ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ประเด็นโลก ประเด็นร้อน 1 – 7 ตุลาคม 2012

แคว้นคาตาโลเนียคิดแยกตัวออกจากประเทศสเปน
30 กันยายน 2012
ชาญชัย
ข้อมูลบทความนี้ส่วนใหญ่นำมาจาก Spain crisis fuels Catalan separatist sentiment เขียนโดย JOSEPH WILSON ของสำนักข่าว Associated Press วันที่ 30 กันยายน 2102
            คาตาโลเนียเป็นแคว้นใหญ่อันดับสองของสเปน เป็นเมืองอุตสาหกรรมและร่ำรวยที่สุดของประเทศ ปัจจุบันมีอำนาจปกครองตนเองในระดับหนึ่งอยู่แล้ว ชาวคาตาลันยังคงภาษาพูดของตนเอง
            วิกฤตเศรษฐกิจเป็นต้นเหตุให้ชาวคาตาลันจำนวนมากคิดแยกตัวออกจากสเปนอีกครั้ง เพราะเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่พวกตนมากกว่า
            มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลสเปนยิ่งกระตุ้นเร้าให้คิดแยกตัวออก

            แคว้นจะจัดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 25 พฤศจิกายน นายแอตตรู มาส ( Artur Mas) ประธานาธิบดีแคว้น สังกัดพรรคชาตินิยมขวากลางเชื่อว่าพรรคของตนจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น และเขาคิดจะทำประชามติเพื่อตัดสินว่าแคว้นจะแยกตัวออกหรือไม่ ไม่ว่ารัฐบาลกลางสเปนจะอนุญาตหรือไม่ก็ตาม เขากล่าวว่า “จะเป็นการดีกว่าถ้ารัฐบาลสเปนอนุมัติ แต่ถ้ารัฐบาลสเปนหันหลังให้เราและไม่อนุมัติการทำประชามติ ... พวกเราก็จะทำอยู่ดี”
            แต่เป็นไปไม่ได้ที่รัฐบาลสเปนจะอนุญาตเพราะรัฐธรรมนูญไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น
            หากเรื่องนี้บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งภายในประเทศ จะยิ่งส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจประเทศ ยิ่งซ้ำเติมวิกฤตให้หนักขึ้นอีก
            ในอีกมุมหนึ่ง มีข้อสงสัยว่าหากแคว้นคาตาโลเนียแยกตัวเป็นอิสระแล้วจะจัดการตัวเองได้ดีกว่าหรือ เนื่องจากแคว้นมีหนี้ท่วมหัว กำลังขอเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง 5.9 พันล้านยูโร มีคนว่างงานกว่า 8 แสนคนหรือเกือบร้อยละ 22 ของประชากรแคว้น ครึ่งหนึ่งของคนว่างงานคือหนุ่มสาวอายุไม่เกิน 25 ปี แต่ผู้คนในแค้นโต้ว่าแคว้นเป็นหนี้มากเพราะต้องจ่ายภาษีหนักอย่างไม่ยุติธรรมเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ได้จากรัฐเพื่อใช้กับแคว้น และบางคนเชื่อว่าการแยกตัวออกจะทำให้การจ้างงานจะดีขึ้น

            ความคิดที่ชาวคาตาลันต้องการแยกตัวออกจากสเปนมีมานานย้อนหลังได้ตั้งแต่ทศวรรษ 1970 รอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจสเปน ความไม่พอใจทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ ทำให้เสียงเรียกร้องดังขึ้นแรงขึ้น
            เรื่องนี้อาจเป็นเพียงการช่วงชิงอำนาจการเมืองท้องถิ่น/การเลือกตั้งของแคว้น แต่ตราบใดที่เรื่องยังไม่สงบ ย่อมสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจสเปน ต่อยูโรโซน ไม่มากก็น้อย
            จึงควรติดตามสถานการณ์ว่าจะพัฒนาไปทิศทางใดอย่างใกล้ชิด
-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…