วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

เรื่องโรฮีนจาเริ่มเข้าเขตอันตราย

26 พฤศจิกายน 2017
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 22 ฉบับที่ 7688 วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2560)

คำโปรยบทความ
“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” เป็นคำที่กดดันรัฐบาลเมียนมามากขึ้นทุกที หลายประเทศแสดงท่าทีให้รับคืนผู้อพยพทั้งหมด การกดดันรุนแรงมากขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น



            ความวุ่นวายรอบนี้เริ่มต้นจากข่าวเมื่อปลายสิงหาคม เจ้าหน้าที่เมียนมาราว 20 นายถูกโจมตีจากกองกำลังโรฮีนจา ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้กลับอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตทันทีหลายร้อยคน ตามมาด้วยการเผาหมู่บ้านนับร้อยแห่ง ผู้คนในรัฐยะไข่เริ่มอพยพหนีออกจากพื้นที่เข้าบังคลาเทศ คลื่นผู้อพยพหลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ จากหลายหมื่น เป็นแสน และล่าสุดกว่า 600,000 คนแล้ว
            ไม่น่าเชื่อว่าการโจมตีเจ้าหน้าที่เพียงรอบเดียวจะเกิดผลตามมาถึงเพียงนี้ ทางการเมียนมาอธิบายว่าที่โรฮีนจาหลบหนีเพราะกลัวความผิด กลัวติดร่างแหร่วมกับกองกำลังติดอาวุธ ขณะที่หลายประเทศ องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เมียนมากดขี่ข่มเหง ทำเกินกว่าเหตุ
            ผลจากการอพยพรอบใหม่ ผู้อพยพที่ส่วนใหญ่เป็นโรฮีนจากว่า 600,000 คนมากระจุกตัวตามชายแดนติดกับบังคลาเทศ แม้หลายหน่วยงานหลายประเทศให้ความช่วยเหลือ แต่การดูแล 600,000 ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เพิ่มภาระต่อการดูแลผู้ลี้ภัยทั่วโลก

ชมคลิปสั้น 2 นาที

Tirana Hassan ผู้อำนวยการ Amnesty International กล่าวว่าหลักฐานมัดแน่นว่ากองกำลังเมียนมาเป็นผู้วางเพลิงเพื่อขับไล่โรฮีนจาออกจากประเทศ วิธีการที่ใช้คือเจ้าหน้าที่เข้าล้อมหมู่บ้าน จากนั้นเริ่มยิงปืน ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นหนีตายออกจากหมู่บ้าน จากนั้นก็ลงมือเผา
            หลังเหตุการณ์วุ่นวาย อองซาน ซูจี ในนามรัฐบาลกล่าวว่า รัฐบาล ขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับการกระทำผิดกฎหมายทุกอย่าง รัฐบาลยืนยันฟื้นฟูสันติภาพ ความมั่นคง และการยึดกฎหมายทั่วประเทศเสียใจอย่างยิ่งต่อประชาชนที่ต้องทุกข์ยากอันเนื่องจากความขัดแย้ง
            นางซูจียอมรับว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนกับการทำผิดกฎหมาย แต่ไม่ได้ระบุชัดว่าผู้ใดทำผิด ที่ผ่านมารัฐบาลเมียนมาชี้ว่าเจ้าหน้าที่ปราบปรามผู้ก่อการร้าย รัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกับการขับไล่โรฮีนจา

จีนยืนเคียงข้างเมียนมา :
ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ประณามเมียนมา รัฐบาลจีนแสดงจุดยืนอยู่เคียงข้างอย่างเปิดเผย
Guo Yezhouในฐานะ vice minister of the party’s International Department กล่าวว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนให้เมียนมารักษาความสงบและเสถียรภาพ และจะไม่ร่วมกับชาติอื่นประณามการจัดการโรฮีนจา ขอประณามการใช้ความรุนแรงจากฝ่ายโรฮีนจา 2 ประเทศมีพรมแดนติดกัน หากเมียนมาไม่สงบย่อมกระทบจีนด้วย
            ไม่นานนี้ด้วยความร่วมมือของ 2 ประเทศได้เปิดใช้งานท่อส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง ท่อนี้เริ่มจากรัฐยะไข่เข้าสู่มณฑลยูนานความยาว 771 กิโลเมตร ความเจริญของยูนานจำต้องใช้น้ำมันเป็นเหมือนเลือดหล่อเลี้ยง ความเป็นไปของรัฐยะไข่มีผลต่อยูนานโดยตรง
            ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลท่อส่งน้ำมัน ทรัพยากรน้ำมันที่คาดว่ามีมากในยะไข่ รัฐบาลจีนประกาศชัดว่าอยู่ข้างเมียนมาที่พยายามรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ เป็นประโยชน์ต่อเมียนมาไม่มากก็น้อย

หลายประเทศเห็นว่าทางออกที่ดีคือกลับเมียนมา :
ตั้งแต่เริ่มมีการอพยพ Zeid Ra’ad Al-Hussein จาก UN High Commissioner for Human Rights เห็นว่าการขับไล่โรฮีนจานับแสนออกจากพื้นที่เป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้า และไม่ต้องการให้กลับเข้าประเทศอีก
ไม่ว่าโรฮีนจาจะอพยพด้วยเหตุใด บัดนี้คำถามคือเมียนมาจะรับกลับหรือไม่
Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทางการเมียนมาระงับปฏิบัติการทางทหาร ยุติความรุนแรง ปฏิบัติตามหลักกฎหมาย เคารพสิทธิที่ทุกคนจะกลับสู่บ้านเกิดตัวเอง ขอให้โรฮีนจาได้ฐานะพลเมืองหรือไม่ก็ได้รับฐานะทางกฎหมายเพื่ออนุญาตให้พวกเขาอยู่ในเมียนมาต่อไป
Sushma Swaraj รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอินเดียกล่าวว่า “เมียนมาจะต้องรับคนของตนกลับ” ผู้อพยพตอนนี้เป็นภาระแก่บังคลาเทศ บังคลาเทศจะต้องแบกรับอีกนานแค่ไหน ต้องหาทางแก้เรื่องนี้อย่างถาวร ทางออกคือต้องพัฒนารัฐยะไข่ให้เป็นเมืองน่าอยู่
เช่นเดียวกับ นายกฯ อาเบะเรียกร้องให้เมียนมารับผู้อพยพหลายแสนคนกลับประเทศ พร้อมกับให้เงินกู้ 1,100 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างทางรถไฟเชื่อมย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางเล็ก ช่วยเหลือชนกลุ่มน้อยต่างๆ

            ทางการเมียนมาชี้ว่าสามารถรับผู้อพยพกลับวันละไม่เกิน 300 คนตามกำลังเจ้าหน้าที่ ที่สำคัญคือต้องเป็นผู้ที่พิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติเมียนมาหรือมีเอกสารที่ยอมรับคืนได้ ตามข้อตกลงที่ทำไว้กับบังคลาเทศเมื่อปี 1993
            เงื่อนไขการรับคืนเป็นจุดยืนเดิมที่ว่าโรฮีนจาเป็นพวกเบงกาลี ไม่ใช่พม่า การรับคืนไม่ว่าจะมากหรือน้อยอยู่ภายใต้จุดยืนนี้

สหรัฐเพิ่มแรงกดดัน :
            กันยายน นิกกี ฮาลีย์ (Nikki Haley) เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าการกดขี่ข่มเหง ขับไล่โรฮีนจาเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน (brutal) กวาดล้างชนกลุ่มน้อยของประเทศอย่างเป็นระบบต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่เมียนมาต้องรับผิดชอบ และกำลังหารือมาตรการคว่ำบาตรร่วมกับหลายประเทศ
กลางเดือนตุลาคม ส.ส.ทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทกว่า 40 ท่านเรียกร้องให้คว่ำบาตรด้วยการไม่อนุมัติวีซาแก่ผู้นำทหารเมียนมาและคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด กระทรวงต่างประเทศประกาศแล้วว่ากองกำลังรัฐบาลเมียนมา “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (ethnic cleansing) โรฮีนจา แถลงการณ์ระบุว่าชัดว่า กองกำลังพม่า กองกำลังความมั่นคง และคนท้องถิ่นที่เป็นชาวพม่าเป็นผู้กดขี่ข่มเหง ทำให้โรฮีนจาอพยพออกจากพื้นที่
บางคนเห็นว่าควรลงโทษผู้นำกองทัพเมียนมาเหมือนที่เคยทำกับบางประเทศ
รัฐบาลหลายประเทศ องค์กรระหว่างประเทศบางแห่งได้ประกาศไปล่วงหน้าแล้วว่าต้องคว่ำบาตร จากนี้ติดตามว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่ การที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศเช่นนี้ เท่ากับเตรียมมาตรการไว้แล้ว รอเวลาเท่านั้น

เมื่อมีดาบแรกย่อมง่ายที่จะมีดาบ 2 :
            ที่ผ่านมาหลายประเทศลงโทษเมียนมาด้วยการประณามเป็นหลัก อาจมองว่าทำตามขั้นตอน คือเริ่มจากการตักเตือนให้เวลาแก้ไข หรืออาจมองว่ายังร้ายแรงไม่พอ หรือยังอยู่ระหว่างการเจรจาต่อรอง
            บัดนี้รัฐบาลทรัมป์ประกาศชัดว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ มีกระแสให้คว่ำบาตร อีกทั้งเป็นมาตรการที่มุ่งจัดการนายทหาร ที่หลายคนเชื่อว่าเป็นอำนาจที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลชุดปัจจุบัน
แม้ว่าล่าสุดเมียนมากับบังคลาเทศได้ลงนาม MoU รับผู้อพยพลี้ภัยกลับแล้ว MoU ดังกล่าวคล้ายกับข้อตกลงปี 1993 จึงคาดเดาว่าจะมีผู้ลี้ภัยตกค้างจำนวนมาก กลับสู่คำถามเดิมว่าใครจะเป็นผู้แบกภาระดูแล
            หากทบทวนเรื่องราวย้อนหลังตั้งแต่ต้น การโจมตีเจ้าหน้าที่เพียงรอบเดียวส่งผลทำให้โรฮีนจาอพยพออกจากพื้นที่กว่า 600,000 คนเป็นเรื่องราวที่แปลกพิกล การอ้างว่าพวกเขาหลบหนีเพราะกลัวความผิด เกรงว่าจะถูกลงโทษในฐานะสมรู้ร่วมคิด ไม่น่าจะสมเหตุสมผลกับคนจำนวนถึง 6 แสน และเมื่อเริ่มกระบวนการรับคืน เกิดคำถามว่าควรรับคืนทั้งหมดหรือไม่ ไม่ใช่เพียงคนที่ผ่านเกณฑ์เท่านั้น ในระยะนี้รัฐบาลเมียนมาสามารถอ้าง MoU แต่แรงกดดันจากต่างชาติจะหยุดเพียงเท่านี้หรือ เสียงเรียกร้องจากองค์กรสิทธิมนุษยชนจะดังขึ้นเรื่อยๆ
            เมื่อรัฐบาลทรัมป์ลง “ดาบแรก” ย่อมมีโอกาสที่จะใช้ “ดาบ 2” เรื่องโรฮีนจาจึงเริ่มเข้าเขตอันตราย มีผลต่อประเทศนี้อย่างเป็นรูปธรรม
          ยิ่งถ้าคิดว่าเป็นแผนผลักดันโรฮีนจาออกประเทศ ย่อมมีพวกที่ไม่ยอมแน่นอน
            ในอีกมุมหนึ่ง หากนานาชาติคว่ำบาตรอย่างจริงจัง ผู้รับผลกระทบก่อนคือประชาชน ไม่ใช่นายกองนายพล และจะกระทบต่อผลงานของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งหมายถึงนางอองซาน ซูจี การลงทุนหลายหมื่นล้านจากต่างชาติอาจต้องสิ้นสูญ สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์อาจเป็นจีน นี่เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องคิดถึง

ข้อเท็จจริงกับการปฏิบัติ :
            ไม่ว่าโรฮีนจาเป็นพม่าหรือไม่ รัฐบาลเมียนมาจะไม่ยอมรับหากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ หลายคนปราศจากหลักฐานไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด
            ในอีกด้านหนึ่ง ไม่ว่าโรฮีนจาเป็นพม่าหรือไม่ หลายประเทศกำลังกดดันให้รัฐบาลเมียนมารับคืน เพราะลดภาระต่อนานาชาติ หรือใช้เรื่องนี้เพื่อต่อรองขอผลประโยชน์เพิ่ม
            เป็นอีกกรณีศึกษาให้เห็นว่าในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น “ข้อเท็จจริง” เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วน “การปฏิบัติ” ดำเนินตามนโยบายเป็นอีกเรื่อง ไม่จำต้องสอดคล้องกัน
            การรับคืนส่วนหนึ่งสามารถคลายแรงกดดันจากนานาชาติ แต่จะเพียงพอหรือไม่
-------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง :
นับแต่ก่อตั้งอาเซียนเมื่อ 50 ปีก่อน หลักไม่แทรกแซงกิจการภายในเป็นเสาหลักของกลุ่ม ประเด็นโรฮีนจาเป็นกรณีพิเศษที่อาเซียนละเมิดหลักการ แต่เพราะเมียนมาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

บรรณานุกรม:
1. Abe urges Aung San Suu Kyi to let Rakhine’s displaced people return home. (2017, November 14). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2017/11/14/national/politics-diplomacy/abe-urges-aung-san-suu-kyi-let-rakhines-displaced-people-return-home/#.WgvPVluCzZ4
2. Aung San Suu Kyi says Myanmar does not fear global scrutiny over Rohingya crisis. (2017, September 19). The National/Reuters. Retrieved from https://www.thenational.ae/world/asia/aung-san-suu-kyi-says-myanmar-does-not-fear-global-scrutiny-over-rohingya-crisis-1.629799
3. China supports Myanmar ‘safeguarding peace and stability’. (2017, October 21). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/asia_pacific/china-supports-myanmar-safeguarding-peace-and-stability/2017/10/21/90205e4a-b625-11e7-9b93-b97043e57a22_story.html?utm_term=.c805e0954647
4. Govt Suggests Possible Daily Repatriation of 300 Rohingya Refugees. (2017, October 30). The Irrawaddy. Retrieved from https://www.irrawaddy.com/news/burma/govt-suggests-possible-daily-repatriation-300-rohingya-refugees.html
5. India says Myanmar must take back Rohingya Muslims. (2017, October 22). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1181971/world
6. Lawmakers urge US to craft targeted sanctions on Myanmar military. (2017, October 19). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/world/lawmakers-urge-us-to-craft-targeted-sanctions-on-myanmar-military-9322894
7. Myanmar army chief says Rohingya Muslims not native, refugee numbers exaggerated. (2017, October 12). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/node/1176421/world
8. Myanmar, Bangladesh ink Rohingya return deal. (2017, November 23). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/myanmar-bangladesh-ink-rohingya-return-deal-9432828
9. Rohingya Muslim crisis: Burma's security forces using scorched earth tactics to drive out minority, new evidence finds. (2017, September 14). The Independent. Retrieved from http://www.independent.co.uk/news/world/asia/rohingya-muslim-burma-myanmar-latest-ethnic-cleansing-claims-scorched-earth-tactics-a7947476.html
10. UN Security Council calls for 'immediate steps' to end Myanmar violence. (2017, September 14). Channel NewsAsia. Retrieved from http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/un-security-council-calls-for-immediate-steps-to-end-myanmar-9214136
11. U.S. declares attacks on Burmese Rohingya Muslims ‘ethnic cleansing’. (2017, November 22). The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/us-declares-attacks-on-burmese-rohingya-muslims-ethnic-cleansing/2017/11/22/cfde1a32-cfd8-11e7-81bc-c55a220c8cbe_story.html?utm_term=.2833f6bcd963
12. U.S. Department of State. (2017, November 22). Efforts To Address Burma's Rakhine State Crisis. Retrieved from https://www.state.gov/secretary/remarks/2017/11/275848.htm
-----------------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

อาเซียนแทรกแซงเมียนมา หรือเมียนมาแทรกแซงอาเซียน

15 ตุลาคม 2017 ชาญชัย คุ้มปัญญา (ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “ สถานการณ์โลก ” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7646 วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2560) ...