ยูเครนเหยื่อการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ

ชาติมหาอำนาจมั่นคงมั่งคั่งขึ้นบนความสูญเสียของยูเครน เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับหลายประเทศ เป็นอุทาหรณ์แก่ประเทศอื่นๆ ที่เหลือ

        ในสมัยสงครามเย็นยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต เมื่อสิ้นสุดระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ในปี 1991 หลายประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตแยกตัวออกเป็นรัฐอธิปไตย ยูเครนเป็นหนึ่งในประเทศนั้น ประเทศเหล่านี้รวมทั้งรัสเซียต่างรับการปกครองแบบประชาธิปไตย

        ยูเครนเหมือนประเทศประชาธิปไตยเกิดใหม่หลายแห่ง การเมืองอ่อนแอ ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจทางการเมือง อำนาจปกครองกระจุกตัวอยู่ในคนส่วนน้อยไม่กี่กลุ่ม คนเหล่านี้ไม่ได้คิดถึงผลประโยชน์ของประชาชน คนยูเครนเบื่อหน่ายนักการเมือง

จุดเริ่มความสูญเสียของยูเครน :

        วิกฤตยูเครนที่กำลังพูดถึงในขณะนี้สามารถย้อนรอยการเมืองในรัฐสภาเมื่อพฤศจิกายน 2013 วิคเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ประธานาธิบดียูเครนสมัยนั้นปฏิเสธที่จะลงนามข้อตกลงการค้าระหว่างยูเครนกับสหภาพยุโรปที่ชื่อว่า “Ukraine-EU association agreement” ข้อตกลงนี้ยูเครนจะเปิดสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจใกล้ชิดกับสหภาพยุโรป นำสู่การเป็นสมาชิกอียู นาโตในอนาคต

        เป็นเหตุผลว่าทำไมประธานาธิบดียานูโควิชที่อิงรัสเซียปฏิเสธลงนาม

        ผลที่ตามมาคือเกิดการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและเกิดความรุนแรง มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2014 ประธานาธิบดียานูโควิชหนีออกจากประเทศ ฝ่ายค้านเข้าควบคุมรัฐสภาจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล

        25 พฤษภาคมมีการเลือกตั้งใหม่ เปโตร โปโรเชนโก (Petro Poroshenko) นักธุรกิจพันล้านชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ดำเนินนโยบายอิงชาติตะวันตก ประกาศขอเป็นสมาชิกอียูทันที นับจากนั้นเป็นต้นมายูเครนได้รัฐบาลที่อิงชาติตะวันตกเสมอมา มีนโยบายขอเป็นสมาชิกอียูหรือนาโต

        ปี 2014 ในช่วงที่กำลังสับสนวุ่นวาย รัสเซียส่งกองกำลังเข้ายึดครองไครเมีย (ไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของยูเครน เป็นเขตปกครองตนเอง มีนายกรัฐมนตรีของตนเอง) ในเวลาต่อมารัสเซียผนวกไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของตน ด้วยหลายเหตุผลเช่นเดิมพื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ประวัติศาสตร์ยูเครนต้องบันทึกว่าได้สูญเสียดินแดนส่วนหนึ่งไปแล้ว

        การสลับขั้วสู่รัฐบาลที่นิยมตะวันตกเกิดขึ้นพร้อมกับสงครามกลางเมืองจากการแบ่งแยกทางการเมืองภายในประเทศ ยูเครนแยกออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่ายที่อยู่ทางภาคตะวันตกกับภาคตะวันออก (ขอเรียกว่ายูเครนตะวันตกกับยูเครนตะวันออก)

        ฝ่ายที่อยู่ทางตะวันออกเริ่มก่อการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2014 เข้าควบคุมเขตโดเนตสค์ (Donetsk) กับลูกันสก์ (Lugansk) ต้องการแยกตัวออกจากประเทศ ขอให้รัฐบาลรัสเซียช่วยรับรอง และอาจหมายถึงต้องการรวมกับประเทศรัสเซียเหมือนไครเมีย ไม่ว่าเรื่องนี้เป็นความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่หรือเป็นความต้องการของใครบางคน ปฏิบัติการฝั่งตะวันออกแยกตัวออกจากประเทศเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2014 แล้ว

        ในสมัยที่ยังเป็นสหภาพโซเวียต ยูเครนเป็นรัฐที่เจริญและอุดมสมบูรณ์ เป็นอู่ข้าวอู่น้ำได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตขนมปังของโซเวียต เป็นแหล่งอุตสาหกรรมหนัก (ไทยเคยซื้อใช้รถถัง Oplot-T ที่ผลิตโดยยูเครน) แต่ความรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ค่อยๆ หายไปหลังยูเครนประกาศเป็นอิสระเมื่อสิ้นสหภาพโซเวียต ต้องขอความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจจาก IMF การเมืองที่เต็มด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกลายเป็นยูเครนตะวันตกกับตะวันออก ยูเครนไม่ใช่ความเจริญไม่ใช่อู่ข้าวอู่น้ำอีกต่อไปและน่าจะมืดมนไปอีกนาน

        ล่าสุดรัสเซียเปิดฉากทำสงครามเต็มรูปแบบรุกเข้าไปในยูเครนสู่เมืองหลวงกรุงเคียฟ ทหารยูเครนต้องรบกับกองทัพรัสเซียตามลำพัง ความ​จริง​ทุก​อย่าง​ชัดเจน​ตั้งแต่​ต้น​คือ​นาโต​จะ​ไม่​ช่วย​รบ ยูเครน​ต้อง​สู้​เอง​ซึ่ง​แพ้​แน่นอน​ รัสเซีย​จะช่วย​ให้​ 2 ประเทศ​รัฐกันชนที่เกิดขึ้นใหม่​มี​พื้นที่​มาก​พอ​ ส่วนยูเครนที่เหลือจะเป็นกลางหรืออิงตะวันตกน่าจะกำลังเจรจา หากเจรจาไม่สำเร็จรัสเซียอาจตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลปกครองยูเครน

        ถ้าการเจรจาเป็นไปด้วยดี สถานการณ์ยูเครนจะเข้าสู่ปกติในไม่ช้า ในอีกทางคือการเจรจายืดเยื้อ หรือหากรัสเซียตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลสถานการณ์จะฮึมครึมอีกนาน

          ไม่ว่าอย่างไรประวัติศาสตร์จะจารึกว่าอาณาเขตยูเครนถูกตัดออกไปอีก

สิ่งที่รัสเซียได้บนความสูญเสียของยูเครน :

        ในประวัติศาสตร์รัสเซียเคยถูกรุกรานเข้าลึกถึงใจกลางประเทศหลายครั้ง แต่ละรอบตายนับสิบล้านคน บ้านเมืองถูกทำลายย่อยยับ เป็นประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้และจดจำ เกิดยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศด้วยการสร้างแนวรัฐกันชน (buffer state) และยึดหลักการนี้เรื่อยมา เป็นที่มาของเส้นต้องห้าม (red line) ที่รัสเซียย้ำแล้วย้ำอีกห้ามยูเครนเป็นสมาชิกนาโต

        ตอนนี้ยูเครนตะวันออกประกาศตัวเองเป็นสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ "Donetsk People's Republic" (DPR) กับสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ "Luhansk People's Republic" (LPR) คือรัฐกันชนที่ปรับใหม่ล่าสุด แลกกับการที่ถูกชาติตะวันตกคว่ำบาตร อยู่ในบรรยากาศไม่เป็นมิตร คุ้มหรือไม่คุ้มเป็นเรื่องที่วิพากษ์ได้ รัฐบาลปูตินย่อมคำนวณผลดีผลเสียอย่างรอบคอบแล้ว

        ทางการรัสเซียประกาศว่าจะปกป้องคุ้มครองประเทศเกิดใหม่ทั้ง 2 ซึ่งอาจตีความว่าประเทศทั้ง 2 ต้องอยู่ใต้การคุ้มครองของรัสเซียไปอีกนาน

        ข้อสำคัญที่สุดคือสงครามยูเครนจะเป็นคำเตือนแก่นานาชาติว่ารัสเซียจะทำอย่างไรหากถูกข่มขู่คุกคาม ข้อนี้อาจมีค่ามากกว่าสิ่งที่ต้องสูญเสียไปทั้งหมด

สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐได้บนความสูญเสียของยูเครน :

       ประการแรก ปิดล้อมรัสเซียเข้มข้นกว่าเดิม

        รัฐบาสหรัฐไม่ว่ามาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทดำเนินนโยบายปิดล้อมเรื่อยมา ตอนนี้รัฐบาลไบเดนมีเหตุผลความชอบธรรมที่จะคว่ำบาตรรัสเซียเข้มข้นกว่าเดิม ส่วนใหญ่คือการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ การทูต เป็นไปตามยุทธศาสตร์ปิดล้อม

       ประการที่ 2 กระชับอำนาจในยุโรป

        นับวันสมาชิกนาโตฝั่งยุโรปตะวันตกต้องการเป็นอิสระจากสหรัฐ เหตุการณ์นี้ช่วยให้รัฐบาลสหรัฐกระชับอำนาจของตน แสดงบทบาทผู้นำนาโต เพิ่มทหารกับเครื่องบินรบเข้ายุโรปหลายประเทศ รวมทั้งเยอรมัน

       ประการที่ 3 อาจได้ขายน้ำมันก๊าซธรรมชาติ

        ที่แน่นอนคือเยอรมันประกาศไม่ใช้ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ตามเงื่อนไขที่ทำไว้กับรัฐบาลสหรัฐ เป็นไปได้ว่ายุโรปจะซื้อใช้ก๊าซธรรมชาติจากสหรัฐเพิ่มเติม เป็นผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้จริง

        และอาจวิพากษ์ว่า ความตึงเครียดขณะนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันแพงทั้งโลก ผู้ได้รับประโยชน์เต็มๆ คือบรรดาประเทศผู้ส่งออกพลังงานกับบรรษัทน้ำมันทั้งหลาย ยิ่งตึงเครียดยาวนานโลกต้องซื้อใช้พลังงานในราคาแพง ทั้งๆ ที่ต้นทุนการผลิตเท่าเดิม ปริมาณการผลิตคงที่ ข้อนี้ส่งผลให้สินค้าบริการต่างๆ แพงขึ้นอีก ซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อปีนี้ให้หนักกว่าเดิม เป็นอีกเรื่องที่ต้องระลึกถึงเสมอ

       ประการที่ 4 โหมกระแสสงครามเย็นใหม่

        รัฐบาลไบเดนไม่ยอมรับว่าโลกเข้าสู่สงครามเย็นใหม่ แต่ความเป็นปรปักษ์ระหว่างมหาอำนาจสหรัฐกับรัสเซียและจีนเพิ่มขึ้นเด่นชัด สหรัฐกระชับการปิดล้อมแม้ยังไม่สมบูรณ์เหมือนยุคสงครามเย็นในอดีต แต่ความเป็นสงครามเย็นใหม่ชัดเจนขึ้น ข้อนี้เป็นยุทธศาสตร์แม่บท (Grand Strategy) ที่สำคัญควรติดตามอย่างมาก

        หรืออีกมุมมองคือ มหาอำนาจทั้งหลายกำลังต่อสู้ช่วงชิงจัดระเบียบโลกที่เป็นประโยชน์ต่อตน เรื่องนี้จะส่งผลทั้งโลกเป็นเวลานานหลายทศวรรษ อาจเกิดสงครามตัวแทน  (proxy war) ในอีกหลายพื้นที่ เกิดเหตุการณ์ดังเช่นยูเครนขณะนี้ เป็นมุมมองกว้างสุดของสถานการณ์อันเนื่องจากยูเครนในขณะนี้

        3 ทศวรรษนับจากยูเครนแยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตกลายเป็นรัฐประชาธิปไตย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนย่ำแย่ลงทุกที นักการเมืองพยายามแบ่งแยกประชาชน เกิดความเป็นขั้วอย่างรุนแรง นำสู่สงครามกลางเมืองกลายเป็นยูเครนตะวันตกกับตะวันออก ทั้งนี้ชาติมหาอำนาจร่วมผสมโรงได้ประโยชน์จากการแตกแยกของคนยูเครน สามารถดึงฝ่ายการเมืองให้อยู่กับตนเป็นรัฐบาลที่อิงตะวันตกหรืออิงรัสเซีย กล่าวได้ว่าชาติมหาอำนาจมั่นคงมั่งคั่งขึ้นบนความสูญเสียของยูเครนและอาจเป็นเช่นนี้อีกนาน เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับหลายประเทศ เป็นอุทาหรณ์แก่ประเทศอื่นๆ ที่เหลือ

27 กุมภาพันธ์ 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9237 วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565)

---------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ขณะที่ชาติมหาอำนาจไม่ปะทะกันเอง แต่อาจสู้กันในพื้นที่อื่นๆ เป็นสงครามตัวแทน (proxy war) ดังนั้นประเทศทั้งหลายต้องระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งดังกล่าว
สิ่งหนึ่งที่โลกไม่เปลี่ยนแปลงคือ โลกแก่งแย่งแข่งขันเรื่อยมา ทางออกสำหรับประเทศไทยคือ ต้องไม่ตกเป้าทำลายของมหาอำนาจ มีสัมพันธ์รอบทิศ สร้างมิตร และสร้างชาติเหมือนสร้างครอบครัว
ยูเครนเป็นพื้นที่กันชนระหว่าง 2 มหาอำนาจ ตอนนี้กำลังถูกใช้โหมกระแสสงครามเย็นใหม่ในยุโรป เป็นวิธีกระชับอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดทำเช่นนี้เรื่อยมา

บรรณานุกรม :

1. Day 2 of Russian Special Op Live Updates: Two Killed by Ukrainian Shelling in Donetsk, DPR Says. (2022, February 24). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/20220225/day-2-of-russian-special-op-live-updates-donetsk-resident-wounded-by-ukrainian-shelling-dpr-says-1093353535.html

2. Lavrov: Russia has no desire to continue sanctions war. (2014, September 28). ITAR-TASS. Retrieved from http://en.itar-tass.com/russia/751720

3. Ukraine crisis: President Putin gets Russian parliament's nod to send military into Crimea. (2014, March 1). Hindustan Times. Retrieved from http://www.hindustantimes.com/world-news/russian-parliament-allows-putin-to-use-military-in-ukraine/article1-1189678.aspx

4. Ukraine: pro-Russia activists proclaim independent republic in Donetsk. (2014, April 7). The Guardian. Retrieved from http://www.theguardian.com/world/2014/apr/07/ukraine-officer-shot-dead-russian-soldier-crimea

5. Ukraine: The waiting game. (2014, May 13). Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/Central_Asia/CEN-01-130514.html

--------------------------

เรื่อง Nord Stream 2 ที่มากกว่าท่อส่งก๊าซ

Nord Stream 2 คืออีกครั้งที่เยอรมันพยายามเป็นอิสระและรัฐบาลสหรัฐขัดขวาง ยูเครนเป็นตัวละครล่าสุดที่ถูกดึงเข้ามาใช้ สถานการณ์ยิ่งยืดเยื้อเท่ากับโลกต้องซื้อใช้พลังงานแพงนานขึ้น

        ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท Gazprom ของรัสเซียกับบริษัทเยอรมันและอีกหลายประเทศ สร้างท่อส่งจากรัสเซียลอดทะเลบอลติกขึ้นฝั่งที่เมือง Greifswald เยอรมนี รวมระยะทาง 1,200 กิโลเมตร สามารถส่งก๊าซจากรัสเซียสู่เยอรมนีปีละ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมกับ Nord Stream (อันเดิม) จะส่งก๊าซได้ถึง 110,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ทำให้เยอรมนีกลายเป็นศูนย์พลังงานแห่งหนึ่งของยุโรปตะวันตก

        ยุโรปเป็นผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) รายใหญ่ที่สุดของโลก นิยมใช้ก๊าซธรรมชาติชนิดนี้ทั้งในครัวเรือน สถานประกอบ (ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องทำความร้อน LNG คล้าย NGV แต่ NGV ใช้กับยานพาหนะและอยู่ในรูปก๊าซ) ใช้เป็นพลังงานผลิตกระแสไฟฟ้า มักกระจายส่งถึงบ้านและที่ต่างๆ ด้วยระบบท่อ เหตุที่นิยมเนื่องจากราคาถูก เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัย (เป็นก๊าซมีเทนที่เบากว่าอากาศหากรั่วจะกระจายหายไปในอากาศทันที โอกาสระเบิดน้อย) ด้วยข้อดีเหล่านี้คาดว่าจะใช้เพิ่มขึ้นอีก

        LNG จึงเป็นแหล่งพลังงานอีกชนิดที่หลายประเทศสนใจทั้งในแง่ผู้ส่งออกกับผู้นำเข้า

        ท่อก๊าซที่ออกจากประเทศผู้ผลิตเช่นรัสเซีย บางครั้งส่งผ่านหลายประเทศ บางท่อของเยอรมันผ่านโปแลนด์ ยูเครนก่อน ประเทศเหล่านี้ซื้อใช้ก๊าซจากท่อเดียวกัน และหมายความว่า 2 ประเทศนี้สามารถปิดท่อก๊าซไม่ให้เข้าเยอรมัน

        คำถามที่พูดกันเสมอคือหากรัสเซียปิดท่อก๊าซคนเยอรมันหลายสิบล้านคนที่ใช้ก๊าซจากรัสเซียจะเป็นอย่างไร ในอดีตอาจตอบว่าเยอรมันนำเข้าจากหลายประเทศ แต่ปัจจุบันเยอรมันนำเข้าจากรัสเซียมากกว่าครึ่งและทำท่าจะเพิ่มขึ้นอีก คำถามนี้จึงมีน้ำหนักมากกว่าเดิม

        ข้อโต้แย้งในมุมกลับคือเพราะเยอรมัน (กับยุโรป) เป็นลูกค้ารายใหญ่ รัสเซียจึงไม่ผลีผลามทำอะไรที่ทำให้ยุโรปรู้สึกไม่ปลอดภัย เช่น ส่งกองทัพบุกยูเครนหรือคิดทำสงครามใหญ่ การอยู่ร่วมอย่างสงบทำมาค้าขายระหว่างกันน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

        ในอีกแง่หนึ่ง Nord Stream 2 เป็นท่อเชื่อมรัสเซียกับเยอรมันโดยตรง ต่างจากบางท่อที่ต้องผ่านประเทศอื่น การไหลของก๊าซไร้การสกัดกั้นจากประเทศที่ 3 ถ้ามองจากความมั่นคงของเยอรมันการต่อตรงย่อมดีกว่าแบบที่ต้องผ่านประเทศที่ 3 แต่รัฐบาลสหรัฐกลับมองว่าการต่อตรงแบบนี้ส่งสัญญาณว่าเยอรมันเป็นมิตรกับรัสเซีย เป็นอีกเหตุที่รัฐบาลสหรัฐพยายามขัดขวาง

        โครงการท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ถือว่าทำเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้บริการ เพราะรัฐบาลไบเดนนำเรื่องนี้เข้าไปพัวพันกับสถานการณ์ตึงเครียดในยูเครน ใช้กลยุทธ์นำ Nord Stream 2 เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย ฝ่ายเยอรมันต้องจำยอมเพราะเป็นข้อตกลงที่ทำไว้ในสมัยรัฐบาลแมร์เคิล ข้อตกลงนี้มีทั้งข้อดีกับข้อเสีย ข้อดีคือช่วยห้ามสหรัฐคว่ำบาตรตามใจชอบ (พรรครีพับลิกันต้องการคว่ำบาตรไม่ว่าจะมีประเด็นยูเครนหรือไม่) ข้อเสียคือรัฐบาลสหรัฐใช้ข้อตกลงนี้เป็นเงื่อนไขผูกมัด

        เหตุตึงเครียดรอบนี้เป็นจังหวะเดียวกับเยอรมันได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากอีกขั้ว เป็นบททดสอบสำคัญต่อโอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนปัจจุบัน สหรัฐอาจมองว่ารัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีท่าทีต่างจากเดิม อาจโอนอ่อนแก่ตนมากขึ้น

เป้าหมายและไม้ตายสหรัฐ :

        ตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ไบเดนย้ำหลายรอบจะคว่ำบาตรท่อก๊าซ Nord Stream 2 ถ้ารัสเซียบุกยูเครน เทคนิคเงื่อนปมที่สร้างไว้คือ ยกประเด็นจะรับยูเครนเป็นสมาชิกนาโตที่รัสเซียยอมไม่ได้ ใครๆ ก็รู้ว่านี่คือเส้นต้องห้ามที่รัสเซียประกาศหลายสิบปีแล้ว เมื่อรัสเซียเตรียมกองทัพเพื่อสกัดไม่ให้ประกาศการเป็นสมาชิก รัฐบาลสหรัฐจึงสวนกลับบอกว่าจะคว่ำบาตร Nord Stream 2 หากบุกยูเครน ผลสุดท้ายอาจลงเอยตรงที่อียูต้องนำเข้าก๊าซสหรัฐมากขึ้นแม้จะแพงกว่าก๊าซรัสเซียไม่ต่ำกว่า 2-3 เท่า

        ทุกประเทศรู้ความสำคัญของพลังงาน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลสหรัฐจึงควบคุมการซื้อขายพลังงานโดยควบคุมทั้งผู้ซื้อกับผู้ขาย วิธีการคือให้มิตรประเทศซื้อขายด้วยกันเอง โดยมีรัฐบาลสหรัฐเป็นผู้อำนวยการ มีอำนาจสูงสุดควบคุมระบบการซื้อขายนี้ด้วยหลากหลายวิธี

        อิหร่านเป็นตัวอย่างที่รัฐบาลสหรัฐห้ามทุกประเทศนำเข้าน้ำมันอิหร่าน ทุกวันนี้จึงเหลือไม่กี่ประเทศที่นำเข้าน้ำมันอิหร่าน บางประเทศถึงกับต้องขออนุญาตสหรัฐเป็นรายปี เรื่องนี้เป็นตัวอย่างหลักฐานชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ควบคุมระบบการซื้อขายน้ำมันโลก

        ในสมัยทรัมป์ เมื่อรัฐบาลสหรัฐต้องการให้นานาชาติตัดขาดธุรกิจกับอิหร่าน (หลังทรัมป์ยกเลิกข้อตกลงโครงการนิวเคลียร์ (JCPOA) เพียงฝ่ายเดียว) รัฐบาลทรัมป์ใช้วิธีห้ามบริษัทเอกชนทุกประเทศทำธุรกรรมกับอิหร่าน หาไม่แล้วบริษัทนั้นจะถูกคว่ำบาตร ผลคือบริษัทยุโรปที่กำลังลงทุนในอิหร่านถอนตัวแทบไม่ทัน

        ความตั้งใจของสหรัฐต่อรัสเซียก็เช่นเดียวกับที่ทำต่ออิหร่าน ทำเป็นลำดับขั้นตอน เริ่มจากท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ไม่สนใจว่าเยอรมันกับยุโรปต้องซื้อก๊าซในราคาแพงขึ้นเท่าไหร่

        อีกไม้ตายที่พูดถึงคือตัดรัสเซียออกจากระบบชำระเงิน SWIFT หากทำจริงจะเป็นเรื่องใหญ่มาก

สหรัฐจะได้คืบเอาศอกหรือไม่ :

        ณ วันนี้รัฐบาลสหรัฐใช้ประเด็นนาโตขยายตัว (NATO Enlargement) เพื่อสกัดเยอรมันนำเข้าก๊าซผ่าน Nord Stream 2 หากทำสำเร็จเป็นไปได้หรือไม่ว่าอนาคตอาจใช้แผนนี้ซ้ำ เพื่อให้นาโตฝั่งยุโรปลดการนำเข้าพลังงานจากรัสเซียไปเรื่อยๆ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ปิดล้อมรัสเซีย สอดคล้องกับแผนการกระชับอำนาจของรัฐบาลสหรัฐในนาโตฝั่งยุโรป

        ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางนี้ สหรัฐคือผู้ได้ประโยชน์ ส่วนที่เสียประโยชน์ไม่ใช่แค่รัสเซียเท่านั้น รวมถึงชาติในยุโรปทุกประเทศที่นำเข้าพลังงานจากรัสเซีย แม้บางประเทศเป็นพันธมิตรอเมริกาด้วยซ้ำ รัฐบาลสหรัฐสามารถควบคุมระบบพลังงานของยุโรปซึ่งเปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม

        มองในทางกลับกันหากรัฐบาลไบเดนหนักมือเกินไป เยอรมันกับยุโรปหลายชาติจะไม่ยอมเช่นกัน รอยร้าวระหว่างนาโตที่สหรัฐเป็นแกนนำกับสมาชิกนาโตส่วนที่เยอรมันเป็นแกนนำจะเห็นเด่นชัดขึ้น ถ้าวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผลทั้งหมดเป็นเรื่องของการคำนวณผลประโยชน์ การอยู่ร่วมเป็นนาโตมีทั้งส่วนที่ได้กับส่วนที่เสีย

        Nord Stream 2 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของยูเครน รัสเซีย ยังรวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับชาติยุโรปหลายประเทศ การงัดข้อในช่วงนี้จึงมีหลายกรอบหลายมิติซับซ้อน

        ความจริงแล้วนับวันประเทศต่างๆ จะใช้พลังงานที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ใช่แค่น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติและถ่านหินเท่านั้น พลังงานทางเลือกที่มีหลายแบบเป็นที่ต้องการมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลรักษ์สิ่งแวดล้อม คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รัฐบาลส่งเสริม โดยเฉพาะยุโรปตะวันตกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตามพลังงานฟอสซิลยังมีความสำคัญ

        ความจริงอีกข้อที่ไม่ควรมองข้ามคือ ปีที่แล้วท่ามกลางโรคระบาดโควิด-19 ราคาพลังงานค่อยๆ ถีบตัวสูงขึ้นและสูงขึ้นอีกในปีนี้ เฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบเพิ่ม 17% น้ำมันดิบ WTI ล่าสุดอยู่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สถานการณ์ยูเครนเป็นอีกปัจจัยผลักดันราคา น่าจะเป็นอีกปีที่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่โลกจะทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ สถานการณ์ยิ่งยืดเยื้อเท่ากับโลกต้องซื้อใช้แพงนานขึ้น ราคาสินค้าต่างๆ แพงขึ้นถ้วนหน้า ซ้ำเติมภาวะเงินเฟ้อให้หนักกว่าเดิม กระทบทุกคนในโลกไม่เว้นคนอเมริกัน

เยอรมันจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร :

        สุดท้ายคำถามตกแก่รัฐบาลเยอรมัน (รวมประเทศยุโรปอื่นๆ) ว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร

        สงครามเย็นสิ้นสุดไปนานแล้ว เยอรมันกับยุโรปตะวันตกฟื้นตัวไม่คิดพึ่งพิงสหรัฐมากเช่นอดีต นาโตฝั่งยุโรปต้องการเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เรื่องราวของ Nord Stream 2 เป็นอีกครั้งที่เยอรมันพยายามเป็นอิสระและรัฐบาลสหรัฐพยายามขัดขวาง ยูเครนเป็นตัวละครล่าสุดที่ถูกดึงเข้ามาสร้างความตึงเครียดทั่วยุโรป น้ำมันแพงลิบลิ่ว ทำให้สินค้าแพงขึ้นทั่วโลก นำสู่การเจรจาต่อรอง

        เยอรมันกับยุโรปตะวันตกไม่ต้องการสงครามเย็นใหม่ในยุโรป คำถามคือจะจัดการกับ 2 มหาอำนาจอย่างไร อยากปรับความสัมพันธ์กับรัสเซียแต่ไม่อาจทิ้งนาโต เยอรมันต้องพึ่งพลังของยุโรปตะวันตกทั้งมวลในการรับมือ ซึ่งในตอนนี้ยังดูเหมือนว่ารัฐบาลสหรัฐเป็นฝ่ายรุกและอาจได้ผลประโยชน์เพิ่มเติมบนความสูญเสียของรัสเซีย ยูเครนและยุโรปตะวันตกทุกประเทศที่ต้องการ Nord Stream 2

20 กุมภาพันธ์ 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9230 วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565)
----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
รัฐบาลสหรัฐเหมือนเซลส์แมนกำลังใช้พลังอำนาจทุกอย่างที่ตนมีเพื่อกดดันให้ยุโรปซื้อก๊าซธรรมชาติจากตนด้วยสารพัดเหตุผลทั้งด้านความมั่นคงกับเรื่องเงินๆ ทองๆ
ยูเครนเป็นพื้นที่กันชนระหว่าง 2 มหาอำนาจ ตอนนี้กำลังถูกใช้โหมกระแสสงครามเย็นใหม่ในยุโรป เป็นวิธีกระชับอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดทำเช่นนี้เรื่อยมา
ข้อวิพากษ์ทั้งหมดนำสู่คำถามว่ายุทธศาสตร์นาโตขยายตัวมีไว้เพื่อสันติภาพ เคารพอธิปไตยของกันและกันหรือเป็นเครื่องมือที่บางประเทศใช้ขยายอำนาจอิทธิพล
บรรณานุกรม :

1. Biden threatens: No gas pipeline if Russia invades Ukraine. (2022, February 7). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-joe-biden-vladimir-putin-europe-moscow-46f8be10fa71af16bae8f3a9bd82918d

2. Cold Turkey: How Germany Could End Russian Gas Dependency. (2014, May 6). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/business/german-alternatives-to-russian-gas-numerous-but-pricey-a-967682.html

3. Germany Has Little Maneuvering Room in Ukraine Conflict. (2022, January 21). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/a-war-of-nerves-germany-has-little-maneuvering-room-in-ukraine-conflict-a-faece2a7-c098-48cb-a9cc-cd0d5daf78f1

--------------------------

สงครามการค้าสหรัฐ-จีนสมัยไบเดนกำลังก่อตัว

คาดว่ารัฐบาลไบเดนจะยึดนโยบายขึ้นภาษีสินค้าจีน รอบนี้จะหนักกว่าเดิมหากกดดันให้นานาชาติ ลงลึกถึงบริษัทเอกชนทั่วโลกร่วมกันกดดันจีน นี่คือการจัดระเบียบเศรษฐกิจโลกของรัฐบาลอเมริกัน

        เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาไมรอน บริลเลียนท์ (Myron Brilliant) จากหอการค้าสหรัฐเผยรัฐบาลไบเดนกำลังพิจารณาขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีน ด้วยเหตุผลจีนไม่ซื้อสินค้าสหรัฐมากพอตามสัญญาที่ทำไว้ และรอบนี้จะไม่ขึ้นภาษีสินค้าจีนเพียงลำพังแต่จะร่วมมือกับชาติพันธมิตรช่วยกันกดดันจีน ความร่วมมือนี้จะลงลึกถึงระดับบริษัทเอกชน

ย้อนรอยสมัยทรัมป์ :

        สมัยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเสมอว่าสินค้าจีนเป็นเหตุอเมริกันตกงาน หลายบริษัทปิดกิจการ จึงทำสงครามการค้าด้วยการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนหลายระลอก บางรายการขึ้นถึง 25% ในที่สุดปี 2020 จีนกับสหรัฐบรรลุข้อตกลง Phase One จีนสัญญาว่าจะนำเข้าสินค้าอเมริกามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเกษตร พลังงาน แต่จนบัดนี้จีนซื้อเพียง 60% ของจำนวนที่ตกลงกันไว้ รัฐบาลไบเดนจึงชี้ว่าตนมีความชอบธรรมที่จะคงอัตราภาษีเท่าเดิมและกำลังคิดหามาตรการเล่นงานจีนเพิ่มอีก

        ไมรอน บริลเลียนท์ย้ำว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเรียนรู้ว่าหากหวังกดดันจีนต้องทำร่วมกับประเทศอื่น บริษัทนานาชาติโดยเฉพาะยุโรปกับเอเชียจึงจะมีประสิทธิภาพ

        การที่นโยบายลงลึกถึงระดับเอกชนบริษัทต่างชาติเป็นแนวทางที่รัฐบาลไบเดนมุ่งเน้น ถ้าวิเคราะห์ด้วยหลักการแบ่งขั้วสามารถตีความว่า รัฐบาลสหรัฐพยายามสร้างขั้วแบ่งขั้วลงลึกถึงระดับเอกชนของทุกประเทศ

        สงครามการค้านี้กระทบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกโดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบเศรษฐกิจภายใต้กรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) คาดว่าสหรัฐจะมุ่งติดต่อซื้อขาย มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับพันธมิตร มิตรประเทศ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แบ่งขั้ว

ปัญหาขาดดุล :

        กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่าปีที่แล้ว (2021) ประเทศขาดดุลการค้าถึง 859,100 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 27% เนื่องจากนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นมหาศาลถึง 1.8 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการอัดฉีดเงินช่วยเหลือเยียวยา 6 ล้านล้านดอลลาร์ของรัฐบาล ประชาชนนำไปจับจ่ายซื้อสินค้า แม้การส่งออกเพิ่มขึ้นด้วยแต่ยอดรวมขาดดุล คาดว่าจะเป็นเช่นนี้อีกระยะจนกว่าสถานการณ์โรคระบาดจะคืนสู่ปกติ

        กรณีจีน สหรัฐขาดดุลจีน 355,300 ล้านดอลลาร์ (41% ของยอดขาดดุลการค้า) เพิ่มจาก 310,300 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2020 เป็นหลักฐานว่าคนอเมริกันยังนิยมซื้อสินค้า MADE IN CHINA การเลี่ยงไปซื้อชิ้นส่วนวัตถุดิบประเทศอื่นๆ ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี

        ปัญหาขาดดุลการค้าเป็นส่วนหนึ่งทำให้ยอดหนี้สาธารณะอเมริกาสูงเกิน 30 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว เพียง 2 ปีเศษนับจากปลายปี 2019 ที่โควิด-19 เริ่มระบาดรัฐบาลอเมริกันกู้เงินถึง 7 ล้านล้านดอลลาร์ นับวันสหรัฐมีลักษณะเป็น “รัฐสวัสดิการ” มากขึ้น โควิด-19 เร่งให้เร็วขึ้น ไม่ว่ารัฐบาลที่มาจากรีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างกู้เงินมหาศาลเพื่อเป็นสวัสดิการช่วยเหลือเยียวยา

หลัก free and fair :

        ปลายเดือนกรกฎาคม 2018 รัฐบาลทรัมป์กับอียูสร้างข้อตกลงการค้าใหม่ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “เป็นวันสำคัญของการค้าเสรีและเป็นธรรม” (free and fair trade) เป็นหลักการใหม่แตกต่างจากแนวทางในอดีต

        ซิกมาร์ กาเบรียล (Sigmar Gabriel) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเยอรมันกล่าวว่านับจากปี 1945 (หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2) เป็นต้นมา รัฐบาลสหรัฐพร่ำบอกให้สร้าง “ระเบียบเสรีนิยม” (liberal order) เพื่อใช้หลักนี้แทนกฎแห่งป่า (law of the jungle-ใครดีใครอยู่) ผลคือได้ระเบียบโลกใหม่ที่มีสหรัฐ เป็นแกนนำ ในการนี้สหรัฐช่วยฟื้นฟูยุโรปที่เสียหายหนักจากสงครามแต่ทั้งนี้เพราะสหรัฐเห็นว่าความมั่นคงของยุโรปเป็นผลประโยชน์แก่ตน

        บัดนี้สหรัฐถอยห่างจาก ระเบียบเสรีนิยมที่สร้างขึ้นมาเองกับมือ พยายามกีดกันการค้าเสรีด้วยเหตุผลทำให้ตนขาดดุลมหาศาล

        โทมัส เดอโนฮวย (Thomas Donohue) ประธานหอการค้าสหรัฐเมื่อปี 2016 ให้ความเห็นว่าภายใต้ระบบเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศช่วยเพิ่มการจ้างงาน ขยายกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งเสริมการแข่งขัน สหรัฐต้องการการค้าเสรี ไม่ใช่ลดการค้าเสรี

        มิถุนายน 2018 กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนรัฐบาลทรัมป์ว่าการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจะทำลายระบบการค้าโลก หากตอบโต้ไปมาระบบการค้าโลกจะถอยห่างจากการค้าที่เปิดกว้าง ยุติธรรม อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ สุดท้ายทุกประเทศเสียหาย เศรษฐกิจอเมริกาจะเสียหายด้วย

        มีผู้ที่เห็นต่างจากรัฐบาลทรัมป์อีกมากแต่ทรัมป์ยืนยันเดินหน้านโยบายขึ้นภาษีสินค้านำเข้าหลายประเทศหลายรายการโดยเฉพาะสินค้าจากจีน

        ล่าสุดมีข้อมูลว่าสินค้าจีนมูลค่า 350,000 ล้านดอลลาร์ที่รัฐบาลไบเดนคงอัตราภาษีเท่าสมัยทรัมป์

ใครเสียประโยชน์ คนอเมริกันคือผู้จ่าย :

        ดังที่เคยอธิบายว่าผู้บริโภคอเมริกันเป็นผู้จ่ายค่าภาษีเหล่านี้ ต้องซื้อในราคาสูงขึ้น และหากสินค้าที่ว่าคือชิ้นส่วนวัตถุดิบที่บริษัทเอกชนอเมริกันนำเข้าย่อมทำให้ต้นทุนสินค้าที่ผลิตสูงขึ้นด้วย ดังนั้นผลเสียจากการขึ้นภาษีสินค้าจีนจึงตกแก่คนอเมริกัน ผู้ประกอบการในอเมริกาโดยตรง

        ในสมัยทรัมป์รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์จีนเตือนสหรัฐว่าสงครามการค้าจะทำให้กรรมกรและชาวนาอเมริกันเจ็บปวด เป็นการทำร้ายตัวเอง

        ทางเลี่ยงที่น่าจะเป็นไปได้คือคนอเมริกันหันไปซื้อกินซื้อใช้สินค้าประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่มาจากจีน แต่สถิติล่าสุดชี้ว่าสหรัฐยังคงนำเข้าสินค้าจีนต่อเนื่อง ไม่ว่าจะซื้อเพราะราคา คุณภาพ รสนิยมหรืออะไรก็แล้ว ได้พิสูจน์แล้วคนชาวอเมริกันนิยมสินค้าที่ผลิตจากจีน

        ต้นทุนที่สูงขึ้นของภาคเอกชนเป็นข้อจำกัดการขึ้นภาษีสินค้าจีน สตีฟ ลามาร์ (Steve Lamar) ประธานสมาคม American Apparel and Footwear Association เป็นอีกคนที่กล่าวว่าสภาพเศรษฐกิจขณะนี้ที่อ่อนแอ ผลจากโรคระบาดโควิด-19 ปัญหา supply chain อัตราเงินเฟ้อพุ่ง ฯลฯ ไม่เหมาะขึ้นภาษีสินค้าจีน

        ล่าสุดหลังรายงานอัตราเงินเฟ้อสหรัฐพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี ประธานาธิบดีไบเดนแถลงว่าการลดราคาสินค้าที่เกิดจากเงินเฟ้ออันเนื่องจากโรคระบาดเป็น 1 ใน 2 นโยบายสำคัญของรัฐบาล เห็นชัดว่ามีข้อจำกัดหากรัฐบาลจะเพิ่มราคาสินค้าด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจากจีน

        นานาชาติพยายามลดภาษีต่อกันตามหลักการค้าเสรี คลายข้อจำกัดต่างๆ แต่รัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจะมาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทกำลังทำตรงข้าม ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าหลายประเทศตามหลักการใหม่ที่เรียกว่า “free and fair” แต่หลักการนี้มีจุดอ่อนในตัวเอง รัฐบาลสหรัฐควรเอ่ยปากยอมรับว่าการขึ้นภาษีสินค้าจีนเท่ากับทำร้ายประชาชน เป็นตัวถ่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

        ในอีกมุมมองชี้ว่าคนอเมริกันจำนวนมากมีนิสัยบริโภคเกินตัว หลายคนซื้อบ้านเพราะไม่ต้องมีเงินดาวน์ ผ่อนน้อยผ่อนนาน และพวกเขาคาดหวังว่าราคาอสังหาริมทรัพย์จะสูงขึ้น และทันทีที่ราคาบ้านสูงขึ้นพวกเขาจะยื่นขอรีไฟแนนซ์เพื่อกู้เพิ่มเติม แต่แทนที่จะนำเงินมาเพิ่มมูลค่าของบ้าน กลับนำเงินกู้ที่ได้มาไปซื้อสินค้าต่างๆ รวมทั้งสินค้าต่างประเทศ

        ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ สหรัฐประกาศทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน โยนความผิดเรื่องขาดดุลการค้า ขาดดุลงบประมาณแก่จีน ยึดหลัก “free and fair” ที่ห้ามประเทศใดเกินดุลสหรัฐหาไม่แล้วจะถูกคว่ำบาตร (แต่ไม่ห้ามหากสหรัฐจะเกินดุลประเทศอื่น) บัดนี้รัฐบาลไบเดนจากพรรคเดโมแครทกำลังดำเนินนโยบายแนวทางเดียวกับทรัมป์ และอาจรุนแรงหนักหน่วงกว่าเดิมหากกดดันให้บริษัทเอกชนนานาชาติต้องร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐกดดันจีน

        ณ ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่านโยบายเศรษฐกิจของไบเดนต่อจีนกำลังปรับเปลี่ยนเป็นอย่างไร คาดว่าจะชัดเจนยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่เดือนหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เป็นสถานการณ์ที่ควรติดตาม

13 กุมภาพันธ์ 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9223 วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565)

-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ปัญหาขาดดุลเป็นเรื่องใหญ่ ทรัมป์หาเสียงแก้ไขปัญหาดังกล่าวและกำลังทำหน้าที่รัฐบาลที่ดี คำถามคือนโยบายที่ใช้มุ่งหวังแก้ปัญหาจริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ “ให้ได้ทำ” เท่านั้น
รัฐบาลทรัมป์ชี้ว่าต้องแก้ปัญหาขาดดุลด้วยการขึ้นภาษีสินค้าจีนและกำลังไปด้วยดี แต่นักวิชาการ องค์การระหว่างประเทศหลายแห่งให้มุมมองตรงข้าม ท่ามกลางผู้คนจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในวังวนภาพลวงตา
บรรณานุกรม :

1. America's national debt surpasses $30 trillion for the first time. (2022, February 1). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/02/01/economy/national-debt-30-trillion/index.html

2. Chinese media says US has 'delusions' as impact of trade war spreads. (2018, June 22). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/news/business/chinese-media-says-us-has--delusions--as-impact-of-trade-war-spreads-10459082

3. GT Voice: Rising US-China trade deficit proof of Washington’s dumb policy. (2022, February 9). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202202/1251860.shtml

4. Jones, Handel. (2010). CHINAMERICA: The Uneasy Partnership that Will Change the World. USA: McGraw-Hill.

5. New China tariff probe among options considered by Biden -US Chamber. (2022, February 10). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/business/new-china-tariff-probe-among-options-considered-biden-us-chamber-2489066

6. News Analysis: GOP, Trump reconcile views on trade to enlarge voter base. (2016, July 22). Xinhua. Retrieved from http://news.xinhuanet.com/english/2016-07/22/c_135532558.htm

7. The White House. (2022, February 10). Statement by President Biden on January Consumer Price Index Report. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/briefing-room/statements-releases/2022/02/10/statement-by-president-biden-on-january-consumer-price-index-report/

8. Trump and top European leader agree to work toward zero tariffs. (2018, July 25). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2018/07/25/politics/trump-juncker-tariffs-trade/index.html

9. Trump tariffs are threat to both global trade and US economy, say IMF. (2018, June 15). The Independent. Retrieved from https://www.independent.co.uk/news/business/news/trump-tariff-steel-aluminium-trade-war-canada-eu-imf-christine-lagarde-a8399636.html

10. US trade deficit ends 2021 at record heights against expectations. (2022, February 8). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/business/economy/us-trade-deficit-ends-2021-at-record-heights-against-expectations

11. U.S. to host APEC in 2023 in push for Indo-Pacific economic pact. (2022, February 11). Nikkei Asia. Retrieved from https://asia.nikkei.com/Economy/Trade/U.S.-to-host-APEC-in-2023-in-push-for-Indo-Pacific-economic-pact

12. What Trump Means for Germany's Future. (2018, April 18). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/trump-and-the-future-of-the-trans-atlantic-relationship-a-1203549.html

13. Why Biden is keeping Trump's China tariffs in place. (2022, January 26). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/01/26/politics/china-tariffs-biden-policy/index.html

--------------------------

สหรัฐต้องการให้ยุโรปซื้อพลังงานจากตน

รัฐบาลสหรัฐเหมือนเซลส์แมนกำลังใช้พลังอำนาจทุกอย่างที่ตนมีเพื่อกดดันให้ยุโรปซื้อก๊าซธรรมชาติจากตนด้วยสารพัดเหตุผลทั้งด้านความมั่นคงกับเรื่องเงินๆ ทองๆ

            ในสถานการณ์ยูเครนตึงเครียดรอบนี้ นาโตเห็นว่ากองทัพแสนนายของรัสเซียคุกคามยูเครนและอาจรุกรานยูเครนด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง จึงเตือนว่าหากทำเช่นนั้นนาโตจะคว่ำบาตรอย่างหนัก หนึ่งในมาตรการคือคว่ำบาตรท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ที่ต่อตรงจากรัสเซียถึงเยอรมัน อันที่จริงท่อส่งนี้ถือว่าสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้งาน ติดขัดเมื่อยูเครนเกิดปัญหา การคว่ำบาตรท่อส่งก๊าซนี้จะเป็นส่วนของมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียที่รัฐบาลแมร์เคิลได้ตกลงกับรัฐบาลไบเดน

            นอกจากนี้ยังพูดถึงการตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินโลก SWIFT ผลคือบริษัทเอกชนของอียูจะไม่สามารถทำธุรกรรมการเงินกับบริษัทรัสเซีย การค้าระหว่างรัสเซียกับยุโรปจึงถูกตัดขาดจากกัน ผลกระทบจึงไม่ใช่แค่เรื่องก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังรวมถึงน้ำมัน แร่ต่างๆ ที่ยุโรปนำเข้าจำนวนมาก

            การตัดรัสเซียออกจากระบบการชำระเงินโลกจึงเป็นเรื่องร้ายแรงมาก อาจผลักดันให้รัสเซียไปร่วมมือกับจีนสร้างระบบการชำระเงินแบบใหม่ซึ่งมีการคิดและพูดถึงหลายปีแล้ว

            แต่หากไม่ถึงขั้นนั้น อียูอาจร่วมคว่ำบาตรด้วยการไม่นำเข้าหรือลดการนำเข้า LNG จากรัสเซียซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่า มีข่าวเป็นระยะว่ารัฐบาลสหรัฐกับอังกฤษกำลังหารือแผนส่งก๊าซให้ยุโรปทดแทนส่วนที่ขาดหายไป สอดคล้องกับข่าวพรรครีพับลิกันยื่นเรื่องเตรียมคว่ำบาตรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับท่อส่งก๊าซนี้ หากความขัดแย้งกับรัสเซียรุนแรง

            ถ้าลดการซื้อหรือไม่ซื้อก๊าซรัสเซียจะเข้าทางอเมริกา เพราะรัฐบาลสหรัฐต้องการให้อียูซื้อก๊าซของตนแทน (แม้จะแพงกว่ามาก) แต่ไม่ว่าจะแบบแรกหรือหลัง ทั้งสหรัฐ รัสเซียและอียูต้องคิดหนัก เพราะส่งผลร้ายแรงและอาจร้ายแรงขึ้นเรื่อยๆ

            สถิตินำเข้า LNG ชี้ชัดว่าปี 2019-20 อียูนำเข้าจากกาตาร์มากสุด รองมาคือ ไนจีเรีย รัสเซียกับสหรัฐเป็นลำดับ 3 กับ 4 ด้วยจำนวนใกล้เคียงกัน ปี 2020 อียูลดนำเข้าจากกาตาร์และเพิ่มการนำเข้าจากรัสเซียกับสหรัฐ Nord Stream 2 น่าจะทำให้รัสเซียขายได้มากขึ้นอีก (สามารถส่งก๊าซโดยตรงจากรัสเซียสู่เยอรมนีปีละ 55,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อรวมกับ Nord Stream (อันเดิม) จะส่งก๊าซถึง 110,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี)

            ท่ามกลางข่าวเลวร้ายที่ออกมาเป็นระยะๆ ฝ่ายเยอรมันพยายามลดความตึงเครียด พยายามแยกเรื่องยูเครนออกจาก Nord Stream 2 Christine Lambrecht รัฐมนตรีกลาโหมเยอรมันกล่าวว่าเรื่องยูเครนไม่เกี่ยวกับท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ไม่ควรลากเรื่องนี้เข้าไปด้วยย้ำต้องแก้ปัญหาด้วยการเจรจา สอดคล้องกับ โอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีกล่าวว่าโครงการนี้เป็นเรื่องการค้าล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศ

            ต้องไม่ลืมว่าเยอรมัน ฝรั่งเศส ยุโรปตะวันตกหลายประเทศไม่ต้องการอยู่ในอำนาจรัฐบาลสหรัฐเหมือนแต่ก่อน กรณีท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 คือหลักฐานว่าเยอรมันยอมให้รัสเซียมีบทบาทต่อความมั่นคงด้านพลังงานของตนมากขึ้น ยอมให้รัสเซียขายก๊าซได้เงินมากมายไปพัฒนาประเทศ เพิ่มงบกลาโหม (ถ้าจะคิดอย่างนั้น) สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐแต่ละชุดทำเหมือนกันคือกีดกันไม่ให้ยุโรปใช้ก๊าซรัสเซีย รัฐบาลไบเดนน่าจะกำลังต่อรองเรื่องนี้อยู่

 เหตุผลของรัฐบาลสหรัฐ :

            สถานการณ์ยูเครนอธิบายได้หลายมุมมองทั้งแบบภาพกว้างกับแบบแคบ ถ้าวิเคราะห์ในมุมแคบหลายคนให้ความสนใจประเด็นการแย่งตลาดก๊าซธรรมชาติอียู พูดให้ชัดคือรัฐบาลสหรัฐหวังได้ส่วนแบ่งเพิ่ม เป็นเรื่องของธุรกิจล้วนๆ ในมุมที่ลึกขึ้นเท่ากับตัดทอนเศรษฐกิจรัสเซียประเทศที่พึ่งพาการส่งออกพลังงานเป็นรายได้หลัก เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ปิดล้อมรัสเซีย

            เรื่องต้านการซื้อก๊าซรัสเซียและหันมาซื้อของอเมริกาไม่ใช่เรื่องใหม่ ฝ่ายสหรัฐให้เหตุผลว่าหากเยอรมนีหรืออียูนำเข้าก๊าซจากรัสเซียเท่ากับผูกโยงพึ่งพาเศรษฐกิจการเมืองกับรัสเซียมากขึ้น รัฐสภาในสมัยทรัมป์ผ่านร่างกฎหมายคว่ำบาตรบริษัทเยอรมันที่เกี่ยวข้องกับการสร้างท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2

            เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้สหรัฐผลิต shale gas ได้มหาศาลจนต้องหาทางส่งออก (LNG เป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งของ shale gas) แต่ติดปัญหาการขนส่งที่เป็นต้นทุนสำคัญ เป็นเหตุผลที่ยุโรปหวังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงมากกว่า

            แต่รัฐบาลสหรัฐอ้างเหตุผลการเมืองระหว่างประเทศ เห็นว่าการซื้อจากรัสเซียทำให้เศรษฐกิจรัสเซียเข้มแข็ง สร้างกองทัพคุมคามประเทศอื่น คุกคามประชาธิปไตยโลก

            ในอีกมุมมองหนึ่ง น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานต่างๆ เหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจสังคม ทุกประเทศจึงพยายามสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยการซื้อใช้พลังงานหลายประเภทจากหลายแห่ง โดยคำนึงปัจจัยต่างๆ รอบด้าน ถ้ายึดราคาถูก ปลอดภัย ระบบท่อจะดีกว่า

            อีกมุมมองเอ่ยถึงค่าเงินดอลลาร์ นักวิชาการหลายคนชี้ในทางที่เงินดอลลาร์อเมริกาเสี่ยงอ่อนค่าลงทุกที ส่งผลร้ายแรงต่อสหรัฐ ดังนั้นทุกรัฐบาลต้องหาทางพยุงค่าเงินดอลลาร์ หนึ่งในวิธีที่รัฐบาลสหรัฐใช้มาตลอดคือให้นานาชาติซื้อขายพลังงานด้วยเงินดอลลาร์อเมริกัน เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลสหรัฐสามารถพิมพ์เงินออกมาใช้ไม่อั้น ดังนั้น Nord Stream 2 เป็นมากกว่าแค่นำเข้าพลังงานจากรัสเซีย รัฐบาลสหรัฐจำต้องส่งสัญญาณนี้แก่นานาชาติ

Joe Lombardo จากกลุ่ม United National Antiwar Coalition (UNAC) ให้ข้อมูลว่าทุกวันนี้สหรัฐมีกองทัพของตนอยู่ใน 172 ประเทศ และมีฐานทัพในต่างแดนมากกว่าที่ประเทศอื่นๆ ทุกประเทศรวมกันที่ทำเช่นนี้ถึง 20 เท่า รัฐบาลสหรัฐกำลังคว่ำบาตรประเทศอื่นๆ 42 ประเทศ แต่ไม่อาจสกัดจีนที่ก้าวขึ้นมาและคิดว่าท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 จากรัสเซียสู่เยอมันจะบั่นทอนอิทธิพลสหรัฐในยุโรปอย่างหนัก เป็นเรื่องที่รัฐบาลสหรัฐต้องสู้ยิบตา ลากหลายประเทศเข้าสู่สถานการณ์อันตราย

ขอให้ยุโรปซื้อใช้พลังงานจากอเมริกา :

            ความตึงเครียดในยูเครนนอกจากการโหมกระพือกระแสสงครามเย็นใหม่แล้ว (ซึ่งเป็นเป้าหมายในกรอบกว้างสุด) ยังมีผู้อธิบายเหตุผลอื่นๆ อีกมาก เช่น เป็นวิธีการรักษาค่าเงินดอลลาร์ อีกเป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐต้องการคือให้ยุโรปซื้อใช้พลังงานจากอเมริกา สหรัฐจะได้ประโยชน์จากการนี้มากมายหลายมิติ อย่างน้อยขอส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอีกนิดก็ยังดี

            ไม่ว่าจะใช้มุมมองรักษาความเป็นเจ้าของตนในระดับโลก ระดับภูมิภาคยุโรป หรือเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการขายก๊าซ ส่อแววว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อสัมพันธ์กับเรื่องท่อก๊าซ Nord Stream 2 ที่ยืดเยื้อมาแล้วหลายปีและอาจเป็นเช่นนี้ไปอีก

            เฉพาะรอบนี้รัฐบาลไบเดนต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไป หาไม่แล้วคงไม่เลิกง่ายๆ (การที่สถานการณ์ยังยืดเยื้ออาจอธิบายว่าการเจรจาต่อรองซื้อขายพลังงานยังไม่แล้วเสร็จ) และสามารถพูดว่า รัฐบาลสหรัฐเหมือนเซลส์แมนกำลังใช้พลังอำนาจทุกอย่างที่ตนมีเพื่อกดดันให้ยุโรปซื้อก๊าซธรรมชาติจากตนด้วยสารพัดเหตุผลทั้งด้านความมั่นคงกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ถือว่าเป็นหนึ่งภารกิจสำคัญที่ทุกรัฐบาลจะต้องส่งเสริมการค้าการขายของตน และถ้ายึดมองมุมผลประโยชน์ต้องชมเชยว่าฝ่ายยุทธศาสตร์สหรัฐมีความสามารถเป็นเลิศสามารถนำประเด็นยูเครน นาโตขยายตัว (NATO Enlargement, NATO expansion) มาใช้ประโยชน์หลายทาง

6 กุมภาพันธ์ 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9216 วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565)

----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ยูเครนเป็นพื้นที่กันชนระหว่าง 2 มหาอำนาจ ตอนนี้กำลังถูกใช้โหมกระแสสงครามเย็นใหม่ในยุโรป เป็นวิธีกระชับอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดทำเช่นนี้เรื่อยมา
สหรัฐฯ ผู้บริโภคทรัพยากรน้ำมันมากที่สุดในโลกจะกลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมันในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เหตุจากความสำเร็จในการพัฒนา Shale gas กับ Shale oil

บรรณานุกรม :

1. Europe won’t receive Russian oil and gas, if Russia disconnected from SWIFT — senator. (2022, January 25). TASS.  Retrieved from https://tass.com/politics/1392953

2. Europe's gas crisis: Could LNG help boost energy security? (2022, January 20). Deutsche Welle.  Retrieved from https://www.dw.com/en/europes-gas-crisis-could-lng-help-boost-energy-security/a-60490682

3. Germany Has Little Maneuvering Room in Ukraine Conflict. (2022, January 21). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/world/a-war-of-nerves-germany-has-little-maneuvering-room-in-ukraine-conflict-a-faece2a7-c098-48cb-a9cc-cd0d5daf78f1

4. N. Sönnichsen. (2022, January 14). Leading supplying countries of liquefied natural gas (LNG) to the European Union (EU-27) in 2019 and 2020*. Retrieved from https://www.statista.com/statistics/1097893/lng-imports-to-europe-by-supplying-country/

5. Nord Stream 2 ‘unrelated’ to Ukraine conflict: German minister. (2022, January 13). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/business/energy/2022/01/13/Nord-Stream-2-unrelated-to-Ukraine-conflict-German-minister

7. Russian Security Proposals Unlikely to Stop US, NATO Aggression, Anti-War Group Says. (2021, December 18). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/20211218/russian-security-proposals-unlikely-to-stop-us-nato-aggression-anti-war-group-says-1091621254.html

8. US and Russia begin talks on Ukraine crisis. (2022, January 10). Deutsche Welle. Retrieved from https://www.dw.com/en/us-and-russia-begin-talks-on-ukraine-crisis/a-60377354

9. US working with allies to shore up energy supplies if Russia invades Ukraine. (2022, January 25). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/01/25/politics/us-working-with-allies-on-energy-russia-ukraine/index.html

--------------------------

ยูเครนกระตุ้นสงครามเย็นใหม่ในยุโรป

ยูเครนเป็นพื้นที่กันชนระหว่าง 2 มหาอำนาจ ตอนนี้กำลังถูกใช้โหมกระแสสงครามเย็นใหม่ในยุโรป เป็นวิธีกระชับอำนาจที่รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดทำเช่นนี้เรื่อยมา

             สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับนาโตในขณะนี้เป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นตามลำดับหลายเดือนแล้ว (หรือหลายปีแล้วขึ้นกับกำหนดจุดเริ่มต้น) การที่นาโตไม่ยอมรับข้อเรียกร้องรัสเซียเรื่องการรับสมาชิกนาโตทางฝั่งตะวันออก การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย การเจรจาหลายรอบที่ไม่ได้ข้อสรุป ทั้งหมดนำสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงขึ้นและส่อแววยืดเยื้อ

            ที่ผ่านมาแม้บางฝ่ายจะตีความว่ารัสเซียเตรียมกองทัพแสนนายพร้อมบุกยูเครนหากยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต ในอีกมุมหนึ่งฝ่ายสหรัฐเห็นว่าเรื่องนี้อาจเป็นเพียงข้ออ้างที่รัสเซียใช้เพื่อเตรียมกองทัพและเข้ารุกรานเหมือนกับที่รุกรานยูเครนและผนวกไครเมีย (Crimea) เป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียเมื่อปี 2014 แต่ไหนแต่ไรรัสเซียมองว่ายูเครนเป็นส่วนหนึ่งของตนที่เรียกว่า “Malorossiya” หรือ “Little Russia” ด้วยเหตุนี้เองรัฐบาลไบเดนจึงพูดซ้ำหลายรอบขอให้รัสเซียถอนกำลังกลับไป พร้อมกับขู่คว่ำบาตรอย่างรุนแรงหากรัสเซียบุกยูเครน

            สถานการณ์ล่าสุด Jens Stoltenberg เลขาธิการนาโตกล่าวว่ารัสเซียไม่เพียงเพิ่มกำลังตามแนวพรมแดนยูเครนเท่านั้น ยังเพิ่มในเบลารุสด้วย เครื่องบินรบนับร้อย ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ S-400 และอื่นๆ สถานการณ์จึงตึงเครียด

            ด้วยเหตุนี้เองสหรัฐกับพันธมิตรกำลังหารือส่งทหารเข้ายุโรปตะวันออกเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะเป็นประเทศโรมาเนีย บัลแกเรีย และฮังการี อย่างไรก็ตามบางประเทศเช่นเยอรมันเพราะจะยิ่งทำให้ตึงเครียดกว่าเดิม โอกาสที่เป็นไปได้คือรัฐบาลไบเดนอาจส่งทหารไปในนามความสัมพันธ์ทวิภาคี ทั้งนี้ทหาร 8,500 นายอยู่ในขั้นเตรียมพร้อมสูงสุด พร้อมส่งออกไปทันที เรื่องที่ยูเครนกำลังส่งผลกระทบทั้งภูมิภาค ราวกับเป็นการเผชิญหน้าของทวีปยุโรป

            หลายปีมาแล้วที่รัสเซียอ้างว่าระบบปล่อยอาวุธที่สหรัฐติดตั้งในโปแลนด์กับโรมาเนียสามารถบรรจุจรวดร่อน Tomahawk ที่ติดหัวรบนิวเคลียร์ซึ่งสหรัฐกับนาโตปฏิเสธเรื่อยมา ตอนนี้ดูเหมือนว่ารัฐบาลไบเดนมีความคิดที่จะทำเช่นนี้กับยูเครนด้วย สามารถยิงใส่เมืองหลวงมอสโกภายใน 4-5 นาที ไม่ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเป็นอีกเหตุผลที่รัฐบาลปูตินชี้ว่าไม่อาจปล่อยให้เป็นเช่นนั้น ประธานาธิบดีปูตินถึงกับกล่าวว่าสหรัฐ ควรเข้าใจว่าไม่มีทางให้เราถอยอีกแล้ว

            อีกเรื่องที่น่าตกใจคือสื่อ Pravda ของรัสเซียเสนอข่าวเมื่อ 25 มกราคมว่าทางการรัสเซียกำลังพิจารณาติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ในเวเนซุเอลาและจะตัดสินใจภายใน 1 สัปดาห์

            ข่าวรายงานอีกว่ารัสเซียจะติดตั้งอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ ฐานทัพและสิ่งอำนวยสะดวกในแถบลาตินอเมริกา หลังนาโตปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซียเรื่องไม่ขยายสมาชิกนาโตทางฝั่งตะวันออกอีก

            ก่อนหน้านี้รัสเซียได้เจรจากับเวเนซุเอลาและคิวบาเรื่องตั้งฐานทัพของตนในประเทศเหล่านี้ มีข้อมูลว่าทางการเวเนซุเอลายินดีหากรัสเซียร้องขออย่างเป็นทางการ ในชั้นต้นรัสเซียอาจส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ไปประจำการนี่นั่น เรื่องการขนขีปนาวุธรัสเซียไปลาตินอเมริกายังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไป

            ล่าสุดข้อเสนอของสหรัฐที่ส่งให้รัสเซียนั้นปฏิเสธข้อเรียกร้องของรัสเซีย ทั้งเรื่องการรับเพิ่มสมาชิกฝั่งยุโรปตะวันออก การประจำการอาวุธที่รัสเซียเห็นว่าเป็นข้อต้องห้าม ซึ่งรัสเซียให้เหตุผลว่าการทำเช่นนี้เป็นแนวทางประกันสันติภาพระหว่างรัสเซียกับนาโต ส่วนฝ่ายสหรัฐยังคงย้ำว่าเหตุตึงเครียดในขณะนี้เป็นเพราะทหารรัสเซียกว่าแสนนายประชิดพรมแดนยูเครน การซ้อมรบในเบลารุส ผลคือสถานการณ์ตึงเครียดต่อไปไม่มีทีท่าจะคลี่คลายในเร็ววัน ตราบใดที่นาโตไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของรัสเซียๆ อาจคงทหารเรือนแสนดังเดิม การเจรจาดำเนินต่อไป

โหมกระแสสงครามเย็นใหม่ (ฝั่งยุโรป) :

            แม้โอกาสเกิดสงครามร้อนจะน้อยเพราะชาติมหาอำนาจะไม่ปะทะกันเอง รัฐบาลสหรัฐจะไม่ก้าวล่วงเส้นต้องห้าม แต่หากมองในแง่การช่วงชิงแข่งขันที่มีเรื่อยมา สถานการณ์ยูเครนขณะนี้คือการโหมกระแสสงครามเย็นใหม่ในฝั่งยุโรป

            โดยทั่วไปหลายครั้งเมื่อเอ่ยถึงสงครามเย็นใหม่จะพูดถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน ในกรณีจะหมายสหรัฐกับรัสเซีย ถ้าพูดเป็นภูมิภาคคือสงครามเย็นใหม่ในอินโด-แปซิฟิกกับยุโรปนั่นเอง

            ยุคสงครามเย็นเป็นช่วงเวลาตึงเครียดที่เกิดขึ้นทั่วไปเกือบทั้งโลก ความเป็นไปในยูเครนกำลังทำให้เกิดภาพสงครามเย็นใหม่ที่กินพื้นที่กว้างในแถบยุโรป

            ถ้าแนวคิดนี้ถูกต้อง สถานการณ์ยูเครนจะตึงเครียดยาวนาน จนกว่าจะหาทางลงและสร้างประเด็นใหม่ขึ้นมา

            ถ้าวิเคราะห์ตามแนวคิดการแบ่งขั้วที่รัฐบาลสหรัฐทุกยุคสมัยพยายามสร้างการแบ่งขั้ว ทำให้ความเป็นขั้วชัดเจนขึ้นมาใหม่ จะพบว่าเรื่องยูเครนไม่ใช่แค่ยูเครนหรือนาโตกับรัสเซียเท่านั้น ความตึงเครียดนี้สามารถขยายความรุนแรงและขยายพื้นที่ความขัดแย้งให้กว้างออกไป รัฐบาลสหรัฐจะกระตุ้นให้นานาชาติแสดงตัวว่าเลือกอยู่ฝ่ายใด

            และเรื่องนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งทางทหารกับการเมืองระหว่างประเทศเท่านั้นแต่จะขยายออกไปสู่ระบบการค้าการเงินโลก ที่รัฐบาลสหรัฐพยายามกระชับอำนาจของตนในระบบการเงินโลก โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ที่ฐานะการเงินการคลังสหรัฐอ่อนแอลงเรื่อยๆ รัฐบาลไบเดนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อทำให้ฐานะการเงินการคลังของตนกลับมาเข้มแข็ง อย่างน้อยต้องสามารถสกัดหรือลดความสูญเสียอันเนื่องจากการถดถอยฐานะทางการเงินการคลังครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีสองปีนี้

            ในมุมของรัฐบาลสหรัฐเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ มีผลต่ออนาคตประเทศอีกนาน

            ยากที่จะเกิดสงครามใหญ่ระหว่างชาติมหาอำนาจแต่สงครามเย็นเคยเกิดแล้วและมีผู้เห็นว่า “สงครามเย็นใหม่” เกิดขึ้นแล้วเช่นกัน และกำลังโหมกระพือรุนแรงขึ้นทุกที เรื่องนี้ส่งผลต่อการเมือง เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลกแน่นอน

            โลกไม่เพียงถูกปกคลุมด้วยเชื้อไวรัสโควิด-19 ผลกระทบจากโรคระบาด สงครามเย็นใหม่กำลังจะเข้าปกคลุมอย่างเข้มข้นขึ้นด้วย

อะไรคือเป้าหมายที่ซ่อนอยู่ :

            สิ่งที่รัฐบาลไบเดนทำไม่ใช่เพื่อนำสู่สงครามล้างโลก ดังนั้นต้องวิเคราะห์หาคำตอบว่าเป้าหมายที่ซ่อนอยู่คืออะไร อาจตอบว่านำยูเครนมาเป็นสมาชิกนาโต นำอาวุธร้ายแรงของนาโตจะประจำการในยูเครนที่มีพรมแดนติดรัสเซีย ภายใต้สถานการณ์ตึงเครียดขณะนี้นาโตทยอยส่งอาวุธเข้ายูเครนแล้ว (ทั้งๆ ที่ยูเครนยังไม่เป็นสมาชิก)

            อีกแง่มุมที่ควรพูดถึงคือเรื่องการเมือง รัฐบาลยูเครนชุดปัจจุบันใกล้ชิดนาโตยิ่งขึ้น มีข่าวว่าหน่วยรบพิเศษของสหรัฐกับอังกฤษกำลังเข้าๆ ออกๆ ประเทศนี้ อาจตีความว่า “รัฐบาลยูเครน” อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกองทัพต่างชาติ พูดให้ชัดคืออยู่ภายใต้ความคุ้มครองของรัฐบาลสหรัฐ นี่คือความจริงที่ไม่ควรมองข้าม มีความสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต

            คำถามพื้นฐานคือเหล่านี้ที่เกิดขึ้นรัฐบาลสหรัฐทำเพื่อยูเครนหรือ รัฐบาลไบเดนกำลังใช้เงินภาษีคนอเมริกันจำนวนมากเพื่อคนยูเครนหรือ บทความนี้ให้คำอธิบายส่วนหนึ่งว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการโหมกระแสสงครามเย็นใหม่ เพื่อกระชับรักษาความเห็นอภิมหาอำนาจในขั้วของตน ซึ่งจะก่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจการเมืองมากมายแก่ประเทศเขา ยูเครนเป็นแค่ตัวแสดง (actor) ที่ถูกลากเข้ามาเป็นพื้นที่หรือเวทีแสดงความเป็นอภิมหาอำนาจ แสดงเป็นตัวอย่างให้นานาชาติเห็นว่ารัฐบาลสหรัฐทำอะไรหรือจะทำอะไร เป็นวิธีการเดิมๆ ที่รัฐบาลสหรัฐแทบทุกชุดทำซ้ำไปซ้ำมา นี่คือมุมมองภาพใหญ่ของความตึงเครียดที่ยูเครน เป็นการโหมกระพือกระแสสงครามเย็นใหม่ มากกว่าการที่เยอรมันหรือยุโรปจะเพิ่มการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียหรือไม่

30 มกราคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9209 วันอาทิตย์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2565)

-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ปอกเปลือกสุนทรพจน์ไบเดนต่อยูเอ็น 2021
ในที่ประชุมสมัชชาไบเดนย้ำว่าสหรัฐจะไม่ก่อสงครามเย็นใหม่ ในขณะที่ไม่กี่วันก่อนเลขาธิการยูเอ็นเตือนจีนกับสหรัฐให้หลีกเลี่ยงสงครามเย็นรอบใหม่ นี่คือคำพูดของผู้นำคนสำคัญๆ บนเวทีโลก
ข้อวิพากษ์ทั้งหมดนำสู่คำถามว่ายุทธศาสตร์นาโตขยายตัวมีไว้เพื่อสันติภาพ เคารพอธิปไตยของกันและกันหรือเป็นเครื่องมือที่บางประเทศใช้ขยายอำนาจอิทธิพล

บรรณานุกรม :

1. Putin blames West for tensions, demands security guarantees. (2021, December 22). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/europe-russia-ukraine-vladimir-putin-moscow-2a3c3d0bf3834fe2e566f8aca57b57a1

2. Russia to decide on the deployment of nuclear arms in Venezuela this week. (2022, January 25). Pravda.  Retrieved from https://english.pravda.ru/news/world/150123-russia_venezuela_nuclear/

3. Ukraine crisis updates: What to know as tensions rise. (2022, January 27). AP.  Retrieved from https://apnews.com/article/ukraine-russia-tensions-updates-today-e6817878cada4a2abf472e1e1e184bf5

4. US and allies discussing deploying more troops to Eastern Europe prior to any Russian invasion of Ukraine. (2022, January 26). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/01/26/politics/us-allies-discuss-deploying-more-troops/index.html

5. U.S. calls for ‘serious diplomatic path forward’ as Russia adds troops near Ukraine. (2022, January 26). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/01/26/russia-ukraine-us-calls-for-diplomacy-as-putin-adds-troops-to-border.html

6. U.S. officials prepare for escalation as NATO-Russia talks end with no resolution on Ukraine tension. (2022, January 13). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/01/13/us-prepares-for-escalation-as-nato-russia-talks-end-with-no-ukraine-resolution.html

7. Why Putin can’t and won’t accept Ukraine sovereignty. (2021, December 22). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2021/12/why-putin-cant-and-wont-accept-ukraine-sovereignty/

--------------------------