ฮามาสบุกอิสราเอลกันอาหรับคืนดีอิสราเอล

ความจริงคือนานาชาติยอมรับอธิปไตยอิสราเอลมากขึ้น รวมทั้งจากพวกชาติอาหรับด้วย ทั้งๆ ที่ทุกคนรับรู้ว่าอิสราเอลยึดปาเลสไตน์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

            ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกถกว่าอะไรคือเบื้องหลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล คำตอบที่เป็นไปได้มีมากกว่าหนึ่งข้อ บทความนี้นำเสนอแนวคิด “ฮามาสบุกอิสราเอลเพื่อกันอาหรับคืนดีอิสราเอล” ดังนี้

            บางคนคิดว่าฮามาสบุกอิสราเอลเพื่อระงับการฟื้นสัมพันธ์ระหว่างชาติอาหรับกับอิสราเอลที่นับวันจะไปด้วยกันได้ดี บางประเทศคืนความสัมพันธ์ระดับปกติแล้ว เช่น สิงหาคม 2020 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับปกติตามข้อตกลง Abraham Accords Peace Agreement เดือนถัดมาบาห์เรนทำกับอิสราเอลเช่นกัน

            เนื้อหาตอนหนึ่งใน Abraham Accord ระบุว่าทั้งอาหรับกับยิวต่างเป็นลูกหลานของอับราฮัม (Abraham) ความจริงแล้วในภูมิภาคตะวันออกกลางประกอบด้วยมุสลิม ยิว พวกนับถือคริสต์ และผู้นับถือศาสนาความเชื่ออื่นๆ แม้แตกต่างแต่ปรารถนาอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

            ที่สำคัญคือมีข่าวรัฐบาลซาอุฯ จะปรับสัมพันธ์กับอิสราเอล รัฐบาลไบเดนกำลังเจรจาให้ซาอุฯ เข้าร่วม Abraham Accord อันหมายถึง ยอมรับการมีอยู่ของประเทศอิสราเอล อาหรับกับยิวเป็นมิตร หากสำเร็จเท่ากับยุติความขัดแย้งระหว่างอาหรับกับยิวที่มีมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่สถาปนารัฐอิสราเอลสมัยใหม่ และมีผลเท่ากับทอดทิ้งปาเลสไตน์ ละทิ้งจุดยืนเก่าแก่ที่การมีอยู่ของรัฐอิสราเอลเป็นความขมขื่นของโลกมุสลิม

            อีกข้อคือหากอาหรับคืนดีอิสราเอลส่งผลต่อความโดดเด่นของรัฐบาลอิหร่านที่ชูนโยบายต่อต้านอิสราเอลอย่างเข้มข้นเรื่อยมา

            ประเด็นหลังนี้สำคัญกว่าฮามาส ใหญ่กว่าฉนวนกาซา แม้กระทั่งสำคัญกว่าชาวปาเลสไตน์เพราะคือเรื่องราวระหว่างความสัมพันธ์ยิวกับชนชาติอาหรับทั้งมวล ระหว่างผู้นับถือ 2 ศาสนาที่ต่างกัน ดังจะเห็นว่ากลุ่มฮามาสใช้เหตุผลล่วงละเมิดมัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque) เป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จำต้องทำอะไรสักอย่างตอบโต้อิสราเอล ข้อนี้เป็นความขัดแย้งระหว่างศาสนาโดยแท้

            กลุ่มฮามาสจึงเป็นผู้เสียสละ ทำสงครามกับกองทัพอิสราเอล (อาจขยายความว่าสู้กับสหรัฐด้วย)

ชาติอาหรับจะถืออิสราเอลเป็นศัตรูหรือไม่:

            ยามนี้รัฐบาลอาหรับต่างพากันแสดงตัวต่อต้านอิสราเอล ซาอุฯ ระงับเจรจาปรับสัมพันธ์กับอิสราเอล เรื่องนี้ต้องมองทั้งระยะสั้นกับระยะยาว ตอนนี้องค์การความร่วมมืออิสลาม (Organisation of Islamic Cooperation: OIC) แถลงว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายรุกรานก่อน ยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ ละเมิดข้อมติสหประชาชาติ ทำร้ายชาวปาเลสไตน์ทุกวัน เหล่านี้คือต้นเหตุของการปะทะระหว่างฮามาสกับอิสราเอลในขณะนี้ เรียกร้องคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติทำหน้าที่หยุดอิสราเอล ปกป้องปาเลสไตน์ ปฏิบัติตามข้อมติต่างๆ

            ถ้ามีความเข้าใจสักนิดจะรู้ว่า OIC ทำเหมือนเดิมเช่นที่ทำมาแล้วหลายสิบปีคือเน้น “ประณาม” ผลคือตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาแผ่นดินปาเลสไตน์หดเหลือน้อยลงทุกที ครั้งนี้คงเช่นกันที่ฉนวนกาซา (ส่วนหนึ่งของปาเลสไตน์) กำลังถูกทำลาย นำความทุกข์ยากแก่ประชาชน 2.3 ล้านคนให้หนักและยืดยาวกว่าเดิม

            รอบนี้ขยับอีกนิดสันนิบาตอาหรับ (Arab League) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ร่วมกันมีมติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล ชี้อาวุธเหล่านี้สังหารพลเรือน ทำลายบ้านเรือน โรงพยาบาล โรงเรียน สถานที่ศาสนา

            จะเห็นว่ามติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล ตั้งใจกดดันรัฐบาลสหรัฐกับยุโรป เพราะ 1) อาวุธอิสราเอลส่วนใหญ่มาจากสหรัฐ ถ้าไม่มีกระสุนลูกจรวดเพิ่ม อาวุธที่มีก็ไร้ประโยชน์ 2) ชาติอาหรับกำลังกดดันว่าพวกตนอาจระงับหรือลดการซื้อใช้อาวุธสหรัฐกับยุโรป โดยเฉพาะซาอุฯ ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ ดังนั้นรัฐบาลสหรัฐผู้หนุนหลังอิสราเอลต้องคิดหนัก งานนี้ไม่สหรัฐก็อิสราเอลต้องรับความเสียหาย

            แม้ยังไม่ใช่การคว่ำบาตรน้ำมันกับอาหารตามความต้องการอิหร่าน การคว่ำบาตรคือแนวทางที่รัฐบาลอิหร่านเรียกร้องตั้งแต่ต้น อย่างไรก็ตามยังไม่เห็นความคืบหน้าว่ารัฐบาลสหรัฐจะไม่ขายอาวุธแก่อิสราเอล

ความจริงที่อยู่เหนือกฎหมาย:

            ตามกฎหมายระหว่างประเทศอิสราเอลยึดครองดินแดนปาเลสไตน์นั้นผิดแน่นอน สหประชาชาติยืนยันเรื่องนี้เรื่อยมา แทบไม่ต้องถกกันว่าใครถูกผิด ประเด็นเหล่านี้ถกหลายสิบปีแล้ว มีข้อสรุปชัดเจนอยู่แล้ว ทุกปีสหประชาชาติยังคงกล่าวโทษอิสราเอลเรื่องดินแดนปาเลสไตน์

            ประเด็นสำคัญคือไม่ว่าใครจะอ้างเหตุผลความชอบธรรมอย่างไร อิสราเอลยังคงตั้งมั่นและขยายดินแดนมากขึ้น นานาชาติยอมรับรัฐอธิปไตยอิสราเอลมากขึ้น รวมทั้งพวกชาติอาหรับด้วย ทั้งๆ ที่ทุกคนรับรู้ว่าอิสราเอลยึดปาเลสไตน์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

            นี่คือ “ความจริงที่อยู่เหนือกฎหมาย”

            เป็นไปได้ว่าในอีกหลายปีข้างหน้าพวกชาติอาหรับที่ตอนนี้ต่อต้านอิสราเอลจะกลับไปคืนดีอิสราเอลอีกครั้ง (หลังฮามาสถูกไล่ล่ากวาดล้างหลายปี) น่าติดตามว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลซาอุฯ จะยอมรับรัฐอธิปไตยอิสราเอล ชาติอาหรับทั้งหลายจะเป็นมิตรกับอิสราเอลหรือไม่

            ดังที่มกุฎราชกุมารมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด (Mohammad bin Salman bin Abdulaziz Al Saud) กล่าวเมื่อปี 2018 ว่าอิสราเอลมี “สิทธิ” เหนือดินแดนมาตุภูมิของตน คนยิวมีสิทธิแห่งการเป็นรัฐชาติ (nation-state) ที่อยู่ร่วมกับชนชาติอื่นโดยสันติ ทั้งยังเสนอข้อตกลงสันติภาพเพื่อนำสู่ความสัมพันธ์ตามปกติ ซาอุฯ “ไม่มีปัญหาคนยิว” ทั้งยัง “มีผลประโยชน์ร่วมกันหลายอย่าง”

            คำพูดนี้เท่ากับยอมรับอิสราเอลปัจจุบัน ต่างจากอดีตที่เห็นว่าอาหรับกับยิวอยู่ร่วมโลกไม่ได้

            มกุฎราชกุมารอธิบายเพิ่มว่า “ประเทศของเราไม่มีปัญหากับคนยิว ศาสดามุฮัมมัด (Muhammad) ของเราแต่งงานกับหญิงยิว ไม่ใช่เพียงเป็นเพื่อนแต่แต่งงานกัน เพื่อนบ้านของศาสดาก็เป็นพวกยิว ซาอุฯ ในปัจจุบันมีชาวยิวไม่น้อยทั้งจากอเมริกา ยุโรป”

            แต่ไหนแต่ไรตำราเรียนกระแสหลักจะสอนว่ารัฐบาลซาอุฯ เป็นศัตรูกับอิสราเอลตั้งแต่ก่อตั้งรัฐอิสราเอลหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อค.ศ.1948 ชาวอาหรับเห็นว่าปาเลสไตน์เป็นพื้นที่ๆ บรรพบุรุษของพวกเขาอาศัยมานานแล้ว การก่อตั้งรัฐอิสราเอลสมัยใหม่เป็นชนวนขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอาหรับอย่างรุนแรง บรรดารัฐอาหรับต่างไม่ยอมรับรัฐอิสราเอล แสดงความเป็นศัตรูอย่างรุนแรงชนิดอยู่ร่วมโลกไม่ได้ ทำสงครามถึง 5 ครั้ง จนกระทั่งปี 1993 ทุกฝ่ายหันหน้าเจรจา แม้ความขัดแย้งทุเลาลงบ้างแต่แสดงอาการเป็นระยะๆ หนักบ้างเบาบ้าง

            การมีอยู่ของรัฐอิสราเอลเป็นความขมขื่นของโลกมุสลิม คนมุสลิมจะเรียนรู้ประวัติศาสตร์เรื่องนี้ ส่งต่อความเกลียดชังอิสราเอล เรื่องราวในอดีตคือส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ส่วนเรื่องราววันนี้คือหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ที่บัดนี้ดูเหมือนว่ามกุฎราชกุมารซัลมานกำลังลบล้างและ/หรือเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ รัฐอิสราเอลกับอาหรับจะเป็นมิตร ละทิ้งความเป็นศัตรูคู่อาฆาต

            มีนาคม 2022 มกุฎราชกุมารซัลมาน (ปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรี) กล่าวว่าตนหวังว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์จะหมดไป ซาอุฯ ไม่มองว่าอิสราเอลเป็นศัตรู ตรงกันข้ามคาดหวังว่าจะเป็นพันธมิตรต่อกัน มีผลประโยชน์หลายอย่างที่ร่วมมือกันได้ จะเห็นว่าท่าทีของมกุฎราชกุมารซัลมานต่างจากกษัตริย์ซาอุฯ ในอดีต เป็นจุดยืนใหม่ในศตวรรษที่ 21 หลับขับเคี่ยวหลายสิบปีนับตั้งแต่เกิดรัฐอิสราเอลสมัยใหม่

            ที่กล่าวมาข้างต้นคือความเป็นไปอย่างหนึ่งของโลก ยามนี้ที่ฮามาสทำสงครามกับอิสราเอลสามารถกีดกันอาหรับคืนดีอิสราเอล แต่จะกีดกันได้นานเพียงไรเวลาจะเป็นผู้ให้คำตอบ แล้วจะพบว่านั่นคืออีกความจริงของโลก เหมือนที่รัฐอาหรับทยอยคืนดีอิสราเอลทั้งๆ ที่รู้ว่าอิสราเอลยึดครองปาเลสไตน์ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ

26 พฤศจิกายน 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9873 วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. OIC slams Israeli military aggression against Palestinians. (2023, October 9). New Strait Times. Retrieved from https://www.nst.com.my/world/world/2023/10/964680/oic-slams-israeli-military-aggression-against-palestinians#google_vignette

2. Saudis said to tell US they are halting normalization talks with Israel. (2023, October 14). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/liveblog_entry/saudis-said-to-tell-us-they-are-halting-normalization-talks-with-israel/

-----------------

แนวทางสู่โลกแห่งสันติ

ประวัติศาสตร์โลกเต็มด้วยสงคราม ศาสนาไม่สอนให้ทำชั่วแต่ชี้ว่าสงครามคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ บทบาทของความเชื่อคือช่วยยับยั้งชั่งใจ หากใช้ร่วมกับหลักวิชาอื่นจะช่วยสร้างสันติได้มากขึ้น

            กรอบการนำเสนอในที่นี้เน้นสันติภาพโลกที่พูดถึงความขัดแย้งระหว่างรัฐหรือระหว่างประเทศ สัมพันธ์กับวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (International Relations) ไม่ใช่สันติภาพปัจเจก สันติสุขในส่วนลึกของจิต (inner peace) ดังนั้น สันติภาพโลกในที่นี้จึงเน้นโลกที่ประเทศอยู่ด้วยกันอย่างสงบ เป็นมิตรต่อกัน

ประวัติศาสตร์โลกเต็มด้วยสงคราม:

            ถ้าสำรวจประวัติศาสตร์โลกย้อนหลัง 3-5 พันปี จะพบว่าโลกเต็มด้วยสงคราม อาจเป็นสงครามระหว่างนครรัฐ ระหว่างอาณาจักรหรือระหว่างประเทศ

            สงครามเกิดในทุกทวีปไม่ว่าจะเอเชีย แอฟริกาหรือทวีปอเมริกา เกิดกับชนทุกเชื้อชาติทุกสีผิว กล่าวได้สงครามเป็นส่วนหนึ่งของตำราประวัติศาสตร์ อายธรรมหนึ่งเกิดขึ้น เจริญรุ่งเรือง ล่มสลาย ไม่แปลกที่อารยธรรมทำสงครามขยายความยิ่งใหญ่หรือปกป้องตัวเอง

            ตำราตะวันตกให้ความสำคัญกับกษัตริย์ผู้ปกครอง บรรยายเรื่องสำคัญที่พระองค์ทำ หนึ่งในนั้นคือการศึกสงคราม บางตำรายกย่องกษัตริย์นักรบ เช่น อเล็กซานเดอร์มหาราช กษัตริย์กรีกผู้ชนะศึกยึดครองดินแดนมากมายตั้งแต่ยุโรปจนถึงชมพูทวีปด้วยวัยเพียง 33 ปี เจงกิส ข่านรวบรวมชนเผ่ามองโกล สร้างอาณาจักรมองโกลพิชิตจีน อินเดีย เปอร์เซีย อาหรับ ไกลไปจนถึงยุโรป ทุกวันนี้คนมองโกลยังคิดถึงท่าน อยากให้มองโกลกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

            มองประวัติศาสตร์ใกล้ตัว ดินแดนสุวรรณภูมิหรือที่ตั้งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประวัติศาสตร์ 2 พันปีของสุวรรณภูมิเคยเป็นที่ตั้งของหลายนครรัฐ หลายอาณาจักร จนมาถึงสมัยกรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และกรุงรัตนโกสินทร์ มีสงครามรบพุ่งเป็นระยะ เฉพาะรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไทยในสมัยนั้นต้องรบกับพม่า ลาว เขมร เวียดนามและทางภาคใต้ของไทย กล่าวได้ว่าสุวรรณภูมิเป็นดินแดนที่มีการศึกสงครามไม่ต่างจากที่อื่น

            ดังนั้น ประวัติศาสตร์โลกไม่ว่าจะใกล้หรือไกลจึงเต็มด้วยสงคราม

ศาสนาสามารถสร้างสันติภาพได้หรือไม่:

            ถามว่าเมื่อ 3-5 พันปีที่แล้วมีศาสนาความเชื่อ หรือสิ่งที่พอเทียบเคียงกับศาสนาความเชื่อหรือไม่ คำตอบคือมีและมีมากมาย ตั้งแต่ภูตผี เทพเจ้าระดับหมู่บ้าน ระดับชนเผ่า ระดับเมือง บางท้องถิ่นเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าหนึ่งองค์ ยกเว้นความเชื่อที่เป็นเอกเทวนิยม (Monotheism) ที่นับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว บางศาสนาลัทธิเน้นความสำคัญของคำสอน เช่น เล่าจื๊อ เม่งจื๊อ แสวงหาสัจธรรม

            เนื่องจากในที่นี้วางธงตั้งแต่ต้นว่าต้องการสันติภาพโลกที่ปราศจากสงคราม อยู่ร่วมกันอย่างสันติ คำถามจึงมีอยู่ว่าย้อนทบทวนประวัติศาสตร์โลก 3-5 พันปี ศาสนาความเชื่อสามารถสร้างสันติภาพได้หรือไม่ คำตอบคือได้บางเวลาบางพื้นที่แต่โดยรวมแล้วประวัติศาสตร์ให้ข้อสรุปแล้วว่าโลกเต็มด้วยสงคราม เป็นเช่นนี้เรื่อยมา

            ถ้าเข้าใจลึกซึ้งขึ้น บางศาสนาความเชื่อบรรยายเรื่องสงคราม โลกมนุษย์ที่อยู่คู่สงคราม (บางศาสนามีสงครามระหว่างเทพ ระหว่างสวรรค์กับนรกด้วย) บางศาสนาสอนกฎการทำสงคราม การจัดการเชลยศึก ศาสนาไม่สอนให้ทำชั่วแต่ชี้ว่าสงครามคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ เป็นกฎแห่งกรรมหรือแผนการพระเจ้าที่จะกวาดล้างความอสัตยอธรรม หรือนำเสนอความเป็นไปของโลกมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

            มนุษย์มีแนวโน้มทำร้ายกัน ดังนั้นคำสอนบางศาสนาความเชื่อมีเรื่องการทำสงครามด้วย เป็นการดีที่โลกปราศจากสงคราม ส่วนสันติภาพแท้เป็นเรื่องความดีความบริสุทธิ์ที่มุ่งเน้นสภาพนิรันดร์ เป็นสันติสุขถาวร หรือเป็นทางแห่งการดับทุกข์ ดังนั้นต้องจับหลักว่าในที่นี้เน้นสันติภาพโลก ณ เวลาปัจจุบัน มากกว่าเน้นโลกหน้าหรือการหลุดพ้น

อาเซียนตัวแบบการอยู่ร่วมโดยสันติ:

            อาเซียนเป็นแบบอย่างสันติภาพระดับภูมิภาคที่น่าชมเชย ดังที่นำเสนอแล้วว่าก่อนหน้าอาเซียน รัตนโกสินทร์ตอนต้นไทยทำสงครามรอบทิศ สงครามอินโดจีน สงครามเวียดนามเป็นที่เลื่องลือในสมัยสงครามเย็น สถานการณ์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงจุดเปลี่ยนเมื่อสงครามเย็นยุติ อาเซียนรับเวียดนาม กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมาเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน นับจากนั้นเป็นต้นมาไม่มีสงครามระหว่างชาติสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศอีกเลย

            การเข้าร่วมของเวียดนามเมื่อปี 1995 ถือเป็นประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ประเทศแรกที่เข้าร่วมอาเซียน ณ เวลานั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่เพราะอาเซียนยอมรับประเทศที่มีระบอบการปกครอง มีระบบเศรษฐกิจแตกต่างจากประเทศชาติสมาชิกอาเซียนโดยสิ้นเชิง เกิดคำถามวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุผลการรับเวียดนามหรือทำไมเวียดนามจึงอยากเข้ามาร่วมอาเซียน มีผู้อธิบายด้วยเหตุผลหลากหลาย

            การรับเวียดนามเป็นสมาชิกเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งว่าความขัดแย้งเดิมได้หมดไป ไม่มีการแบ่งแยกตามขั้วการเมืองระหว่างประเทศอีก เป็นการแสดงความปรารถนาดีต่อกันและกัน เป็นจุดเริ่มของมิตรภาพ ไม่คิดรบกันอีกแล้ว เป็นกุศโลบายให้ทุกประเทศในภูมิภาคนี้เป็นพวกเดียวกัน ไม่อยู่ใต้บรรยากาศความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ สามารถใช้อาเซียนเป็นเวทีเพื่อเสริมสร้างมิตรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือระหว่างกัน

            เพราะอาเซียนวางหลักการ ให้สมาชิกอยู่ร่วมกันได้แม้ต่างระบอบการปกครอง ไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน แก้ปัญหาต่างๆ ด้วยการปรึกษาหารือ (principle of consultation หรือ musyawarah) ยึดสันติวิธี ไม่เผชิญหน้า ไม่นำเรื่องในองค์การสู่ภายนอกแต่ให้คุยกันภายใน หลักการนี้สัมพันธ์กับหลักฉันทามติ ทุกการตัดสินใจของอาเซียนมาจากการเห็นชอบร่วมกัน ไม่ใช้หลักเสียงข้างมาก

            ทุกวันนี้ปัญหาเขตแดนระหว่างชาติสมาชิกยังมีอยู่ในหลายพื้นที่ การเจรจาแก้ไขยังทำงาน และอยู่ร่วมกันได้ทั้งที่ยังไม่ได้ข้อยุติ ตีความว่าส่วนที่แก้ได้ก็แก้ไปแล้ว ส่วนที่บริหารจัดการได้ก็ทำไป ส่วนที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ก็ทิ้งไว้อย่างนั้น รอเจรจาหาทางออกต่อไป

            อาเซียนเลือกที่จะบริหารจัดการความขัดแย้ง ปัญหายังอยู่แต่ทุกฝ่ายอยู่ได้ ไม่เป็นเหตุขยายความขัดแย้งให้ลุกลามใหญ่โต (จนเป็นเหตุให้ต่างชาติแทรกแซง แบ่งฝักแบ่งฝ่าย)

            อาจอธิบายว่าอาเซียนคือชุมชน ถ้าคนหนึ่งลำบากจะกระทบคนอื่นๆ ดังนั้นต้องช่วยให้ทุกคนอยู่ได้ตามอัตภาพ ผลคือชุมชนเข้มแข็ง

            ความสำเร็จในอดีตของวิถีอาเซียนยิ่งทำให้แนวทางนี้แข็งแกร่ง ทุกชาติสมาชิกเห็นพ้องต้องกันว่าจะยึดแนวทางดังกล่าว

            เกือบ 6 ทศวรรษแล้วที่พวกเขาอยู่ร่วมกันได้ แม้มีข้อขัดแย้งบ้างแต่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาไม่ให้บานปลาย ทั้ง 10 ประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านจึงอยู่ร่วมกันอย่างสงบ ต่างเร่งพัฒนาตนเอง ทุ่มเททรัพยากรให้กับประชาชนตัวเอง เป็นประโยชน์ที่ชัดเจนของการมีอาเซียน และองค์การนี้กำลังพัฒนาต่อไป เผชิญความท้าทายใหม่ในโลกที่ไม่หยุดนิ่ง

ใช้ความเชื่อร่วมกับความรู้แขนงอื่น:

            เป็นความจริงที่น่าเศร้าว่าประวัติศาสตร์โลกเต็มด้วยสงคราม ศาสนาความเชื่อไม่สามารถห้ามสงครามได้ทั้งหมด บทบาทของศวามเชื่อคือช่วยยับยั้งชั่งใจ ทำสงครามในกรอบที่ศาสนาอนุญาต

            ในโลกแห่งความจริง ลำพังความเชื่ออย่างเดียวไม่เกิดผลเร็ว (และควรพูดว่านับวันศาสนามีบทบาทลดน้อยถอยลง) การใช้หลักวิชาอื่นๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ ความสัมพันธ์ทางสังคมเศรษฐกิจช่วยได้ เป็นวิถีมองโลกตามความจริง (นอกเหนือจากการยึดถืออุดมคติ) มีอุดมคติพร้อมกับปฏิบัติโดยเข้าใจโลกแห่งความจริง ที่มนุษย์ไม่สมบูรณ์ หลายคนเห็นแก่ตัว บางคนพร้อมทำชั่ว จึงกำหนดแนวทางให้โลกมีสันติเท่าที่น่าจะเป็นไปได้

19 พฤศจิกายน 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9866 วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566)

---------------------


เปิดความคิดนัสรุลเลาะห์ผู้นำฮิซบอลเลาะห์

สถานการณ์ฉนวนกาซาจะแสดงความเป็นไปของโลก หลักคิดของอิสราเอล ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์และประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

หลังสงครามฮามาส-อิสราเอลดำเนินเกือบเดือน ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนแถลงครั้งแรกเรียกร้องให้หยุดยิง ประกาศพร้อมทำทุกอย่างถ้าจำเป็น การปะทะตามแนวชายแดนเลบานอนตอนนี้อาจกลายเป็นสงคราม การเอาชนะอิสราเอลไม่เกิดขึ้นในครั้งเดียวแต่จะเป็นไปทีละขั้น บทความนี้สรุปแถลงการณ์โดยสังเขปพร้อมวิเคราะห์ ดังนี้

ชื่นชมฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล:

นัสรุลเลาะห์ผู้นำฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่าปฏิบัติการอัล-อักซอร์ ฟลัด (Operation Al-Aqsa Flood) นั้นถูกต้องชอบธรรม ย้ำเตือนให้ทั่วโลกรับรู้ความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์ การอ่อนข้อหมายถึงการสูญเสียเขตเวสต์แบงก์ (West Bank) กับมัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque)

ตรงกับที่ฮามาสระบุว่าเป็นวันแห่งการรบที่ยิ่งใหญ่สุดเพื่อยุติการยึดครอง ตอบโต้ความโหดร้ายทั้งหมดที่อิสราเอลกระทำต่อปาเลสไตน์และต่อมัสยิดอัล-อักซอร์ ถ้ายึดกฎหมายระหว่างประเทศอิสราเอลคือผู้รุกราน 

มีข้อมูลว่านับจากค.ศ.1948 ชาวปาเลสไตน์กว่า 750,000 คนถูกบังคับให้ละทิ้งถิ่นฐาน คนมากมายถูกสังหาร โดนกดขี่ข่มเหงสารพัด พวกเขาถือว่าสงครามเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1948 แล้ว ทุกวันนี้ชาวปาเลสไตน์ยังทำสงครามปลดแอก 

ปัจจุบันคนปาเลสไตน์กว่า 7 ล้านคนเป็นผู้อพยพลี้ภัยอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จอร์แดน เลบานอน บางครอบครัวอยู่ 70 ปีแล้ว แต่งงานออกลูกออกหลานในค่ายผู้ลี้ภัย และอาจต้องอยู่อย่างนั้นต่อไป พร้อมกับที่อิสราเอลลุกล้ำดินแดน ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ปาเลสไตน์มากขึ้นตามลำดับ อิสราเอลเป็นประเทศเข้มแข็งเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน รัฐอาหรับหลายประเทศหันมาเป็นมิตรกับอิสราเอล

กลุ่มฮามาสคือตัวแทนของชาวปาเลสไตน์ที่ลุกขึ้นต่อสู้ผู้รุกราน ผู้กดขี่มานานปี เป็นความกล้าหาญความชอบธรรมที่ชาวปาเลสไตน์จะลุกขึ้นสู้ เป็นเรื่องของคนปาเลสไตน์โดยแท้ ผลปฏิบัติการครั้งนี้พิสูจน์ว่าฮามาสเตรียมการมาอย่างดี ฝีมือฮามาส 100% ทั้งนักรบกับการวางแผน ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศอื่นใด อิสราเอลมีจุดอ่อน ระบบไซออนนิสต์กำลังเสื่อมและสั่นคลอนจากการโจมตีของฮามาส

นัสรุลเลาะห์ผู้นำฮิซบอลเลาะห์กล่าวอีกว่าตั้งแต่ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution) หรือการปฏิวัติอิหร่านเมื่อปี 1977-79 ทางการอิหร่านสนับสนุนกลุ่มต่อต้านต่างๆ ในเลบานอน ปาเลสไตน์และในภูมิภาคอย่างเปิดเผย ทั้งนี้การตัดสินใจการควบคุมสั่งเป็นเรื่องภายในของแต่ละกลุ่ม 

แถลงการณ์ของฮิซบอลเลาะห์ตรงกับของอิหร่านและฮามาสที่พูดตรงกันว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการ นายอิบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่าฮามาสกับกองกำลังที่โจมตีฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางตัดสินใจและลงมือด้วยตัวเอง รัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการแต่อย่างไร แต่ยอมรับว่าอิหร่านถือเป็นหน้าที่ต้องสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้  

ด้านรัฐบาลสหรัฐสรุปเช่นนั้นเหมือนกัน ปลายเดือนตุลาคม 2023 กระทรวงกลาโหมสหรัฐเผยยังไม่พบหลักฐานผู้นำสูงสุดอิหร่านอิหม่ามคาเมเนอีออกคำสั่งให้กองกำลังต่างๆ โจมตีสหรัฐ หลังฐานที่มั่นสหรัฐหลายแห่งทั้งในอิรักกับซีเรียโดนโจมตีหลายครั้ง แต่เตือนการสนับสนุนของอิหร่านว่าสหรัฐเฝ้ามองอยู่และอาจไม่ทนนิ่งเฉย 

พร้อมเข้าทำสงคราม: 

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่ากองกำลังของตนพร้อมบุกอิสราเอลทำสงครามเต็มตัว อันที่จริงพร้อมหลังฮามาสบุกอิสราเอลเพียงวันเดียว จะทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม อิสราเอลต้องเผชิญศึก 2 ด้าน การสู้กับอิสราเอลไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะขัดแย้งกันตั้งแต่ค.ศ.1948 เมื่อสถาปนารัฐอิสราเอลสมัยใหม่ การต่อสู้ยังไม่จบโดยไม่หวั่นคำขู่ของรัฐบาลสหรัฐ พวกตนไม่กลัวกองเรือรบสหรัฐที่แล่นอยู่แถวนี้ เรือรบพวกนี้ไร้ประโยชน์หากสงครามเกิดขึ้นจริง มีแผนจัดการอยู่แล้วและพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ 

ณ ขณะนี้การปะทะตามแนวชายแดนเลบานอนมีประโยชน์ ช่วยดึงทหารอิสราเอลบางส่วนมาตรึงกำลังที่เลบานอนแทน ฮิซบอลเลาะห์จะทำหน้าที่นี้ต่อไป ยังไม่ใช่เวลาบุกอิสราเอลทำสงครามเต็มรูปบบ

มีข้อมูลว่าฮิซบอลเลาะห์มีผู้สนับสนุนนับแสน มีจรวดกับขีปนาวุธทุกชนิดรวม 150,000 ลูก เครื่องโดรนและอาวุธร้ายแรงหลายอย่าง หลายฝ่ายจึงเกรงว่าอิสราเอลจะสูญเสียหนักและกลายเป็นเรื่องใหญ่หากฮิซบอลเลาะห์ทำสงครามเต็มรูปแบบ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2006 ครั้งนั้นทำสงครามกว่าเดือน

สหรัฐต้องรับผิดชอบ:

นัสรุลเลาะห์ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ชี้ว่าสหรัฐเป็นตัวแปรสำคัญผู้ก่อสงครามกาซาในขณะนี้ ดังนั้นสหรัฐต้องเป็นผู้หยุดสงคราม ต้องรับผิดชอบ

แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐปกป้องอิสราเอลอยู่เสมอ มีมุมมองว่า “อิสราเอลมีสิทธิที่จะป้องกันตัวเอง” ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุกล่าวว่า“ข้าพเจ้าเชื่อว่าชาติอธิปไตยมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะปกป้องประชาชนของตนให้พ้นจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย และทำสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันการโจมตีเหล่านั้น”

ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่ารัฐบาลสหรัฐกำลังประสานงานอิสราเอลต้านฮามาส ช่วยอิสราเอลปกป้องประเทศ และขอให้ชาติพันธมิตรหุ้นส่วนสหรัฐทั้งหมดทำเหมือนกัน กองทัพสหรัฐจะช่วยปกป้องน่านฟ้าอิสราเอล ส่งมอบจรวดกระสุนต่างๆ รวมถึงอาวุธอื่นๆ ในอนาคต จะเห็นว่ารัฐบาลไบเดนไม่รอช้าส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน เสริมกำลังพล ระบบอาวุธต่างๆ เข้าตะวันออกกลางต่อเนื่อง

จะตีความว่าเพื่อปกป้องอิสราเอลหรือปกป้องตนเองก็ได้ เพราะสัมพันธ์กันใกล้ชิด เป็นผลประโยชน์ร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลและผลประโยชน์สำคัญของสหรัฐด้วย การที่ผู้นำฮิซบอลเลาะห์จี้จุดชี้บทบาทสหรัฐจึงถูกต้อง 

ขอประเทศมุสลิมทั้งหลายคว่ำบาตรอิสราเอล:

โดยเฉพาะน้ำมันกับอาหารสอดคล้องกับที่ผู้นำสูงสุดอิหร่านเรียกร้องให้ชาติอิสลามคว่ำบาตรอิสราเอล ตัดขาดทางเศรษฐกิจอย่างสิ้นเชิง 

เป็นความจริงที่ว่าระบอบไซออนิสต์อยู่ไม่ได้หากปราศจากน้ำมันกับสินค้านำเข้าต่างๆ จุดสำคัญของเรื่องนี้คือการเอ่ยถึงชาติอิสลาม กระทบมุสลิมโดยเฉพาะชาติอาหรับที่ตอนนี้หลายประเทศติดต่อค้าขายกับอิสราเอล (ในที่สุดการคว่ำบาตรอาจรวมถึงสหรัฐ พวกชาติตะวันตกทั้งหลาย) ที่ผ่านมารัฐบาลอาหรับได้แต่ประณามและขอให้หยุดยิงแต่ไม่สามารถหยุดอิสราเอลที่ยังเดินหน้าถล่มฉนวนกาซา กวาดล้างพวกฮามาส

อาจตีความว่าผู้นำสูงสุดอิหร่านไม่เพียงต้องการเล่นงานอิสราเอลเท่านั้น ยังตั้งใจพาดพิงรัฐบาลชาติมุสลิมทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกอาหรับที่นับวันเป็นมิตรกับอิสราเอล ยอมรับอธิปไตยอิสราเอล และมีข่าวว่ารัฐบาลซาอุฯ กำลังพิจารณาปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลตามแรงหนุนจากสหรัฐ

น่าคิดว่าปฏิบัติการของฮามาสมีผลต่อการคืนความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับซาอุฯ พวกอาหรับและโลกมุสลิมทั้งมวลอย่างไร 

จากนี้ต้องติดตามว่าบรรดาประเทศมุสลิมจะตอบสนองอย่างไร

หนทางสันติภาพ:

ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ ผู้นำฮิซบอลเลาะห์กล่าวว่าตะวันออกกกลางไม่มีวันสันติและสงครามอาจบานปลายหากอิสราเอลยังรุกรานเพื่อนบ้าน ไม่หยุดยิงในฉนวนกาซา อนาคตทุกอย่างเกิดขึ้นได้ รวมทั้งฮิซบอลเลาะห์เข้าทำสงครามเต็มตัว สงครามที่ฉนวนกาซาพิสูจน์แล้วว่ากองทัพอิสราเอลกำลังล้มเหลว จึงเป็นโอกาสที่ดีหากรัฐบาลอิสราเอลจะขอหยุดยิง

หลังรบกันหนึ่งเดือนยอดผู้เสียชีวิตเกินหมื่นส่วนใหญ่เป็นพลเรือน อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันทีอีกครั้ง ก่อนหน้านั้นเลขาธิการยูเอ็นชี้อิสราเอลละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนในการโจมตีเมืองกาซา ตอนนี้นานาชาติเร่งกดดันให้ทุกฝ่ายหยุดยิง ด้านอิสราเอลตั้งเงื่อนไขฮามาสต้องปล่อยตัวประกันทั้งหมดก่อน ล่าสุดทางการอิสราเอลประกาศหยุดยิงวันละ 4 ชั่วโมง เพื่อให้พลเรือนย้ายออกจากทางเหนือของเมืองกาซา ทั้งนี้แต่ละวันจะแจ้งล่วงหน้า 3 ชั่วโมงว่าเขตพื้นที่ใดสามารถเคลื่อนย้าย สามารถออกมาหาอาหารหรือรับความช่วยเหลือโดยไม่ต้องห่วงว่าจะโดนโจมตี

แถลงการณ์ของผู้นำฮิซบอลเลาะห์ให้ความกระจ่างหลายอย่าง ให้เห็นทิศทางของสงคราม คาดการณ์อนาคต สงครามอาจยืดยาวแต่อิหร่านยังไม่เข้าร่วมรบเต็มตัว ฮิซบอลเลาะห์อาจเข้าสู่สนามรบเป็นรายต่อไป

12 พฤศจิกายน 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9859 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566)

----------------------

บรรณานุกรม :

1. Al-Aqsa Storm: Palestinian resistance humiliates Israel. (2023, October 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/489860/Al-Aqsa-Storm-Palestinian-resistance-humiliates-Israel)

2. Hezbollah chief: Israeli goals in Gaza foolish and unattainable. (2023, November 3). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/490909/Hezbollah-chief-Israeli-goals-in-Gaza-foolish-and-unattainables

3. Hezbollah leader Nasrallah: Wider Middle East conflict ‘realistic possibility’. (2023, November 3). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2402536/middle-east

4. Hezbollah’s Hassan Nasrallah speech on Israel-Hamas war: Key takeaways. (2023, November 3). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2023/11/3/hezbollahs-hassan-nasrallah-speech-on-israel-hamas-war-key-takeaways

5. Iran says strikes on US troops are due to its support for Israel, presence in region. (2023, October 30). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/

6. Iran urges sanctions on Israel, says Hamas ready for more 'surprise' attacks. (2023, November 1). Al-monitor. Retrieved from https://www.al-monitor.com/originals/2023/11/iran-urges-sanctions-israel-says-hamas-ready-more-surprise-attacks#ixzz8Hrm6zdKK

7. Israel-Hamas war: UN warns of Gaza "graveyard for children". (2023, November 6). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/israel-hamas-war-un-warns-of-gaza-graveyard-for-children/live-67312332

8. No direct Iran order for proxies to attack US troops in Middle East- Pentagon. (2023, October 23). J Post. Retrieved from https://www.jpost.com/breaking-news/article-769815

9. U.S. Helps Israel Defend Against Hamas Attacks. (2023, October 9). DoD News. Retrieved from https://www.defense.gov/News/News-Stories/Article/Article/3551956/us-helps-israel-defend-against-hamas-attacks/

-----------------


ฮามาสส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่ยาวนาน

 ฮามาสคือพวกของอิหร่าน หากอิสราเอลต้องการจัดการภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของตน การจัดการฮามาสเหมือนการตัดแขนข้างหนึ่งของอิหร่าน

เมื่อฮามาสบุกอิสราเอล อิหร่านเป็นตัวละครสำคัญที่นักวิเคราะห์นึกถึงทันที สงครามที่ฉนวนกาซา โยงรัฐบาลอิหร่านที่ห่างออกไปกว่าพันกิโลเมตร เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าอิหร่านเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่  สงครามครั้งนี้ที่ฮามาสเตรียมการมานานปี วางแผนมาอย่างดีจึงมีอิหร่านอยู่ในนั้นด้วยอย่างเข้มข้น รัฐบาลอิสราเอลสามารถตอบโต้อิหร่านจากศึกนี้ การจัดการฮามาสคือส่วนหนึ่งของการจัดการอิหร่าน

ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก:

ความบาดหมางของ 2 ประเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนหลังได้ตั้งแต่ปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolution) หรือการปฏิวัติอิหร่านเมื่อปี 1977-79 อยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) กล่าวว่าจะต้อง “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก”

รัฐบาลชุดต่อๆ มายึดแนวทางนี้ เช่น สิงหาคม 2006 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) กล่าวว่าภูมิภาคตะวันออกกลางจะดีกว่านี้ ถ้า “ไม่มีระบอบอำนาจไซออนิสต์” อิสราเอล “เป็นระบอบที่ไร้ความชอบธรรม การดำรงอยู่นั้นไร้ความชอบธรรมทางนิตินัย”

ในอีกวาระหนึ่งประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดกล่าวว่า “ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ระบอบไซออนิสต์จะต้องถูกทำลายราบในที่สุด”

กันยายน 2013 ฮัสซัน โรฮานี (Hassan Rohani) ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวโจมตีอิสราเอลว่าเป็นผู้สร้างความไร้เสถียรภาพแก่ตะวันออกกลาง “ผู้เข้ามายึดครอง รัฐบาลที่แย่งชิงของๆ ผู้อื่น ผู้กระทำการอย่างอยุติธรรมต่อผู้คนในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง)” อิสราเอล “นำความไร้เสถียรภาพสู่ภูมิภาคด้วยนโยบายที่เอาแต่พูดเรื่องทำสงคราม” 

การทำลายล้างอิสราเอล ลบประเทศนี้ออกจากแผนที่โลกเป็นประโยคที่ได้ยินจากฝ่ายอิหร่านเป็นระยะ

สนับสนุนกลุ่มต่อต้านอิสราเอล:

ด้วยจุดยืนข้างต้นอิหร่านจึงสนับสนุนกลุ่มที่ต่อต้านอิสราเอลทั้งฮิซบอลเลาะห์กับฮามาส จะร่วมสุขร่วมทุกข์กับชาวปาเลสไตน์และมีเป้าหมายร่วมกัน “ความทุกข์ของพวกท่านคือความทุกข์ของพวกเรา ความเศร้าโศกเสียใจของท่านก็เป็นของเราด้วย และชัยชนะของท่านเป็นชัยชนะของเรา”

ล่าสุดปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อิบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่ากองกำลังต่างๆ ที่โจมตีฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางตัดสินใจและลงมือด้วยตัวเอง รัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการแต่อย่างไร แต่ยอมรับว่า อิหร่านถือเป็นหน้าที่ต้องสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้  

ด้วยความที่รัฐบาลอิหร่านหนุนหลังฮามาส นักวิเคราะห์บางคนจึงตีความว่าฮามาสคือตัวแทนอิหร่านที่กำลังสู้ศึกกับอิสราเอลในขณะนี้

การรับมือของอิสราเอล:

ไม่ว่าอิสราเอลเป็นผู้รุกรานหรือไม่ หลักคิดของรัฐบาลเนทันยาฮูคืออิหร่านต้องการทำลายล้างอิสราเอล หากวันใดอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์จะเป็นหายนะของอิสราเอล ดังนั้น รัฐบาลเนทันยาฮูจึงถือว่าเป็นความชอบธรรมของฝ่ายตนที่จะต่อต้านระบอบอิหร่าน กีดกันไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างสุดกำลัง รัฐบาลอิหร่านคือภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด เชื่อมโยงกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว (Holocaust) แม้จะผ่านมา 8 ทศวรรษแล้วแต่รัฐบาลอิสราเอลปัจจุบันยังคงนำเรื่องนี้มาเอ่ยถึงอยู่เสมอ ชี้ว่าต้องไม่ให้ประวัติศาสตร์เกิดซ้ำ 

ในปี 2007 เอฮุด โอเมิร์ต (Ehud Olmert) นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นกล่าวว่าชาวยิวผู้มีบาดแผลบาดลึกจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิว ไม่อาจปล่อยให้ตนเองเผชิญภัยคุกคามเช่นนี้อีกแล้ว บทบาทของเราคือป้องกันไม่ให้โลกเกิดความผิดพลาดเช่นนี้ซ้ำอีกครั้ง 

และนี่คือคำถามเชิงศีลธรรมขั้นสูงสุด ... เมื่อผู้นำของประเทศหนึ่งประกาศอย่างเป็นทางการต่อสาธารณชนว่า ประเทศของเขาตั้งใจที่จะลบอีกประเทศออกจากแผนที่ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลอิสราเอลที่จะใช้กำลังทุกอย่างที่มีเพื่อต่อต้านแผนร้ายนี้

สังเกตว่าคำพูดของนายกฯ โอเมิร์ตเล็งถึงถ้อยคำของมาห์มุด อาห์มาดิเนจาดประธานาธิบดีอิหร่านในสมัยนั้น 

ปลายเดือนพฤศจิกายน 2013 เมื่อรัฐบาลอิหร่านบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ JCPOA (รับรองอิหร่านมีนิวเคลียร์เพื่อสันติเท่านั้น นานาชาติไม่คว่ำบาตรอิหร่านอีกต่อไป) นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวว่า “สิ่งที่ตกลงไม่ใช่ข้อตกลงประวัติศาสตร์ แต่เป็นความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์” “วันนี้โลกมีอันตรายมากกว่าเดิมเพราะระบอบที่อันตรายที่สุดของโลกใกล้จะมีอาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลกอีกขั้นแล้ว”

ในแวดวงนักวิชาการอิสราเอมีความคิดอยู่เสมอว่าอิหร่านต้องการสร้างระเบิดนิวเคลียร์เพื่อทำลายล้างอิสราเอล ทั้งๆ ที่อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี ได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าการผลิต การเก็บและการใช้อาวุธนิวเคลียร์นั้นเป็นที่ต้องห้ามภายใต้ศาสนาอิสลาม

ในอีกวาระหนึ่งหลังบรรลุข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ JCPOA อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี กล่าวว่า “พวกอเมริกันพูดว่าพวกเขายับยั้งอิหร่านไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์” “พวกเรารู้ว่านั่นไม่เป็นความจริง พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามไม่ให้มีอาวุธนิวเคลียร์”

สำหรับอิหร่านแล้วฟัตวาของผู้นำสูงสุดคือประกาศิต มีผลต่อประชาชาติมุสลิมโดยเฉพาะมุสลิมชีอะห์ แต่รัฐบาลอิสราเอลยังยึดว่าอิหร่านต้องการมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อเล่นงานตน จึงมองว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดเรื่อยมา

ด้วยภัยดังกล่าวอิสราเอลถึงกับมีความคิดชิงโจมตีก่อน

ต้นปี 2003 นายเอเรียล ชารอน (Ariel Sharon) ขณะเมื่อเป็นนายกรัฐมนตรีอิสราเอลหวังว่ารัฐบาลบุชจะส่งกองทัพโจมตีอิหร่านเหมือนที่บุกอัฟกานิสถานกับอิรักตามหลักนิยมชิงลงมือก่อน เห็นว่าประเทศอิหร่านจะต้องปลอดอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (WMD) เป็นข้ออ้างที่รัฐบาลบุชโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน “ความสำเร็จในอิรักเป็นตัวอย่าง”

ต้องล้มระบอบอยาตุลเลาะห์:

หากพูดให้ถึงที่สุดอิสราเอลมีนโยบายล้มล้างระบอบอิหร่าน เรื่องนี้พูดเปิดเผยชัดเจน ยกตัวอย่าง ตุลาคม 2012 นายยาเอร์ ลาปิด (Yair Lapid) ผู้นำของพรรคเยส อทิด (Yesh Atid) กล่าวว่า “หนทางเดียวที่จะยุติภัยคุกคามนิวเคลียร์อิหร่านคือโค่นล้มระบอบอยาตุลเลาะห์ (ayatollahs) การโจมตีมีผลแค่ชะลอปัญหานิวเคลียร์เท่านั้น” และจะกลายเป็นข้ออ้างให้อิหร่านพูดว่าเขาถูกโจมตีจากประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ดังนั้นเรา (อิหร่าน) จึงต้องพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ด้วย “หนทางที่จะโค่นล้มระบอบอยาตุลเลาะห์คือต้องคว่ำบาตรอย่างเข้มข้น” 

สังเกตว่ารัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านเรื่อยมา แม้อิหร่านปฏิบัติตามข้อตกลง JCPOA นานาชาติยอมรับว่าทุกวันนี้อิหร่านมีนิวเคลียร์เพื่อสันติเท่านั้น แต่รัฐบาลสหรัฐยังไม่วายคว่ำบาตรอิหร่านฝ่ายเดียว การคว่ำบาตรจึงไม่ใช่เพราะโครงการนิวเคลียร์อิหร่านแน่นอน หวังผลบั่นทอนทำลายเศรษฐกิจสังคมไปเรื่อยๆ ให้อิหร่านอ่อนแอจนล่มสลายในที่สุด

ตัวละครทุกตัวที่เอ่ยมาล้วนผูกพันเชื่อมโยงกันหมด

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลอิหร่านเป็นผู้สนับสนุนฮามาสรายใหญ่ หากปราศจากการสนับสนุนนี้ฮามาสไม่อาจปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทั้งคู่สนับสนุนกันทางการเมืองระหว่างประเทศ ประกาศต่อต้านอิสราเอล ดำเนินนโยบายในทิศทางเดียวกัน 

แน่ละฮามาสย่อมมีความคิดอ่านของตนเอง มีเป้าหมายส่วนตัว แต่โดยรวมแล้ว ฮามาสคือพวกอิหร่าน หากอิสราเอลต้องการจัดการภัยคุกคามร้ายแรงที่สุดของตน การจัดการฮามาสเหมือนการตัดแขนข้างหนึ่งของอิหร่าน

การจัดการอิหร่านกับฮามาสจึงเป็นเรื่องเดียวกัน ส่วนหนึ่งที่อยู่ในวังวนความขัดแย้งยาวนาน ทั้งอิหร่านกับอิสราเอลคงต้องต่อสู้กันอีกนาน

5 พฤศจิกายน 2023
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9852 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566)

-------------------



บรรณานุกรม :

1. Alexander, Yonah., Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.

2. Cook, Jonathan. (2008). Israel and the Clash of Civilisations: Iraq, Iran and the Plan to Remake the Middle East. USA: Pluto Press. 

3. Hitchcock, Mark. 2006 Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat. CO: Multnomah Books.

4. Iran policy against ‘arrogant’ U.S. won’t change. (2015, July 18). Al Arabiya News. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2015/07/18/Khamenei-policy-against-arrogant-U-S-won-t-change-.html

5. Iran says strikes on US troops are due to its support for Israel, presence in region. (2023, October 30). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/

6. Netanyahu: Deal with Iran a ‘historic mistake,’ Israel not bound by it. (2013, November 24). JTA. Retrieved from http://www.jta.org/2013/11/24/news-opinion/israel-middle-east/deal-with-iran-a-historic-mistake-netanyahu-says

7. Roshandel, Jalil., Lean, Nathan Chapman. (2011). Iran, Israel, and the United States: Regime Security vs. Political Legitimacy. Califronia: ABC-CLIO, LLC. 

-----------------