ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “เลือกตั้งมาเลเซีย 2013” (6)

8 พฤษภาคม 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 8 พ.ค. 18.50 น.)
            ก่อนหน้าวันลงคะแนนเลือกตั้งก็มีกระแสข่าวการจับทุจริตโกงการเลือกตั้งจากแนวร่วมฝ่ายค้าน นายอันวาร์ ฮิบราฮิมเตือนให้ระวังถูกปล้นชัยชนะการเลือกตั้ง ดูเหมือนว่าแนวร่วมฝ่ายค้านตั้งใจจับผิดเรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนให้ความเห็นว่าถ้ามีหลักฐานโกงการเลือกตั้งที่ชัดเจน ประชาชนจะออกมาเคลื่อนไหวทันที
            คืนวันเลือกตั้ง นายอันวาร์ได้จัดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนนานาชาติถึงข้อพิรุจต่างๆ แต่ไม่อาจยับยั้งให้นายนาจิบ ราซะก์เข้าพิธีสาบานตัวดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัย ตลอดสามวันที่ผ่านมานายอัลวาร์พยายามออกข่าวนำเสนอข้อพิรุจการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันนี้ได้ประกาศจัดชุมนุมดังที่เป็นข่าวแล้ว
           
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 9 พ.ค. 9.00 น.)
            นายอันวาร์กล่าวต่อผู้มาชุมนุมราว 6 หมื่นคนว่าจะเดินหน้าจัดการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศเพื่อแสดง “ฉันทามติประเทศ” ในการตั้งคำถามต่อที่มาความชอบธรรมของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากมีข้อพิรุจถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการเลือกตั้ง
(Anwar vows more rallies to challenge BN mandate, The Malaysian Insider)
            ประธานคณะกรรมการเลือกตั้ง Tan Sri Abdul Aziz Mohd Yusof กล่าวว่าการชุมนุมประท้วงไม่ช่วยเปลี่ยนผลการเลือกตั้ง และตามกฎหมายนายอัลวาร์มีเวลา 21 วันสำหรับการร้องเรียนพร้อมหลักฐาน
(Protest, rally will not change GE13 result, says EC, The Malaysian Insider)
            เมื่อถึงเวลาเริ่มชุมนุม ชาวมาเลเซียจำนวนมหาศาลต่างแต่งชุดดำมาชุมนุมเต็มแน่นสนามกีฬาเคลันนา จายา แม้ตำรวจเตือนห้ามร่วมชุมนุมเพราะผิดกฎหมาย
(The Malaysian Insider)
            คณะกรรมการสื่อสารและมัลติมีเดียมาเลเซีย (Malaysian Communications and Multimedia Commission หรือ MCMC) ประกาศเตือนสาธารณชนให้ระวังการใช้คำพูดในการสื่อสารออนไลน์ทุกช่องทาง
(Public urged to stop sending messages online that incite hatred, New Straits Times)

            ฝ่ายตำรวจมาเลเซียยืนยันว่าการชุมนุมครั้งนี้ผิดกฎหมายเนื่องจากตามกฎหมายต้องขออนุญาตล่วงหน้าก่อนเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน ฝ่ายผู้จัดการชุมนุมเพิ่งจะแจ้งให้ตำรวจทราบเมื่อวันนี้เอง (8 พ.ค.) ทางออกที่ดีที่สุดคือผู้จัดการชุมนุมเลื่อนเวลาออกไป 10 วัน แต่ผู้จัดปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตาม
(GE13: Kelana Jaya gathering illegal without 10-day notice, say police,The Strar)
            นอกจากนี้ทางตำรวจยังเตือนไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมในค่ำคืนนี้ซึ่งจะเริ่มในเวลา 8.30 น. (หรือ 7.30 น.ตามเวลาไทย) ที่สนามกีฬาเคลันนา จายา (Kelana Jaya) และเตือนว่าตำรวจจะทำหน้าที่ตามกฎหมาย
(Don’t Attend PKR Rally, Warn Police, The Kuala Lumpur Post)
           นายอันวาร์ อิบราฮิมกล่าวก่อนการชุมนุมว่า จะนำการเคลื่อนไหวต่อต้านผลการเลือกตั้ง การชุมนุมในค่ำคืนนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น กล่าวว่า “ณ ตอนนี้สิ่งที่เราจำต้องทำคืออธิบายและให้ประชาชนเริ่มต้นจากจุดนี้” และกล่าวว่าจะแสดงหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจนในสัปดาห์ถัดไป
(Malaysia government condemns Anwar ahead of opposition rally, Reuters)

วิเคราะห์: (อัพเดท 9 พ.ค. 9.00 น.)
            ณ วันนี้แนวร่วมฝ่ายค้านเลือกที่จะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ด้วยเห็นว่ามีการทุจริตโกงการเลือกตั้ง และนายอัลวาร์จะเดินหน้าเรียกร้องความเป็นธรรม
            ข้อมูลที่ปรากฏทางสื่อกระแสหลักในขณะนี้ดูเหมือนว่าฝ่ายตำรวจพร้อมจะทำหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะการชุมนุมลักษณะนี้ผิดกฎหมายอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม มีผู้มาร่วมชุมนุมเต็มสนามกีฬาโดยไม่กลัวเกรงต่อกฎหมาย (บางแหล่งให้ข้อมูลว่ามีราว 6 หมื่นคน) ทุกคนพร้อมใจแต่งชุดดำตามที่นายอัลวาร์ร้องขอ และที่สุดแล้วตำรวจไม่ได้ดำเนินการอย่างไร
            ด้านท่าทีของนายอันวาร์ พยายามชี้ว่าการชุมนุมในค่ำคืนนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการทวงคืนชัยชนะการเลือกตั้งที่ถูกพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นปล้นเอาไป ทั้งยังบอกว่าต้องรออย่างน้อยอีกสัปดาห์กว่าจะสามารถแสดงหลักฐานทุจริตที่ชัดเจน ในแง่นี้ดูเหมือนว่านายอัลวาร์เตรียมสู้ศึกระยะยาว เพราะพรรคร่วมรัฐบาลถือว่าตนชนะการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาทุจริตอย่างแน่นอน 
            
            “หลักฐานกับความรู้สึก”
            นายอันวาร์ อิบราฮิมเชื่อว่าแนวร่วมฝ่ายค้านถูกปล้นชัยชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่งในสภาลดลงกว่า 30 ที่นั่ง (แนวร่วมฝ่ายค้านได้ 89 ที่นั่ง หากรวมกับ 30 จะได้ 119 ที่นั่ง เป็นจำนวนเกินกึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภาทั้งหมด 222 ที่นั่ง) ทางการร้องขอให้นายอัลวาร์แสดงหลักฐานทุจริต แต่นายอันวาร์กล่าวว่าอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน และพยายามชี้ข้อพิรุจหลายอย่าง
            ไม่ว่าหลักฐานความจริงจะเป็นอย่างไร ขณะนี้สังคมมาเลเซียแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลกับฝ่ายที่สนับสนุนแนวร่วมฝ่ายค้าน ประชาชนที่สนับสนุนแต่ละฝ่ายต่างใช้คำพูดที่รุนแรงใส่กันในสื่อโซเชียลมีเดีย จนหน่วยงานที่ดูแลต้องประกาศเตือนสาธารณชนให้ระวังการใช้คำพูดในการสื่อสารออนไลน์
            ตามกฎหมายการเลือกตั้ง นายอัลวาร์มีเวลา 21 วันในการฟ้องร้องทุจริตพร้อมหลักฐานต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง จึงยังไม่แสดงหลักฐานในสามสี่วันที่ผ่านมา กล่าวว่าอยู่ระหว่างการจัดเตรียมหลักฐาน เป็นไปได้ว่าอาจส่งหลักฐานในกำหนดเส้นตายวันสุดท้าย (วันที่ 26 พ.ค.) ตามยุทธวิธีที่นายอันวาร์ใช้แนวทางต่อสู้ทั้งทางกฎหมายกับแนวทางพลังมวลชน
            ดังนั้น นับจากวันนี้จนถึงวันที่ 26 พ.ค. การเมืองมาเลเซียจะอยู่ในภาวะที่แนวร่วมฝ่ายค้านเดินหน้าชุมนุมประท้วง ทำกิจกรรมการเมืองอย่างต่อเนื่อง อาจเรียกว่าเป็นภาคต่อจากช่วงหาเสียงเลือกตั้ง
            การเมืองมาเลเซียยังจะเข้มข้นตลอดเดือนนี้
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
ภายใต้การนำของนายอันวาร์ อิบราฮิมทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านให้ได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2008 เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ประชาชนที่สนับสนุนแนวร่วมฯ เชื่อว่าพวกเขามีโอกาสโค่นล้มการบริหารประเทศที่พรรคอัมโนเป็นแกนนำตลอด 56 ปี แต่ความหวังนั้นมีอุปสรรค ปัญหาหลายประการ
(อัพเดท 6 พ.ค. 10.50 น.) ชัยชนะกับความพ่ายแพ้ของพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นของมาเลเซีย
-----------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ถึงเวลาแล้วที่เยอรมันจะก้าวขึ้นมาเป็นปากเสียงสำคัญของโลก

หากเยอรมันหรืออียูตั้งใจอยู่ร่วมกับประเทศอื่นๆ อย่างสงบ แก้ปัญหาด้วยสันติวิธีจริงๆ มุ่งการค้าพหุภาคีตามกติกา ให้โลกเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน เช่นนี้สมควรเป็นประเทศหรือกลุ่มภาคีที่น่าสนับสนุน

ปลายเดือนพฤษภาคม 2017 อังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีเอ่ยถึงนโยบายต่างประเทศว่า “ห้วงเวลาที่เราต้องพึ่งพาประเทศอื่นอย่างสิ้นเชิงได้สิ้นสุดแล้ว” ประโยคดังกล่าวไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใดแต่ทุกคนรู้ดีว่าหมายถึงสหรัฐอเมริกา ขณะพูดอยู่ในช่วงหาเสียงจึงอาจตีความว่าพูดหาเสียง แต่ไหนแต่ไรคนเยอรมัน (รวมทั้งหลายประเทศในยุโรป) ไม่ค่อยชอบรัฐบาลอเมริกันอยู่แล้ว ยิ่งเป็นประธานาธิบดีทรัมป์ยิ่งหนักข้อ แมร์เคิลหวังแสดงความเป็นผู้นำว่าสามารถเผชิญหน้ากับคนอย่างทรัมป์ สามารถดูแลผลประโยชน์ของคนชาวเยอรมันและยุโรป การพึ่งพาที่ว่าคือการพึ่งพาความมั่นคงทางทหารที่ดำเนินเรื่อยมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ความเป็นพันธมิตรทางทหารแลกด้วยการที่สหรัฐมีอิทธิพลต่อการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจสังคม อดีตประธานาธิบดีชาร์ล เดอ โกล (Charles de Gaulle) แห่งฝรั่งเศสเห็นว่านาโตคือเครื่องมือสร้างความเป็นเจ้าของสหรัฐ การกล่…

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) 2015 ฝันที่ยังไม่เป็นจริง (ตอนแรก)

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยให้ความสำคัญกับการมาถึงของประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ในปี 2015 อย่างกว้างขวาง หลายภาคส่วนทั้งเอกชน ราชการต่างเร่งเตรียมตัว เพื่อรองรับการมาถึงของประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน บทความนี้ (แบ่งออกเป็น 2 ตอน) จะนำเสนอว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2015 อาจไม่เกิดประชาคมอาเซียน หรือเกิดประชาคมอาเซียนแต่จะไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่ประกาศไว้ จุดเริ่มของประชาคมอาเซียน :             ประชาคมอาเซียนถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2003 ด้วยปฏิญญา“ข้อตกลงบาหลี2” (Bali Concord II) กำหนดวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 สร้างประชาคมอาเซียนภายในปี 2020 โดยประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน(ASEAN Security Community หรือ ASC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community หรือ AEC) และประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน(ASEAN Socio-Cultural Community หรือ ASCC)  ต่อมาในเดือนกันยายน 2006 ที่ประชุมของการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Ministers Meeting หรือ AEM) เห็นด้วยที่จะร่วมจัดทำแผนงาน (blueprint) พัฒนาเศรษฐกิจอาเซียน แผนดัง…