หลักนโยบายตาลีบันผู้ครองอัฟกานิสถาน 2021
รัฐอิสลามของตาลีบันจะเป็นที่จับตาของนานาชาติอีกนาน ทั้งเรื่องการเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย สิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหายาเสพติด แนวทางระบอบการปกครองอิสลามอีกรูปแบบหนึ่ง
ไม่กี่วันหลังยึดกรุงคาบูลกลุ่มตาลีบันประกาศหลักนโยบายของตน มีสาระสำคัญ ดังนี้
ประการแรก ประกาศชัยชนะขับไล่พวกต่างชาติ
ชี้ว่าเป็นความภูมิใจของคนทั้งชาติ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย
เป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ทุกชาติจะแสวงหาเสรีภาพและอิสรภาพ
คนอัฟกันต่อสู้เพื่อสิ่งนี้มาแล้ว 20 ปีเพื่อปลดปล่อยการยึดครอง
อย่างไรก็ตามรัฐบาลใหม่ต้องการเป็นมิตรกับทุกประเทศ
สถาปนารัฐอิสลามในนาม
Islamic Emirate of Afghanistan เป็นไทจากมหาอำนาจนักล่าอาณานิคม
วิเคราะห์
: ตาลีบันเริ่มต้นด้วยการประกาศชัยชนะดังกล่าว
เป็นเป้าหมายข้อแรกของตนที่ยึดว่าอัฟกานิสถานเป็นดินแดนของมุสลิมอัฟกัน
ห้ามชนชาติอื่นโดยเฉพาะคนต่างศาสนามาตั้งมั่นในประเทศเป็นเรื่องเกี่ยวพันกับศาสนาโดยตรง
มองย้อนหลัง 50 ปีเมื่อกองทัพสหภาพโซเวียตรุกรานอัฟกานิสถานจัดตั้งรัฐบาลหุ่น
เป็นที่มาของมูจาฮิดีนที่ประกอบด้วยคนอัฟกันกับมุสลิมอีกหลายประเทศที่ร่วมกันทำสงครามขับไล่กองทัพโซเวียต
แต่หลังจากตาลีบันตั้งรัฐบาลได้ 5 ปี (1996-2001) ก็เผชิญสงครามต่อต้านก่อการร้ายของสหรัฐกับพวกอีก
รัฐบาลสหรัฐตั้งรัฐบาลประชาธิปไตยอัฟกัน ต่อสู้กันเรื่อยมาหนักบ้างเบาบ้างถึง 20
ปี จนวันนี้ตาลีบันกลับมาครองอำนาจอีกครั้งหลังประชาชนเสียชีวิตนับแสน หลายล้านคนอพยพหนีออกนอกประเทศ
ประการที่
2 จะไม่แก้แค้นใครทั้งสิ้น
ตาลีบันประกาศชัดว่าประเทศจะต้องไม่เป็นพื้นที่แห่งความขัดแย้ง ไม่เป็นเขตสงครามของใครอีกต่อไป
ตาลีบันไม่เป็นปรปักษ์กับใครไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ ไม่อยากให้ใครอพยพออกนอกประเทศ
เพราะอัฟกานิสถานเป็นบ้านของชาวอัฟกันทุกคนๆ ได้รับอภัยโทษ
ในความขัดแย้งที่แล้วมาระหว่างนักรบตาลีบันกับฝ่ายต่างๆ นั้น
ตาลีบันทำเพื่อประโยชน์และความมั่นคงของประเทศ การทำสงครามจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับการบาดเจ็บเสียชีวิต
ทุกคนในกรุงคาบูลจะปลอดภัยได้รับความคุ้มครองดูแล
รวมทั้งคนที่เคยเป็นทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ คนที่ทำงานให้กับต่างชาติ ขอประกันความปลอดภัยของสถานทูต
ชาวต่างชาติ องค์กรระหว่างประเทศ หน่วยงานความช่วยเหลือต่างๆ
ตาลีบันจะไม่ปล่อยให้เกิดอาชญากรรม พวกฉวยประโยชน์ จะไม่ยอมให้ใครใช้แผ่นดินอัฟกานิสถานเพื่อต่อต้านใครหรือประเทศใด ขอให้ประชาคมโลกมั่นใจเรื่องนี้
วิเคราะห์
: นโยบายของตาลีบันชัดเจนว่าจะไม่ยอมเป็นฐานที่มั่นของนักรบต่างชาติหรือผู้ก่อการร้ายใดๆ
อีก ซึ่งเป็นต้นเหตุให้สหรัฐกับพวกบุกอัฟกานิสถานเพื่อกวาดล้างอัลกออิดะห์
อย่างไรก็ตามมีผู้วิเคราะห์ว่าอัฟกานิสถานมีภูมิประเทศซับซ้อนและอำนาจตาลีบันอาจครอบคลุมไม่ทั่วถึง
อาจเป็นฐานหรือที่หลบซ่อนของผู้ก่อการร้ายอีก นาโตเตือนแล้วว่าหากเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้ายนาโตพร้อมโจมตีแม้อยู่ห่างไกล
ประการที่
3 รัฐบาลใหม่ที่รวมทุกกลุ่ม
เป็นช่วงเวลากำลังหารือจัดตั้งรัฐบาลอิสลามที่รวมทุกกลุ่มคนเข้าด้วยกัน
เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาตาลีบันยึดมั่นอิสลามแต่ได้เติบใหญ่ผ่านประสบการณ์
จึงต่างจากตาลีบันเมื่อ 20 ปีก่อน
ประการที่
4 ยึดถือหลักศาสนา วัฒนธรรมของเรา
ขอให้นานาชาติยอมรับอัฟกานิสถานเช่นเดียวกับที่อัฟกานิสถานจะยอมรับประชาคมโลก
ทั้งนี้ตาลีบันจะยึดถือหลักศาสนา วัฒนธรรมของเรา
เป็นสิทธิอันชอบธรรมของพวกเราอัฟกัน ดังเช่นที่นานาประเทศมีกฎหมาย นโยบาย
มุมมองของตน
ยกตัวอย่างเรื่องสตรี
ตาลีบันจะรักษาสิทธิสตรีตามกฎหมายชารีอะห์ (sharia) ในทุกมิติ
ทั้งเรื่องการทำงาน การศึกษา สุขภาพ การดำเนินคดี
เช่นเดียวกับชายที่ต้องอยู่ใต้กฎหมายดังกล่าว และตามกฎระเบียบอื่นๆ
โดยไม่เลือกปฏิบัติ
วิเคราะห์
: มุสลิมทั่วโลกยึดกฎหมายชารีอะห์แต่ต้องเข้าใจว่า
แต่ละนิกายแต่ละกลุ่มตีความกฎหมายดังกล่าวแตกต่างกัน การปฏิบัติในแต่ละประเทศแต่ละพื้นที่จึงแตกต่างกันด้วย
กรณีตาลีบันก็เช่นเดียวกันในอดีตตีความอย่างเคร่งครัดตามแนวทางของตน เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่ามุสลิมบางคนแม้ในอัฟกานิสถานเองไม่เห็นด้วยกับการตีความของตาลีบัน
เป็นเรื่องน่าติดตามว่าตาลีบันในปี 2021 นี้จะตีความชารีอะห์อย่างไร
ประการที่ 5 ส่งเสริมเศรษฐกิจ
ทันทีที่สถานการณ์สงบจะเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจ
สัมพันธ์กับนานาชาติ เพื่อเศรษฐกิจที่ประชาชนอยู่ดีกินดี
คนอัฟกันต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตาลีบันจะส่งเสริมการค้าการลงทุนทั่วประเทศ
วิเคราะห์
: การให้ความสำคัญพัฒนาเศรษฐกิจดูเหมือนเป็นแนวทางที่ต่างจากอดีต
และชี้ให้เห็นว่าตาลีบันตระหนักถึงสภาพเศรษฐกิจประเทศ ให้ความสำคัญกับการอยู่ดีกินดีซึ่งเป็นเรื่องใหญ่หากใช้มุมมองการพัฒนาประเทศทั่วไป
และจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ด้วย
ประการที่ 6 สื่อสารมวลชน
สื่อแขนงต่างๆ
สามารถทำหน้าที่อย่างอิสระภายใต้กฎระเบียบ เช่น ห้ามต่อต้านอิสลาม
เมื่อสื่อจะนำเสนอเรื่องใดๆ ต้องคำนึงว่าไม่ต่อต้านศาสนา นำเสนออย่างเป็นกลาง ส่งเสริมคุณค่าของชาติ
เอกภาพ เรื่องที่เป็นฉันทามติ ไม่เน้นเรื่องความแตกแยกของชาติพันธุ์ ความแตกต่างทางศาสนาหรือความเป็นปรปักษ์
วิเคราะห์ : เรื่องสื่อแสดงให้เห็นชัดว่าแม้ตาลีบันยอมรับการมีอยู่ของความหลากหลายศาสนานิกาย
หลายชาติพันธุ์ แต่ตอกย้ำส่งเสริมศาสนาในแบบของตนเท่านั้น ห้ามสื่อนำเสนอเรื่องที่สร้างความแตกแยกไม่ว่าจะศาสนาหรือชาติพันธุ์
ในปี
2001 ประเทศไม่ผลิตยาเสพติดเลยแต่หลังจากนั้นยาเสพติดเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หลายคนมีส่วนเกี่ยวข้องแม้กระทั่งคนในรัฐบาล นับจากนี้เป็นต้นไปทุกคนต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอีก
ตาลีบันไม่อยากเห็นคนหนุ่มสาวติดยา คนที่ไม่เห็นอนาคต
นับจากนี้อัฟกานิสถานจะเป็นประเทศปลอดยาเสพติด และยินดีรับความช่วยเหลือจากนานาชาติเพื่อการนี้
ช่วยส่งเสริมปลูกพืชทดแทน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาแต่จะสำเร็จ
วิเคราะห์
: อัฟกานิสถานประเทศผู้ปลูกฝิ่นมากที่สุดในโลกและปลูกมานานแล้ว
ช่วงปี 1935-1945 ฝิ่นเป็นสินค้าออกสำคัญอย่างหนึ่ง ในอดีตคนทั่วไปสามารถซื้อหาฝิ่นตามท้องตลาด
สามารถปลูกและซื้อขายโดยเสรี ในอดีตการปลูกและเสพฝิ่นเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของชาวบ้าน
เป็นความจริงที่ว่าการปลูกฝิ่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังปี
2001 หลังกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มรัฐบาลตาลีบัน
และแม้รัฐบาลประชาธิปไตยประกาศให้การปลูกการค้าฝิ่นผิดกฎหมาย แต่นโยบายต่อต้านยาเสพติดไม่ได้ผล
ทุกวันนี้อัฟกานิสถานเป็นสวรรค์ของนักค้ายาเสพติด
สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะ การปลูกฝิ่นเป็นรายได้สำคัญของพวกหัวหน้าเผ่าและกองกำลังติดอาวุธท้องถิ่น
อีกทั้งเป็นรายได้สำคัญของชาวบ้านเนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกเพียงเล็กน้อย
เป็นแรงกดดันให้ปลูกพืชที่ทำเงินมากที่สุด ฝิ่นคือคำตอบเพราะมีผู้รับซื้อทั้งหมด
และให้ราคาสูงว่าพืชผลชนิดอื่นๆ
ตาลีบันมาถูกทางที่ร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติช่วยแก้ปัญหาฝิ่น
แต่จะได้ผลมากน้อยเพียงไรเป็นเรื่องน่าติดตาม
เป็นอีกประจักษ์พยานบ่งบอกความสำเร็จของแนวการปกครองแบบตาลีบัน
รัฐอิสลาม Islamic Emirate of Afghanistan ของตาลีบันจะเป็นที่จับตาของนานาชาติอีกนาน
ทั้งเรื่องการเป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย สิทธิมนุษยชน การแก้ปัญหายาเสพติด
แนวทางระบอบการปกครองอิสลามอีกรูปแบบหนึ่ง
-----------------
1. Nato: Taliban risk military strikes if they host
terrorists again. (2021, August 18). Gulf Times. Retrieved from
https://www.gulf-times.com/story/698659/Nato-Taliban-risk-military-strikes-if-they-host-te
2. Taliban declares formation of the Islamic Emirate of Afghanistan,
just days after taking over Kabul. (2021, August 19). RT. Retrieved from
https://www.rt.com/news/532470-taliban-declares-islamic-emirate-afghanistan/
3. Transcript of Taliban’s first news conference in Kabul. (2021,
August 17). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2021/8/17/transcript-of-talibans-first-press-conference-in-kabul
--------------------------
มุมมองของลี เซียนลุงต่อสถานการณ์โลก
ขณะที่ชาติมหาอำนาจไม่ปะทะกันเอง แต่อาจสู้กันในพื้นที่อื่นๆ เป็นสงครามตัวแทน (proxy war) ดังนั้นประเทศทั้งหลายต้องระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งดังกล่าว
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2021 ในที่ประชุม Aspen Security Forum ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เอ่ยถึงสถานการณ์โลกที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเอเชียแปซิฟิก
มีสาระสำคัญดังนี้
นายกฯ ลีเอ่ยถึงโควิด-19 เป็นประเด็นแรกกล่าวว่าหลายประเทศสถานการณ์ดีขึ้น
จำนวนคนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่สายพันธุ์เดลตาที่กำลังระบาดและสายพันธุ์ใหม่ที่อาจเกิดในอนาคตทำให้สถานการณ์วันข้างหน้าอาจซับซ้อน
ณ ตอนนี้วัคซีนคือคำตอบ
นานาชาติหวังว่าโรคระบาดจะผลักดันให้ประเทศต่างๆ
ร่วมมือใกล้ชิดเหมือนสมัยเหตุการณ์ 9/11 ที่ร่วมกันต่อต้านผู้ก่อการร้าย น่าเสียใจโรคระบาดโควิด-19
ไม่เป็นเช่นนั้น แม้มีความร่วมมืออยู่บ้าง เช่น โครงการวัคซีน COVAX แต่ภาพหลักคือหลายประเทศแย่งซื้อสิ้นค้าสำคัญ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPEs
วัคซีน กล่าวโทษกันว่าไวรัสมาจากที่ใด ซ้ำเติมให้ประชาชนวิตกกังวล รู้สึกไม่มั่นคง
ประการที่ 2 มุมมองต่อสหรัฐระดับภูมิภาค
การก้าวขึ้นมาของประธานาธิบดีไบเดนทำให้นโยบายต่างประเทศสหรัฐกลับสู่สภาพปกติมากขึ้น
(ลักษณะที่คุ้นเคย คาดเดาได้) เน้นพหุภาคีนิยม สร้างหุ้นส่วนและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก
นานาชาติพากันโล่งอกและอยากเห็นยุทธศาสตร์สหรัฐที่เสมอต้นเสมอปลายไม่ขึ้นกับการเปลี่ยนรัฐบาล
ซึ่งจะช่วยให้ระเบียบโลกคงตัวดังเช่นหลายทศวรรษที่ผ่านมา
ประการที่ 3 ประเด็นสหรัฐกับจีน
ไม่กี่ปีมานี้ความสัมพันธ์สหรัฐกับจีนเลวร้ายลง
ทั้ง 2 พรรคใหญ่ของอเมริกาคิดตรงกันมองจีนในแง่ลบ การมองจีนแง่ลบนี้ขยับลงจนถึงระดับประชาชนคนอเมริกันซึ่งมีผลต่อนโยบายรัฐบาล
เช่นเดียวกับมุมมองจีนต่อสหรัฐเปิดเผยชัดเจนรุนแรงขึ้น อิทธิพลทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจจีนเติบใหญ่ขึ้น
แสดงบทบาทในเวทีนานาชาติอย่างกระตือรือร้น ปรับเปลี่ยนระเบียบระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ตนเอง
ในขณะเดียวกัน พันธมิตรกับมิตรสหรัฐปรารถนารักษาความสัมพันธ์กับทั้งคู่
รู้ว่าความขัดแย้งไม่ก่อผลดีใดๆ หากปะทะกันจะเป็นหายนะต่อทั้งคู่และโลก
นายกฯ ลีมองการเยือนเอเชียแปซิฟิกของรัฐมนตรีต่างประเทศ Antony
Blinken กับรัฐมนตรีกลาโหม Lloyd Austin
และรองประธานาธิบดี Kamala Harris ที่กำลังจะมาในแง่บวก
แสดงให้เห็นว่าสหรัฐต้องการลงทุนในภูมิภาคและมีผลประโยชน์ที่ต้องปกป้อง
สหรัฐมีบทบาทด้านความมั่นคงและสมดุลอำนาจภูมิภาค ทั้งยังมีผลประโยชน์ด้านการค้าการลงทุนด้วย
หวังว่าสหรัฐจะแสดงบทบาทสร้างระเบียบโลกที่ตั้งบนกฎเกณฑ์และนำทุกประเทศเข้าร่วม
นายกฯ ลีมองความขัดแย้ง 2 มหาอำนาจในแง่บวกชี้ว่าไม่ใช่เรื่องที่จะระเบิดพรุ่งนี้
แต่เป็นเรื่องที่มีผลร้ายแรงตามมาขึ้นกับว่าทั้งคู่มองอีกฝ่ายอย่างไร จนบัดนี้สหรัฐยังคงเห็นว่าร่วมงานกับจีนได้แม้มีเรื่องที่ตกลงกันไม่ได้
ขัดแย้งกัน เช่น ประเด็นการค้า ค่าเงิน สิทธิมนุษยชน
จีนในวันนี้ยังไม่คิดท้าทายอเมริกา แต่จีนเติบใหญ่อย่างรวดเร็ว ทะเยอยานมากขึ้น
มีอิทธิพลต่อเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งต่อภูมิภาคกับโลกมากกว่าเดิม
โดยเฉพาะต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ใกล้จีน
ฝ่ายรัฐบาลไบเดนมองจีนเป็นคู่แข่งขัน จีนเป็นศูนย์กลางอิทธิพลและความมั่งคั่งอีกศูนย์หนึ่ง
สหรัฐต้องตัดสินใจว่าจะตอบสนองเรื่องนี้อย่างไร
สมัยก่อนคนอเมริกันมีความมั่นใจ เปิดแข่งขันเสรีให้คนเก่งสุดชนะ เพราะมั่นใจว่าตนจะเป็นผู้ชนะ
มาบัดนี้ไม่มั่นใจเหมือนเดิมแล้ว สหรัฐยังต้องการเป็นผู้ชนะโดยทางใดทางหนึ่ง ยังพูดว่าต้องการแข่งขันแต่เป็นการแข่งขันที่เป็นธรรม
นายกฯ
ลีไม่มั่นใจว่ารัฐบาลไบเดนจะไม่มองจีนเป็นแค่คู่ขัดแย้ง กำลังคิดหาวิธีจัดการจีน ฝ่ายจีนคิดว่าสหรัฐพยายามสกัดการก้าวขึ้นมาของตน
ต้องยอมรับว่าปัจจุบันเป็นโลกหลายขั้ว
ขั้วเหล่านี้ควรทำงานร่วมกันเพื่อผลประโยชน์ร่วม สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน
หลายคนเอ่ยเรื่องอเมริกาถดถอย
แต่นายกฯ ลีไม่เชื่อเช่นนั้น ในขณะกันไม่เชื่อว่าสหรัฐจะคว่ำจีนแบบที่ทำกับอัฟกานิสถานหรืออิรัก
เพราะจีนเต็มด้วยพลัง คนเก่ง ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะโดดเด่นในเวทีโลกอีกครั้ง เมื่อต่างไม่สามารถล้มอีกฝ่าย
การปะทะกันจึงไร้ประโยชน์ สิ่งที่ควรทำคือ “หยุดไว้ก่อน” และคิดทบทวนว่าควรทำอย่างไรต่อไป
ประเด็นที่ 4 ไต้หวัน
จีนถือว่าไต้หวันเป็นผลประโยชน์สำคัญของตน
การรวมไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูชาติ เป็นการก้าวข้ามเส้นต้องห้ามหากไต้หวันประกาศอิสรภาพ
นานาชาติไม่เห็นด้วยกับแนวคิดไต้หวันประกาศอิสรภาพ สิ่งที่ควรทำคือรักษาสถานะเดิม
เพิ่มความร่วมมือด้านต่างๆ ตามแนวทาง 1992 Consensus
ปัญหาในระยะนี้มาจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (Tsai Ing-wen) ที่ไม่อยากยึดแนวทาง 1992 Consensus
อีกทั้งมุมมองคนไต้หวันส่วนใหญ่ที่ระยะหลังมองแง่ลบต่อจีนมากขึ้น
คิดว่าตนเป็นชาวไต้หวัน (ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจีนอีกต่อไป)
สิ่งที่จีนทำคือพยายามกดดันไต้หวันทางการเมืองระหว่างประเทศ
แต่จะไม่บุ่มบ่ามลงมือก่อน เพราะแม้ชนะสงครามแต่ยากจะปกครอง 20 ล้านคนที่ไม่ยินยอม
แม้สหรัฐในระยะหลังจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวแต่ลึกๆ
แล้วรัฐบาลไบเดนยังคงยึดหลักการดั้งเดิม ยอมรับนโยบายจีนเดียว (one China
policy) ไม่เห็นด้วยหากจีนหรือไต้หวันเปลี่ยนท่าทีจากเดิม
ประเด็นไต้หวันจึงไม่ใช่เรื่องเร่งร้อนในขณะนี้
ประเด็นที่ 5 โลกาภิวัตน์
โลกาภิวัตน์ก่อประโยชน์มากมายไม่เพียงเรื่องการค้าการลงทุน
ยังส่งเสริมโอกาสที่จะเดินทางไปที่ต่างๆ หางานเหมาะกับตนเองมากสุด
แม้มีผลกระทบบ้างต่อคนพื้นถิ่น จำต้องมีกฎระเบียบควบคุม ทุกอย่างจะสัมพันธ์กัน
การค้าจะสัมพันธ์กับการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างคนชาติต่างๆ การพยายามกีดกันการค้าการลงทุนต่างชาติจะสร้างความเสียหายแก่ทั้งคู่
สิงคโปร์มีแรงงานต่างด้าวรวมทั้งพวกมืออาชีพ
รัฐบาลจำต้องชี้แจงต่อประชาชนว่าทำไมจึงต้องใช้แรงงานต่างด้าว
การไม่พึ่งพาอาศัยกันจะยิ่งทำให้เป็นศัตรูกันมากขึ้น
การสร้างขั้วเศรษฐกิจแบบยุคสงครามเย็นไม่เป็นผลดี ทุกวันนี้ชาติเอเชียหลายประเทศเป็นคู่ค้าสำคัญกับยุโรป
จีน และเป็นมิตรหรือพันธมิตรกับอเมริกา จึงต้องคิดหนักหากจะแตกหักความสัมพันธ์กัน
มีอีกมากที่ต้องเพิ่มความร่วมมือ
เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เรื่องเหล่าทั้งจีนกับสหรัฐไม่อาจจัดการหรือแก้ไขด้วยตัวเอง ต้องวางกฎเกณฑ์ร่วมกันแก้พร้อมกัน
และอีกหลายประเด็น เช่น การไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ เกาหลีเหนือ ห่วงโซ่อุปทาน
RCEP เป็นตัวอย่างความร่วมมือที่ดี รวมหลายประเทศตั้งแต่จีน อาเซียน เกาหลีใต้
ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย แม้ไม่สัมพันธ์ลึกเท่า TPP
แต่เป็นรูปแบบที่เหมาะสมกับเอเชีย เป็นความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมและจะก้าวหน้ากว่านี้ในอนาคต
วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
เมื่อ
2 มหาอำนาจเผชิญหน้ากันย่อมกระทบต่อระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั่วโลก ขณะที่ชาติมหาอำนาจไม่ปะทะกันเอง
แต่อาจสู้กันในพื้นที่อื่นๆ เป็นสงครามตัวแทน (proxy war) ดังนั้นประเทศทั้งหลายต้องระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งดังกล่าว
แนวทางของชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศชัดเจนว่ายึดมั่นสันติภาพ ไม่ขัดแย้งด้วยอุดมการณ์ทางการเมืองอีกต่อไป
แสวงหาความร่วมมือทุกมิติโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศที่คนในชาติเรียกร้อง
อาจมองว่าเป็นเรื่องแปลกแต่จริงคือ
กระทรวงพาณิชย์จีนรายงาน 7 เดือนแรกของปีนี้ยอดการค้าระหว่างประเทศของจีนสูงสุดในรอบ
10 ปีเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน ส่งออกเพิ่ม 24.4% นำเข้าเพิ่ม
24.5% ที่น่าสนใจคือเฉพาะส่งออกสู่สหรัฐ อียู
และญี่ปุ่นเพิ่ม 22.6% จะเห็นว่าด้านการเมืองระหว่างประเทศขัดแย้งมากขึ้นแต่สวนทางตัวเลขการค้าการลงทุน
การถ่วงดุลอำนาจควรเน้นการถ่วงดุลทางการทูต
ไม่พยายามเลือกอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ส่งเสริมแนวคิดพึ่งพาอาศัยกันและกัน (Interdependent) หรือโลกาภิวัตน์ที่เอ่ยถึงในขณะนี้
----------------------
เครดิตภาพ : https://www.pmo.gov.sg/Photos/Asia-Regional-Commonwealth-Leaders-Roundtable---May-2021
บรรณานุกรม :
1. China's foreign trade growth rate hits 10-year high. (2021,
August 10). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2021-08/10/c_1310119623.htm
2. Prime Minister's Office Singapore. (2021, August 3). PM
Lee Hsien Loong at the Aspen Security Forum. Retrieved from
https://www.pmo.gov.sg/Newsroom/PM-Lee-Hsien-Loong-at-the-Aspen-Security-Forum
3. Something wicked this way come. (2021, May 1-7). The Economist.
4. The Most Dangerous Place on Earth. (2021,
May 1-7). The Economist.
5. Wake Up America -- China is the Pandemic. (2020,
March 26). American Thinker. Retrieved from https://www.americanthinker.com/articles/2020/03/wake_up_america_emchinaem_is_the_pandemic.html
--------------------------
วาระ NATO 2030 และข้อวิพากษ์
NATO 2030 ประกอบด้วยความคิดริเริ่ม แผนพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อมเป็นเอกภาพรับมือการแข่งขันยุคใหม่ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก แต่แผนกับการปฏิบัติจริงจะสอดคล้องแค่ไหนเป็นเรื่องน่าติดตาม
วาระ NATO 2030 คือการมองไปข้างหน้าอย่างน้อยถึงปี
2030 ประกอบด้วยความคิดริเริ่ม แผนพัฒนาองค์กรให้มีความพร้อม เข็มแข็ง
เป็นเอกภาพพร้อมรับมือการแข่งขันยุคใหม่ที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก ประกาศเมื่อ 14
มิถุนายน 2021 มีสาระสำคัญ
ประการแรก
หารือและร่วมมือทางการเมืองลึกซึ้งกว่าเดิม
จากนี้ไปในที่ประชุมนาโตจะคุยลึกและกว้างขึ้นกว่าเดิม
คุยทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง จะเพิ่มวงประชุมมากขึ้น ให้ได้ข้อสรุปร่วมกันก่อนเข้าประชุมนานาชาติ
เช่น การประชุมสมัชชาสหประชาชาติ G-20
ผลที่คาดว่าจะได้คือ นาโตจะเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่นำยุโรปกับอเมริกาเหนือเข้าด้วยกันทุกวัน
นาโตจะมีบทบาทมีมากขึ้น ยุโรปกับอเมริกาเหนือจะเผชิญหน้าความท้าทายร่วมกัน
วิพากษ์
: ข้อนี้คือการเพิ่มขยายอำนาจนาโตให้มีบทบาทมากขึ้น
ประเด็นคือชาติสมาชิกคิดเห็นตรงกันจริงหรือไม่ รัฐบาลสหรัฐพร้อมทำตามข้อสรุปของนาโตหรือไม่
พร้อมที่จะให้นาโตอยู่เหนือสหรัฐหรือไม่ หรือว่าท้ายที่สุดแล้วสหรัฐจะเลือกแนวทาง
“อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ
ประการที่
2 เสริมสร้างการป้องปรามและการป้องกัน
ชาติสมาชิกทั้งปวงเห็นพ้องให้นาโตขยายขีดความสามารถในการป้องปรามและการป้องกัน
รักษาพลังอำนาจอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธทั่วไปและระบบป้องกันขีปนาวุธ ย้ำเตือนข้อตกลงที่จะตั้งประมาณกลาโหมให้ถึงร้อยละ
2 ของจีดีพี และใช้ร้อยละ 20 ของงบกลาโหมซื้ออาวุธใหม่
นับจากปี
2014 เป็นต้นมานาโตยกระดับการป้องกันสมาชิก ชาติสมาชิกเห็นพ้องที่ส่งทหารไปประจำการ
ณ ประเทศสมาชิกด้วยกันมากขึ้น แสดงท่าทีทางทหารเพิ่มขึ้น
วิพากษ์
: เรื่องตั้งงบกลาโหมร้อยละ 2 ของจีดีพีเป็นเรื่องที่พูดหลายรัฐบาลแล้ว
สมัยทรัมป์ชี้ว่าสหรัฐต้องเสียงบประมาณสนับสนุนมากเกินไป ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ
ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ดังนั้น
หากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย ในขณะที่รัฐบาลทรัมป์ขู่เช่นนั้นฝ่ายยุโรปบางประเทศโต้กลับประกาศชัดว่าจะยังไม่ทำตามด้วยเหตุผลต่างๆ
นานา มาถึงสมัยไบเดนดูเหมือนว่าเรื่องงบประมาณลดความสำคัญลง ทั้งๆ ที่กองทัพนาโตจะเข้มแข็งจริงแท้เพียงใดดูได้จากงบกลาโหม
และเป็นปัจจัยชี้วัดความเข้มแข็งของนาโตทั้งปัจจุบันและอนาคต
ประการที่
3 ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น (Improved Resilience)
Resilience หมายถึงการเข้ากันได้ของระบบอาวุธต่างๆ รวมถึงระบบสาธารณูปโภคแต่ละประเทศที่จะต้องรองรับอาวุธ
อุปกรณ์ของชาติสมาชิกด้วยกันเอง เริ่มจากการวางมาตรฐานขั้นต่ำว่าแต่ละประเทศจะต้องมี
Resilience มากเพียงไร เช่น กำหนดมาตรฐานท่าเรือ สนามบิน
ระบบเชื้อเพลิง อาหาร เวชภัณฑ์ เครือข่ายสื่อสาร (5G)
วิพากษ์ : สมาชิกนาโต 30 ประเทศต่างมีระบบของตัวเอง
บ่อยครั้งที่ระบบทางทหารกับพลเรือนของประเทศหนึ่งเข้ากับอีกประเทศไม่ได้ ต่างมีลักษณะเฉพาะ
ต้องใช้อะไหล่ เครื่องมือ ช่างฝีมือเฉพาะ หากทำเป็นระบบเดียวหรือเชื่อมโยงเข้ากันได้จะเป็นผลดีต่อการป้องกันประเทศร่วมกัน
เป็นเรื่องที่ครอบคลุมกว้างขวาง บางเรื่องเป็นเรื่องพื้นๆ
แต่สำคัญและมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ เยอรมันใช้กำลังไฟ 230V
50 Hz ส่วนสหรัฐกับแคนาดาใช้กำลังไฟ 120V
60Hz
และเป็นเรื่องการพัฒนาของชาติสมาชิก
บางประเทศทันสมัยกว่า
ประการที่
4 รักษาการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี
เริ่มโครงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมพลเรือนกับทหารเพื่อป้องกันแอตแลนติกเหนือ
(Defence Innovation Accelerator for the North Atlantic: DIANA) เปิดโอกาสให้พลเรือนรับทุนวิจัยโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพ
เทคโนโลยีใหม่มีผลต่อการรักษาสันติภาพ วิกฤตการณ์ ความขัดแย้งต่างๆ เทคโนโลยีใหม่เข้าแทนเทคโนโลยีเก่า
นาโตจำต้องเรียนรู้เท่าทัน เช่น ในทศวรรษหน้าจีนจะก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมาก
7 ด้านที่นาโตต้องเป็นฝ่ายนำเสมอ ได้แก่ artificial intelligence, data and
computing, autonomy, quantum-enabled technologies, biotechnology,
hypersonic technology และ space
โครงการ DIANA จะช่วยให้ชาติพันธมิตรได้ใช้และรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเร็วขึ้น
ลดช่องว่างระหว่างสมาชิกนาโต
ประการที่
5 ยึดมั่นระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งบนกฎเกณฑ์
ชาติสมาชิกตกลงกระชับความสัมพันธ์
รวมทั้งหุ้นส่วนที่มีความคิดคล้ายกัน ใกล้ชิดประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
เปิดทางรับสมาชิกใหม่ เพื่อสันติภาพนาโตจำต้องเข้าพัวพันกับนานาชาติมากขึ้น
มีผลต่อการรักษาและจัดวางระเบียบระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ เน้นความมั่นคง
เสรีภาพและความมั่งคั่งของพันธมิตรซึ่งในขณะนี้ถูกกดดันด้วยประเทศอำนาจนิยม
โดยเฉพาะรัสเซียกับจีน
วิพากษ์ : การเพิ่มสมาชิกมีข้อดีหลายอย่างในขณะเดียวกันการมีสมาชิกมากเกิดความคิดเห็นแตกต่างหลากหลายมากขึ้นด้วย
กระทบต่อเอกภาพนาโต
การกระชับความสัมพันธ์ต้องพิจารณาว่านาโตกำลังยึดถือประโยชน์ส่วนรวมหรือให้ประเทศใดเป็นพิเศษหรือไม่โดยเฉพาะสหรัฐ
ประการที่
6 ฝึกทหารและเพิ่มพูนขีดความสามารถ
โดยเฉพาะต่อต้านก่อการร้าย การรักษาความสงบ ต่อต้านสงครามไฮบริด การบริหารภาวะวิกฤต
การรักษาสันติภาพ ปฏิรูปการป้องกันประเทศ
หลักคิดคือยิ่งชาติสมาชิกมีเสถียรภาพนาโตจะยิ่งมั่นคง
การป้องกันดีกว่าการเข้าแทรกแซง และหากจำเป็นนาโตต้องพร้อมที่จะส่งทหารเข้าจัดการวิกฤตทันที
ประการที่
7 สู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นาโตประกาศ
NATO Action Plan on Climate Change and Security ฉบับใหม่ ยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นความมั่นคง
ร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจก
วิพากษ์ : งานวิจัยหลายชิ้นสรุปว่าภาวะโลกร้อนกระทบความมั่นคงแห่งชาติอย่างรุนแรง
ทำให้วิถีชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไป ผู้คนทุกข์ยาก เกิดปัญหาซ้อนปัญหา ภัยคุกคามจีนกับรัสเซียอาจไม่ร้ายแรงหรือไม่เป็นรูปธรรมเท่ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพียงแต่รัฐบาลบางประเทศพูดน้อยเกินไปให้ความสำคัญน้อยเกินไป งบประมาณที่ใช้จึงก่อประโยชน์น้อยหรือแก้ปัญหาไม่ตรงจุด
การแก้ปัญหาในขณะนี้จึงน้อยกว่าที่ควร
ซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ทิ้งภาระให้คนรุ่นหลัง
ประการที่ 8 แนวคิดยุทธศาสตร์อนาคต (Next
Strategic Concept)
โดยยึดจุดประสงค์กับภารกิจหลัก วางทิศทางยุทธศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการเมืองและการทหาร
ตระหนักว่าบริบทเปลี่ยนแปลงซับซ้อนกว่าเดิม จีนเปลี่ยนดุลแห่งอำนาจ แนวคิดยุทธศาสตร์อนาคตกระตุ้นให้เตรียมตัวแต่เนิ่นๆ
ตอกย้ำความสำคัญของนาโต เป้าหมายหลักต่างๆ
วิพากษ์ : เป็นวิธีการคิดที่ดี มองไกลไปในอนาคต
สร้างมุมมองอนาคตที่ไกลกว่าปี 2030
ประการที่ 9 การลงทุน (Investing in NATO)
ชาติสมาชิกเห็นพ้องว่าต้องจัดสรรทรัพยากรแก่นาโตอย่างถูกต้อง
ทั้งด้านการป้องกันประเทศกับส่วนที่จัดสรรให้นาโตโดยตรง
เพียงพอรับมือความท้าทายต่างๆ ระบุงบประมาณ 3 ด้าน คือ ด้านการทหาร
พลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
วิพากษ์ : ประเด็นสำคัญคือแต่ละประเทศมีขนาดเศรษฐกิจไม่เท่ากัน
ชาติสมาชิกมองระดับภัยคุกคามไม่เท่ากัน บางประเทศทุ่มงบประมาณกลาโหมมาก
บางประเทศเห็นว่าควรทุ่มให้กับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมมากกว่า เป็นโจทย์เก่าที่ถามเสมอว่าอะไรสำคัญกว่า
เมื่อมองไปถึงปี 2030 นาโตประกาศชัดว่าจีนกับรัสเซียเป็นปรปักษ์สำคัญ จีนเปลี่ยนดุลแห่งอำนาจ
สอดรับกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ แต่แผนกับการปฏิบัติจริงจะสอดคล้องแค่ไหนเป็นเรื่องน่าติดตาม
-------------------------
1. NATO. (2021, June). NATO 2030. Retrieved from https://www.nato.int/nato_static_fl2014/assets/pdf/2021/6/pdf/2106-factsheet-nato2030-en.pdf
เป้าหมาย 100 ปีข้างหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ในเวลา 100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีนบรรลุเป้าหมายสร้างสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน เป้าหมายถัดไปคือประเทศสังคมนิยมอันยิ่งใหญ่ทันสมัยทุกด้าน
เมื่อวันที่
1 กรกฎาคม 2021 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi Jinping) แสดงสุนทรพจน์เนื่องในงานฉลอง
100 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน (Speech at a Ceremony Marking the Centenary of
the Communist Party of China) มีสาระสำคัญดังนี้
ประธานาธิบดีสีเอ่ยถึงความสำเร็จบรรลุเป้าหมายพรรคเรื่องการสร้างสังคมที่ทุกคนมีกินมีใช้ไม่ขัดสน
(moderately prosperous society) แก้ปัญหาความยากจนที่มีมาตลอดประวัติศาสตร์ชาติจีน
เป้าหมายต่อไปคือประเทศสังคมนิยมอันยิ่งใหญ่ทันสมัยทุกด้าน (a great modern
socialist country in all respects)
จีนเป็นชาติยิ่งใหญ่มีประวัติศาสตร์กว่า 5,000 ปีแต่นับจากสงครามฝิ่น (Opium
War) เมื่อ ค.ศ.1840 ค่อยๆ กลายเป็นประเทศกึ่งอาณานิคมกึ่งสังคมศักดินา
ประชาชนทุกข์ยาก โดนดูถูกเหยียดหยาม การฟื้นฟูชาติจึงเป็นความฝันยิ่งใหญ่ของคนจีน
ค.ศ.1921
เกิดพรรคคอมมิวนิสต์จีนเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ มีผลต่ออนาคตคนจีน ชาติจีนและเส้นทางการพัฒนาโลก
เป้าหมายพรรคคือสร้างความสุขแก่คนจีน ฟื้นฟูชาติด้วยการรวมคนจีนทั้งประเทศเป็นหนึ่งเดียว
พรรคต้องทำศึกสงครามน้อยใหญ่ทั้งศัตรูจากภายในและภายนอกประเทศก่อนสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
(People’s Republic of China) ที่ประชาชนเป็นผู้ปกครองประเทศ
ชาติอิสระ ยุติช่วงประวัติศาสตร์ที่เป็นกึ่งอาณานิคมกึ่งสังคมศักดินา
ภาวะที่คนในชาติแตกแยก
ในการฟื้นฟูชาติพรรคได้รวบรวมคนจีนให้เป็นหนึ่งร่วมสร้างจีนที่เข้มแข็งกว่าเดิมตามแนวทางปฏิวัติสังคมนิยม
ขจัดการเอารัดเอาเปรียบการกดขี่ของระบบศักดินาที่เป็นมาหลายพันปี พรรคฯ และคนจีนได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่าคนจีนไม่เพียงสามารถรื้อถอนโลกใบเก่ายังสามารถสร้างโลกสังคมนิยมที่พัฒนา
สังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน
(socialism with Chinese characteristics)
ได้เปลี่ยนตัวเองจากเศรษฐกิจที่วางแผนจากศูนย์กลางอย่างเข้มข้นเป็นเศรษฐกิจตลาดแบบสังคมนิยม
(socialist market economy) จากประเทศที่โดดเดี่ยวตัวเองมาเป็นประเทศที่เปิดกว้างสู่โลกภายนอก
จากประเทศที่กำลังผลิตล้าหลังสู่ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ความสำเร็จเหล่านี้คือพลังขับเคลื่อนการฟื้นฟูชาติและเป็นปัจจัยส่งเสริมการพัฒนาอย่างรวดเร็วต่อไป
ตลอดร้อยปีที่ผ่านมาพรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดมั่นหลักการเหล่านี้คือ ความจริงและอุดมคติต่างๆ
ซื่อสัตย์ต่อแรงบันดาลใจและพันธกิจที่มีมาแต่แรก ต่อสู้อย่างกล้าหาญเสียสละ จงรักภักดีต่อพรรคฯ
และซื่อสัตย์ต่อประชาชน เหล่านี้คือจิตวิญญาณอันเป็นแหล่งพลังของพรรคฯ
และได้ถ่ายทอดจิตวิญญาณนี้จากรุ่นสู่รุ่น เดินหน้าด้วยจิตวิญญาณดังกล่าวต่อไป
ด้วยการมองย้อนหลัง
100 ปีว่าทำไมพรรคฯ ประสบความสำเร็จทำให้รู้ว่าจะสำเร็จต่อไปอย่างไร นั่นคือด้วยการยึดมั่นความจริง
พันธกิจที่มีมาแต่แรกเริ่มและแสวงหาอนาคตที่ดีกว่า สิ่งที่ต้องยึดถือต่อไปคือ
ประการแรก
ยึดมั่นการนำของพรรค
ความสำเร็จของจีนเกิดควบคู่กับพรรคฯ ประวัติศาสตร์จีนสมัยใหม่ 180 ปี
ประวัติศาสตร์พรรคฯ 100 ปีและประวัติศาสตร์สาธารณรัฐจีน 70 ปีเป็นหลักฐานในตัวเอง
พรรคฯ คือที่มาของจีนยุคใหม่ ที่มาของการฟื้นฟูชาติ เป็นพลังเข้มแข็งที่สุดของระบบ
พรรคฯ จะต้องนำและเพิ่มขยายภาวะผู้นำต่อไป รักษาความสัตย์สุจริตทางการเมือง (political
integrity) มองภาพใหญ่ มีระเบียบวินัย มั่นใจในเส้นทาง ทฤษฎี
ระบบและวัฒนธรรมสังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน
ประการที่ 2 เป็นเอกภาพและนำคนจีนสู่ชีวิตที่ดีกว่า
ประเทศคือประชาชน
ประชาชนคือประเทศ พรรคฯ ต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชน ประชาชนคือราก
เลือดหล่อเลี้ยงและแหล่งแห่งความเข้มแข็งของพรรค พรรคฯ จะต้องไม่มีผลประโยชน์พิเศษของตน
ไม่ใช่ตัวแทนของใครหรือกลุ่มใดเป็นพิเศษ
พรรคฯ
ต้องใกล้ชิดประชาชน ยึดหลักรับใช้ประชาชนสุดหัวใจ ยืนเคียงคู่ประชาชนอย่างมั่นคง
เคารพความคิดสร้างสรรค์ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางพัฒนา พัฒนาประชาธิปไตยของประชาชน
(people’s democracy) รักษาความเป็นธรรมความยุติธรรม
แก้ปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลเท่าเทียม
ประการที่
3 ประยุกต์ลัทธิมาร์กซ์ตามบริบทจีน
ลัทธิมาร์กซ์เป็นแนวคิดรากฐานของพรรคฯ
กับประเทศ พรรคฯ ได้พัฒนาแนวคิดของมาร์กซ์ตามทิศทางปัจจุบัน ตอบสนองความจำเป็นในแต่ละเวลา
นำคนจีนสู่การปฏิวัติสังคมนิยมอันยิ่งใหญ่ พรรคฯ
จะยังคงประยุกต์หลักพื้นฐานของลัทธิมาร์กซ์ตามบริบทจีนรวมถึงวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ดีของจีน
พัฒนาลัทธิมาร์กซ์ของจีนสมัยใหม่และในศตวรรษที่ 21 นี้
ประการที่
4 ยึดมั่นและพัฒนาสังคมนิยมตามคุณลักษณะของจีน
พรรคฯ ได้นำสู่ความทันสมัยตามแบบฉบับจีนที่เป็นของตัวเอง สร้างวิถีความก้าวหน้าของมนุษย์ในอีกรูปแบบ
ในอนาคตนอกจากยึดมั่นหลักการแนวทางเดิมแล้ว พรรคฯ จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูง
สร้างประเทศบนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พรรคฯ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งจากอารยธรรม 5,000 ปี ประสบการณ์ของพรรคฯ
100 ปี ประสบการณ์ของรัฐบาลสังคมนิยม 70 ปี พร้อมกันนี้ยังกระหายเรียนรู้บทเรียนจากวัฒนธรรมแหล่งอื่นๆ
เปิดรับคำแนะนำที่สร้างสรรค์ พรรคฯ และชาวจีนจะเดินหน้าต่อด้วยความมั่นใจบนเสร้างที่เลือก
สู่อนาคตที่มาจากมือของตนเอง
ประการที่
5 เร่งพัฒนาการป้องกันประเทศและกองทัพที่ทันสมัย
ประเทศที่แข็งแรงต้องมีกองทัพที่เข้มแข็ง เป็นหนทางเดียวที่ประกันความมั่นคงของชาติ
ต้องสร้างกองทัพประชาชนของตน เป็นวิถีปกป้องสันติภาพในภูมิภาคและไกลกว่านั้น
ในอนาคตต้องพัฒนายุทธศาสตร์ทางทหารยุคใหม่ ยึดมั่นพรรคฯ
เป็นผู้นำกองทัพประชาชนและเป็นผู้นำแนวทางการพัฒนากองทัพ
สร้างกองทัพที่มีมาตรฐานระดับโลก
ประการที่
6 ส่งเสริมการสร้างสังคมมนุษย์ที่มีอนาคตร่วมกัน
ประวัติศาสตร์จีน 5,000 ปีแสวงหาสันติความปรองดองและการเข้ากันได้ (peace,
concord, and harmony) ชาติจีนไม่ใช้ความก้าวร้าวหรือความเป็นจ้าว
พรรคฯ ให้ความสำคัญต่ออนาคตมนุษยชาติ แสวงหาสันติภาพ การพัฒนาโลกและรักษาระเบียบนานาชาติ
ในอนาคตพรรคฯ ยังคงยึดมั่นการส่งเสริมสันติภาพ การพัฒนา
ความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วม ดำเนินนโยบายต่างประเทศเพื่อสันติ การพัฒนาโดยสันติ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศรูปแบบใหม่
ต่อต้านความเป็นเจ้า สังคมมนุษย์ที่มีอนาคตร่วมกัน ส่งเสริมการพัฒนาแบบจีนให้โลกรับรู้โอกาสใหม่ๆ
ความฝันอันยิ่งใหญ่มาพร้อมกับการทำงานหนักและมั่นคงหยัดยืน
ณ วันนี้พรรคฯ มีความมั่นใจมีขีดความสามารถมากกว่าอดีต ยอมรับการมีปรปักษ์และต่อต้านปรปักษ์
รักษาการพัฒนาควบคู่กับความมั่นคง ต้องเข้าใจประเด็นใหม่ๆ เรื่องราวที่ซับซ้อน แสวงหาหนทางใหม่เพื่อจัดการความท้าทายเหล่านั้น
ประการที่
8 ส่งเสริมเอกภาพคนจีน
ทำทุกอย่างที่ส่งเสริมเอกภาพ
สร้างแนวร่วมผู้รักชาติทั้งชนเชื้อสายจีนในและต่างประเทศตามเป้าหมายฟื้นฟูชาติ
ในอนาคตต้องรักษาเอกภาพความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันพร้อมกับรักษาสมดุลความแตกต่างหลากหลาย
ให้คนจีนทุกคนมีเป้าหมายตรงกันและทุ่มเทให้กับเป้าหมายร่วมกัน
ประการที่
9 สร้างพรรคตามโครงการใหม่ๆ
พรรคคอมมิวนิสต์จีนคือพรรคที่ปฏิรูปตัวเองอยู่เสมอ
ทำให้พรรคฯ มีชีวิตชีวาไม่เฉื่อยชา พรรคฯ ตรวจสอบควบคุมตัวเอง เป็นเหตุว่าทำไมพรรคฯ
สามารถเผชิญหน้าการทดสอบอันหลากหลายมากมาย สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลก
เป็นเสาหลักอันมั่นคงของชาติ
ในอนาคตพรรคฯ จะกระชับองค์กรภายใน สร้างเจ้าหน้าที่ผู้มีคุณธรรมและเป็นมืออาชีพ
พัฒนาการทำงานของพรรคฯ ต่อต้านคอร์รัปชัน ขจัดทุกสิ่งที่ขัดขวางความก้าวหน้า
ในตอนท้ายประธานาธิบดีสี
จิ้นผิงกล่าวว่าอนาคตขึ้นกับคนหนุ่มสาว ในยุคใหม่นี้คนหนุ่มสาวจะต้องปฏิบัติพันธกิจฟื้นฟูชาติต่อไป
ให้จีนเป็นประเทศที่น่าภาคภูมิใจยิ่งขึ้น มั่นใจยิ่งขึ้น รักษาอัตลักษณ์คนจีน
เมื่อศตวรรษก่อนจีนถดถอยและเหี่ยวเฉาแต่ทุกวันนี้เจริญรุ่งเรือง พรรคฯ กำลังนำคนจีนตามเป้าหมาย
100 ปีข้างหน้าสร้างประเทศสังคมนิยมที่ทันสมัยในทุกด้าน ทำให้ความฝันฟื้นฟูชาติจีนเป็นจริง
----------------------
1. Full Text: Speech by Xi Jinping at a ceremony marking the
centenary of the CPC. (2021, July 1). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/special/2021-07/01/c_1310038244.htm
-
ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามา...
-
หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง...







