โรฮีนจา ระเบิดเวลาประชาธิปไตยเมียนมาร์

ในการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ได้ข้อสรุปร่วมหลายประการ เริ่มจากการแก้ปัญหาผู้อพยพติดค้างกลางทะเล ยืนยันท่าทีของมาเลเซียกับอินโดนีเซียที่จะรับคนเหล่านี้ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปีในระหว่างการย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศที่ 3
ที่ประชุมผลักดันขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ ตามหลักการแบ่งเบาภาระระหว่างประเทศ (International Burden Sharing) มิให้ภาระตกอยู่กับไม่กี่ประเทศที่กำลังแบกรับอยู่ ดังที่นาจิบ ราซัค (Najib Razak) นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้กล่าวล่วงหน้าแล้วว่า “เรือมนุษย์โรฮีนจาเป็นเรื่องใหญ่ ... จึงต้องรับการช่วยเหลือจากนานาชาติ”
            การประชุมให้ความสำคัญกับการต่อต้านขบวนการค้ามนุษย์ กวดขันการบังคับใช้กฎหมาย การทำงานร่วมกัน
ส่วนรากปัญหานั้น รายงานสรุประบุแนวทางแก้ไขด้วยการส่งเสริมความเข้มแข็งแก่ชุมชน เช่น สนับสนุนการค้าการลงทุนในพื้นที่เสี่ยง การฝึกอาชีพ ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลไทย มาเลย์และอินโดมุ่งนำเสนอว่าเป็นเพียงทางผ่าน ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง และไม่ใช่ผู้สร้างปัญหา ขอให้ประชาคมโลกเข้าใจ ด้านเมียนมาร์ยืนยันท่าทีเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับชาติสมาชิกอาเซียนยืนยันไม่แทรกแซงกิจการภายใน
จะเห็นได้ว่ารัฐบาลเมียนมาร์กับประเทศเพื่อนบ้านที่เกี่ยวข้องพยายามนำสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ คือให้เรื่องโรฮีนจาเงียบหาย จากนี้ไปจึงเหลือแต่การรอดูว่าองค์กรระหว่างประเทศ ชาติมหาอำนาจจะตอบสนองเรื่องนี้อย่างไร เพราะพวกเขาได้วาง “เป้าหมายระยะยาว” ไว้แล้วเช่นกัน
วิเคราะห์องค์รวม :
            มีประเด็นสำคัญดังนี้
            ประการแรก การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
            ดังที่นำเสนอครั้งก่อน ถ้ามองในกรอบแคบ ประเด็นโรฮีนจาเป็นเรื่องเป็นราวอีกครั้งในรอบนี้เกิดจากขบวนการค้ามนุษย์ เกี่ยวข้องกับหลายคนหลายประเทศ รวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเข้มแข็งจะไม่มีรายงานจากหน่วยงานสหประชาชาติว่าเฉพาะไตรมาสแรกของปีนี้ ชาวโรฮีนจากับบังคลาเทศราว 25,000 คนพยายามลักลอบเข้าประเทศทางเรือ มากเป็น 2 เท่าของช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
            ในอนาคต ประเด็น “เรือมนุษย์โรฮีนจา” ฟื้นคืนชีพอีกหรือไม่ จึงขึ้นกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรง

            ประการที่ 2 โรฮีนจามาแล้วไม่กลับ
            เวลาพูดถึงการช่วยเหลือผู้อพยพลี้ภัย ประเด็นที่หลายประเทศกังวลคือความช่วยเหลือของตนจะยิ่งเป็นเหตุให้ผู้อพยพพากันหลั่งไหลเข้าประเทศมากขึ้น
            โรฮีนจาในขณะนี้คือคนไร้สัญชาติ ประเทศที่รับคนเหล่านี้เข้าทำงานคือรับคนงานไร้สัญชาติด้วย ปัญหาที่จะเกิดในอนาคตคือ หากประเทศที่รับทำงานไม่ต้องการแรงงานเหล่านี้ คนเหล่านี้จะอยู่ที่ใด  จะส่งคืนที่ใดในเมื่อรัฐบาลเมียนมาร์ไม่ยอมรับ
            แรงงานโรฮีนจาจึงแตกต่างจากแรงงานเมียนมาร์อื่นๆ
            โรฮีนจาที่อพยพออกมาไม่คิดที่จะกลับประเทศอีกแล้ว พวกเขาหวังตั้งรกรากในประเทศใหม่ ซึ่งหมายถึงการอยู่อย่างถาวร หวังได้รับการปกป้องคุ้มครองและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ตามกฎหมาย ในขั้นสุดท้ายคือเป็นพลเมืองประเทศนั้น คำถามคือประเทศเหล่านั้นพร้อมจะให้สิทธิพลเมืองหรือไม่

            มาเลเซียเป็นตัวอย่างประเทศที่มีแรงงานโรฮีนจาลักลอบทำงานในประเทศหลายหมื่นคน จำนวนไม่น้อยอาศัยหลายปีแล้ว คนเหล่านี้มักทำงานที่แรงงานอื่นๆ ไม่ปรารถนา เช่น งานสกปรก เสี่ยงอันตราย แรงงานโรฮีนจาสามารถดำเนินชีวิตอย่างมั่นคงพอสมควร จนมีลูกมีหลาน และเริ่มเรียกร้องสิทธิต่างๆ ที่สำคัญคือการขอฐานะพลเมืองแก่ตนและลูกหลาน
            ที่ผ่านมารัฐบาลมาเลย์ไม่มีนโยบายให้คนเหล่านี้ได้รับสิทธิเป็นพลเมือง แม้กระทั่งลูกหลานที่เกิดในมาเลเซีย พูดภาษามาเลย์

            เป็นไปได้ว่าหากจำนวนโรฮีนจาเพิ่มขึ้น อยู่นานขึ้น เสียงของพวกเขาจะดังขึ้น พร้อมแรงกดดันจากต่างชาติ กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ
            และถ้าโรฮีนจาได้รับสวัสดิการต่างๆ สิทธิการเป็นพลเมือง พวกเขาจะแห่อพยพเข้ามาเลเซียมากกว่านี้ นี่คือความกังวลจากมาเลย์และประเทศทั้งหลาย

            ประการที่ 3 การส่งผู้อพยพสู่ประเทศที่ 3
            ภายใต้กรอบแนวคิดเรื่องโรฮีนจามาแล้วไม่กลับ ข้อคิดอีกประการคือ ถ้าหากผู้อพยพโรฮีนจา คนบังคลาเทศ หรือประเทศใดๆ สามารถเดินทางออกจากประเทศตนไปสู่ประเทศอื่น แล้วในที่สุดสามารถตั้งรกรากอยู่ประเทศที่ 3 ในอเมริกา ยุโรป หรือที่ใดๆ ได้โดยง่าย การเคลื่อนย้ายคนเหล่านี้สู่ประเทศที่ 3 จะเป็นแรงกระตุ้น ไม่ต่างจากการที่บางประเทศรับคนเหล่านี้ไว้ทำงานอย่างถาวรหรือกึ่งถาวร เกิดกระแสผู้อพยพโรฮีนจา บังคลาเทศ ฯลฯ หลั่งไหลออกจากพื้นที่เพื่อมุ่งหน้าสู่ประเทศที่ 3 นั่นหมายความว่าในอนาคตบรรดาประเทศที่ 3 เหล่านี้จะต้องรับผู้อพยพอย่างต่อเนื่องอีกหลายล้านคนหรือไม่สิ้นสุด (เพราะจะมีผู้ต้องการอพยพเพิ่มเติม)
            เกิดกระแสเดินทางไปสู่ประเทศอื่นที่ดีกว่า

            ปัญหาแทรกซ้อนคือ ประเทศที่เป็นจุดรับฝากคนชั่วคราวจะต้องแบกรับภาระยาวนานหลายปีกว่าที่ผู้อพยพจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศที่ 3
            มีข้อมูลว่าแต่ละปีผู้อพยพทั่วโลกราว 80,000 คนจะได้รับการส่งตัวไปอยู่ประเทศที่ 3 ในจำนวนนี้สหรัฐรับถึงร้อยละ 70 ของจำนวนทั้งหมด ปัจจุบันมีผู้อพยพลี้ภัยทั่วโลกหลายล้านคน ทั้งจากตะวันออกกลาง แอฟริกาและอื่นๆ เกิดคำถามว่าประเทศที่จะเป็นจุดพักคนจะต้องทำหน้าที่กี่สิบปี และจะต้องเป็นผู้แบกรับผู้อพยพที่ไม่มีประเทศใดต้องการใช่หรือไม่

จึงไม่แปลกใจที่ Anifah Aman รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียกล่าวอย่างชัดเจนว่า มาเลเซียไม่สามารถรับผู้อพยพมากกว่านี้อีกแล้ว ที่แล้วมารับคนจำนวนมากเข้าประเทศ จนบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดแสดงเจตจำนงต้องการรับผู้อพยพเพิ่มเติม “เราต้องดูแลผลประโยชน์ของเราเช่นกัน ต่อปัญหาสังคมและความมั่นคง เราต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้” ต้องถามเมียนมาร์เพื่อหาทางออกร่วมกัน
            และต้องตอบคำถามว่า มีประเทศอื่นใดพร้อมรับผู้อพยพนับล้านหรือไม่ หรือควรหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นๆ
            ประเด็นผู้อพยพเป็นเรื่องซับซ้อน มีปัญหาซ้อนหลายมิติ จำต้องคิดให้รอบคอบ

            ประการที่ 4 ขอให้โรฮีนจาเป็นพลเมือง
            ประเด็นขัดแย้งที่แหลมคมมากที่สุดคือความเป็นพลเมืองของโรฮีนจา ไม่ว่ารัฐบาลเมียนมาร์จะคิดเห็นอย่างไร นานาชาติได้ข้อสรุปเรื่องนี้แล้ว สมัชชาสหประชาชาติมีมติเมื่อ 29 ธันวาคม 2014 เรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมาร์รับรองความเป็นพลเรือน “เต็มขั้น” ของพวกโรฮีนจา

สหรัฐเป็นอีกประเทศที่แสดงจุดยืนขอความเป็นพลเมืองแก่โรฮีนจา นาย Antony J. Blinken รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวหลังหารือกับรัฐบาลเมียนมาร์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า สหรัฐพร้อมจะมีส่วนช่วยเหลือ เห็นด้วยกับการเอ่ยถึง “รากปัญหาเพื่อการแก้ไขอย่างยั่งยืน” ย้ำว่าปัจจัยทางการเมืองกับสังคมเป็นเหตุให้โรฮีนจาพยายามอพยพออกจากพื้นที่ ผู้อพยพ “จำนวนไม่น้อยคือโรฮีนจาจากรัฐยะไข่ เหตุที่อพยพเนื่องจากสภาพอันเลวร้ายที่พวกเขาเผชิญในรัฐยะไข่ เราได้หารือกับผู้นำ (เมียนมาร์) ในเรื่องนี้” เห็นว่าโรฮีนจาต้องได้รับฐานะพลเมือง
            ถ้อยคำของรัฐมนตรีช่วย Blinken ตอกย้ำท่าทีของประธานาธิบดีโอบามาที่กล่าวในขณะเยือนเมียนมาร์เมื่อปี 2014 ว่า “ทุกรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายตั้งอยู่บนหลักนิติธรรมและปฏิบัติต่อประชาชนทุกคนอย่างเทียมภายใต้กฎหมาย ข้าพเจ้าคิดว่าการปฏิบัติต่อโรฮีนจากับชนกลุ่มน้อยทางศาสนาอื่นๆ อย่างแบ่งแยก ไม่ใช่ลักษณะประเทศที่พม่าต้องการจะเป็นในระยะยาว” ประชาธิปไตยไม่อาจสำเร็จได้หากมีแบ่งแยก เกิดพลเมืองชั้น 2

            ผู้ยึดมั่นสิทธิมนุษยชนสากลจะถือว่าพัฒนาการประชาธิปไตยของเมียนมาร์สัมพันธ์กับความเป็นพลเมืองของโรฮีนจา แม้รัฐบาลปัจจุบันจะมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่ประเด็นโรฮีนจาพร้อมจะเป็นเหตุให้หลายประเทศลงมติ “คว่ำบาตร”
            รัฐบาลเมียนมาร์ย่อมรับรู้ความกังวลในเรื่องนี้

สรุป :
            ประเด็นโรฮีนจาไม่ใช่เรื่องใหม่ เรื่องน่าคิดคือหากมองย้อนอดีต เหตุความรุนแรงในปี 2012 นำสู่การตีแผ่เรื่องราวโรฮีนจาสู่สายตาชาวโลก ตามด้วยข้อเรียกร้องจากสมัชชาสหประชาชาติให้รัฐบาลเมียนมาร์มอบความเป็นพลเมืองเต็มขั้นแก่คนเหล่านี้ เชื่อมโยงกับการที่รัฐบาลเมียนมาร์กลับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้ง
            เหตุเรือมนุษย์โรฮีนจา บังคลาเทศในปี 2015 รื้อฟื้นเรื่องราวอีกครั้ง น่าสนใจติดตามว่าจะเป็นการผลักดัน “เป้าหมายระยะยาว” อีกรอบหรือไม่ ส่วนเรื่องการรับผู้อพยพจำนวนมากนั้นคงไม่มีประเทศใดยินดี สุดท้ายต้องลงเอยด้วยการแสดงท่าทีกดดันรัฐบาลเมียนมาร์
ดังที่วิเคราะห์ข้างต้นว่า นานาชาติสามารถอ้างเป็นเหตุ “คว่ำบาตร” เมียนมาร์ได้เสมอ “ถ้าต้องการ” คิดแบบแง่ร้ายสุดๆ โรฮีนจาคือระเบิดเวลาลูกใหญ่ พัวพันถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อธิปไตยของเมียนมาร์
            ในอนาคตเรื่องราวโรฮีนจาจะกลับมาฉายซ้ำอีก จนว่าพวกเขาจะได้ฐานะพลเมือง
31 พฤษภาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6780 วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2558)
---------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง 
            การทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้สามารถเริ่มต้นด้วยการศึกษาประวัติศาสตร์ประเทศพม่า ตั้งแต่ยุคโบราณกาลจนถึงปัจจุบัน เหตุการณ์ในอดีตได้ถักทอร้อยเรื่องราวของโรฮีนจาที่เกี่ยวข้องกับผู้ปกครอง เกี่ยวข้องกับหลายประเทศ หลายเหตุการณ์แม้กระทั่งยุคล่าอาณานิคม สงครามโลกครั้งที่ 2 จนพม่าเปลี่ยนชื่อประเทศ กลับมาปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง
            ข้อเขียนชิ้นนี้นำเสนอเรื่องราวตั้งแต่ชนพื้นเมืองอาระกันยังไม่ถูกเรียกว่าโรฮีนจา เข้าสู่ความขัดแย้งหลายระลอก จนพม่าประกาศเอกราช เกิดการปฏิวัติ รัฐบาลทหารกำหนดว่าใครเป็นพลเมือง พร้อมกับเหตุผลข้อโต้แย้ง ประเด็นถกเถียงและคาดการณ์อนาคต
เรือมนุษย์โรฮีนจา เรือมนุษย์บังคลาเทศไม่ใช่เรื่องใหม่ คนเหล่านี้อพยพทางเรือต่อเนื่องหลายปีแล้ว การที่ประชาชนรับรู้ในช่วงนี้เพราะสื่อหลายประเทศช่วยกันประโคมข่าว แต่ระดับเจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับรู้เรื่อยมา สิ่งที่ทำได้แน่นอนคือการเข้มงวดต่อต้านอาชญากรข้ามชาติ เป็นภาพสะท้อนความมั่นคงจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่อื่นๆ เรื่องเหล่านี้ “ใกล้ตัว” กว่าโรฮีนจามากนัก


            ประเด็นโรฮีนจา (Rohingya) เกี่ยวข้องกับประเทศไทยและชาติสมาชิกอาเซียนอีกหลายประเทศโดยตรง มีผลต่อความเป็นไปของเมียนมาและกระทบต่อทั้งภูมิภาค เป็นเรื่องเก่าหลายทศวรรษ (หรือหลายศตวรรษ) และคงจะอยู่คู่กับอาเซียนอีกนาน จึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาให้เข้าใจถ่องแท้
            “10 คำถาม โรฮีนจา” จะตอบคำถามหรือนำเสนอ 10 ข้อ 10 ประเด็น เริ่มจากการเรียกชื่อ ควรเรียก “โรฮีนจาหรือโรฮินญา” อธิบายต้นกำเนิดโรฮีนจา เป็นชาวเบงกาลีหรือไม่ เหตุผลเบื้องหลังรัฐบาลเมียนมาไม่ถือโรฮีนจาเป็นพลเมือง จากนั้นอธิบายเหตุปะทะเมื่อปี 2012 ซึ่งเป็นจุดเริ่มของความสนใจรอบใหม่ ความเกี่ยวข้องของขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ปัญหาชุมชนโรฮีนจาซึ่งเป็นประเด็นที่ไม่อาจมองข้าม นโยบายและท่าทีของรัฐบาลเมียนมา โอบามาและมาเลเซีย สอดแทรกด้วยการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ ช่วยตอบโจทย์อนาคตของโรฮีนจา อนาคตประชาธิปไตยเมียนมาซึ่งมีผลกระทบต่ออาเซียนทั้งหมด
สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป
บรรณานุกรม:
1. Adnan, Mohd Hamdan. (2012). Refugee issues in Malaysia: the need for a proactive, human rights based solution. Retrieved from http://www.une.edu.au/asiacentre/PDF/No12.pdf
2. Malaysia detains hundreds of migrants arriving on boats. (2015, May 11). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/news/2015/05/150511065720103.html
3. Malaysia rejects any more migrants as crisis worsens. (2015, May 18). Al Jazeera. Retrieved from http://www.wsj.com/articles/myanmar-threatens-boycott-of-migration-meeting-1431849696
4. Ministry of Foreign Affairs, Kingdom of Thailand. (2015, May 29). Summary Special Meeting on Irregular Migration in the Indian Ocean 29 May 2015, Bangkok, Thailand. Retrieved from http://www.mfa.go.th/main/th/media-center/14/56880-Summary-Special-Meeting-on-Irregular-Migration-in.html
5. Ng, Eileen. (2015, May 25). Rohingya Seek Better Life in Malaysia, but Reality Is Stark. ABC News/AP. Retrieved from http://abcnews.go.com/International/wireStory/rohingya-seek-life-malaysia-reality-stark-31288058
6. Rajoo, D Arul. (2015, May 26). US, Japan Offer Help To Solve Rohingya Issue, Says Najib. Bernama. Retrieved from http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1138123
7. Solomon, Feliz. (2015, May 22). US Urges Burma to Address Root Causes of Rohingya Crisis. The Irrawaddy. Retrieved from http://www.irrawaddy.org/burma/us-urges-burma-to-address-root-causes-of-rohingya-crisis.html
8. The White House. (2014, November 14). Remarks by President Obama and Daw Aung San Suu Kyi of Burma in Joint Press Conference | November 14, 2014. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2014/11/14/remarks-president-obama-and-daw-aung-san-suu-kyi-burma-joint-press-confe
9. U.N. urges Myanmar to give citizenship to Rohingya Muslims. (2014, December 30). Al Arabiya News/AP. Retrieved from http://english.alarabiya.net/en/News/asia/2014/12/30/U-N-urges-Myanmar-to-give-citizenship-to-Rohingya-Muslims.html
---------------------------------

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง

ประกันสุขภาพ ไข้หวัดใหญ่ มือเท้าเปื่อย และ 5 โรคจากยุง
เบี้ยหลักร้อย คุ้มครองหลักหมื่นครับ สนใจคลิกดูก่อนครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ

ยินดีให้คำปรึกษา ซื้อหรือขายประกันรถยนต์ และอื่นๆ
ติดต่อ ไลน์ ck09105

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19

รวมทุกบริษัทประกันไวรัสโคโรนา โควิด-19
สนใจคลิกที่รูป