หลักคิดเบื้องต้นอิหร่านโจมตีอิสราเอล
เหตุโจมตีกันและกันเมื่อเมษาที่ผ่านมา เป็นการรบพอหอมปากหอมคอ แต่เป็นการปะทะโดยตรงครั้งแรกของสงครามที่คาดว่ารุนแรงในอนาคต
เหตุอิหร่านโจมตีอิสราเอลเมื่อ
13 เมษายนน่าสนใจมาก เป็นครั้งแรกที่เข้าโจมตีอิสราเอลโดยตรง
ผู้นำสูงสุดอิหร่านชี้แจงเหตุผล บทความนี้ประมวลหลักคิดเบื้องต้นอิหร่านโจมตีอิสราเอล
พร้อมการวิเคราะห์ดังนี้
จำต้องตอบโต้ไซออนิสต์:
ไม่กี่วันหลังอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรีย นายทหารกับเจ้าหน้าที่หลายคนเสียชีวิต
ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนกล่าวว่าอิหร่านได้พลีชีพ
(martyrdom) เสียสละเพื่อชาวปาเลสไตน์มาแล้วมากมาย เพราะไซออนิสต์กับอเมริกาต่อต้านอิหร่าน
นำสู่การโจมตีกงสุล จากนั้นกล่าวโจมตีหลายประเทศในภูมิภาคที่เป็นมิตรกับสหรัฐว่าต้องรับโทษในฐานะอาชญากรไม่ต่างจากอิสราเอลกับสหรัฐ
ชี้ว่าแม้สงครามฮามาส-อิสราเอลผ่านมาแล้ว 6 เดือนยังไม่สามารถทำลายฮามาส
เพราะกองกำลังนี้แยกเป็นกลุ่มย่อยที่ปฏิบัติการโดยอิสระ
นอกจากนี้ฮามาสไม่ใช่แค่กองกำลังแต่เป็นอุดมการณ์ต่อสู้ปลดปล่อยตัวเองของปาเลสไตน์ที่ฝังรากลึกในชาวปาเลสไตน์
ไม่สามารถทำลายด้วยอาวุธทหาร ความล้มเหลวของกองทัพอิสราเอลส่งเสริมกลุ่มต่อต้านทั้งในเลบานอน
อิรักและเยเมน
อิหร่านจำต้องตอบโต้ไซออนิสต์ในเหตุโจมตีกงสุลแน่นอน
นำภูมิภาคเข้าสู่เฟสใหม่ (อิหร่านรบกับอิสราเอลโดยตรง) ขอให้กลุ่มกองกำลังทั้งหลายเตรียมพร้อมหากต้องทำสงครามเบ็ดเสร็จ
อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali
Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่านใช้โอกาสนี้กล่าวโทษชาติมุสลิมบางประเทศว่า
น่าผิดหวังที่ชาติอิสลามบางประเทศช่วยอิสราเอล “ทรยศต่อชนชาติอิสลาม (Islamic
Ummah) ทรยศตัวเอง เอื้อให้ไซออนิสต์เข้มแข็งขึ้น” ที่ควรทำคือตัดขาดความสัมพันธ์เศรษฐกิจการเมืองกับไซออนิสต์
แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือชาติอิสลามบางประเทศระงับความสัมพันธ์กับอิสราเอลชั่วคราว
ไม่ช่วยเหลือไซออนิสต์ที่กำลังก่ออาชญกรรมเท่านั้น
ในขณะที่พวกไม่ใช่มุสลิมในหลายประเทศทั้งสหรัฐ
ยุโรป แอฟริกาออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนชาวกาซา
ปาเลสไตน์มากมายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
อิหม่ามคาเมเนอีพูดถูกต้องแล้ว
ไม่นานนี้มีข่าวอินโดนีเซียคิดยอมรับรัฐอิสราเอลว่าเป็นประเทศถูกต้องตามกฎหมาย กลับลำนโยบายต่อต้านไซออนิสต์
แลกกับการที่อินโดนีเซียได้เป็นสมาชิก OECD กระแสข่าวปรับสัมพันธ์มีมาหลายปีแล้ว
ทุกวันนี้แม้ไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ
มูลค่าการค้าระหว่างประเทศของคู่นี้อยู่ที่ 500 ล้านดอลลาร์ต่อปี อินโดนีเซียเป็นตัวอย่างอีกประเทศที่คิดญาติดีกับอิสราเอล
ลงโทษอิสราเอลและการโต้กลับ:
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด
อิหร่านเข้าโจมตีอิสราเอลโดยตรง สรุปปฏิบัติการหลังโจมตีเพียงรอบเดียวว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว
พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม
เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ
โจมตีเป้าหมายทางทหารเท่านั้น นอกจากนี้อิหร่านใช้อาวุธเพียงพอประมาณ
ตอบโต้อย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตย
(ไม่ได้ประเมินจากความสูญเสียที่อิสราเอลต้องชดใช้)
นายอิบราฮิม
ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านสดุดีความสำเร็จ
กล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล ”ให้ไซออนิสต์ได้บทเรียน”
พร้อมเตือนว่าอิหร่านจะเล่นงานให้หนักขึ้นถ้าอิสราเอลโต้กลับ
อิหม่ามคาเมเนอีกชี้ว่าสถานกงสุลของประเทศใดเป็นอาณาเขตของประเทศนั้น
เมื่อถูกโจมตีเท่ากับประเทศถูกโจมตี กล่าวอาลัยถึงนายทหารอาวุโส 2 นาย (สังกัด Quds Force) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวม
13 คนที่เสียชีวิต ประกาศว่า “ระบอบชั่วช้า (evil
regime) ทำพลาดไปแล้วและต้องได้รับโทษ”
พร้อมกับประณามรัฐบาลตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
ผู้บริสุทธิ์มากมายเสียชีวิต
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลตะวันตกแสดงความชั่วร้ายของพวกเขา
กองทัพอิสราเอลใช้วิธีสกัดกั้นน้ำ อาหาร ไฟฟ้า สร้างความทุกข์ยากแก่คนกาซา
การโจมตีก่อคำถามว่าอิสราเอลจะโต้กลับหรือไม่อย่างไร
ไม่กี่วันต่อมาอิสราเอลโจมตีใจกลางประเทศอิหร่าน แต่เป็นการโจมตีเล็กน้อยเชิงสัญลักษณ์มากกว่า
สรุปว่าทั้งคู่ต่างได้โจมตีดินแดนอีกฝ่าย ปะทะกันพอหอมปากหอมคอ
อิหร่านไม่ได้ใช้โอกาสนี้
“ลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก”
ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือประกาศว่า “นับจากนี้เป็นต้นไปอิหร่านจะตอบโต้ทุกการโจมตีของอิสราเอลด้วยตนเองจากแผ่นดินตัวเอง
หากผลประโยชน์ ทรัพย์สิน บุคคลสำคัญหรือพลเมืองอิหร่านถูกเล่นงาน”
หลายปีแล้วที่กองกำลังอิหร่านที่สนับสนุนในซีเรียโดนกองทัพอิสราเอลเล่นงานเป็นระยะ
ส่วนใหญ่ด้วยการโจมตีทางอากาศ น่าเชื่อว่าบางครั้งมีคนของอิหร่านอยู่ด้วย
ครั้งหน้าอิหร่านอาจตีความว่าอิสราเอลเล่นงานพลเมืองของตนจึงต้องโต้กลับ
หากเป็นเช่นนั้นจริงอิหร่าน-อิสราเอลจะปะทะโดยตรงถี่ขึ้น
ไม่นำสู่สงครามใหญ่?:
ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลหลายคนกังวลว่าสักวันอิหร่านคงได้สู้กับอิสราเอล
ท่ามกลางไฟสงครามอาจบานปลาย นานาชาติรวมทั้งพวกตะวันตกขอให้ทุกฝ่ายสงบศึก อันโตนิโอ
กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่าไม่ว่าจะภูมิภาค
(ตะวันออกกลาง) หรือโลกต่างรับสงครามใหม่ไม่ได้อีกแล้ว (สงครามมีผลกระทบร้ายแรง)
ทุกฝ่ายต้องอดกลั้นไม่ก่อสงคราม
หลายคนเกรงว่าจะนำสู่สงครามนิวเคลียร์ แม้อิสราเอลไม่ปฏิเสธและไม่ยอมรับว่ามีอาวุธนิวเคลียร์
(nondeclaratory policy) แต่นานาชาติยอมรับว่าอิสราเอลน่าจะมีนิวเคลียร์
80-90 หัวรบและยังคงพัฒนาต่อเนื่อง รวมทั้งระบบปล่อยอาวุธ
การจะต่อกรกับผู้มีอาวุธนิวเคลียร์จึงต้องไตร่ตรองอย่างรอบคอบ และในรอบนี้ผู้นำอิหร่านไม่หวั่นเกรงแต่อย่างไร
(บางคนอาจชี้ว่าอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์เหมือนกัน)
หากใช้นิวเคลียร์ย่อมทำให้ประเทศวอดวาย อารยธรรมถูกทำลายล้าง
เป็นไปได้ว่าอิหร่านคงประเมินแต่แรกว่าจะไม่เกิดสงครามใหญ่
อิหร่านไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นานาชาติก็เช่นกัน
ที่ต้องการคือให้บทลงโทษตามสมควรเท่านั้น ไม่คิดทำสงครามแตกหัก
อย่างไรก็ตามการปะทะโดยตรงย่อมมีความเสี่ยงเกิดสงครามใหญ่ไม่มากก็น้อย
ครั้งนี้ที่อิหร่านไม่ตั้งใจทำสงครามใหญ่ไม่ได้หมายความว่าอิหร่านยกเลิกความคิด
“ลบอิสราเอลออกจากแผนที่” นักวิชาการกับนักการศาสนาบางคนยืดมั่นเสมอว่าอิหร่านต้องรบกับไซออนิสต์อีกนาน
เป็นคู่อาฆาตที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าตนเป็นฝ่ายชนะ
ภายใต้แนวคิดนี้ทั้งคู่รบกันมานานแล้ว ความเป็นไปในกาซา ปาเลสไตน์ กงสุลในซีเรียเป็นเพียงแค่ฉากเล็กๆ
ของเรื่องราวทั้งหมดที่จะเดินหน้าสู่สงครามใหญ่ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
รวมความแล้วการปะทะโดยตรง
การโต้กลับ ต่างฝ่ายน่าจะทำเป็นสัญลักษณ์เท่านั้น แต่ต้องบันทึกว่าเหตุโจมตีกันและกันเมื่อเมษายนที่ผ่านมาเป็นการปะทะโดยตรงครั้งแรกของสงครามที่คาดว่ารุนแรงในอนาคต
หลังการปะทะกันหอมปากหอมคอ
สถานการณ์คลี่คลาย อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านออกมากล่าวอีกครั้ง
ชื่นชมกองทัพว่าได้แสดงอานุภาพแล้ว ที่สำคัญคือ นานาชาติได้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ของประเทศอิหร่าน
กองทัพอิหร่านจะพัฒนาต่อไป ทั้งด้านอาวุธกับยุทธวิธี เรียนรู้กลเม็ดฝ่ายตรงข้าม
ขอให้ชาวอิหร่านทุกคนตระหนักศักยภาพกับทักษะของแต่ละคน เข้าใจคำสอนและยึดมั่นศรัทธาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ถ้อยคำของอิหม่ามคาเมเนอีได้สรุปสถานการณ์อนาคตจากมุมมองฝั่งนี้แล้ว
บรรณานุกรม :
1. 10
Questions and answers about Iran's retaliatory attack on Israel. (2024, April 15).
Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497192/10-Questions-and-answers-about-Iran-s-retaliatory-attack-on-Israel
2. Biden Urges Caution as Israel Weighs Response to Iran.
(2024, April 15). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/biden-presses-for-diplomatic-response-to-irans-attack-on-israel-1c5452a1?mod=world_lead_story
3. Clean Victory. (2024, April 14). Tehra Times. Retrieved
from https://www.tehrantimes.com/news/497137/Clean-Victory
4. Game changer. (2024, April 16). Tehran Times. Retrieved
from https://www.tehrantimes.com/news/497242/Game-changer
5. Indonesia ready to normalize ties with Israel as part of
bid to join OECD – official. (2024, April 11). Times of Israel. Retrieved
from https://www.timesofisrael.com/indonesia-agrees-to-normalize-ties-with-israel-if-it-joins-oecd-report/
6. “Israel will be punished”. (2024, April
10). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/496954/Israel-will-be-punished
7. Middle
East, world cannot 'afford more war', says UN chief Guterres. (2024, April 14).
France24. Retrieved from
https://www.france24.com/en/middle-east/20240414-
8. Nasrallah: Iran response to consulate attack
“inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable
9. Operation 'True Promise' manifested willpower of
Iranian people in international arena. (2024, April 21). Tehran Times. Retrieved
from https://www.tehrantimes.com/news/497458/Operation-True-Promise-manifested-willpower-of-Iranian-people
-----------------
อิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านและการตอบโต้
ฮามาสทำศึกกับอิสราเอลได้ครึ่งปี เกิดสงครามตัวแทนระหว่างอิสราเอลกับกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุน คราวนี้ถึงรอบอิหร่านปะทะกับอิสราเอลโดยตรงแล้ว
เหตุอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อ 1 เมษายน
นายทหารระดับสูงกับเจ้าหน้าที่หลายรายเสียชีวิต เป็นชนวนให้อิหร่านต้องปะทะอิสราเอลโดยตรง
ทางการอิสราเอลรายงานถูกโจมตีทั้งจากอิหร่าน กองกำลังในอิรักและเยเมน
ด้วยโดรนกับขีปนาวุธกว่า 300 แต่ส่วนใหญ่สกัดได้ด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐและอีกหลายประเทศ
รวมทั้งบางประเทศในตะวันออกกลาง
ไม่กี่วันต่อวันอิสราเอลโจมตีโต้กลับเล็กน้อย
มีประเด็นน่าสนใจดังนี้
อิสราเอลกล้าลองของ:
ผู้เชี่ยวชาญตะวันออกกลางคิดถึงสงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเสมอ
คิดว่าช้าหรือเร็วต้องเกิดแน่ สงครามฮามาส-อิสราเอลนำสู่ความคิดนี้มากขึ้น
เพราะรัฐบาลอิหร่านสนับสนุนฮามาสสุดตัว เมื่อสงครามดำเนินไป ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน
กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนในซีเรีย อิรัก ฮูตีในเยเมนต่างเข้าร่วมศึก
หลายคนกังวลสถานการณ์บานปลายเป็นสงครามระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลโดยตรง
หลายทศวรรษที่ผ่านมาแม้ถูกกีดดันจากหลายประเทศ อิหร่านยังสามารถพัฒนาสร้างกองทัพที่น่าเกรงขาม
พัฒนาโดรนกับขีปนาวุธน้อยใหญ่ต่อเนื่อง
สามารถยิงถล่มอิสราเอลที่ห่างเป็นพันกิโลเมตร (กรุงเตหะรานอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ
1,600 กิโลเมตร)
การปะทะรอบนี้พิสูจน์แล้วว่าขีปนาวุธกับโดรนอิหร่านเข้าโจมตีอิสราเอลได้จริง
เช่นเดียวกับที่อิสราเอลโจมตีไกลถึงใจกลางอิหร่านได้เช่นกัน
อิหร่านพร้อมสู้มานานแล้ว:
มกราคม 2019 นายพลจัตวา Aziz Nasirzadeh ผู้บัญชาการกองทัพอากาศอิหร่าน
กล่าวว่าอิหร่านจะ “ทำลายล้างอิสราเอลให้สูญสิ้นจากโลก” (eliminate Israel
from the Earth)
การทำลายอิสราเอลให้ราบหรือลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลกเป็นประโยคที่ได้ยินจากฝ่ายอิหร่านเป็นระยะๆ
ไม่แปลกถ้าอิหร่านจะทำสงครามกับอิสราเอล
ไม่กี่วันหลังเหตุอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่าน
ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนชี้ว่าอิหร่านจำต้องตอบโต้ไซออนิสต์แน่นอน
นำภูมิภาคเข้าสู่เฟสใหม่ (อิหร่านเข้ารบกับอิสราเอลโดยตรง) ขอให้กองกำลังทั้งหลายเตรียมพร้อมหากต้องทำสงครามเบ็ดเสร็จ
สงครามที่ไตร่ตรอง:
การที่กงสุลอิหร่านในซีเรียถูกโจมตีไม่น่าเป็นอุบัติเหตุหรือความผิดพลาด คงมีเหตุผลบางอย่างที่กระตุ้นให้อิสราเอลกล้าลงมือ
รวมถึงตั้งใจสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ไม่หวั่นหากอิหร่านเล่นงานกลับ ยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมา
บางคนวิเคราะห์ว่าเกี่ยวข้องกับนายกฯ เนทันยาฮูโดยตรงในเรื่องคดีความของท่าน ข้อนี้นักวิเคราะห์หลายคนเอ่ยถึงเรื่อยมา
อิหร่านโต้กลับอย่างไตร่ตรองเช่นกัน
ตั้งแต่เป้าหมายโจมตี แผนการที่ยิงจากทั้งฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังในอิรัก
เยเมนและจากอิหร่านโดยตรง อาวุธที่ใช้ รวมถึงท่าทียุติการรบ
ฝ่ายอิหร่านโจมตีเพียงชุดเดียว แล้วประกาศว่าจะไม่ยิงอีกเว้นแต่อิสราเอลโต้กลับ
เปิดช่องให้การจบเพียงเท่านี้ มีข้อมูลวงในตั้งแต่ก่อนลงมือว่าอิหร่านไม่คิดเปิดสงครามใหญ่
เป็นเพียงการปะทะพอหอมปากหอมคอ ข้อมูลวงในชิ้นนี้พิสูจน์แล้วว่าถูกต้อง
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่าทั้งอิสราเอลกับอิหร่านต่างไตร่ตรองรอบคอบ
รู้ดีว่ากำลังทำอะไรอยู่ ไม่ปล่อยตามอารมณ์หรือเหตุผลส่วนตัว แรงกดดันจากนานาชาติมีผล
สงครามใหญ่หรือสงครามนิวเคลียร์ล้างโลกจึงไม่เกิดขึ้นง่ายๆ
อนาคตปะทะโดยตรงมากขึ้น:
ในอีกมุมประวัติศาสตร์ต้องบันทึกว่า
13 เมษายน 2024 อิหร่าน-อิสราเอลได้ปะทะกันโดยตรงเป็นครั้งแรกแล้ว
ต่างจากที่ผ่านมาเป็นสงครามตัวแทน (proxy war)
การโจมตีจากฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังที่อิหร่านสนับสนุนในซีเรียกับอิรัก
พวกฮูตีในเยเมน สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นหนึ่งในสงครามตัวแทน
เมื่อมีครั้งแรกน่าเชื่อว่าจะมีครั้งถัดไปและอาจรุนแรงขึ้น
ถ้าขีปนาวุธกับโดรน 300 ชุดถูกสกัดได้เกือบหมด
อนาคตต้องใช้อาวุธที่ดีกว่าหรือเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น
เมื่ออิหร่านได้ยิงใส่แผ่นดินอิสราเอลหนึ่งครั้งแล้ว
ย่อมต้องวางแผนเตรียมกำลังสำหรับครั้งต่อไป
เช่นเดียวกับอิสราเอลที่ต้องเตรียมตัวรับมือหรือเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน
และพิสูจน์แล้วเช่นกันว่าอิสราเอลกล้าโต้กลับ
ไม่ใช่แค่เรื่องของ 2 ประเทศ:
การปะทะระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลตีความได้หลายแบบ
ถ้าตีความกรอบแคบว่าคือเรื่องกงสุล ลำพังข้อนี้สร้างผลกระทบที่นานาชาติต้องแบกรับ ทันทีที่ข่าวอิหร่าน-อิสราเอลส่อรุนแรง
ราคาน้ำมันดิบพุ่งทันทีและขึ้นอีกรอบเมื่ออิสราเอลโจมตีโต้กลับ นักวิเคราะห์บางคนประเมินว่าน้ำมันดิบ
WTI อาจสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือบวก
20% จากเดิม เพราะอิหร่านเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลก
น้ำมันคือเรื่องต้นๆ
ที่หลายคนกังวล คนไทยจะโดน 2 เด้งจากราคาน้ำมันดิบพุ่ง เพราะต้องนำเข้าในราคาแพงในขณะเงินบาทอ่อน
จากนั้นสินค้าบริการต่างๆ จะขึ้นราคาตามขั้นตอน เริ่มจากค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า ไม่ว่าคนไทยชอบหรือไม่คนไทยต้องรับกรรมจากเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน
สงครามล้างโลก?:
ตามข้อมูลจากสื่อขีปนาวุธกับโดรนกว่า
300 ชุดที่ยิงใส่อิสราเอลแต่ถูกสกัดได้ 99% เพราะเพราะสหรัฐ
อังกฤษ ฝรั่งเศส ซาอุฯ จอร์แดนร่วมกันปกป้องอิสราเอล จะเห็นว่า นานาชาติไม่อยากให้สถานการณ์บานปลาย
พวกตะวันตกด้านหนึ่งช่วยอิสราเอล อีกด้านขออิสราเอลไม่ตอบโต้
ชาติอาหรับด้านหนึ่งไม่ยอมให้สหรัฐใช้ฐานทัพกับน่านฟ้าของตนเพื่อต้านอิหร่าน
อีกด้านช่วยอิสราเอลสกัดการโจมตีจากอิหร่าน อาจตีความว่าขอเป็นกลางและพยายามลดความรุนแรงซึ่งได้ผลดีทีเดียว
ความเป็นไปของโลกไม่ใช่เรื่องของ
2-3 ประเทศแต่มีผลต่อนานาชาติ ยิ่งส่งผลรุนแรงนานาชาติจะยิ่งเข้ามามีส่วนร่วม
สงครามใหญ่ไม่อาจเกิดขึ้นง่ายๆ ทำไมนานาชาติต้องย่อยยับเพราะบางประเทศอยากใช้อาวุธนิวเคลียร์
ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้อง
คำถามหนักกว่านี้คือทำไมประชาชนหลายพันล้านต้องรับผลจากการตัดสินใจของชนชั้นปกครองไม่กี่กลุ่มที่คิดถึงแต่เหตุผลของตัวเอง
การปะทะระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลรอบนี้พิสูจน์แล้วว่านานาชาติไม่ต้องการให้บานปลาย
โลกมีความขัดแย้งอยู่เสมอแต่ไม่ควรปล่อยให้ความขัดแย้งนำสู่การทำลายล้างมนุษยชาติ
ไม่ว่าจะสงครามเล็กหรือใหญ่
อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวไม่ว่าจะภูมิภาค
(ตะวันออกกลาง) หรือโลกต่างรับสงครามใหม่ไม่ได้อีกแล้ว (สงครามมีผลกระทบร้ายแรง)
ทุกฝ่ายต้องอดกลั้นไม่ก่อสงคราม
แต่ชาติผู้ยั่วยุกับประเทศผู้ก่อสงครามจะฟังหรือไม่ ก่อนอิสราเอลโต้กลับ
เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวเตือนระวังสงครามเต็มรูปแบบทั่วภูมิภาค ('full-scale
regional conflict') เพราะต่างฝ่ายต่างยั่วยุ ไม่ลดราวาศอก หากตัดสินใจพลาดเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ
ทำลายล้างทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง ร้องขอให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันทีเพื่อมนุษยธรรม
(ทั้งที่กาซาและอื่นๆ)
ล่าสุดดูเหมือนว่าอิหร่านจะไม่โต้กลับ
ปล่อยให้จบเพียงเท่านี้ (อาจมีการเจรจาในทางลับ และทุกฝ่ายขอให้จบเพียงเท่านี้)
นำความยินดีแก่คนรักสันติ ไม่อยากเห็นสถานการณ์บานปลาย
เข้าใจว่าทั้งรัฐบาลเนทันยาฮูกับอิหร่านไม่ต้องการให้บานปลาย
ส่วนอนาคตค่อยว่ากันใหม่
-------------------
บรรณานุกรม :
1. Hitchcock,
Mark. 2006 Iran: The Coming Crisis: Radical Islam, Oil, and the Nuclear
Threat. CO: Multnomah Books.
2. If Iran attacks Israel, Middle East turmoil could
lift oil past $100 a barrel. (2024, April 12). Market Watch. Retrieved
from
https://www.marketwatch.com/story/if-iran-attacks-israel-middle-east-turmoil-could-lift-oil-past-100-a-barrel-fd76ea09?mod=futures
3. Iran air force chief threatens to make
Israel ‘vanish from earth’. (2019, January 21). Al Arabiya. Retrieved
from
https://english.alarabiya.net/en/News/middle-east/2019/01/21/Iran-air-force-chief-threatens-to-make-Israel-vanish-from-earth-.html
4. Israel’s war on Gaza live: Iran launches
retaliatory attack on Israel. (2024, April 15). Al Jazeera. Retrieved
from
https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2024/4/14/israels-war-on-gaza-live-blasts-sirens-as-iranian-missiles-intercepted
5. Jordan says Israeli retaliation for Iran strikes risks
wider regional war. (2024, April 18). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2494956/middle-east
6. Middle
East, world cannot 'afford more war', says UN chief Guterres. (2024, April 14).
France24. Retrieved from
https://www.france24.com/en/middle-east/20240414-
7. Nasrallah: Iran response to consulate attack
“inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable
8. Oil prices bounce on continued Mideast
tensions, but head for weekly decline. (2024, April 12). Market Watch. Retrieved
from
https://www.marketwatch.com/story/oil-prices-bounce-on-continued-mideast-tensions-but-head-for-weekly-decline-7c4e410a?mod=home-page
9. UN chief warns Mideast on brink of 'full-scale regional
conflict'. (2024, April 19). Arab News. Retrieved from
https://www.arabnews.com/node/2494956/middle-east
-----------------
BRICS ขยายตัวหมายถึงอะไรบ้าง
BRICS ที่ขยายตัวชี้ว่ามีประเทศที่หันเข้าสู่ฝ่ายตรงข้ามสหรัฐมากขึ้น แต่ทั้งนี้บางประเทศเพียงอยากมีมิตรหลากหลาย ร่วมมือกับประเทศที่ไม่อยู่ขั้วสหรัฐ
ปี
2024 BRICS มีสมาชิกใหม่อีก 4 ประเทศ ได้แก่
อียิปต์ อิหร่าน เอธิโอเปีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เดิมมีชื่ออาร์เจนตินากับซาอุดีอาระเบียด้วยแต่ล่าสุดยังไม่เข้าร่วม)
รวมของเก่ากับใหม่เป็น 9 ประเทศ มีประเด็นน่าสนใจ ดังนี้
ประการแรก
ระเบียบโลกที่สหรัฐเป็นแกนนำเสื่อมถอย
เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าหลังสงครามเย็นยุติ
ขั้วสหภาพโซเวียตล่มสลาย โลกเข้าสู่ระบบขั้วเดียวที่สหรัฐกับพวกเป็นแกนนำ
แต่เมื่อจีนเริ่มก้าวขึ้นมาพร้อมกับรัสเซียที่ฟื้นตัวตามลำดับในสมัยปูติน
แม้ทั้งคู่ยังเทียบอภิมหาอำนาจสหรัฐไม่ได้ นานาชาติรับรู้อิทธิพลโลกที่เปลี่ยนไป
สหรัฐกับพวกถดถอยเมื่อเทียบกับขั้วจีน-รัสเซียที่ก้าวขึ้นมาตามลำดับ
หลายประเทศเอ่ยถึงความไม่พอใจต่อระเบียบโลกเก่า
การคว่ำบาตรฝ่ายเดียว การใช้อิทธิพลกดดันให้นานาชาติทำตามนโยบายที่ตนต้องการ ใช้อำนาจบังคับไม่ให้รัสเซียทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบ
SWIFT ไม่แปลกหากรัสเซียหนีไปใช้ระบบอื่น
หลายประเทศคิดถึงการสร้างระบบชำระเงินใหม่ที่ไม่อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐกับพวก
ประการที่ 2 ความเป็นพวกเดียวกันหรือมีศัตรูร่วม
ความเป็นมิตรเพิ่มขึ้นเมื่ออยู่กลุ่มเดียวกันแต่ควรตระหนักด้วยว่าไม่ใช่จะไม่ขัดแย้งกันเลย
ข้อพิพาทเดิมยังอยู่ ความขัดแย้งแนวชายแดนอินเดีย-จีนเป็นตัวอย่างที่ดี
ทั้งคู่พิพาทเรื่องนี้หลายทศวรรษแล้ว มีการปะทะกัน
ทหารสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายพร้อมกับการเจรจาเป็นระยะ
ยังไม่บรรลุข้อตกลงยุติปัญหาอย่างสมบูรณ์ ทหารหลายหมื่นนายเฝ้าระวังเข้มงวด ได้แค่ไม่ยั่วยุ
ไม่ขยายความขัดแย้ง
เป็นลักษณะที่พบเห็นทั่วไปในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ประการที่
3 ข้อมูลขัดแย้ง BRICS ไม่ใช่กลุ่มต่อต้านสหรัฐ
หากพิจารณารายชื่อสมาชิกเริ่มต้น
5 ประเทศ อินเดียซึ่งอยู่ในกลุ่ม Quad (Quadrilateral
Security Dialogue) ประกอบด้วยสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย
ญี่ปุ่นและอินเดีย นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่า Quad คือกลไกยุทธศาสตร์ครองความเป็นเจ้าของสหรัฐ
ใช้สกัดกั้นอิทธิพลจีนที่กำลังก้าวขึ้นมา ดังนั้นการที่อินเดียเป็นสมาชิกทั้ง BRICS กับ Quad คู่กันเป็นหลักฐานชิ้นหนึ่งว่าเมื่อเริ่มต้น
BRICS ไม่ใช่ขั้วต่อต้านอเมริกาหรือยังไม่เด่นชัดในตอนต้น
ดังนั้น
ไม่น่าจะถูกต้องถ้าตีความว่าการขยายสมาชิกจาก 5 เป็น
9 คือการขยายตัวของขั้วต่อต้านสหรัฐกับพวก รัฐบาลสหรัฐกับพวกไม่สามารถอ้างเต็มปากว่า
BRICS คือขั้วต่อต้าน เป็นแนวทางการอธิบายแบบหนึ่ง
ประการที่
4 โอกาสในฐานะสมาชิก
BRICS
เดินหน้าสู่องค์กรร่วมมือหลากหลายแทบทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ การเมืองระหว่างประเทศ
สังคมวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม ขาดแต่เพียงการเป็นพันธมิตรทางทหารเท่านั้น
(คล้ายประชาคมอาเซียน) ที่ผ่านมาอาจไม่สนิทกับบางประเทศ การอยู่กลุ่มเดียวกันเปิดโอกาสได้ร่วมมืออย่างเป็นทางการ
ยอดค้าขายกลุ่ม
BRICS ค่อยๆ โตต่อเนื่อง ตัวเลขนี้จะโตแบบก้าวกระโดดเมื่อมีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา
ข้อนี้อาจมองว่าเป็นแค่โอกาสเบื้องต้น หรือหลีกหนีข้อตกลงกลุ่มอื่นๆ ที่เสียเปรียบก็ได้
ประการที่ 5 บทพิสูจน์แนวทางระเบียบโลกใหม่
รัฐบาลจีน รัสเซียเอ่ยถึงแนวทางระเบียบโลกใหม่ที่ต่างจากของรัฐบาลสหรัฐกับพวก
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงประกาศ BRICS
ยึดมั่นพหุภาคีนิยม ยึดมั่นกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศ
ปฏิบัติต่อทุกประเทศอย่างเท่าเทียม นำประเด็นต่างๆ เข้าสู่การปรึกษาหารือ ต่อต้านลัทธิความเป็นเจ้าและการเมืองแห่งอำนาจ
(power politics)
ส่งเสริมสนับสนุนความร่วมมือความมั่นคงรอบด้านและยั่งยืน
เป็นคนกลางร่วมแก้ปัญหาในภูมิภาคต่างๆ
ด้านประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่าการค้าการลงทุนในกลุ่มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ที่สำคัญคือตั้งอยู่บนหลักความเท่าเทียม ช่วยเหลือกัน เคารพผลประโยชน์ของอีกฝ่าย
เหล่านี้คือแนวยุทธศาสตร์หลักของกลุ่มที่ประเทศส่วนใหญ่อยากเห็นเช่นนี้
เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei
Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่าระบบโลกเดิมที่บางประเทศรักษาการอยู่ดีกินดีของตนด้วยการกดขี่ขูดรีดผู้อื่นกำลังจะสิ้นสุด
มนุษยชาติไม่ต้องการเช่นนั้น โลกพหุภาคีที่เป็นธรรมกำลังก่อตัว
มีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกชาติ
เคารพอธิปไตยของชาติอื่น หลายประเทศอยากเข้าร่วมกลุ่ม
หนีการใช้ดอลลาร์เป็นหลักฐานในตัวเอง ยินดีต้อนรับประเทศที่มีระบอบปกครองหลากหลาย
ยอมรับค่านิยมลักษณะเฉพาะ สามารถร่วมมือกันในลักษณะเครือข่าย (network) พูดคุยหารืออย่างความเท่าเทียมแม้ต่างวัฒนธรรม
ยอมรับว่าทุกชาติล้วนตัดสินอนาคตของตนเอง เลือกแนวทางพัฒนาหลากหลาย BRICS ทำหน้าที่เป็นตัวกลางแสวงหาจุดร่วมในทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องที่ซับซ้อนที่สุด
ดังนั้นสมาชิก
BRICS ไม่มีใครคิดสร้างผู้เป็นเจ้าร่วม (collective hegemon) และไม่ใช่การสร้างขั้วตามแบบสงครามเย็น (อย่างไรก็ตามขึ้นกับการตีความ หากตีความว่าแยกตัวออกจากระบอบโลกขั้วเดียวที่สหรัฐเป็นแกนนำ
ย่อมต้องตีความว่า BRICS ลดอำนาจสหรัฐกับพวก)
BRICS
ในยามนี้คือตัวแทนระเบียบโลกใหม่ที่กำลังเติบโตทั้งเชิงปริมาณกับคุณภาพ
เป็นแบบอย่างที่แตกต่างจากระบบของรัฐบาลสหรัฐกับพวก ส่วนจะเป็นแค่นโยบาย “ขายฝัน
แอบแฝง หลอกลวง” หรือไม่
สำเร็จมากน้อยเพียงไรกาลเวลาจะให้คำตอบ
การตัดสินใจของกลุ่มใช้หลักประชาธิปไตย
แต่ไม่อาจปฏิเสธว่าเมื่อกลุ่มใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น
จีนกับรัสเซียได้ประโยชน์โดยตรง โอกาสการค้าการลงทุนมากขึ้น มีมิตรประเทศเพิ่มขึ้น
ช่วยลดความขัดแย้งต่อกัน
ส่งเสริมความเป็นมหาอำนาจที่ได้รับการยอมรับแม้จะไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตยตามแนวทางตะวันตก
ตรงตามที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกกังวล
ถ้ายึดว่าระเบียบโลกเดิมมีสหรัฐกับพวกเป็นกลุ่มหลัก
BRICS
ที่ขยายตัวชี้ว่ามีประเทศที่หันเข้าสู่อีกฝ่ายที่ตรงข้ามสหรัฐมากขึ้น ทั้งนี้หลายประเทศไม่คิดย้ายข้างเปลี่ยนขั้ว
เพียงอยากมีมิตรหลากหลาย ร่วมมือกับประเทศที่ไม่อยู่ขั้วสหรัฐ
ที่สุดแล้ว
BRICS ต้องพิสูจน์ตัวเองว่าการเข้าร่วมมีคุณมากกว่าโทษ คุ้มค่าที่เป็นสมาชิก โลกมีโอกาสเป็นพหุภาคี ตอบสนองความต้องการของผู้คาดหวัง
บรรณานุกรม :
1. Brics summit: Is
a new bloc emerging to rival US leadership? (2023, August 25). BBC. Retrieved
from https://www.bbc.com/news/world-africa-66609633
2. Chinese president shares thoughts on world's next decade
at BRICS Business Forum. (2018, July 26). Xinhua. Retrieved from
http://www.xinhuanet.com/english/2018-07/26/c_137348275.htm
3. Council on Foreign Relations. (2023, August 31). The BRICS
Summit 2023: Seeking an Alternate World Order? Retrieved from
https://www.cfr.org/councilofcouncils/global-memos/brics-summit-2023-seeking-alternate-world-order
4. Fair do's for the Global South. (2023, August 21). China
Daily. Retrieved from
https://www.chinadaily.com.cn/a/202308/21/WS64e292b3a31035260b81d295.html
5. Full text of Chinese president's speech at BRICS Business
Forum in South Africa. (2018, July 26). Xinhua. Retrieved from
http://www.xinhuanet.com/english/2018-07/26/c_129920686.htm
6. Lavrov: BRICS ‘Can Become One of Pillars of New World
Order’. (2023, August 21). Sputnik Globe. Retrieved from
https://sputnikglobe.com/20230821/lavrov-brics-can-become-one-of-pillars-of-new-world-order-1112756353.html
7. President of
Russia. (2023, August 22). Video Address to the Participants in the
BRICS Business Forum. Retrieved from
http://en.kremlin.ru/events/president/news/72085
8. Xi says BRICS
important force in shaping int'l landscape. (2023, August 24). Xinhua.
Retrieved from
https://english.news.cn/20230824/e9727a06c97d421484c1ee32dd340b16/c.html
-----------------
ไบเดนสนับสนุนเนทันยาฮูมากแค่ไหน
ถ้าพุ่งความสนใจสถานการณ์ล่าสุดดูเหมือนว่ารัฐบาลไบเดนขัดแย้งเนทันยาฮู แต่หากมองภาพใหญ่จะพบว่านับวันพื้นที่ปาเลสไตน์ลดน้อยลงทุกทีและกำลังจะเป็นเช่นนี้อีกที่กาซา
สถานการณ์สงครามฮามาส-อิสราเอลกำลังพุ่งความสนใจที่เมือง
Rafah ทางตอนใต้สุดติดประเทศอียิปต์ คาดว่าพวกฮามาสใช้เป็นที่หลบซ่อนสุดท้าย
รัฐบาลไบเดนร้องขออิสราเอลไม่บุกเข้าเขตดังกล่าว เกิดคำถามว่ารัฐบาลสหรัฐขัดแย้งกับอิสราเอลมากแค่ไหน
บทความนี้ชวนให้ไม่ลืมมองภาพใหญ่แม้ต้องเกาะติดสถานการณ์เฉพาะหน้า
นโยบายกวาดล้างฮามาส:
ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอล
รัฐบาลเนทันยาฮูประกาศชัดว่าจะกวาดล้างพวกฮามาสจนหมดสิ้น แม้เผชิญแรงกดดันจากนานาชาติรอบด้าน
อิสราเอลเสียหายจากสงครามไม่น้อย แต่เนทันยาฮูยืนยันรบต่อ ตอกย้ำจุดยืนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก
คิดเข้าควบคุมฉนวนกาซาแบบไม่มีกำหนด บางช่วงถึงกับปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงของฮามาสแลกกับการปล่อยตัวประกัน
ชี้ว่าอิสราเอลกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบจะขอรบต่อจนกว่าจะชนะเบ็ดเสร็จ
ในอีกด้านเมื่อยอดผู้บาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มขึ้น
นานาชาติรุมประณาม เรียกร้องให้หยุดยิง รัฐบาลไบเดนจากที่สนับสนุนเต็มตัวเริ่มออกโรงเตือนอิสราเอลขอให้ลดความสูญเสียของพลเรือน
โจมตีเฉพาะเป้าหมายเหมาะสม ดังปรากฏในสื่อว่าตึกเป็นหลังพังราบกับพื้น หลายพื้นที่กลายเป็นซากปรักหักพัง
ต้นปี
2024 สหประชาชาติรายงานเมืองกาซากำลังถูกทำลายเป็นซากปรักหักพัง
ตึกรามบ้านช่อง สาธารณูปโภคจำนวนมากถูกทำลาย มีข้อมูลว่าหลังทำสงคราม 3
เดือนตึกรามบ้านช่อง 70% ถูกทำลาย กลายเป็นเมืองที่คนอยู่ไม่ได้ ชาวกาซาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่อาศัยในบ้านอีกแล้ว
ในขณะที่สงครามยังดำเนินต่อไป
มองภาพระยะยาวถามว่าในอนาคตใครจะช่วยสร้างตึกรามบ้านช่องให้พวกเขา
ในเมื่อตอนนี้กลายเป็นคนยากจน ระบบเศรษฐกิจพังพินาศ นี่คือผลพวงของสงคราม
การรบแบบอิสราเอลที่ทำลายราบทุกสิ่ง
และต้องไม่ลืมว่าอาวุธที่ทำให้ตึกพังราบส่วนใหญ่คืออาวุธ
MADE IN USA รองมาคืออาวุธจากพวกนาโตยุโรป รัฐบาลสหรัฐกับพวกสามารถจำกัดชนิดอาวุธให้กองทัพอิสราเอลมีแต่อาวุธที่เน้นตั้งรับ
แต่ที่มอบให้คือระเบิดนำวิถีทันสมัย (smart bomb) ทำลายตึกได้เป็นหลังอย่างแม่นยำ
เรื่องสำคัญที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกทำได้แต่ไม่ทำ
มีนาคม 2024 Akshaya Kumar จาก Human Rights
Watch กล่าวว่าในขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยเน้นย้ำมนุษยธรรม
อีกด้านกลับส่งมอบอาวุธแก่อิสราเอลต่อเนื่อง ยอดขายอาวุธเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
พฤติกรรมเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่
กระแสล้มรัฐบาลเนทันยาฮู:
มีนาคม 2024 เนทันยาฮู
นายกฯ อิสราเอลกล่าวโต้ประธานาธิบดีไบเดน หลังผู้นำสหรัฐเตือนว่านโยบายเนทันยาฮูกำลังทำร้ายอิสราเอล
ด้านผู้นำอิสราเอลย้ำการกวาดล้างฮามาสในตอนนี้ทำตามความต้องการของคนในชาติ
ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้
ผู้นำอิสราเอลกล่าวถูกต้องว่าคนอิสราเอลส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการกวาดล้างฮามาส
นโยบายเข้ายึดพื้นที่ปาเลสไตน์ตรงตามความต้องการคนส่วนใหญ่เช่นกันและเป็นเช่นนี้มาเนิ่นนาน
รัฐบาลอิสราเอลชุดนี้และชุดก่อนหน้านี้มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
เป็นตัวแทนเสียงข้างมาก ในนามประชาธิปไตยเนทันยาฮูมีความชอบธรรมเดินหน้าทำสงครามต่อไป
หลักการของเนทันยาฮูคือไม่ว่านานาชาติจะชอบหรือไม่
ตนกำลังทำตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ตามหลักประชาธิปไตย
ที่น่าตกตะลึงคือมีกระแสข่าวรัฐบาลไบเดนคิดล้มล้างรัฐบาลอิสราเอล หลังฝ่ายข่าวกรองสหรัฐระบุว่าอำนาจเนทันยาฮูไม่มั่นคง
ตามข่าวช่วงนี้ประชาชนจำนวนมากประท้วงรัฐบาล หวังล้มเนทันยาฮูได้รัฐบาลใหม่ที่ไม่สุดโต่ง
ด้านทางการอิสราเอลย้ำว่าตนเป็นประเทศอธิปไตย ไม่อยู่ใต้อำนาจใคร
หวังว่าสหรัฐไม่ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าไบเดนคิดล้มล้างเนทันยาฮู
แต่ภาพข่าวที่ไบเดนถอยห่างจากอิสราเอลนั้นชัดเจน
โยงการสนับสนุนกองทัพเข้ากับการปกป้องพลเรือนกาซา
โยนบาปความไร้มนุษยธรรมให้แก่รัฐบาลอิสราเอลฝ่ายเดียว การเปลี่ยนนโยบายกวาดล้างฮามาสกับกระแสข่าวถอยห่างจากอิสราเอลนำสู่คำถามไบเดนยังสนับสนุนเนทันยาฮูมากแค่ไหน
มีผู้วิเคราะห์ตีความหลากหลาย
นโยบายสร้างรัฐปาเลสไตน์:
ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นการวิเคราะห์ในกรอบเวลาสั้นๆ
อัพเดทสถานการณ์ล่าสุด แต่อาจเบี่ยงเบนความเข้าใจที่เป็นแก่นแท้ ข้อสำคัญที่สุดนี้ต้องวิเคราะห์จากนโยบายทวิรัฐ
(Two-State Solution) ที่กินเวลายาวนานไม่ต่ำกว่า 3 ทศวรรษ โดยอ้างอิงข้อตกลงสันติภาพออสโล (Oslo Peace Accords) เมื่อ 1993 สาระสำคัญคือปาเลสไตน์รับรองสถานะความเป็นประเทศของอิสราเอล
พร้อมกับที่อิสราเอลรับรองสถานะขององค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ว่าเป็นตัวแทนปาเลสไตน์ (แต่ยังไม่ได้รับรองรัฐปาเลสไตน์)
อิสราเอลต้องทยอยมอบอำนาจการดูแลพื้นที่คืนแก่ PLO (ปัจจุบันคือ
PA) ท้ายที่สุดจะเกิดรัฐปาเลสไตน์มีเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวง
3
ทศวรรษที่นานาชาติประณามทุกปีคืออิสราเอลไม่รักษาสัญญา
ยังคงรื้อถอนบ้านเรือน เผาทำลายต้นไม้ ก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่เพิ่มมากขึ้น
โดยอ้างก่อการร้ายจากปาเลสไตน์ ชี้ว่ารัฐบาลปาเลสไตน์ (PA)
ไม่สามารถควบคุมความสงบ อิสราเอลจึงต้องลงมือด้วยตัวเอง เป็นเรื่องความมั่นคงที่ยอมไม่ได้
บางคนจึงสงสัยว่าอิสราเอลต้องสันติภาพจริงหรือไม่
พยายามถ่วงเวลาเพื่อผนวกเวสต์แบงก์กับฉนวนกาซาใช่ไหม
ความจริงเรื่องนี้แสนจะยาวนานบ่งชี้ว่าพวกรัฐบาลตะวันตกได้แต่ประณาม
มกราคม
2024 เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนว่าอิสราเอลจำต้องควบคุมเขตเวสต์แบงก์กับฉนวนกาซาเพื่อความมั่นคงปลอดภัย
ไม่ปล่อยให้เกิดรัฐปาเลสไตน์แม้รัฐบาลสหรัฐไม่เห็นด้วย
คนอิสราเอลส่วนใหญ่ต้องการเช่นนี้
นายกฯ
เนทันยาฮูยืนยันล้มแนวทางทวิรัฐ (Two-State Solution)
ด้วยเหตุผลว่าถ้ามีประเทศปาเลสไตน์ย่อมต้องมีกองทัพของเขาพวก เป็นภัยคุกคามร้ายแรง รัฐบาลมีหน้าที่ปกป้องพลเรือน ตนไม่ได้ทำผิดอะไร
กองทัพอิสราเอลจึงต้องเข้าควบคุมปาเลสไตน์ ไม่สนใจแรงดันจากนานาชาติ ข้อตกลงใดๆ
ในอนาคตจะต้องตั้งบนเงื่อนไขเช่นนี้
พื้นที่ปาเลสไตน์เหลือน้อยลง:
ถ้าให้ความสำคัญกับทวิรัฐจะพบว่าพวกรัฐบาลตะวันตกยืนยันสร้างรัฐปาเลสไตน์ตามแนวทางทวิรัฐเรื่อยมา
แต่ความจริงคือนับวันอิสราเอลรุกล้ำกินดินแดนปาเลสไตน์มากขึ้นทุกที โดยที่พวกรัฐบาลตะวันตกได้แต่ประณาม
ไม่สามารถหยุดยั้งพฤติกรรมอิสราเอล ถ้าปล่อยเช่นนี้ต่อไปน่าเชื่อว่าสุดท้ายคงเหลือพื้นที่เล็กนิดเดียวหรือไม่เหลือเลย
หรือย้ายพวกปาเลสไตน์ไปอยู่แอฟริกา (ตามที่บางคนเสนอ)
ถ้ารัฐบาลสหรัฐเอาจริง
สามารถทำงานผ่านคณะมนตรีความมั่นคงออกมติห้ามรุกล้ำดินแดนและคืนดินแดนทั้งหมด
โดยกำหนดมาตรการลงโทษ ไม่ติดต่อค้าขาย ไม่ขายอาวุธให้
คำถามคือมีรัฐบาลสหรัฐชุดไหนที่ทำได้
ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ทำไมทำกับอิรักในสมัยซัดดัม ฮุสเซน
ทำกับเกาหลีเหนือแต่ไม่ทำกับอิสราเอล เป็น 2 มาตรฐานใช่หรือไม่
ข้อมติ
S/RES/2728 (2024) ให้กาซาหยุดยิงของ UNSC ให้คำตอบแล้วว่าทำไม ดังที่วิเคราะห์แล้วว่าข้อมติดังกล่าวสอดคล้องกับต้องการของรัฐบาลเนทันยาฮู
เป็นที่มาว่าทำไมสหรัฐปล่อยให้มีมติดังกล่าว
ดังนั้น
การที่พวกรัฐบาลตะวันตกเอ่ยเรื่องสร้างรัฐปาเลสไตน์ เป็นเพียงแค่พูดให้ดูดีเท่านั้น
หลายทศวรรษที่ผ่านพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ และควรพูดด้วยว่า สส. สว.
ทั้งหลายส่วนใหญ่เห็นด้วยกับรัฐบาล
ความเป็นไปในกาซาจะตอกย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง
บรรณานุกรม :
1. Cleveland,
William L., Bunton, Martin. (2016). A History of the
Modern Middle East (6th Ed.). USA: Westview Press.
2. Israel bombs Gaza after UN warns territory
‘uninhabitable’. (2024, January 6). Al Arabiya. Retrieved from
https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2024/01/06/Israel-bombs-Gaza-after-UN-warns-territory-uninhabitable-
3. Israel's PM Netanyahu dismisses Hamas' proposals for
ceasefire, says 'we are on way to complete victory'. (2024, February 8). msndotcom.
Retrieved from https://www.msn.com/en-in/news/other/israel-s-pm-netanyahu-dismisses-hamas-proposals-for-ceasefire-says-we-are-on-way-to-complete-victory/ar-BB1hXzBb
4. (Mattar, Philip. (2004). The Encyclopedia of the
Modern Middle East and North Africa (2nd Ed.). USA: Thomson Gale.
5. Netanyahu hits
back at Biden’s criticism: Policies are supported by ‘overwhelming majority’ of
Israelis. (2024, March 10). The Hill. Retrieved from
https://thehill.com/policy/international/4522742-netanyahu-hits-back-at-bidens-criticism-policies-are-supported-by-overwhelming-majority-of-the-israelis/
6. Netanyahu vows no Palestinian state,
attacks Israeli media, denies blindsiding Gallant. (2024, January 18). Times
of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/netanyahu-vows-no-palestinian-state-attacks-israeli-media-denies-blindsiding-gallant/
7. Netanyahu: No full Palestinian state, no
‘surrender’ in exchange for Gaza hostages. (2024, January 21). Times of Israel.
Retrieved from https://www.timesofisrael.com/netanyahu-no-full-palestinian-state-no-surrender-in-exchange-for-gaza-hostages/
8. The West is giving Israel weapons while discussing
delivering aid to Gaza. (2024, March 18). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2024/3/18/the-west-is-giving-israel-weapons-while-discussing-delivering-aid-to-gaza
9. ‘Very senior’ Israeli official accuses US government of
seeking to oust Netanyahu. (2024, March 12). Times of Israel. Retrieved
from https://www.timesofisrael.com/very-senior-israeli-official-accuses-us-government-of-seeking-to-oust-netanyahu/
-----------------
-
ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามา...
-
ติดต่อพูดคุย: หากต้องการแสดงความเห็นหรือมีคำถามเกี่ยวกับบทความ ยินดีให้คำปรึกษา การหาข้อมูล การวิเคราะห์ พูดคุยสอบถามได้ที่อีเมล์ ckg55...
.png)
.png)
.png)
.png)