ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ 2022 (1)

นับจากนี้จะไม่แบ่งนโยบายต่างประเทศกับในประเทศอีกต่อไป หากจะให้สหรัฐมั่งคั่งต้องกำกับระเบียบระหว่างประเทศให้สหรัฐได้ประโยชน์สูงสุด 

            ประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Beiden) เกริ่นนำว่า ณ ขณะนี้โลกกำลังแข่งขันจัดระเบียบโลก จะต้องรักษาให้สหรัฐเป็นผู้นำต่อไป ให้ชาติพันธมิตรและหุ้นส่วนเดินตามจังหวะก้าวไปพร้อมๆ กับสหรัฐ จีนเป็นความท้าทายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากที่สุดและมีผลต่อระบบโลก พวกเผด็จการ (Autocrats) กำลังบ่อนทำลายประชาธิปไตย นำเสนอรูปแบบการปกครองที่กดขี่คนในชาติและนอกประเทศ สหรัฐเป็นประเทศที่แข็งแกร่งเพราะภายในเข้มแข็ง มีกองทัพไร้เทียมทาน รัฐบาลรักษาสิ่งเหล่านี้ได้เพราะเรายึดระบอบประชาธิปไตย และจะทำหน้าที่รักษาประชาธิปไตยทั่วทุกมุมโลก บทความนำเสนอสาระสำคัญยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฉบับล่าสุด “National Security Strategy October 2022” ดังนี้

การแข่งขันระหว่างประชาธิปไตยกับเผด็จการ :

            ห้วงทศวรรษนี้ชาติมหาอำนาจกำลังแข่งขันกัน มีผลต่อระเบียบการเมืองโลกในอนาคต มีทั้งโอกาสและภัยคุกคาม อีกทั้งมีภัยคุกคามโลกอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลักพื้นฐานที่รัฐบาลสหรัฐยึดมั่นคือการตัดสินใจด้วยตัวเอง บูรณภาพแห่งดินแดนและการเมืองที่เป็นอิสระต่อกัน เศรษฐกิจโลกที่เปิดโอกาสแก่ทุกคน

            ในขณะเดียวกันทุกคนในโลกต่างเผชิญความท้าทายของตนเองและความท้าทายข้ามพรมแดน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคระบาด ภัยก่อการร้าย ความมั่นคงทางอาหาร เงินเฟ้อ ทุกเรื่องล้วนสำคัญระดับประเทศกับระดับโลก เป็นเรื่องที่นานาชาติต้องร่วมมือกันพร้อมกับตระหนักว่าทุกประเทศแข่งขันกันด้วย

            วัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติคือปกป้องคุ้มครองคนอเมริกัน ให้มั่งคั่งร่ำรวยกว่าเดิม ปกป้องประชาธิปไตยอันเป็นรากฐานวิถีชีวิตคนอเมริกัน ประเทศอื่นๆ ปกป้องผลประโยชน์ของเขาเช่นกันและบางครั้งต้องแข่งกับเรา

             อเมริกาต้องมีบทบาทในโลกมากกว่านี้ ตอนนี้โลกถูกแบ่งแยกไร้เสถียรภาพ ชาติมหาอำนาจเสี่ยงขัดแย้งมากขึ้น ประชาธิปไตยกับเผด็จการกำลังแข่งขันกันว่าระบอบใดดีกว่า การแข่งขันทางเทคโนโลยีที่จะมีผลต่อระบบความมั่นคงและเศรษฐกิจ

            ทุกวันนี้อเมริกายังเป็นผู้นำโลก (world’s leading power) อยู่เหนือชาติอื่นๆ ในด้านต่างๆ เพราะสหรัฐมีรากฐานค่านิยมที่เหนือกว่านั่นเอง กองทัพอเมริกันยังไร้ผู้เทียมทาน การร่วมมือกับพันธมิตรและหุ้นส่วนยิ่งเพิ่มขยายพลังอำนาจ

            อเมริกาเป็นชาติประชาธิปไตยอันหลากหลาย (diverse democracy) เป็นเหตุว่าการเมืองไม่ราบรื่น มีฝ่ายค้านตลอดเวลา สหรัฐจะยังคงเดินหน้าบนความแตกต่างหลากหลายนี้ ด้วยการเมืองที่โปร่งใสเป็นประชาธิปไตย มั่นใจว่าคือหนทางที่ดีที่สุด ทุกชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าและเป็นไท คุณภาพประชาธิปไตยของประเทศจะสะท้อนออกมาสู่ความเข้มแข็งในด้านต่างๆ ตลอดจนการเป็นผู้นำโลก

            สหรัฐสนับสนุนสิทธิมนุษยชนสากล ชาติที่แสวงหาเสรีภาพและศักดิ์ศรี (dignity) ทำให้ประชาธิปไตยทุกหนแห่งทั่วโลกเข้มแข็ง มีแต่รัฐบาลประชาธิปไตยเท่านั้นที่ปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ได้ดีที่สุด ช่วยให้ประเทศหุ้นส่วนมั่งคั่ง สังคมยืดหยุ่นปรับตัวได้ดี สร้างเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง สนับสนุนโลกแห่งสันติ

            พวกรัฐบาลเผด็จการคือความท้าทายที่สำคัญที่สุด พวกเขาพร้อมทำสงคราม บ่อนทำลายการเมืองประชาธิปไตยในประเทศต่างๆ อย่างแข็งขัน ส่งเสริมการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่เสรี รัสเซียเป็นภัยคุกคามในตอนนี้ส่วนจีนเป็นคู่แข่งสร้างระเบียบโลก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การทูต การทหารและเทคโนโลยี ทั้งคู่ได้ประโยชน์จากระเบียบโลกเสรีแต่ตอนนี้กลับพยายามสร้างระบบเผด็จการ สหรัฐตระหนักว่าหลายประเทศไม่สบายใจต่อการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ จึงพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ไม่คิดทำสงครามเย็นใหม่

            นับจากนี้จะไม่แบ่งนโยบายต่างประเทศกับในประเทศอีกต่อไป หากจะให้สหรัฐมั่งคั่งต้องกำกับระเบียบระหว่างประเทศให้สหรัฐได้ประโยชน์สูงสุด ให้การพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศสอดรับกับการลงทุนของรัฐบาล สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยีล้ำยุคต่างๆ

            พันธมิตรกับหุ้นส่วนทั่วโลกเป็นสินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์ ต้องทำให้นาโต พันธมิตรในอินโด-แปซิฟิกและหุ้นส่วนความมั่นคงทั้งหลายเข็มแข็งเป็นเอกภาพ เหตุที่ประเทศเข้มแข็งเพราะเข้าพัวพันกับภูมิภาคอื่นๆ หากศัตรูครอบงำภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเมื่อนั้นความเข้มแข็งของสหรัฐย่อมลดลง

            สหรัฐได้ประโยชน์มหาศาลจากโลกาภิวัตน์แต่จะต้องปรับให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนไป เช่น การก้าวขึ้นมาของจีน ข้อตกลงการค้าเสรีดั้งเดิมใช้ไม่ได้อีกแล้วนับจากนี้จะเป็นการค้าที่พัวพันลึกซึ้งกับหุ้นส่วน กรอบเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) เป็นตัวอย่าง กำหนดอัตราภาษีนิติบุคคลขั้นต่ำทั่วโลก (Global Minimum Tax) ให้บรรดาบริษัทเอกชนทั่วโลกเสียภาษีอย่างยุติธรรม
โครงการ
Partnership for Global Investment and Infrastructure (PGII) ที่มุ่งลงทุนในเหล่าประเทศกำลังพัฒนา รวมความแล้วสหรัฐจะร่วมมือกับชาติประชาธิปไตยลึกซึ้งขึ้น

เสริมสร้างความเข็มแข็งทุกมิติ :

            ความเข้มแข็งและสามารถยืดหยุ่นปรับตัว (resilience) เป็นกุญแจความสำเร็จของอเมริกาในอนาคต และความสำเร็จของอเมริกาขึ้นกับการเข้าพัวพันโลก เป็นเหตุผลที่ใช้ยุทธศาสตร์พัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่และนวัตกรรม ลงทุนในอุตสาหกรรมสำคัญ ปกป้องคุ้มครองสาธารณูปโภคสำคัญโดยร่วมกับภาคเอกชน ลงทุนโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคครั้งใหญ่ เช่น ระบบคมนาคม อินเทอร์เน็ต น้ำสะอาดและพลังงาน ตั้งงบประมาณสนับสนุนภาคเอกชนถึง 280,000 ล้านดอลลาร์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ advanced computing การสื่อสารในอนาคต พลังงานสะอาดและไบโอเทคโนโลยี

            รัฐบาลจะส่งเสริมการผลิตพลังงานในประเทศ เป็นระบบพลังงานสะอาดลดปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้ราว 40% ภายในปี 2030 เป็นนโยบายที่เชื่อมต่อระหว่างภาคอุตสาหกรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจและความมั่นคงไปพร้อมๆ กัน

            การลงทุนในคนสำคัญที่สุด ประกอบด้วยการเรียนรู้ฝึกฝนทักษะ การดูแลสุขภาพในราคาเหมาะสม ให้ได้แรงงานที่มีการศึกษา มีสุขภาพแข็งแรงและประสิทธิผลดีกว่าเดิม นอกจากนี้สหรัฐจะเป็นแหล่งดึงดูดคนเก่งทั่วโลก

            ประชาธิปไตยเป็นศูนย์กลางของพวกเรา แม้ไม่สมบูรณ์ตามอุดมคติแต่จะไม่เดินออกจากเส้นทางนี้ ยิ่งเผชิญวิกฤตการณ์ยิ่งต้องเข้าหาประชาธิปไตย พหุนิยม การยอมรับความแตกต่าง (inclusion) ความหลากหลายเป็นแหล่งแห่งความเข้มแข็งในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยึดมั่นเสรีภาพการพูด เสรีภาพสื่อ การชุมนุมโดยสงบและเสรีภาพอื่นๆ

            สหรัฐจะร่วมมือกับทุกประเทศที่เป็นชาติประชาธิปไตย มีผลประโยชน์และยึดถือคุณค่าเดียวกัน และจะร่วมมือกับประเทศที่สนับสนุนระเบียบโลกที่ตั้งบนกฎเกณฑ์ จะกดดันให้ทุกชาติเคารพและพัฒนาประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ให้ประชาธิปไตยของพวกเขาเข้มแข็งขึ้น เสริมสร้างกองทัพ นาโตเป็นตัวอย่างในขณะนี้ที่ต้านการรุกรานของรัสเซีย AUKUS ที่ส่งเสริมความมั่นคงในอินโด-แปซิฟิก สหรัฐต้องการให้พันธมิตรอินโด-แปซิฟิกร่วมมือกับพันธมิตรยุโรป

            ทั้งนี้สหรัฐไม่เพียงทำงานกับรัฐบาลประเทศต่างๆ เท่านั้นแต่จะติดต่อโดยตรงกับภาคประชาสังคม สื่อ ภาคเอกชนของทุกประเทศ ร่วมกันต่อต้านการบิดเบือนข้อมูล การละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อต้านคอร์รัปชัน สนับสนุนทุกคนทั่วโลกที่ต่อสู้เพื่อศักดิ์ศรี ความเท่าเทียมและยุติธรรม

            กองทัพสหรัฐจะปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติโดยไม่รีรอ อย่างไรก็ตามการใช้กำลังรบเป็นวิธีสุดท้าย กองทัพจะปกป้องคนอเมริกัน ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของพวกเขา จีนเป็นความท้าทายสำคัญ ภายในปี 2030 สหรัฐจะต้องป้องปรามมหาอำนาจนิวเคลียร์พร้อมกัน 2 ประเทศ จำต้องปรับปรุง nuclear Triad ให้พร้อมรับมือและจะทำงานร่วมกับพันธมิตร

23 ตุลาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 27 ฉบับที่ 9475 วันอาทิตย์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2565)

---------------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง: 
ไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์ยึดหลักสัจนิยม แต่ต้องศึกษาลงในรายละเอียดว่าอะไรกันแน่ที่รัฐบาลต้องการ สันติสุขหรือความรุนแรง เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันหรือน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่า
รัฐมนตรีบลิงเคนเยือนอาเซียนตอกย้ำส่งเสริมเสรีประชาธิปไตยต่างแดนแบบลงลึกถึงองค์กร หน่วยงาน สื่อ จนถึงระดับปัจเจก เร่งพัวพันอาเซียนทุกด้านทุกมิติ
บรรณานุกรม :

The White House. (2022, October 11). National Security Strategy 2022. Retrieved from https://www.whitehouse.gov/wp-content/uploads/2022/10/Biden-Harris-Administrations-National-Security-Strategy-10.2022.pdf

ถ้าสงครามยูเครนยุติ เยอรมนีจะซื้อพลังงานจากรัสเซียอีกหรือไม่

ความตั้งใจของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกคือให้สงครามยูเครนเป็นเหตุผลความชอบธรรมที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย ประกาศตั้งแต่แรกว่ากองทัพนาโตจะไม่ปะทะกับกองทัพรัสเซียโดยตรง

            Michael Kretschmer นายกฯ รัฐ Saxony ของเยอรมนีกล่าวว่าเยอรมนีต้องสามารถนำเข้าก๊าซรัสเซียอีกครั้งเมื่อสงครามยูเครนยุติ และขอให้เปิดใช้ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2

วิเคราะห์ :

          1) Michael Kretschmer พูดประเด็นอันเป็นหัวใจของสงครามยูเครน

            ย้อนหลังสมัยรัฐบาลทรัมป์ ณ ตอนนั้นทรัมป์ย้ำไม่ให้เยอรมนีใช้ Nord Stream 2 อ้างว่ายิ่งทำให้รัสเซียมีอิทธิพลต่อระบบพลังงานเยอรมนีและยุโรป ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลแมร์เคิลตอบว่าเยอรมนีซื้อใช้พลังงานจากหลายประเทศเป็นไปตามหลักความมั่นคงด้านพลังงาน และการที่รัสเซียหวังขายพลังงานแก่เยอรมนีจะเป็นเหตุที่รัสเซียไม่สร้างสถานการณ์รุนแรง

            2) สงครามยูเครนจุดเริ่มของปัญหา

            เมื่อรัฐบาลเซเลนสกียืนยันขอเป็นสมาชิกนาโต ละเมิดเส้นต้องห้ามรัสเซีย (red line) กองทัพรัสเซียจึงบุกเข้ายูเครนเมื่อ 24 กุมภา เรื่องแรกๆ ที่รัฐบาลโอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) นายกฯ เยอรมันคนใหม่ทำคือระงับกระบวนการเริ่มใช้ท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 (ตอนนั้นสร้างเสร็จแล้วแต่ยังไม่เปิดใช้)

          3) ฉากสงครามไฮบริดยูเครน

            สงครามยูเครนไม่ใช่การรบทางทหารระหว่างยูเครน-รัสเซียเท่านั้น ต้องมองภาพหลายมิติและภาพกว้างให้ครบ

            เริ่มด้วยการมองว่าเกิดสงครามทางทหารจำกัดขอบเขตภายในแผ่นดินยูเครน เป็นการปะทะทางทหารระหว่างกองทัพยูเครนกับรัสเซีย (แน่ละอาจมีทหารรับจ้างเข้ามาเกี่ยวข้อง)

            ทันทีกองทัพรัสเซียบุกเข้ายูเครน รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกเปิดฉากทำลายระบบเศรษฐกิจรัสเซียทันที มาตรการหลักคือยึดทรัพย์สินรัสเซียจำนวนมากศาลที่อยู่ต่างแดน ห้ามธุรกรรมการเงินกับธนาคารรัสเซีย (ทำให้ซื้อขายสินค้าไม่ได้ตามปกติ) และห้ามซื้อพลังงานรัสเซีย โดยออกเป็นมาตรการคว่ำบาตรหลายระลอกเพิ่มความเข้มข้นตามลำดับ

            ความตั้งใจของรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกคือให้สงครามยูเครนเป็นเหตุผลความชอบธรรมที่จะคว่ำบาตรรัสเซีย ประกาศตั้งแต่แรกว่ากองทัพนาโตจะไม่ปะทะกับกองทัพรัสเซียโดยตรง แต่ส่งอาวุธยุทโธปกรณ์ ข้อมูลข่าวสาร ความช่วยเหลือต่างๆ คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์แก่ยูเครน ทำให้การศึกยืดเยื้อ ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ยูเครนยังรบต่อได้เพราะชาติตะวันตกยังให้การสนับสนุนรัฐบาลเซเลนสกี

            ความเข้าใจสำคัญคือรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกทำสงครามเศรษฐกิจกับรัสเซีย หรือใช้คำว่าปิดล้อมเศรษฐกิจอย่างเข้มข้น ข้อนี้คือความต้องการของรัฐบาลสหรัฐฯ หวังให้เศรษฐกิจรัสเซียอ่อนแอ ความนิยมประธานาธิบดีปูตินตกต่ำ

          4) ยุโรปต้องนำเข้าก๊าซสหรัฐฯ ที่แพงกว่าเท่าตัว

            ไม่กี่ปีมานี้สหรัฐฯ มีก๊าซธรรมชาติจำนวนมากจาก shale gas จนต้องหาทางส่งออก (LNG เป็นผลิตภัณฑ์ตัวหนึ่งของ shale gas) แต่ที่ผ่านมายุโรปไม่ซื้อของอเมริกาเนื่องจากต้องขนส่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ต้องลงทุนก่อสร้างท่าเรือรับก๊าซ รวมความแล้วต้นทุนก๊าซอเมริกาแพงกว่ามาก การคว่ำบาตรพลังงานรัสเซียกลายเป็นต้นเหตุที่ยุโรปต้องนำเข้าก๊าซอเมริกา

            เมื่อราคาพลังงานยุโรปแพงขึ้นเป็นเท่าตัว ผลที่ตามมาคือเกิดเงินเฟ้อ กระทบต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ ผลในระยะยาวคือขีดความสามารถในการแข่งขันของยุโรปลดลง ส่วนสหรัฐฯ ได้ประโยชน์จากการได้ขายก๊าซ ซึ่งทางยุโรปเรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดราคาแต่สหรัฐฯ ยืนยันขายราคาตลาดโลก

          5) ถ้าสงครามยุติ รัฐบาลสหรัฐฯ จะเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย?

            ประเด็นน่าคิดคือ “ถ้าสงครามยุติ รัฐบาลสหรัฐฯ จะเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย?” คำถามนี้ถ้าตอบตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ คำตอบคือ “ไม่” เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่ารัสเซียเป็นประเทศเดียวที่มีอาวุธนิวเคลียร์เทียบเท่าตน (ต้องหาทางกำจัดให้ได้) ชาติยุโรปตะวันตกพยายามตีตัวออกห่าง (หวังดำเนินนโยบายเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่อิงสหรัฐฯ ดังที่เป็นอยู่) ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ยอมให้ไม่ได้ ยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ คือต้องมีพันธมิตรหรือหุ้นส่วนให้มากที่สุดทั่วโลก นาโตคือพันธมิตรที่โดดเด่นที่สุดของสหรัฐฯ

            ถ้าสงครามยุติได้จริง ก่อนจะยุติจะต้องเกิดเหตุบางอย่างเพื่อเป็นความชอบธรรมในการคว่ำบาตรรัสเซียต่อไป เช่น ตีตราว่ารัสเซียเป็นประเทศก่อการร้าย เป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ วางไว้

24 ตุลาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

--------------------------

อ้างอิง : Kretschmer: Russian gas should resume after Ukraine war. (2022, October 21). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/german-state-leader-russian-gas-should-resume-after-ukraine-war-ends/a-63530579

ทำไมยุโรปต้องทน ยอมให้เศรษฐกิจพังเพื่อต้านรัสเซีย

บัดนี้ไม่ใครปฏิเสธแล้วว่าสงครามยูเครนสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ที่ควรเข้าใจคือบางประเทศทนได้ดีกว่า บางประเทศเศรษฐกิจสังคมจะพังพินาศก่อน 

            อียูระส่ำ แตกคอว่าควรแก้ปัญหาพลังงานขาดแคลนอย่างไร (AP)

27 ชาติอียูยังตกลงกันไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องกดราคาพลังงานรัสเซีย มีแนวทางจะทำระบบซื้อร่วม

วิเคราะห์ :

          1. ถ้าทำตามนโยบายสหรัฐฯ กดราคาน้ำมัน คนที่เสียประโยชน์คือยุโรป

            รัฐบาลไบเดนเป็นคนต้นคิดนโยบายกดราคาพลังงานรัสเซีย ผลข้อแรกที่แน่นอนคือ ถ้ายุโรปกดราคารัสเซีย ยุโรปจะต้องนำเข้าในราคาแพงกว่าเดิม เพราะรัฐบาลปูตินประกาศชัดแล้วว่ายุโรปต้องซื้อพลังงานของตนในราคาตลาดโลกเท่านั้น ถ้าจะมากดราคาก็ไม่ต้องมาซื้อ ดังนั้นที่อียูพยายามจะหาทางออกด้วยการประนีประนอมต้องตามต่อว่า “ประนีประนอม” ได้อย่างไร

            ณ ตอนนี้ยุโรปนำเข้า LNG จากอเมริกาในราคาแพงกว่าของรัสเซียเป็นตัวเท่า

            ข้อมูลล่าสุด ยุโรปซื้อก๊าซในราคาแพงกว่าอเมริกา 5 เท่า ราคาที่สหรัฐฯ เฉลี่ย 5 ดอลลาร์ต่อ MMBTU ส่วนยุโรป 25 ด้านประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่าสหรัฐฯ ขายก๊าซในราคาแพงกว่าที่เราเคยซื้อ 3-4 เท่า เรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เจรจาสันติภาพยูเครน 

            (วิเคราะห์ : สังเกตมาครงเอ่ยถึงสหรัฐฯ สงครามยูเครนจะยุติหรือไม่ขึ้นกับสหรัฐฯ ผู้สนับสนุนรายใหญ่)

            ทั้งนี้เพราะสหรัฐฯ สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาลจนอุปทานล้นตลาด

            ส่วนพวกที่เป็นมิตร รัสเซียขายให้ในราคามิตรภาพ เช่น จีน อินเดีย ข้อมีมูลว่าหลายชาติยุโรปซื้อพลังงานรัสเซียจากประเทศเหล่านี้

            ยกตัวอย่าง หลายเดือนที่ผ่านมาจีน “ขายต่อ” LNG แก่ยุโรป เดาได้เลยว่า LNG ที่ว่าจีนซื้อจากรัสเซีย

            อินเดียที่แต่เดิมไม่เคยนำเข้าน้ำมันรัสเซียตอนนี้กลายเป็นพ่อค้าคนกลางให้รัสเซีย แน่นอนว่าอินเดียได้กำไรในฐานะพ่อค้าคนกลางไม่มากก็น้อย มารีน เลอเปน (Marie Le Pen) หัวหน้าพรรค National Rally แกนนำฝ่ายค้านฝรั่งเศสถึงกับพูดว่ามาตรการคว่ำบาตรรัสเซียไม่ได้ผลเลย (“completely inefficient”) ทำให้รัสเซียรวยกว่าเดิม ฝรั่งเศสต่างหากที่ได้รับผลกระทบมากกว่าที่รัสเซียเผชิญ ตอนนี้ฝรั่งเศสต้องไปซื้อน้ำมันจากอินเดียที่ประเทศนี้นำเข้าจากรัสเซียอีกทอด

            ล่าสุดรัฐบาลตุรเคียสนใจเป็นศูนย์กระจายน้ำมันก๊าซธรรมชาติของรัสเซียเช่นกัน

            ที่น่าสนใจคือ มีข้อมูลชัดแล้วว่ารัสเซียตอนนี้ได้กำไรจากการขายพลังงานมากกว่าก่อนคว่ำบาตร Centre for Research on Energy and Clean Air สรุปว่า 6 เดือนสงครามยูเครน รัสเซียส่งออกพลังงานมูลค่า 158,000 ล้านดอลลาร์ ตอนนี้รัสเซียขายได้เงินมากกว่าเก่าแม้ปริมาณส่งออกลดลง เพราะราคาขยับขึ้นสูง เป็นข้อสรุปว่ามาตรการที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกใช้ไม่ได้ผล มีแต่ทำให้ประชาชนทั่วโลกยากลำบาก สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน

            น่าสงสัยว่านโยบายกดราคาพลังงานของสหรัฐฯ มีเพื่อทำร้ายใครกันแน่ อย่างไรเรียกว่าพันธมิตรนาโต อย่างไรเรียกว่าหุ้นส่วนชาติตะวันตก

          2. ความไม่เท่าเทียม การแบกรับภาระที่ไม่เท่าเทียม

            ความจริงพื้นฐานคือบริบทแต่ละประเทศแตกต่างกัน เศรษฐกิจในหมู่สมาชิกอียู 27 ประเทศนั้นบางประเทศเข้มแข็งกว่า บางประเทศเปราะบางกว่า เป็นไปได้ว่าเศรษฐกิจบางประเทศจะพังก่อน อาจเกิดการจลาจลในบางประเทศก่อน

            หนำซ้ำบางประเทศได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูง โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่สามารถส่งก๊าซแก่ยุโรป (จากเดิมที่ส่งออกยุโรปไม่ได้เลย เพราะราคาก๊าซอเมริกาแพงกว่ารัสเซียเป็นเท่าตัว)

            สงครามยูเครนจึงทำให้ชาติยุโรปหลายประเทศที่ต้องนำเข้าพลังงาน ต้องซื้อในราคาแพงกว่าเดิมมาก ในขณะที่ประเทศผู้ขายโกยกำไรมหาศาล ทำไมสหรัฐฯ ไม่แบ่งความมั่งคั่งร่ำรวยนี้แก่อียูบ้าง

            ดูเหมือนว่าในกรณีนี้ไม่มีความเท่าเทียมในหมู่ประเทศประชาธิปไตยด้วยกัน

          3. บรรษัทน้ำมันสหรัฐฯ ผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์

            ข้อมูลล่าสุด สหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก ส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันชนิดต่างๆ ถึง 11.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน แบ่งเป็นน้ำมันดิบ 5.1 (เป็นสถิติสูงสุด) และน้ำมันผ่านการกลั่นอีก 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน

            บรรษัทน้ำมันสหรัฐฯ เร่งผลิตและส่งออกอย่างเต็มที่ในช่วงนี้ Energy Information Administration เผยว่าเป็นผลจากเทคโนโลยี shale gas กับ shale oil

(กราฟ แสดงการส่งออกน้ำมันที่กลั่นแล้ว (กราฟเส้นบน) กับน้ำมันดิบ ที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ)

            วิเคราะห์ : คนอเมริกัน (และยุโรป) ต้องซื้อใช้พลังงานในราคาตลาดโลก แม้ประเทศตัวเองเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก การคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียส่งผลดีต่อบรรษัทน้ำมันสหรัฐฯ โดยตรงทั้งเรื่องขายได้ราคาดีและขายได้มากขึ้น 

            4. เศรษฐกิจถดถอยรอบนี้รัฐบาลเป็นผู้ก่อ (อัพเดท 19 พ.ย.)

            (ข้อมูลตอนนี้ส่วนใหญ่นำมาจากสื่อ DW https://www.youtube.com/watch?v=cD3o6tqP9pI)

            ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าไม่สามารถเทียบเศรษฐกิจถดถอย 2008 กับปีปัจจุบัน การจะเข้าใจต้องเข้าใจที่มาของปัญหาก่อน

            4.1 ปัญหาเศรษฐกิจรอบนี้มาจาก 3 เหตุการณ์หลัก

            4.1.1 โควิด-19

            ซับพลายเชนมีปัญหาเมื่อเปิดประเทศอีกครั้ง การระบาดลดลง ผู้คนใช้ชีวิตตามปกติ ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้สินค้าขาดแคลน นโยบาย zero Covid ของจีนทำให้จีนยังเผชิญปัญหานี้อยู่

            4.1.2 การคว่ำบาตรจีน

            รัฐบาลสหรัฐฯ พยามยามปิดกั้นสินค้าไฮเทคไม่ให้เข้าถึงจีน เช่น หมวดเซมิคอนดักเตอร์ ซ้ำเติมซับพลายเชนให้มีปัญหาหนักกว่าเดิม สินค้าที่ต้องใช้ชิป ใช้แผงวงจรเกิดปัญหาขาดแคลนทันที สังเกตว่าการซื้อรถใหม่ต้องใช้เวลาสั่งจองนานกว่าปกติ

            4.1.3 การคว่ำบาตรัสเซีย

            4.1.3.1 รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกคว่ำบาตรไม่ซื้อใช้พลังงานรัสเซีย อันที่จริงแล้วอียูนำเข้าก๊าซธรรมชาติรัสเซียเพียง 39.2% ของปริมาณก๊าซที่ใช้ แต่ที่เป็นปัญหาเพราะต้องหาผู้ขายใหม่กะทันหัน ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้นทันที

            4.1.3.2 การส่งออกธัญพืช

            สงครามยูเครนทำให้การส่งออกธัญพืชรัสเซียกับยูเครนมีปัญหา โดยเฉพาะสินค้าบางตัว เช่น ข้าวสาลี ผลคือทำให้ราคาหมวดอาหารถีบตัวสูงขึ้น

            4.2 มาลงที่ตัวเลขเงินเฟ้อ เฟ้อทั้งโลก

            ปัญหา 3 ข้อข้างต้นก่อให้เงินเฟ้อพุ่ง สังเกตว่าเงินเฟ้อเริ่มต้นที่หมวดพลังงานกับอาหารเป็นหลัก ที่สำคัญคือเกิดภาวะเงินเฟ้อทั้งโลก (ไม่ใช่ที่ยูเครนหรือยุโรปเท่านั้น) บางประเทศสูงอย่างที่ไม่เคยประสบในรอบ 4 ทศวรรษ

            ต้องย้ำว่าเงินเฟ้อรอบใหม่กระทบต่อคนทั่วไปทั้งโลก เพราะราคาพลังงานกับอาหารซึ่งเป็นสินค้าจำเป็นพุ่งพรวด ในช่วงแรกนี้คนไม่ตกงานแต่รายได้ไม่พอรายจ่าย (หรือรายจ่ายเพิ่มขึ้น) สังเกตว่าค่าไฟเพิ่ม ค่าอาหารเพิ่ม

            ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า 2 เรื่องที่กำลังจะเกิดคือเศรษฐกิจโตช้ากับสินค้าแพง ตอนนี้ต้องทำความเข้าใจต่อว่าเศรษฐกิจแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน หากจะขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อจะส่งผลให้เศรษฐกิจยิ่งโตช้าหรือถดถอย บางประเทศจึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงแบบที่สหรัฐฯ ทำ

            ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสังเกตว่าต้องรออย่างน้อย 6 เดือนจึงจะรู้ว่ามาตรการการเงิน (ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ) จะได้ผลจริงแค่ไหน (การพิจารณาตัวเลขตอนนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง) สรุปสั้นๆ คือ ต้องรอปีหน้าจึงจะตอบได้ว่าขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อได้จริงแค่ไหน และต้องดูรายประเทศด้วย

            จีนยังส่งออกมากขึ้นแต่โดยรวมแล้วเศรษฐกิจโตช้าลง การบริโภคภายในลดลง 10% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด-19 ความหวังที่จะเห็นจีนเป็นเครื่องกระตุ้นเศรษฐกิจโลกำริบหรี่ ดูเหมือนรัฐบาลสี จิ้นผิงวางนโยบายให้เป็นเช่นนั้น

            ท้ายที่สุดผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การคว่ำบาตรรัสเซียกับกีดกันไม่ให้จีนเข้าถึงสินค้าไฮเทค คือต้นเหตุปัญหาที่รัฐบาลก่อและประชาชนต้องจ่ายราคาในขณะนี้

             5. คำว่าพันธมิตร มิตรประเทศหมายถึงอย่างไรกันแน่ (อัพเดท 23 พ.ย.)

            ประเทศมอลโดวา (Moldova) แบมือขอความเชื่อเหลือจากเพื่อนบ้าน ฝรั่งเศส เยอรมนีและโรมาเนียเสนอความช่วยเหลือ 160 ล้านดอลลาร์ (DW)
            วิเคราะห์ :

            1) มอลโดวาอยู่ในยุโรปตะวันออกดำเนินนโยบายแนวทางเดียวกับสหรัฐฯ นาโต ไม่ซื้อใช้พลังงานรัสเซีย ต้องซื้อใช้พลังงานผ่านช่องทางใหม่ที่ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นหลายเท่า ส่งผลรุนแรงต่อเศรษฐกิจการเมือง #สินค้าขึ้นราคา #แพงทั้งแผ่นดิน ถึงขั้นต้องเปิดรับความช่วยเหลือจากประเทศเพื่อนบ้าน โครงสร้างพลังงานที่เชื่อมโยงกัน แต่บริบท ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่างกัน มอลโดวาเป็นอีกตัวอย่างที่ “กระเทือนอย่างหนัก” ไปต่อยาก

(ภาพ: ชาวมอลโดวาประท้วงสินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน)

            2) OECD คาดปีหน้าผลกระทบจากการคว่ำบาตรรัสเซียจะสำแดงฤทธิ์ต่อยุโรปอย่างแรง ความปั่นป่วนวุ่นวายภายในยุโรปจะลากยาวไปถึงปีหน้า

            3) คำถามสำคัญคือจะคงโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่เช่นนี้ต่อไป หรือจะฟื้นฟูอย่างไร อย่างน้อยต้องดีเทียบเท่ากับก่อนคว่ำบาตรรัสเซีย แต่ละประเทศจะต้อง “จ่ายราคา” เพื่อเล่นงานรัสเซียตามนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ กับนาโตมากแค่ไหน คำว่าพันธมิตร มิตรประเทศหมายถึงอย่างไรกันแน่

               6. ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ มีหน้าที่ดูแลคนอเมริกันให้อยู่ดีมีสุข

            รัฐบาลสหรัฐฯ ย้ำเสมอว่ามีหน้าที่ปกป้องคนอเมริกัน ทำให้พวกเขามั่งคั่งกว่าเดิม รัฐบาลชาติอียูไม่ได้ทำเช่นนั้นด้วยหรือ

            ทำไมชาติยุโรปต้องทนหนาว ทนอดอยาก ในขณะที่บางประเทศสามารถพิมพ์เงินใช้ไม่อั้น นี่เป็นคำถามที่น่าคิดใช่ไหม นี่คือคำถามที่รัฐบาลชาติอียูทั้งหลายต้องตอบประชาชนของตนเอง

            สุดท้ายประเทศที่เป็นมหาอำนาจจะยิ่งใหญ่กว่าเดิม ส่วนยุโรปจำต้องอยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของมหาอำนาจนั้น รอรับความช่วยเหลือไปวันๆ

            7. กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ โทษรัสเซียต้นเหตุทำให้ค่าอาหารฉลองวัน Thanksgiving แพงขึ้น 20% (Fox News)

             โรคระบาดที่เกิดกับไก่งวงเป็นอีกปัจจัย

            คำชี้แจงของกระทรวงเกษตรสอดคล้องกับประธานาธิบดีไบเดนที่กล่าวว่าปูตินเป็นต้นเหตุทำให้ราคาอาหารกับพลังงานพุ่ง

            วิเคราะห์ : คำชี้แจงของรัฐบาลไบเดนผิด ด้วยเหตุผลดังนี้

            1) ราคาพลังงานกับอาหารสูงขึ้นเกิดจากการไม่ซื้อใช้ของรัสเซีย

            ราคาพลังงานกับอาหารสูงขึ้น เพราะรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกประกาศห้ามนานาชาติซื้อใช้พลังงานรัสเซีย การคว่ำบาตรธนาคารรัสเซียทำให้ไม่สามารถซื้อขายสินค้ารัสเซีย (หรือยากมาก) นานาชาติจึงซื้อปุ๋ย สินค้าเกษตรรัสเซียไม่ได้ ปุ๋ยเป็นต้นทุนของสินค้าเกษตรทุกชนิด เป็นต้นทุนอาหารสัตว์ (นำปุ๋ยไปปลูกพืชอาหารสัตว์)

            2) โลกไม่ขาดแคลนพลังงาน อุปทานมีเพียงพอสำหรับอุปสงค์ แต่ที่ราคาน้ำมันแพงเพราะผู้ซื้อฝั่งยุโรปที่ทำตามนโยบายรัฐบางสหรัฐฯ กับพวก ต้องเปลี่ยนผู้ซื้อผู้ขายกะทันหัน ระบบโครงสร้างพลังงานไม่รองรับ (เช่น เดิมได้ก๊าซรัสเซียที่ส่งมาทางต่อ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเรือบรรทุกก๊าซจากประเทศอื่น แต่ท่าเรือที่รองรับการถ่ายก๊าซมีน้อย ไม่พอใช้)

            3) รัฐบาลสหรัฐฯ และทุกประเทศต้องดูแลประชาชน ดูแลชีวิตความเป็นอยู่

            การต่อสู้แข่งขันระหว่างมหาอำนาจเป็นเรื่องปกติ “ดำเนินเรื่อยมาอยู่ที่ประชาชนจะรับรู้หรือเข้าใจมากน้อย” รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกสามารถเลือกใช้หลายวิธี แต่วิธีที่ใช้ตอนนี้กระทบต่อการอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างชัดเจนรุนแรง

            จึงเป็นเรื่องแปลกที่รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกเลือกวิธีที่ทำร้ายพลเมืองตนเอง (ยังไม่พูดถึงที่กระทบต่อพลเมืองโลก)

            4) ต้องหาวิธีการใหม่หรือไม่

            สมัชชาสหประชาชาติพยายามกดดันรัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกเปิดทางให้นานาชาติสามารถซื้อปุ๋ยรัสเซีย เพราะกระทบพลเมืองโลก (สินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดิน) รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกยอมรับเรื่องนี้ สุดท้ายขึ้นกับว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะยอมเปิดทางให้หรือไม่ และใช้แนวทางอื่นๆ คว่ำบาตรปิดล้อมรัสเซีย

            วันฉลอง Thanksgiving ราคาไก่งวงเป็นแค่เหตุการณ์เล็กๆ ที่สร้างความรับรู้ ความจริงแล้วสินค้าขึ้นราคา แพงทั้งแผ่นดินในขณะนี้ต้นเหตุมาจากการแข่งขันช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจ


             8. คาดอาหารแพงและจะแพงขึ้นตลอดปีใหม่นี้

            ราคาอาหารเดือนธันวาของอังกฤษพุ่ง 13.3% เมื่อเทียบปีต่อปี สูงกว่าเดือนพฤศจิกายนที่ 12.4% (The Guardian)

            British Retail Consortium (BRC) เผยราคาอาหารขายปลีกเดือนธันวายังคงสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นสถิติขึ้นแรงสุดตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อปี 2005 สงครามยูเครนเป็นต้นเหตุทำให้อาหารแพง เนื่องจากตุ้นทุนอาหารสัตว์ ปุ๋ย พลังงานสูงขึ้น คาดว่าสถานการณ์ปีใหม่นี้อาจเลวร้ายกว่าเดิม

            วิเคราะห์ : รัฐบาลสหรัฐฯ กับพวกใช้ยุทธศาสตร์ทำสงครามไฮบริด หวังทำลายเศรษฐกิจรัสเซีย จึงกีดกันไม่ให้ยุโรปกับทั่วโลกไม่ซื้อใช้พลังงาน ปุ๋ย ธัญพืชรัสเซีย .... เป็นต้นเหตุทำให้อาหารแพงทั่วโลกในขณะนี้ กระทบต่อประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย

21 ตุลาคม 2022
(อัพเดท 4 มกราคม 2023)
ชาญชัย คุ้มปัญญา

--------------------------

 

อ้างอิง :

1. A new kind of global recession: Why this time is different | Business Beyond. (2022, November 18). DW. Retrieved from https://www.youtube.com/watch?v=cD3o6tqP9pI

2. China’s LNG Imports Are Set For A Record-Breaking Plunge. (2022, October 19). oilpricedotcom. Retrieved from https://oilprice.com/Energy/Energy-General/Chinas-LNG-Imports-Are-Set-For-A-Record-Breaking-Plunge.html

3. EU leaders divided on gas price cap at energy crisis summit. (2022, October 20). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/russia-ukraine-zelenskyy-putin-kyiv-business-057533d7720d663460683631313fd2f2

4. Macron at Vatican: US Needs to Sit Down at Negotiating Table to Push Forward Ukraine Peace Process. (2022, October 25). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/20221025/macron-at-vatican-us-needs-to-sit-down-at-negotiating-table-to-push-forward-ukraine-peace-process-1102607854.html

5. Moldova: European countries pledge aid amid energy crisis. (2022, November 22). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/moldova-european-countries-pledge-aid-amid-energy-crisis/a-63835634

6. Record 13.3% UK food inflation raises fears of ‘another difficult year’. (2023, January 4). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/business/2023/jan/04/record-133-uk-food-inflation-raises-fears-of-another-difficult-year

7. Russia pockets US$158 billion in energy exports after war: Report. (2022, September 6). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/world/russia-energy-exports-158-billion-euros-ukraine-invasion-european-union-2922351

8. Texas Natural Gas Prices Sink Close To Zero. (2022, October 24). oilpricedotcom. Retrieved from https://oilprice.com/Latest-Energy-News/World-News/Texas-Natural-Gas-Prices-Sink-Close-To-Zero.html

9. US exports record oil volumes as fuel price tensions build. (2022, October 26). Financial Times. Retrieved from https://www.ft.com/content/c4adf3d8-e7fc-413d-a69d-eb7ae9207e0a

10. USDA blames Russia for rising price of Thanksgiving dinner. (2022, November 21). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/usda-blames-russia-rising-price-thanksgiving-dinner

11.  

อุตสาหกรรม EV เดือดชี้วัดระเบียบการค้าโลกใหม่ของไบเดน

 รัฐบาลไบเดนกำลังทยอยยกเลิกการค้าเสรีแบบเดิม สู่ระบบการค้าใหม่ที่สหรัฐฯ ได้ประโยชน์สูงสุด เรื่องนี้วิเคราะห์ได้กว้างขวางเป็นระเบียบโลกใหม่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังสร้าง อุตสาหกรรม EV สะท้อนความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว


รัฐบาลไบเดนตั้งงบ 28,000 ล้านดอลลาร์อุดหนุนอุตสาหกรรมรถ EV อเมริกา (CNBC)

อุดหนุนการผลิตแบตเตอรี่รถ EV และถ้านับรวมกฎหมายสนับสนุนฉบับอื่น Bipartisan Infrastructure Law, the CHIPS and Science Act และ Inflation Reduction Act รัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งงบประมาณอุดหนุนกว่า 135,000 ล้านดอลลาร์แล้ว เฉพาะก้อน 28,000 ล้านดอลลาร์จะกระจายใน 20 บริษัทที่เกี่ยวข้อง



วิเคราะห์ :

            1) รัฐบาลสหรัฐฯ มักโจมตีประเทศอื่นๆ ที่อุดหนุนภาคการเกษตร อุตสาหกรรม ฯลฯ เช่น โจมตีว่ารัฐบาลจีนอุดหนุนรัฐวิสาหกิจ เห็นว่าการอุดหนุนเช่นนี้กระทบการค้าเสรี ไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ ความจริงแล้วรัฐบาลอุดหนุนภาคเอกชนของตนเช่นกันและเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องมานานแล้ว

            2) การอุดหนุนนี้กีดกันรถ EV นำเข้าจากประเทศอื่นๆ เพราะช่วยให้บริษัทอเมริกันมีต้นทุนต่ำ มีข้อมูลว่ากฎหมาย U.S. Inflation Reduction Act (IRA) ที่ไบเดนลงนามช่วยลดภาษี (tax credits) รถ EV ของอเมริกาได้สูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์ต่อคัน เป็นการเลือกปฏิบัติ (discriminative measures) ไม่เป็นธรรมต่อรถเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ ทำให้ต่างชาติสู้ไม่ได้ ผิดทั้งกติกาของ WTO และข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้

            ต้องไม่ลืมว่าเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ล้วนเป็นพันธมิตรของอเมริกา

            3) ในมุมหนึ่งอุตสาหกรรมรถ EV เป็นอุตสาหกรรมสำคัญ เป็นอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ เกี่ยวข้องกับการจ้างงานนับแสนในอเมริกา มีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล ดังนั้นการที่รัฐบาลช่วยเหลือเป็นเรื่องสมควร แต่ในอีกมุมคือบิดเบือนการค้าเสรีที่ชาติตะวันตกขอให้นานาประเทศทำตาม บัดนี้รัฐบาลไบเดนปฏิเสธหลักการค้าเสรีแบบเก่า พยายามตั้งระบบใหม่ที่มุ่งทำการค้ากับพันธมิตร ชาติที่อยู่ข้างเดียวกับอเมริกา

            เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามวางกติกาโลกที่เป็นประโยชน์ต่อตน ชักนำให้ประเทศอื่นๆ ทำตามกติกาดังกล่าว เหมือนหนังม้วนเก่าที่ฉายซ้ำอีกรอบ

            4) การที่เงินดอลลาร์เป็นที่นิยมทั่วโลกทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถพิมพ์เงินอุดหนุนกิจการต่างๆ ได้มากตามต้องการ หากเป็นประเทศอื่นๆ คงทำเช่นนี้ไม่ได้ เป็นความได้เปรียบของสหรัฐฯ ต่อการแข่งขันในเศรษฐกิจโลก

            5) บ่อยครั้งที่รัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าที่ต้องให้เงินอุดหนุน กีดกันสินค้าต่างชาติด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่รัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ยอมรับหากประเทศอื่นๆ อ้างเพื่อความมั่นคงของเขา (รัฐบาลสหรัฐฯ จะชี้ว่าประเทศนั้นไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา บ่อนทำลายการค้าเสรี ไม่เป็นประชาธิปไตย) นี่คือโลกแห่งการแข่งขันโดยแท้

20 ตุลาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

-----------------------------

#อุตสาหกรรมEV #ระเบียบโลกใหม่ของไบเดน #ระเบียบการค้าโลกใหม่

อ้างอิง :

Biden administration awards $2.8 billion in grants for electric vehicle battery manufacturing. (2022, October 19). CNBC. Retrieved from https://www.cnbc.com/2022/10/19/biden-administration-awards-2point8-billion-in-grants-for-electric-vehicle-battery-manufacturing.html

เบื้องหลังทำไมซาอุฯ กล้าหักไบเดน ไม่ผลิตน้ำมันเพิ่ม

ข่าวล่าสุด ไบเดนประกาศจะปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองอีก 15 ล้านบาร์เรลหลัง OPEC+ ไม่ยอมเพิ่มกำลังผลิตตามคำขอ (CNN)

วิเคราะห์ :

            1) เป็นที่คาดหมายล่วงหน้าว่าหากโอเปกไม่ทำตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการ ไบเดนก็ต้องใช้วิธีนี้

            2) เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าการปล่อยน้ำมันสำรองดังกล่าวช่วยลดราคาได้ในช่วงสั้นๆ เท่านั้น ไม่ได้แก้รากปัญหา ที่ประธานาธิบดีไบเดนทำเช่นนี้ก็เพื่อหวังผลการเลือกตั้งกลางเทอม (ต้นพฤศจิกายน) บ่อยครั้งที่มาถึงเลือกตั้งกลางเทอมผู้เป็นประธานาธิบดีมักออกนโยบาย “ลดแลกแจกแถม” ... นี่คือการซื้อเสียเชิงนโยบายหรือเปล่า ????

            ไม่กี่วันก่อนรัฐบาลซาอุฯ ชี้ไบเดนต้องการคือให้โอเปกเลื่อนลดกำลังผลิตออกไป 1 เดือน แต่หากโอเปกเพิ่มหรือลดกำลังการผลิตตามกลไกการตลาด อาจเลื่อนออกไปจะส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจ

            3) คำถามสำคัญ ทำไมรอบนี้ซาอุฯ กล้าหักกับสหรัฐฯ คำตอบคือ การประชุมรอบล่าสุดเป็นการประชุมของกลุ่ม OPEC+ กลุ่มนี้ไม่ใช่ OPEC กลุ่ม OPEC+ มีรัสเซียอยู่ด้วย .... ดังนั้นคาดได้หลายว่าจะไม่ยอมตามสหรัฐฯ

            อีกเหตุผลคือ ซาอุฯ รู้ดีกว่าความต้องการของไบเดนเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ซึ่งพรรคฝ่ายค้าน (รีพับลิกัน) ย่อมต้องกีดกัน (เป็นไปได้ว่าพรรครีพับลิกันล็อบบี้ซาอุฯ ด้วยซ้ำ) เป็นข้อสรุปว่า ซาอุฯ เลือกอยู่ฝ่ายรีพับลิกันมากกว่าเดโมแครท

            ดังนั้น รากความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ กับสหรัฐฯ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งคู่มีผลประโยชน์ร่วมกันมากมาย กรณีไบเดนขอเพิ่มกำลังผลิตเป็นเรื่องเฉพาะกิจเท่านั้น ... ผ่านมาก็ผ่านไป

19 ตุลาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

-----------------

 อ้างอิง :

1. Saudis say Biden admin requested oil production cut to come after midterms. (2022, October 13). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/saudis-say-biden-admin-requested-oil-production-cut-come-midterms

2. White House will announce additional oil reserve sales in wake of OPEC+ cut. (2022, October 18). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/10/18/politics/strategic-petroleum-reserve-joe-biden/index.html

ใครชนะ ... ระบบป้องกันภัยทางอากาศนาโตกับขีปนาวุธโดรนจากรัสเซีย

 



 

            1) ย้อนข้อมูลเก่า

            กองทัพยูเครนวิกฤต เมื่อรัสเซียเปลี่ยนแผนมุ่งโจมตียูเครนด้วยขีปนาวุธ โดรนพิฆาต กลายเป็นประเด็นร้อนถึงรัฐบาลไบเดนที่ต้องเร่งรีบส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแก่ยูเครนเพิ่มเติม

            ต้องเข้าใจว่าก่อนว่าก่อนหน้าที่หลายประเทศส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแก่ยูเครนจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่เพียงพอ ไม่สามารถป้องกันการโจมตีทางอากาศจากรัสเซีย ทั้งยังมีคำถามว่าอาวุธที่ให้ไปแล้วเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ที่ยังใช้การได้จริง

            2) สหรัฐฯ นาโตส่งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศให้เพิ่ม  ช่วยได้จริงหรือ

            ตอนนี้สื่อตะวันตกโหมข่าวรัฐบาลชาติตะวันตกเร่งวันเร่งคืนส่งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศให้ยูเครน ความรู้ที่ต้องมีคือระบบป้องกันภัยมีหลายแบบหลายรุ่น อาจเทียบกับรถยนต์ที่มีหลายแบบหลายราคา คำถามสำคัญคือที่ยูเครนกำลังจะได้รับนั้นป้องกันขีปนาวุธกับโดรนจากรัสเซียได้มากแค่ไหน

            ถ้าของที่นาโตส่งไปให้ช่วยอะไรไม่ค่อยได้ แล้วส่งมาทำไม ส่งมาเพื่ออะไร .... นี่คือประเด็นที่ชาวโลกต้องคิดให้มากๆ .... ศึกษาเรื่องนี้ให้มากพอ ให้รู้ว่ายูเครนเคยได้รับอาวุธรุ่นไหน และกำลังจะได้รับรุ่นอะไร ... จะได้คำตอบพร้อมหลักฐาน

            3) มากพอหรือไม่

            ประเด็นย่อยหนึ่งที่สำคัญคือ ระบบป้องกันขีปนาวุธที่ยูเครนได้เพียงพอรับมือหรือไม่ ต้องรู้ว่าระบบดังกล่าวป้องกันพื้นที่จำกัด เช่น ในรัศมี 30 กิโลเมตร เข้าใจง่ายๆ ว่าทุกเมืองจะต้องมี รัสเซียเป็นฝ่ายรุกย่อมได้เปรียบเพราะจะยิงใหญ่จุดไหนก็ได้ แต่ระบบป้องกันมักติดตั้งเฉพาะจุดสำคัญๆ เท่านั้น ....

            4) ประเด็นที่ต้องย้ำเตือนเสมอคือการรบปัจจุบันไม่ใช่หอกดาบ

            อาวุธสมัยใหม่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย  นึกถึงระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ต้องเรียนรู้วิธีใช้งาน (ไม่เหมือนเกมสงครามที่เล่นใน PC หรือมือถือ) ดังนั้นถึงแม้ยูเครนได้ตัวอาวุธแต่ “ใช้ไม่เก่ง” ที่ผ่านมาทหารนาโตช่วยฝึก “แต่เป็นการฝึกระยะสั้น” ความเชี่ยวชาญในการรบระหว่างทหารรัสเซียกับยูเครนเป็นคนละระดับ

            นี่คือเหตุผลหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมช่วงสัปดาห์นี้ ยูเครนโดยถล่มยับ

            เป็นจุดที่นาโต ยูเครน ไม่มีวันแก้ได้ เป็นเหตุผลว่าการสร้างกองทัพต้องใช้เวลา ไม่ใช่แค่โทรสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ จ่ายเงินแล้วจบ

            ทุกครั้งที่ยูเครนได้รับอาวุธทันสมัย จึงเกิดคำถามนี้เสมอว่า “ใช้เป็นไหม” “ใช้คล่องแค่ไหน” และสุดท้ายคือ “ยังเหลือใช้จริงแค่ไหน”

            5) ที่แน่ๆ คือยูเครนยิ่งรบยิ่งพัง


18 ตุลาคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา

--------------

อ้างอิง :

(US trying to speed up delivery of key air defense systems to Ukraine after Russia’s Iranian-supplied drone attacks. (2022, October 17). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/10/17/politics/us-air-defense-ukraine-drone-attacks/index.html)

แนวคิดญี่ปุ่นมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

การมีอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นเครื่องมือป้องปรามสงครามใหญ่ได้ดี ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่คิดเช่นนี้ นี่ยังไม่รวมแนวคิดญี่ปุ่นอยากกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจอีกครั้ง 

            ไม่ว่าเป้าหมายลึกๆ ของญี่ปุ่นคืออะไร ตลอดเวลาที่ผ่านมารัฐบาลญี่ปุ่นมักจะอ้างว่าอยากมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องปรามเกาหลีเหนือและเอ่ยถึงภัยจากจีนมากขึ้น ยึดเป้าหมายที่มีมาแต่เนิ่นนานคือคาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ ตีความตรงๆ ว่าทั้งเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ต้องไม่มีนิวเคลียร์

            ทุกวันนี้ทางการเกาหลีเหนือประกาศว่าตนมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อป้องกันสหรัฐ รัฐบาลสหรัฐยอมรับเช่นนั้น ไม่กี่วันก่อนออกข่าวทดสอบระบบปล่อยนิวเคลียร์ขนาดเล็ก (tactical nuclear) หากวันใดที่เกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ด้วย ยิ่งไม่มีเหตุผลที่เกาหลีเหนือจะปลดอาวุธของตน โอกาสที่คาบสมุทรจะปลอดนิวเคลียร์แทบจะกลายเป็นแค่ความฝัน

แนวคิดญี่ปุ่นมีนิวเคลียร์ :

            ถ้าเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง รัฐบาลญี่ปุ่นคงไม่นิ่งเฉย จะขอมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองบ้าง โดยอ้างหลักการเดียวกันคือไม่หวังพึ่งพาการป้องกันจากสหรัฐ จะมั่นคงกว่าถ้ามีนิวเคลียร์ของตัวเอง

            แม้ทั้งคู่เป็นประเทศเสรีประชาธิปไตย ต่างเป็นพันธมิตรทางทหารกับสหรัฐ มีภัยคุกคามร่วมหลายอย่าง 2 ประเทศมีความขัดแย้งคู่ความร่วมมือ มีความขัดแย้งที่ยืดเยื้อตั้งแต่สมัยญี่ปุ่นยึดเกาหลีเป็นอาณานิคม แม้เรื่องราวจะผ่านมาเนิ่นนานกว่าศตวรรษยังเป็นประเด็นร้อนจนบัดนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลทั้ง 2 ฝ่ายต่างไม่วางใจกันและกัน มองอีกฝ่ายในเชิงลบ ลามไปถึงการค้าการลงทุน ความขัดแย้งเล็กๆ อาจบานปลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที ข้อนี้จะเป็นอีกเหตุผลที่หากประเทศหนึ่งมีนิวเคลียร์อีกประเทศจะขอมีด้วย

            ถ้าไปถึงจุดนั้นจะกลายเป็นว่าทั้งภูมิภาคจะเต็มด้วยนิวเคลียร์ ทำนองอินเดียกับปากีสถานที่ต่างพัฒนาอาวุธรุ่นใหม่ๆ เป็นประเด็นที่น่าคิดว่าเมื่อประเทศเสรีประชาธิปไตยอย่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นต่างมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง น่าคิดว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะเป็นอย่างไร โลกจะเป็นอย่างไร

            ย้อนหลังเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลสหรัฐตั้งใจลดขีดความสามารถกองทัพญี่ปุ่น จึงตีกรอบรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นให้มีกองทัพเพื่อ “defense-only defense” แต่นับวันแนวคิดปรับแก้รัฐธรรมนูญแรงขึ้น ให้ประเทศอยู่ในสภาพเฉกเช่นประเทศปกติทั่วไป อันหมายถึงมีกองทัพเหมือนประเทศอื่นๆ และหากพิจารณาตามบริบทจะต้องมีกองทัพที่เข้มแข็งสามารถต่อต้านภัยคุกคามอย่างจีน ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติญี่ปุ่นเอ่ยถึงข้อนี้เป็นประจำ เพิ่มงบกลาโหมเพื่อจีนโดยเฉพาะ พัฒนาอาวุธใหม่ๆ เช่น สิงหาคม 2022 ญี่ปุ่นประกาศพัฒนาขีปนาวุธจรวดร่อน Type 12 รุ่นใหม่ที่มีพิสัย 1,000 กิโลเมตร สำหรับยิงเรือรบและเป้าหมายตามแนวชายฝั่งจีน

            การมีอาวุธนิวเคลียร์เพื่อต้านจีนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

            สิงหาคม 2022 ฟูมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) นายกฯ ญี่ปุ่นประกาศเตรียมเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทุกเครื่องอีกครั้ง พร้อมแผนสร้างเตาปฏิกรณ์รุ่นใหม่ มุ่งหน้าใช้พลังงานนิวเคลียร์เต็มที่ แม้จะเกิดเหตุโศกนาฏกรรมจากเตาปฏิกรณ์ Fukushima Daiichi เมื่อปี 2011

            ญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานจำนวนมาก เป็นเหตุขาดดุลมหาศาลเมื่อราคาพลังงานฟอสซิลถีบตัวสูง การใช้พลังงานนิวเคลียร์เป็นทางเลือกหนึ่ง (แม้เสี่ยงอันตราย) อีกเหตุผลที่เป็นไปได้คือลึกๆ แล้วญี่ปุ่นหวังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

            ที่สุดแล้วความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่นคือองค์ประกอบสำคัญที่สุด ชาวญี่ปุ่นจะต้องสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเองซึ่งจนล่าสุดเสียงสนับสนุนยังมีไม่มากพอ ในระหว่างนี้เทคนิคที่ฝ่ายขวาทำคือ ส่งเสริมปลูกฝังลัทธิชาตินิยม แก้ไขตำราเรียน (ลดทอนประวัติศาสตร์ที่พ่ายแพ้ มุ่งสร้างความภาคภูมิใจ) เพื่อคนญี่ปุ่นจะสนับสนุนแนวทางฝ่ายขวา ยกภัยคุกคามจากจีนเกาหลีเหนือซึ่งสมเหตุผลไม่น้อย

            ระบบการป้องกันประเทศญี่ปุ่นผูกติดกับกองทัพสหรัฐมานานแล้ว รวมถึงการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์ แต่สถานการณ์บางครั้งน่าสงสัยว่าไว้ใจรัฐบาลสหรัฐได้แค่ไหน

            ผลโพลกุมภาพันธ์ 2019 คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เห็นว่าสหรัฐคือภัยคุกคามที่น่ากลัวสุด รองมาคือภาวะโลกร้อน การโจมตีทางไซเบอร์ รัฐบาลทรัมป์เป็นเหตุให้คนญี่ปุ่นคิดเช่นนั้นเพราะดูเหมือนทรัมป์จะไม่ยึดมั่นข้อตกลงที่มีอยู่ ทรัมป์เป็นปรากฏการณ์ในบางห้วงเวลาที่แสดงความไม่แน่นอน อาจตีความว่าเป็นเฉพาะรัฐบาลเท่านั้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลสหรัฐในอนาคตจะไม่เป็นเช่นนี้อีก

            ลึกๆ แล้วสมาชิกพรรค LDP บางคนมีจุดยืนต่อต้านทั้งจีนกับสหรัฐคิดว่าญี่ปุ่นต้องพึ่งพาตนเองในการป้องกันประเทศ พันธมิตรญี่ปุ่น-สหรัฐไม่มั่นคงอย่างที่เห็น ญี่ปุ่นต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง

ญี่ปุ่นที่เป็นมหาอำนาจอีกครั้ง :

            ต้นทศวรรษ 1900 รัสเซียต้องการขยายอิทธิพลลงมาทางใต้เพื่อหาเมืองท่าและทางออกทะเลในเขตน่านน้ำอบอุ่น 1904-05 ญี่ปุ่นทำสงครามกับรัสเซียและเป็นฝ่ายชนะ เป็นชัยชนะครั้งแรกที่กองทัพของชนชาติเอเชียเอาชนะยุโรป เกียรติภูมิกองทัพญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ชาติมหาอำนาจอื่นๆ ยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นอีกชาติมหาอำนาจหนึ่งของโลก

            ชัยชนะในสงครามรัสเซีย-ญี่ปุ่นครั้งนี้ สร้างขวัญกำลังใจแก่คนญี่ปุ่นอย่างมาก เกิดความฮึกเหิมอยากจะยึดครองจีน หวังเป็นชาติมหาอำนาจของเอเชียในต้นศตวรรษที่ 20

            ณ ปัจจุบันไม่ว่าจะด้วยเหตุผลภัยคุกคามจากจีน รัฐบาลสหรัฐที่วางใจไม่ได้ ญี่ปุ่นมีศักยภาพเป็นมหาอำนาจ ที่ยังขาดอยู่คือขาดกองทัพที่ยิ่งใหญ่มากพอ การที่รัฐบาลสหรัฐเปิดทางให้ญี่ปุ่นร่วมต้านจีนเป็นโอกาสสำคัญที่ญี่ปุ่นจะมีกองทัพแบบชาติมหาอำนาจ ในการนี้จำต้องมีอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

            ปี 2012 นายกฯ ชินโซ อาเบะ (Shinzo Abe, 200607, 201220) เห็นควรปรับรัฐธรรมนูญที่จำกัดกองทัพ หวังให้กองทัพกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พยายามผลักดันเรื่องนี้ เป็นยุทธศาสตร์แม่บท (grand strategy) ฉบับใหม่

            หรืออาจตีความว่ากองทัพญี่ปุ่นกับพันธมิตรต้องมีพลังอำนาจมากพอจนจีนไม่กล้าประกาศปิดเส้นทางเดินเรือเดินอากาศในทะเลจีนใต้ เป็นเรื่องความอยู่รอดของชาติโดยแท้

            ในขณะที่สังคมญี่ปุ่นสนใจเรื่องการฟื้นฟูชาติให้อยู่ในฐานะเหมือนประเทศทั่วไป นักการทหารเอ่ยถึงอาวุธนิวเคลียร์ รายงาน Ground-Based Intermediate-Range Missiles in the Indo-Pacific ของ RAND เมื่อปี 2022 ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐคิดติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและญี่ปุ่น เป็นเวลานานแล้วที่นโยบายการทหารญี่ปุ่นผูกกับนโยบายของสหรัฐ ปัจจุบันมีทหารอเมริกันประจำการในญี่ปุ่นราว 54,000 นายทั้งจากกองทัพเรือ นาวิกโยธินและกองทัพอากาศ ถ้าคิดว่าที่สุดแล้วกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นจะร่วมหัวจมท้ายกับกองทัพอเมริกัน การสู้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ย่อมอยู่ในวิสัยที่ควรเตรียมพร้อม นอกจากนี้ญี่ปุ่นอยู่ในตำแหน่งที่ดีสามารถโจมตีได้ทั้งจีน เกาหลีเหนือและเป้าหมายทางตะวันออกไกลของรัสเซีย ครอบคลุมพื้นที่ทางทะเลกว้างใหญ่

            แนวคิดติดตั้งขีปนาวุธพิสัยกลางที่ว่าเป็นอาวุธของสหรัฐ แต่หากญี่ปุ่นจะสร้างของตัวเองย่อมเป็นทางเลือกหนึ่งเช่นกัน (เหมือนกับเกาหลีใต้)

NPT สั่นคลอนหนัก :

            เป้าหมายแต่แรกของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty : NPT) คือจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ให้อยู่ในมือ 5 ประเทศเท่านั้น นั่นคือสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติทั้ง 5 ประเทศ ต้นปี 2022 มีกว่า 190 ประเทศได้ลงนามในสนธิสัญญานี้ ด้านอินเดีย ปากีสถานและอิสราเอล (ที่มีอาวุธนิวเคลียร์หรือที่ถูกชี้ว่ามี) ไม่ยอมรับสนธิสัญญาดังกล่าว ส่วนเกาหลีเหนือถอนตัวออกไปเมื่อมกราคม 2003 หากเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นนับรวมเข้าอยู่ใน “nuclear club” จะยิ่งสั่นคลอน NPT เมื่อถึงตอนนั้นคงมีอีกหลายประเทศที่ขอแสดงความจำนงเข้าร่วม “nuclear club” นี้

            จะเห็นว่ายิ่งวิเคราะห์กว้างออกไปเพียงไร ความวุ่นวายปั่นป่วนจะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

            เรื่องราวแนวคิดญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ที่อยากมีอาวุธนิวเคลียร์สะท้อนสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดกว่าเดิม ไม่ว่าจะเรียกว่าเป็นสงครามเย็นใหม่หรือไม่ ข้อเท็จจริงคือการแบ่งขั้วตามมหาอำนาจกำลังรุนแรงขึ้น อาจอธิบายว่าสถานการณ์พาไปหรือชาติมหาอำนาจกดดันให้เลือกข้าง ในแง่การป้องกันประเทศการมีอาวุธนิวเคลียร์ยังเป็นเครื่องมือป้องปรามสงครามใหญ่ได้ดี ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่คิดเช่นนี้ นี่ยังไม่รวมแนวคิดญี่ปุ่นอยากกลับมาเป็นชาติมหาอำนาจอีกครั้ง

16 มกราคม 2022
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 9468 วันอาทิตย์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565)

-------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง : 
สมดุลอินโด-แปซิฟิกจะเปลี่ยนไปถ้าเกาหลีใต้มีอาวุธนิวเคลียร์ และหากคิดจะใช้นิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ต้องถามว่าหากวันหนึ่งสหรัฐห้ามติดต่อค้าขายกับจีน เกาหลีใต้พร้อมทำตามหรือไม่
จีนที่ก้าวขึ้นมาทำให้สหรัฐกับญี่ปุ่นอยู่เฉยไม่ได้ มองว่าจีนกำลังเปลี่ยนแปลงอินโด-แปซิฟิกเพื่อตนเอง ญี่ปุ่นที่มีพลังอำนาจเป็นรองจำต้องแสวงหาพันธมิตรและเข้าพัวพันเข้มข้นกว่าเดิม

บรรณานุกรม :

1. รุ่งพงษ์ ชัยนาม, รศ.ดร. (2554) สงครามกับการเปลี่ยนแปลงในสังคมโลก ใน เอกสารการสอนชุดวิชาสังคมโลก นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

2. Cirincione, Joseph. (2013). Nuclear Nightmares: Securing the World Before It Is Too Late. USA: Columbia University Press.

3. Green, Michael. (2014). Japan’s Role in Asia: Searching for Certainty. In David Shambaugh and Michael Yahuda (Eds.), International Relations of Asia (2nd ed.). Maryland: Rowman & Littlefield.

4. Japan considers deploying long-range missiles. (2022, August 22). Taipei Times. Retrieved from https://www.taipeitimes.com/News/front/archives/2022/08/22/2003783923

5. Japan turns back to nuclear power in significant policy shift as fuel prices soar. (2022, August 24). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2022/08/24/energy/japan-nuclear-power-push-kishida-intl-hnk/index.html

6. Joint statement of nuclear powers’ leaders negotiated via diplomatic channels - Kremlin. (2022, January 4). TASS. Retrieved from https://tass.com/politics/1383695

7. Kang, David C. (2007). China Rising: Peace, Power, and Order in East Asia. New York: Columbia University Press.

8. Mitter, Rana. (2013). Forgotten Ally: China's World War II, 1937-1945. New York: Houghton Mifflin Harcourt.

9. More in Japan see U.S. as 'major threat,' while cyberattacks and climate change top concerns, survey shows. (2019, February 12). The Japan Times. Retrieved from https://www.japantimes.co.jp/news/2019/02/12/national/japan-see-u-s-major-threat-cyberattacks-climate-change-top-concerns-survey-shows/#.XGJbVFUzbZ4

10. Nathan, Andrew J., Scobell, Andrew. (2012).China's Search for Security. NY: Columbia University Press.

11. RAND. (2022). Ground-Based Intermediate-Range Missiles in the Indo-Pacific. Retrieved from https://www.rand.org/pubs/research_reports/RRA393-3.html

12. Stop 'nuclear sabre-rattling', UN chief demands. (2022, August 23). The National News. Retrieved from https://www.thenationalnews.com/world/2022/08/23/stop-nuclear-sabre-rattling-un-chief-demands/

13. Takahashi, Kosuke. (2014, February 13). Shinzo Abe’s Nationalist Strategy. The Diplomat. Retrieved from http://thediplomat.com/2014/02/shinzo-abes-nationalist-strategy/

14. Wilkins, Thomas. (2022, July). Japan’s security strategy. Retrieved from https://ad-aspi.s3.ap-southeast-2.amazonaws.com/2022-07/SR186%20Japans%20security%20strategy.pdf?VersionId=DpkmKOvNKVqOEwvUtGfsY56HbSBgOMUY

15. Younger, Stephen M. (2008). The Bomb: A New History. USA: HarperCollins Publishers.

-----------------------