วันจันทร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2557

ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS เรื่องที่โอบมาพูดและไม่ได้พูด (ตอนที่ 1)

28 กันยายน 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 18 ฉบับที่ 6536 วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ.2557, http://www.ryt9.com/s/tpd/1994911)

            10 กันยายน 2014 อาจถือว่าเป็นวันที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ประกาศทำสงครามกับรัฐอิสลาม (IS/ISIL/ISIS) ประธานาธิบดีโอบามาประกาศว่า ขณะนี้ ISIL เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนอิรักกับซีเรียและภูมิภาคตะวันออกกลาง “แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ภัยคุกคามจากผู้ก่อการร้ายเหล่านี้จะเติบใหญ่ขึ้นเหนือกว่าระดับภูมิภาค และจะคุกคามแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกา” พร้อมประกาศว่ากำลังวางแผนกับนานาประเทศเพื่อตอบโต้ IS
            นับจากวันนั้นจึงถึงวันที่ 24 กันยายนเมื่อประธานาธิบดีโอบามาแสดงสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ประจำปี 2014 แผนการต่างๆ มีความชัดเจนมากขึ้นตามลำดับ ล่าสุด ในที่ประชุม U.N. Security Council Summit ประธานาธิบดีโอบามากล่าวว่า ปัจจุบันคาดว่ามีนักรบต่างชาติราว 15,000 นาย จาก 80 ประเทศที่กำลังรบในซีเรียกับอิรัก หลายคนเข้าร่วมกลุ่มก่อการร้ายที่ใกล้ชิดกับอัลกออิดะห์ เช่น Nusrah Front กับ ISIL ซึ่งกำลังคุกคามประชาชนซีเรียกับอิรัก คนเหล่านี้สร้างความรุนแรง เป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อผู้คนในภูมิภาคตะวันออกกลาง
            ภายใต้นโยบาย แผนการที่แถลงออกมาเป็นระยะๆ ทั้งจากรัฐบาลสหรัฐและจากชาติพันธมิตร ช่วยให้เข้าใจยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นตามลำดับ ทั้งยังเกิดคำถาม ข้อวิพากษ์หลายอย่างต่อยุทธศาสตร์เหล่านี้

บทความนี้ (แบ่งออกเป็น 3 ตอน) จะวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS ตามข้อมูลที่ปรากฏล่าสุด โดยในตอนที่ 1 นี้จะกล่าวถึงเนื้อหายุทธศาสตร์ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และ 2 ตอนสุดท้ายจะเป็นการวิเคราะห์ วิพากษ์ส่วนที่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่แทรกอยู่ในยุทธศาสตร์
            อนึ่ง ดังที่เคยวิเคราะห์ในบทความก่อนว่า ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS ไม่ขึ้นกับประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แต่เพื่อให้ง่ายต่อการนำเสนอ การวิเคราะห์จึงจำต้องเลือกประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นแกน สหรัฐอเมริกามีความเหมาะสม เนื่องจากแสดงบทบาทนำและมีรายละเอียดข้อมูลค่อนข้างมาก หากเลือกซาอุดิอาระเบียเป็นแกนจะได้ข้อสรุปที่ใกล้เคียง แต่หากเลือกเยอรมนีข้อสรุปบางอย่างที่ได้อาจแตกต่างออกไป

ยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS :
            เป้าหมายสูงสุดที่ประกาศไว้ คือเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของสหรัฐกับพันธมิตร ภายใต้เป้าหมายดังกล่าวสหรัฐกับพันธมิตรจะบั่นทอนพลังอำนาจและทำลาย IS ด้วยยุทธศาสตร์หลายข้อ พอจะสรุปได้ดังนี้
            ประการที่ 1 โจมตีเป้าหมาย IS เพื่อหยุดการรุกคืบและทำลาย
            นโยบายนี้เริ่มใช้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม สหรัฐใช้กำลังรบทางอากาศสกัดกั้นไม่ให้ IS รุกเข้าไปในดินแดนพวกเคิร์ดซึ่งมีชาวอเมริกันทำงานหลายร้อยคน ส่วนใหญ่ทำงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน สามารถช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยที่ถูกรุกไล่ และในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐกับพันธมิตรได้ร่วมกันโจมตีเป้าหมายทางทหารของ IS ทั้งในอิรักกับซีเรีย
            แผนขั้นต่อไปคือสหรัฐจะเข้าโจมตีทางอากาศก่อนแล้วให้กองทัพอิรักบุกเข้าไป การไล่ล่าผู้ก่อการร้ายในทุกที่ ภายใต้หลักการ “ถ้าคุณคุกคามอเมริกา จะไม่มีที่ใดปลอดภัยสำหรับคุณ” แผนการรบเป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องติดตามต่อไป ช่วงนี้เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

            ประการที่ 2 ร่วมมือกับพันธมิตร
            ตั้งแต่แรกเริ่มประธานาธิบดีโอบามายืนยันว่าสหรัฐไม่สามารถทำในส่วนที่ชาวอิรักต้องทำเอง ทำนองเดียวกับที่ชาติอาหรับจะต้องมีส่วนเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของภูมิภาค
            เรื่องหนึ่งที่ประสบผลสำเร็จแล้วคือ อิรักได้รัฐบาลใหม่นำโดยนายกรัฐมนตรีไฮเดอร์ อัล-อาบาดี (Haider al-Abadi) ที่พยายามให้ทุกกลุ่มอำนาจมีส่วนร่วมในรัฐบาล คาดว่าสถานการณ์ในอิรักน่าจะดีขึ้นตามลำดับ
            ประธานาธิบดีโอบามาอธิบายว่า “วิธีที่ดีที่สุดในการเอาชนะกลุ่มอย่างพวก ISIL ไม่ใช่ด้วยการส่งกองกำลังอเมริกันจำนวนมากเข้าทำสงครามภาคพื้นในใจกลางตะวันออกกลาง วิธีการนั้นไม่ตอบสนองผลประโยชน์ของเรา อันที่จริงแล้ว วิธีการดังกล่าวจะยิ่งเติมเชื้อไฟให้กับลัทธิสุดโต่ง” วิธีที่เหมาะสมที่สุดในขณะนี้คือใช้กำลังทางอากาศ สนับสนุนพันธมิตรและหุ้นส่วน เพิ่มการสนับสนุนกองกำลังประเทศอื่นๆ ที่เข้ารบทางภาคพื้นดิน ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลกำลังทำอยู่แล้ว และเป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงภาวะผู้นำของอเมริกา
            ขณะนี้ชาติอาหรับ 10 ประเทศบรรลุข้อตกลงร่วมต่อต้านลัทธิก่อการร้าย ประเทศเหล่านี้ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน อิรัก จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
            สัปดาห์ที่ผ่านมาเครื่องบินรบของกองทัพอากาศซาอุฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการโจมตี IS ในซีเรียร่วมกำลังกำลังประเทศอื่นๆ ตามแผนปราบปราม IS สนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาด นอกจากนี้ กาตาร์ บาห์เรนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการ
            นอกจากชาติอาหรับแล้ว ชาติสมาชิกอียูหลายประเทศได้เข้าร่วมด้วย ประเทศที่ให้ความร่วมมืออย่างกระตือรือร้น ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมทั้งออสเตรเลียที่ได้ส่งเครื่องบินรบข้าร่วม 10 ลำ และเจ้าหน้าที่อีก 600 นาย ไปจำการที่ฐานทัพในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

            ประการที่ 3 ไม่ส่งกองกำลังเข้ารบภาคพื้นดิน
            ประเด็นการไม่ส่งทหารเข้าร่วมรบทางภาคพื้นดินเป็นเรื่องที่ประธานาธิบดีโอบามายืนยันตั้งแต่ต้นว่า “จะไม่ยอมให้สหรัฐถูกลากเข้าไปในการสู้รบในอิรักอีกครั้ง” แต่จะแก้ไขปัญหาทั้งในอิรักกับซีเรียด้วยวิธีอื่นๆ
            และเมื่อรวมกลุ่มเป็นกองกำลังร่วมนานาชาติ รัฐบาลต่างๆ แสดงจุดยืนว่าจะไม่ส่งทหารเข้ารบทางภาคพื้นดิน ยืนยันว่าเป็นบทบาทของกองทัพรัฐบาลอิรัก

            ประการที่ 4 เสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพมิตรประเทศ
            การเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพมิตรประเทศเป็นเรื่องสำคัญ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา สหรัฐได้ส่งเจ้าหน้าที่นับพันนายเพื่อฝึกฝนกองกำลังรัฐบาลอิรักและพวกเคิร์ด สนับสนุนด้านการข่าวและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ
            ทางด้านซีเรีย รัฐบาลโอบามาประกาศจะให้การสนับสนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาดต่อไป และจะเพิ่มเรื่องการให้อาวุธและฝึกการใช้อาวุธที่มีสมรถภาพสูง เช่นเดียวกับที่ซาอุฯ ประกาศว่าจะร่วมช่วยฝึกและติดอาวุธให้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาด

ประการที่ 5 ตัดช่องทางสนับสนุน ยับยั้งการเดินทาง
            นาย Nickolay Mladenov ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวถึง IS ว่า “เมื่อดูจากเรื่องการเงิน อาวุธต่างๆ ยานพาหนะที่ ISIL เป็นเจ้าของ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นองค์กรที่ได้เงินทุนสนับสนุนค่อนข้างดี” ISIL ได้รับการสนับสนุนการเงิน และสิ่งต่างๆ จากหลายแหล่ง ส่วนกองกำลังที่ข้ามจากซีเรียเข้ามายังอิรัก “ได้รับการฝึก ติดอาวุธและเตรียมตัวอย่างดี”
            หนึ่งในยุทธศาสตร์ที่สำคัญจึงต้องตัดกำลังบำรุงเหล่านี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาคณะมนตรีความมั่นคงมีข้อมติห้ามประเทศใดๆ ทำการซื้อขายน้ำมันกับกลุ่มก่อการร้ายในซีเรียและอิรัก ประเทศที่ฝ่าฝืนอาจถูกนานาชาติคว่ำบาตร เพราะถือว่าเป็นการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย

            รัฐบาลชาติอาหรับสำคัญๆ อย่างเช่นซาอุดิอาระเบียออกแถลงการณ์ยืนยันว่าไม่ได้สนับสนุนผู้ก่อการร้ายไม่ว่าจะเป็นอัลกออิดะห์หรือ IS ประเทศซาอุดิอาระเบียปรารถนาที่จะเห็น “เครือข่ายของอัลกออิดะห์ทั้งหมดพ่ายแพ้และถูกทำลาย รวมทั้ง Islamic State of Iraq and Al Sham (ISIS) ที่กำลังปฏิบัติการในอิรัก” “ซาอุดิอาระเบียไม่ได้ช่วยเหลือ ISIS หรือกลุ่มก่อการร้ายใดๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านเงินหรือกำลังใจ”
            อีกประเด็นคือ การยับยั้งการเดินของผู้ก่อการร้าย ประธานาธิบดีโอบามากล่าวถึงข้อมติของคณะมนตรีความมั่นคง ที่นานาชาติจะร่วมมือป้องกันการรับสมาชิก การเดินทางของผู้ก่อการร้าย IS “ประเทศทั้งหลายต้องป้องกันไม่ให้ผู้ก่อการร้ายหรือกลุ่มก่อการร้ายเคลื่อนที่ผ่านดินแดนของตนเอง”
            ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการไม่ยอมรับอุดมการณ์อันน่าเกลียดชัง (hateful ideology) ของกลุ่มก่อการร้าย และนำตัวคนเหล่านี้มาสู่กระบวนยุติธรรม

            ประการที่ 6 การให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน
            ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนเป็นอีกหัวข้อที่สำคัญมาก เพราะความขัดแย้งทั้งในซีเรียกับอิรักทำให้เกิดผู้อพยพลี้ภัยนับล้านคน ข้อมูลจากสหประชาชาติรายงานตัวเลขเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ชี้ว่าชาวอิรักว่า 700,000 คนได้อพยพไปอยู่ในเขตชาวเคิร์ด อีก 220,000 คนอยู่ในซีเรีย ส่วนผู้ลี้ภัยจากซีเรียมีมากกว่า 2 ล้านคนแล้ว
ปัญหาเฉพาะหน้าคือภาระการดูแลคนเหล่านี้ งบประมาณที่สหประชาชาติสนับสนุนไม่เพียงพอ รัฐบาลของประเทศที่รับผู้ลี้ภัยต้องออกเงินช่วยส่วนหนึ่ง และคาดว่าเป็นภาระที่ต้องแบกรับอีกหลายปี
            นอกจากความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ยังรวมถึงการช่วยการบูรณะและฟื้นฟูชุมชนอีกอนาคตด้วย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป ตอนแรก:
            จนบัดนี้ รัฐบาลโอบามายังไม่ใช้คำว่า “ทำสงครามกับ IS” ในขณะที่ IS แถลงอย่างชัดเจนให้สมาชิกสังหารชาวตะวันตกทุกประเทศที่เข้าร่วมโจมตี IS ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นทหารหรือพลเรือน ดังนั้น โอกาสที่ IS จะก่อความรุนแรงในประเทศอื่นๆ ย่อมมีตลอดเวลา เช่นเดียวกับการปราบปรามที่ประธานาธิบดีโอบามาเปรียบ IS เหมือนมะเร็งร้ายต้องกินเวลาอีกนาน และกำลังลุกลามไปสู่ประเทศต่างๆ อย่างชัดเจนมากขึ้นทุกที มีความเป็นไปได้ว่ายุทธศาสตร์ปราบปราม IS จำต้องปรับปรุงเพื่อตอบสนองสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ
            บทความในตอนหน้าจะเป็นข้อวิพากษ์ที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากยุทธศาสตร์ต่อต้าน IS เพราะยุทธศาสตร์ดังกล่าวแฝงไว้ด้วยนโยบายต่างๆ อีกหลายข้อ แสดงให้เห็นถึงความแยบยลของการดำเนินนโยบายต่างประเทศ และที่สำคัญคือเป็นยุทธศาสตร์ที่มีผลต่อภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด และคงจะดำเนินต่อเนื่องอีกหลายปี
-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
ในมุมหนึ่งประธานาธิบดีโอบามาชี้ว่า IS เป็นภัยคุกคาม ต้องกำจัดอย่างถอนรากถอนโคน ในอีกมุมหนึ่งชี้ว่าการปราบปราม IS ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่ต้องลงมือทันที ที่สำคัญคือต้องรอความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะพวกซุนนี เมื่อวิเคราะห์แล้วนำสู่คำถามว่ารัฐบาลโอบามามีความตั้งใจปราบปรามกองกำลัง IS มากน้อยเพียงใด ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น 

ISIS/ISIL เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นอย่างมีเป้าหมายเฉพาะ กำลังก่อการทั้งในซีเรียกับอิรัก การปรากฏตัวของกลุ่มสะท้อนปัญหาการเมืองภายในอิรักที่เรื้อรังมานาน ความแตกแยกของฝ่ายต่างๆ การจะกำจัด ISIS/ISIL อย่างถอนรากถอนโคนคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายอย่าง รวมทั้งมีประเทศผู้ให้การสนับสนุน น่าติดตามกลุ่มดังกล่าวจะนำอิรักสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ มีผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างไร

บรรณานุกรม ตอนที่ 1:
1. Alliance to curb flow of funds, fighters to Islamic State. (2014, September 12). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/news/628601) (Statement by the President on ISIL. (2014, September 10). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/10/statement-president-isil-1
2. Anti-ISIS meeting kicks off in Paris. (2014, September 15). Al Arabiya. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2014/09/15/Paris-conference-on-Iraq-to-be-held-today-.html
3. Dakroub, Hussein. (2014, September 24). Nasrallah: Lebanon must not join U.S. anti-terror coalition. The Daily Star. Retrieved from http://www.dailystar.com.lb/News/Lebanon-News/2014/Sep-24/271761-nasrallah-lebanon-must-not-join-us-anti-terror-coalition.ashx#axzz3EDmpEZ7V
4. Kingdom's statement on networks fighting in Iraq. (2014, June 18). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/news/588646
5. Reinl, James. (2014, August 13). Kurdish-Americans Thank Obama for Airstrikes. RUDAW. Retrieved from http://rudaw.net/english/world/120820142
6. Remarks by the President at U.N. Security Council Summit on Foreign Terrorist Fighters. (2014, September 24). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/24/remarks-president-un-security-council-summit-foreign-terrorist-fighters
7. Security Council adopts resolution prohibiting buying oil from terrorists in Syria and Iraq. (2014, July 28). SANA. Retrieved from http://www.sana.sy/en/?p=8377
8. Statement by the President. (2014, August 7). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/08/07/statement-president
9. Statement by the President on ISIL. (2014, September 10). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/10/statement-president-isil-1
10. UN Envoy for Iraq: ISIL Militants Well-Funded. (2014, June 26). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13930405000725
11. Wahab, Siraj. (2014, September 12). US-Arab coalition vows to crush. Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/featured/news/629026
12. WEEKLY ADDRESS: We Will Degrade and Destroy ISIL. (2014, September 13). The White House. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/09/13/weekly-address-we-will-degrade-and-destroy-isil
---------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...