หลักคิดเบื้องต้นอิหร่านโจมตีอิสราเอล

เหตุโจมตีกันและกันเมื่อเมษาที่ผ่านมา เป็นการรบพอหอมปากหอมคอ แต่เป็นการปะทะโดยตรงครั้งแรกของสงครามที่คาดว่ารุนแรงในอนาคต

            เหตุอิหร่านโจมตีอิสราเอลเมื่อ 13 เมษายนน่าสนใจมาก เป็นครั้งแรกที่เข้าโจมตีอิสราเอลโดยตรง ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้แจงเหตุผล บทความนี้ประมวลหลักคิดเบื้องต้นอิหร่านโจมตีอิสราเอล พร้อมการวิเคราะห์ดังนี้

จำต้องตอบโต้ไซออนิสต์:

            ไม่กี่วันหลังอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรีย นายทหารกับเจ้าหน้าที่หลายคนเสียชีวิต ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนกล่าวว่าอิหร่านได้พลีชีพ (martyrdom) เสียสละเพื่อชาวปาเลสไตน์มาแล้วมากมาย เพราะไซออนิสต์กับอเมริกาต่อต้านอิหร่าน นำสู่การโจมตีกงสุล จากนั้นกล่าวโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคที่เป็นมิตรกับสหรัฐว่าต้องรับโทษในฐานะอาชญากรไม่ต่างจากอิสราเอลกับสหรัฐ ชี้ว่าแม้สงครามฮามาส-อิสราเอลผ่านมาแล้ว 6 เดือนยังไม่สามารถทำลายฮามาส เพราะกองกำลังนี้แยกเป็นกลุ่มย่อยที่ปฏิบัติการโดยอิสระ

            นอกจากนี้ฮามาสไม่ใช่แค่กองกำลังแต่เป็นอุดมการณ์ต่อสู้ปลดปล่อยตัวเองของปาเลสไตน์ที่ฝังรากลึกในชาวปาเลสไตน์ ไม่สามารถทำลายด้วยอาวุธทหาร ความล้มเหลวของกองทัพอิสราเอลส่งเสริมกลุ่มต่อต้านทั้งในเลบานอน อิรักและเยเมน

            อิหร่านจำต้องตอบโต้ไซออนิสต์ในเหตุโจมตีกงสุลแน่นอน นำภูมิภาคเข้าสู่เฟสใหม่ (อิหร่านรบกับอิสราเอลโดยตรง) ขอให้กลุ่มกองกำลังทั้งหลายเตรียมพร้อมหากต้องทำสงครามเบ็ดเสร็จ

            อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่านใช้โอกาสนี้กล่าวโทษชาติมุสลิมบางประเทศว่า น่าผิดหวังที่ชาติอิสลามบางประเทศช่วยอิสราเอล “ทรยศต่อชนชาติอิสลาม (Islamic Ummah) ทรยศตัวเอง เอื้อให้ไซออนิสต์เข้มแข็งขึ้น” ที่ควรทำคือตัดขาดความสัมพันธ์เศรษฐกิจการเมืองกับไซออนิสต์ แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือชาติอิสลามบางประเทศระงับความสัมพันธ์กับอิสราเอลชั่วคราว ไม่ช่วยเหลือไซออนิสต์ที่กำลังก่ออาชญกรรมเท่านั้น

            ในขณะที่พวกไม่ใช่มุสลิมในหลายประเทศทั้งสหรัฐ ยุโรป แอฟริกาออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวกาซา ปาเลสไตน์มากมายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

            อิหม่ามคาเมเนอีพูดถูกต้องแล้ว ไม่นานนี้มีข่าวอินโดนีเซียคิดยอมรับรัฐอิสราเอลว่าเป็นประเทศถูกต้องตามกฎหมาย กลับลำนโยบายต่อต้านไซออนิสต์ แลกกับการที่อินโดนีเซียได้เป็นสมาชิก OECD กระแสข่าวปรับสัมพันธ์มีมาหลายปีแล้ว ทุกวันนี้แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของคู่นี้อยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี อินโดนีเซียเป็นตัวอย่างอีกประเทศที่คิดญาติดีกับอิสราเอล

ลงโทษอิสราเอลและการโต้กลับ:

            ทุกอย่างเป็นไปตามคาด อิหร่านเข้าโจมตีอิสราเอลโดยตรง สรุปปฏิบัติการหลังโจมตีเพียงรอบเดียวว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ โจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น นอกจากนี้อิหร่านใช้อาวุธเพียงพอประมาณ ตอบโต้อย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตย (ไม่ได้ประเมินจากความสูญเสียที่อิสราเอลต้องชดใช้)

            นายอิบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านสดุดีความสำเร็จ กล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล ”ให้ไซออนิสต์ได้บทเรียน” พร้อมเตือนว่าอิหร่านจะเล่นงานให้หนักขึ้นถ้าอิสราเอลโต้กลับ

            อิหม่ามคาเมเนอีกชี้ว่าสถานกงสุลของประเทศใดเป็นอาณาเขตของประเทศนั้น เมื่อถูกโจมตีเท่ากับประเทศถูกโจมตี กล่าวอาลัยถึงนายทหารอาวุโส 2 นาย (สังกัด Quds Force) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวม 13 คนที่เสียชีวิต ประกาศว่า “ระบอบชั่วช้า (evil regime) ทำพลาดไปแล้วและต้องได้รับโทษ”

            พร้อมกับประณามรัฐบาลตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ผู้บริสุทธิ์มากมายเสียชีวิต เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลตะวันตกแสดงความชั่วร้ายของพวกเขา กองทัพอิสราเอลใช้วิธีสกัดกั้นน้ำ อาหาร ไฟฟ้า สร้างความทุกข์ยากแก่คนกาซา

            การโจมตีก่อคำถามว่าอิสราเอลจะโต้กลับหรือไม่อย่างไร

            ไม่กี่วันต่อมาอิสราเอลโจมตีใจกลางประเทศอิหร่าน แต่เป็นการโจมตีเล็กน้อยเชิงสัญลักษณ์มากกว่า สรุปว่าทั้งคู่ต่างได้โจมตีดินแดนอีกฝ่าย ปะทะกันพอหอมปากหอมคอ

            อิหร่านไม่ได้ใช้โอกาสนี้ “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก”

            ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือประกาศว่า “นับจากนี้เป็นต้นไปอิหร่านจะตอบโต้ทุกการโจมตีของอิสราเอลด้วยตนเองจากแผ่นดินตัวเอง หากผลประโยชน์ ทรัพย์สิน บุคคลสำคัญหรือพลเมืองอิหร่านถูกเล่นงาน”

            หลายปีแล้วที่กองกำลังอิหร่านที่สนับสนุนในซีเรียโดนกองทัพอิสราเอลเล่นงานเป็นระยะ ส่วนใหญ่ด้วยการโจมตีทางอากาศ น่าเชื่อว่าบางครั้งมีคนของอิหร่านอยู่ด้วย ครั้งหน้าอิหร่านอาจตีความว่าอิสราเอลเล่นงานพลเมืองของตนจึงต้องโต้กลับ หากเป็นเช่นนั้นจริงอิหร่าน-อิสราเอลจะปะทะโดยตรงถี่ขึ้น

ไม่นำสู่สงครามใหญ่?:

            ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลหลายคนกังวลว่าสักวันอิหร่านคงได้สู้กับอิสราเอล ท่ามกลางไฟสงครามอาจบานปลาย นานาชาติรวมทั้งพวกตะวันตกขอให้ทุกฝ่ายสงบศึก อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าไม่ว่าจะภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) หรือโลกต่างรับสงครามใหม่ไม่ได้อีกแล้ว (สงครามมีผลกระทบร้ายแรง) ทุกฝ่ายต้องอดกลั้นไม่ก่อสงคราม

            หลายคนเกรงว่าจะนำสู่สงครามนิวเคลียร์ แม้อิสราเอลไม่ปฏิเสธและไม่ยอมรับว่ามีอาวุธนิวเคลียร์ (nondeclaratory policy) แต่นานาชาติยอมรับว่าอิสราเอลน่าจะมีนิวเคลียร์ 80-90 หัวรบและยังคงพัฒนาต่อเนื่อง รวมทั้งระบบปล่อยอาวุธ การจะต่อกรกับผู้มีอาวุธนิวเคลียร์จึงต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และในรอบนี้ผู้นำอิหร่านไม่หวั่นเกรงแต่อย่างไร (บางคนอาจชี้ว่าอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกัน) หากใช้นิวเคลียร์ย่อมทำให้ประเทศวอดวาย อารยธรรมถูกทำลายล้าง

            เป็นไปได้ว่าอิหร่านคงประเมินแต่แรกว่าจะไม่เกิดสงครามใหญ่ อิหร่านไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นานาชาติก็เช่นกัน ที่ต้องการคือให้บทลงโทษตามสมควรเท่านั้น ไม่คิดทำสงครามแตกหัก อย่างไรก็ตามการปะทะโดยตรงย่อมมีความเสี่ยงเกิดสงครามใหญ่ไม่มากก็น้อย

            ครั้งนี้ที่อิหร่านไม่ตั้งใจทำสงครามใหญ่ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านยกเลิกความคิด “ลบอิสราเอลออกจากแผนที่” นักวิชาการกับนักการศาสนาบางคนยืดมั่นเสมอว่าอิหร่านต้องรบกับไซออนิสต์อีกนาน เป็นคู่อาฆาตที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าตนเป็นฝ่ายชนะ ภายใต้แนวคิดนี้ทั้งคู่รบกันมานานแล้ว ความเป็นไปในกาซา ปาเลสไตน์ กงสุลในซีเรียเป็นเพียงแค่ฉากเล็กๆ ของเรื่องราวทั้งหมดที่จะเดินหน้าสู่สงครามใหญ่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

            รวมความแล้วการปะทะโดยตรง การโต้กลับ ต่างฝ่ายน่าจะทำเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ต้องบันทึกว่าเหตุโจมตีกันและกันเมื่อเมษายนที่ผ่านมาเป็นการปะทะโดยตรงครั้งแรกของสงครามที่คาดว่ารุนแรงในอนาคต

            หลังการปะทะกันหอมปากหอมคอ สถานการณ์คลี่คลาย อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกมากล่าวอีกครั้ง ชื่นชมกองทัพว่าได้แสดงอานุภาพแล้ว ที่สำคัญคือ นานาชาติได้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ของประเทศอิหร่าน กองทัพอิหร่านจะพัฒนาต่อไป ทั้งด้านอาวุธกับยุทธวิธี เรียนรู้กลเม็ดฝ่ายตรงข้าม ขอให้ชาวอิหร่านทุกคนตระหนักศักยภาพกับทักษะของแต่ละคน เข้าใจคำสอนและยึดมั่นศรัทธาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

            ถ้อยคำของอิหม่ามคาเมเนอีได้สรุปสถานการณ์อนาคตจากมุมมองฝั่งนี้แล้ว

28 เมษายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10026 วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2567)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. 10 Questions and answers about Iran's retaliatory attack on Israel. (2024, April 15). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497192/10-Questions-and-answers-about-Iran-s-retaliatory-attack-on-Israel

2. Biden Urges Caution as Israel Weighs Response to Iran. (2024, April 15). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/biden-presses-for-diplomatic-response-to-irans-attack-on-israel-1c5452a1?mod=world_lead_story

3. Clean Victory. (2024, April 14). Tehra Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497137/Clean-Victory

4. Game changer. (2024, April 16). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497242/Game-changer

5. Indonesia ready to normalize ties with Israel as part of bid to join OECD – official. (2024, April 11). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/indonesia-agrees-to-normalize-ties-with-israel-if-it-joins-oecd-report/

6. “Israel will be punished”. (2024, April 10). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496954/Israel-will-be-punished

7. Middle East, world cannot 'afford more war', says UN chief Guterres. (2024, April 14). France24. Retrieved from https://www.france24.com/en/middle-east/20240414-

8. Nasrallah: Iran response to consulate attack “inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable

9. Operation 'True Promise' manifested willpower of Iranian people in international arena. (2024, April 21). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497458/Operation-True-Promise-manifested-willpower-of-Iranian-people

-----------------

อิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านและการตอบโต้

ฮามาสทำศึกกับอิสราเอลได้ครึ่งปี เกิดสงครามตัวแทนระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุน คราวนี้ถึงรอบอิหร่านปะทะกับอิสราเอลโดยตรงแล้ว

            เหตุอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อ 1 เมษายน นายทหารระดับสูงกับเจ้าหน้าที่หลายรายเสียชีวิต เป็นชนวนให้อิหร่านต้องปะทะอิสราเอลโดยตรง ทางการอิสราเอลรายงานถูกโจมตีทั้งจากอิหร่าน กองกำลังในอิรักและเยเมน ด้วยโดรนกับขีปนาวุธกว่า 300 แต่ส่วนใหญ่สกัดได้ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐและอีกหลายประเทศ รวมทั้งบางประเทศในตะวันออกกลาง

            ไม่กี่วันต่อวันอิสราเอลโจมตีโต้กลับเล็กน้อย มีประเด็นน่าสนใจดังนี้

อิสราเอลกล้าลองของ:

            ผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลางคิดถึงสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเสมอ คิดว่าช้าหรือเร็วต้องเกิดแน่ สงครามฮามาส-อิสราเอลนำสู่ความคิดนี้มากขึ้น เพราะรัฐบาลอิหร่านสนับสนุนฮามาสสุดตัว เมื่อสงครามดำเนินไป ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนในซีเรีย อิรัก ฮูตีในเยเมนต่างเข้าร่วมศึก หลายคนกังวลสถานการณ์บานปลายเป็นสงครามระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลโดยตรง

            หลายทศวรรษที่ผ่านมาแม้ถูกกีดดันจากหลายประเทศ อิหร่านยังสามารถพัฒนาสร้างกองทัพที่น่าเกรงขาม พัฒนาโดรนกับขีปนาวุธน้อยใหญ่ต่อเนื่อง สามารถยิงถล่มอิสราเอลที่ห่างเป็นพันกิโลเมตร (กรุงเตหะรานอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ 1,600 กิโลเมตร)

            การปะทะรอบนี้พิสูจน์แล้วว่าขีปนาวุธกับโดรนอิหร่านเข้าโจมตีอิสราเอลได้จริง เช่นเดียวกับที่อิสราเอลโจมตีไกลถึงใจกลางอิหร่านได้เช่นกัน

อิหร่านพร้อมสู้มานานแล้ว:

            รัฐบาลอิหร่านแสดงตัวพร้อมรบอิสราเอลมานานแล้ว ยกตัวอย่าง สิงหาคม 2006 ประธานาธิบดี นายมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) กล่าวว่าภูมิภาคตะวันออกกลางจะดีกว่านี้ ถ้า ไม่มีระบอบอำนาจไซออนิสต์ อิสราเอล เป็นระบอบที่ไร้ความชอบธรรม การดำรงอยู่นั้นไร้ความชอบธรรมทางนิตินัย ในอีกวาระหนึ่งกล่าวว่า “ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ระบอบไซออนิสต์จะต้องถูกทำลายราบในที่สุด”

มกราคม 2019 นายพลจัตวา Aziz Nasirzadeh ผู้บัญชาการกองทัพอากาศอิหร่าน กล่าวว่าอิหร่านจะ “ทำลายล้างอิสราเอลให้สูญสิ้นจากโลก” (eliminate Israel from the Earth)

            การทำลายอิสราเอลให้ราบหรือลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลกเป็นประโยคที่ได้ยินจากฝ่ายอิหร่านเป็นระยะๆ ไม่แปลกถ้าอิหร่านจะทำสงครามกับอิสราเอล

            ไม่กี่วันหลังเหตุอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่าน ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนชี้ว่าอิหร่านจำต้องตอบโต้ไซออนิสต์แน่นอน นำภูมิภาคเข้าสู่เฟสใหม่ (อิหร่านเข้ารบกับอิสราเอลโดยตรง) ขอให้กองกำลังทั้งหลายเตรียมพร้อมหากต้องทำสงครามเบ็ดเสร็จ

สงครามที่ไตร่ตรอง:

            การที่กงสุลอิหร่านในซีเรียถูกโจมตีไม่น่าเป็นอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด คงมีเหตุผลบางอย่างที่กระตุ้นให้อิสราเอลกล้าลงมือ รวมถึงตั้งใจสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ไม่หวั่นหากอิหร่านเล่นงานกลับ ยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมา บางคนวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องกับนายกฯ เนทันยาฮูโดยตรงในเรื่องคดีความของท่าน ข้อนี้นักวิเคราะห์หลายคนเอ่ยถึงเรื่อยมา

            อิหร่านโต้กลับอย่างไตร่ตรองเช่นกัน ตั้งแต่เป้าหมายโจมตี แผนการที่ยิงจากทั้งฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังในอิรัก เยเมนและจากอิหร่านโดยตรง อาวุธที่ใช้ รวมถึงท่าทียุติการรบ ฝ่ายอิหร่านโจมตีเพียงชุดเดียว แล้วประกาศว่าจะไม่ยิงอีกเว้นแต่อิสราเอลโต้กลับ เปิดช่องให้การจบเพียงเท่านี้ มีข้อมูลวงในตั้งแต่ก่อนลงมือว่าอิหร่านไม่คิดเปิดสงครามใหญ่ เป็นเพียงการปะทะพอหอมปากหอมคอ ข้อมูลวงในชิ้นนี้พิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง

            เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าทั้งอิสราเอลกับอิหร่านต่างไตร่ตรองรอบคอบ รู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ปล่อยตามอารมณ์หรือเหตุผลส่วนตัว แรงกดดันจากนานาชาติมีผล สงครามใหญ่หรือสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกจึงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ

อนาคตปะทะโดยตรงมากขึ้น:

            ในอีกมุมประวัติศาสตร์ต้องบันทึกว่า 13 เมษายน 2024 อิหร่าน-อิสราเอลได้ปะทะกันโดยตรงเป็นครั้งแรกแล้ว ต่างจากที่ผ่านมาเป็นสงครามตัวแทน (proxy war) การโจมตีจากฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนในซีเรียกับอิรัก พวกฮูตีในเยเมน สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นหนึ่งในสงครามตัวแทน

            เมื่อมีครั้งแรกน่าเชื่อว่าจะมีครั้งถัดไปและอาจรุนแรงขึ้น ถ้าขีปนาวุธกับโดรน 300 ชุดถูกสกัดได้เกือบหมด อนาคตต้องใช้อาวุธที่ดีกว่าหรือเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น เมื่ออิหร่านได้ยิงใส่แผ่นดินอิสราเอลหนึ่งครั้งแล้ว ย่อมต้องวางแผนเตรียมกำลังสำหรับครั้งต่อไป เช่นเดียวกับอิสราเอลที่ต้องเตรียมตัวรับมือหรือเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน และพิสูจน์แล้วเช่นกันว่าอิสราเอลกล้าโต้กลับ

ไม่ใช่แค่เรื่องของ 2 ประเทศ:

            การปะทะระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลตีความได้หลายแบบ ถ้าตีความกรอบแคบว่าคือเรื่องกงสุล ลำพังข้อนี้สร้างผลกระทบที่นานาชาติต้องแบกรับ ทันทีที่ข่าวอิหร่าน-อิสราเอลส่อรุนแรง ราคาน้ำมันดิบพุ่งทันทีและขึ้นอีกรอบเมื่ออิสราเอลโจมตีโต้กลับ นักวิเคราะห์บางคนประเมินว่าน้ำมันดิบ WTI อาจสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือบวก 20% จากเดิม เพราะอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก

            น้ำมันคือเรื่องต้นๆ ที่หลายคนกังวล คนไทยจะโดน 2 เด้งจากราคาน้ำมันดิบพุ่ง เพราะต้องนำเข้าในราคาแพงในขณะเงินบาทอ่อน จากนั้นสินค้าบริการต่างๆ จะขึ้นราคาตามขั้นตอน เริ่มจากค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ไม่ว่าคนไทยชอบหรือไม่คนไทยต้องรับกรรมจากเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน

สงครามล้างโลก?:

            ตามข้อมูลจากสื่อขีปนาวุธกับโดรนกว่า 300 ชุดที่ยิงใส่อิสราเอลแต่ถูกสกัดได้ 99% เพราะเพราะสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ซาอุฯ จอร์แดนร่วมกันปกป้องอิสราเอล จะเห็นว่า นานาชาติไม่อยากให้สถานการณ์บานปลาย พวกตะวันตกด้านหนึ่งช่วยอิสราเอล อีกด้านขออิสราเอลไม่ตอบโต้ ชาติอาหรับด้านหนึ่งไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพกับน่านฟ้าของตนเพื่อต้านอิหร่าน อีกด้านช่วยอิสราเอลสกัดการโจมตีจากอิหร่าน อาจตีความว่าขอเป็นกลางและพยายามลดความรุนแรงซึ่งได้ผลดีทีเดียว

            ความเป็นไปของโลกไม่ใช่เรื่องของ 2-3 ประเทศแต่มีผลต่อนานาชาติ ยิ่งส่งผลรุนแรงนานาชาติจะยิ่งเข้ามามีส่วนร่วม สงครามใหญ่ไม่อาจเกิดขึ้นง่ายๆ ทำไมนานาชาติต้องย่อยยับเพราะบางประเทศอยากใช้อาวุธนิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้อง คำถามหนักกว่านี้คือทำไมประชาชนหลายพันล้านต้องรับผลจากการตัดสินใจของชนชั้นปกครองไม่กี่กลุ่มที่คิดถึงแต่เหตุผลของตัวเอง

            การปะทะระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลรอบนี้พิสูจน์แล้วว่านานาชาติไม่ต้องการให้บานปลาย โลกมีความขัดแย้งอยู่เสมอแต่ไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งนำสู่การทำลายล้างมนุษยชาติ

            ไม่ว่าจะสงครามเล็กหรือใหญ่ อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวไม่ว่าจะภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) หรือโลกต่างรับสงครามใหม่ไม่ได้อีกแล้ว (สงครามมีผลกระทบร้ายแรง) ทุกฝ่ายต้องอดกลั้นไม่ก่อสงคราม

            แต่ชาติผู้ยั่วยุกับประเทศผู้ก่อสงครามจะฟังหรือไม่ ก่อนอิสราเอลโต้กลับ เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวเตือนระวังสงครามเต็มรูปแบบทั่วภูมิภาค ('full-scale regional conflict') เพราะต่างฝ่ายต่างยั่วยุ ไม่ลดราวาศอก หากตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ทำลายล้างทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ร้องขอให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันทีเพื่อมนุษยธรรม (ทั้งที่กาซาและอื่นๆ)

            ล่าสุดดูเหมือนว่าอิหร่านจะไม่โต้กลับ ปล่อยให้จบเพียงเท่านี้ (อาจมีการเจรจาในทางลับ และทุกฝ่ายขอให้จบเพียงเท่านี้) นำความยินดีแก่คนรักสันติ ไม่อยากเห็นสถานการณ์บานปลาย เข้าใจว่าทั้งรัฐบาลเนทันยาฮูกับอิหร่านไม่ต้องการให้บานปลาย ส่วนอนาคตค่อยว่ากันใหม่

21 เมษายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10019 วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2567)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. Hitchcock, Mark. 2006 Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear Threat. CO: Multnomah Books.

2. If Iran attacks Israel, Middle East turmoil could lift oil past $100 a barrel. (2024, April 12). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/if-iran-attacks-israel-middle-east-turmoil-could-lift-oil-past-100-a-barrel-fd76ea09?mod=futures

3. Iran air force chief threatens to make Israel ‘vanish from earth’. (2019, January 21). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2019/01/21/Iran-air-force-chief-threatens-to-make-Israel-vanish-from-earth-.html

4. Israel’s war on Gaza live: Iran launches retaliatory attack on Israel. (2024, April 15). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2024/4/14/israels-war-on-gaza-live-blasts-sirens-as-iranian-missiles-intercepted

5. Jordan says Israeli retaliation for Iran strikes risks wider regional war. (2024, April 18). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2494956/middle-east

6. Middle East, world cannot 'afford more war', says UN chief Guterres. (2024, April 14). France24. Retrieved from https://www.france24.com/en/middle-east/20240414-

7. Nasrallah: Iran response to consulate attack “inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable

8. Oil prices bounce on continued Mideast tensions, but head for weekly decline. (2024, April 12). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/oil-prices-bounce-on-continued-mideast-tensions-but-head-for-weekly-decline-7c4e410a?mod=home-page

9. UN chief warns Mideast on brink of 'full-scale regional conflict'. (2024, April 19). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2494956/middle-east

-----------------

BRICS ขยายตัวหมายถึงอะไรบ้าง

BRICS ที่ขยายตัวชี้ว่ามีประเทศที่หันเข้าสู่ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐมากขึ้น แต่ทั้งนี้บางประเทศเพียงอยากมีมิตรหลากหลาย ร่วมมือกับประเทศที่ไม่อยู่ขั้วสหรัฐ

            ปี 2024 BRICS มีสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศ ได้แก่ อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เดิมมีชื่ออาร์เจนตินากับซาอุดีอาระเบียด้วยแต่ล่าสุดยังไม่เข้าร่วม) รวมของเก่ากับใหม่เป็น 9 ประเทศ มีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้

          ประการแรก ระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำเสื่อมถอย

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าหลังสงครามเย็นยุติ ขั้วสหภาพโซเวียตล่มสลาย โลกเข้าสู่ระบบขั้วเดียวที่สหรัฐกับพวกเป็นแกนนำ แต่เมื่อจีนเริ่มก้าวขึ้นมาพร้อมกับรัสเซียที่ฟื้นตัวตามลำดับในสมัยปูติน แม้ทั้งคู่ยังเทียบอภิมหาอำนาจสหรัฐไม่ได้ นานาชาติรับรู้อิทธิพลโลกที่เปลี่ยนไป สหรัฐกับพวกถดถอยเมื่อเทียบกับขั้วจีน-รัสเซียที่ก้าวขึ้นมาตามลำดับ

            หลายประเทศเอ่ยถึงความไม่พอใจต่อระเบียบโลกเก่า การคว่ำบาตรฝ่ายเดียว การใช้อิทธิพลกดดันให้นานาชาติทำตามนโยบายที่ตนต้องการ ใช้อำนาจบังคับไม่ให้รัสเซียทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบ SWIFT ไม่แปลกหากรัสเซียหนีไปใช้ระบบอื่น หลายประเทศคิดถึงการสร้างระบบชำระเงินใหม่ที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐกับพวก

          ประการที่ 2 ความเป็นพวกเดียวกันหรือมีศัตรูร่วม

            BRICS รวมตัวกันอย่างหลวมๆ บนพื้นฐานการเป็นมิตร บางกรณีอาจตีความว่ามีศัตรูร่วม ในการเมืองระหว่างประเทศทุกประเทศหวังมีมิตรจำนวนมาก มีศัตรูให้น้อยที่สุด หลายประเทศเข้าร่วมเพราะต้องการประโยชน์ข้อนี้ อย่างน้อยมีจีน รัสเซียเป็นเพื่อนให้อุ่นใจ ได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นจากกลุ่ม เป็นประโยชน์เบื้องต้นจากการเข้าร่วม BRICS

            ความเป็นมิตรเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่กลุ่มเดียวกันแต่ควรตระหนักด้วยว่าไม่ใช่จะไม่ขัดแย้งกันเลย ข้อพิพาทเดิมยังอยู่ ความขัดแย้งแนวชายแดนอินเดีย-จีนเป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งคู่พิพาทเรื่องนี้หลายทศวรรษแล้ว มีการปะทะกัน ทหารสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายพร้อมกับการเจรจาเป็นระยะ ยังไม่บรรลุข้อตกลงยุติปัญหาอย่างสมบูรณ์ ทหารหลายหมื่นนายเฝ้าระวังเข้มงวด ได้แค่ไม่ยั่วยุ ไม่ขยายความขัดแย้ง

            เป็นลักษณะที่พบเห็นทั่วไปในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

          ประการที่ 3 ข้อมูลขัดแย้ง BRICS ไม่ใช่กลุ่มต่อต้านสหรัฐ

            BRICS ก่อตั้งปี 2010 เป็นชื่อของ 5 ประเทศที่พัฒนาและเศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว (Emerging Market) อันประกอบด้วยบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีนและแอฟริกาใต้ (ก่อนจะเป็น BRICS ที่มีสมาชิก 5 ประเทศ เดิมปี 2001 มีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 4 ประเทศ แอฟริกาใต้เข้าร่วมปี 2010) เป้าหมายเบื้องต้นคือความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

            หากพิจารณารายชื่อสมาชิกเริ่มต้น 5 ประเทศ อินเดียซึ่งอยู่ในกลุ่ม Quad (Quadrilateral Security Dialogue) ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่นและอินเดีย นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า Quad คือกลไกยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้าของสหรัฐ ใช้สกัดกั้นอิทธิพลจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา ดังนั้นการที่อินเดียเป็นสมาชิกทั้ง BRICS กับ Quad คู่กันเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งว่าเมื่อเริ่มต้น BRICS ไม่ใช่ขั้วต่อต้านอเมริกาหรือยังไม่เด่นชัดในตอนต้น

            สมาชิกใหม่ของ BRICS อียิปต์และเอธิโอเปียไม่มีปัญหากับสหรัฐ ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แม้ไม่นานนี้ขยับเข้าหาจีนมากขึ้น แต่ความสัมพันธ์เก่าแก่กับสหรัฐยังดำรงอยู่ บทบาทด้านความมั่นคงของสหรัฐในย่านอ่าวเปอร์เซียเข้มแข็งมาก เฉพาะอิหร่านที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับสหรัฐ

            ดังนั้น ไม่น่าจะถูกต้องถ้าตีความว่าการขยายสมาชิกจาก 5 เป็น 9 คือการขยายตัวของขั้วต่อต้านสหรัฐกับพวก รัฐบาลสหรัฐกับพวกไม่สามารถอ้างเต็มปากว่า BRICS คือขั้วต่อต้าน เป็นแนวทางการอธิบายแบบหนึ่ง

          ประการที่ 4 โอกาสในฐานะสมาชิก

            BRICS เดินหน้าสู่องค์กรร่วมมือหลากหลายแทบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ สังคมวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ขาดแต่เพียงการเป็นพันธมิตรทางทหารเท่านั้น (คล้ายประชาคมอาเซียน) ที่ผ่านมาอาจไม่สนิทกับบางประเทศ การอยู่กลุ่มเดียวกันเปิดโอกาสได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการ

            ยอดค้าขายกลุ่ม BRICS ค่อยๆ โตต่อเนื่อง ตัวเลขนี้จะโตแบบก้าวกระโดดเมื่อมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา ข้อนี้อาจมองว่าเป็นแค่โอกาสเบื้องต้น หรือหลีกหนีข้อตกลงกลุ่มอื่นๆ ที่เสียเปรียบก็ได้

          ประการที่ 5 บทพิสูจน์แนวทางระเบียบโลกใหม่

            รัฐบาลจีน รัสเซียเอ่ยถึงแนวทางระเบียบโลกใหม่ที่ต่างจากของรัฐบาลสหรัฐกับพวก

            ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงประกาศ BRICS ยึดมั่นพหุภาคีนิยม ยึดมั่นกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ ปฏิบัติต่อทุกประเทศอย่างเท่าเทียม นำประเด็นต่างๆ เข้าสู่การปรึกษาหารือ ต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าและการเมืองแห่งอำนาจ (power politics) ส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือความมั่นคงรอบด้านและยั่งยืน เป็นคนกลางร่วมแก้ปัญหาในภูมิภาคต่างๆ

            ร่วมกันสร้างเศรษฐกิจโลกแบบเปิด ต่อต้านลัทธิกระทำฝ่ายเดียวและปกป้องการค้า สนับสนุนตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา กลุ่มจะติดตามเส้นทางประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิด ฉวยโอกาสการพัฒนา ร่วมเผชิญหน้าความท้าทาย แสดงบทบาทสร้างสรรค์ต่อการสร้างระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบใหม่ ประชาคมโลกที่ร่วมแบ่งปันอนาคตมนุษยชาติ

            ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าการค้าการลงทุนในกลุ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญคือตั้งอยู่บนหลักความเท่าเทียม ช่วยเหลือกัน เคารพผลประโยชน์ของอีกฝ่าย เหล่านี้คือแนวยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มที่ประเทศส่วนใหญ่อยากเห็นเช่นนี้

            เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่าระบบโลกเดิมที่บางประเทศรักษาการอยู่ดีกินดีของตนด้วยการกดขี่ขูดรีดผู้อื่นกำลังจะสิ้นสุด มนุษยชาติไม่ต้องการเช่นนั้น โลกพหุภาคีที่เป็นธรรมกำลังก่อตัว มีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกชาติ เคารพอธิปไตยของชาติอื่น หลายประเทศอยากเข้าร่วมกลุ่ม หนีการใช้ดอลลาร์เป็นหลักฐานในตัวเอง    ยินดีต้อนรับประเทศที่มีระบอบปกครองหลากหลาย ยอมรับค่านิยมลักษณะเฉพาะ สามารถร่วมมือกันในลักษณะเครือข่าย (network) พูดคุยหารืออย่างความเท่าเทียมแม้ต่างวัฒนธรรม ยอมรับว่าทุกชาติล้วนตัดสินอนาคตของตนเอง เลือกแนวทางพัฒนาหลากหลาย BRICS ทำหน้าที่เป็นตัวกลางแสวงหาจุดร่วมในทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด

            ดังนั้นสมาชิก BRICS ไม่มีใครคิดสร้างผู้เป็นเจ้าร่วม (collective hegemon) และไม่ใช่การสร้างขั้วตามแบบสงครามเย็น (อย่างไรก็ตามขึ้นกับการตีความ หากตีความว่าแยกตัวออกจากระบอบโลกขั้วเดียวที่สหรัฐเป็นแกนนำ ย่อมต้องตีความว่า BRICS ลดอำนาจสหรัฐกับพวก)

            BRICS ในยามนี้คือตัวแทนระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเติบโตทั้งเชิงปริมาณกับคุณภาพ เป็นแบบอย่างที่แตกต่างจากระบบของรัฐบาลสหรัฐกับพวก ส่วนจะเป็นแค่นโยบาย “ขายฝัน แอบแฝง หลอกลวง” หรือไม่ สำเร็จมากน้อยเพียงไรกาลเวลาจะให้คำตอบ

            การตัดสินใจของกลุ่มใช้หลักประชาธิปไตย แต่ไม่อาจปฏิเสธว่าเมื่อกลุ่มใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น จีนกับรัสเซียได้ประโยชน์โดยตรง โอกาสการค้าการลงทุนมากขึ้น มีมิตรประเทศเพิ่มขึ้น ช่วยลดความขัดแย้งต่อกัน ส่งเสริมความเป็นมหาอำนาจที่ได้รับการยอมรับแม้จะไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยตามแนวทางตะวันตก ตรงตามที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกกังวล

            ถ้ายึดว่าระเบียบโลกเดิมมีสหรัฐกับพวกเป็นกลุ่มหลัก BRICS ที่ขยายตัวชี้ว่ามีประเทศที่หันเข้าสู่อีกฝ่ายที่ตรงข้ามสหรัฐมากขึ้น ทั้งนี้หลายประเทศไม่คิดย้ายข้างเปลี่ยนขั้ว เพียงอยากมีมิตรหลากหลาย ร่วมมือกับประเทศที่ไม่อยู่ขั้วสหรัฐ

            ที่สุดแล้ว BRICS ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าการเข้าร่วมมีคุณมากกว่าโทษ คุ้มค่าที่เป็นสมาชิก โลกมีโอกาสเป็นพหุภาคี ตอบสนองความต้องการของผู้คาดหวัง 

14 เมษายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10012 วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2567)
-------------------------

บรรณานุกรม :

1. Brics summit: Is a new bloc emerging to rival US leadership? (2023, August 25). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-africa-66609633

2. Chinese president shares thoughts on world's next decade at BRICS Business Forum. (2018, July 26). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-07/26/c_137348275.htm

3. Council on Foreign Relations. (2023, August 31). The BRICS Summit 2023: Seeking an Alternate World Order? Retrieved from https://www.cfr.org/councilofcouncils/global-memos/brics-summit-2023-seeking-alternate-world-order

4. Fair do's for the Global South. (2023, August 21). China Daily. Retrieved from https://www.chinadaily.com.cn/a/202308/21/WS64e292b3a31035260b81d295.html

5. Full text of Chinese president's speech at BRICS Business Forum in South Africa. (2018, July 26). Xinhua. Retrieved from http://www.xinhuanet.com/english/2018-07/26/c_129920686.htm

6. Lavrov: BRICS ‘Can Become One of Pillars of New World Order’. (2023, August 21). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20230821/lavrov-brics-can-become-one-of-pillars-of-new-world-order-1112756353.html

7. President of Russia. (2023, August 22). Video Address to the Participants in the BRICS Business Forum. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/72085

8. Xi says BRICS important force in shaping int'l landscape. (2023, August 24). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230824/e9727a06c97d421484c1ee32dd340b16/c.html

-----------------

อิสราเอลโดนโจมตีด้วยโดรนกับขีปนาวุธกว่า300

อิสราเอลนับโดรนอิหร่านได้กว่าร้อยลำ

ตามคาดอิหร่านเปิดฉากโจมตีอิสราเอลแล้ว #อิสราเอล

ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรงจากข่าวอิหร่าน อิสราเอล

กระแสข่าวอินโดนีเซียยอมรับรัฐอิสราเอล

ยูเครนยอมรับไม่เหลือระบบขีปนาวุธป้องกันอากาศแล้ว

ไบเดนสนับสนุนเนทันยาฮูมากแค่ไหน

ถ้าพุ่งความสนใจสถานการณ์ล่าสุดดูเหมือนว่ารัฐบาลไบเดนขัดแย้งเนทันยาฮู แต่หากมองภาพใหญ่จะพบว่านับวันพื้นที่ปาเลสไตน์ลดน้อยลงทุกทีและกำลังจะเป็นเช่นนี้อีกที่กาซา

            สถานการณ์สงครามฮามาส-อิสราเอลกำลังพุ่งความสนใจที่เมือง Rafah ทางตอนใต้สุดติดประเทศอียิปต์ คาดว่าพวกฮามาสใช้เป็นที่หลบซ่อนสุดท้าย รัฐบาลไบเดนร้องขออิสราเอลไม่บุกเข้าเขตดังกล่าว เกิดคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐขัดแย้งกับอิสราเอลมากแค่ไหน บทความนี้ชวนให้ไม่ลืมมองภาพใหญ่แม้ต้องเกาะติดสถานการณ์เฉพาะหน้า

นโยบายกวาดล้างฮามาส:

            ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอล รัฐบาลเนทันยาฮูประกาศชัดว่าจะกวาดล้างพวกฮามาสจนหมดสิ้น แม้เผชิญแรงกดดันจากนานาชาติรอบด้าน อิสราเอลเสียหายจากสงครามไม่น้อย แต่เนทันยาฮูยืนยันรบต่อ ตอกย้ำจุดยืนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก คิดเข้าควบคุมฉนวนกาซาแบบไม่มีกำหนด บางช่วงถึงกับปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของฮามาสแลกกับการปล่อยตัวประกัน ชี้ว่าอิสราเอลกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบจะขอรบต่อจนกว่าจะชนะเบ็ดเสร็จ

            ในอีกด้านเมื่อยอดผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มขึ้น นานาชาติรุมประณาม เรียกร้องให้หยุดยิง รัฐบาลไบเดนจากที่สนับสนุนเต็มตัวเริ่มออกโรงเตือนอิสราเอลขอให้ลดความสูญเสียของพลเรือน โจมตีเฉพาะเป้าหมายเหมาะสม ดังปรากฏในสื่อว่าตึกเป็นหลังพังราบกับพื้น หลายพื้นที่กลายเป็นซากปรักหักพัง

            ต้นปี 2024 สหประชาชาติรายงานเมืองกาซากำลังถูกทำลายเป็นซากปรักหักพัง ตึกรามบ้านช่อง สาธารณูปโภคจำนวนมากถูกทำลาย มีข้อมูลว่าหลังทำสงคราม 3 เดือนตึกรามบ้านช่อง 70% ถูกทำลาย กลายเป็นเมืองที่คนอยู่ไม่ได้ ชาวกาซาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่อาศัยในบ้านอีกแล้ว ในขณะที่สงครามยังดำเนินต่อไป

            มองภาพระยะยาวถามว่าในอนาคตใครจะช่วยสร้างตึกรามบ้านช่องให้พวกเขา ในเมื่อตอนนี้กลายเป็นคนยากจน ระบบเศรษฐกิจพังพินาศ นี่คือผลพวงของสงคราม การรบแบบอิสราเอลที่ทำลายราบทุกสิ่ง

            และต้องไม่ลืมว่าอาวุธที่ทำให้ตึกพังราบส่วนใหญ่คืออาวุธ MADE IN USA รองมาคืออาวุธจากพวกนาโตยุโรป รัฐบาลสหรัฐกับพวกสามารถจำกัดชนิดอาวุธให้กองทัพอิสราเอลมีแต่อาวุธที่เน้นตั้งรับ แต่ที่มอบให้คือระเบิดนำวิถีทันสมัย (smart bomb) ทำลายตึกได้เป็นหลังอย่างแม่นยำ เรื่องสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกทำได้แต่ไม่ทำ

            มีนาคม 2024 Akshaya Kumar จาก Human Rights Watch กล่าวว่าในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยเน้นย้ำมนุษยธรรม อีกด้านกลับส่งมอบอาวุธแก่อิสราเอลต่อเนื่อง ยอดขายอาวุธเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่

กระแสล้มรัฐบาลเนทันยาฮู:

            มีนาคม 2024 เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอลกล่าวโต้ประธานาธิบดีไบเดน หลังผู้นำสหรัฐเตือนว่านโยบายเนทันยาฮูกำลังทำร้ายอิสราเอล ด้านผู้นำอิสราเอลย้ำการกวาดล้างฮามาสในตอนนี้ทำตามความต้องการของคนในชาติ ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้

            ผู้นำอิสราเอลกล่าวถูกต้องว่าคนอิสราเอลส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกวาดล้างฮามาส นโยบายเข้ายึดพื้นที่ปาเลสไตน์ตรงตามความต้องการคนส่วนใหญ่เช่นกันและเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน รัฐบาลอิสราเอลชุดนี้และชุดก่อนหน้านี้มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เป็นตัวแทนเสียงข้างมาก ในนามประชาธิปไตยเนทันยาฮูมีความชอบธรรมเดินหน้าทำสงครามต่อไป

            หลักการของเนทันยาฮูคือไม่ว่านานาชาติจะชอบหรือไม่ ตนกำลังทำตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย ที่น่าตกตะลึงคือมีกระแสข่าวรัฐบาลไบเดนคิดล้มล้างรัฐบาลอิสราเอล หลังฝ่ายข่าวกรองสหรัฐระบุว่าอำนาจเนทันยาฮูไม่มั่นคง ตามข่าวช่วงนี้ประชาชนจำนวนมากประท้วงรัฐบาล หวังล้มเนทันยาฮูได้รัฐบาลใหม่ที่ไม่สุดโต่ง ด้านทางการอิสราเอลย้ำว่าตนเป็นประเทศอธิปไตย ไม่อยู่ใต้อำนาจใคร หวังว่าสหรัฐไม่ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

            ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าไบเดนคิดล้มล้างเนทันยาฮู แต่ภาพข่าวที่ไบเดนถอยห่างจากอิสราเอลนั้นชัดเจน โยงการสนับสนุนกองทัพเข้ากับการปกป้องพลเรือนกาซา โยนบาปความไร้มนุษยธรรมให้แก่รัฐบาลอิสราเอลฝ่ายเดียว การเปลี่ยนนโยบายกวาดล้างฮามาสกับกระแสข่าวถอยห่างจากอิสราเอลนำสู่คำถามไบเดนยังสนับสนุนเนทันยาฮูมากแค่ไหน มีผู้วิเคราะห์ตีความหลากหลาย

นโยบายสร้างรัฐปาเลสไตน์:

            ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์ในกรอบเวลาสั้นๆ อัพเดทสถานการณ์ล่าสุด แต่อาจเบี่ยงเบนความเข้าใจที่เป็นแก่นแท้ ข้อสำคัญที่สุดนี้ต้องวิเคราะห์จากนโยบายทวิรัฐ (Two-State Solution) ที่กินเวลายาวนานไม่ต่ำกว่า 3 ทศวรรษ โดยอ้างอิงข้อตกลงสันติภาพออสโล (Oslo Peace Accords) เมื่อ 1993 สาระสำคัญคือปาเลสไตน์รับรองสถานะความเป็นประเทศของอิสราเอล พร้อมกับที่อิสราเอลรับรองสถานะขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ว่าเป็นตัวแทนปาเลสไตน์ (แต่ยังไม่ได้รับรองรัฐปาเลสไตน์) อิสราเอลต้องทยอยมอบอำนาจการดูแลพื้นที่คืนแก่ PLO (ปัจจุบันคือ PA) ท้ายที่สุดจะเกิดรัฐปาเลสไตน์มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง

            3 ทศวรรษที่นานาชาติประณามทุกปีคืออิสราเอลไม่รักษาสัญญา ยังคงรื้อถอนบ้านเรือน เผาทำลายต้นไม้ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยอ้างก่อการร้ายจากปาเลสไตน์ ชี้ว่ารัฐบาลปาเลสไตน์ (PA) ไม่สามารถควบคุมความสงบ อิสราเอลจึงต้องลงมือด้วยตัวเอง เป็นเรื่องความมั่นคงที่ยอมไม่ได้ บางคนจึงสงสัยว่าอิสราเอลต้องสันติภาพจริงหรือไม่ พยายามถ่วงเวลาเพื่อผนวกเวสต์แบงก์กับฉนวนกาซาใช่ไหม

            ความจริงเรื่องนี้แสนจะยาวนานบ่งชี้ว่าพวกรัฐบาลตะวันตกได้แต่ประณาม

            มกราคม 2024 เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่าอิสราเอลจำต้องควบคุมเขตเวสต์แบงก์กับฉนวนกาซาเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ไม่ปล่อยให้เกิดรัฐปาเลสไตน์แม้รัฐบาลสหรัฐไม่เห็นด้วย คนอิสราเอลส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้

            นายกฯ เนทันยาฮูยืนยันล้มแนวทางทวิรัฐ (Two-State Solution) ด้วยเหตุผลว่าถ้ามีประเทศปาเลสไตน์ย่อมต้องมีกองทัพของเขาพวก เป็นภัยคุกคามร้ายแรง รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องพลเรือน ตนไม่ได้ทำผิดอะไร กองทัพอิสราเอลจึงต้องเข้าควบคุมปาเลสไตน์ ไม่สนใจแรงดันจากนานาชาติ ข้อตกลงใดๆ ในอนาคตจะต้องตั้งบนเงื่อนไขเช่นนี้

            ในที่สุดรัฐบาลเนทันยาฮูชุดนี้ที่มีพวกไซออนิสต์เข้มข้นจำนวนมากประกาศชัดไม่เอาแนวทางทวิรัฐ อิสราเอลจะควบคุมพื้นที่ปาเลสไตน์ทั้งหมด รวมถึงการไล่รื้อด้วย เช่นนี้แล้วฝ่ายปลดปล่อยปาเลสไตน์อย่างพวกฮามาสจำต้องสู้สุดตัว

พื้นที่ปาเลสไตน์เหลือน้อยลง:

            ถ้าให้ความสำคัญกับทวิรัฐจะพบว่าพวกรัฐบาลตะวันตกยืนยันสร้างรัฐปาเลสไตน์ตามแนวทางทวิรัฐเรื่อยมา แต่ความจริงคือนับวันอิสราเอลรุกล้ำกินดินแดนปาเลสไตน์มากขึ้นทุกที โดยที่พวกรัฐบาลตะวันตกได้แต่ประณาม ไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมอิสราเอล ถ้าปล่อยเช่นนี้ต่อไปน่าเชื่อว่าสุดท้ายคงเหลือพื้นที่เล็กนิดเดียวหรือไม่เหลือเลย หรือย้ายพวกปาเลสไตน์ไปอยู่แอฟริกา (ตามที่บางคนเสนอ)

            ถ้ารัฐบาลสหรัฐเอาจริง สามารถทำงานผ่านคณะมนตรีความมั่นคงออกมติห้ามรุกล้ำดินแดนและคืนดินแดนทั้งหมด โดยกำหนดมาตรการลงโทษ ไม่ติดต่อค้าขาย ไม่ขายอาวุธให้

            คำถามคือมีรัฐบาลสหรัฐชุดไหนที่ทำได้ ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ทำไมทำกับอิรักในสมัยซัดดัม ฮุสเซน ทำกับเกาหลีเหนือแต่ไม่ทำกับอิสราเอล เป็น 2 มาตรฐานใช่หรือไม่

            ข้อมติ S/RES/2728 (2024) ให้กาซาหยุดยิงของ UNSC ให้คำตอบแล้วว่าทำไม ดังที่วิเคราะห์แล้วว่าข้อมติดังกล่าวสอดคล้องกับต้องการของรัฐบาลเนทันยาฮู เป็นที่มาว่าทำไมสหรัฐปล่อยให้มีมติดังกล่าว

            ดังนั้น การที่พวกรัฐบาลตะวันตกเอ่ยเรื่องสร้างรัฐปาเลสไตน์ เป็นเพียงแค่พูดให้ดูดีเท่านั้น หลายทศวรรษที่ผ่านพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ และควรพูดด้วยว่า สส. สว. ทั้งหลายส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรัฐบาล

            ความเป็นไปในกาซาจะตอกย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง

7 เมษายน 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10005 วันอาทิตย์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2567)

---------------------------------

บรรณานุกรม :

1. Cleveland, William L., Bunton, Martin. (2016). A History of the Modern Middle East (6th Ed.). USA: Westview Press.

2. Israel bombs Gaza after UN warns territory ‘uninhabitable’. (2024, January 6). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2024/01/06/Israel-bombs-Gaza-after-UN-warns-territory-uninhabitable-

3. Israel's PM Netanyahu dismisses Hamas' proposals for ceasefire, says 'we are on way to complete victory'. (2024, February 8). msndotcom. Retrieved from https://www.msn.com/en-in/news/other/israel-s-pm-netanyahu-dismisses-hamas-proposals-for-ceasefire-says-we-are-on-way-to-complete-victory/ar-BB1hXzBb

4. (Mattar, Philip. (2004). The Encyclopedia of the Modern Middle East and North Africa (2nd Ed.). USA: Thomson Gale.

5. Netanyahu hits back at Biden’s criticism: Policies are supported by ‘overwhelming majority’ of Israelis. (2024, March 10). The Hill. Retrieved from https://thehill.com/policy/international/4522742-netanyahu-hits-back-at-bidens-criticism-policies-are-supported-by-overwhelming-majority-of-the-israelis/

6. Netanyahu vows no Palestinian state, attacks Israeli media, denies blindsiding Gallant. (2024, January 18). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/netanyahu-vows-no-palestinian-state-attacks-israeli-media-denies-blindsiding-gallant/

7. Netanyahu: No full Palestinian state, no ‘surrender’ in exchange for Gaza hostages. (2024, January 21). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/netanyahu-no-full-palestinian-state-no-surrender-in-exchange-for-gaza-hostages/

8. The West is giving Israel weapons while discussing delivering aid to Gaza. (2024, March 18). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2024/3/18/the-west-is-giving-israel-weapons-while-discussing-delivering-aid-to-gaza

9. ‘Very senior’ Israeli official accuses US government of seeking to oust Netanyahu. (2024, March 12). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/very-senior-israeli-official-accuses-us-government-of-seeking-to-oust-netanyahu/

-----------------