ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (2)

ตอนที่ 2 อาหรับสปริงซีเรีย แผนโค่นระบอบอัสซาด
อาหรับสปริง (Arab Spring) เริ่มต้นที่ประเทศตูนิเซียเมื่อต้นปี 2011 ประชาชนจำนวนหนึ่งหมดความอดทน ร่วมใจกันลุกฮือขับไล่รัฐบาลด้วยเหตุผลเรื่องปากท้อง ความสิ้นหวัง ถูกปิดกั้นทางการเมือง ในที่สุดรัฐบาลถูกโค่นล้ม ผู้นำประเทศหลบหนีออกนอกประเทศ เปิดทางให้กับการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
การประท้วงกลายเป็นดังโรคระบาด เกิดการประท้วงในลักษณะเดียวกันในหลายประเทศ เยเมนเป็นประเทศถัดมาที่ได้รับผล ในเวลาไม่ถึงปี ประธานาธิบดีซาเลห์ที่ครองอำนาจยาวนานกว่า 3 ทศวรรษพ้นจากอำนาจ
ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ประชาชนอียิปต์ตะโกนว่า “พวกเขากินนกพิราบกับไก่ ส่วนพวกเรากินแต่ถั่ว” แสดงถึงความหิวโหยและความไม่เท่าเทียม รัฐบาลพยายามแก้ไขด้วยการอุดหนุนราคาสินค้าแต่สายเกินไป แม้ประธานาธิบดีมูบารัคจะเป็นมิตรประเทศของสหรัฐ ประธานาธิบดีโอบามาเห็นว่าท่านควรก้าวลงจากอำนาจ นำประเทศสู่ระบอบประชาธิปไตย การชุมนุมที่ยืดเยื้อทวีความรุนแรง ปะทะกันด้วยอาวุธสงคราม ในที่สุดกองทัพเข้ายึดอำนาจอย่างเงียบๆ ไม่กี่เดือนต่อมาประธานาธิบดีมูบารัคเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีโทษจำคุก
เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นกับอีกหลายประเทศ เช่น ล้มรัฐบาลกัดดาฟีแห่งลิเบีย ความวุ่นวายในบาห์เรนจนรัฐบาลซาอุดิอาระเบียต้องส่งกองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ ในเวลา 2-3 ปี อาหรับสปริงกลายเป็นโรคระบาดที่กระจายไปสู่หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ผู้นำประเทศที่ครองอำนาจ 20-30 ปีหลายคนต้องพ้นจากอำนาจ บางคนติดคุก บางคนเสียชีวิต
ภายใต้อาหรับสปริง มีปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่สำคัญคือ ชาติอาหรับเข้าแทรกแซงและเรียกร้องขอให้ชาติตะวันตกแทรกแซงด้วย รวมถึงการแทรกแซงด้วยกำลังทหาร ถือเป็นเรื่องแปลกใหม่ หากดูจากประวัติศาสตร์ เดิมรัฐบาลชาติอาหรับจะต่อต้านการแทรกแซงจากต่างชาติหรือให้มีน้อยที่สุด หวังแก้ปัญหาด้วยตนเอง หรือปล่อยให้แต่ละรัฐบาลจัดการเรื่องของตนโดยไม่มีใครเข้าแทรกแซง
            กล่าวได้ว่าอาหรับสปริงที่เกิดในประเทศต่างๆ จนถึงขั้นกองกำลังต่างชาติเข้าล้มล้างระบอบเก่า ต้นเหตุสำคัญประการหนึ่งมาจากการที่ชาติอาหรับเรียกร้อง เปิดทางให้ต่างชาติเข้าแทรกแซง กรณีการล้มล้างรัฐบาลกัดดาฟีกับกรณีซีเรียเป็นตัวอย่างเด่นชัด

ในกรณีซีเรีย เป้าหมายคือการโค่นล้มระบอบอัสซาด บรรดารัฐอาหรับตีตราว่าท่านหมดความชอบธรรมที่จะปกครองประเทศ สันนิบาตอาหรับเรียกร้องอย่างเป็นทางการให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) ก้าวลงจากอำนาจ ประธานาธิบดีบารัก โอบามามีนโยบายสอดคล้องกับรัฐอาหรับ เรียกร้องให้ถ่ายโอนอำนาจแก่ประชาชนโดยสันติ เปลี่ยนจากระบอบอำนาจนิยมเป็นประชาธิปไตย

ยุทธศาสตร์เดิม โค่นล้มรัฐบาลอัสซาด :
ความพยายามขอให้ประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากตำแหน่ง ถ่ายโอนอำนาจอย่างสันติไม่เป็นผล ประธานาธิบดีอัสซาดยืนยันความชอบธรรมของรัฐบาล ชี้ว่ามีผู้จ่ายเงินเพื่อให้คนประท้วงและเรียกร้องการปฏิวัติ ถ้าแนวทางนี้ไม่สำเร็จจะอ้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อศาสนา
ต่อมาการชุมนุมโดยสันติกลายเป็นการปะทะด้วยอาวุธสงคราม ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียประกอบด้วยหลากหลายกลุ่ม มีความคิดทางการเมืองแตกต่าง และขีดความสามารถในการรบมากน้อยต่างกัน บางกลุ่มมีกองกำลังหลายพันคน บางกลุ่มมีเพียงไม่กี่ร้อยคน กลุ่มเหล่านี้ไม่มีเอกภาพ แม้ว่าจะสร้างแนวร่วมขึ้นมาแต่ไม่เป็นเอกภาพ ซ้ำร้ายยังมีข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริง
            ความพยายามรวบรวมประชาชนฝ่ายต่อต้าน (เรียกว่าฝ่ายต่อต้านสายกลาง) ให้เป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นยุทธศาสตร์หนึ่ง หวังว่ากลุ่มจะเป็นตัวแทนประชาชนซีเรียทั้งประเทศเข้ารับอำนาจต่อจากรัฐบาลอัสซาด สันนิบาตอาหรับถึงกับให้ฝ่ายต่อต้านดังกล่าวได้ที่นั่งในสันนิบาตอาหรับแทนรัฐบาลอัสซาด

ในช่วงเวลาเดียวกัน เริ่มปรากฏกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้าร่วมสงครามกลางเมือง กองกำลังเหล่านี้มาจากหลายกลุ่ม ประกอบด้วยสมาชิกจากหลายสิบประเทศ กลุ่มเหล่านี้เช่น Jabhat al-Nusra, Tawheed Brigade, Liwa al-Islam อ้างว่ากองกำลังของพวกเขามีมากกว่าฝ่ายต่อต้านสายกลาง และเป็นกลุ่มที่กำลังปะทะกับกองทัพรัฐบาลซีเรียอย่างจริงจัง
การเข้ามาของกองกำลังต่างชาติจำนวนมาก เป็นเหตุให้ประธานาธิบดีอัสซาดกล่าวว่ารัฐบาลกำลังต่อสู้กับผู้ก่อการร้าย รัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียกับตุรกีส่งเสริมสนับสนุนผู้ก่อการร้ายให้เข้ามาก่อเหตุในซีเรีย ให้เงินและอาวุธแก่องค์กรก่อการร้าย ส่วนชาติตะวันตกให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่กลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ ตราบใดที่ยังมีผู้ก่อการร้าย มีการก่อการร้าย ย่อมไม่สามารถแก้ไขด้วยสันติวิธี
อาหรับสปริงซีเรียที่เริ่มจากการลุกฮือของประชาชน กลายเป็นมีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติเข้าร่วมสงครามกลางเมืองด้วย รัฐบาลอัสซาดจึงชี้ว่ากำลังทำหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ ต่อต้านผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ
และแม้กองกำลังติดอาวุธต่างชาติจะสามารถยึดครองพื้นที่จำนวนไม่น้อย แต่ไม่อาจโค่นล้มรัฐบาลอัสซาด

ตั้งแต่เกิดสงครามกลางเมือง มีการเจรจาแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรสงครามกลางเมืองจะยุติ ทั้งหมดติดขัดตรงที่ระบอบอัสซาดจะคงอยู่หรือพ้นจากอำนาจ แนวทางของรัฐบาลโอบามา รัฐอาหรับ มีข้อสรุปสุดท้ายว่าประธานาธิบดีอัสซาดต้องพ้นจากอำนาจ ส่วนประธานาธิบดีอัสซาดมีจุดยืนให้แก้ปัญหาด้วยวิถีทางการเมือง พร้อมปรับแก้รัฐธรรมนูญ สรรหาผู้นำประเทศคนใหม่ แต่ทั้งหมดต้องใช้วิธีลงประชามติ ผ่านการเลือกตั้ง และรัฐบาลอัสซาดจะต้องเป็นรัฐบาลรักษาการณ์และมีโอกาสบริหารประเทศต่อไปถ้าชนะการเลือกตั้ง
ข้อสรุปของการเจรจาคือ ไม่มีข้อสรุป
ซีเรียจัดการเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2014 ประธานาธิบดีอัสซาดชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง ได้คะแนน 10.3 ล้านเสียง หรือเท่ากับร้อยละ 88.7 ของผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งสิ้นราว 11.6 ล้านเสียง จากประชาชนผู้มีสิทธิ์ทั้งสิ้น 15.8 ล้านคน ผู้สมัครที่ได้คะแนนอันดับ 2 กับ 3 ได้คะแนนเพียง 5 แสนกับ 3.7 แสนคะแนนเท่านั้น

ปัญหาแทรกซ้อนจากการปรากฏตัวของ IS :
            ในปี 2013 กองกำลัง ISIL หรือ ISIS เข้ารบในซีเรีย ไม่ต่างจากกองกำลังติดอาวุธกลุ่มอื่นๆ ที่จะแตกต่างคือ ISIL/ISIS เป็น 1 ใน 2 กลุ่มที่มีพลังมากที่สุด อีกกลุ่มคือ Al-Nusra Front
            นับวันความเข้มแข็งของ ISIL/ISIS ในซีเรียเป็นที่ประจักษ์มากยิ่งขึ้น สามารถสร้างเขตอิทธิพลของตนในหลายจุด โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกของซีเรีย (ติดกับภาคตะวันตกของอิรัก) มิถุนายน 2014 กองกำลัง ISIL/ISIS เปิดฉากรุกใหญ่ในอิรัก สามารถยึดครองพื้นที่จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว และประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม” (Islamic State: IS)
            การปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS เป็นเรื่องที่ประวัติศาสตร์โลกจะบันทึกไว้ ดังที่รับรู้กันทั่วไปว่า IS ไม่ใช่กองกำลังจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ประกอบด้วยคนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกราว 100 ประเทศ เป็นปรากฏการณ์น่าสนใจยิ่ง ถ้ามองเฉพาะในกรอบซีเรีย การปรากฏตัวของ IS ทำให้อาหรับสปริงซีเรียซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม บัดนี้สถานการณ์ในซีเรียจะลงเอยอย่างไรต้องดูว่า IS คิดอย่างไร ต้องการอะไร การประกาศสถาปนา “รัฐอิสลาม” ย่อมให้เชื่อว่า IS ตั้งใจอยู่อีกนาน

การปรากฏตัวของ IS และกลุ่มติดอาวุธนานาชาติทำให้กองทัพอัสซาดอ่อนแรงลงมาก สูญเสียพื้นที่ครอบครองหลายแห่ง รวมทั้งเขตอิทธิพลของฝ่ายต่อต้านสายกลางด้วย ก่อให้เกิดคำถามว่าหากระบอบอัสซาดล่ม หรือประธานาธิบดีอัสซาดก้าวลงจากอำนาจ ใครจะขึ้นแทน ฝ่ายต่อต้านสายกลางอ่อนแอเกินไป ชวนให้คิดว่า IS จะสามารถควบคุมกรุงดามัสกัสและพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้น ถ้าล้มระบอบอัสซาดเท่ากับส่งมอบซีเรียให้กับผู้ก่อการร้าย IS
ทั้งรัฐบาลโอบามา รัฐอาหรับต้องคิดหนักในเรื่องนี้ แน่นอนว่ารัฐบาลโอบามาไม่ยอมเสี่ยงกับเรื่องนี้ เพราะจะถูกทั่วโลกตำหนิอย่างรุนแรงว่าดำเนินนโยบายส่งมอบซีเรียให้กับ IS
            อันที่จริงรัฐบาลโอบามาไม่ถึงกับส่งมอบซีเรียให้กับ IS แต่การประกาศหลายรอบว่าการต่อต้าน IS ต้องกินเวลาอีกหลายปี เท่ากับยืนยันว่า IS อยู่ได้อีกนาน
            แม้นานาชาติจะไม่ยอมรับการมีอยู่ของ “รัฐอิสลาม” ในทางพฤตินัย “รัฐอิสลาม” มีอยู่จริง มีเขตปกครองของพวกเขาจริง มีการบริหารจัดการทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ครบทุกมิติ ณ ขณะนี้ รัฐอิสลามเป็นรัฐแทรกซ้อนภายในประเทศซีเรีย

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป : อะไรคืออาหรับสปริงซีเรีย
นับจากมีนาคม 2011 สถานการณ์สงครามกลางเมืองซีเรียเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ มีตัวแสดงตัวใหม่เข้ามา ต่างมีเป้าหมายผลประโยชน์ของตนเอง เกิดคำถามว่าถ้าเราเรียกเหตุการณ์นี้ว่าคืออาหรับสปริงซีเรีย อะไรคือนิยามหรือความหมายของคำๆ นี้ ประเทศซีเรียในอนาคตจะเป็นของประชาชนซีเรียหรือไม่ จะได้รัฐบาลใหม่ที่เป็นประชาธิปไตย เอาใจใส่สวัสดิภาพของพวกเขาหรือไม่
            ถ้ายึดว่าฝ่ายต่อต้านสายกลางคือตัวแทนของประชาชนซีเรียผู้ลุกฮือแต่ต้น ณ ขณะนี้พวกเขาอยู่ได้ด้วยความคุ้มครอง ความช่วยเหลือของรัฐบาลต่างชาติ ประเทศหลักๆ ได้แก่ สหรัฐ สมาชิกอียูบางประเทศ และรัฐอาหรับ เกิดคำถามอีกว่ารัฐบาลเหล่านี้กำลังทำเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาจริงหรือไม่
            ประเด็นที่ตอบได้ค่อนข้างชัดคือชีวิตปัจจุบันและอนาคตของพวกเขาไม่เหมือนเดิม และไม่น่าเป็นอย่างที่คาดหวังตอนแรกเมื่อเริ่มก่อการประท้วง
และที่แน่นอนคือประเทศซีเรียกำลังแยกออกเป็นหลายส่วนชัดเจนยิ่งขึ้นทุกขณะ รวมทั้ง “รัฐอิสลาม” ที่สหประชาชาติประกาศว่าเป็นองค์กรผู้ก่อการร้าย
สิงหาคม 2014
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6850 วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2223598)
------------------------
ทความที่เกี่ยวข้อง :
ข่าวตุรกีโจมตี IS เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตุรกี เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลตุรกีลังเลใจที่จะร่วมต้าน IS อย่างจริงจัง ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินร่วมกับการโจมตี PKK ด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของตุรกีโดยตรง และเมื่อวิเคราะห์ในภาพที่ใหญ่ขึ้น การจัดการ IS PKK ไม่ใช่เพียงการต่อต้านก่อการร้ายสากล (IS) หรือผู้ก่อการร้ายภายในประเทศ (PKK) แต่เชื่อมโยงกับประเทศซีเรียโดยตรง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศนี้
           ข้อมูลจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐฯ ประเมินว่ามีชาวต่างชาติจากกว่า 90 ประเทศ จึงดูเหมือนว่า IS คือผู้ก่อการร้ายนานาชาติ ซึ่งมีส่วนถูกต้อง แต่หากพิจารณาจากสัดส่วนของสมาชิก สมาชิก IS ส่วนใหญ่เป็นชาวอิรัก มีพื้นเพเป็นพวกซุนนี ความเข้าใจเรื่องนี้มีความสำคัญ ผูกโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ในอิรัก ข้อเขียนชิ้นนี้จะอธิบายความเกี่ยวโยงเหล่านี้ ช่วยให้เข้าใจสถานการณ์อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
สนใจอีบุ๊ค คลิกที่รูป
บรรณานุกรม:
1. Bashar al-Assad Interview: The Fight against Terrorists in Syria. (2014, January 21). Global Research. Retrieved from http://www.globalresearch.ca/bashar-al-assad-interview-the-fight-against-terrorists-in-syria/5365613
2. Dr. Bashar Hafez al-Assad wins post of President of Syria with sweeping majority of votes at 88.7%. (2014, June 4). SANA. Retrieved from http://www.sana.sy/eng/393/2014/06/04/548613.htm
3. Interview Given by President al-Assad to Lebanese Al-Manar TV. (2013, May 31). SANA. Retrieved from http://sana.sy/eng/21/2013/05/31/485037.htm
4. Jabhat al-Nusra's rising in Syria. (2013, May 19). Al Jazeera. Retrieved from http://www.aljazeera.com/indepth/features/2013/05/20135161073885661.html
5. Laub, Zachary., & Masters, Jonathan. (2013, September 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retireved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
6. Lynch, Marc. (2012). The Arab Uprising: The Unfinished Revolutions of the New Middle East. NY: Publicaffairs.
7. Masters, Jonathan. (2013, Septmeber 11). Syria's Crisis and the Global Response. Council on Foreign Relations. Retrieved from http://www.cfr.org/syria/syrias-crisis-global-response/p28402
8. Obama to ask Congress to approve strike on Syria. (2013, August 31) Market Watch. Retrieved from  http://www.marketwatch.com/story/obama-to-ask-congress-to-approve-strike-on-syria-2013-08-31
 9. Opposition takes Syria seat at Arab League summit. (2013, March 26). FRANCE24/AP. Retrieved from http://www.france24.com/en/20130326-syria-opposition-arab-league-seat-summit
10. Prashad, Vijay. (2012). Arab Spring, Libyan Winter. USA: AK Press.
11. Sly, Liz. (2013, September 25). Largest Syrian rebel groups form Islamic alliance, in possible blow to U.S. influence. The Washington Post. Retrieved from http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/largest-syrian-rebel-groups-embrace-islamic-alliance-in-possible-blow-to-us-influence/2013/09/25/f669629e-25f8-11e3-9372-92606241ae9c_story.html
12. Syria accuses the west of pouring arms into the hands of terrorists. (2014, January 22). The Guardian. Retrieved from http://www.theguardian.com/world/2014/jan/22/syria-west-terror-montreux-talks
13. U.S. Department of State. (2011, November 9). U.S Policy on Syria. Retrieved from http://www.state.gov/p/nea/rls/rm/176948.htm
14. The White House. (2013, April 26). Press Briefing by Press Secretary Jay Carney. Retrieved from http://www.whitehouse.gov/the-press-office/2013/04/26/press-briefing-press-secretary-jay-carney-4262013
--------------------------------

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรีย (1)

ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรียที่จะนำเสนอเป็นเรื่องราวซับซ้อน เกี่ยวข้องกับการโค่นล้มระบอบประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด (Bashar al-Assad) แห่งซีเรีย สงครามกลางเมืองซีเรียที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม 2011 เริ่มจากการชุมนุมอย่างสงบของชาวซีเรียกลุ่มหนึ่ง กลายเป็นเหตุปะทะด้วยอาวุธ บานปลายเป็นสงครามกลางเมือง มีกองกำลังติดอาวุธต่างชาติราว 100 ประเทศเข้าร่วมสงครามนี้ รวมทั้งการปรากฏตัวของ IS/ISIL/ISIS
สงครามกลางเมืองซีเรียจึงไม่ใช่เรื่องของเฉพาะชาวซีเรียอีกต่อไป หลายประเทศเข้าเกี่ยวข้อง แต่ละประเทศมีเป้าหมายของตนเอง มีความร่วมมือของหลายประเทศ เกิดยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่าแผนของแต่ละประเทศ มีตัวแสดงมากมาย เพียงคำว่าชาวเคิร์ด มี 3 เคิร์ด คือชาวเคิร์ดตุรกี เคิร์ดซีเรีย และเคิร์ดอิรัก แต่ละกลุ่มยังแยกย่อยออกเป็นพรรคหรือกลุ่มย่อย รวมความแล้วเคิร์ดทั้ง 3 กลุ่มมีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกัน เช่นเดียวกับตัวแสดงระดับรัฐ
            ยุทธศาสตร์แบ่งแยกประเทศซีเรียจึงมีรายละเอียดปลีกย่อยมาก มีทั้งนโยบายของแต่ละประเทศ และยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ทับซ้อนกัน มีตรรกะที่สอดคล้องกับขัดแย้ง สะท้อนการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ตามบริบทที่เปลี่ยนไป ผลประโยชน์ร่วมและความขัดแย้ง
ตุรกีเปิดฉากถล่ม IS ทางอากาศ :
24 กรกฎาคม รัฐบาลตุรกีเปิดฉากถล่ม IS ในซีเรียและกลุ่ม PKK ทางตอนเหนือของอิรักด้วยกำลังทางอากาศ พร้อมกับนี้รัฐบาลได้ทำการปราบปรามจับกุมพวก IS PKK ทั่วไปประเทศ เรเจพ แอร์โดกาน (Recep Erdogan) ประธานาธิบดีตุรกีประกาศว่าผู้ก่อการร้ายทั้งหลายต้องวางอาวุธ มิเช่นนั้นจะได้รับผลตามมา ย้ำว่ารัฐบาลไม่สามารถเจรจาสันติภาพกับผู้ทำลายเอกภาพประเทศ
ตุรกีเป็นสมาชิกนาโต ชาติสมาชิกนาโตหลายประเทศเข้าร่วมยุทธการต่อต้าน IS ตามแผนที่วางร่วมกับสหรัฐ แต่ที่ผ่านมาตุรกีไม่กระตือรือร้นมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ปฏิบัติการถล่มและจับกุมสมาชิก IS เป็นปฏิบัติการที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชี้ว่ารัฐบาลตุรกีได้ปรับเปลี่ยนแผนของตนครั้งใหญ่ เป็นหลักฐานบ่งชี้อย่างหนึ่งว่ายุทธศาสตร์หรือนโยบายต่อสงครามกลางเมืองซีเรียกำลังเปลี่ยนไป
            อนึ่ง มีตัวแสดงสำคัญบางตัวสมควรนำเสนอเพื่อความเข้าใจ คือ PKK YPG และ PYD ดังนี้

Kurdistan Workers Party (PKK) :
            PKK เป็นชื่อย่อจากภาษาตุรกี “Partiya Karkeren Kurdistan” แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า Workers’ Party of Kurdistan หรือ Kurdistan Workers Party แปลเป็นไทยน่าจะเป็น “พรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน” หรือ “พรรคกรรมกรเคอร์ดิสถาน”
Martin Bruinessen ชี้ว่าเป็นกลุ่มที่นิยมความรุนแรงมากที่สุดหมู่เคิร์ดตุรกี นับจากทศวรรษ 1980 เป็นต้นมากลายเป็นกลุ่มอันตราย ปะทะกับทางการเรื่อยมา เฉพาะช่วงปี 1984–1999 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตราว 35,000 ราย (เฉลี่ยปีละ 2,300 ราย)

            ประวัติของกลุ่มเริ่มจากการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเคิร์ดในตุรกีตอนทศวรรษ 1970 พวกเขาเห็นว่าชาวเคิร์ดถูกกดขี่ จึงเรียกร้องเสรีภาพ ปลุกระดมให้เยาวชนเคิร์ดทั่วประเทศลุกขึ้นต่อสู้ ในปี 1978 จัดตั้งพรรคการเมืองอย่างเป็นทางการ อับดุลเลาะห์ โอคาลัน (Abdullah Ocalan) เป็นประธานพรรค PKK คนแรกและกุมอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ยึดแนวทางต่อสู้และบริหารแบบสังคมนิยมสตาลิน
            อุดมการณ์ของพรรคในช่วงนั้นเป็นสังคมนิยมผสมกับชาตินิยม มักจัดชุมนุมประท้วงและปะทะกับรัฐบาล
            กันยายน 1980 เกิดรัฐประหาร กองทัพเข้ายึดอำนาจและปราบปรามกลุ่มสุดโต่งต่างๆ รวมทั้ง PKK รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (1982) ไม่อนุญาตให้มีพรรคการเมืองที่ยึดเชื้อสาย ในปี 1983 รัฐประกาศห้ามใช้ภาษาเคิร์ด ท่ามกลางการปราบปรามอย่างหนัก ประธานโอคาลันหนีออกจากประเทศโดยได้รับความช่วยเหลือจากปาเลสไตน์กับซีเรีย พวกเขามีฐานที่มั่นของตนเอง ทั้งในซีเรียกับปาเลสไตน์ ในเวลาต่อมาย้ายไปอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก (ติดแนวพรมแดนทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี ปัจจุบันยังคงอยู่)
            ในปี 1984 กองกำลังติดอาวุธ PKK เข้าโจมตีเป้าหมายในตุรกีหลายจุด กองทัพตุรกีพยายามปราบปราม มีข้อมูลว่าหมู่บ้านเคิร์ดนับพันแห่งถูกทำลายราบ รัฐบาลใช้กำลังทางอากาศโจมตีฐานที่มั่น PKK ในอิรัก รวมถึงการส่งทหารทำการรบทางภาคพื้นดิน แต่ไม่อาจหยุดยั้ง PKK ต่อมารัฐบาลตุรกีปรับแผนใช้วิธีระดมชาวเคิร์ดในตุรกีเพื่อต้านทานพวก PKK (ให้ชาวเคิร์ดรบกันเอง) พวกเคิร์ดหลายเผ่าให้ความร่วมมือ สามารถระดมกำลังได้ถึง 65,000 นาย ในช่วงนั้นพวกเคิร์ดแบ่งแยกอย่างรุนแรง

            เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 1990 PKK ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ ประกาศเป้าหมายสถาปนารัฐเคอร์ดิสถาน (Kurdistan) โดยยึดหลักอิสลามมากขึ้นแทนลัทธิสังคมนิยม (เป็นช่วงเวลาเดียวกับสิ้นสุดสหภาพโซเวียต เกิดสงครามอ่าวเปอร์เซียครั้งแรก) ลดความรุนแรง หันมาสร้างแนวร่วมในหมู่ชาวเคิร์ดด้วยกัน
ด้านรัฐบาลตุรกียังคงปราบปราม PKK อย่างต่อเนื่องแม้ PKK จะขอเจรจาหยุดยิง นอกจากนี้ รัฐบาลตุรกีพยายามกดดันซีเรียด้วย เพราะเป็นผู้ให้การสนับสนุน

            ในปี 1999 ประธานโอคาลันถูกจับกุมในเคนยาและส่งตัวมายังตุรกี โอคาลันขอให้พลพรรควางอาวุธ สมาชิก PKK จำนวนมากถอยออกจากตุรกีกลับไปยังภาคเหนืออิรักดังเดิม ศาลตัดสินจำคุกโอคาลันตลอดชีวิต โอคาลันเห็นว่าปัญหาชาวเคิร์ดจะต้องแก้ไขด้วยการให้ตุรกีเป็นสมาพันธ์รัฐประชาธิปไตย (democratic confederalism) เคิร์ดมีอิสระปกครองตนเองภายใต้ประเทศตุรกี
            เมื่อเข้าสู่ทศวรรษ 2000 สิทธิของเคิร์ดดีขึ้น มีรายการโทรทัศน์วิทยุของตนเอง เน้นเรียกร้องสิทธิทางการเมืองและวัฒนธรรม เกิดพรรคการเมืองใหม่ๆ และเข้าร่วมในระบบการเมืองตุรกี
ทั้งรัฐบาลตุรกี สหรัฐ และอียูประกาศว่า PKK เป็นองค์กรก่อการร้าย

PYD กับ People's Protection Units (YPG) :
PYD หรือ Partiya Yekita ya Demokratik (Democratic Union Party) เป็นพรรคการเมืองของพวกเคิร์ดในซีเรีย ส่วน People's Protection Units (YPG) คือกองกำลังติดอาวุธของ PYD ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและพันธมิตรเพื่อต่อต้าน IS/ISIL/ISIS
            เป็นที่ยอมรับว่า PYD เป็นพันธมิตรกับ PKK (หรือเคิร์ดซีเรียกลุ่มหนึ่งเป็นพันธมิตรกับเคิร์ดตุรกีกลุ่มหนึ่ง)
ข้อมูลบางแหล่งชี้ว่า PYD ไม่ใช่ใครอื่น เป็นองค์กรที่ประธานโอคาลันก่อตั้ง แม้ว่า PYD จะมีผู้นำของตนเองคือ Salih Muslim แต่การแสดงออกของ Salih Muslim บ่งชี้ว่าโอคาลันมีอำนาจเหนือหรือมีอิทธิพลต่อท่านมาก
PYD ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง รายงานของ Human Rights Watch ฉบับปี 2014 ชี้ว่าพวกเขาจับตัวเรียกค่าไถ่ สังหารผู้คน ตั้งศาลเตี้ย จับกุมคนโดยไม่มีข้อหา ทำการทรมาน
            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า PKK ยังไม่สามารถสร้างเขตปกครองตนเองของเคิร์ดตุรกี แต่ฉวยโอกาสการปรากฏตัวของ IS สร้างเขตปกครองของเคิร์ดซีเรียภายใต้ปฏิบัติการของ PYD

ปัญหาระหว่างสหรัฐกับตุรกี :
ตุรกีเป็นสมาชิกนาโตตั้งแต่ปี 1952 หรือตั้งแต่เริ่มสงครามเย็น ในสมัยนั้นรัฐบาลมุ่งปิดล้อมอิทธิพลของโซเวียตตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมของสหรัฐ แต่ทันทีที่สิ้นสงครามเย็น สหรัฐกลับเป็นตัวปัญหาแก่ตุรกี
ปัญหาระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับตุรกีกลายเป็นประเด็นสำคัญตั้งแต่เริ่มสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1991 เพราะชาติตะวันตกประกาศนโยบายปกป้องพวกเคิร์ดอิรักที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศ อันเป็นที่ตั้งของพวกเคิร์ดตุรกีที่มีฐานที่มั่นในบริเวณดังกล่าวด้วย (แต่ค่อนมาทางพรมแดนตุรกี) ณ ขณะนั้นรัฐบาลตุรกีเชื่อว่าสักวันเคิร์ดในประเทศตนจะประกาศแยกตัวออกจากประเทศ
            รัฐบาลตุรกีไม่ชอบซัดดัม ฮุสเซน แต่ยอมรับว่าอิรักภายใต้ซัดดัมทำให้ภาคใต้ของตนมั่นคง และเชื่อว่าหากสหรัฐโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซนจะยิ่งเป็นเหตุให้พวกเคิร์ดตุรกีแข็งแกร่ง ความหวาดวิตกเป็นจริง อิรักในยุคสิ้นซัดดัมกลายเป็นประเทศอ่อนแอ แบ่งแยก บริบทดังกล่าวเอื้อให้ PKK เข้มแข็งขึ้นมาก นับจากปี 2003 PKK เริ่มก่อเหตุร้ายในประเทศอีก รัฐบาลตุรกีพยายามของให้สหรัฐช่วยปราบปราม PKK หรืออย่างน้อยช่วยเปิดไฟเขียวให้ แต่ฝ่ายสหรัฐลังเลใจ
            ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศจึงตึงเครียดเรื่อยมา

            พฤศจิกายน 2007 สัมพันธ์ 2 ประเทศดีขึ้นเมื่อนายกฯ แอร์โดกาน (ตำแหน่งในขณะนั้น) เยือนสหรัฐ ผลการเจรจาประธานาธิบดีบุชสนับสนุนการปราบปราม PKK ด้วยการให้การข่าวที่จำเป็น ภายใต้เงื่อนไขว่าต้องปราบปราม PKK ในขอบเขตจำกัดเท่านั้น รัฐบาลตุรกีปฏิบัติตามสัญญา
            นับจากนั้นเป็นต้นมา ประเด็นการปราบปราม PKK เป็นเครื่องทดสอบว่ารัฐบาลสหรัฐสนับสนุนรัฐบาลตุรกีมากน้อยเพียงใด หากสหรัฐจะขอความร่วมมือใดๆ จะต้องมีประเด็น PKK เป็นข้อต่อรองจากรัฐบาลตุรกี และรัฐบาลตุรกีจะต่อต้านอย่างรุนแรงหากสหรัฐสนับสนุนหรือเป็นเหตุให้ PKK เข็มแข็ง เช่น สนับสนุนพวกเคิร์ดเพื่อต่อต้าน IS

สรุป :
ข้อมูลในอดีตล้วนบ่งชี้ความสัมพันธ์ PKK PYD รัฐบาลตุรกีกับสหรัฐ ปฏิบัติการถล่ม IS กับ PKK ด้วยกำลังทางอากาศในระยะนี้เชื่อมโยงกับเรื่องราวในอดีต พอได้เค้าลางแล้วว่าเคิร์ดซีเรียต้องการแบ่งแยกดินแดน อย่างน้อยขอปกครองตนเอง ประเด็นเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ รัฐบาลแอร์โดกานแสดงท่าทีกังวลตั้งแต่สมัยสงครามอ่าวเปอร์เซีย 1991 แล้ว
2 สิงหาคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6843 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2558, http://www.ryt9.com/s/tpd/2218380)
-------------------------
บรรณานุกรม:
1. Bruinessen, Martin. (2004). KURDISTAN WORKERS PARTY (PKK). In The Encyclopedia of the Modern Middle East and North Africa. (2nd Ed., pp.1342-1344). USA: Thomson Gale
2. Gunter, Michael M. (2011). Historical Dictionary of the Kurds (2nd Editions). Maryland Scarecrow Press.
3. Kurdish peace impossible: Erdogan. (2015, July 29). The Peninsula. Retrieved from http://thepeninsulaqatar.com/news/middle-east/348825/kurdish-peace-impossible-erdogan
4. Larrabee, F. Stephen. (2008). Turkey as a U.S. Security Partner. USA: RAND Corporation.
5. Oktar, Adnan. (2015, July 8). Prevent the rise of a North Korea-style Kurdish dictatorship. The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Opinion/Prevent-the-rise-of-a-North-Korea-style-Kurdish-dictatorship-408405
6. Rabasa, Angel., & Larabee, F. Stephen. (2008). The Rise of Political Islam in Turkey. USA: RAND Corporation.
7. Stokes, Jamie (Editor). (2009). Kurds. In Encyclopedia of The Peoples of Africa and the Middle East. New York: Infobase Publishing.
8. Yeginsu, Ceylan. (2015, July 25). Turkey Attacks Kurdish Militant Camps in Northern Iraq. The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2015/07/26/world/middleeast/turkey-attacks-kurdish-militant-camps-in-northern-iraq.html?_r=0
--------------------------------