เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์

ไม่ว่าระบอบประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ดีหรือไม่ มันคือความจริง ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศสามารถทำให้ดีขึ้นด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจัง ไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักการเมืองเท่านั้น

             ตำราทั่วไปจะสอนว่าหลักประชาธิปไตยมาจากรากความคิดว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาเสมอภาค ปัจเจกบุคคลมีสิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจด้วยตนเอง แต่ด้วยประโยชน์ของการอยู่ร่วมกันเป็นสังคมเกิดระบอบการปกครองที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ดังคำพูดที่ว่าประชาธิปไตยคือการปกครองโดยประชาชน ประชาชนปกครองกันเอง (self-government) ดังที่อับราฮัม ลินคอล์นกล่าวว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองของประชาชน โดยประชาชน  และเพื่อประชาชน

            แต่หากพิจารณาบนพื้นฐานความจริงจะพบว่าประเทศที่ใช้ระบอบการปกครองดังกล่าวมีปัญหาไม่มากก็น้อย

กรณีตัวอย่าง ทรัมป์ควรถูกถอดถอนหรือไม่ :

            ตำราหลายเล่มยกย่องว่าสหรัฐคืออีกประเทศที่เป็นแบบอย่างประชาธิปไตย รัฐบาลอเมริกามักอ้างว่าตนเองเป็นผู้นำโลกเสรี ส่งเสริมเสรีภาพประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน

            แต่ใน 4 ปีที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์เป็นตัวอย่างล่าสุดที่แสดงให้เห็นความบกพร่อง ความไม่เป็นประชาธิปไตยของประเทศนี้อย่างเด่นชัด โจ ไบเดนกล่าวว่าแทนที่ประธานาธิบดีจะทำหน้าที่รวมคนทุกสีผิวทุกเชื้อสายเข้าเป็นหนึ่ง เขาทำตรงข้าม “แบ่งแยกประเทศ แบ่งประชาชน” ยึดแนวทางคนขาวสุดโต่งที่เหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ โหมกระพือ White Supremacy

            เป็นที่โจษจันความไม่เป็นประชาธิปไตยของผู้นำสหรัฐคนนี้ เป็นเหตุผลที่พรรคเดโมแครทยื่นเรื่องขอถอดถอนถึง 2 ครั้ง เนื้อหาถอดถอนครั้งล่าชี้ว่าพฤติกรรมของทรัมป์เป็นภัยต่อประเทศต่อรัฐบาล คุกคามประชาธิปไตย ขัดขวางการส่งต่ออำนาจโดยสันติ ทำลายตัวท่านที่เป็นประธานาธิบดี

            ประเทศจะเป็นประชาธิปไตยมากหรือน้อยผู้นำประเทศย่อมเป็นดัชนีสำคัญตัวหนึ่ง

            ในความคิดของพวกเดโมแครททรัมป์ยุยงปลุกปั่นต้องรับโทษ แต่ในมุมของรีพับลิกันส่วนใหญ่ทรัมป์ไม่ได้ผิดตามข้อกล่าวหา เป็นเหตุให้ทรัมป์รอดจากการถูกถอดถอนอีกครั้ง

            ไม่เพียงเท่านั้นผลโพลของ Quinnipiac University พบว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกพรรคต้องการให้ทรัมป์มีบทบาทสำคัญในพรรคต่อไป 87% ต้องการให้ทรัมป์ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก ผลโพลของ Politico-Morning Consult ที่ออกมาในช่วงเดียวกันรายงานทิศทางเดียวกัน 59% ของพวกรีพับลิกันต้องการให้ทรัมป์มีบทบาทสำคัญในพรรคต่อไป

            ดังนั้น คนอเมริกันจะแบ่งเป็น 2 ฝ่ายๆ ที่สนับสนุนกับฝ่ายที่ต่อต้านทรัมป์ ถ้ามองจากหลักประชาธิปไตยนี่คือความสวยงามตามแบบฉบับ ทุกคนใช้สิทธิตามความคิดเห็นของตน แต่ถ้าคิดให้ดีเรื่องทรัมป์ควรถูกถอดถอนหรือไม่มีประเด็นอื่นๆ แฝงอยู่

(ชมคลิป)

White Supremacy รากเหง้าความไม่เป็นประชาธิปไตย :

            ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่า White Supremacy คือเรื่องที่คนผิวขาวบางกลุ่มเห็นว่าตนเป็นผู้ปกครองประเทศอันชอบธรรม มีอภิสิทธิ์เหนือพลเมืองอเมริกันเชื้อสายอื่นๆ เป็นความชอบธรรมที่คนผิวขาวใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ส่วนคนผิวสีต้องเป็นผู้รับใช้ เป็นรากเหง้าของหลักคิดยุคล่าอาณานิคมเห็นว่าการที่คนผิวขาวไปยึดอาณานิคมทั่วโลกเป็นความชอบธรรมดีงาม

            การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือทัศนคติส่วนตัวเท่านั้น เป็นพัฒนาการเป็นประวัติศาสตร์ที่สืบเนื่องยาวนาน มีการถ่ายทอดหลักคิดวิธีการจากรุ่นสู่รุ่น เป็นวัฒนธรรมค่านิยมของกลุ่ม คนขาวเหล่านี้ไม่คิดว่าการแบ่งแยกเช่นนี้เป็นปัญหา เมื่อไม่เป็นปัญหาจึงไม่ต้องแก้ไข

            ตลอด 4 ปีประธานาธิบดีทรัมป์แสดงท่าทีสนับสนุนพวกผิวขาวสุดโต่ง เป็นเหตุผลที่หลายคนโจมตีว่าผู้นำประเทศเป็นพวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ ยุยงปลุกปั่นสร้างความเกลียดชังภายในชาติ เพราะหวังจะได้คะแนนจากฐานเสียงที่ส่วนใหญ่เป็นคนผิวขาวนั่นเอง

          แต่ต้องเข้าใจว่า หลักประชาธิปไตยไม่ได้พูดเรื่องเสรีภาพส่วนบุคคลเท่านั้น ยังให้ความสำคัญกับเรื่องความเสมอภาคเท่าเทียม ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนซึ่ง White Supremacy อยู่ตรงข้ามสิ่งเหล่านี้

ต้องแยกอุดมคติกับความจริง :

            หลายคนชอบยกคำพูด การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชนพูดถึงความดีงามของประชาธิปไตย ลัทธิประชาธิปไตยมีข้อดีหลายอย่างเหนือลัทธิการเมืองอื่นแต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือต้องแยกให้ออกระหว่างอุดมคติกับความจริง

            ความจริงคือประชาธิปไตยที่เป็นอยู่ปัจจุบัน (ประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย) บางคนเรียกว่าประชาธิปไตยที่ยังไม่สมบูรณ์ไม่เต็มใบ แต่ ความไม่สมบูรณ์นี่แหละคือความจริง อันที่จริงแล้วทุกประเทศล้วนอยู่ภายใต้ประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ แม้กระทั่งสหรัฐก่อตั้งประเทศมากว่า 240 ปียังไม่สมบูรณ์ ฝรั่งเศส อังกฤษที่ตำราตะวันตกยกว่าเป็นต้นแบบประชาธิปไตยล้วนไม่สมบูรณ์

            การปฏิวัติเป็นเพียงจุดเริ่มของการปกครองใหม่ ตอบไม่ได้ว่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เมื่อไหร่ อีกทั้ง ระดับความเป็นประชาธิปไตยมีขึ้นมีลง สหรัฐเป็นตัวอย่างที่ในระยะหลังระดับความเป็นประชาธิปไตยลดลงและลงหนักในสมัยทรัมป์

            ดังนั้น ถ้าอ้างตามหลักวิชาการความเป็นประชาธิปไตยของอเมริกา (และอีกหลายประเทศ) กำลังลดน้อยลง หรืออาจสรุปว่าระบอบประชาธิปไตยอเมริกาเป็นอย่างที่เป็นอยู่นั่นเอง เป็นความจริงที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ชั่วขณะและกำลังเปลี่ยนไป

เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์ :

            เพราะว่าระบอบประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์และอาจไม่มีวันสมบูรณ์ แต่สามารถทำให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากขึ้นด้วยการที่ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างจริงจัง

            หลักคิดผิดๆ คือ ส.ส. ส.ว. นักการเมืองท้องถิ่นคือตัวแทนประชาชน เป็นผู้จัดการดูแลทุกเรื่องแทนประชาชน ขอเพียงมีนักการเมืองแล้วประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข หลักคิดที่ถูกคือ ส.ส. ส.ว. กินเงินเดือนภาษีประชาชน ดังนั้นประชาชนเป็นเจ้านายนักการเมือง เป็นเจ้าของประเทศ และ ระบอบประชาธิปไตยคือการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง การเมืองที่ไม่ใช่ของนักการเมืองเท่านั้น

            การมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นมากกว่าตรวจสอบนักการเมือง

            การมีส่วนร่วมทางการเมืองทำได้หลายระดับ เริ่มตั้งแต่สนใจติดตามเรื่องบ้านเมือง เปิดรับข้อมูลหลายด้าน ฟังความเห็นมุมมองที่หลากหลาย การติดตามเรื่องบ้านเมืองเป็นจุดเริ่มที่สำคัญ คือวิธีการเรียนรู้การเมืองที่ดีที่สุด (เรียนรู้จากของจริง จากเรื่องที่กระทบตัว) ความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นมีผลสำคัญ เช่น ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด นักการเมืองคนไหน คนที่ติดตามการเมืองจะเข้าใจการเมืองเพิ่มขึ้นและต่างไปจากเดิม นี่แหละคือการเรียนรู้
            การมีส่วนช่วยเพื่อนบ้านเป็นอีกจุดเริ่มต้นที่ดี ชุมชนหมู่บ้านเขตอำเภอตัวเองคือพื้นที่เก็บประสบการณ์ที่ดีเยี่ยม สนใจแก้ไขปัญหาใกล้ตัวก่อน ขยะหมู่บ้าน น้ำคลองเน่า สินค้าเกษตรตกต่ำ ปัญหาคนในชุมชนติดยา

            คนที่เรียนรู้สิ่งเล็กน้อยอย่างจริงจังจะค่อยๆ มองเห็นปัญหาในระดับกว้างขึ้น จะเริ่มเห็นว่าปัญหาหมู่บ้านเกี่ยวข้องกับจังหวัด เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาลจนถึงระดับโลก เช่น วิกฤตโควิด-19 ในขณะนี้

            ผลอีกประการคือจะเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สื่อโซเชียลมีเดียช่วยได้มาก กลุ่มที่ดีควรรวมกลุ่มทำกิจกรรม ชาวนาสมัยก่อนช่วยกันเกี่ยวข้าว หมู่บ้านที่เข้มแข็งจะจัดระบบเฝ้ายามป้องกันคนแปลกหน้าด้วยตัวเอง ฯลฯ นี่คือพลังของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย

            การมีส่วนร่วมทางการเมืองต้องพิจารณากรอบกฎหมายด้วย ไม่ควรทำเรื่องสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ยกตัวอย่างกรณีม็อบบุกสภาเมื่อ 6 มกราคม ไมว่าคนเหล่านี้ทำผิดกฎหมายเพราะโดนยั่วยุหรือไม่ สุดท้ายคนรับเคราะห์คือผู้ที่บาดเจ็บล้มตาย (เสียชีวิต 5 ราย) กับผู้ที่โดนคดีบุกสภา ฆ่าทำร้ายผู้อื่น (อาจติดคุกถึง 20 ปี) ส่วนทรัมป์รอดตัวไม่มีความผิดใดๆ สามารถลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีก เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นอุทาหรณ์เตือนสติว่าอะไรควรอะไรไม่ควรทำ การมีส่วนร่วมทางการเมืองทำได้หลายวิธี ไม่จำต้องพาตัวเองเสี่ยงอันตราย

21 กุมภาพันธ์ 2021
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8867 วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564)

---------------------

บทความที่กี่ยวข้อง : 
ประชาธิปไตยที่ทำลายตัวเองย่อมไม่อาจเรียกว่าประชาธิปไตยแท้ เพราะระบอบการปกครองดังกล่าวมีเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขยั่งยืน
เสรีภาพการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย
หากประชาชนไม่กำกับตรวจสอบฝ่ายการเมืองและมีส่วนร่วมในการปฏิรูป (ไม่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองทำเพียงลำพัง) เช่นนั้นย่อมโทษใครไม่ได้ และไม่อาจเรียกว่าตัวเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย
บรรณานุกรม :

1. Biden says Trump is first racist U.S. president. (2020, July 22). NBC News. Retrieved from https://www.nbcnews.com/politics/donald-trump/biden-says-trump-first-racist-u-s-president-n1234657

2. House Democrats plan to vote Wednesday to impeach Trump. (2021, January 11). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2021/01/11/politics/house-democrats-impeachment-plans/index.html

3. Joe Biden calls Donald Trump 'the first racist president' of the United States while Trump insists he has done more to help black Americans than anyone since Abraham Lincoln. (2020, July 22). Daily Mail. Retrieved from https://www.dailymail.co.uk/news/article-8550767/Joe-Biden-calls-Donald-Trump-racist-president-United-States.html

4. Jones, Peter. (2001). freedom. In Encyclopedia of democratic thought. (pp. 363-369). London: Routledge.

5. Most Republicans want to see Trump play big role in GOP going forward: polls. (2020, February 16). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/republicans-trump-play-big-role-gop-going-forward-polls

6. Trump remains 2024 candidate of choice for most Republicans, poll shows. (2020, February 16). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/us-news/2021/feb/16/trump-2024-poll-republicans-most-popular-candidate

--------------------------

รีพับลิกันพรรคของพวกขวาสุดโต่งใช่หรือไม่

ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นตัวอย่างความไม่เป็นประชาธิปไตย ส่อละเมิดสิทธิมนุษยชนบ่อยครั้งตามแนวทางขวาจัด หากรีพับลิกันเอียงไปทางขวามากขึ้นๆ เรื่องนี้กระทบต่อโลกแน่นอน

             แม้การเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปแล้ว โจ ไบเดน เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ แต่การขับเคี่ยวระหว่างพรรคเดโมแครทกับรีพับลิกันยังไม่สิ้นและทวีความรุนแรงขึ้น ต้นเหตุช่วงนี้มาจากการที่กลุ่มขวาจัดหรือขวาสุดโต่งหลายกลุ่มที่สนับสนุนพรรครีพับลิกัน

            ต้องเข้าใจก่อนว่ารีพับลิกันไม่ได้ประกาศว่าตนคือพรรคของพวกสุดโต่งหัวรุนแรง หลายคนที่เทคะแนนให้พรรคนี้ไม่ใช่พวกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ แต่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งที่ลงคะแนนเลือกรีพับลิกันกับทรัมป์เป็นพวกสุดโต่ง นำสู่การถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์จากเหตุการณ์ม็อบบุกสภาเมื่อวันที่ 6 มกราคม และยังมีกรณีของ ส.ส. มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน (Marjorie Taylor Greene) ที่เพิ่งชนะเลือกตั้งพูดสนับสนุน QAnon ว่า “Q เป็นพวกรักชาติ

ขับทรัมป์สะเทือนพรรครีพับลิกัน :

            ม็อบบุกสภาเมื่อ 6 มกราคมกลายเป็นเรื่องใหญ่ มีผู้เสียชีวิต 5 ราย ถูกจับกุมดำเนินคดีจำนวนมากอยู่ระหว่างการสอบสวน เป็นที่มาของกระบวนการถอดถอนประธานาธิบดี แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) แกนนำพรรคเดโมแครทกล่าวว่า ทุกคนรู้ว่าทรัมป์ยุยงปลุกปั่น ทำลายระบอบประชาธิปไตย ละเมิดรัฐธรรมนูญ เช่นนี้ย่อมปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้

            ความตอนหนึ่งจากเดโมแครทชี้ว่าพฤติกรรมของทรัมป์เป็นภัยต่อประเทศ ต่อรัฐบาล คุกคามประชาธิปไตย ขัดขวางการส่งต่ออำนาจโดยสันติ ทำลายตัวท่านที่เป็นประธานาธิบดี

            ไม่ว่าทรัมป์จะแก้ตัวอย่างไรสื่อโซเชียลมีเดียทั้งเฟสบุ๊ค ยูทูป ต่างระงับบัญชีของทรัมป์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เช่น ไม่ให้โพสต์เพิ่ม ทวิตเตอร์ประกาศปิดบัญชีของประธานาธิบดีทรัมป์ถาวร หลังพิจารณาว่าบัญชีนี้ยั่วยุให้คนก่อความรุนแรง (incitement of violence) ผิดกฎหมายอาญา

            ทรัมป์จะรอดพ้นถูกถอดถอนหรือไม่นั่นเป็นประเด็นหนึ่ง อีกเรื่องที่ใหญ่กว่าคือสะท้อนว่าสังคมอเมริกามีพวกหัวรุนแรงพวกสุดโต่ง ตั้งแต่แรกเกิดเหตุผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าม็อบที่บุกเข้าสภาคือพวกนิยมทฤษฎีสมคบคิด พวกนาซีใหม่และพวกสนับสนุนการถือครองปืน

“Proud Boys” เป็นกลุ่มก่อการร้าย :

            ต้นเดือนกุมภาพันธ์ทางการแคนาดาตีตราว่า “Proud Boys” เป็นกลุ่มก่อการร้าย ตามข้อมูลของแคนาดา “Proud Boys” ก่อตั้งเมื่อปี 2016 (ปีที่ทรัมป์หาเสียงและชนะเลือกตั้ง) โดย Gavin McInnes สัญชาติแคนาดา กลุ่มประกาศสนับสนุนทรัมป์เรื่อยมา มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องหรือเตรียมก่อการร้าย เป็นองค์กรสุดโต่งแนวนีโอฟาสซิส (neo-fascist organization) สร้างความรุนแรงทางการเมือง เหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ สัมพันธ์กับพวกที่ยึดแนวทาง White Supremacy

            การที่รัฐบาลแคนาดาทำเช่นนี้เพราะคนพวกนี้กำลังสร้างปัญหาแก่ประเทศ ทางการแคนาดาชี้ว่า กลุ่ม Proud Boys เป็นผู้ก่อเหตุบุกสภาสหรัฐเมื่อมกราคม ผู้นำกลุ่มวางแผนและมีส่วนเกี่ยวข้อง สั่งการให้สมาชิกก่อเหตุ สมาชิก Proud Boys ที่บุกสภาขณะนี้ถูกสอบสวนด้วยความผิดหลายกระทง อาจถูกจำคุกถึง 20 ปี

            ไม่ว่าทรัมป์ถูกถอดถอนหรือไม่ การบุกสภาเป็นเรื่องจริง มีผู้เสียชีวิตจริง

            ในกรอบที่กว้างขึ้น ถ้าพูดถึง Proud Boys จะหมายถึงกลุ่มสุดโต่ง (extremist) ทำนองเดียวกับพวกไอซิส (Islamic State/ISIS) อัลกออิดะห์ (al-Qaida) ที่รัฐบาลสหรัฐทำสงครามปราบปรามก่อการร้าย รัฐบาลสหรัฐพูดเรื่องประชาธิปไตย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน แต่ Proud Boys กลุ่มคนอเมริกันละเมิดหลักประชาธิปไตย ต่อต้านสิทธิมนุษยชน นักการเมืองอเมริกันบางคนสนับสนุน

ทางสองแพร่งของรีพับลิกัน :

            กรณีมาร์จอรี กรีน

            กลุ่ม QAnon เป็นอีกสายที่ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ยืนยันแบบทรัมป์ว่าทรัมป์โดนโกงเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ กำลังวางแผนคิดก่อการอย่างใดอย่างหนึ่ง

            มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน (Marjorie Taylor Greene) เป็นผู้หนึ่งที่นิยมแนวทางของ QAnon ได้รับเลือกเป็น ส.ส. ของพรรครีพับลิกันเมื่อพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา เคยโพสต์เนื้อหาแนวทฤษฎีสมคบคิดหลายครั้ง เมื่อสื่อขุดคุ้ยความสัมพันธ์ของเธอกับ QAnon เธออธิบายว่าหลายโพสต์ที่เห็นนั้นเป็นฝีมือทีมงานไม่ใช่ของเธอ กลับลำพูดว่าไม่ได้สนับสนุน QAnon

            ยกตัวอย่าง ก่อนเป็น ส.ส. มาร์จอรี กรีน พูดหลายรอบว่าการสังหารหมู่ที่ Parkland ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เป็นเรื่องจัดฉาก (เหตุสังหารหมู่นักเรียน 17 ศพเมื่อปี 2019 พวก QAnon เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการแสดงละคร ไม่มีคนตายจริง) ญาติผู้เสียชีวิตกับผู้รอดตายในเหตุการณ์ล้วนเป็นนักแสดงจัดฉากทั้งสิ้น พวกรอดชีวิตจากเหตุการณ์ต่างไม่พอใจ เรียกร้องให้พรรคขับเธอออก

            แต่เมื่อได้เป็น ส.ส. และถูกถามเรื่องนี้อีก มาร์จอรี กรีน เปลี่ยนเป็นพูดว่าเธอยอมรับว่าเหตุการณ์สังหารหมู่ดังกล่าวเป็นความจริง และอีกหลายเรื่องที่ตอนนี้เธอเปลี่ยนท่าทียอมรับตามสื่อกระแสหลัก พรรครีพับลิกันยืนยันให้เธออยู่กับพรรคต่อไป

            เรื่องราวของมาร์จอรี กรีน ถ้ามองในกรอบกว้างคือการที่พรรคเดโมแครทเล่นงานพรรครีพับลิกัน เพื่อชี้ว่ารีพับลิกันสนับสนุนพวกสุดโต่ง การที่มาร์จอรี กรีน กลับลำถอยห่างจากทฤษฎีสมคบคิด QAnon ทำให้เธอได้รับการชำระล้าง ได้เป็น ส.ส. ต่อไป ที่สำคัญกว่านั้นคือรีพับลิกันพ้นข้อครหาว่าเป็นพรรคของพวกสุดโต่งหัวรุนแรง ไม่เป็นประชาธิปไตย เหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ ละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างน้อยภาพที่สื่อออกมาเป็นเช่นนั้น

            ในอีกแง่หนึ่งเดโมแครทเปิดฉากเล่นงานทรัมป์กับมาร์จอรี กรีน ผลเป็นอย่างไรย่อมกระทบผู้สนับสนุนรีพับลิกันหลายล้านหรือนับสิบล้านคน มีกระแสข่าวว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์คิดตั้งพรรคใหม่ หากตั้งพรรคใหม่จริงย่อมดึงฐานเสียงรีพับลิกันไปส่วนหนึ่ง เช่นนี้พรรครีพับลิกันเสียหายแน่นอน ระบบอเมริกาที่ 2 พรรคมีคะแนนสูสี ผลัดกันเป็นประธานาธิบดี การสูญเสียฐานเสียงเพียง 10-20 % เป็นเรื่องใหญ่ ส.ส. ส.ว. หลายรัฐกระเทือน

พวกขวาจัดอยู่คู่อเมริกามาเนิ่นนาน :

            ในขณะที่ 2 พรรคใหญ่กำลังขับเคี่ยวเพื่อประชาธิปไตย ความจริงแล้วไม่มีประเทศใดสมบูรณ์ อเมริกาที่ประกาศอิสรภาพเมื่อค.ศ. 1776 เมื่อ 240 กว่าปีก่อน ประกาศเลิกทาสเมื่อปี 1862 เปลี่ยนทาสให้เป็นเสรีชน แต่ประชาธิปไตยอเมริกายังอยู่ระหว่างการสร้าง กลุ่มสุดโต่งมีคู่สังคม ยกตัวอย่างพวกนิยม White Supremacy (เคยเป็นองค์กรจัดตั้งขนาดใหญ่ เช่น Ku Klux Klan ยึดว่าเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่คนผิวขาวจะได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าเหนือกว่าคนเชื้อสายอื่นๆ แม้ต่างเป็นพลเมืองอเมริกัน กลุ่มนี้ย้อนหลังได้กว่าร้อยปี พอๆ กับช่วงประกาศเลิกทาส) กลุ่มที่ยึดแนวคิดนี้ยังคงอยู่ เพียงแต่แปรรูปหลากหลาย แยกย่อยแตกแขนงออกไป และต้องยอมรับว่าพวกที่นิยม White Supremacy ส่วนใหญ่เทคะแนนให้พรรครีพับลิกัน เรื่องนี้ไม่ใช่ของใหม่ ดำเนินต่อเนื่องมาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน

            คำถามคือพรรครีพับลิกันมองเรื่องนี้อย่างไร ต้องการสร้างประชาธิปไตยหรือรักษาฐานเสียง และไม่ว่านักการเมืองพรรคนี้จะอธิบายอย่างไร เรื่องจะไม่จบเพียงเท่านี้ สิ่งที่อยู่เนื้อในย่อมจะแสดงตัวตนให้เห็นอีก บางทีอาจเป็นเพียงเรื่องที่พยายามปฏิเสธแม้เป็นจริงอย่างเรื่อง White Supremacy

            “รีพับลิกันพรรคของพวกขวาสุดโต่งใช่หรือไม่” คำถามนี้จะถูกเอ่ยถึงซ้ำอีกในอนาคต

            ความเป็นไปของพรรครีพับลิกันเป็นเรื่องควรติดตาม ประธานาธิบดีทรัมป์เป็นตัวอย่างความไม่เป็นประชาธิปไตย ส่อละเมิดสิทธิมนุษยชนบ่อยครั้งตามแนวทางขวาจัด หากรีพับลิกันเอียงไปทางขวามากขึ้นๆ เรื่องนี้กระทบต่อโลกแน่นอน

14 กุมภาพันธ์ 2021
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8860 วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564)

 

------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
Trumpism บ่งบอกความไม่เป็นประชาธิปไตยของรัฐบาลทรัมป์ สนับสนุนให้เชื่อเรื่องที่ไร้เหตุผล อ้างว่าเป็นเสรีภาพทางความคิด ปลุกกระแสความเกลียดชังแบ่งแยกสังคม เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนตนทางการเมือง
QAnon กำลังเป็นกระแสหวังทำลายระบบโลกเก่าสร้างโลกใหม่ ตอบสนองความคิดของหลายคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจมองว่าเป็นขบวนการเคลื่อนไหวหรือเครื่องมือช่วงชิงอำนาจ
บรรณานุกรม :

1. Auburn man and prominent Proud Boy charged in Capitol insurrection. (2020, February 3). Seattle Times. Retrieved from https://www.seattletimes.com/seattle-news/crime/auburn-man-and-prominent-proud-boy-charged-in-capitol-insurrection/

2. Canada declares Proud Boys a terrorist entity. (2020, February 3). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2021/02/03/canada-proud-boys-terrorist-entity-465600

3. Canada Lists Proud Boys As A Terrorist Group, Alongside ISIS And Al-Qaida. (2020, February 3). NPR News. Retrieved from https://www.npr.org/2021/02/03/963682181/canada-lists-proud-boys-as-a-terrorist-group-alongside-isis-and-al-qaida

4. House Democrats plan to vote Wednesday to impeach Trump. (2021, January 11). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2021/01/11/politics/house-democrats-impeachment-plans/index.html

5. Howell, Jennifer. (2011). Ku Klux Klan. In Encyclopedia of American History (Revised edition, pp. 179-180). New York: Infobase Publishing.

6. Marjorie Taylor Greene Believes in Frazzledrip, QAnon’s Wildest Conspiracy Theory. (2021, January 25). Vice News. Retrieved from https://www.vice.com/en/article/y3gedm/marjorie-taylor-greene-believes-in-frazzledrip-qanons-wildest-conspiracy-theory

7. O'Connor, Karen., Sabato, Larry J., Yanus, Alixandra B. (2011). American Government: Roots and Reform (2011 Texas Edition). USA: Pearson Education.

8. Parkland survivors call for GOP extremist Marjorie Taylor Greene's resignation. (2021, January 28). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/us-news/2021/jan/28/marjorie-taylor-greene-parkland-david-hogg

9. The House Impeaches Trump Again, but Most Republicans Stick with Him. (2021, January 13). The New Yorker. Retrieved from https://www.newyorker.com/news/our-columnists/the-house-impeaches-trump-again-but-most-republicans-stick-with-him

10. Twitter permanently suspends Trump's account, cites "incitement of violence" risk. (2021, January 9). Taiwan News. Retrieved from https://www.taiwannews.com.tw/en/news/4097860

11. What is QAnon, the Trump-supporting conspiracy movement? (2021, January 9). The Jakarta Post. Retrieved from https://www.thejakartapost.com/news/2021/01/14/what-is-qanon-the-trump-supporting-conspiracy-movement-.html

--------------------------

ประชาธิปไตยเมียนมาในวัยเตาะแตะ

ในมุมของกองทัพแผนสร้างประชาธิปไตยเมียนมาคือรัฐบาลพลเรือนที่กองทัพมีบทบาทร่วมดูแลบริหารประเทศ แต่ความเป็นประชาธิปไตยมีมากกว่าการเป็นรัฐบาลพลเรือนหรือเป็นรัฐบาลทหาร

            เลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2020 พรรค National League for Democracy (NLD) ของนางออง ซาน ซู จี (Aung San Suu Kyi) ชนะถล่มทลายได้ 920 จาก 1,117 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล (พรรคทหารคงได้เป็นฝ่ายค้าน) ขณะที่ฝ่ายกองทัพชี้ว่าเลือกตั้งไม่สุจริต อย่างไรก็ตามนับจากวันเลือกตั้งจนข้ามปีความพยายามจัดตั้งรัฐบาลยังคงเดินหน้า กำหนดเปิดประชุมรัฐสภา 1 กุมภาพันธ์ทั้งๆ ที่ฝ่ายกองทัพขอให้เลื่อนการเปิดรัฐสภาไปก่อน และกลายเป็นวันที่กองทัพเข้ายึดอำนาจ U Myint Swe รักษาการประธานาธิบดีประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปีตามรัฐธรรมนูญปี 2008 โอนอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจฝ่ายบริการและอำนาจตุลาการมาอยู่ที่ ผบ.สส. พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ซึ่งเป็นการทำตามรัฐธรรมนูญเช่นกัน

            ย้อนหลังพฤศจิกายนปีก่อนมีข่าวผู้นำกองทัพขู่ขับประธานาธิบดีเมียนมาออกจากตำแหน่ง กองทัพชี้ว่าการเตรียมเลือกตั้งส่อผิดปกติ การยึดอำนาจรอบนี้เป็นไปได้ว่าฝ่ายซู จี รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรแต่ทั้งกองทัพกับซู จี ยังเลือกเดินหน้าเพื่อให้ปรากฏผลอย่างที่เห็น เป็นแนวทางการต่อสู้ทางการเมืองที่ทั้ง 2 ฝ่ายเลือกเดิน

กองทัพเคยไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งมาแล้ว :

            การที่กองทัพไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เรื่องนี้เคยเกิดกับซู จี มาก่อนเมื่อพฤษภาคม 1990 ที่พรรค NLD ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย

            หลายปีต่อมากองทัพปรับท่าทีเปิดทางให้พลเรือน พฤศจิกายน 2010 พรรคของกองทัพชนะเลือกตั้ง ซู จีเป็นฝ่ายค้านตามด้วยการปล่อยตัวซู จี และเธอได้เป็น ส.ส. จากการเลือกตั้งซ่อม

            พฤศจิกายน 2015 เลือกตั้งรอบนี้ NLD ชนะเลือกตั้งแต่ฝ่ายกองทัพยังกุมอำนาจหลายส่วนตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2008 ซู จี ในตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล

            การเลือกตั้งล่าสุดพฤศจิกายน 2020 ที่ล่วงเลยจนตอนนี้ซ้ำรอยเดิมตอกย้ำอำนาจ “กองทัพ”

ขอแก้รัฐธรรมนูญรอยแตกกองทัพกับซู จี :

            รัฐธรรมนูญ 2008 ฉบับปัจจุบันออกแบบมาเพื่อรักษาอำนาจอิทธิพลของผู้นำกองทัพ อีกทั้งบัญญัติว่า 25% ของที่นั่งในสภาฝ่ายกองทัพเป็นผู้แต่งตั้ง เพียงพอที่จะยับยั้งการแก้รัฐธรรมนูญ (การแก้รัฐธรรมนูญต้องมีเสียงไม่ต่ำกว่า 75%) เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฝ่ายกองทัพยอมให้จัดเลือกตั้ง NLD เป็นพรรคร่วมรัฐบาลให้ซู จี มีบทบาทสำคัญในรัฐบาล แต่ฝ่ายซู จี ไม่หยุดเท่านี้เริ่มเอ่ยขอแก้รัฐธรรมนูญ ฝ่ายกองทัพแสดงท่าทีหลายครั้ง เช่น กุมภาพันธ์ 2019 เตือนว่าการปรับแก้รัฐธรรมนูญต้องไม่ทำลายหลักสำคัญที่อยู่ในรัฐธรรมนูญเดิม หนึ่งในนั้นคือปิดกั้นไม่ให้ซู จี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

            ตุลาคม 2019 ออง ซาน ซู จี กล่าวว่าฝ่ายกองทัพไม่กระตือรือร้นแก้รัฐธรรมนูญ แม้กองทัพพูดซ้ำหลายรอบว่าจำต้องแก้เพื่อได้ประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ เธอจะยื่นเรื่องขอแก้อีกครั้งหลังเลือกตั้ง 2020 (เลือกตั้งที่ผ่านมานั่นเอง)

            จะเห็นว่า กองทัพพยายามชี้ว่าห้ามแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจพวกตน ดูเหมือนซู จี ก้าวข้ามเส้นต้องห้าม ผลการเลือกตั้งและการเดินหน้าเปิดสภาคือตัวชี้ขาดว่ากองทัพต้องทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง

            ในมุมมองกองทัพเป็นไปได้ว่าการตัดไฟแต่ต้นลมย่อมดีกว่า อย่างไรก็ตามเมียนมาคงไม่ถอยกลับสู่ยุคปิดประเทศอีก มีผู้อธิบายว่าการเปิดต้อนรับนักลงทุนสร้างผลกำไรมหาศาลจากการขายทรัพยากร ผลประโยชน์ก้อนใหญ่มักตกอยู่ในมือของผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะเข้ากระเป๋ารัฐบาล การลงทุนหลายอย่างถูกควบคุมจากอำนาจที่มีอาวุธในมือ

            ทุกคนได้ประโยชน์จากการเปิดประเทศต่างกันที่ใครได้มากกว่า และควรพูดด้วยว่าต่างชาติอยากให้เปิดเช่นกัน

การขับเคี่ยวของผู้นำการเมือง 2 กลุ่ม :

            ความกลัวสูญเสียอำนาจน่าจะเป็นเหตุให้กองทัพต้องกระทำการในครั้งนี้ พูดอีกอย่างคือเป็นปฏิบัติการรักษาอำนาจกองทัพเหมือนที่ทำเรื่อยมา

            จากนี้อีก 1 ปีหรือหลายปี ฝ่ายกองทัพน่าจะปล่อยให้จัดเลือกตั้งใหม่อีกรอบ อาจตีความว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนส่วนหนึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของแผนเปิดประเทศสู่ความทันสมัย หรืออาจตีความว่าคือวิธีการรักษาอำนาจกองทัพให้คงอยู่ตลอดไป

            การขับเคี่ยวระหว่างฝ่ายกองทัพกับฝ่ายซู จี จะดำเนินต่อไป ทั้งนี้ต้องดูว่าซู จี ในวัย 75 ยังสู้ได้อีกกี่ปี ในอนาคตมีผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้มแข็งมากพอหรือไม่ ด้านกองทัพที่การส่งทอดอำนาจเป็นระบบต้องดูว่ามีเอกภาพเพียงใด เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อประชาธิปไตยวัยเตาะแตะของประเทศนี้

ประชาธิปไตยในกรอบที่กว้างขึ้น :

            ถ้าจะพูดถึงความเป็นประชาธิปไตยในกรอบที่กว้างขึ้น หนึ่งในประเด็นที่ควรเอ่ยถึงคือเรื่องโรฮีนจา (Rohingya) ธันวาคม 2019 ออง ซาน ซู จี ที่ปรึกษาแห่งรัฐเมียนมา (State Counselor) เป็นตัวแทนรัฐบาลนำทีมกฎหมายต่อสู้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ว่ารัฐบาลเมียนมาไม่ได้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮีนจา หลังคณะทำงานของสหประชาชาติมีข้อสรุปว่ามี เจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (genocidal intent) โรฮีนจากว่า 730,000 คนหนีออกจากประเทศ

            ซู จี ชี้แจงว่ารัฐบาลปฏิบัติต่อโรฮีนจาอย่างถูกต้อง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ (internal conflict) ไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ประเด็นนี้อาจมองว่าซู จี ซึ่งมักเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมงานระหว่างประเทศเป็นประจำ มีความรู้ความสามารถได้รับการยอมรับจากนานาชาติกำลังทำหน้าที่นี้อีกครั้ง ช่วยแก้ข้อกล่าวหาที่นานาชาติประณามผู้นำกองทัพ ในขณะเดียวกันต้องเข้าใจด้วยว่าพรรคของซู จี ต่อต้านโรฮีนจาเช่นกัน

            ในสายตาของหลายประเทศ องค์กรสิทธิมนุษยชน ประเด็นโรฮีนจาเป็นจุดอ่อนประชาธิปไตยเมียนมา แต่สำหรับฝ่ายกองทัพกับซู จี ไม่คิดเช่นนั้นเพราะยึดว่าโรฮีนจาไม่ใช่พลเมือง

            เมษายน 2012 ฮิลลารี คลินตันขณะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่า อนาคตของพม่าไม่ชัดเจนและไม่แน่นอน ความจริงแล้วการปฏิรูปตอนนี้จำกัดอยู่ในเมืองหลวงกับเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แต่ในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย ทหารรัฐบาลยังต่อสู้กับพวกคะฉิ่น การละเมิดสิทธิมนุษยชนโรฮีนจายังดำเนินต่อไป

            ถ้าจะพูดว่ามีรัฐบาลพลเรือนเท่ากับมีประชาธิปไตย ความคิดเช่นนี้ดูเหมือนจะมองแคบเกินไป เหมือนจำกัดกรอบให้เลือกระหว่าง”ซู จี” กับ “กองทัพ” เลือกระหว่าง “ประชาธิปไตย” กับ “ไม่เป็นประชาธิปไตย” ความจริงแล้วมีอีกหลายประเด็นที่บ่งชี้อยู่แล้วว่าเมียนมาในยามนี้มีความเป็นประชาธิปไตยมากเพียงไร ทั่วโลกรับรู้กันทั่วไปอยู่แล้ว

สุดท้ายคือจุดยืนกองทัพ :

            มกราคม 2010 นายกรัฐมนตรี เต็ง เส่ง  (Thein Sein) ประกาศว่าจะมีเลือกตั้งทั่วไปในเดือนพฤศจิกายนพร้อมกับกล่าวว่า รัฐบาลใหม่จะเป็นรัฐบาลพลเรือนที่กองทัพมีบทบาทร่วมดูแลบริหารประเทศ ตามแผนสร้างประชาธิปไตยเมียนมา

            จะเห็นว่าหลักการนี้ยังไม่เปลี่ยน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นกุมภาพันธ์ตอกย้ำจุดยืนกองทัพ

            ถ้ายึดประชาธิปไตยเป็นที่ตั้ง เมียนมาเป็นอีกตัวอย่างที่การสร้างประชาธิปไตยต้องใช้เวลา ไม่มีสูตรสำเร็จ บางประเทศไม่เคยฉีกรัฐธรรมนูญขณะที่บางประเทศต้องฉีกหลายรอบ ยึดอำนาจหลายครั้ง และถ้าพูดประชาธิปไตยในกรอบที่ไกลกว่าใครเป็นผู้นำรัฐบาล เห็นได้ชัดว่าหนทางนั้นอีกยาวไกล และอาจเป็นการตั้งโจทย์ผิด

7 กุมภาพันธ์ 2021
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8853 วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564)

--------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” เป็นคำที่กดดันรัฐบาลเมียนมามากขึ้นทุกที หลายประเทศแสดงท่าทีให้รับคืนผู้อพยพทั้งหมด การกดดันรุนแรงมากขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
เหตุความรุนแรงในปี 2012 นำสู่การตีแผ่เรื่องราวโรฮีนจาสู่สายตาชาวโลก สมัชชาสหประชาชาติเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์มอบความเป็นพลเมืองแก่คนเหล่านี้ โรฮีนจากลายเป็นโจทย์เชื่อมโยงกับความเป็นประชาธิปไตย กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อธิปไตยของเมียนมาร์ ในอนาคตเรื่องราวโรฮีนจาจะกลับมาฉายซ้ำอีก จนว่าพวกเขาจะได้ฐานะพลเมือง
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเมียนมาร์กับรัฐบาลโอบามาขยับขึ้นอีกขั้น เมื่อประธานาธิบดีเต็ง เส่งเยือนทำเนียบขาวพบประธานาธิบดีโอบามา สองผู้นำยืนยันปฏิรูปเมียนมาร์สู่ประชาธิปไตย ท่ามกลางเสียงวิพากษ์จากนักสิทธิมนุษยชน
บรรณานุกรม :

1. Amendments Should Not Harm Essence of Constitution, Military Warns. (2019, February 23). Irrawaddy. Retrieved from https://www.irrawaddy.com/news/burma/amendments-not-harm-essence-constitution-military-warns.html

2. Aung San Suu Kyi defends Myanmar against genocide allegations. (2019, December 11). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2019/12/myanmar-suu-kyi-stand-genocide-case-hague-191211054254397.html

3. Daw Aung San Suu Kyi Acknowledges Myanmar Military’s Unwillingness to Reform Charter. (2019, October 23). The Irrawaddy. Retrieved from https://www.irrawaddy.com/news/burma/daw-aung-san-suu-kyi-acknowledges-myanmar-militarys-unwillingness-reform-charter.html

4. Daw Aung San Suu Kyi to Contest Rohingya Genocide Case at World Court. (2019, November 21). The Irrawaddy. Retrieved from https://www.irrawaddy.com/news/burma/daw-aung-san-suu-kyi-contest-rohingya-genocide-case-world-court.html

5. Key events in Myanmar, long under military rule. (2020, February 2). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/key-events-timeline-myanmar-dee0f68fa82b5f7729191d1bf7beec84

6. Myanmar Military Seizes Power. (2020, February 1). The Irrawaddy. Retrieved from https://www.irrawaddy.com/news/burma/myanmar-military-seizes-power.html

7. U.S. Department of State. (2012, April 25). U.S. Policy Toward Burma, Statement Before the House Committee on Foreign Affairs Subcommittee on Asia and the Pacific. Retrieved from http://www.state.gov/p/eap/rls/rm/2012/188446.htm

8. U.S. Department of State. (2013, February28). Human Rights in Burma. Retrieved from http://www.state.gov/j/drl/rls/rm/2013/205475.htm

--------------------------