลสหรัฐหวังล้มระบอบอิหร่าน เป็นนโยบายเดียวกับอิสราเอล

            การยกเลิก JCPOA เพียงฝ่ายเดียวนำสู่สงครามปี 2025

สหรัฐคือสนับสนุนรายใหญ่:

            อาวุธหลักที่อิสราเอลใช้หลายอย่างมาจากสหรัฐ เครื่องบินรบ F-35 ระเบิดนำวิถี ขีปนาวุธต่างๆ อีกทั้งสหรัฐช่วยเหลือด้านข้อมูลข่าวสาร ชี้จุดโจมตีคล้ายกรณีสนับสนุนยูเครนรบรัสเซีย

            การสนับสนุนอาวุธเครื่องกระสุนสำคัญมาก เหตุที่ยูเครนรบได้นานหลายปีเพราะนาโตส่งอาวุธให้ต่อเนื่อง ถึงขั้นมอบปืนใหญ่ รถถัง เครื่องบินรบของสมาชิกนาโต

            ในกรณีอิสราเอล รัฐบาลสหรัฐส่งเครื่องกระสุนให้ต่อเนื่อง ต่างจากอิหร่านที่ไม่มีผู้สนับสนุน ดังนั้น นานวันเข้าอาวุธกองทัพอิหร่านจะร่อยหรอ ท้ายที่สุดกองทัพอิหร่านจะไม่เหลืออาวุธสู้อิสราเอล (อาวุธอิหร่านที่สามารถโจมตีอิสราเอล คือขีปนาวุธกับโดรนพิสัยกว่าพันกิโลเมตร และเครื่องบินรบจำนวนหนึ่ง ส่วนปืนใหญ่ รถถัง ทหารนับแสนนับล้านไม่มีประโยชน์)

            รัฐบาลตะวันตกที่ประณามความก้าวร้าว การละเมิดสิทธิมนุษยชน การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของ

อิสราเอล หากต้องการหยุดอิสราเอลทำได้ง่ายนิดเดียว คือ ไม่ขายอาวุธให้ แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะระงับขายช่วงหนึ่งแล้วรีบกลับมาขายอีกครั้งเมื่อสบโอกาส เรื่องนี้สะท้อนว่าแท้จริงแล้วพวกตะวันตกกำลังทำอะไรอยู่

ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ:
            นับจากเริ่มสงคราม ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าไม่อยากให้แค่หยุดยิง ต้องการขจัดภัยนิวเคลียร์นี้อย่างราบคาบ หลังรบเพียงสัปดาห์เดียว ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้อิหร่านยอมแพ้โดยไร้เงื่อนไข ทั้งยังขู่รู้ว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านอยู่ที่ใด เป็นเป้าหมายง่ายๆ (easy target) แต่ตอนนี้ยังไม่คิดว่าต้องสังหารท่าน เรื่องนี้จะตัดสินใจอีกที

            ผู้นำสหรัฐอาจเพียงแค่ขู่และอาจลงมือจริงก็เป็นได้ สงครามรอบนี้อิสราเอลสังหารผู้นำกองทัพ นักวิทยาศาสตร์ บุคคลสำคัญหลายคน อิสราเอลใช้แนวทางนี้เรื่อยมา

            เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 เครื่องบินรบสหรัฐเข้าโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่านหลายแห่ง ที่ตั้งในฐานลึกในภูเขาหรือชั้นใต้ดิน (เมือง Fordow กับ Natanz และ Isfahan) ที่กองทัพอิสราเอลไม่สามารถทำลาย การโจมตีนี้ช่วยอิสราเอลโดยตรง ตรงตามที่ทางการอิสราเอลร้องขอ

            วิเคราะห์: เรื่องที่รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลไม่เอ่ยถึงคือ การโจมตีของตนละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ  ผู้พยายามอ้างตัวเป็นผู้นำฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตยกับอิสราเอล ไม่ลดละเล่นงานโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยใช้ข้อมูลเท็จ บอกให้นานาชาติยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ตัวเองละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอเสมอ ใช้กำลังทหารกับอิหร่านด้วยข้ออ้างเทียมเท็จ ไม่แปลกที่จีน รัสเซียและอีกหลายประเทศกำลังร่วมกันสร้างระเบียบโลกใหม่ที่เท่าเทียมเป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่

            พวกตะวันตกเล่นงานรัสเซียที่ทำสงครามกับยูเครน ชี้ว่าละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ แสดงอำนาจบาตรใหญ่ สหรัฐไม่ต่างจากรัสเซียเลย

            ทางการจีนออกมากล่าวถึงเรื่องนี้เหมือนกัน ชี้ว่าสหรัฐโจมตีอิหร่าน ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติกับกฎหมายระหว่างประเทศ ขยายความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

            แต่รัฐบาลสหรัฐไม่สนใจกฎบัตรสหประชาชาติ เรื่องราวสงครามอิสราเอล-อิหร่านเป็นประเด็นเดียวในหลายเรื่อง มหาอำนาจฝ่ายประชาธิปไตยไม่สนใจกฎระเบียบนานาชาติ

รัฐบาลสหรัฐหนุนไซออนิสต์:

            ในทางวิชาการ บางคนผูกรัฐบาลสหรัฐเข้ากับลัทธิไซออนิสต์อย่างแนบแน่น

            ตามข้อตกลงสันติภาพออสโล 1993 (Oslo Peace Accords) ปาเลสไตน์รับรองสถานะความเป็นประเทศของอิสราเอล พร้อมกับที่อิสราเอลรับรองสถานะขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ว่าเป็นตัวแทนปาเลสไตน์ ผู้ดูแลบริหารปกครองภายในดินแดนส่วนต่างๆ ของเวสต์แบงก์ (West Bank) กับฉนวนกาซา (แต่ยังไม่ได้รับรองรัฐปาเลสไตน์) อิสราเอลต้องทยอยมอบอำนาจการดูแลพื้นที่คืนแก่ PLO (ปัจจุบันคือ PA) ท้ายที่สุดจะเกิดรัฐปาเลสไตน์มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง

            แต่สหรัฐเปลี่ยนท่าที ธันวาคม 2017 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามยอมรับเยรูซาเล็มเป็นนครหลวงของอิสราเอล (ขัดข้อตกลงออสโล) เป็นรัฐบาลต่างชาติประเทศแรกที่รับรอง ในขณะที่นานาชาติไม่เห็นด้วย

            ทรัมป์เริ่มต้นด้วยการพูดว่าที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ เพื่อให้การเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์เข้าสู่มิติใหม่ เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์

            ในอนาคตเยรูซาเล็มจะยังคงเป็นดินแดนของคนหลายศาสนา พวกยิวจะยังคงอธิษฐานที่ Western Wall พวกนับถือคริสต์ที่เดินทางไปที่ Stations of the Cross ส่วนมุสลิมจะละหมาดที่มัสยิด Al-Aqsa

พูดเสริมว่าการตัดสินใจดังกล่าว ไม่มีผลต่อผลลัพธ์สุดท้าย ทั้งเรื่องเขตแดนของรัฐอิสราเอลในเยรูซาเล็ม

            รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะให้เกิดข้อตกลงสันติภาพถาวร เรื่องเขตพรมแดนจะขึ้นอยู่กับการเจรจา รวมทั้งอธิปไตยของอิสราเอลต่อกรุงเยรูซาเล็ม ผลจะเป็นอย่างไรขึ้นกับการเจรจาจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สหรัฐยังคงสนับสนุนแนวทางทวิรัฐ (two-state solution) หากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นร่วมกัน

            เมื่อย้อนดูเหตุผลที่ทรัมป์พูดสมัยนั้น พบว่าหลายเรื่องเป็นข้ออ้างให้ฟังดูดีมากกว่า ความจริงที่ปรากฎคืออิสราเอลกินดินแดนปาเลสไตน์มากขึ้นทุกปี และปฏิเสธแนวทางทวิรัฐแล้ว กาซาดูเหมือนกำลังจะเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอล

            ข่าวรายวันจะเห็นภาพความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลเป็นระยะ แต่หากย้อนดูอดีต มองภาพรวม ข้อมูลต่างๆ ล้วนบ่งชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐกับไซออนิสต์มีนโยบายตรงกัน สนับสนุนกันและกัน ข่าวความขัดแย้งที่เห็น เป็นเพียงภาพหนึ่งที่ปรากฏเท่านั้น ต้องแยกภาพลวงตาออกจากความจริง

            สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 เป็นหลักฐานอีกชิ้นว่ารัฐบาลสหรัฐกับไซออนิสต์ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด มียุทธศาสตร์ตะวันออกกลางร่วมกัน

13 กรกฎาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10466 วันอาทิตย์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2568)

--------------

ภาพ: กรุงเยรูซาเล็มในจินตนาการ

เครดิตภาพ: ภาพจากปัญญาประดิษฐ์

บรรณานุกรม :

1. China strongly condemns US attacks on Iran and the bombing of nuclear facilities under the safeguards of the IAEA: Chinese envoy. (2025, June 23). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202506/1336736.shtml

2. Cleveland, William L., Bunton, Martin. (2016). A History of the Modern Middle East (6th Ed.). USA: Westview Press.

3. Intense Israeli strikes hit Tehran after Trump demands ‘unconditional surrender’. (2025, June 18). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/israel-iran-missile-attacks-nuclear-news-tehran-trump-06-17-2025-3f08988b5e8fd375645967b6e22916f3

4. 'Never again is now': Netanyahu announces strikes on Iran nuclear targets. (2025, June 13). Jpost. Retrieved from https://www.jpost.com/israel-news/defense-news/article-857577

5. The White House. (2017, December 6). Statement by President Trump on Jerusalem. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/the-press-office/2017/12/06/statement-president-trump-jerusalem

6. Trump Calls for Iran to ‘Surrender’ as He Weighs Military Action. (2025, June 17). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/trump-calls-for-unconditional-surrender-as-he-loses-patience-with-iran-773cb20d

-----------------


สงครามอิสราเอล-อิหร่าน (ไซออนิสต์-ชีอะห์) 2025 (3)

อิสราเอลอ้างทำสงครามเพื่อป้องกันตนเอง ตามยุทธศาสตร์ชิงลงมือก่อน อาหรับเป็นปัจจัยสำคัญสกัดสงครามยืดเยื้อ ทำไมต้องทนรับผลกระทบจากสงครามที่ไม่ได้ก่อ

            ในมุมมองอิสราเอล ศึกครั้งนี้คือการป้องกันตนเอง

            นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่าแต่ไหนแต่ไร อิหร่านพยายามสร้างความปั่นป่วนในภูมิภาคตะวันออกกลาง การจัดการฮิซบอลเลาะห์ช่วยให้เลบานอนสามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ การล้มระบอบอัสซาดที่อิหร่านหนุนหลัง เปิดทางให้คนซีเรียได้โอกาสเริ่มชีวิตใหม่ และเรากำลังทำเช่นนี้กับประชาชนอิหร่าน อิสราเอลไม่รบกับพวกเขา แต่รบกับผู้นำเผด็จการที่กดขี่พวกเขา (หมายถึงรัฐบาลชีอะห์หลังการปฏิวัติอิหร่าน)

            รัฐบาลอิสราเอลจะไม่ยอมปล่อยให้ระบอบอันตรายครอบครองอาวุธที่อันตรายที่สุด อิหร่านมีแผนส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์แก่ผู้ก่อการร้ายของพวกตน (terrorist proxies) ก่อการร้ายด้วยนิวเคลียร์

ตั้งใจก่อสงคราม:

            ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่า สหประชาชาติมีทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กำกับให้นานาชาติสามารถมีโครงการนิวเคลียร์เพื่อสันติ ปัจจุบันกำกับตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ใน 180 ประเทศ ดังนั้นเพียงแค่ทำตามข้อตกลงแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ (JCPOA) ที่ลงนามเมื่อปี 2015 นานาชาติก็มั่นใจได้ว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ลบข้อกังวลของสหรัฐกับอิสราเอล แปลกแต่จริงที่รัฐบาลทรัมป์กับอิสราเอลไม่ยอมรับการทำงานของ IAEA ไม่ยอมรับข้อตกลงที่ลงนามในสมัยโอบามา ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด จนอิสราเอลเปิดฉากทำสงคราม

            รัฐบาลเนทันยาฮูกับสหรัฐตั้งใจทำให้เกิดสงครามใช่หรือไม่

            ในการนี้ใช้หลัก “ชิงลงมือก่อน” (pre-emption) คือการเชื่อว่าประเทศมีสิทธิและความชอบธรรมที่จะชิงโจมตีประเทศใดๆ ที่เห็นว่าเป็นภัยคุกคามต่อตนเอง และชี้ว่าไม่ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ เพราะคือการป้องกันตนเอง

            รัฐบาลจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุช ใช้หลักการนี้ทำสงครามกับอิรัก อ้างว่าอิรักแอบซ่อนอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) และอาจส่งอาวุธนี้ให้ผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะห์โจมตีสหรัฐ ในที่สุดโลกประจักษ์ว่าอิรักไม่เป็นภัยคุกคามร้ายแรง ข้อมูลที่ทางการสหรัฐใช้เป็นเท็จ

            ในกรณีอิหร่าน อิสราเอลคิดชิงลงมือโจมตีอิหร่านมานานแล้ว

            ยกตัวอย่าง กันยายน 2021 นาฟทาลี เบนเน็ตต์ (Naftali Bennett) นายกฯ อิสราเอลขณะนั้นกล่าวว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านฝ่าฝืนเส้นต้องห้ามทุกเส้นแล้ว อิสราเอลพร้อมทำทุกอย่างเพื่อยับยั้งไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ แม้จะต้องลงมือเพียงลำพัง

            จะเห็นว่าแต่ไหนแต่ไร รัฐบาลอิสราเอลคิดชิงโจมตีอิหร่าน พูดถึงเรื่องนี้เป็นระยะ

            สงครามอิสราเอล-อิหร่านจึงอยู่ในความคิดของอิสราเอลมานานแล้ว และลงมือในปี 2025 นี้ ถ้าพูดในมุมมองทำลายล้าง ก่อนที่อิหร่านจะ “ลบ” อิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิสราเอลต้อง “ชิงลบ” อิหร่านก่อน และลงมือแล้ว แต่จะสำเร็จหรือไม่กาลเวลาจะเปิดเผยความจริง

ไม่มีหลักฐานอิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์:

            อาวุธนิวเคลียร์คือเหตุผลหลักที่อิสราเอลชี้ว่ามีความชอบธรรมที่จะโจมตีอิหร่าน ทั้งๆ ที่รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าไม่มีและไม่คิดมี เนื่องจากผิดบัญญัติศาสนา

            หลักฐานสำคัญอีกชิ้นคือ สัปดาห์แรกที่อิสราเอลโจมตีอิหร่าน สถานทูตอิหร่านประจำอินเดียเผยแพร่แถลงการณ์ของ Rafael Grossi อธิบดี IAEA ว่า “ยังไม่มีหลักฐานชี้ว่า (อิหร่าน) กำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์” เรื่องนี้สวนทางกับแถลงการณ์ของรัฐบาลอิสราเอล ที่กล่าวหาอิหร่านกำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์และใกล้จะสำเร็จแล้ว

            ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร รัฐบาลเนทันยาฮูยึดข้อมูลของตนและลงมือจัดการอิหร่าน รัฐบาลสหรัฐสนับสนุนการรบครั้งนี้

ต้องล้มระบอบอิหร่าน:

            การล้มระบอบอิหร่านไม่ใช่เป้าหมายใหม่ ในการรบรอบนี้นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวซ้ำอีกครั้งว่า อิสราเอลกำลังช่วยปลดปล่อยชาวอิหร่านที่โดนเหยียบย่ำเกือบ 50 ปี ต้องทนทุกข์ทรมาน

            ดังที่รับรู้กันทั่วไปว่า เป้าหมายสุดท้ายคือล้มระบอบอิหร่าน เป็นนโยบายเก่าแก่หลายทศวรรษ ด้วยหลักคิดว่าถ้าจะจัดการอิหร่าน ต้องล้มระบอบเท่านั้นภัยคุกคามจึงจะสิ้นสุด หลายสิบปีที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลสหรัฐ (รวมอิสราเอล) ดำเนินนโยบายนี้เรื่อยมา พยายามคว่ำบาตรอิหร่านให้อ่อนแอ สงครามปี 2025 คือการยกระดับ อิสราเอลเข้าโจมตีโดยตรง

            ด้วยหลักคิดการป้องกันตนเองที่ดีที่สุด คือทำลายศัตรูให้สิ้นซาก เข้าครอบงำฝ่ายตรงข้าม หรือทำให้เป็นรัฐล้มเหลว

            หากศึกนี้ไม่จบเร็ว ควรติดตามว่าอิสราเอลจะโจมตีอิหร่านเป็นระยะหรือไม่ เหมือนที่ทำกับฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ และซีเรีย เพราะทั้งอิสราเอลกับสหรัฐคงไม่ส่งทหารเข้ารบภาคพื้นดิน เกรงจะสูญเสียมากและไม่มั่นใจว่าจะชนะ จึงต้องใช้วิธีโจมตีทางอากาศเป็นระยะ ไม่ให้อิหร่านฟื้นฟู หวังให้เป็นรัฐล้มเหลว เปิดโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน คนอิหร่านฆ่ากันเอง

ผู้สกัดแผนทำสงครามยืดเยื้อ:

            ตั้งแต่ต้นสงครามบรรดารัฐอาหรับกังวลว่าสงครามจะกระทบพวกตนด้วย ทั้งด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ จึงขอให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจ ลดความรุนแรง หยุดสงครามทันที

            การโจมตีทางอากาศทำให้การขนส่งทางอากาศทั้งภูมิภาคปั่นป่วน บางครั้งถึงขั้นปิดสนามชั่วคราว เครื่องบินพาณิชย์นับพันเที่ยวบินต้องเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนตารางการบินกะทันหัน กระทบผู้โดยสารนับหมื่น การขนส่งทางทะเลก็เช่นกัน ความกังวลเป็นจริงเป็นจังมากขึ้นเมื่ออิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ กระทบการขนส่งทางเรือของอ่าวเปอร์เซีย เป็นแนวทางที่อิหร่านเคยพูดขู่นานแล้ว

            ไม่กี่วันหลังเครื่องบินรบสหรัฐโจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน กองทัพอิหร่านโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธ 19 ลูกใส่ฐานทัพ Al-Udeid ของสหรัฐในกาตาร์ ที่นี่เป็นศูนย์บัญชาการสหรัฐ แต่ขีปนาวุธถูกสกัดเกือบทั้งหมด มีเพียงลูกเดียวที่ตกพื้นโดยไม่มีผู้บาดเจ็บเสียชีวิต

            ทางการอิหร่านกล่าวว่าตั้งใจโจมตีฐานทัพสหรัฐเท่านั้น ด้านกาตาร์ชี้ว่าตนสกัดขีปนาวุธเพื่อรักษาอธิปไตยโดยไม่ยิงตอบโต้อิหร่าน ทั้งยังแจ้งว่าจะไม่ให้สหรัฐใช้ฐานทัพพวกนั้นเล่นงานอิหร่าน

            วิเคราะห์: อิหร่านโจมตีพอเป็นพิธี เตือนให้รู้ว่าสามารถทำลายฐานทัพดังกล่าว ซึ่งง่ายกว่าการโจมตีอิสราเอล อย่างไรก็ตามการโจมตีทำลายความสงบ บรรยากาศการค้าการลงทุน ตรงนี้แหละที่ทำให้กาตาร์กับย่านนี้เสียหายมหาศาล

            การยิงขีปนาวุธอาจเป็นส่วนหนึ่งของการทูต เพื่อรัฐอาหรับกดดันสหรัฐให้หยุดโจมตีอิหร่าน ไม่ให้ความขัดแย้งบานปลาย

            ผลการรบรอบมิถุนายน 2025 กลายเป็นว่ารัฐบาลทรัมป์โจมตีโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน 3 แห่ง แล้วประกาศให้ทุกฝ่ายหยุดยิง ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐในกาตาร์เพียงรอบเดียว

            หากสงครามยืดเยื้อจะกระทบเศรษฐกิจของทุกประเทศในย่านอ่าวเปอร์เซีย ความสงบสุขกลายเป็นภาวะสงคราม ทั้งๆ ที่รัฐอาหรับไม่ได้รบด้วยแต่อย่างไร แน่นอนว่าบรรดารัฐอาหรับทั้งหลายต้องการให้สงบศึก

            ถ้ามองให้ไกลกว่านั้น หากระบอบอิหร่านล่มสลาย ประเทศน่าจะปั่นป่วนวุ่นวาย ข้อนี้ไม่เป็นผลดีต่อเพื่อนบ้านอิหร่านเช่นกัน

            ทำไมอาหรับต้องทนรับผลกระทบมากมายจากสงครามที่ไม่ใช่ของตน

            เมื่ออิสราเอลเป็นฝ่ายก่อสงคราม จึงต้องหยุดอิสราเอลก่อน และเมื่อรัฐบาลทรัมป์สนับสนุนและร่วมรบด้วย จึงต้องกดดันรัฐบาลสหรัฐให้ยุติการรบ และให้ช่วยกดดันเนทันยาฮู

            รัฐบาลอาหรับจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสกัดแนวคิดทำสงครามต่อเนื่อง อนาคตของอิหร่านจึงขึ้นกับเพื่อนบ้านอาหรับด้วย และความมั่นคงอิหร่านคือความมั่นคงอาหรับ เป็นความไร้เดียงสาถ้าคิดว่าพันธมิตรสหรัฐจะปกป้องอาหรับตลอดไป หรืออิสราเอลจะหยุดแค่ปาเลสไตน์

6 กรกฎาคม 2025
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 29 ฉบับที่ 10459 วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2568)

------------------------

บรรณานุกรม :

1. Cleveland, William L., Bunton, Martin. (2013). A History of the Modern Middle East (Fifth Edition). USA: Westview Press.

2. Cook, Jonathan. (2008). Israel and the Clash of Civilisations: Iraq, Iran and the Plan to Remake the Middle East. USA: Pluto Press.

3. Hezbollah says retaliation against Israel for killing of Fuad Shukr has begun. (2024, August 25). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2024/08/25/israel-striking-dozens-of-alleged-hezbollah-targets-in-lebanon

4. IDF chief warns Israelis must brace for ‘prolonged campaign’ against Iran. (2025, June 20). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/idf-chief-warns-israelis-must-brace-for-prolonged-campaign-against-iran/

5. Iran attacks US base: Qatar, Bahrain and Kuwait reopen airspace after brief suspension. (2025, June 23). Gulf News. Retrieved from https://gulfnews.com/business/aviation/iran-attacks-us-base-in-qatar-bahrain-and-kuwait-reopen-airspace-after-brief-suspension-1.500174322

6. Israeli prime minister: Iran has crossed nuclear 'red lines'. (2021, September 27). The Hill. Retrieved from https://thehill.com/policy/international/574140-israeli-prime-minister-iran-has-crossed-nuclear-red-lines

7. Ismael, Tareq Y., Haddad, William W. (2004). Iraq: The Human Cost of History. USA: Pluto Press.

8. Duiker, William J. (2009). Contemporary World History (5th ed.). USA: Wadsworth.

9. No proof that Iran was going to make nuclear weapons: Ambassador shares video of IAEA chief. (2025, June 18). Gulf News. Retrieved from https://gulfnews.com/world/mena/did-not-have-any-proof-of-effort-to-move-into-a-nuclear-weapon-iaea-chief-on-iran-1.500167511

10. Tehran attacks US base in Qatar, hours later Trump states Israel-Iran truce. (2025, June 23). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2025/6/23/flares-over-qatars-doha-explosions-heard-amid-us-israel-iran-conflict

11. The perils of hosting US military bases: Lessons from Qatar. (2025, June 22). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/514914/The-perils-of-hosting-US-military-bases-Lessons-from-Qatar

-----------------