6 เดือนสมรภูมิยูเครนสงครามดำเนินต่อไป

ยูเครนเป็นแค่เหยื่อเพื่อนำสู่การต่อสู้ระหว่างขั้วสหรัฐกับรัสเซีย ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐคือมุ่งทำลายเศรษฐกิจสังคมรัสเซีย ตอกย้ำการแบ่งขั้ว

        กองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ นาโตยืนยันไม่ให้ทหารของตนปะทะกับทหารรัสเซีย เป็นจุดยืนที่ประกาศตั้งแต่ก่อนสงครามว่าสมรภูมินี้จะเป็นการปะทะระหว่างกองทัพยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น 6 เดือนให้หลังหลักฐานเชิงประจักษ์ชี้ว่ารัสเซียค่อยๆ รุกคืบกินพื้นที่ทางภาคตะวันออกกับภาคใต้ ทั้งกองทัพรัสเซียกับยูเครนต่างสูญเสียไม่น้อย แต่ไม่อาจสรุปว่าสูญเสียเท่าใดเนื่องจากข้อมูลขัดแย้งกัน

สงครามยืดเยื้อต่อไป :

       ประการแรก การต่อสู้ระหว่างนาโตกับรัสเซีย

        นาโตให้ความช่วยเหลือด้านการทหาร เศรษฐกิจและอื่นๆ อาวุธของยูเครนจึงถูกเติมเข้ามาเป็นระยะๆ ต้นเดือนสิงหาคมกระทรวงกลาโหมสหรัฐรายงานว่าให้ความช่วยเหลือกองทัพยูเครนมูลค่ารวม 10,000 ล้านดอลลาร์แล้ว รัฐบาลไบเดนยืนยันให้ความช่วยเหลือต่อไป ดังนั้น สงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องของยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น เป็นการขับเคี่ยวระหว่างนาโตกับรัสเซีย

       ประการที่ 2 สงครามเศรษฐกิจ

        เป้าหมายที่ฝ่ายสหรัฐวางไว้แต่แรกคือปิดล้อมรัสเซียทางเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ คว่ำบาตรการทำธุรกรรมการเงินกับรัสเซีย เป็นเหตุผลที่สมาชิกอียูหลายประเทศต้องทยอยลดเลิกนำเข้าพลังงานฟอสซิล (น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน) และมีมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียอีกหลายอย่าง

        รัสเซียได้รับผลกระทบไม่น้อยถึงขั้นเศรษฐกิจถดถอย สำนักงานสถิติแห่งชาติรัสเซีย (Rosstat) ประเมินว่า GDP ไตรมาส 2 ปีนี้จะหดตัว 4% ยอดค้าส่งลดลง 15.3% ยอดค้าปลีกลดลง 9.8% ค่าเงินรูเบิล อัตราดอกเบี้ยปั่นป่วนอยู่พักใหญ่ การส่งออกพลังงานฟอสซิสมีปัญหา ทหารบาดเจ็บล้มตาย ใช้จ่ายงบกลาโหมมหาศาล

        อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจรัสเซียที่สั่นสะเทือนช่วงแรกกลับมาตั้งตัวได้ พยายามหาตลาดส่งออกพลังงาน มีข่าวว่าจีน ตุรเคีย อินเดียนำเข้าพลังงานรัสเซียเพิ่มขึ้นมาก ปลายเดือนกรกฎาคมดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 9.5% จากจุดสูงสุดที่ 20%

โหมกระพือสงครามเย็น :

        สงครามยูเครนมองได้หลายกรอบ ทั้งใหญ่กับเล็ก กรอบใหญ่สุดคือโหมกระแสสงครามเย็นใหม่ เป็นการต่อสู้ระหว่างขั้ว การต่อต้านรัสเซียด้วยการคว่ำบาตรทางการเมืองเศรษฐกิจดังที่เป็นอยู่สำคัญกว่าความเป็นไปของประเทศยูเครน ส่งผลระดับโลก ข้อมูลในอดีตชี้ชัดว่า รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดจะทำเช่นนี้คือกระชับความเป็นขั้ว ให้ทุกประเทศเลือกข้างว่าจะอยู่ฝ่ายใด

        หลังเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ เมื่อ 11 กันยา 2011 รัฐบาลสหรัฐสมัยนั้นประกาศให้นานาชาติเลือกข้างว่าจะร่วมต่อต้านก่อการร้ายหรือไม่ ประเทศใดไม่ช่วยต่อต้านก่อการร้ายคือศัตรูของอเมริกา การล้มรัฐบาลซัดดัมคือการเลือกข้างว่าจะอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยหรือเผด็จการซัดดัม กรณียูเครนตอกย้ำการเลือกข้างระหว่างฝ่ายเสรีประชาธิปไตยกับรัสเซีย รัฐบาลตะวันตกมักจะใช้คำว่าสงครามนี้คือสู้เพื่อเสรีประชาธิปไตย เป็นวิธีการรักษาความเป็นมหาอำนาจของรัฐบาลสหรัฐ

คาดการณ์อนาคต :

       ประการแรก สงครามดำเนินต่อไป

        หลังกองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนไม่นาน รัฐบาลยูเครนร้องขอเจรจา ปลายเดือนมีนาคมมีความหวังว่าน่าจะตกลงกันได้ มีร่างข้อสรุปเรื่องประกันความมั่นคงของยูเครนโดยจะทำเป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศ มีผู้ค้ำประกันหลายชาติ เช่น อังกฤษ จีน สหรัฐ ตุรเคีย ฝรั่งเศส ให้มีผลบังคับใช้จริงเมื่อยูเครนผ่านประชามติเรื่องดังกล่าว และรัฐสภาของทั้ง 2 ประเทศรับรอง ส่วนประเด็นสถานะของไครเมีย สาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ (Donetsk People's Republic) กับสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ (Luhansk People's Republic) จะต้องหารือต่อไป ความเป็นกลางของยูเครนยังรวมถึงไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ ไม่เป็นที่ตั้งฐานทัพของต่างชาติ ไม่เข้ากลุ่มร่วมมือทางทหารกับกลุ่มใดๆ

        แต่แล้วการเจรจาที่คืบหน้าดูเหมือนได้ข้อสรุปก็หยุดชะงักเมื่อรัฐบาลเซเลนสกีต้องการให้กองทัพรัสเซียถอนตัวกลับทั้งหมดก่อนจึงจะทำประชามติ รัฐบาลปูตินไม่ยอมรับข้อเสนอนี้

       ประการที่ 2 เป้าหมายรัสเซียเปลี่ยนไป

        เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ารัสเซียประกาศมานานแล้วว่ายูเครนต้องไม่เป็นสมาชิกนาโต ถือว่าเป็นเส้นต้องห้าม (redline) เป็นยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศของรัสเซียที่จะมีแนวรัฐกันชน (buffer state) กองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครนเพราะยูเครนไม่ยอมถอนนโยบายเป็นสมาชิกนาโต หลังการเจรจาเดือนมีนาคมล้มเหลวกองทัพรัสเซียรุกคืบกินดินแดนต่อไปอย่างช้าๆ และขยายไปทางทิศใต้ที่ติดทะเล มีแนวโน้มว่าอาจผนวกพื้นที่เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเหมือนกรณีไครเมีย ยูเครนจะไม่เหลือพื้นที่ติดทะเลอีกต่อไป

       ประการที่ 3 ยูเครนเหยื่อที่ถูกทำลาย

        ดังที่เคยนำเสนอในบทความก่อนว่าทั้งฝ่ายสหรัฐกับรัสเซียต่างได้ประโยชน์จากสงครามนี้ ยูเครนกลายเป็นประเทศที่ถูกทำลาย

        ณ วันนี้ไม่ทราบชัดว่าทหารกับประชาชนยูเครนบาดเจ็บเสียชีวิตกี่หมื่นกี่แสนราย ที่แน่ๆ คือชาวยูเครนกว่า 10 ล้านคนอพยพหนีภัยสงครามออกนอกประเทศนาน 6 เดือนแล้วและยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับบ้าน ชีวิตคนยูเครนหลายสิบล้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ประเทศยูเครนจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป รวมทั้งอนาคตของประเทศที่อาจไม่ขึ้นกับการตัดสินใจของคนยูเครนอีกแล้ว

        สิ่งที่ยูเครนสูญเสียไม่อาจหวนกลับ ไม่เหมือนเกมที่กดปุ่มเล่นใหม่ได้อีก เหตุเพราะมีผู้นำแปลกๆ อย่างประธานาธิบดีเซเลนสกีที่ตัดสินใจทำสงครามกับรัสเซีย เป็นเรื่องแปลกที่ยูเครนกล้าทำสงครามเพียงลำพังกับมหาอำนาจทางทหารรัสเซีย ยิ่งสงครามยืดเยื้อเพียงไรยูเครนก็ยิ่งพังพินาศมากแค่นั้น มีข้อสังเกตว่าการรบเกือบทั้งหมดจำกัดในพื้นที่ประเทศยูเครนเท่านั้น ขีปนาวุธนับร้อยนับพัน ระเบิด กระสุนตกในพื้นที่ยูเครน หากรัฐบาลยูเครนตัดสินใจตั้งแต่ต้นประกาศไม่เข้าร่วมนาโตเรื่องก็จะไม่เป็นเช่นนี้

        ในระยะหลังประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวว่าสงครามนี้เกิดขึ้นเพราะรัสเซียยึดไครเมียเมื่อ 2014 ยูเครนต้องนำไครเมียกลับมาเป็นของตน เงื่อนไขนี้ยิ่งทำให้สงครามไม่จบง่ายๆ

สงครามจบเมื่อไหร่ :

        หลังสงครามผ่านไปไม่กี่เดือนรัฐบาลเซเลนสกีร้องหาขอความช่วยเหลือด้านอาวุธ งบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ จากชาติตะวันตก อาวุธเครื่องกระสุนจากหลายประเทศทยอยส่งเข้ายูเครน การรบทุกวันนี้จึงขึ้นกับกำลังบำรุงจากต่างชาติโดยแท้ ตราบใดที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกยังส่งความช่วยแก่ยูเครน สงครามน่าจะดำเนินต่อไป ดังนั้นสงครามจะจบหรือไม่จึงขึ้นกับการตัดสินใจของนาโต โดยเฉพาะรัฐบาลไบเดน แม้ฝ่ายสหรัฐมีแรงกดดันจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจไม่น้อย แต่เนื่องจากเศรษฐกิจอเมริกาแข็งแรงจึงยังทนได้ เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีไบเดนจะยืดการรบไปถึงหลังเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงต้นพฤศจิกายนนี้ เพราะพรรคเดโมแครท (พรรคไบเดน) ไม่อยากถูกพรรครีพับลิกันตีตราว่าแพ้รัสเซีย ต้องรักษาจำนวน ส.ส. ส.ว. ในสภาให้มากที่สุด (และเป็นไปได้ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับรัสเซียยังไม่ได้ข้อยุติ) รอพ้นเลือกตั้งกลางเทอมค่อยมาพิจารณาอีกรอบ ทั้งนี้ยุทธศาสตร์แม่บทของสหรัฐยังดำเนินต่อไปคือปิดล้อมจีนกับรัสเซีย โหมกระแสสงครามเย็นใหม่

        อย่างไรก็ตามน่าติดตามว่านานาชาติจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะตอนนี้ค่าครองชีพสูงขึ้นมากทั้งจากราคาพลังงานกับอาหาร อันเป็นผลจากการคว่ำบาตรรัสเซีย ภัยแล้งปีนี้ที่รุนแรงกว่าปกติ การแข่งขันช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจกำลังก่อความทุกข์ยากแก่ประชากรโลกนับพันล้าน คนยากคนจนคือพวกที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ทุกวันนี้ 811 ล้านคนอดอยากเพราะยากจนหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะหาอาหารมาเลี้ยงปากท้อง

        ข่าวชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อกลางเดือนสิงหาคมด้วยแรงกดดันจากองค์การสหประชาชาติ ซึ่งหมายถึงนานาชาติร่วมมือร่วมใจเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐกับพวกเปิดทางให้สามารถซื้อขายสินค้าเกษตรของรัสเซีย ผลคือธนาคารยุโรปบางแห่งยอมรับการชำระเงินเพื่อซื้อขายอาหารกับปุ๋ยของรัสเซียแล้ว รัฐบาลสหรัฐยอมให้ซื้อขายสินค้าเกษตรกับเวชภัณฑ์ เรื่องนี้ลดแรงกดดันอาหารแพง

        โดยสรุปแล้ว ยูเครนเป็นแค่เหยื่อเพื่อนำสู่การต่อสู้ระหว่างขั้วสหรัฐกับรัสเซีย ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐหวังว่าถ้าเศรษฐกิจรัสเซียพังจะทำให้คะแนนนิยมปูตินตกต่ำ นำสู่การเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ขั้วการเมืองใหม่ พร้อมกับโหมกระแสสงครามเย็นใหม่ กระตุ้นให้นานาประเทศเลือกข้าง ท้ายที่สุดแล้วแรงกดดันจากนานาชาติจะส่งผลต่อสงครามยูเครนอย่างไร ความเป็นไปของยูเครนเชื่อมโยงคนทั้งโลก

28 สิงหาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9419 วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2565)

--------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
การศึกในยูเครนไม่ใช่เรื่องที่อยากเลิกก็เลิกได้ทันที เพราะสัมพันธ์กับปัจจัยอื่นๆ ที่สำคัญยิ่งกว่าความเป็นไปของยูเครนที่มหาอำนาจไม่อาจสูญเสีย
เมื่อต้นเหตุเงินเฟ้อมาจากการคว่ำบาตรน้ำมันก๊าซธรรมชาติรัสเซีย วิธีแก้คือระงับหรือชะลอคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียออกไปก่อน ปัญหาเงินเฟ้อสหรัฐกับเงินเฟ้อโลกจะลดลง เศรษฐกิจฟื้นตัวทันที

บรรณานุกรม :

1. Russia slashes key interest rate by 150 basis points in shock move. (2022, July 22). Bloomberg. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/07/22/russia-slashes-key-interest-rate-by-150-basis-points-in-shock-move.html

2. Russia’s economy gets boost from wartime grain shipments. (2022, August 15). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-middle-east-africa-global-trade-2ab926262e914e70d2abf6ca0c319f5f

3. Russia’s GDP down 4% in Q2 2022 — statistics. (2022, August 12). TASS. Retrieved from https://tass.com/economy/1492979

4. Russia’s war in Ukraine started 6 months ago — and there appears to be no end in sight. (2022, August 24). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/08/24/russias-war-in-ukraine-has-gone-on-for-6-months-what-next.html

5. Ukraine ready to accept neutral, non-nuclear status. (2022, March 29). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/world/150894-russia_ukraine_talks/

6. Ukraine's Zelensky questions UN Security Council's mandate in speech on alleged Russian atrocities. (2022, April 5). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/04/05/world/zelensky-ukraine-united-nations-speech-intl/

7. U.S. authorizes largest-yet military package to Ukraine. (2022, August 8). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2022/08/08/largest-military-package-ukraine-00050368

-----------------------

สงครามยูเครนกระชับสัมพันธ์รัสเซีย-เกาหลีเหนือ

ทั้งเกาหลีเหนือกับรัสเซียต่างสามารถอาศัยกันและกัน ใช้ไพ่ของอีกประเทศเป็นเครื่องมือต่อรองฝ่ายตรงข้าม ความสัมพันธ์นี้อาจดังไกลไปถึงสมรภูมิยูเครน อียู

        เกาหลีเหนือเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการประณามกองทัพรัสเซียบุกยูเครน ความสัมพันธ์ 2 ประเทศล้ำลึก อดีตโซเวียตรัสเซียมีส่วนสำคัญทำให้เกิดเกาหลีเหนือ คิม อิล-ซุง (Kim Il-sung) ปู่ของผู้นำเกาหลีคนปัจจุบันเรียนรู้ลัทธิสังคมนิยมจากค่ายนี้ รัฐบาลโซเวียตสนับสนุนเป็นตัวแทนปกครองเกาหลีเหนือ (หลังแบ่งเป็นเหนือ-ใต้) แต่ภายหลังรัฐบาลเกาหลีเหนือหันไปใกล้ชิดจีนมากกว่า


มองจากมุมเกาหลีเหนือ :

        การสนับสนุนรัสเซียในสงครามยูเครนอย่างเต็มตัวมีความเสี่ยงและเป็นโอกาสสำคัญ อธิบายได้ดังนี้

       ประการแรก ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว

        สำหรับประเทศทั่วไปการประกาศอยู่ฝ่ายรัสเซียอย่างเปิดเผยย่อมมีผลเสีย หลายประเทศเลือกที่จะไม่แสดงตัวชัดเจน ให้ความร่วมมือกับทั้งรัสเซียกับฝ่ายสหรัฐ แต่เกาหลีเหนืออยู่ในฐานะเป็นปรปักษ์สหรัฐอยู่แล้ว ทุกวันนี้ยังโดนคว่ำบาตรหนัก รัฐบาลสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรชุดแล้วชุดเล่า นักวิเคราะห์บางคนคิดว่ารัฐบาลสหรัฐจ้องล้มระบอบเกาหลีเหนือ ทางการเกาหลีเหนือเคยรายงานว่าสหรัฐกับเกาหลีใต้วางแผนลอบสังหารผู้นำคิม จ็อง-อึน (Kim Jong-un) ด้วยสารเคมีชีวภาพ (biochemical substances) แต่ล้มเหลว

       ประการที่ 2 ลดการพึ่งจีน ได้รับความช่วยเหลือเพิ่ม

        ในสภาพที่ถูกคว่ำบาตรอย่างหนักทั้งจากข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติและจากบางประเทศโดยตรง เหลือไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ยังติดต่อค้าขายกับเกาหลีเหนือ

        จีนกลายเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดเรื่อยมา เป็นผู้ให้อาหาร การค้า เชื้อเพลิงรายสำคัญที่สุด เศรษฐกิจเกาหลีเหนือขับเคลื่อนได้เพราะจีนโดยแท้ อิทธิพลของจีนต่อเกาหลีเหนือเป็นที่รับรู้ทั่วไป แม้กระทั่งสหรัฐยังต้องร้องขอให้จีนกดดันเกาหลีเหนือในเรื่องต่างๆ

        แม้จีนมีผลประโยชน์สำคัญจากเกาหลีเหนือ ให้ความช่วยเหลือมากมาย หวังรักษาให้ระบอบเกาหลีเหนืออยู่รอดต่อไป หากมองจากมุมเกาหลีเหนือแม้จีนสำคัญมากแต่ย่อมคาดหวังลดการพึ่งพาดังกล่าว การหายใจด้วยตัวเองย่อมดีกว่ายืมจมูกคนอื่น เคยมีกรณีพิพาทจากที่เกาหลีเหนือต้องพึ่งพาจีน (สหรัฐกดดันจีนให้จีนกดดันเกาหลีเหนืออีกทอด) รัสเซียซึ่งเป็นมหาอำนาจ ภูมิศาสตร์ใกล้ชิด มีศัตรูร่วมจึงเป็นตัวเลือกที่ดีเยี่ยมเรื่อยมา

        สงครามยูเครนจึงเป็นโอกาสของเกาหลีเหนือโดยแท้

        เรื่องแรกที่เกาหลีเหนือคาดหวังได้มากคือได้อาวุธใหม่ๆ จากรัสเซีย แม้พยายามพัฒนาอาวุธใหม่ด้วยตัวเองแต่ย่อมสู้อาวุธรัสเซียไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินรบ เรือรบ รถถังที่เก่าล้าสมัยเมื่อเทียบกับเกาหลีใต้ มีกระแสข่าวว่าอยากได้ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ S-300 มานานแล้ว

        สิ่งที่สำคัญกว่าคือการค้าการลงทุน หากรัสเซียลงทุนสร้างนิคมอุตสาหกรรมที่นี่ ผลิตสินค้าป้อนตลาดรัสเซียโดยตรง ข้อนี้จะเป็นประโยชน์มหาศาล เกาหลีเหนือตั้งเป้ามีระบบเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ดีกว่าพึ่งพาความช่วยเหลือจากประเทศอื่นที่ได้รับเป็นครั้งคราว บ่อยครั้งมีข้อแลกเปลี่ยน ประเทศจำต้องเจริญทันสมัยตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เห็นโลกกว้าง เห็นความเจริญก้าวหน้าของจีน การพัฒนาของเกาหลีใต้ เป็นความจริงที่รัฐบาลเกาหลีเหนือปกปิดไม่ได้ คนรุ่นใหม่ต้องการสิ่งใหม่ที่มากกว่าอาหาร เครื่องนุ่งห่มและความปลอดภัย

       ประการที่ 3 มีแต่ได้กับได้

        ความอยู่รอดปลอดภัยของระบอบสำคัญที่สุด แต่การอยู่รอดที่ดีควรคู่กับการพัฒนาทุกมิติ รัสเซียเป็นเพียง 1 ใน 2 มหาอำนาจที่มีศักยภาพสูงสามารถช่วยเกาหลีเหนือในทุกด้าน ยามนี้ที่รัสเซียกำลังต่อกรกับนาโตหรือพูดให้ครอบคลุมคือรัฐบาลสหรัฐกับพวก หากมีอะไรที่เกาหลีเหนือสามารถช่วยรัสเซียย่อมเป็นโอกาสอันดีเยี่ยมที่จะกระชับความสัมพันธ์ รัฐบาลรัสเซียพร้อมสำหรับเรื่องนี้อยู่แล้ว มีข่าวว่าเกาหลีเหนือพร้อมส่งทหาร 1 แสนนายช่วยรัสเซียรบยูเครน

        ทุกวันนี้เกาหลีเหนืออยู่ในฐานะที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว การประกาศอยู่ข้างรัสเซียจึงเป็นความเสี่ยงที่น่าลอง

มองจากมุมรัสเซีย :

       ประการแรก กระชับมิตรขยายอิทธิพล

        ด้วยความที่มีภูมิศาสตร์ใกล้กัน รัสเซียกับเกาหลีเหนือมีสัมพันธ์มานานแล้ว ทั้งเป็นมิตรกับปรปักษ์ ในระยะหลังประเด็นที่สำคัญคือการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ รัสเซียเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา 6 ฝ่าย มีผลประโยชน์โดยตรงจากคาบสมุทรเกาหลี

        ในยามนี้ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกปิดล้อมรัสเซียอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับที่เศรษฐกิจโลกมีปัญหา ซ้ำเติมเศรษฐกิจหลายประเทศ รัสเซียส่งความช่วยเหลือแก่หลายประเทศ เกาหลีเหนือเป็นอีกประเทศที่อยู่ในข่ายกระชับมิตรขยายอิทธิพล สอดคล้องกับการสร้างโลกพหุภาคี ต่อต้านระบอบโลกที่รัฐบาลสหรัฐเป็นเจ้า

       ประการที่ 2 ขายน้ำมัน อาวุธ

        เกาหลีเหนือต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ ถูกคว่ำบาตรจำกัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจของรัสเซีย โดยเฉพาะยามนี้ที่กำลังหาตลาดใหม่ ระบบโลกกำลังเปลี่ยนแปลง

       ประการที่ 3 ต่อรองเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สหรัฐ

        ประโยชน์สำคัญที่สุดอาจเป็นข้อนี้

        ถ้ามองจากมุมเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น ลำพังเศรษฐกิจสังคมเกาหลีเหนือที่เข้มแข็งขึ้นจากการค้าการลงทุนกับรัสเซียก็น่าวิตกอยู่แล้ว หากรัสเซียแอบส่งมอบเทคโนโลยีบางอย่าง โดยเฉพาะนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ จะกระทบไปถึงสหรัฐเลยทีเดียว

        ในสมัยทรัมป์ยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีหัวรบนิวเคลียร์ มีขีปนาวุธที่ยิงไกลถึงแผ่นดินของสหรัฐ แต่ขีปนาวุธดังกล่าวยังไม่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ (ขาดเทคโนโลยีบางอย่าง) ไมว่าความจริงจะเป็นอย่างไร จุดยืนของรัฐบาลสหรัฐเป็นเช่นนี้

        เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัสเซียจะเป็นผู้เติมเต็ม

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :

        แต่ไหนแต่ไรจีนเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือเป็นหลัก สงครามยูเครนเป็นโอกาสที่เกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียเพิ่มเติม ความร่วมมือกับจีนที่ดูเหมือนอิ่มตัวแล้วสามารถรับการเพิ่มเติมต่อยอดจากรัสเซีย

        ทั้งเกาหลีเหนือกับรัสเซียต่างสามารถอาศัยกันและกัน ใช้ไพ่ของอีกประเทศเป็นเครื่องมือต่อรองฝ่ายตรงข้าม ลำพังกองทัพเกาหลีเหนือได้อาวุธใหม่ รัสเซียทำการค้าด้วยแค่นี้ก็สะเทือนเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นแล้ว ดูเหมือนว่าเกาหลีใต้จะเข้าใจเช่นกันในช่วงนี้จึงประกาศมอบความช่วยเหลือหวังร่วมมือกับเกาหลีเหนือ เช่นเดียวกับที่ทางการสหรัฐประกาศอีกครั้งในระยะนี้ว่าส่งเสริมให้ 2 เกาหลีกระชับมิตรภาพ ให้คาบสมุทรปลอดนิวเคลียร์

        ตั้งแต่ต้นปีเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธทั้งเก่าและใหม่หลายต่อหลายครั้ง เมื่อไม่กี่วันก่อนทดสอบขีปนาวุธจรวดร่อนอีกครั้ง แม้จะเป็นที่สนใจอยู่บ้างแต่เมื่อดูบ่อยๆ กลายเป็นหนังเก่าที่ฉายซ้ำหลายรอบ หากต้องการส่งสัญญาณดังๆ เกาหลีเหนือต้องประกาศว่าเตรียมทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีปติดตัวรบนิวเคลียร์อีกครั้ง นี่คือไพ่ใบสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งเกาหลีเหนือกับรัสเซียในยามนี้ ขีปนาวุธนี้อาจดังไกลไปถึงสมรภูมิยูเครน อียู

21 สิงหาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9412 วันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565)

----------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
หากเกาหลีเหนือยกเลิกโครงการนิวเคลียร์กับขีปนาวุธ สหรัฐพร้อมเลิกคุกคามเกาหลีเหนือ เป็นเงื่อนไขตรงไปตรงมา แต่ความเป็นไปของโลกไม่ได้ตรงไปตรงมาอย่างที่เห็น
ความก้าวหน้าของโลก เศรษฐกิจสังคมเพื่อนบ้านที่พัฒนารุดหน้าเป็นปัจจัยสำคัญกดดันให้เกาหลีเหนือต้องเปลี่ยนแปลง แต่ในกรณีเกาหลีเหนือการจะปฏิรูปซับซ้อนกว่านั้นเพราะอยู่ในโลกที่ต่อสู้ขัดแย้งกัน

บรรณานุกรม :

1. Analysis: Why N. Korea is siding with Moscow on Ukraine invasion. (2022, March 6). The Asahi Shimbun. Retrieved from https://www.asahi.com/ajw/articles/14603648

2. North Korea claims CIA plotted to kill Kim Jong-un. (2017, May 5). BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/world-asia-39815561

3. North Korea: U.S. Relations, Nuclear Diplomacy, and Internal Situation. (2013, January 4). Congressional Research Service. Retrieved from http://www.fas.org/sgp/crs/nuke/R41259.pdf

4. Nuclear war with N. Korea not ‘imminent’ – CIA chief. (2017, August 14). RT Retrieved from https://www.rt.com/news/399505-pompeo-zakharova-north-korea/

5. Jeppesen, Travis. (2018). See You Again in Pyongyang: A Journey into Kim Jong Un's North Korea. New York: Hachette Books.

6. Putin says Russia and North Korea will expand bilateral relations - KCNA. (2022, August 15). The Asahi Shimbun. Retrieved from https://www.asahi.com/ajw/articles/14695140

7. S. Korea presses China to play 'important role' in imposing sanctions against N. Korea. (2015, January 14). Yonhap. Retrieved from http://english.yonhapnews.co.kr/national/2016/01/14/13/0301000000AEN20160114010100315F.html

8. Thinking the unthinkable on North Korea. (2022, August 15). The Korea Times. Retrieved from https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2022/08/103_334420.html

9. U.S. supports S. Korean initiative to engage N. Korea: State Dept. (2022, August 16). Yonhap. Retrieved from https://en.yna.co.kr/view/AEN20220816000500325?section=nk/nk

-----------------------

เส้นประ 9 เส้น VS ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก

ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกคือยุทธศาสตร์ปัจจุบันที่รัฐบาลสหรัฐใช้ขวางเส้นประ 9 เส้นของจีน เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจโดยตรงและกำลังทวีความรุนแรง

         การเยือนไต้หวันของแนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรกับคณะเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานำสู่การซ้อมรบรอบไต้หวัน ประเด็นนโยบายจีนเดียว (one-China principle) เป็นที่สนใจอีกครั้ง

        กระแสข่าวการระดมกำลังของสหรัฐ การซ้อมรบของกองเรือที่ 7 ประจำมหาสมุทรแปซิฟิก การประกาศซ้อมรบเพิ่มเติมของจีนกำลังย้ายกรอบจากเรื่องไต้หวันสู่ทะเลจีนใต้ การอ้างความเป็นเจ้าของผ่าน เส้นประ 9 เส้น ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐที่ขวางการอ้างความเป็นเจ้าของจากจีน เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง 2 มหาอำนาจโดยตรง

อะไรคือ เส้นประ 9 เส้น” :

        จุดเริ่มต้นของเส้นประ 9 เส้น (nine-dash line) เริ่มปรากฏบนแผนที่จีนครั้งแรกเมื่อค.ศ. 1922 ในสมัยนั้นเป็นเส้นทึบ ปี 1936 ปรากฏบนแผนที่ของประเทศสาธารณรัฐจีน (Republic of China - ไต้หวัน) แสดงอาณาเขตทางทะเลที่สาธารณรัฐจีนอ้างความเป็นเจ้าของ และอีกครั้งเมื่อปี 1948 ปรากฏเป็น “เส้นประ 11 เส้น” ตามแผนที่ของสาธารณรัฐจีน

        ประเด็นสำคัญที่ต้องยึดให้มั่นคือรัฐบาลพรรคชาตินิยมหรือก๊กมินตั๋ง (Kuomintang: KMT) ที่สหรัฐให้การสนับสนุนเป็นผู้จัดทำแผนที่จีนที่มีเส้นประ 9 เส้น

        ดังนั้น ทุกครั้งที่พูดว่าจีนอ้างความเป็นเจ้าของต้องพูดต่อว่ารัฐบาลจีนคณะชาติ (ไต้หวันปัจจุบัน) ประกาศความเป็นเจ้าของตั้งแต่ค.ศ.1922 แล้ว ในตอนนั้นสาธารณรัฐประชาชนจีนยังไม่เกิด (ประเทศจีนปัจจุบันสถาปนาเมื่อตุลาคม 1949)

        รัฐบาลจีนเป็นผู้มารับช่วงต่อ

มุมมองต่อต้าน “เส้นประ 9 เส้น”

       ประการแรก พื้นที่ทับซ้อนหลายประเทศ

        เส้นประ 9 เส้นกินอาณาเขตราว 90% ของทะเลจีนใต้ ทับซ้อนน่านน้ำ เขตเศรษฐกิจจำเพาะ (Exclusive Economic Zone: EEZ) ของหลายประเทศ ประเทศคู่ขัดแย้งมักไม่ยอมรับเส้นประ 9 เส้น เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ประกาศไม่ยอมรับ เกิดข้อพิพาทเรื่อยมา

        จีนระวังไม่ให้ความขัดแย้งบานปลายแต่ขึ้นกับว่าใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลด้วย เช่น สมัยรัฐบาลเบนิกโน อากีโนที่ 3 (Benigno Aquino 3) ดำเนินนโยบายใกล้ชิดสหรัฐ ขัดแย้งจีนอย่างรุนแรง เปรียบรัฐบาลจีนเป็นฮิตเลอร์ ก่อนที่สถานการณ์ดีขึ้นในรัฐบาลโรดริโก ดูเตร์เต (Rodrigo Duterte)

        ความตึงเครียดจึงพร้อมจะปะทุได้อีกขึ้นกับว่าต้องการทำให้เป็นประเด็นหรือไม่ ต้องการทำให้ร้อนแรงเพียงใด

       ประการที่ 2 ภัยคุกคามจากจีน

มกราคม 2019 โอริตะ คูนิโอะ (Orita Kunio) อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศญี่ปุ่น ฝ่ายสนับสนุนทางอากาศ (Air Support Commander) อาจารย์สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยแสดงความคิดเห็นว่าจีนกำลังเป็นภัยคุกคามร้ายแรง เพราะมียุทธศาสตร์แผ่ขยายอำนาจ ต้องการเป็นเจ้าในภูมิภาคเพียงผู้เดียว คาดว่าจีนจะผนวกไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศช่วงปี 2020-2025

        ปีที่แล้ว (2021) พลเรือเอกฟิล เดวิดสัน (Phil Davidson) ผู้บัญชาการ Indo­Pacific Command กล่าวต่อวุฒิสภาสหรัฐว่าไม่เกินปี 2027 จีนจะโจมตีไต้หวัน

        คูนิโอะอธิบายว่าหลังจากยึดไต้หวันจีนจะเข้าควบคุมทะเลจีนใต้ให้ได้ภายในปี 2040 ถ้าจีนสามารถสกัดสหรัฐออกจากทะเลจีนใต้ ควบคุมเส้นทางเดินเรือจะสามารถตัดเส้นทางลำเลียงอาหาร พลังงานที่ญี่ปุ่นต้องการ

        ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นขณะนั้นกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และอาหารจากต่างชาติเป็นประโยชน์สำคัญยิ่งของญี่ปุ่น ส่งผลต่อความปลอดภัยและการดำรงอยู่ของญี่ปุ่นอย่างร้ายแรงถ้าถูกตัดขาด”

        การสร้างเกาะเทียม การตั้งฐานทัพ สนามบิน ท่าเรือบนเกาะต่างๆ ทำให้จีนเป็นฝ่ายได้เปรียบเมื่อเทียบกับกองเรือของสหรัฐกับพวก

        แนวคิดการบุกยึดไต้หวันกับการแสดงความเป็นเจ้าของทะเลจีนใต้เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันโดยตรง รัฐบาลจีนชี้ว่า ของจีนคือของจีน

       ประการที่ 3 รัฐบาลไบเดนเดินหน้าชน

        พฤษภาคม 2022 ประธานาธิบดีโจ ไบเดนประกาศจัดตั้งกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) เพื่อต้านอิทธิพลเศรษฐกิจจีนในภูมิภาคนี้ กล่าวว่า "อนาคตทางเศรษฐกิจของศตวรรษที่ 21 จะถูกเขียนโดยภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก" และ "เรากำลังเขียนกฎเกณฑ์ขึ้นมาใหม่" ในเบื้องต้นประเทศที่เข้าร่วมได้แก่ สหรัฐ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ อินเดีย และ 7 ชาติอาเซียนคือ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม รวมทั้งหมด 13 ประเทศ

        การจัดตั้ง IPEF เป็นแผนรูปธรรมว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังสร้างกรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิกที่ตนเป็นผู้นำ เป็นกลุ่มเศรษฐกิจที่อิงการเมืองระหว่างประเทศ สหรัฐจะเน้นลงทุนค้าขายกับพวกเดียวกันเท่านั้น (สวนทางหลักการค้าเสรี)

        ในกรอบที่ใหญ่ขึ้นจะเห็นว่ารัฐบาลสหรัฐกับพวกกำลังพูดเป็นนัยว่าโลกต้องตัดสินเลือกระหว่างการเป็นพันธมิตรขั้วสหรัฐหรือจีน การต่อต้านจีนคือต่อต้านยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมใหม่หรือความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt, One Road) พิทักษ์เสรีภาพ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

        บรรทัดสุดท้ายจะพยายามชี้ว่านี่คือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม โลกกำลังแบ่งขั้วเป็น 2 ฝ่าย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :  

       ประการแรก จีนผิดกฎหมายแต่สหรัฐไม่ยอมรับกฎหมาย

        อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: UNCLOS) ฉบับปี 1982 ให้สิทธิ์ประเทศที่มีชายฝั่งทะเลสามารถขยายเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ออกได้อีก 200 ไมล์ทะเล ประเทศส่วนใหญ่เป็นภาคีหรือลงนามรับกฎหมายดังกล่าว (157 ประเทศ) รวมทั้งจีน แต่ สหรัฐไม่ยอมรับ UNCLOS เนื่องจากเห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์ของตนและทำให้องค์กรระหว่างประเทศสามารถควบคุม ขัดขวางผลประโยชน์สหรัฐ

        เส้นประ 9 เส้นไม่เข้ากับ UNCLOS แต่เป็นเรื่องตลกหากรัฐบาลสหรัฐเล่นงานจีนโดยอ้างกฎหมายนี้เพราะตัวเองไม่ยอมรับกฎหมายดังกล่าว รัฐบาลสหรัฐพูดเสมอว่าต้องการสร้างระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์แต่พฤติกรรมที่ผ่านมาน่าสงสัยว่าหมายถึงอย่างไรกันแน่

       ประการที่ 2 ผู้ควบคุมทะเลจีนใต้คือผู้เป็นเจ้าในภูมิภาค

        เป็นที่รับรู้กันว่าผู้ควบคุมทะเลจีนใต้คือผู้เป็นเจ้าในภูมิภาค การที่จีนอ้างความเป็นเจ้าของมีผลควบคุมทะเลจีนใต้ แม้ยังยินดีให้เรือกับเครื่องบินทุกประเทศแล่นผ่านตามกฎกติกาที่จีนกำหนด แต่หมายความว่าจีนอาจกีดกันหรือปฏิเสธเรือบางประเทศที่เป็นปรปักษ์อย่างญี่ปุ่น สหรัฐ ฯลฯ

        ถ้าจีนทำเช่นนี้ได้จริง เป็นไปได้ว่าหลายประเทศในภูมิภาคจะหันเข้าหาจีนมากขึ้นเพราะจำต้องใช้เส้นทางเหล่านั้น (เหตุผลทางเศรษฐกิจ) และยอมรับความเป็นเจ้าของจีนในย่านนี้ (เหตุผลทางการเมืองระหว่างประเทศ) ในอีกด้านจะหมายถึงสหรัฐกับญี่ปุ่นสูญเสียพันธมิตรย่านนี้ หลายประเทศจะตีตัวออกห่าง นี่คือประเด็นที่ฝ่ายสหรัฐกังวล

       ประการที่ 3 การประลองกำลังระหว่างจีนกับขั้วสหรัฐ

        ทุกวันนี้มีการหยั่งเชิง ประลองกำลัง ระหว่างกองทัพจีนกับขั้วสหรัฐอยู่แล้ว วันใดที่สหรัฐถอนตัวออกจากพื้นที่เท่ากับยอมแพ้หรือยอมให้จีนเป็นเจ้าในภูมิภาค เป็นอีกหลักฐานหนึ่งที่ชี้ว่าจีนเป็นมหาอำนาจเพียงหนึ่งเดียวในภูมิภาค และหมายความว่าสหรัฐสูญเสียการเป็นเจ้าผู้ครองโลก

        การเผชิญหน้าระหว่างจีนกับสหรัฐต่อความเป็นเจ้าของทะเลจีนใต้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สามารถอธิบายว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้เป็นพัฒนาการที่ต่อเนื่องจากอดีต เมื่อกองทัพจีนเข้มแข็งขึ้น มีความพร้อมด้านต่างๆ มากขึ้นจึงแสดงความเป็นเจ้าของมากขึ้น ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกคือยุทธศาสตร์ปัจจุบันที่รัฐบาลสหรัฐใช้เพื่อขวางจีน เส้นประ 9 เส้นที่ไม่สอดคล้องกฎหมายระหว่างประเทศ หลายชาติไม่ยอมรับทำให้ปมขัดแย้งคงอยู่และน่าจะเป็นเช่นนี้อีกนาน เป็นอีกเวทีความขัดแย้งสำคัญระหว่างมหาอำนาจที่สัมพันธ์กับประเทศรอบข้างทั้งหมดไม่ว่าจะทางตรงทางอ้อม

14 สิงหาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9405 วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2565)

---------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
การ “ปั่น” คนไต้หวันให้เป็นศัตรูกับจีนนั้นมีจริง เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความสงบสุขการอยู่ดีกินดีในยามนี้และในอนาคต สุดท้ายจึงอยู่ที่คนไต้หวันจะรู้ทันนักการเมืองหรือไม่
จีนที่ก้าวขึ้นมาทำให้สหรัฐกับญี่ปุ่นอยู่เฉยไม่ได้ มองว่าจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอินโด-แปซิฟิกเพื่อตนเอง ญี่ปุ่นที่มีพลังอำนาจเป็นรองจำต้องแสวงหาพันธมิตรและเข้าพัวพันเข้มข้นกว่าเดิม
บรรณานุกรม :

1. China plans to take Taiwan by 2025, Okinawa by 2045: Fmr Japan Air Force Commander. (2019, January 15). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/3617624

2. Critics: What defines the conditions for military force? (2014, July 1). The Japan Times.  Retrieved from http://www.japantimes.co.jp/news/2014/07/01/national/politics-diplomacy/critics-restraints-overly-ambiguous/#.U7PEuZSSzck

3. Cole, Bernard D. (2016). China's Quest for Great Power: Ships, Oil, and Foreign Policy. USA: Naval Institute Press.

4. Denoon, David. (2021). China’s grand strategy: a roadmap to global power? New York: New York University.

5. Jakarta rejects China's 'nine-dash line'. (2014, April 14). Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/SEA-01-030414.html

6. Philippine Leader Sounds Alarm on China. (2014, February 5). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/02/05/world/asia/philippine-leader-urges-international-help-in-resisting-chinas-sea-claims.html?_r=0

7. Ponnudurai, Parameswaran. (2014, February 9). US Draws Own Line Over South China Sea Dispute. Retrieved from http://www.rfa.org/english/commentaries/east-asia-beat/claim-02092014205453.html

8. Something wicked this way come. (2021, May 1-7). The Economist. pp.14-17

9. The Most Dangerous Place on Earth. (2021, May 1-7). The Economist. P.7

-----------------------

ซ้อมรบรอบไต้หวันยกระดับความขัดแย้งจีน-ไต้หวัน

การ ปั่นคนไต้หวันให้เป็นศัตรูกับจีนนั้นมีจริง เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความสงบสุขการอยู่ดีกินดีในยามนี้และในอนาคต สุดท้ายจึงอยู่ที่คนไต้หวันจะรู้ทันนักการเมืองหรือไม่ 

        วันที่ 2 สิงหาคมแนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) ประธานสภาผู้แทนราษฎรและคณะเยือนไต้หวัน เข้าพบประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) เพโลซีกล่าวรัฐบาลสหรัฐยึดมั่นข้อตกลงที่ทำกับไต้หวัน อันหมายถึงสนธิสัญญาความมั่นคง สหรัฐจะปกป้องไต้หวัน เป็นจุดยืนดั้งเดิมของรัฐบาลสหรัฐ ชื่นชมความเป็นประชาธิปไตยของไต้หวัน ผู้รักเสรีภาพ

การตอบโต้จากจีน :

        ทุกครั้งที่บุคคลระดับสูงของสหรัฐเยือนไต้หวันจะถูกรัฐบาลจีนตีความว่าเป็นการรับรองไต้หวันแม้รัฐบาลสหรัฐยืนยันยึดมั่นนโยบายจีนเดียว (one-China principle) เพราะเมื่อไปถึงมักจะมีคำพูดว่าส่งเสริมประชาธิปไตยไต้หวันซึ่งขัดแย้งกับหลักจีนเดียว ในเมื่อมีจีนเดียวก็ต้องให้รัฐบาลจีนเป็นผู้ตัดสินว่าไต้หวันจะปกครองอย่างไร แบบ 1 ประเทศ 2 ระบบหรือไม่ (one country, two systems) แต่ฝ่ายสหรัฐมักทำเป็นไม่เข้าใจเรื่องทำนองนี้ ไม่ยอมรับว่าตนกำลังแทรกแซงกิจการภายในของจีน

        การเยือนของเพโลซีครั้งนี้ถูกตีความว่าเป็นคณะบุคคลระดับสูงสุดในรอบ 25 ปี รัฐบาลจีนจึงตอบโต้ด้วยมาตรการที่แรงสมน้ำสมเนื้อและสอดคล้องบริบทดังนี้

       ประการแรก เตือนล่วงหน้า

        ในช่วงที่ยังสงสัยว่าเพโลซีจะเยือนไต้หวันหรือไม่ กองทัพจีนประกาศล่วงหน้าว่าจะไม่อยู่เฉยแน่นอนหากเยือนไต้หวัน พฤติกรรมดังกล่าวคือการแทรกแซงกิจการภายใน บ่อนทำลายอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน กองทัพจีนจะตอบโต้ หวังว่านักการเมืองอเมริกันจะตระหนักถึงอันตรายที่เกิดขึ้น

        และส่งสัญญาณเตือนด้วยการซ้อมรบหลายพื้นที่ถึง 5 วัน (27-31 กรกฎาคม) มีการใช้กระสุนจริงด้วย

        คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ผล

       ประการที่ 2 คว่ำบาตรไต้หวัน

        ความตอนหนึ่งเพโลซีกล่าวขณะเยือนไต้หวันว่าสหรัฐต้องการกระชับความร่วมมืออุตสาหกรรมชิปกับไต้หวันเพื่อแข่งกับจีน รัฐบาลจีนจึงตอบโต้ด้วยการประกาศห้ามส่งทรายขายไต้หวัน (เป็นทรายชนิดที่เหมาะสำหรับทำชิป)

        นอกจากไม่ขายทรายแล้ว ในเบื้องต้นจีนประกาศระงับนำเข้าสินค้าไต้หวันหลายรายการ เช่น พืชตระกูลส้ม (รวมส้มโอ) ปลาดาบเงินใหญ่ ปลาทูแขก (horse mackerel)

       ประการที่ 3 ซ้อมรบด้วยกระสุนจริง

        ไม่นานหลังเพโลซีเหยียบแผ่นดินไต้หวัน กองทัพจีนประกาศซ้อมรบร่วม 4 วันใน 6 เขตพื้นที่รอบไต้หวัน บางส่วนใช้กระสุนจริง ทดสอบยิงขีปนาวุธหลายชนิด รวมทั้งขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิค DF-17 ขีปนาวุธบางลูกบินข้ามเกาะไต้หวันสร้างความตื่นตะลึงแก่คนจำนวนมาก เป็นการซ้อมรบที่มุ่งกระทำต่อไต้หวันครั้งใหญ่สุด ปรากฏต่อสื่อทั่วโลก ผู้เชี่ยวชาญบางคนตีความว่าเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่ากองทัพจีนจะทำอย่างไรหากไต้หวันประกาศอิสรภาพ บ้างชี้ว่าจีนกำลังแสดงแสนยานุภาพครั้งใหญ่

        ด้านไต้หวันชี้จีนซ้อมรบละเมิดอธิปไตยของตน Sun Li-fang รมต.กลาโหมไต้หวันประกาศจะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตย ไม่ต้องการสงครามแต่พร้อมอยู่เสมอ คำถามคือกองทัพไต้หวันมีพลังที่จะขวางหรือไม่ กองทัพอเมริกันที่แห่กันมาแถวนี้จะเข้าขวางหรือไม่ นับจากนี้เป็นต้นไปจีนอาจซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเป็นระยะอันเป็นผลสืบเนื่องจากเพโลซีเยือนไต้หวัน

        การซ้อมรบไม่ทำให้ใครเสียชีวิตแต่สังคมไต้หวันอยู่ภายใต้แรงกดดัน ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจต้องคิดทบทวนอีกครั้งหากคิดจะไปเที่ยวไต้หวัน ทำไมต้องเข้าพื้นที่เสี่ยงอันตราย มีที่เที่ยวอื่นให้เลือกอีกมาก ถ้าเป็นนักลงทุนยิ่งต้องคิดหนักหากจะเลือกลงทุนที่นี่

        ด้านแอนโทนี บลิงเคน (Antony Blinken) รมต.ต่างประเทศสหรัฐหวังว่ารัฐบาลจีนจะไม่สร้างสถานการณ์วิกฤตหรือหาข้ออ้างใช้ความรุนแรงทางทหาร

ประเด็นที่ต้องติดตาม :

       ประการแรก แผนยั่วยุจีน

        ทุกครั้งที่คนอเมริกันระดับสูงเยือนไต้หวันมักจะมีถ้อยคำยั่วยุจีน ครั้งนี้ก็เช่นกัน แม้ถ้อยคำของเพโลซีไม่มีอะไรใหม่ เป็นคำเดิมๆ จุดยืนเดิม แต่เนื่องจากเพโลซีเป็นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลจีนมองว่าเป็นการยั่วยุอย่างแรง

        และต้องตีความว่ารัฐบาลสหรัฐบรรลุแผนยั่วยุอีกครั้ง สามารถขยายความตึงเครียดให้มากขึ้น กระทั่งจีนซ้อมรบรอบไต้หวัน คว่ำบาตรสินค้าไต้หวันหลายรายการที่ส่งผลกระทบต่อจีนด้วย รัฐบาลจีนรู้ดีกว่าการทำเช่นนี้เท่ากับเล่นในเกมของสหรัฐแต่จำต้องตอบโต้ตามขั้นตอน

        เทคนิคที่รัฐบาลสหรัฐใช้คือประกาศว่ายึดถือนโยบายจีนเดียว ไม่สนับสนุนให้ไต้หวันประกาศเป็นรัฐอธิปไตย ในขณะเดียวกันสนับสนุนให้ไต้หวันมีกองทัพที่เข้มแข็ง เต็มไปด้วยอาวุธ MADE IN USA กล่าวย้ำส่งเสริมประชาธิปไตย ชี้เป็นนัยว่าคนไต้หวันมีอิสระตัดสินใจเลือกระบอบการปกครองของตนเอง

       ประการที่ 2 ไต้หวันจะประกาศเอกราชหรือไม่

        ขั้นสุดท้ายของเกมนี้คือไต้หวันประกาศเอกราชซึ่งมีความเป็นไปได้ ในระยะหลังคนไต้หวันที่เห็นด้วยกับการเป็นอิสระจากจีนเพิ่มมากขึ้น สาเหตุหลักเกิดจากนโยบายของนักการเมืองไต้หวันบางกลุ่มที่พยายามสร้างกระแสว่าจีนจะรวมไต้หวันด้วยกำลัง จีนกับไต้หวันเข้ากันไม่ได้ รวมถึงการสร้างกระแสของรัฐบาลสหรัฐที่ชี้ว่าจีนจะใช้กำลังบุกยึดไต้หวันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ปีที่แล้วพลเรือเอกฟิล เดวิดสัน (Phil Davidson) ผู้บัญชาการ Indo­Pacific Command กล่าวต่อวุฒิสภาเป็นกังวลว่าจีนจะโจมตีไต้หวันภายในปี 2027

        ทั้งหมดคือความพยายามชักนำให้คิดว่ากองทัพจีนใกล้จะบุกไต้หวัน เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คนไต้หวันจะสูญสิ้นเสรีภาพ ทุกข์ยากแสนสาหัส

        ควรเข้าใจว่ารัฐบาลจีนย้ำเสมอว่าจีนจะบุกไต้หวันด้วยเหตุผลเดียวคือไต้หวันประกาศเอกราช ดังนั้นตราบใดที่ไต้หวันไม่ทำเช่นนั้น จีนกับไต้หวันก็ทำมาค้าขายกันต่อไป ทุกวันนี้คนไต้หวันนับหมื่นทำธุรกิจในจีนเช่นเดียวกับที่คนจีนทำธุรกิจในไต้หวัน ยอดการค้าระหว่างไต้หวันกับจีนสูงกว่าไต้หวันกับสหรัฐ ไม่มีเหตุผลที่จีนต้องบุกไต้หวันซึ่งจะทำลายบรรยากาศการค้าการลงทุน รัฐบาลจีนต้องการให้คนจีนอยู่ดีกินดี มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่สงคราม รัฐบาลจีนประกาศชัดต้องการเป็นมหาอำนาจอีกแบบที่ต่างออกไป ข้อหลังนี้เป็นประโยชน์สำคัญที่จีนต้องการ ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐพยายามทำลายภาพลักษณ์ดังกล่าว

        ผลของการประกาศเอกราชคือจีนต้องส่งกองทัพบุกไต้หวันตามจุดยืนของตน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงเท่ากับบรรลุเป้าหมายใหญ่ที่รัฐบาลสหรัฐต้องการ คำถามอยู่ที่ว่านักการเมืองไต้หวันจะยินยอมปล่อยให้ไต้หวันเป็นเหยื่อที่ถูกทำลายหรือไม่ นี่คือประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม โดยก่อนจะถึงวันนั้น รัฐบาลสหรัฐจะฉีกข้อตกลงนโยบายจีนเดียวเป็นสัญญาณสำคัญ

        เป็นอีกกรณีตัวอย่างที่พวกนักการเมืองมีผลต่อความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างชัดเจน ตัดสินใจถูกหรือผิดเพียงครั้งเดียวส่งผลต่ออนาคตที่หวนกลับไม่ได้อีก

        การวิเคราะห์ข้างต้นอิงฉากทัศน์แบบเลวร้าย ความจริงแล้วบรรดาผู้เชี่ยวชาญกับนักการเมืองไต้หวันเข้าใจสถานการณ์ดี มีมุมมองรอบด้าน ระวังที่จะไม่เป็นเหยื่อของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ อีกทั้งมีกลุ่มการเมืองที่ยึดนโยบายเป็นมิตรกับจีน แต่การ “ปั่น” คนไต้หวันให้เป็นศัตรูกับจีนนั้นมีจริง เป็นภัยคุกคามที่บั่นทอนความสงบสุขการอยู่ดีกินดีในยามนี้และในอนาคต สุดท้ายจึงอยู่ที่คนไต้หวันจะรู้ทันนักการเมืองหรือไม่

        เพโลซีและคณะเยือนไต้หวันเพียง 2 วัน 1 คืนแต่ได้ยกระดับความขัดแย้งจีน-ไต้หวันที่จะดำเนินต่อไปอีกนาน แน่นอนว่าโลกจะรับรู้ผลกระทบไม่มากก็น้อย เรื่องราวของไต้หวันยังน่าติดตามต่อไป

7 สิงหาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9398 วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565)
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
การชี้ว่าจีนจะบุกไต้หวันและสหรัฐอาจเป็นฝ่ายปราชัย เป็นคำถามที่น่าคิดว่าทำไมผู้นำกองทัพสหรัฐพูดเช่นนั้น กำลังปลุกเร้าสถานการณ์ให้ตึงเครียดใช่หรือไม่ กำลังพาไต้หวันเข้าสู่สงครามหรือเปล่า
โอริตะ คูนิโอะ แสดงความคิดเห็นว่าภายในปี 2025 จีนจะก่อสงครามใหญ่ เพื่อยึดครองไต้หวัน ควบคุมทะเลจีนใต้ ข้อวิพากษ์คืออย่างไรเป็นประโยชน์ต่อจีนมากกว่าระหว่างสงครามกับสันติภาพ
บรรณานุกรม :

1. China conducts ‘precision missile strikes’ in Taiwan Strait. (2022, August 5). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/taiwan-asia-navy-china-air-force-4bd08ab9ecd2a9f7d450cf61618d28af

2. China unveils measures to counter visit. (2022, August 4). China Daily. Retrieved from http://www.chinadaily.com.cn/a/202208/04/WS62eab040a310fd2b29e701f7.html

3. Nancy Pelosi meets with Taiwan President Tsai Ing-wen. (2022, August 3). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4614996

4. Pelosi pledges solidarity with Taiwan as China holds military drills, vents anger. (2022, August 3). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/asia/nancy-pelosi-taiwan-visit-pledges-solidarity-tsai-ing-wen-china-military-drills-2854966

5. PLA not to sit idly by if Pelosi visits Taiwan: Chinese spokesperson. (2022, August 1). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20220801/673af4aac5b4490db61bd6c0f276ccc1/c.html

6. Something wicked this way come. (2021, May 1-7). The Economist. pp.14-17

7. Taiwan defence ministry says Chinese drills seriously violated island's sovereignty. (2022, August 3). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/asia/nancy-pelosi-taiwan-visit-china-military-drills-violated-taiwan-sovereignty-defence-ministry-2854991

8. Taiwan tensions spilling over in South China Sea. (2022, August 3). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/08/taiwan-tensions-spilling-over-in-south-china-sea/

9. The Most Dangerous Place on Earth. (2021, May 1-7). The Economist. P.7

10. Undeterred Pelosi recommits support for Taiwan as Beijing lashes out. (2022, August 3). The Age. Retrieved from https://www.theage.com.au/world/asia/undeterred-pelosi-recommits-support-for-taiwan-as-beijing-lashes-out-20220803-p5b6x1.html

11. U.S. Department of State. (2022, May 26). The Administration’s Approach to the People’s Republic of China. Retrieved from https://www.state.gov/the-administrations-approach-to-the-peoples-republic-of-china/

-----------------------