ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างซาอุฯ กับจีน

ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกด้าน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตั้งแต่ระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค สะท้อนระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไป

            ในการเยือนซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเมื่อวันที่ 7-9 ธันวาคม 2 รัฐบาลประกาศการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม (comprehensive strategic partnership) ลงนามข้อตกลงหลายฉบับ เปิดหน้าประวัติศาสตร์ความร่วมมือใกล้ชิด บทความนี้นำเสนอสาระข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ดังนี้

            ความสัมพันธ์ทวิภาคีซาอุฯ-จีนเป็นแบบอย่างความร่วมมือ ความสมัครสมาน ผลประโยชน์จากการพัฒนาร่วม จะสนับสนุนผลประโยชน์หลัก (core interests) ของกันและกันอย่างมั่นคง ไม่แทรกแซงกิจการภายในของอีกฝ่าย ข้อตกลงได้วางบรรทัดฐานความสัมพันธ์ทุกด้านรวมทั้งประเด็นสำคัญๆ ส่งเสริมการค้าการลงทุนของภาคเอกชน

            พลังงานเป็นเรื่องสำคัญของหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ทั้งคู่ย้ำความสำคัญของเสถียรภาพตลาดน้ำมันโลก จีนสนับสนุนบทบาทซาอุฯ ผู้รักษาเสถียรภาพดังกล่าว เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่สู่จีน จะแสวงหาการร่วมทุนในภาคปิโตรเคมี พลังงานไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมและแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ รวมถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบซับพลายเชน การใช้พลังนิวเคลียร์ในทางสันติ การใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ การสร้างนวัตกรรมพลังงานใหม่ๆ

            ทั้งคู่จะร่วมมือลงลึกในข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) บริษัทเอกชนซาอุฯ จะร่วมมือด้านพลังงานผ่าน BRI ซาอุฯ จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนด้านพลังงานของจีนในย่านนี้ ทั้งจะเป็นหุ้นส่วนลงทุนด้านพลังงานในภูมิภาคอื่นอย่างยุโรป แอฟริกา จีนจะมีพลังงานใช้อย่างเพียงพอภายใต้การร่วมทุนของซาอุฯ

            ด้านปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จีนสนับสนุนข้อริเริ่ม “Saudi Green” กับ “Middle East Green” เศรษฐกิจหมุนเวียนของคาร์บอน (circular carbon economy – ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน) ร่วมยึดหลัก Framework Convention on Climate Change กับ Paris Agreement ช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้บรรลุเป้าหมายลดโลกร้อน

            ร่วมลงทุนเพื่อเศรษฐกิจยั่งยืน รวมถึงสินค้าที่ไม่ใช่น้ำมัน อุตสาหกรรมยานยนต์ ระบบซับพลายเชน โลจิสติกส์ การแยกเกลือออกจากน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน การอุตสาหกรรม การทำเหมือง ภาคการเงิน

            จะมีเมกะโปรเจคร่วม บริษัทจีนจะยึดซาอุฯ เป็นศูนย์กลางติดต่อกับภูมิภาค จะประสาน Kingdom's Vision 2030 กับ Belt and Road Initiative หมายความว่าวิสัยทัศน์ของ 2 ประเทศจะสอดประสานสนับสนุนกัน ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศหนึ่งสัมพันธ์กับความเจริญรุ่งเรืองของอีกประเทศ

            ตัวอย่างข้อตกลงที่ลงนาม MOU ได้แก่ ความร่วมมือด้านพลังงานไฮโดรเจน ระบบศาลยุติธรรม การเรียนภาษาจีน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วิทยุและโทรทัศน์ เศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างมาตรฐาน (standardization) การบริหารจัดการภาษี ต่อต้านคอร์รัปชัน

            ฝ่ายจีนเชื้อเชิญร่วมมือเรื่องการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Growth) อีคอมเมิร์ซ ความร่วมมือลงทุนทำธุรกิจในแอฟริกา Bandar Alkhorayef รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากร (Minister of Industry and Mineral Resources) หวังว่าจีนช่วยพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและบรรลุเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality – ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศเท่ากับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกดูดกลับคืนมา)

            ด้านการเงิน ทั้งคู่ยืนยันร่วมมือตาม Common Framework for Debt Treatment แนวทางต่างๆ ของ G20 IMF ธนาคารโลก ธนาคารแห่งเอเชีย ความร่วมมือด้านภาษี การค้าการลงทุน

            ด้านน้ำกับการเกษตร ภาคเอกชนจะร่วมมือกันโดยตรง สร้างโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำ โรงงานผลิตน้ำดื่ม ระบบท่อส่งน้ำ การบำบัดของเสีย การสร้างเขื่อน การลงทุนด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร โครงการเกษตรต่างๆ

            ด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีข้อมูลซึ่งรวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล ด้านอวกาศ ลงนามกับบริษัท Huawei Technologies เพื่อสร้างเมืองไฮเทค

            ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ร่วมมือทั้งการขนส่งทางอากาศกับทางเรือ ระบบขนส่งสมัยใหม่

            ด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ขยายและยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความเชี่ยวชาญการต่อต้านอาชญกรรมผู้ก่อการร้าย ระบบแจ้งเตือนล่วงหน้า อาญชากรรมทางไซเบอร์ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน

            ทั้ง 2 ชาติร่วมประณามลัทธิก่อการร้ายกับลัทธิสุดโต่งทุกรูปแบบ จะไม่เชื่อมต่อกับลัทธิก่อการร้ายใดๆ ปฏิเสธนโยบายต่อต้านก่อการร้ายแบบสองมาตรฐาน มุ่งใช้ความอดทนอดกลั้น

            ร่วมมือด้านสาธารณสุขทั้งโรคปัจจุบัน อนาคตและโรคระบาด  

            ด้านวัฒนธรรม จะสนับสนุนวัฒนธรรมที่เสริมสร้างมิตรภาพต่อกัน ร่วมมือด้านการท่องเที่ยว กิจกรรมระหว่าง 2 ประเทศ ส่งเสริมกิจกรรมฮัจย์

            ด้านการศึกษา สนับสนุนให้มหาวิทยาลัย สถาบันศึกษา ศูนย์วิจัยติดต่อกัน สอนภาษาอาหรับกับจีนในโรงเรียน

            เริ่มต้นจัดการประชุมสุดยอด China-GCC กระชับหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างชาติสมาชิก GCC กับจีน นำสู่ข้อตกลงการค้าเสรี

            ทั้งคู่ตอกย้ำร่วมรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศผ่านองค์การต่างๆ มุ่งมั่นยึดกฎบัตรสหประชาชาติและหลักพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            สถานการณ์ของภูมิภาคตะวันออกกลางเกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยของโลก แก้ด้วยการยึดผลประโยชน์ร่วม พูดคุยหารือเคารพอธิปไตยความเป็นอิสระของกันและกัน

            ยึดแนวทางพัฒนาโลกรอบด้านเพื่อประโยชน์สุขแก่ทุกคน เห็นความสำคัญของการรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก อุปทานอาหาร ธัญพืชแก่ทุกประเทศ รักษาให้มีเพียงพอด้วยราคาที่เสถียร

            ทั้งคู่เห็นด้วยกับการแก้ไขวิกฤตเยเมนด้วยการพูดคุยกับคนเยเมนทุกฝ่ายตามแนว Gulf Initiative ให้มั่นใจว่าโครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้ในสันติเท่านั้น ขอให้อิหร่านร่วมมือกับ International Atomic Energy Agency ไม่เผยแพร่อาวุธร้ายแรง เป็นเพื่อนบ้านที่ดีและไม่แทรกแซงกิจการภายในของเพื่อนบ้าน

            กระทรวงการต่างประเทศจีนย้ำว่าจุดยืนจีนต่ออิหร่านไม่เปลี่ยนแปลง “ทุกประเทศในกลุ่ม GCC กับอิหร่านต่างเป็นมิตรของจีน ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับ GCC และจีนกับอิหร่านไม่มีผลเล่นงานประเทศที่ 3 รัฐบาลจีนสนับสนุนให้ GCC กับอิหร่านเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ดำเนินนโยบายแบบ win-win ร่วมรักษาเสถียรภาพอ่าวเปอร์เซีย”

            กรณีปาเลสไตน์ต้องเพิ่มความพยายามแก้ปัญหาการตั้งถิ่นฐาน หาทางนำเรื่องสู่การเจรจาโดยยึดเป้าหมายเกิดทวิรัฐ (two-state solution) ให้ชาวปาเลสไตน์สถาปนารัฐของตนตามเขตแดนเมื่อปี 1967 มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงตามแนวทาง Arab Peace Initiative

            ซีเรียต้องเป็นเอกภาพและมีบูรณภาพแห่งดินแดน การก่อการร้ายต้องหมดไป ผู้อพยพกลับประเทศโดยสมัครใจ สนับสนุนการทำงานของสหประชาชาติในเรื่องนี้ แก้ปัญหาเลบานอนด้วยการพูดคุยหารือ ไม่เป็นแหล่งกบดานของผู้ก่อการร้าย การค้าขายเสพติด เช่นเดียวกับอัฟกานิสถานต้องไม่เป็นแหล่งอาศัยของผู้ก่อการร้าย นานาชาติให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

            ป้องกันไม่ให้สถานการณ์ยูเครนบานปลาย ลดผลกระทบที่เกิดขึ้น จีนวางข้อเสนอ 6 ข้อเพื่อช่วยเหลือยูเครนด้านมนุษยธรรม

            ย้อนมองหลายสิบปีที่ผ่านมาจีนกับรัฐอาหรับมีความสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นตามลำดับ ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างซาอุฯ กับจีนเป็นก้าวกระโดดสำคัญเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานฟอสซิลแต่ลงลึกครอบคลุมทุกด้าน ทั้งยังสัมพันธ์กับมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเมืองระหว่างประเทศตั้งแต่ระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาคจนถึงระดับโลก สะท้อนระเบียบโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง แม้ว่าดอลลาร์ยังเป็นสกุลหลักของการซื้อขายน้ำมันแต่ความเป็นโลกพหุภาคีกำลังมาแรงเช่นกัน

            ข้อตกลงนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าซาอุฯ ละทิ้งฝ่ายสหรัฐ ซาอุฯ กำลังเติมเต็มให้กับตัวเองในส่วนที่สหรัฐให้ไม่ได้ (หรือให้น้อยเกินไป)

18 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9531 วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2565)

-----------------------

บรรณานุกรม :

1. Interview: Belt and Road Initiative to boost Saudi Arabia's economic, social development, says Saudi minister. (2022, December 13). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20221210/7ecae638eb6243e499c8e551530721af/c.html

2. Joint Statement at the Conclusion of the Saudi-Chinese Summit. (2022, December 9). SPA. Retrieved from https://www.spa.gov.sa/viewfullstory.php?lang=en&newsid=2407997#2407997

3. Pax Sinica of sorts taking shape in Middle East. (2022, December 15). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/12/pax-sinica-of-sorts-taking-shape-in-middle-east/

4. Saudi leaders, Chinese President Xi sign several deals in Riyadh. (2022, December 8). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2213021/saudi-arabia

5. Xi’s Visit Marks New Era for China-Arab Relations. (2022, December 13). The Diplomat. Retrieved from https://thediplomat.com/2022/12/xis-visit-marks-new-era-for-china-arab-relations/

-----------------------

ประชาธิปไตยโลกถดถอย อเมริกาขยับสู่อำนาจนิยม

ปัญหาใหญ่คือนับวันคนไม่ศรัทธาหลักประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือระบอบการปกครองประชาธิปไตย แน่นอนว่าไม่เชื่อถือพรรคการเมือง นักการเมือง สถาบันต่างๆ ภายใต้ระบอบนี้

            ปลายเดือนพฤศจิกายน 2022 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อความช่วยเหลือด้านประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง (International Institute for Democracy and Electoral Assistance หรือ International IDEA) ในสวีเดนเผยแพร่งานวิจัยสถานการณ์ประชาธิปไตยดังเช่นทุกปี ล่าสุดเป็นรายงานชื่อว่า “Global State of Democracy 2022: Forging Social Contracts in a Time of Discontent” มีสาระสำคัญดังนี้



            International IDEA แบ่งการปกครองเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ ระบอบประชาธิปไตย อำนาจนิยมและแบบลูกผสม (hybrid) 2 แบบหลังไม่เป็นประชาธิปไตย

            ระบอบที่นับว่าเป็นประชาธิปไตย การเลือกตั้งต้องสะท้อนความต้องการของประชาชน ฝ่ายค้านต้องมีโอกาสชนะ ทุกเพศทุกกลุ่มได้สิทธิเลือกตั้งเท่าเทียม ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีพลัง สามารถตรวจสอบรัฐบาล ศาลเที่ยงธรรม สื่อมีอิสระ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพพื้นฐาน มีประชาธิปไตยในระดับท้องถิ่น

            ระบอบลูกผสม (hybrid) สังคมการเมืองเปิดกว้างมากกว่าระบอบอำนาจนิยม มีการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยแต่ผลการเลือกตั้งไม่สะท้อนความต้องการของประชาชนจริงๆ ภาคประชาสังคมทำงานได้ สื่อมวลชนมีเสรีภาพแต่ยังไม่เปิดกว้างพอ

            International IDEA ยังชี้ว่า ลำพังมีรัฐบาลประชาธิปไตยไม่พอ ต้องเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศได้ดีมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของประชาชน เพราะที่สุดแล้วประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงรัฐบาลที่เขาเลือกมาแต่ต้องการตัวแทนบริหารประเทศที่นำความอยู่ดีมีสุขมาให้

            ความจริงที่น่าตกใจคือเมื่อปี 2017 ประชาชน 52.4% ตอบว่าประชาธิปไตยมีความสำคัญ (ผู้ตอบแบบสอบถามจาก 77 ประเทศ) แต่ล่าสุด 47.4% (ไม่ถึงครึ่ง) ตอบว่าประชาธิปไตยมีความสำคัญ

            ปี 2009 ผู้ตอบแบบสอบถาม 38% เห็นว่าต้องการผู้นำเข้มแข็งมากกว่ารัฐบาลจากการเลือกตั้ง  (เน้นผู้นำประเทศที่บริหารประเทศได้ดีมากกว่ามีการเลือกตั้ง) ปี 2021 ผู้ตอบแบบสอบถาม 52% ให้ความสำคัญกับผู้นำเข้มแข็งมากกว่ามีการเลือกตั้ง

            เทียบปี 2016 กับ 2021 พบว่าจำนวนประเทศที่ขยับเข้าหาระบอบอำนาจนิยม (authoritarianism) เพิ่มขึ้นมากกว่าประเทศที่ขยับเข้าหาประชาธิปไตยกว่าเท่าตัว ระดับความเป็นประชาธิปไตยตกต่ำลงทุกที ตัวอย่างประเทศที่ประชาธิปไตยถดถอยอย่างแรง (severely backsliding) คือ บราซิล เอล ซัลวาดอร์ ฮังการี และโปแลนด์ ประเทศที่ถดถอยพอสมควร (moderately backsliding) ได้แก่ อินเดีย มอริเชียส และสหรัฐ ที่น่าเป็นห่วงคือผู้นำประเทศที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ทำลายสถาบันการเมือง ความเป็นประชาธิปไตยจึงถดถอย ส่วนประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ ที่เหลือก็ไม่ได้พัฒนาให้ดีขึ้นแต่อย่างไร การปกครองด้วยระบอบนี้ต่อเนื่องยาวนานไม่เป็นเหตุยกระดับประชาธิปไตยให้สูงขึ้นแต่อย่างไร

            ฝั่งกลุ่มประเทศอำนาจนิยมก้าวสู่เผด็จการมากขึ้น พบว่าเกือบครึ่ง (49.3%) เป็นเช่นนั้น ตัวอย่างที่เด่นชัด ได้แก่ อัฟกานิสถาน เบลารุส กัมพูชาและคอโมโรส

พิจารณาในแต่ละภูมิภาค :

            ข้อมูลปี 2021 ประชากรแอฟริกากับเอเชียตะวันตกเพียง 11% เท่านั้นที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย 14% อยู่ในระบอบลูกผสม ที่เหลือ 75% เป็นอำนาจนิยม แอฟริกายังเป็นแถบที่อ่อนไหวไม่มั่นคง บางประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เช่น แกมเบีย ไนเจอร์และแซมเบีย ทั้งนี้มาจากประชาชนตกลงร่วมกันที่จะอยู่แบบประชาธิปไตย อิสราเอลคือประเทศที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากสุดในแถบนี้

            แถบอาหรับยังมีปัญหาคนรุ่นใหม่ไม่พอใจรัฐบาล ประเทศที่ขายน้ำมันได้มากและแจกจ่ายสวัสดิการยังอยู่ได้ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้ปฏิรูป กระจายผลประโยชน์ให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น

            ประเทศแถบแอฟริกากับเอเชียตะวันตกมีลักษณะคล้ายตรงที่เกิดระบอบกระจายผลประโยชน์ที่ผู้ปกครองเป็นศูนย์กลาง พวกที่ใกล้ชิดผู้ปกครองจะได้ผลประโยชน์มากสุด เป็นระบอบอุปถัมภ์ที่มีอิทธิพลเหนือประชาธิปไตย

            ประชาธิปไตยในแถบเอเชียกับแปซิฟิกเสื่อมถอย อำนาจนิยมเข้มแข็งขึ้น ประชากร 54% อยู่ในระบอบประชาธิปไตย (ผลจากจีนที่อยู่กลุ่มนี้) ที่น่าตกใจคือ 85% ของกลุ่มประชาธิปไตยนี้กำลังอ่อนแอลง กระทั่งประเทศอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและไต้หวันก็เป็นเช่นนั้น เสรีภาพสื่อหดหาย ชาติพันธุ์นิยมแรงขึ้น กองทัพแทรกแซงการเมือง เป็นการเมืองแบบอุปถัมภ์ ผู้บริหารประเทศทำเพื่อประโยชน์ตนเอง

            สังคมไม่ไว้ใจการเมือง เรียกร้องให้ตรวจสอบและแก้ไขปรับปรุง สภาพเช่นนี้ปรากฎชัดที่คาซัคสถาน ศรีลังกาและไทย

            ผลจากโรคระบาดโควิด-19 สงครามยูเครนซ้ำเติมประเทศในแถบเอเชียกลางกับเอเชียใต้ เป็นโอกาสให้กับทั้งประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม (เป็นไปได้ 2 ทาง)

            การปรากฏตัวของชาติพันธุ์นิยมในอินเดียทำให้เกิดการปะทะระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ภายในประเทศ

            รวมความแล้วบางประเทศในกลุ่มนี้ยังสุ่มเสี่ยงเกิดความวุ่นวายทางการเมืองครั้งใหญ่ ส่วนประเทศที่ไปได้ดีคือเกาหลีใต้เป็นแบบอย่างประชาธิปไตยสูงขึ้น ประชาธิปไตยในแถบหมู่เกาะแปซิฟิก (Oceania) ยังเข้มแข็งอยู่ อาจลดลงบ้างเล็กน้อย

            ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองหลักของยุโรป แต่ 17 ประเทศหรือ 43% อ่อนแอลงใน 5 ปีที่ผ่านมา เกือบครึ่งของ 17 ประเทศนี้เดิมมีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก ปัญหาหลักคือคนไม่เชื่อถือหลักประชาธิปไตยดังเช่นอดีตและไม่เชื่อถือสถาบันทางการเมือง

            ประเด็นที่สังคมถกกันมากคือประชาธิปไตยไม่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้มากกว่าที่เป็นอยู่ อีกทั้งเห็นผลแง่ลบที่ซ้ำเติมจากโรคระบาดโควิด-19 ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงลิ่ว

            กองทัพรัสเซียบุกยูเครนส่งผลสั่นสะเทือนทั่วยุโรป ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่ง เศรษฐกิจหดตัวหรือไม่โต พรรคการเมืองขวาจัดก้าวขึ้นมาเป็นที่นิยม สังคมกังวลพลังงานขาดแคลน ทั้งหมดนี้กระทบต่อประชาธิปไตย ชาติยุโรปที่ชี้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับเผด็จการกำลังโดนทดสอบอย่างหนัก เกิดกระแสที่รัฐบาลต้องปกป้องประชาธิปไตยในประเทศ (ลดความช่วยเหลือหรือไม่ยุ่งเกี่ยวกับยูเครน) ต้องต่อสู้ด้านข้อมูลข่าวสาร ต้องให้ประชาชนศรัทธาหลักปกครองนี้

            รัสเซีย เบลารุสและอาเซอร์ไบจันจัดอยู่ในกลุ่มรัฐอำนาจนิยม เบลารุสเป็นเผด็จการมากขึ้น เซอร์เบียกับตุรกีจัดอยู่ในกลุ่มลูกผสมและเป็นอำนาจนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใส

            ด้านมอลโดวาเป็นตัวอย่างประชาธิปไตยเฟื่องฟูทั้งตำแหน่งประธานาธิบดีและผู้แทนส่วนใหญ่ในรัฐสภา อยู่ในกลุ่ม 1 ใน 4 ของโลกที่ประชาธิปไตยเข้มแข็ง

            โดยรวมแล้วประชาธิปไตยยุโรปอ่อนแอลง ผู้คนสงสัยว่าระบอบนี้ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมหรือไม่ ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงนับวันจะเป็นปัญหา ปัญหาว่างงาน สภาพการจ้างงาน คุณภาพชีวิตที่แย่ลง การบริการของรัฐไม่ดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจถ่างกว้าง ปัญหาคนต่างด้าวอพยพ ปัญหาคนสูงวัย เหล่านี้นำสู่คำถามว่าระบอบประชาธิปไตยรับมือไหวหรือไม่ น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนยุโรป 3 ใน 4 ไม่เชื่อถือพรรคการเมือง ข้อดีอย่างหนึ่งคือประชาชนบางส่วนเห็นปัญหาแล้วตื่นตัวพยายามมีส่วนร่วมทางการเมือง พยายามรวมกลุ่มภาคประสังคมถึงขนาดจัดตั้งกลุ่มข้ามประเทศ

            ประชาธิปไตยสหรัฐถดถอยหนักในสมัยประธานาธิบดีทรัมป์ การเมืองแบ่งขั้วสังคมแตกแยก เกิดกระแสไม่ยอมรับเสียงข้างมาก สิทธิเสรีภาพหดหาย สังคมเต็มด้วยข่าวปลอมการบิดเบือนข้อมูล เล่นงานศาล ผู้คนไม่พอใจสภาพความเป็นอยู่ ความไม่เท่าเทียม ชีวิตทรัพย์สินไม่ปลอดภัย มีการทุจริตคอร์รัปชัน ประชาชนเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง นโยบายประชานิยมกำลังทำลายประชาธิปไตย

            อันที่จริงแล้วประชาธิปไตยเคยเฟื่องฟูในทวีปอเมริกา รุ่งเรืองมากสุดในช่วงปี 2006-7 แต่บัดนี้ประเทศนิคารากัวกับเวเนซูเอลาเป็นอำนาจนิยม ปี 2021 เพิ่มไฮติอีกประเทศ ส่วนประเทศที่ถดถอยหนักได้แก่ บราซิล เอลซาวาดอร์และสหรัฐ

            โดยรวมแล้ว ประชาชนไม่คิดว่านักการเมืองฟังเสียงของพวกเขา เกิดคำถามว่าระบอบประชาธิปไตยยังทำงานอยู่หรือไม่ เป็นเครื่องเกื้อกูลหรือเป็นอุปสรรคกันแน่ กลุ่มภาคประชาสังคมทำงานอย่างหนักหวังให้พรรคการเมืองตอบสนอง เรื่องนี้มีผลต่อการเมืองในอนาคต

ข้อเสนอแนะ :

            2 เรื่องแรกที่ International IDEA เอ่ยถึงคือลดการคอร์รัปชันกับทำให้ประชาชนเชื่อถือ

            การปกครองแบบประชาธิปไตยเป็นสัญญาประชาคม (Social contract) ตั้งอยู่บนความเชื่อถือไว้ใจ ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ เป็นเหตุผลที่ประชาชนจะยอมรับการปกครองนี้ กฎหมายต้องประกันเสรีภาพการแสดงออกและปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

            ภาคประชาสังคมจะต้องสามารถเข้าตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ ต้องมองว่าหน่วยงานรัฐกับภาคประชาสังคมเป็นหุ้นส่วนใกล้ชิด (ไม่ใช่จบเลือกตั้งแล้วรัฐบาลตั้งหน้าตั้งตาทำตามนโยบายเท่านั้น) เปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวมีส่วนร่วมโดยตรง เหล่านี้เป็นตัวอย่างข้อเสนอและบางประเทศทำแล้วได้ผลดี

11 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9524 วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565)

-----------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ทุกวันนี้ประชากรโลก 70% อยู่ในระบอบที่ไม่เป็นประชาธิปไตยหรือประชาธิปไตยกำลังถดถอย มีเพียง 9% เท่านั้นที่อยู่ในประเทศประชาธิปไตยเข้มแข็ง โควิด-19 ทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง
ประชาธิปไตยแท้ต้องอยู่ในวิถีชีวิตไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงาน ต้องถือว่าล้มเหลวถ้าสังคมเป็นประชาธิปไตยแต่รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ประเทศไม่พัฒนา ชีวิตความเป็นอยู่ย่ำแย่

บรรณานุกรม :

International Institute for Democracy and Electoral Assistance. (2022, November 30). Global State of Democracy 2022: Forging Social Contracts in a Time of Discontent. Retrieved from https://www.idea.int/democracytracker/sites/default/files/2022-11/the-global-state-of-democracy-2022.pdf

จับตาไบเดนกีดกันสินค้าไฮเทคปิดล้อมจีน

ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่การกีดกันเทคโนโลยีชิ้นส่วนไฮเทคสู่จีนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลกในตอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นใหม่ที่การแบ่งขั้วชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที

            ปลายเดือนตุลาคม Prabir Purkayastha ตั้งคำถามว่าการที่รัฐบาลสหรัฐห้ามส่งชิปสำคัญแก่จีนเท่ากับเปิดฉากทำสงครามกับจีนแล้วใช่หรือไม่ หลังรัฐบาลสหรัฐคว่ำบาตรบริษัทจีนหวังสกัดไม่ให้จีนเป็นเจ้าตลาด

ตัวอย่างกีดกัน 4 ด้าน:

          ประการแรก เครื่องมืออุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม

            พฤศจิกายน US Federal Communications Commission (FCC) คว่ำบาตรบริษัทสื่อสารจีน 5 แห่งด้วยเหตุผลกระทบความมั่นคงแห่งชาติ บริษัททั้ง 5 ได้แก่ Huawei, ZTE, Hytera Communications, Hikvision Digital Technology และ Dahua Technology

            Robert Silvers รมช. Homeland Security for Strategy, Policy and Plans เตือนว่าการให้นานาชาติใช้อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารจีนเป็นวิธีควบคุมทางเทคโนโลยีที่ถูกที่สุด รัฐบาลจีนอาจใช้สิ่งนี้ควบคุมสังคมประเทศนั้น สามารถทำให้ระบบสื่อสารล่ม เป็นแผนของจีนที่จะควบคุมจุดสำคัญทางเศรษฐกิจโลกกับโครงสร้างสื่อสาร

            ไม่กี่ปีมานี้รัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจากรีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างกีดกันสินค้าสื่อสารจีน ด้านผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าจีนมีตลาดอื่นอีกมากมายไม่จำต้องขายที่สหรัฐ ปีที่แล้ว (2021) Huawei กำไร 15,900 ล้านดอลลาร์เพิ่มจากปีก่อนหน้า 75.9% รัฐบาลจีนลงทุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อสารเต็มที่

           ประการที่ 2 quantum computing

            อุตสาหกรรม quantum computing เป็นอีกจุดที่รัฐบาลสหรัฐพยายามกีดกันอย่างหนัก หวังว่ามาตรการดังกล่าวจะเพิ่มขีดความสามารถด้าน quantum computing ของตนเมื่อเทียบกับจีน เป็นประโยชน์โดยตรงแก่อุตสาหกรรม ระบบที่ใช้ quantum computing ฝ่ายจีนแก้เกมด้วยการเร่งพัฒนาด้วยเครื่องมือกับเทคโนโลยีที่มีอยู่และหาได้ รัฐบาลอุดหนุนงานวิจัยเต็มที่

          ประการที่ 3 เซมิคอนดักเตอร์

            Ray Yang จาก ITRI Industrial Economics and Knowledge Center ชี้ว่าปัจจุบันสหรัฐเป็นผู้ครองแหล่งผลิตชิปไฮเทค 80% ของโลก เป็นผู้นำด้านนี้

            การกีดกันลามไปถึงประเทศอื่นๆ เช่น ห้ามบริษัทเนเธอร์แลนด์ขายเครื่องมือผลิตชิปล่าสุดแก่จีนเนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวมีทรัพย์สินทางปัญญาของอเมริกาปนอยู่ด้วย แต่บางบริษัทยังดื้อดึงไม่ทำตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐทั้งๆ ที่เป็นพันธมิตรอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้

            William Overholt จาก Harvard University เห็นว่าการกีดกันเซมิคอนดักเตอร์คือการประกาศทำสงครามเศรษฐกิจกับจีน การกีดกันจะยิ่งกระตุ้นจีนให้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้จนแซงหน้า Ray Yang ระบุว่ามาตรการสหรัฐสามารถสกัดได้ช่วงหนึ่ง จากนั้นจีนอาจผลิตของตนแต่ประสิทธิภาพต่ำกว่า

            ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนชี้ว่ารัฐบาลไบเดนใช้เรื่องนี้เป็นเครื่องมือแบ่งแยกทางการเมืองระหว่างประเทศ แบ่งแยกเศรษฐกิจจีนกับอเมริกาซึ่งไม่เป็นผลดีต่ออเมริกาและโลก ทำลายซับพลายเชน บั่นทอนการค้าเสรี

          ประการที่ 4 รถ EV

            ประเด็นรถไฟฟ้า EV เป็นอีกเรื่องที่น่าจับตาเพราะนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมภายในของไบเดนกระทบต่อประเทศผู้ส่งออกรถประเภทนี้ทั่วโลก

            เรื่องรถ EV มีประเด็นน่าสนใจว่าจีนกำลังเปลี่ยนแบตเตอรี่เรือดำน้ำของตนเป็นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-Ion Battery) เพิ่มขีดความสามารถในการรบขึ้นอีกระดับ เป็นผลพวงจากการพัฒนารถ EV

เรือดำน้ำที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะดำน้ำได้นานขึ้นเท่าตัว ความเร็วสูงขึ้น แต่มีข้อกังวลว่าอาจเกิดไฟไหม้เสียหายทั้งระบบ จำต้องพัฒนาให้ก้าวผ่านข้อกังวลดังกล่าว แต่หากสำเร็จจะได้เรือดำน้ำใหม่ที่เหนือกว่าเรือดำน้ำเดิม เป็นอีกกรณีตัวอย่างชี้ว่าความก้าวหน้าที่ใช้ทางพลเรือนมีประโยชน์ทางทหารด้วย

จากค้าเสรีสู่กีดกัน :

            ย้อนหลังทศวรรษ 1990 สหรัฐส่งเสริมการค้าเสรี โลกาภิวัตน์แต่บัดนี้การห้ามค้าขายสินค้าไฮเทคเท่ากับสกัดรายได้บริษัทอเมริกันต่อจีนที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุด เรื่องนี้มีผลระยะยาวแน่นอน และไม่เพียงกระทบสหรัฐเท่านั้นแต่จะกระทบต่อทุกประเทศ

            เป้าหมายล่าสุดคือสกัดไม่ให้จีนได้รับเทคโนโลยีผลิตชิปคอมพิวเตอร์ชั้นสูง เทคโนโลยีสร้างซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียดพบว่าไม่ได้สกัดสินค้าไฮเทคล่าสุดเท่านั้น ยังสกัดเทคโนโลยีรุ่นเก่าอย่างปลายสมัยทศวรรษ 1990

            การคว่ำบาตรต่อทุกบริษัทในโลกที่ใช้เทคโนโลยีสหรัฐ เป็นชิ้นส่วนๆ หนึ่งของผลิตภัณฑ์ เท่ากับว่ากฎหมายและนโยบายสหรัฐมีผลต่อทุกบริษัททุกสถาบันในโลก ห้ามพลเมืองอเมริกันทำงานกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ทำลายระบบซัพพลายเชนเดิมต้องสร้างระบบใหม่ที่ปราศจากจีน

            จะเห็นว่าเมื่อสหรัฐเห็นว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบจึงประกาศการค้าเสรี ขอให้ทุกประเทศเปิดตลาด เปิดรับสินค้านานาชาติ สหรัฐได้ประโยชน์จากการค้าเสรีเต็มที่ แต่เมื่อสถานการณ์พลิกกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ รัฐบาลสหรัฐอ้างว่าสินค้าต่างชาติเป็นภัยความมั่นคง (สินค้าบางตัว) จึงประกาศกฎเกณฑ์ใหม่ เรียกว่า “การค้าเสรีใหม่” ซึ่งมีความหมายว่าห้ามขายหรือซื้อสินค้าบางประเทศ พร้อมกับให้พันธมิตรหุ้นส่วนซื้อขายกับตนและซื้อขายกันเอง

            กรณีโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือสื่อสารเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน หลายประเทศทำตามคือซื้อใช้แต่ของอเมริกันกับพวกแต่ไม่ซื้อของจีน แม้ผลิตภัณฑ์จีนคุณภาพดีราคาประหยัด กลายเป็นว่าเพิ่มต้นทุนเพิ่มภาระเพราะนโยบาย “การค้าเสรีใหม่” ของสหรัฐ

            ถ้าเสรีจริงควรซื้อใช้ได้ทุกยี่ห้อทุกประเทศ ให้ผู้บริโภคตัดสินใจอย่างเสรี แต่นโยบายรัฐบาลสหรัฐขัดขวางเสรีภาพดังกล่าว ทำลายความเท่าเทียม เป็นอีกหลักฐานที่สหรัฐถดถอยจากประชาธิปไตย

            รัฐบาลไบเดนประกาศว่าสหรัฐยึดมั่นระบบโลกที่ยึดถือกติกา พูดให้ถูกคือ รัฐบาลสหรัฐยึดถือกติกาที่ตนเป็นผู้สร้าง ในเวลาต่อมาหากเสียประโยชน์จากกติกาเดิมก็จะละเมิด (ยกเลิก) ของเก่าและสร้างของใหม่ขึ้นแทน พร้อมให้บอกให้นานาชาติยึดถือกติกาใหม่นี้

เศรษฐกิจถดถอยรอบนี้รัฐบาลเป็นผู้ก่อ :

            ผู้เชี่ยวชาญบางคนเห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจรอบนี้มาจาก 3 เหตุการณ์หลัก ได้แก่ โควิด-19 การคว่ำบาตรรัสเซียและการกีดกันจีน ผลคือเงินเฟ้อพุ่ง สังเกตว่าเงินเฟ้อเริ่มต้นที่หมวดพลังงานกับอาหารเป็นหลัก ที่สำคัญคือเกิดภาวะเงินเฟ้อทั้งโลก บางประเทศสูงอย่างที่ไม่เคยประสบในรอบ 4 ทศวรรษ

            ต้องย้ำว่าเงินเฟ้อรอบนี้กระทบคนทั้งโลกเพราะราคาพลังงานกับอาหารเป็นสินค้าจำเป็นพุ่งพรวด ในช่วงแรกนี้คนไม่ตกงานแต่รายได้ไม่พอรายจ่าย (หรือรายจ่ายเพิ่มขึ้น) สังเกตว่าค่าไฟเพิ่ม ค่าอาหารเพิ่ม

            2 เรื่องที่กำลังจะเกิดคือเศรษฐกิจโตช้ากับสินค้าแพง ต้องทำความเข้าใจต่อว่าเศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจะส่งผลให้เศรษฐกิจยิ่งโตช้าหรือถดถอย บางประเทศจึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงอย่างที่สหรัฐทำ

            ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตว่าต้องรออย่างน้อย 6 เดือนจึงจะรู้ว่ามาตรการการเงิน (ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) จะได้ผลจริงแค่ไหน (การพิจารณาตัวเลขตอนนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง) สรุปสั้นๆ คือ ต้องรอปีหน้าจึงจะตอบได้ว่าขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อได้จริงและต้องดูรายประเทศด้วย

            จีนยังส่งออกมากขึ้นแต่โดยรวมแล้วเศรษฐกิจโตช้าลง การบริโภคภายในลดลง 10% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 ความหวังที่จะเห็นจีนเป็นเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจโลกริบหรี่ ดูเหมือนรัฐบาลสี จิ้นผิงวางนโยบายให้เป็นเช่นนั้น

            ท้ายที่สุดผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การคว่ำบาตรรัสเซียกับกีดกันไม่ให้จีนเข้าถึงสินค้าไฮเทคคือต้นเหตุปัญหาที่รัฐบาลก่อและประชาชนต้องจ่ายราคาในขณะนี้

4 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9517 วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565)

----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง: 
แม้ไม่เหมือนองค์กรนาโต เครือข่ายความมั่นของสหรัฐในอินโด-แปซิฟิกมีอยู่จริง อยู่ร่วมกับประเทศต่างๆ ทั้งระดับทวิภาคี พหุภาคี แต่หลายประเทศร่วมมือมหาอำนาจอื่นด้วยเป็นโครงสร้างความมั่นคงภูมิภาคที่ซับซ้อน

บรรณานุกรม :

1. A new kind of global recession: Why this time is different | Business Beyond. (2022, November 18). DW. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=cD3o6tqP9pI

2. Beware China’s telecom tech: US official. (2022, October 31). Taipei Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2022/10/31/2003788000

3. Chip ban pushback stresses damage. (2022, November 26). China Daily. Retrieved from https://www.chinadaily.com.cn/a/202211/26/WS63816591a31057c47eba12de.html

4. China slams US industrial subsidies, export controls that ‘may violate WTO rules’. (2022, November 27). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202211/1280528.shtml

5. Harvard guru gives Biden a D+ for China policy. (2022, November 23). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/11/harvard-guru-gives-biden-a-d-for-china-policy/

6. Power play: China’s submarines going lithium. (2022, October 30). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/10/power-play-chinas-submarines-going-lithium/

7. US chip ban de facto declaration of war on China? (2022, October 29). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/10/us-chip-ban-de-facto-declaration-of-war-on-china/

8. US chip ban hangs over Shanghai’s new AI center. (2022, November 23). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/11/us-chip-ban-hangs-over-shanghais-new-ai-center/

9. US will struggle to stop China’s quantum leap. (2022, October 31). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/10/us-will-struggle-to-stop-chinas-quantum-leap/

10. US tech war shows signs of crumbling. (2022, November 27). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/11/us-tech-war-shows-signs-of-crumbling/

11. US’ repeated ban on Chinese tech firms will only ‘hurt global value chain, get backfire’. (2022, November 26). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202211/1280493.shtml

-----------------------

หายนะจากสงครามนิวเคลียร์และข่าวรัสเซียจะใช้นิวเคลียร์

การใช้อาวุธนิวเคลียร์ส่งผลเสียหายร้ายแรงไม่เฉพาะต่อคนที่โดนแรงระบาดกับกัมมันตรังสีเท่านั้น ต้องมองผลกระทบที่จะตามมาอันเนื่องประชาคมโลกไม่อยากให้ใช้นิวเคลียร์

            กว่า 8 ทศวรรษแล้วนับจากโลกมีอาวุธนิวเคลียร์ มีงานวิจัยศึกษาความเสียหายจากสงครามนิวเคลียร์มากมาย บทความนี้นำเสนอข้อมูลล่าสุดบางชิ้นในยามที่กระแสวิตกสงครามนิวเคลียร์เพิ่มทวี

กระแสข่าวรัสเซียจะใช้นิวเคลียร์ :

            หลายเดือนแล้วที่สื่อตะวันตกเสนอข่าวรัสเซียจะใช้นิวเคลียร์กับยูเครน เริ่มจากการจุดประเด็นเล็กๆ สู่การโหมกระแส นักการเมืองหลายคนแสดงความเห็นตามทางนี้ รวมทั้งเซเลนสกีผู้นำยูเครน แต่หลังนักการเมือง นักวิชาการ กระทั่งไบเดนออกมาปั่นต่อเนื่องว่ารัสเซียจะใช้นิวเคลียร์ วันที่ 9 ตุลาคม ทำเนียบขาวแถลงว่าถ้อยคำของประธานาธิบดีที่พูดเรื่องจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก (Armageddon) “ปราศจาก” ข้อมูลข่าวกรองรอบรับ ดูเหมือนเรื่องตลกแต่จริงที่ผู้นำประเทศพูดอย่างแล้วสำนักงานผู้นำคนนั้นออกมาลบล้างคำพูดเจ้านายตนเอง

            ไม่กี่วันต่อมา Josep Borrell ผู้นำทูตอียูและประธานาธิบดีมาครงออกมาชี้แจงว่านาโตจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์หากรัสเซียใช้นิวเคลียร์กับยูเครนแม้เป็นนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (tactical nuclear)

            สังเกตว่าฝั่งยุโรปออกมาพูดสนับสนุนท่าทีทำเนียบขาว อีกข้อสังเกตคือรัฐบาลตะวันตกปล่อยให้กระแสข่าวสงครามนิวเคลียร์โหมกระพืออยู่นานกว่าจะออกมาแก้ข่าว ทั้งๆ ที่ประธานาธิบดีมาครงชี้ว่าฝรั่งเศสมีแนวทางการใช้อาวุธนิวเคลียร์อยู่แล้ว เหตุผลข้ออ้างต่างๆ นานาตามข่าวจากสื่อทั้งหลายไม่เป็นเหตุให้ฝรั่งเศสใช้นิวเคลียร์แต่อย่างไร

 ตรรกะปูตินใช้หรือไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ :

            ความคิดรัสเซียใช้นิวเคลียร์กับยูเครนมาจากนักการเมือง สื่อตะวันตก อาจมาจากเหตุผลดังนี้

            1) เพื่อชี้ว่ารัสเซียกำลังรบแพ้ในยูเครน ทหารรัสเซียขาดทักษะการรบ อาวุธเก่าแก่โบราณ สูญเสียจำนวนมาก (จึงต้องใช้นิวเคลียร์) เป็นการให้กำลังใจคนยูเครนรบต่อจนเหลือทหารคนสุดท้าย Peter van Buren ผู้แต่งหนังสือ The American Conservative อธิบายว่ารัสเซียไม่ได้ตกอยู่ในสภาพเป็นรองแต่อย่างไร รัสเซียในตอนนี้กินดินแดนยูเครนไม่น้อย สามารถถอยได้อีกมาก (จากสถานการณ์ล่าสุดที่กองทัพรัสเซียถอนตัวออกจากบางพื้นที่)

            อันที่จริงแล้วหากกองทัพรัสเซียแพ้ศึกไม่เป็นเหตุผลว่าต้องใช้นิวเคลียร์ ปี 1989 โซเวียตถอนทัพออกจากอัฟกานิสถานก็ไม่มีการใช้นิวเคลียร์ ตรรกะปูตินจะใช้นิวเคลียร์เพื่อไม่แพ้ไม่สมเหตุสมผล

            2) ให้คนยุโรปสนับสนุนการรบ ตอนนี้คนยุโรปประท้วงหนักและจะหนักมากขึ้น ไม่เห็นด้วยกับการทำสงคราม จึงต้องหาเหตุผลว่าสมควรรบต่อรัสเซียกำลังแพ้ สงครามจะสิ้นสุดในไม่ช้า

            3) เป็นการสร้างภาพให้ปูตินดูโหดร้ายน่ากลัว ความจริงคือตั้งแต่โลกมีนิวเคลียร์เพิ่งใช้ถล่มคนจริงๆ แค่ 2 ลูก เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

            4) อาจมีแผนใช้ dirty bomb ในขณะที่ข้อมูลฝ่ายหนึ่งชี้ว่ารัสเซียจะใช้ระเบิดดังกล่าวเพราะกำลังพ่ายศึก ข้อมูลบางชิ้นระบุว่าแผนของรัสเซียคือสร้างสถานการณ์ว่ายูเครนใช้ dirty bomb รัสเซียจึงโต้ด้วยนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (tactical nuclear)

            ด้านรัฐบาลรัสเซียพูดตรงข้ามว่ายูเครนต่างหากที่เตรียมจะใช้ dirty bomb ทั้ง 2 ฝ่ายต่างปฏิเสธเตรียมใช้ระเบิดดังกล่าว (dirty bomb คือระเบิดชนิดหนึ่งที่บรรจุสารกัมมันตรังสี ทำให้พื้นที่ๆ ที่รังสีแผ่ถึงอยู่อาศัยไม่ได้)

            Peter van Buren ชี้ว่าทำไมไม่คิดถึงผลเสียหากใช้นิวเคลียร์ เช่น คนยูเครนจะเกลียดชังรัสเซียชั่วชีวิต ถ้าคิดอย่างสมเหตุสมผลควรคำนึงทั้งข้อดีข้อเสีย

            หากตีความว่าศึกยูเครนเป็นสงครามไฮบริด สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกต้องการคือเหตุผลความชอบธรรมที่ตนและนานาชาติต้องคว่ำบาตรรัสเซียให้เข้มข้นกว่าเดิมและคว่ำบาตรนานเท่านาน ตรงกับแผนของอเมริกาที่ไม่ส่งทหารเข้ารบแต่ใช้วิธีคว่ำบาตรปิดล้อมรัสเซีย ต้นเหตุเงินเฟ้อทั้งโลก สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน

แนวคิดการใช้นิวเคลียร์ของ 3 มหาอำนาจ :

            ประเทศที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์จะมียุทธศาสตร์แผนการใช้อาวุธที่คิดไตร่ตรองอย่างรัดกุม หลายประเทศประกาศชัดเจนว่าจะใช้หรือไม่ใช้อย่างไร

            มีนาคม 2018 ประธานาธิบดีปูตินประกาศว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นมาตรการตอบโต้เท่านั้น คือใช้เมื่อโดนโจมตีด้วยนิวเคลียร์ และแม้จะเกิดสงครามล้างโลกก็ตาม

            ด้านรัฐบาลจีนประกาศจะไม่เป็นฝ่ายใช้นิวเคลียร์ก่อนไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ใด จะไม่คุกคามชาติใดด้วยนิวเคลียร์ จะมีอาวุธนิวเคลียร์จำนวนจำกัดเท่าที่เพียงพอแก่การป้องกันประเทศเท่านั้น

            ส่วนยุทธศาสตร์ด้านนิวเคลียร์ (Nuclear Posture Review) ฉบับปี 2018 ไม่ได้ฟันธงว่าสหรัฐจะเป็นฝ่ายใช้นิวเคลียร์ก่อน แต่เมื่อพิจารณาความหมายระหว่างบรรทัดกับประวัติศาสตร์ โอกาสใช้มีน้อยมากแต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่ใช้ และพร้อมที่จะเป็นฝ่ายเปิดฉากใช้ก่อน

ผลสงครามนิวเคลียร์ต่ออาหารโลก :

            ระเบิดนิวเคลียร์ที่ตกใส่มหานครอาจทำให้ตายทันทีหลายล้านคนแต่เรื่องไม่จบเท่านี้ งานวิจัยร่วมของทีมวิจัยจาก Rutgers University กับ CU Boulder ตีพิมพ์เมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ให้ภาพล่าสุดว่า ถ้าเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ ประชากรโลกกว่า 5,000 ล้านคนจะเสียชีวิตเพราะอดอยาก (ประชากรโลกปัจจุบัน 8,000 ล้านคน) ประเทศแถบซีกโลกเหนือ เช่น แคนาดา ยุโรปตอนเหนือจะเสียชีวิตเพราะอดตายมากสุด ส่วนซีกโลกใต้จะเป็นปัญหาน้อยกว่า

            ผลจากระเบิดนิวเคลียร์จะเกิดไฟไหม้รุนแรง เกิดเขม่าปริมาณมหาศาลปิดกั้นแสงอาทิตย์ไม่ให้ตกสู่พื้นดินเป็นเวลานาน พืชสวนพืชไร่ตายเกือบหมด

            ฉากทัศน์สงครามนิวเคลียร์ล้างโลก ปริมาณอาหารที่นับเป็นแคลอรี่จะลดลง 90% ภายในเวลา 3-4 ปี เมื่อถึงตอนนั้นประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ของโลกอย่างรัสเซียกับสหรัฐจะควบคุมการส่งออกอาหารอย่างเข้มงวด กระทบต่อผู้นำเข้าอาหารอย่างประเทศแถบแอฟริกากับตะวันออกกลาง ภายในเวลา 2 ปีประชากรโลก 75% จะอดอยาก (ช่วงแรกจะกินอาหารที่ยังมีอยู่)

            ฉากทัศน์สงครามนิวเคลียร์ขนาดเล็กระหว่างอินเดียกับปากีสถาน (ทั้งคู่ต่างครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง) พบว่าปริมาณอาหารที่นับเป็นแคลอรี่จะลดลง 7% ภายในเวลา 5 ปี แม้กระทั่งฉากทัศน์นี้ยังเป็นกรณีอดอยากสุดนับจาก FAO บันทึกสถิติตั้งแต่ปี 1961

            นอกจากนี้จะเกิดผลระยะยาวหลายอย่าง เช่น ชั้นโอโซนจะถูกทำลาย รังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีตกสู่พื้นมากขึ้น ส่งผลต่อการผลิตอาหารในระยะยาวและอื่นๆ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :

            ความจริงคือทุกประเทศตระหนักผลของสงครามนิวเคลียร์ กองทัพกับหน่วยงานความมั่นคงทุกประเทศต่างศึกษาและรู้ดีว่าผลสงครามนิวเคลียร์เป็นอย่างไร ไม่มีประเทศใดเป็นผู้ชนะหากเกิดสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก

            ถ้ามองจากมุมนายทุนกับชนชั้นนำ ทำไมพวกเขาต้องเอาชีวิตตนและครอบครัวเข้าเสี่ยง ทุกวันนี้พวกเขากินดีอยู่ดีเยี่ยงราชา ทำไมต้องพาตัวเองให้ทุกข์ยาก นี่คือเหตุผลสำคัญที่พวกผู้ปกครองจะไม่คิดใช้นิวเคลียร์จริงๆ

            ต้นเดือนพฤศจิกายน Wall Street Journal รานงานว่า Jake Sullivan ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย หวังลดความเสี่ยงที่สมรภูมิยูเครนจะกลายเป็นสงครามนิเคลียร์ “ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ” (National Security Advisor) เป็นตำแหน่งที่มีเพียงคนเดียว เป็น 1 ใน 5 คนที่ใกล้ชิดประธานาธิบดีมากที่สุด ต้องรายงานสถานการณ์โลกแก่ประธานาธิบดีทุกวัน รับผิดชอบด้านความมั่นคงโดยตรง

            เรื่องที่บางคนอาจไม่ทราบคือมีการติดต่อสื่อสารทางลับระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับรัสเซียตลอดเวลา (รวมทั้งผู้นำประเทศสำคัญอื่นๆ) เพียงแต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการหารือทางลับ นี่คือเหตุผลอีกข้อที่ชี้ว่าโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์น้อยมากๆ แม้เป็นนิวเคลียร์ลูกเล็ก

27 พฤศจิกายน 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9510 วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565)

-------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
ในโลกแห่งสัจนิยม (Realism) ความเป็นอภิมหาอำนาจจะต้องเหนือกว่าประเทศอื่น พลังอำนาจทางทหารหรือกองทัพเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง จำต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ที่เหนือกว่า
ทุกวันนี้การเปิดฉากทำสงครามเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวข้องกับนานาชาติ ไม่อาจเกิดขึ้นง่ายๆ ไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ชั่ววูบภายใต้การตัดสินใจของไม่กี่คน ยิ่งเป็นสงครามนิวเคลียร์ยิ่งเป็นไปได้ยากมาก

บรรณานุกรม :

1. Amid nuclear tensions, US' Jake Sullivan keeps contact with top Russian officials. (2022, November 7). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/international/article-721644

2. Biden Thinks Non-Nuclear Threats Will Stop Putin. His Military Doesn't. (2022, September 29). euractivdotcom. Retrieved from https://www.newsweek.com/2022/10/14/biden-thinks-non-nuclear-threats-will-stop-putin-his-military-doesnt-1747343.html

3. China firmly opposes U.S. Nuclear Posture Review: spokesman. (2018, February 4). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-02/04/c_136948195.htm

4. Europe does not want to die in Biden's 'nuclear Armageddon'. (2022, October 13). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/world/154426-europe_biden_nuclear_armageddon/

5. Global food insecurity and famine from reduced crop, marine fishery and livestock production due to climate disruption from nuclear war soot injection. (2022, August 15). Nature. Retrieved from https://www.nature.com/articles/s43016-022-00573-0

6. ‘No indication’ Russia will use nukes – White House. (2022, October 9). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/564353-white-house-russia-nuclear/

7. Putin: Russia May Use Nukes Only as a Response Strike. (2018, March 7). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/world/201803071062304907-putin-russia-nuclear-weapons/

8. Russia’s ‘dirty bomb’ claim lights the nuclear fuse. (2022, October 25). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2022/10/russias-dirty-bomb-claim-lights-the-nuclear-fuse/

9. The answer to the question of why Putin will not use nuclear weapons in Ukraine is simple. (2022, October 18). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/hotspots/154482-putin_ukraine_nuclear/

10. U.S. Department of Defense. (2018). Nuclear Posture Review 2018. Retrieved from https://media.defense.gov/2018/Feb/02/2001872886/-1/-1/1/2018-NUCLEAR-POSTURE-REVIEW-FINAL-REPORT.PDF

-----------------------

รอบวันสถานการณ์โลก ธันวาคม 2022

 รอบวันสถานการณ์โลก ธันวาคม 2022

... ร่วมพูดคุยติดตามข่าวสารสำคัญได้ที่ ห้องไลน์ สถานการณ์โลก

https://line.me/ti/g2/gJydU7mfnBww2eG9biRFbdMp5b8yPWp7q1U2nA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

เสาร์ 31 ธันวาคม


สี จิ้นผิงย้ำจีนกับรัสเซียร่วมมือกันเพื่อสร้างโอกาสและส่งเสริมความมั่นคงโลก (China Daily)

สองประเทศจะเชื่อมต่อกันมากขึ้น ร่วมมือด้านพลังงานมากขึ้น ชี้ว่าโลกอยู่ระหว่างเลือกแนวทางสงครามเย็นหรือสัมพันธ์แบบเท่าเทียม ได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

จีนกับรัสเซียต่อต้านความเป็นเจ้า การเมืองเชิงอำนาจ ยึดมั่นบทบาทของยูเอ็น เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ เห็นด้วยหาก BRICS จะมีสมาชิกเพิ่ม

11 เดือนแรกของปี 2022 การค้าจีนรัสเซียสูงถึง 172,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 47.5% เมื่อเทียบปีต่อปี และคาดว่าจะเพิ่มสูงกว่านี้อีก

พฤหัส 29 ธันวาคม

สื่อรัสเซียเผยมีทหารรับจ้างชาวโปแลนด์กว่าหมื่นคนที่เข้าร่วมศึกยูเครน (Pravda)

ถ้านับครูฝึกทหารยูเครนจะต้องเพิ่มอีก 2,000 นาย

วิเคราะห์ : ตัวเลขนี้จริงหรือเท็จไม่อาจทราบได้ แต่ทหารต่างชาติในนามทหารรับจ้างหรืออาสาสมัครมีจริง รวมทั้งจากสหรัฐฯ ทหารรับจ้างไม่ใช่ของแปลกใหม่มีตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ยูเครนสามารถรบกับรัสเซีย สามารถต้านรัสเซียได้จนถึงบัดนี้

กษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่ 2 (King Abdullah II) แห่งจอร์แดนเตือนรัฐบาลใหม่อิสราเอลไม่ก้าวข้ามเส้นต้องห้าม (red lines) ที่เกี่ยวกับสถานศักดิ์สิทธิ์ในเยรูซาเล็ม (Times of Israel)

พรรคฝ่ายขวาจัดของอิสราเอลอาจชักนำให้รัฐบาลใหม่ประกาศการครอบครองสถานศักดิ์สิทธิ์ว่าเป็นของยิวเท่านั้น

วิเคราะห์ : หลายประเทศออกโรงเตือนไม่ให้อิสราเอลใช้นโยบายสุดโต่ง ถ้าเป็นเรื่องสถานศักดิ์สิทธิ์จะเกี่ยวข้องกับศาสนาโดยตรง

Iran Human Rights (IHR) คาดประชาชนอิหร่านอย่างน้อย 100 คนจะถูกพิพากษาประหารชีวิตจากเหตุชุมนุมประท้วง (BBC)

ทางการอิหร่านชี้ว่าต่างชาติสนับสนุนกลุ่มก่อจลาจล ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 476 ราย

วิเคราะห์ : น่าติดตามว่าการชุมนุมประท้วงที่ดำเนินกว่า 3 เดือนแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป

#อิหร่านวันนี้

พุธ 28 ธันวาคม

คนจีนแห่จองตั๋วเครื่องบินเที่ยวต่างประเทศหลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการกักตัว (BBC)

ยอดคนจีนค้นเว็บท่องเที่ยวเพิ่ม 10 เท่า ประเทศที่อยากไปมากสุดคือญี่ปุ่น อินเดีย มาเก๊า ฮ่องกง ไทย เกาหลีใต้ หลายคนตั้งใจจดจ่ออยากเดินทางไปต่างประเทศนานแล้ว

อังคาร 27 ธันวาคม

เซเลนสกีเป็นหุ่นเชิด (puppet Zelensky-TASS)

            นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า “พฤติกรรมร่วมของพวกตะวันตกกับหุ่นเชิดเซเลนสกี (puppet Zelensky) ตอกย้ำลักษณะวิกฤตยูเครนที่เป็นเหมือนกันทั่วโลก เป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ กับพันธมิตรนาโตคือเอาชนะรัสเซียโดยใช้สนามรบเป็นกลไกบั่นทอนหรือทำลายประเทศของเรา” อีกทั้งเป็นแผนการของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ต้องการทำลายความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับยุโรปและทำให้ชาติยุโรปเหล่านั้นขึ้นตรงกับอเมริกามากขึ้น

ยอดค้าปลีกญี่ปุ่นสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 สาเหตุหลักมาจากธุรกิจท่องเที่ยวฟื้นตัว (CNBC)

ค้าปลีกโต 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตราว่างงาน 2.5%

วิเคราะห์ : ก่อนหน้านี้มีข่าวเต็มทุกเที่ยวบินที่บินเข้าบินออกญี่ปุ่น

กองทัพต้องพร้อมรบเสมอ ถ้าไม่พร้อมวันนี้ถึงเวลาจะไม่ทัน :

Dmytro Kuleba รมต.ต่างประเทศยูเครนกล่าวว่า ปกติการเตรียมตัวใช้ระบบขีปนาวุธ Patriot ต้องใช้เวลา 1 ปี แต่สหรัฐฯ กำลังช่วยให้ยูเครนใช้ได้ภายใน 6 เดือน (AP)

วิเคราะห์ : เวลาพูดถึงขีปนาวุธ Patriot ให้นึกถึง “ระบบเครื่องจักรไฮเทคขนดใหญ่ที่ต้องใช้คนควบคุมหลายคน” แต่ละคนมีได้รับการฝึกอบรมในบทบาทหน้าที่ต่างกัน และต้องมีพื้นฐานความรู้มากพอ ไม่ใช่แค่ปืนหรือ RPG ที่ประทับบ่าเล็งแล้วยิงได้เลย เจ้าหน้าที่จึงต้อง “เป็นคนประจำและได้รับการฝึกยาวนาน” ยูเครนกว่าจะได้ใช้คงต้องรอไปถึงกลางปีหน้า ช่วงนี้ก็นอนในหลุมหลบภัยไปก่อน

#สงครามยูเครน #สงครามไฮเทคจันทร์ 26 ธันวาคม

สื่อ Forbes ของอเมริการายงานว่าเครื่องโดรนยูเครนราว 90% ร่วงเพราะปฏิบัติการสงครามอิเล็กทรอนิกส์จากรัสเซีย



วิเคราะห์ : เขาไม่ใช้จรวดหรือปืนยิงเครื่องโดรนหรอก แล้วโดรนยูเครนเหล่านี้มาจากประเทศไหนกันบ้าง

#สงครามอิเล็กทรอนิกส์ #สงครามยูเครน


วิถีชีวิตคนเยอรมันเปลี่ยนไปโดยเฉพาะคนทางตอนใต้ หันมาใช้ฟืนแทนไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ราคาสูงขึ้นมาก (The New York Times)

ตอนนี้ทุกคนเร่งตุนไม้ฟืนและอาหาร เกรงว่าอีกหน่อยจะขาดตลาดหาซื้อไม่ได้

วิเคราะห์ : เป็นทางออกของคนชนบท ผมบอกตั้งนานแล้วให้เตรียมฟืนกับเตาถ่าน

อาทิตย์ 25 ธันวาคม

สัมพันธ์จีน-ซาอุฯ หน้าใหม่สู่โลกพหุภาคี

จีนไม่ใช่ผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกิจการด้านพลังงานของซาอุฯ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ เปิดทางให้ อุตสาหกรรมพลังงานซาอุฯ จึงร่วมมือกับชาติตะวันตกและจีนพร้อมกัน

            สามารถคลิกเข้าไปอ่านในรูปหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เต็มทั้งฉบับที่ https://www.thaipost.net/e-pub-news/290993/#&gid=a14a4385&pid=5

            บทความของผมจะอยู่หน้า 5

            หรืออ่านแบบเว็บไซต์ที่

https://www.thaipost.net/columnist-people/290741/

            หรืออ่านจากเว็บไซต์ผมพร้อมบรรณานุกรม

http://www.chanchaivision.com/2023/01/Saudi-Chinese-Summit.html

เสาร์ 24 ธันวาคม

ทางการรัสเซียเผยอาจลดส่งออกน้ำมัน 500,000 ถึง 700,000 บาร์เรลต่อวัน ตอบโต้มาตรการกดราคา (oilpricedotcom)

วิเคราะห์ :

            1) ไม่ว่ารัสเซียนำเสนออย่างไร ในอีกมุมหนึ่งวิเคราะห์ได้ว่า มาตรการลดซื้อน้ำมันรัสเซียเห็นผลรูปธรรม มองให้ไกลกว่านั้นคือยุทธศาสตร์ควบคุมโลกด้วยน้ำมันของสหรัฐฯ กำลังทำงาน พูดให้ชัดคือยุทธศาสตร์ควบคุมพันธมิตรหุ้นส่วนสหรัฐฯ ด้วยพลังงานได้ผล

            2) ปริศนาโควตาน้ำมัน

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกส่งออกน้ำมันตามโควตาที่กำหนดไว้ในกรอบ OPEC กับ OPEC plus จึงเกิดคำถามว่าส่วนของรัสเซีย (โควตาของรัสเซีย) ที่หดหายตกไปอยู่กับประเทศใด เรื่องนี้มีความสำคัญเพราะหมายถึงอยู่ดีๆ มีบางประเทศที่ส่งออกมากขึ้นได้กำไรมากขึ้น และเรื่องระบบโควตาว่ากำลังทำงานอย่างไร ใครเป็นผู้ควบคุมโควตา ใครเป็นผู้สั่งการจัดสรร

            ที่แน่นอนคือระบบการค้าน้ำมันโลกไม่เสรี อยู่ภายใต้ระบบโควตา อยู่ภายใต้อิทธิพลการเมืองระหว่างประเทศ (กลับไปนึกยุทธศาสตร์ควบคุมโลกด้วยน้ำมันของสหรัฐฯ อีกครั้ง)

24 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

-----------------

#ใครควบคุมพลังงานโลกควบคุมการเมืองโลก #ยุทธศาสตร์ควบคุมโลกด้วยน้ำมัน

ส่วนหนึ่งของบทความฉบับวันอาทิตย์ครับเพื่อนๆ ...

จีนไม่ใช่ประเทศผู้ส่งออกพลังงานรายใหญ่แต่กำลังเข้าไปมีส่วนร่วมกิจการด้านพลังงานของซาอุฯ โดยที่รัฐบาลซาอุฯ เปิดทางให้ อุตสาหกรรมพลังงานซาอุฯ จึงร่วมมือกับชาติตะวันตกและจีนพร้อมกัน

ศุกร์ 23 ธันวาคม

รัฐบาลตุรเคียประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 55% หลังเงินเฟ้อพุ่ง 85% (Middle East Eye)

แรงงานตุรเคียราว 40% มีรายได้เท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ และการที่ค่าเงิน Lira อ่อนค่าลงมากเป็นอีกเหตุที่ค่าแรงจริงเพิ่มขึ้นน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อมาก

วิเคราะห์ : เงินเฟ้อที่สูงขนาดนี้สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจ คนจน คนที่ไม่มีงานประจำคือผู้ได้รับผลกระทบมากสุด ลองคิดถึงคนตกงานท่ามกลางเงินเฟ้อ 85% สงครามยูเครนเป็นอีกปัจจัยทำให้ตุรเคียเงินเฟ้อแรง

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน


เงินเฟ้อ core consumer price index ญี่ปุ่น 3.7% สูงสุดใมนรอบกว่า 40 ปี (นับจาก 1981- CNBC)

วิเคราะห์ : มีข้อสังเกตว่าผลจากวิกฤตสงครามยูเครน ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่เท่ากัน อเมริกายังแข็งแกร่ง แต่อียู ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศกระทบหนัก สถานการณ์ล่าสุดยังชี้ว่าศึกยูเครนจะยืดเยื้อ รัฐสภาสหรัฐฯ สนับสนุนให้เซเลนสกีทำสงครามต่อไป คนยากคนจนได้รับผลกระทบมากสุด

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

ล่าสุด การค้าระหว่างประเทศใช้สกุลดอลลาร์ถึง 88% เงินหยวน 7% หลายประเทศคิดหาทางซื้อขายด้วยสกุลเงินของตนมากขึ้น (Bloomberg)

และหาทางชำระเงินช่องทางอื่นนอกเหนือระบบ SWIFT เช่น ใช้ระบบชำระเงินโดยตรงของคู่ค้า

พฤหัส 22 ธันวาคม

ข่าวดี สัญญาณจีนส่อเปิดประเทศแล้ว (Bloomberg)

มีกระแสข่าวว่าเริ่มปีหน้าจีนจะไม่กักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกแล้ว เหลือเพียงเฝ้าระวังโรค 3 วัน

ปัจจุบันผู้เดินทางเข้าจีนจะต้องกักตัวนานถึง 8 วัน

วิเคราะห์ : ดังนั้นหากเปลี่ยนเป็น “ไม่ต้องกักตัวในโรงแรมที่พัก” เหลือเพียงเฝ้าระวัง 3 วัน ไม่เพียงต่างชาติจะเดินทางเข้าจีน ยังจะหมายถึงคนจีนจะออกเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศด้วย

#จีนจะเปิดประเทศปีหน้า #ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน

Javad Oji รมต.น้ำมันอิหร่าน (Oil Minister) เผยตอนนี้ประเทศผลิตน้ำมันได้ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันแล้ว (Tehran Time)

ตอนนี้รัฐบาลกำลังเร่งปรับปรุงให้การกลั่นได้น้ำมันคุณภาพสูง เช่น ได้ตามาตรฐาน Euro 5

รายงานของโอเปคระบุว่าไตรมาส 3 อิหร่านผลิตน้ำมันเฉลี่ย 2.566 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 11,000 บาร์เรลเมื่อเทียบกับไตรมาส 2

วิเคราะห์ : ระดับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันถือว่าสูงแล้ว และตีความได้ว่ามาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ไม่ได้ผล

ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่าจะสนับสนุนเซเลนสกี “นานเท่าที่ต้องการ” (The Huff Post)

“คนอเมริกันรู้ว่าโลกจะเผชิญผลร้ายรุนแรงกว่านี้ถ้าเราเพิกเฉยต่อการโจมตีที่โหดร้ายที่กระทำต่อเสรีภาพ ประชาธิปไตย อธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดน”

ฟังประธานาธิบดีเซเลนสกีกล่าวสุนทรพจน์ต่อรัฐสภาสหรัฐฯ (CNN)

สรุปสั้นๆ คือยูเครนจะสู้ต่อ ชี้ว่าศึกยูเครนไม่ใช่งานกุศล แต่เป็น “การลงทุน” สู้เพื่อประชาธิปไตย ตามมาด้วยเสียงตบมือดังสนั่นจากทั้งสภา

#สงครามยูเครน

https://edition.cnn.com/europe/live-news/russia-ukraine-war-news-12-21-22/index.html

พุธ 21 ธันวาคม

วันนี้เท่านี้ก่อนครับเพื่อนๆ ....

มีข้อมูลว่าสหรัฐฯ จะส่งมอบความช่วยเหลือชุดใหม่ 1,800 ล้านดอลลาร์แก่ยูเครน รวมถึงขีปนาวุธ Patriot ระเบิดนำวิถี (AP)

ในวาระที่เซเลนสกีเยือนอเมริกา

วิเคราะห์ :

            1) นับวันจะเห็นภาพสงครามตัวแทน (proxy war) ในศึกยูเครนชัดขึ้น และการรบส่อขยายวงกว้างขึ้นด้วย

            2) Patriot เป็นระบบขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐฯ แต่ที่ส่งไปอาจไม่ใช่รุ่นล่าสุด คงส่งไปเพื่อสกัดขีปนาวุธรัสเซีย

            3) ความช่วยเหลือที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกส่งไปให้ยูเครนไม่ช่วยให้ยูเครนชนะศึก แต่ช่วยให้สงครามยืดเยื้อออกไปอย่างน้อยอีก 3-4 เดือน

 21 ธันวาคม 2022

ชาญชัย คุ้มปัญญา

 #ยิ่งรบนานยูเครนยิ่งพัง #ยูเครนคือประเทศที่ต้องถูกทำลาย


ไบเดนกล่าวว่าการเจรจาอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านตายสนิทแล้ว (dead) เพียงแต่เราไม่เอ่ยปากพูดออกไปเท่านั้น (The Hill)

ไม่คาดหวังอะไรกับการเจรจาอีก

วิเคราะห์ :

            1) เดิมอิหร่านกับสหรัฐฯ และอีก 5 ประเทศบรรลุข้อตกลง JCPOA ให้อิหร่านใช้นิวเคลียร์ในทางสันติภายใต้การตรวจสอบของ IAEA แต่ทรัมป์ยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวเพียงฝ่ายเดียว คว่ำบาตรอิหร่านอย่างรุนแรง เมื่อมาถึงสมัยไบเดนปีแรกแสดงท่าจะเจรจาและมีการเจรจาหลายรอบ แต่ด้วยเงื่อนไขใหม่ที่อิหร่านรับไม่ได้ เช่น เพื่อเงื่อนไขอิหร่านห้ามทดลองขีปนาวุธ สุดท้ายรัฐบาลไบเดนโทษว่าการเจรจาล้มเหลวเพราะอิหร่าน จึงต้องคว่ำบาตรอิหร่านต่อไป

            2) เป็นไปได้ว่าที่ไบเดนเจรจากับอิหร่านก็เพื่อให้มีการเจรจาเท่านั้น แต่ไม่คาดหวังอะไร เพราะเป้าหมายสุดท้ายยังเป็นการปิดล้อมคว่ำบาตรอิหร่าน และจะดำเนินเช่นนี้ต่อไปอีกนานเท่านาน จนกว่าอิหร่านจะได้ระบอบการปกครองแบบใหม่

อ่าน ....

รู้จักไบเดนผ่านข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

คู่สัญญา JCPOA กลับมาเจรจาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านโยบายของไบเดนเหมือนโอบามาหรือทรัมป์ อะไรคือสิ่งที่ซ่อนอยู่เมื่อชาติตะวันตกขอให้อิหร่านเลิกโครงการนิวเคลียร์

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ สถานการณ์โลกไทยโพสต์ ปีที่ 25 ฉบับที่ 8916 วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2564)

http://www.chanchaivision.com/2021/04/Biden-JCPOA.html

สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินติดอาวุธนิวเคลียร์ B-52 กับ F-22 ไปซ้อมรบกับเกาหลีใต้ หลังเกาหลีเหนือทดสอบยิงจรวดส่งดาวเทียม (Fox News)

ด้าน Kim Yo Jong น้องสาวผู้นำสูงสุดกล่าวว่าจะให้ปล่อยดาวเทียมโดยใช้ลูกบอลลูนหรืออย่างไร ถ้าทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปก็จะไม่ปกปิดเช่นกัน

วิเคราะห์ : หากวันใดที่เกาหลีเหนือคิดโจมตีสหรัฐฯ จริง สหรัฐฯ จะชิงโจมตีเกาหลีเหนือก่อน เพราะจะไม่ปล่อยให้ใครโจมตีก่อนโดยใช้ถ้าศัตรูใช้นิวเคลียร์ ถือว่าเป็นการปกป้องประเทศ

#ชิงลงมือก่อน #นิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

อังคาร 20 ธันวาคม

อียูตกลงแล้วกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ด้วยราคาพลังงานไม่เกิน 180 ยูโรต่อหนึ่งเมกาวัตต์ชั่วโมง (Hurriyet Daily News, TASS)

อียูตกลงแล้วกำหนดราคาก๊าซธรรมชาติรัสเซีย ด้วยราคาพลังงานไม่เกิน 180 ยูโรต่อหนึ่งเมกาวัตต์ชั่วโมง (เป็นการคำนวณราคาโดยอิงราคาไฟฟ้า หรือเท่ากับ 1,850 ยูโรต่อก๊าซพันลูกบาศก์เมตร) กำหนดเริ่มใช้จริง 15 กุมภาพันธ์ 2023 ด้านรัสเซียยืนยันไม่ยอมรับการกดราคาดังกล่าว เมื่อเดือนสิงหายุโรปซื้อใช้ในราคา 340 ยูโรต่อหนึ่งเมกาวัตต์ชั่วโมง  

เงินรูเบิลอ่อนค่าหนักสุดในรอบ 7 เดือน (oilpricedotcom)

อยู่แถว 68 รูเบิลต่อดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมันดิบโลกอ่อนตัวและมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันก๊าซรัสเซียล่าสุด

วิเคราะห์ : เศรษฐกิจรัสเซียได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวก ดีที่บางประเทศนำเข้าเพิ่มขึ้นมาก

จับตาศาลจะรับข้อสรุปของคณะกรรมการไต่สวนทรัมป์หรือไม่

หลังคณะฯ สรุปว่าทรัมป์มีความผิดทางอาญาอย่างน้อย 4 เรื่องจากเหตุบุกรัฐสภาเมื่อ 6 มกราคม 2020

วิเคราะห์ :

            1) การเมืองอเมริกาที่แยกเป็น 2 ขั้ว

            อาจวิเคราะห์แยกการเมืองอเมริกาตอนนี้เป็น 2 ขั้วคือพวกทรัมป์กับฝ่ายตรงข้าม (หลักๆ คือพรรคเดโมแครท) พวกเดโมแครทพยายามชี้ว่าทรัมป์กับพวกทำผิดกฎหมายบุกรัฐสภา ทรัมป์ยั่วยุให้เกิดเหตุ เพราะอ้างว่าตนแพ้เลือกตั้งจากการโกงอย่างเป็นระบบ และไม่ได้ยั่วยุให้บุกสภา

            2) หลักฐานชี้มูลความผิด .... เล่นงานทรัมป์

            หลังการทำงานปีเศษคณะกรรมการไต่สวนได้ข้อสรุป หากศาลพิจารณาและพิพากษาว่าทรัมป์ผิดจริง ทรัมป์อาจต้องเข้าคุก .... เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของฝ่ายเดโมแครทเพราะตอนนี้คะแนนนิยมทรัมป์พุ่งแรงเหนือประธานาธิบดีไบเดนมาก

            3) การเมืองอเมริกา ประชาธิปไตยอเมริกา

            ในกรอบตีความแบบกว้าง เรื่องนี้สะท้อนคำถามที่ว่า “ประชาธิปไตยประเทศนี้กำลังทำงานอย่างที่ควรหรือไม่” เป็นธรรมต่อทรัมป์หรือไม่ หรือเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ (ยึดกฎหมาย) ที่น่าสนใจคือทุกวันนี้คนอเมริกันหลายล้านคนยังสนับสนุนทรัมป์อย่างแข็งแกร่ง แม้ไบเดนจะชี้ว่าทรัมป์ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย เป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) เป็นพวกสุดโต่ง (extremist)

            คดีของทรัมป์จะเป็นอีกหลักฐานที่ชี้ว่าประชาธิปไตยอเมริกากำลังถดถอยลงตามลำดับ .... และเป็นเช่นนี้มาหลายปีแล้ว (ไม่เฉพาะสมัยทรัมป์)

            ความเป็นประชาธิปไตยของสหรัฐฯ จะส่งผลต่อประชาธิปไตยโลก

20 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

---------------------------

อ่าน ...

ประชาธิปไตยโลกถดถอย อเมริกาขยับสู่อำนาจนิยม

ปัญหาใหญ่คือนับวันคนไม่ศรัทธาหลักประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือระบอบการปกครองประชาธิปไตย แน่นอนว่าไม่เชื่อถือพรรคการเมือง นักการเมือง สถาบันต่างๆ ภายใต้ระบอบนี้

http://www.chanchaivision.com/2022/12/Global-Democracy-2022.html

อาทิตย์ 18 ธันวาคม

ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างซาอุฯ กับจีน

ข้อตกลงหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกด้าน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศตั้งแต่ระดับทวิภาคี ระดับภูมิภาค สะท้อนระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเปลี่ยนไป

            สามารถคลิกเข้าไปอ่านในรูปหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เต็มทั้งฉบับที่

https://www.thaipost.net/e-pub-news/277737/#&gid=a14a4385&pid=5

            บทความของผมจะอยู่หน้า 5

            หรืออ่านแบบเว็บไซต์ที่

https://www.thaipost.net/columnist-people/285970/

            หรืออ่านจากเว็บไซต์ผมพร้อมบรรณานุกรม

 http://www.chanchaivision.com/2022/12/China-Saudi-Comprehensive-Strategic-Partnership.html

เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านบทความของผมทุกวันอาทิตย์ ที่เว็บไซต์ไทยโพสต์

ศุกร์ 16 ธันวาคม

มาครงจัดทัพยุโรปสู้นโยบายอุดหนุนอุตสาหกรรมรถ EV ของอเมริกา (Bloomberg)

ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวยุโรปต้องทำงานเร็วกว่านี้ แก้กฎระเบียบเพื่อช่วยเหลืออุตสาหกรรมในประเทศและของยุโรปให้สู้กับอเมริกาได้ นโยบายอุดหนุนรถ EV ที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยอ้างแก้ปัญหาโลกร้อนกำลังทำลายอุตสาหกรรมรถ EV ยุโรป ตอนนี้กำลังเตรียมฟ้อง WTO

“แม้ว่าเราเป็นพันธมิตรแต่จำต้องดูแลอุตสาหกรรมภายในประเทศและให้อยู่ในภาวะแข่งขันได้”

วิเคราะห์ (เหมือนเดิม): รัฐบาลไบเดนประกาศยุทธศาสตร์เน้นค้าขายกับพวกเดียวกัน (เพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม เช่น จีน รัสเซีย) แต่กรณีรถ EV เป็นตัวอย่างรัฐบาลสหรัฐฯ เล่นงานทุกประเทศ ไม่เว้นพันธมิตร คำว่าพันธมิตรหมายถึงอย่างไรกันแน่ มองอีกด้านคือสหรัฐฯ กำลังเอาตัวรอด จึงต้องอุ้มรถ EV ซึ่งเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ สรุปว่าเรื่องนี้อีกยาวและกำลังเข้มข้นขึ้น คาดว่าคงลากยากไปถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดหน้า

พฤหัส 15 ธันวาคม

พยาบาลทั่วสหราชอาณาจักรหยุดงานประท้วงขอขึ้นค่าแรง (Reuters)

วันนี้ (15) พยาบาลราว 1 แสนคน เรียกร้องขึ้นเงินเดือน 19%

วิเคราะห์ : ตอนนี้มาหมด สหภาพรถไฟ ไปรษณีย์ พนักงานสนามบิน นักบิน ประท้วงขอขึ้นเงินเดือน เพราะรายได้ไม่พอรายจ่าย ล่าสุดเงินเฟ้ออยู่แถว 10% #เงินเฟ้อที่รัฐบาลเป็นผู้ก่อ #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

#สงครามยูเครน 

เริ่มแล้ว อียูได้ข้อตกลงเบื้องต้นเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้านำเข้า (Politico)

วิเคราะห์ : อีกไม่นานสินค้าต่างชาติที่จะขายในอียูจะต้องเสียภาษีคาร์บอน (carbon border tax) บริษัทใดที่ไม่รักษาสิ่งแวดล้อมจะต้องเสียภาษีอัตราสูงทำให้สู้บริษัทคู่แข่งที่รักษ์สิ่งแวดล้อมไม่ได้

ยิ่งภาวะโลกร้อนแรง สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ภาษีนี้จะยิ่งหนักขึ้น

#ถ้าตัดไม้ได้คนยิ่งจะปลูกป่า #มูลค่าต้นไม้จะสูงขึ้นเรื่อยๆ

พุธ 14 ธันวาคม

ชีวิตความเป็นอยู่ของคนยูเครน น้อยคนที่จะเอ่ยถึง :

ปัจจุบันชาวยูเครน 11 ล้านอยู่ได้เพราะความช่วยเหลือของสหประชาชาติ เอ็นจีโอ เฉพาะยูเอ็นปีนี้ให้ความช่วยเหลือยูเครนแล้ว 4,300 ล้านดอลลาร์มากสุดของประวัติศาสตร์ยูเอ็น นับวันชาวยูเครนจะยากจนลงทุกที (Spiegel Online - ไม่มีงานเพราะสงคราม มีแต่รายจ่าย บ้านเรือนทรัพย์สินเสียหาย)

วิเคราะห์ : #ยูเครนยิ่งรบยิ่งพัง

กำหนดเพดานราคาก๊าซรัสเซียล่มแล้ว :

ล่าสุดวันนี้ (14) สมาชิกอียูแตกเป็น 2 ฝ่าย จะหารือใหม่อีกรอบและตัดสินใจสัปดาห์หน้า

รัฐบาลเยอรมนี ออสเตรีย และเนเธอร์แลนด์กังวลว่าการกำหนดเพดานราคาก๊าซรัสเซียจะซื้อหายาก เพราะผู้ขายจะไปขายตลอดอื่นที่ได้ราคาดีกว่า (DW)

วิเคราะห์ : ต้นเหตุปัญหาน้ำมันแพง ก๊าซอาจไม่พอใช้ สินค้าแพงทั้งแผ่นดินมาจากนโยบายของรัฐทั้งนั้น นาโตสามารถเล่นงานรัสเซียด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนมากขนาดนี้

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

อาทิตย์ 11 ธันวาคม

ประชาธิปไตยโลกถดถอย อเมริกาขยับสู่อำนาจนิยม

ปัญหาใหญ่คือนับวันคนไม่ศรัทธาหลักประชาธิปไตย ไม่เชื่อถือระบอบการปกครองประชาธิปไตย แน่นอนว่าไม่เชื่อถือพรรคการเมือง นักการเมือง สถาบันต่างๆ ภายใต้ระบอบนี้

            สามารถคลิกเข้าไปอ่านในรูปหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เต็มทั้งฉบับที่ https://www.thaipost.net/e-pub-news/281215/#&gid=a14a4385&pid=5

            บทความของผมจะอยู่หน้า 5

            หรืออ่านแบบเว็บไซต์ที่

https://www.thaipost.net/columnist-people/281116/

            หรืออ่านจากเว็บไซต์ผมพร้อมบรรณานุกรม

 http://www.chanchaivision.com/2022/12/Global-Democracy-2022.html

เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านบทความของผมทุกวันอาทิตย์ ที่เว็บไซต์ไทยโพสต์


เสาร์ 10 ธันวาคม

สี จิ้นผิงให้ใช้ตลาดแลกเปลี่ยนเซี่ยงไฮ้เป็นศูนย์กลางซื้อขายพลังงานกับรัฐอ่าวเปอร์เซียผ่านสกุลเงินหยวน (Channel News Asia)

จีนต้องปฏิบัติตามระเบียบการเงินของ GCC สนับสนุนให้บริษัทของรัฐอ่าวฯ เข้าสู่ตลาดจีน ร่วมมือทางธุรกิจในรูปแบบต่างๆ สามารถใช้สกุลเงินของตนและใช้ระบบเงินดิจิทัล

วิเคราะห์ :

            1) ความร่วมมือรอบด้านรวมถึงการใช้สกุลเงินของแต่ละประเทศ

            จีนไม่เพียงต้องการซื้อใช้พลังงานจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่าเดิม ประกาศชัดถึงแผนลงทุนด้านพลังงานกับ GCC อย่างครอบคลุม รวมถึงการซื้อขายด้วยสกุลเงินของแต่ละประเทศ

            2) จีนพร้อมแล้วสำหรับระบบชำระเงินใหม่

            คำประกาศซื้อขายด้วยสกุลเงินท้องถิ่นผ่านตลาดแลกเปลี่ยนเซี่ยงไฮ้กำลังประกาศว่าจีนพร้อมแล้วสำหรับระบบชำระเงินใหม่ รวมถึงการใช้ระบบเงินดิจิทัลด้วย ทุกประเทศล้วนสามารถใช้ระบบชำระเงินของจีนนี้ จากนี้ไปต้องติดตามระบบชำระเงินใหม่จะเป็นที่นิยมมากเพียงไร สกุลเงินหยวนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นแค่ไหน

            3) แบ่งโลกด้วยระบบชำระเงินและอื่นๆ

            รัสเซียถูกคว่ำบาตรไม่ให้ใช้ระบบชำระเงิน Swift ที่รัฐบาลสหรัฐฯ มีอำนาจควบคุม ทำให้นานาชาติซื้อขายกับรัสเซียผ่านระบบการเงินที่มีอยู่ไม่ได้ ผลที่ตามมาคือทั้งรัสเซีย จีน อิหร่านล้วนพยายามสร้างระบบชำระเงินใหม่ให้พ้นจากอิทธิพลสหรัฐฯ ระบบชำระเงินระหว่างประเทศจึงเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าโลกกำลังแบ่งเป็นขั้ว เหมือนกับการแบ่งด้านอื่นๆ นับจากวันนี้เป็นต้นไปจะเน้นซื้อขายกับพวกเดียวกัน บางประเทศอาจต้องใช้โทรศัพท์มือถือ 2 ค่าย โดยที่หนึ่งในนั้นเป็นค่ายฝั่งจีน

10 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

#สงครามเย็นใหม่ #สงครามไฮบริด

-------------------------

อ้างอิง : China to use Shanghai exchange for yuan energy deals with Gulf nations - Xi. (2022, December 9). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/business/china-use-shanghai-exchange-yuan-energy-deals-gulf-nations-xi-3134551

ธนาคารกลางยุโรปเตือนฤดูหนาวนี้ก๊าซอาจแพงจนกระเทือนเสถียรภาพทางการเงิน (CNBC)

อียูหารือเตรียมตัวรับมือมาหลายสัปดาห์แล้ว 

วิเคราะห์ : ผมพูดล่วงหน้าเป็นเดือนแล้วให้เตรียมฟืนกับเตาถ่าน

วันที่ 24 ก.พ. รัสเซียบุกยูเครน ราคาก๊าซธรรมชาติอยู่แถว 4.3 USD/MMBtu ล่าสุดวันนี้อยู่แถว 6.2 ช่วงที่ขึ้นแรงๆ อยู่ที่ 9-10

ช่วงนี้ราคาน้ำมันอ่อนตัว ส่วนถ่านหินยังคงสูงเสมอต้นเสมอปลาย

ศุกร์ 9 ธันวาคม

อย่าแปลกใจถ้าคนไม่เชื่อถือนักการเมือง พรรคการเมือง :

            International IDEA ชี้โดยรวมแล้วประชาธิปไตยยุโรปอ่อนแอลง ผู้คนสงสัยว่าระบอบนี้ให้ความยุติธรรมเท่าเทียมหรือไม่ ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงนับวันจะเป็นปัญหา ปัญหาว่างงาน สภาพการจ้างงาน มาตรฐานชีวิตที่แย่ลง การบริการของรัฐไม่ดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงขึ้น ปัญหาคนอพยพเข้าเมือง ปัญหาคนสูงวัย เหล่านี้นำสู่คำถามว่าระบอบประชาธิปไตยรับมือไหวหรือไม่ น่าตกใจอย่างยิ่งเมื่อพบว่าคนยุโรป 3 ใน 4 ไม่เชื่อถือพรรคการเมือง ข้อดีอย่างหนึ่งคือประชาชนบางส่วนเห็นปัญหาแล้วตื่นตัวมากพยายามมีส่วนร่วมทางการเมือง พยายามรวมกลุ่มภาคประสังคมถึงขนาดจัดตั้งกลุ่มข้ามประเทศ กลุ่มของยุโรปทั้งมวล

สงครามยูเครนสะเทือนประชาธิปไตยยุโรป :

            International IDEA ชี้ประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองหลักของยุโรป แต่ประชาธิปไตยของกลุ่มนี้ 17 ประเทศหรือ 43% อ่อนแอลงในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เกือบครึ่งของ 17 ประเทศนี้เดิมมีความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก

            ปัญหาหลักคือคนไม่เชื่อถือหลักประชาธิปไตยดังเช่นอดีต และไม่เชื่อถือสถาบันทางการเมือง

            ประเด็นที่สังคมถกกันมากคือประชาธิปไตยไม่สร้างความเจริญรุ่งเรืองให้ความกว่าที่เป็นอยู่ ผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-19 และค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงลิบลิ่ว

            กองทัพรัสเซียรุกรานยูเครนส่งผลสั่นสะเทือนทั่วยุโรป ทำให้อัตราเงินเฟ้อพุ่ง เศรษฐกิจหดตัวหรือไม่โต พรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดเป็นที่นิยม กังวลพลังงานขาดแคลน ทั้งหมดนี้กระทบต่อประชาธิปไตย ทำให้ประชาธิปไตยที่ง่อนแง่นอยู่แล้วแสดงผลลบมากขึ้น ชาติยุโรปที่ชี้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับเผด็จการกำลังโดนทดสอบอย่างหนัก เกิดกระแสที่รัฐบาลต้องปกป้องประชาธิปไตยในประเทศด้วย ต้องต่อสู้ด้านข้อมูลข่าวสาร ต้องให้ประชาชนศรัทธาเชื่อถือหลักการปกครองนี้

สัมพันธ์จีน-อาหรับก้าวสู่ยุคใหม่ที่แนบแน่น :

ในการเยือนซาอุฯ อย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะรวมถึงการเข้าร่วมประชุมสุดยอดจีน-อาหรับ (China-Arab States Summit) ที่จัดเป็นครั้งแรกและจัดต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ยังเกิดการประชุมสุดยอด China-GCC Summit (Xinhua)

วิเคราะห์ :

            1) ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ไตร่ตรองมาอย่างดี

            ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลซาอุฯ ไตร่ตรองมาอย่างรอบคอบแล้วว่าต้องการยกระดับความสัมพันธ์กับจีนอย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องที่ถกกันมาแล้วพิจารณาข้อดีข้อเสียจนได้ข้อสรุปดังกล่าว

            เป็นความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างจีนกับรัฐอาหรับทั้งปวง

            2) มุ่งสู่การพัฒนาและการค้า

            ซาอุฯ มีเงินและต้องการพัฒนา ส่วนจีนมีเทคโนโลยี มีความตั้งใจที่อยากทำการค้าการลงทุนกับนานาชาติ ความร่วมมือเช่นนี้เป็นบรรทัดฐานทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขย่อมสมควรและไม่ควรถูกใครกีดกัน

            เป็นความชาญฉลาดของรัฐบาลซาอุฯ ที่เปิดรับการค้าการลงทุนจากนานาชาติ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตน สัมพันธ์กับจีนที่ไม่คิดทำให้ซาอุฯ เป็นประชาธิปไตย ยอมรับการปกครองแบบซาอุฯ

            3) ก้าวสู่ยุคที่ไม่ง้ออเมริกาอีกแล้ว

ย้อนหลัง 77 ปีก่อนรัฐบาลซาอุดิอาระเบียเริ่มมีสัมพันธ์ดีกับสหรัฐฯ ตั้งแต่สมัยแฟรงคลิน ดี รูสเวลท์ (Franklin D. Roosevelt) ไม่กี่เดือนก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 กษัตริย์ซาอุฯ Abdul-Aziz bin Saud ได้พบกับประธานาธิบดีรูสเวลท์ สองฝ่ายตกลงกันว่าสหรัฐฯ จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์น้ำมันในซาอุฯ แลกกับการที่สหรัฐฯ จะปกป้องราชวงศ์ซาอุฯ จากภัยคุกคามความมั่นคง

ข้อตกลงเหล่านี้ยังคงอยู่เพียงแต่ซาอุฯ ยื่นมือออกไปให้มหาอำนาจอื่นด้วย

            4) จับมือจีนแต่ไม่ทิ้งสหรัฐฯ

            ไม่น่าจะถูกต้องหากตีความนี่คือการที่ซาอุฯ ละทิ้งสหรัฐฯ ผู้เป็นพันธมิตรเก่าแก่ ความจริงแล้วสัมพันธ์ซาอุฯ-สหรัฐฯ ยังคงอยู่ ยังมีผลประโยชน์ร่วมกันมหาศาล เพียงแต่ซาอุฯ ขยับเข้ามาใกล้ชิดจีนด้วย พูดให้ชัดคือซาอุฯ ตั้งใจเป็นมหามิตรกับทั้ง 2 มหาอำนาจ แน่ละจีนย่อมไม่ทิ้งโอกาสดีนี้ เหลือแต่ว่าฝ่ายรัฐบาลสหรัฐฯ จะคิดอย่างไรต่างหาก

            เป็นไปได้ว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ได้แต่หวานอมขมกลืน เพราะผลประโยชน์ยังต้องรักษาไว้โดยเฉพาะเปโตรดอลลาร์ ในขณะที่รัฐบาลซาอุฯ ก็ไม่อาจทำอะไรพลีพลามทิ้งมืออเมริกา

            5) ซาอุฯ ที่ไม่ต้องการอยู่ขั้วใดขั้วหนึ่ง

            รัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (IR) อธิบายว่า ณ ตอนนี้ระเบียบโลกกำลังเปลี่ยนแปลง มหาอำนาจกำลังจัดระเบียบโลก ผู้เชี่ยวชาญบางคนวิเคราะห์ว่าฝ่ายสหรัฐฯ ต้องการรักษาความเป็นเจ้าของตน บางคนวิเคราะห์ว่าโลกกำลังเข้าสู่สงครามเย็นใหม่ (ระบบ 2 ขั้ว-ฝ่ายสหรัฐฯ ต้องการให้เป็นเช่นนั้น) แนวทางของซาอุฯ ชี้ว่าตนไม่ต้องการอิงขั้วใดขั้วหนึ่งจนเป็นศัตรูกับอีกขั้ว

            หลายเดือนที่ผ่านมารัฐบาลซาอุฯ แสดงท่าทีไม่ใกล้ชิดอเมริกาเท่าที่ควร บัดนี้การเยือนของประธานาธิบดีสีได้ให้คำตอบที่ชัดเจนแล้ว

9 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
#ซาอุไม่เลือกข้าง #ระเบียบโลกใหม่

---------------------

อ้างอิง : Xi lands in Riyadh for China-Arab States Summit, China-GCC Summit, state visit. (2022, December 8). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20221208/6d243a9c13a746c994a7ce593a2e1f93/c.html

พฤหัส 8 ธันวาคม

รู้เปล่าประชาธิปไตยออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและไต้หวันถดถอยไม่ต่างจากประเทศอื่นๆ

            International IDEA เผยประชาธิปไตยในแถบเอเชียกับแปซิฟิกเสื่อมถอยอำนาจนิยมเข้มแข็งขึ้น ประชากร 54% อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่น่าตกใจคือ 85% ของกลุ่มประชาธิปไตยนี้กำลังอ่อนแอลง กระทั่งประเทศอย่างออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและไต้หวันก็เป็นเช่นนั้น เสรีภาพสื่อหดหาย ชาติพันธุ์นิยมแรงขึ้น กองทัพแทรกแซงการเมือง เป็นการเมืองแบบอุปถัมภ์ ผู้บริหารประเทศทำเพื่อประโยชน์ตนเอง

ปูตินย้ำรัสเซียมีอาวุธนิวเคลียร์ที่ทันสมัยที่สุดในโลก แต่จะไม่เป็นฝ่ายใช้ก่อน (The Guardian )

ผมได้อธิบายแล้ว ....

หายนะจากสงครามนิวเคลียร์และข่าวรัสเซียจะใช้นิวเคลียร์

การใช้อาวุธนิวเคลียร์ส่งผลเสียหายร้ายแรงไม่เฉพาะต่อคนที่โดนแรงระบาดกับกัมมันตรังสีเท่านั้น ต้องมองผลกระทบที่จะตามมาอันเนื่องประชาคมโลกไม่อยากให้ใช้นิวเคลียร์ อ่าน

http://www.chanchaivision.com/2022/12/No-indication-Russia-will-use-nukes.html

พุธ 7 ธันวาคม

สิ้นสุดโลกขั้วเดียว สงครามเย็นใหม่เริ่มแล้ว (TASS)

Alexander Dynkin จาก Institute Of World Economy And International Relations ชี้ว่าตอนนี้โลกเข้าสู่ภาวะสงครามเย็นใหม่ระหว่างขั้วสหรัฐฯ กับพวกกับอีกฝ่ายคือรัสเซียจีน

#สงครามเย็นใหม่

11 เดือนแรกของปีนี้ ยอดการค้าทวิภาคีรัสเซีย-จีน ทำสถิติใหม่ที่ 172,400 ล้านดอลลาร์ เพิ่ม 32% (Sputnik News)

จีนส่งออกสู่รัสเซียเพิ่ม 13.4% มูลค่า 67,300 ล้านดอลลาร์ ด้านรัสเซียส่งออกสู่จีนเพิ่ม 47.5% มูลค่า 105,000 ล้านดอลลาร์

วิเคราะห์ : สังเกตว่ารัสเซียส่งออกเพิ่มขึ้นมาก จีนเป็นลูกค้ารายใหญ่ของรัสเซีย

รู้เปล่าประชาธิปไตยอเมริกาถอยหลังลงคลอง :

International IDEA เทียบปี 2016 กับ 2021 พบว่าจำนวนประเทศที่ขยับเข้าหาระบอบอำนาจนิยม (authoritarianism) เพิ่มขึ้นมากกว่าประเทศที่ขยับเข้าหาประชาธิปไตยกว่าเท่าตัว ระดับความเป็นประชาธิปไตยตกต่ำลงทุกที ตัวอย่างประเทศที่ประชาธิปไตยถดถอยอย่างแรง (severely backsliding) คือ บราซิล เอล ซัลวาดอร์ ฮังการี และโปแลนด์ ประเทศที่ถดถอยพอสมควร (moderately backsliding) ได้แก่ อินเดีย มอริเชียส และสหรัฐฯ 

IEA คาดนับจากปี 2025 เป็นต้นไป ไฟฟ้าส่วนใหญ่ของโลกจะผลิตจากพลังงานหมุนเวียน แทนที่ถ่านหินในขณะนี้ (CNBC)

สถานการณ์พลังงานในระยะนี้เป็นอีกปัจจัยผลักดันให้ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์

และคาดว่าปี 2027 40% ของกระแสไฟฟ้าจะมาจากพลังงานหมุนเวียน โลกจะลดการใช้ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติและนิวเคลียร์

วันนี้ (7) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเดินทางถึงซาอุฯ เยือนซาอุฯ อย่างเป็นทางการ 3 วัน (Al Jazeera)

จะลงนามลงทุนร่วม 29,260 ล้านดอลลาร์

วิเคราะห์ :

            1) การที่ซาอุฯ-จีนลงนามร่วมทุนมหาศาลเป็นหลักฐานชี้ว่า รัฐบาลซาอุฯ ไม่ได้เดินตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีนของสหรัฐฯ ซาอุฯ ต้องการเป็นมิตรกับจีน

            2) จับตาว่า 2 ประเทศจะค้าขายด้วยเงินสกุลของตัวเองหรือไม่ ลดการใช้ดอลลาร์

            3) ซาอุฯ อาจซื้ออาวุธจีนเพิ่ม ไม่ง้ออาวุธอเมริกัน

            4) ติดตามปฏิกิริยาของรัฐบาลไบเดน

อังคาร 6 ธันวาคม

รู้ไหมประชาชนต้องการอะไรจากประชาธิปไตย :

International IDEA ยังชี้ว่าลำพังมีรัฐบาลประชาธิปไตยไม่พอ ต้องเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศได้ดีมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน เพราะที่สุดแล้วประชาชนไม่ได้ต้องการเพียงรัฐบาลที่เขาเลือกมา แต่ต้องการตัวแทนบริหารประเทศที่นำความอยู่ดีมีสุขมาให้

ความจริงที่น่าตกใจอีกข้อคือ เมื่อปี 2017 ประชาชน 52.4% ตอบว่าประชาธิปไตยมีความสำคัญ (ผู้ตอบแบบสอบถามจาก 77 ประเทศ) แต่ล่าสุด 47.4% (ไม่ถึงครึ่ง) ตอบว่าประชาธิปไตยมีความสำคัญ

ปี 2009 ผู้ตอบแบบสอบถาม 38% เห็นว่าต้องการผู้นำเข้มแข็งมากกว่ามีรัฐบาลการเลือกตั้ง  (เน้นผู้นำประเทศที่บริหารประเทศได้ดีมากกว่ามีการเลือกตั้ง) ปี 2021 ผู้ตอบแบบสอบถาม 52% ให้ความสำคัญกับผู้นำเข้มแข็งมากกว่ามีการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

อียูกับสหรัฐฯ ส่อขัดแย้งหนักเรื่องอุดหนุนอุตสาหกรรมรถ EV (Euro News)

กฎหมายใหม่ Inflation Reduction Act (IRA) รัฐบาลสหรัฐฯ ให้เงินอุดหนุนรถ EV ของตนสูงสุดคันละ 7,500 ดอลลาร์ ด้วยเงื่อนไขว่าต้องเป็นรถที่ประกอบในอเมริกา และเน้นใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศหรือประเทศคู่ค้าเสรีกับอเมริกา เช่น แคนาดากับเม็กซิโก

ปัญหาคืออียูไม่มีข้อตกลงการค้าเสรีกับอเมริกาจึงถูกตัดออกไป ผู้นำอียูเห็นว่าเป็นมาตรการกีดกันการค้ามากกว่า เพราะไม่ว่าจะเป็นรถ EV ของประเทศใดล้วนช่วยลดโลกร้อนเหมือนกัน ดังนั้น รถยุโรปน่าจะได้รับการปฏิบัติเหมือนกับรถอเมริกา

ยุโรปกำลังหารือพิจารณาให้เงินอุดหนุนรถ EV ของตนเพื่อลดราคาแข่งกับรถอเมริกา แต่กรณีอียูมีความซับซ้อนกว่าเพราะเศรษฐกิจสมาชิกเข้มแข็งไม่เท่ากัน งบประมาณช่วยเหลืออุตสาหกรรมรถยนต์ก็มาจากเงินภาษีประชาชน ยิ่งอุดหนุนมากเท่ากับประชาชนยิ่งต้องจ่ายมาก โดยผู้ได้ประโยชน์คือผู้ซื้อรถ EV

รัฐบาลไบเดนจะจับตานโยบายและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลอิสราเอลชุดหน้า (Middle East Eye)

วิเคราะห์ : มีความกังวลว่ารัฐบาลเนทันยาฮูใหม่จะกินพื้นที่เขตเวสต์แบงก์อย่างหนัก ข้อวิพากษ์คือแม้รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนแนวทางทวิรัฐ แต่ปล่อยให้อิสราเอลตั้งถิ่นฐานใหม่ในเขตเวสต์แบงก์อย่างต่อเนื่อง เกิดคำถามว่าท้ายที่สุดแล้วปาเลสไตน์จะเหลือพื้นที่เท่าไร หรือจะยังเหลืออีกหรือไม่

หลายประเทศต่อต้านการรุกล้ำของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง พวกอาหรับ อิหร่านต่อต้านอย่างรุนแรงแต่ก็ช่วยได้ไม่ได้

นี่คืออีกภาพของโลกแห่งความจริงในขณะนี้

จันทร์ 5 ธันวาคม

มีเพียง 32 ประเทศที่ยึดนโยบายกดราคาน้ำมันรัสเซียที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (AP)

 ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร แคนาดา ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และสมาชิกอียู 27 ประเทศ

ด้านรัสเซียยืนยันไม่ยอมรับกฎเกณฑ์ดังกล่าว ส่วน Andriy Yermak หัวหน้าทีมงานเซเลนสกีกล่าวว่าควรลดเหลือ 30 ดอลลาร์เพื่อเศรษฐกิจศัตรูถูกทำลายเร็วขึ้น

วิเคราะห์ : ย้ำอีกครั้งนะครับว่าศึกยูเครนไม่ใช่เรื่องการปะทะทางทหารระหว่างกองทัพรัสเซียกับฝ่ายยูเครนเท่านั้น แต่เป็นสงครามไฮบริดที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกกำลังทำสงครามเศรษฐกิจทำลายรัสเซีย หวังให้รัสเซียเกิดจลาจล ล้มรัฐบาลปูติน เรื่องนี้เคยพยายามทำครั้งหนึ่งเมื่อปี 2014 เมื่อรัสเซียยึดไครเมีย ตอนนั้นค่าเงินรูเบิลร่วงหนัก เศรษฐกิจรัสเซียปั่นป่วนเป็นปี

แต่ส่งผลกระทบทั่วโลก ทำให้เงินเฟ้อพุ่ง ฯลฯ

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

อาทิตย์ 4 ธันวาคม

จับตาไบเดนกีดกันสินค้าไฮเทคปิดล้อมจีน

ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่การกีดกันเทคโนโลยีชิ้นส่วนไฮเทคสู่จีนเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลกในตอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเย็นใหม่ที่การแบ่งขั้วชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที

            สามารถคลิกเข้าไปอ่านในรูปหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เต็มทั้งฉบับที่ https://www.thaipost.net/e-pub-news/276477/#&gid=a14a4385&pid=5

            บทความของผมจะอยู่หน้า 5

            หรืออ่านแบบเว็บไซต์ที่

https://www.thaipost.net/columnist-people/276398/

            หรืออ่านจากเว็บไซต์ผมพร้อมบรรณานุกรม

 

เพื่อนๆ สามารถติดตามอ่านบทความของผมทุกวันอาทิตย์ ที่เว็บไซต์ไทยโพสต์

ศุกร์ 2 ธันวาคม

ไบเดนพูดเองพร้อมเจรจาปูตินยุติศึกยูเครน (Daily Sabah)

วิเคราะห์ :

            1) ที่ผ่านมารัฐบาลไบเดน นาโตประกาศสู้ศึกรัสเซียเต็มกำลัง ชี้ว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับพวกอำนาจนิยม เป็นศึกที่แพ้ไม่ได้ จนบัดนี้ยังประกาศสนับสนุนยูเครนเต็มที่ ทั้งอาวุธและความช่วยเหลืออื่นๆ การประกาศยินดีเจรจากับปูตินแสดงให้เห็นความอ่อนแอของผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยที่พยายามรอมชอมกับรัฐบาลปูตินที่ถูกตีตราว่าเป็นพวกอำนาจนิยม

            2) ทั้งยูเครนกับกลาโหมสหรัฐฯ ต่างชี้ว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอ 2 สัปดาห์ก่อน Mark Milley หัวหน้าคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ประเมินว่าทหารรัสเซียบาดเจ็บล้มตาย100,000 ราย ถอยร่นออกจากพื้นที่ยึดครอง มีแนวโน้มว่ายูเครนจะชนะศึก แต่การเปิดเจรจาทำให้สงสัยว่ายูเครนชนะจริงหรือเป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อ

            3) หากรัสเซียกำลังเพลี่ยงพล้ำ ถ้ายึดยุทธศาสตร์สงคราม รัฐบาลสหรัฐฯ กับนาโตควรฉวยโอกาสนี้ทำลายรัสเซียให้ถึงที่สุด เพราะโอกาสเช่นนี้หายากมาก ไม่สมควรปล่อยผ่านเลย

            การที่ผู้นำอเมริกาพูดเองว่าอยากเจรจากับรัสเซียจึงเกิดข้อสงสัยหลายประการ

#สงครามยูเครน

Janet Yellen รมต.คลังชี้เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปีเพราะคนอเมริกันใช้จ่ายฟุ่มเฟือย (Fox News)

วิเคราะห์ : ที่น่าสนใจคือคนอเมริกันซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Work from home มาก เช่น เครื่องคอมฯ อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องครัวและเกม

อียูเห็นชอบซื้อน้ำมันรัสเซียไม่เกิน 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (oilpricedotcom)

วิเคราะห์ : การกดราคาดังกล่าวเป็นไปตามแรงกดดันของรัฐบาลไบเดน ส่วนชาติยุโรปจะมีเทคนิคซื้อพลังงานรัสเซียด้วยวิธีการพิสดารหรือไม่เป็นเรื่องน่าติดตามต่อไป เรื่องนี้จะยาวไปตลอดปีหน้าและอาจนานกว่านั้น สุดท้ายคือจะไม่เกี่ยวข้องกับสมรภูมิยูเครน

#สงครามยูเครน #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน

เนทันยาฮูมอบหมายให้พรรค Religious Zionism Party ดูแลการตั้งถิ่นฐานในเขตปาเลสไตน์ (Al Jazeera)

ปัจจุบันชาวอิสราเอล 600,000 - 750,000 อาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์และเยรูซาเล็มตะวันออกซึ่งผิดกฎหมายระหว่างประเทศแต่ไม่มีใครห้ามได้

วิเคราะห์ : Religious Zionism Party ปฏิเสธแนวทางทวิรัฐ น่าติดตามว่าจะส่งผลต่อการตั้งถิ่นฐานในเขตปาเลสไตน์อย่างไร การขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่

พฤหัส 1 ธันวาคม

Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรประบุว่าทหารยูเครนเสียชีวิตแล้ว 100,000 ราย พลเรือน 20,000 คน (Asia Times)

            2 สัปดาห์ก่อน Mark Milley หัวหน้าคณะเสนาธิการร่วมสหรัฐฯ ประเมินว่าทหารยูเครนบาดเจ็บล้มตาย 60,000 ราย พลเรือนเสียบาดเจ็บหรือชีวิต 40,000 คน ส่วนทหารรัสเซีย 100,000 ราย ด้านรัฐบาลรัสเซียระบุว่าทหารของตนไม่ได้เสียชีวิตมากขนาดนั้น

วิเคราะห์ :

            1) ต้องเข้าใจก่อนว่าในยามศึกไม่มีใครเปิดเผยตัวเลขจริงทั้งหมด เป็นความลับทางทหาร เป็นส่วนหนึ่งของสงครามจิตวิทยาว่าตนกำลังชนะ ข้าศึกเสียหายหนัก

            2) ตัวเลขมาจากการประมาณการ ตัวเลขจริงมักจะมากกว่าประมาณการ

            3) ความจริงที่น่าเศร้าคือ สองฝ่ายรวมแล้วตายเป็นแสน ไม่นับอีก 15 ล้านคนที่อพยพออกจากประเทศหนีภัยสงคราม (อนาคตของเขาไม่แน่นอน) เราอยู่ในศตวรรษที่ 21 ที่โลกมีความเจริญก้าวหน้า แต่สงครามที่ทำให้คนตายเป็นแสนยังเกิดกับยุคสมัยนี้ เป็นข้อเตือนใจแก่นานาประเทศ โอกาสเกิดสงครามใหญ่มีน้อยแต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยูเครนคือกรณีตัวอย่างล่าสุด สุดท้าย #ยูเครนเป็นแค่เหยื่อที่ต้องถูกทำลาย

1 ธันวาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

--------------

ประชาธิปไตยโลกถดถอยลงอีก อเมริกาหันเข้าสู่อำนาจนิยมมากขึ้น (France24)

งานวิจัยล่าสุดของ International IDEA เผยครึ่งหนึ่งของประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีระดับความเป็นประชาธิปไตยน้อยลง อเมริกาหันเข้าสู่อำนาจนิยมมากขึ้น

วิเคราะห์ : งานวิจัยล่าสุดของ International IDEA ตอกย้ำความจริงที่ว่ากว่าสิบปีที่ผ่านมาความเป็นประชาธิปไตยโลกลดน้อยลง แม้กระทั่งสหรัฐฯ ที่พยายามชี้ว่าตนเป็นผู้นำโลกเสรี ความจริงแล้วหันเข้าสู่อำนาจนิยมมากขึ้นทุกที

เก็บไว้ทำบทความฉบับ ....

อ่านรายงานฉบับเต็มที่ได้ที่ ...

https://www.idea.int/news-media/news/global-democracy-weakens-2022