ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS เรื่องที่โอบมาพูดและไม่ได้พูด (ตอนที่ 2)

5 ตุลาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6543 วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2557, http://www.thaipost.net/sunday/051014/97134)

            ภายใต้ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS ที่ปรากฏในขณะนี้ ประเทศที่เข้าร่วมกับสหรัฐอย่างจริงจังกระจุกตัวอยู่ใน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีซาอุดิอาระเบียเป็นแกนนำกับชาติสมาชิกนาโตบางประเทศ โดยเฉพาะอังกฤษ ฝรั่งเศสและออสเตรเลีย ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐกับพันธมิตรจะต้องพาตัวเองเข้าสู่สมรภูมิต่อต้าน IS อย่างลงลึกมากขึ้น เพราะภายใต้ยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลโอบามาประกาศนั้น แฝงไว้ด้วยนโยบาย ทิศทางบางอย่างซึ่งอาจจะนำพวกตนเข้าพัวพันมากกว่าที่เป็นอยู่ อันหมายถึงโอกาสที่จะถูก IS ตอบโต้มากขึ้นเช่นกัน

สหรัฐกับพันธมิตร มีโอกาสถูก IS โจมตีอย่างรุนแรง :
            ประธานาธิบดีโอบามากล่าวเมื่อวันที่ 10 กันยายนว่า ณ ขณะนี้ ISIL เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนอิรักกับซีเรีย และต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง “แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะเติบใหญ่ขึ้นเหนือกว่าระดับภูมิภาค และจะคุกคามแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะยังไม่พบแผนก่อการในประเทศ แต่ผู้นำ ISIL ได้ประกาศคุกคามอเมริกากับพันธมิตรของเรา”
            เป็นความจริงที่ว่าเหตุที่ IS ประกาศคุกคามสหรัฐกับพันธมิตร ก็เนื่องจากสหรัฐกับพันธมิตรประกาศต่อต้าน IS แต่การไม่พบเบาะแสในวันนี้ใช่ว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายในวันพรุ่งนี้

            2 สัปดาห์ต่อมา นายไฮเดอร์ อัล-อาบาดี (Haider al-Abadi) นายกรัฐมนตรีอิรัก อ้างแหล่งข่าวกรองที่เชื่อถือได้ว่าผู้ก่อการร้าย IS เตรียมก่อเหตุในรถไฟใต้ดินในกรุงปารีสกับสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทั้งรัฐบาลโอบามากับฝรั่งเศสไม่เชื่อว่าข่าวกรองดังกล่าวเป็นความจริง
            ในขณะที่รัฐบาลสหรัฐกับฝรั่งเศสปฏิเสธข่าวแผนก่อการร้าย ออสเตรเลียได้ยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายเป็นระดับสูง ซึ่งหมายความว่ามีเป็นไปได้ (likely) ที่ประเทศจะเกิดเหตุก่อการร้าย ส่วนที่อังกฤษ นายวิลเลียม เฮก (William Hague) ประธานสภาผู้แทนราษฎร (Leader of the House of Commons - ตำแหน่งล่าสุด) เตือนว่า IS เป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งของรัฐบาลในขณะนี้ หลังจากอังกฤษส่งเครื่องบินรบเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้าน IS ประธานสภาเฮกกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า IS กำลังวางแผนโจมตีอังกฤษ “อันที่จริงพวกเขามีแผนแล้ว”

            ข้อเท็จจริงอีกประการคือ IS ประกาศทำสงครามกับสหรัฐและพันธมิตรแล้ว ประกาศให้สมาชิก IS สังหารพลเรือนตะวันตกด้วยทุกวิถีทาง “ถ้าคุณสามารถสังหารพวกนอกรีตชาวอเมริกันหรือยุโรป ให้สังหารด้วยวิธีการใดๆ ก็ได้” ไม่ว่าจะเป็นพลเรือนหรือทหาร

            การก่อเหตุในสหรัฐมีความเป็นไปได้ ก่อนหน้านี้นาย Josh Earnest โฆษกทำเนียบขาวกล่าวถึงความกังวลต่อชาวตะวันตกหลายคนที่เดินทางไปรบร่วมกับ ISIL ที่เมื่อกลับมาอาจก่อเหตุร้าย ล่าสุด นาย Gilles de Kerchove หัวหน้า EU Counter-Terrorism กล่าวว่าชาวยุโรปที่เข้าร่วม IS มีราว 3,000 คน เพิ่มจากเดือนสิงหาคมซึ่งมีราว 2,000 คน ส่วนพวกที่เป็นชาวอเมริกันคาดว่ามีจำนวนไม่เกิน 100 คน พึงตระหนักว่าประเด็นสำคัญไม่อยู่ที่ตัวเลข แต่อยู่ที่มีผู้เข้าร่วมเพิ่มมากขึ้น และอาจจะเพิ่มขึ้นอีก

            แน่นอนว่าการก่อเหตุไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะคนเหล่านี้เมื่อกลับประเทศ (ถ้าได้กลับ) จะอยู่ในสายตาของหน่วยงานความมั่นคง แต่ตราบใดที่ความคิดสุดโต่งยังคงอยู่ ตราบใดที่ยังมีผู้ที่ยอมเป็นระเบิดพลีชีพ ย่อมไม่อาจปฏิเสธโอกาสความเป็นไปได้ อีกทั้งน่าจะมีอีกหลายคนที่ยังไม่แสดงตัว

            ย้อนมองอดีตเหตุวินาศกรรมเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2001 หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11 ผู้ก่อการเป็นชาวต่างชาติ 15 คนใน 19 คนที่จี้เครื่องบินเป็นชาวซาอุฯ แต่วินาศกรรมครั้งต่อไปอาจมาจากพลเมืองอเมริกันหรือชาวยุโรปเอง ไม่ต้อง “นำเข้า” ผู้ก่อการร้ายจากต่างชาติอีกต่อไป

            แนวโน้มสมรภูมิอันยืดเยื้อ
            ในด้านหนึ่ง การกำจัดผู้ก่อการร้าย IS ในอิรักกับซีเรียอย่างสิ้นซาก จะต้องอาศัยการรบ การกวาดล้างทางภาคพื้นดิน และควรแบ่งเป็น 2 สมรภูมิ คือสมรภูมิอิรักกับสมรภูมิซีเรีย
            ด้านสมรภูมิอิรัก ณ ขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่รอให้รัฐบาลใหม่ของนายกฯ อาบาดี จัดแจงการเมืองภายใน และเสริมสร้างกองทัพให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ปัญหาสำคัญคือพวกซุนนีอิรักพร้อมให้ความร่วมมือมากน้อยเพียงใด นาย Ahmad Chalabi แกนนำนักการเมืองอิรักเชื้อสายชีอะห์ ชี้ว่าเหตุที่พวกซุนนีอิรักหลายคนเข้าร่วม IS เนื่องจากพวกเขาเห็นว่ารัฐบาลมาลิกีปฏิบัติต่อพวกเขาแย่มาก รัฐบาลอิรักชุดใหม่หากจะเอาชนะ IS ต้องชนะใจคนเหล่านี้ก่อน
            ประเด็นคำถามจึงอยู่ที่จะต้องทำอย่างไรจึงจะชนะใจพวกซุนนีอิรัก และพวกชีอะห์อิรักจะยอมรับข้อเรียกร้องของพวกซุนนีหรือไม่ หากต้องยอมรับเงื่อนไขที่พวกเขารู้สึกเสียเปรียบ และหากกองทัพอิรักซึ่งส่วนใหญ่เป็นชีอะห์ต้องหลั่งเลือดรบกับ IS เพื่อให้ซุนนีมีอำนาจปกครองมากกว่าที่ควร เกิดคำถามว่าคุ้มหรือไม่ที่จะต้องพลีชีพเพื่อซุนนี ในยามที่ประเทศแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่ายอย่างถึงที่สุดในขณะนี้ คำว่าการพลีชีพเพื่อชาติจะมีความหมายมากน้อยเพียงใด

            เมื่อพิจารณาร่วมกับท่าทีของรัฐบาลโอบามากับชาติอาหรับหลายประเทศว่าจะไม่ส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดิน ยืนยันว่าเป็นบทบาทของกองทัพรัฐบาลอิรัก ข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ว่าสงครามปราบปราม IS ในอิรักยังมีข้อติดขัดสำคัญ ต้องตามว่าการเมืองอิรักจะมีทางออก มีความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างไร

            ด้านสมรภูมิซีเรีย สมรภูมิซีเรียมีความซับซ้อนกว่าอิรัก แนวร่วมฝ่ายต่อต้านรัฐบาลคือฝ่ายที่อ่อนแอที่สุดและไม่เป็นเอกภาพ ในขณะที่ผู้ก่อการร้าย IS เป็นฝ่ายที่เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ จึงเกิดคำถามว่าปฏิบัติการโจมตี IS ทางอากาศจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาลอัสซาดหรือไม่

            ประธานาธิบดีโอบามาเคยพูดว่าการปราบปราม IS จำต้องใช้เวลาเหมือนการฆ่ามะเร็งร้าย แต่ที่พยายามเลี่ยงคือ ชาวอเมริกันกำลังตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ถูกคุกคามด้วยผู้ก่อการร้ายอย่างรุนแรงอีกครั้ง เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีโอบามาเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่พูดเรื่องนี้ เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อแรงสนับสนุนจากชาวอเมริกัน เนื่องจากผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุรอบนี้อาจเป็นพลเมืองอเมริกัน และต้องอยู่กับภัยคุกคามนี้อีกนาน เป็นกระแสภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายรอบที่ 2 หลังจากเหตุ 9/11 เมื่อ 13 ปีก่อน

สหรัฐกับพันธมิตรจะไม่รบทางภาคพื้นดิน? :
            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าประธานาธิบดีโอบามาประกาศตั้งแต่ต้น และยืนยันหลายครั้งว่าไม่ส่งกำลังเข้ารบทางภาคพื้นดิน จะไม่ปล่อยให้สหรัฐถูกลากเข้าไปในสมรภูมิทางภาคพื้นดินในอิรักดังเช่นอดีต นโยบายของรัฐบาลต่ออิรัก อัฟกานิสถานและสงครามกลางเมืองซีเรียในหลายปีที่ผ่าน ยืนยันท่าดังกล่าว
            แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลยที่รัฐบาลชุดนี้และรัฐบาลอนาคตจะไม่ส่งกำลังเข้ารบทางภาคพื้นดินเต็มรูปแบบ

            พลเอกมาร์ติน เดมซีย์ (Martin Dempsey) ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าเขาอาจเสนอให้ประธานาธิบดีโอบามาส่งทหารเข้ารบในสมรภูมิภาคพื้นดิน หากการโจมตีทางอากาศไม่ได้ผล คำพูดดังกล่าวย้ำเตือนหลักความจริงที่ว่าสหรัฐย่อมต้องกระทำทุกอย่างเพื่อปกป้องประเทศ ต่อต้านภัยคุกคาม หากมองย้อนอดีตสหรัฐได้ทำสงครามครั้งใหญ่หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 การใช้จ่ายงบประมาณมหาศาลในช่วงสงครามเย็นอันยาวนาน ตลอดจนถึงสงครามครั้งใหญ่ๆ อีกหลายครั้ง
            ประเด็นที่น่าสนใจคือทุกครั้งที่อเมริกาทำสงครามเต็มรูปแบบล้วนต้องมีเหตุการณ์อันเป็นเหตุจูงให้ชาวอเมริกันเห็นด้วยกับการทำสงคราม ไม่ว่าเหตุผลนั้นจะถูกต้องหรือถูกบิดเบือน ดังนั้น ในวันข้างหน้า หากเกิดเหตุผู้ก่อการร้าย IS ก่อวินาศกรรมครั้งใหญ่ไม่แพ้กรณี 9/11 เมื่อถึงคราวนั้นสังคมอเมริกาคงต้องตัดสินใจอีกครั้ง และต้องคอยดูว่าเมื่อถึงตอนนั้นผู้เป็นประธานาธิบดีจะตื่นตระหนกตกใจรีบเร่งส่งกองทัพเข้าสู่ตะวันออกกลางหรือไม่

            นายทอม รูนี (Tom Rooney) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน กล่าวว่า “ถ้า ISIS เป็นภัยคุกคามความมั่นคงของประเทศที่จำต้องทำลายจริงๆ ก็ต้องทำลาย” และเชื่อว่าลำพังการติดอาวุธฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียไม่เพียงพอที่จะทำลายกองกำลัง IS ส่วนนายจอห์น โบเนอร์ (John Boehner) โฆษกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ และสมาชิกพรรครีพับลิกัน กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า “พวกเขาตั้งใจฆ่าพวกเรา และถ้าเราไม่ทำลายพวกเขาก่อน เราจะต้องจ่ายราคา” สหรัฐฯ “ไม่มีทางเลือก” จำต้องส่งทหารเข้ารบในสมรภูมิพื้นราบ
            ฝ่ายการเมืองสหรัฐกำลังสร้างนโยบายต่อต้าน IS ใน 2 แนวทาง แนวทางแรกคือไม่ส่งทหารเข้ารบในสมรภูมิพื้นราบของประธานาธิบดีโอบามา กับอีกแนวทางหนึ่งคือสนับสนุนการส่งทหารเข้ารบ ณ ขณะนี้อาจเป็นช่วงเวลาแห่งการประเมินว่ายุทธศาสตร์ของรัฐบาลโอบามาได้ผลมากน้อยเพียงใด และเป็นช่วงการหยั่งเสียงว่าชาวอเมริกันคิดเห็นอย่างไร

            การนำเสนอข้างต้น ไม่ได้สรุปว่าในวันข้างหน้าสหรัฐจะส่งทหารเข้าทำสงครามภาคพื้นดิน แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจ เป็นเรื่องของ “โอกาส” สูงหรือต่ำ เช่น หากประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปมาจากพรรคเดโมแครต โอกาสที่จะส่งทหารเข้ารบจะมีต่ำกว่าประธานาธิบดีที่มาจากพรรครีพับลิกัน แต่แม้ว่าประธานาธิบดีคนต่อไปจะมาจากพรรคเดโคแครตก็มีโอกาสที่จะส่งทหารเข้ารบ หากเกิดเหตุคุกคามสหรัฐอย่างร้ายแรง หนักไม่แพ้เหตุวินาศกรรม 9/11 และชาวอเมริกันส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการทำสงคราม

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป ตอนที่ 2 :
            ผู้ก่อการร้ายในโลกนี้มีนับร้อยนับพันกลุ่ม แต่หากผู้ลงมือเป็น IS ย่อมมีโอกาสที่สหรัฐจะเข้าทำสงคราม เหมือนสมัยต่อต้านอัลกออิดะห์ ที่สหรัฐกับพันธมิตรส่งกองทัพทำลายรัฐบาลของประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซน ส่งกองทัพเข้าอัฟกานิสถานทำลายระบอบตาลีบัน จึงต้องระลึกเสมอว่าประเด็นที่ต้องวิเคราะห์และสำคัญกว่าเรื่องการส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดิน คือการคำตอบถามว่าการส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดินคือแผนขั้นต่อไปของยุทธศาสตร์แม่บทใดหรือไม่ อะไรคือจุดมุ่งหมายที่แท้จริง ผลประโยชน์สำคัญตกแก่ฝ่ายใด
            ในตอนหน้าซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องนี้ จะวิเคราะห์ว่ายุทธศาสตร์ต่อต้าน IS ส่งผลต่อซีเรียและอิหร่านอย่างไร
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
1. ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS เรื่องที่โอบมาพูดและไม่ได้พูด(ตอนที่ 1)
ประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่าวิธีต่อต้านผู้ก่อการร้าย IS ที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้คือใช้กำลังทางอากาศ สนับสนุนพันธมิตรและหุ้นส่วน เพิ่มการสนับสนุนกองกำลังประเทศอื่นๆ ที่เข้ารบทางภาคพื้นดิน เป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงภาวะผู้นำของอเมริกา แต่จนบัดนี้ รัฐบาลโอบามายังไม่ใช้คำว่า “ทำสงครามกับ IS” ในขณะที่ IS แถลงอย่างชัดเจนให้สมาชิกสังหารชาวตะวันตกทุกประเทศที่เข้าร่วมโจมตี IS ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นทหารหรือพลเรือน ดังนั้น โอกาสที่ IS จะก่อความรุนแรงในประเทศอื่นๆ ย่อมมีตลอดเวลา

ในมุมหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่า IS เป็นภัยคุกคาม ต้องกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่าการปราบปราม IS ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที ที่สำคัญคือต้องรอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะพวกซุนนี เมื่อวิเคราะห์แล้วนำสู่คำถามว่ารัฐบาลโอบามามีความตั้งใจปราบปรามกองกำลัง IS มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 

วิกฤตอิรักรอบใหม่ที่เริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน ในตอนแรกนั้นสื่อมุ่งกล่าวถึงกองกำลัง ISIL/ISIS ที่สามารถยึดครองหลายเมืองได้อย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุดการบรรยายเหตุการณ์ในอิรักให้ความสำคัญกับการลุกฮือของพวกซุนนีอิรัก ภาพวิกฤตอิรักจึงกลายเป็นสงครามระหว่างรัฐบาลชีอะห์ผู้กดขี่ข่มเหงประชาชน (โดยเฉพาะพวกซุนนี) กับฝ่ายต่อต้าน ซึ่งส่วนใหญ่คือประชาชนอิรักผู้นับถือนิกายซุนนี กองกำลัง ISIL สถานการณ์ในอิรักจึงคล้ายสงครามกลางเมืองซีเรียมากขึ้นทุกที

4.ผลเจรจาเจนีวา 2 สันติภาพอันเลือนรางของซีเรีย
ถ้ามองในแง่บวกการเจรจาเจนีวา 2 คือจุดเริ่มต้นของการยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ถ้ามองในแง่ลบคือยังมองไม่เห็นทางออก เมื่อการเจรจายังไม่สามารถยุติความขัดแย้ง ประเด็นจึงกลับมาอยู่ที่จะแก้ปัญหาด้วยพลังอำนาจทางทหารอย่างไร ชาติอาหรับจะเป็นฝ่ายลงมือเองหรือไม่

บรรณานุกรม ตอนที่ 2:
1. Baker, Peter., & Knowlton, Brian. (2014, September 28). Obama Acknowledges U.S. Erred in Assessing ISIS. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/09/29/world/middleeast/president-obama.html?_r=0
2. Blair, David., Ross, Tim., Furness, Hannah., & Farmer, Ben. (2014, September 27). Hague warns of Islamist terror plots as RAF flies first combat mission. The Telegraph. Retrieved from http://www.telegraph.co.uk/news/uknews/11126188/Hague-warns-of-Islamist-terror-plots-as-RAF-flies-first-combat-mission.html
3. Bourke, Latika.,& Cox, Lisa. (2014, September 12). Terror risk high: Tony Abbott announces increase in National Terrorism Public Alert System. The Sydney Morning Herald. Retrieved from http://www.smh.com.au/federal-politics/political-news/terror-risk-high-tony-abbott-announces-increase-in-national-terrorism-public-alert-system-20140912-10g1mz.html
4. Islamic State in Iraq: 'They Know Exactly What They Are Doing'. (2014, September 16). Spiegel Online. Retrieved from http://www.spiegel.de/international/world/interview-with-ahmad-chalabi-on-islamic-state-iraq-and-syria-a-991659.html
5. ISIS planning subway attacks in US, Paris: Iraq PM. (2014, September 26). Hindustan Times/Reuters. Retrieved from http://www.hindustantimes.com/world-news/iraqonthebrink/iraqi-pm-says-islamic-state-plans-subway-attacks-in-us-paris/article1-1268662.aspx
6. Landler, Mark., Peters, W. Jeremy. (2014, September 16). U.S. General Open to Ground Forces in Fight Against ISIS in Iraq. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2014/09/17/world/middleeast/isis-airstrikes-united-states-coalition.html?hp&action=click&pgtype=Homepage&version=LedeSum&module=first-column-region&region=top-news&WT.nav=top-news&_r=0
7. Over 3,000 Europeans Fighting alongside ISIL in Syria, Iraq. (2014, September 24). FNA.
Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930702000554
8. Perry, Tony., & Bennett, Brian. (2014, August 26). White House confirms death of American jihadist fighting in Syria. Los Angeles Times. Retrieved from http://www.latimes.com/local/lanow/la-me-ln-american-isis-20140826-story.html
9. Press Briefing by Press Secretary Josh Earnest, 8/25/2014. (2014, August 25). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/08/25/press-briefing-press-secretary-josh-earnest-8252014
10. Roberts, Geoffrey. (1999). The Soviet Union in World Politics: Coexistence, Revolution and Cold War, 1945-1991. London: Routledge.
11. Statement by the President on ISIL. (2014, September 10). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/10/statement-president-isil-1
12. Wahab, Siraj. (2014, September 12). US-Arab coalition vows to crush. Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/featured/news/629026)
13. Wroe, David. (2014, September 22). Islamic State followers urged to attack Australians by any means possible. The Sydney Morning Herald. Retrieved from http://www.smh.com.au/federal-politics/political-news/islamic-state-followers-urged-to-attack-australians-by-any-means-possible-20140922-10kg74.html
---------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…