“No Kings” ต่อต้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (2)
ทรัมป์มักใช้อำนาจมากที่สุดแม้สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย เกิดประเด็นใช้อำนาจเกินรัฐธรรมนูญ บางคนตีความว่าเป็นประธานาธิบดีที่ใช้อำนาจเยี่ยงราชา ไม่เห็นหัวประชาชน
ปลายเดือนมีนาคม
2026 ท่ามกลางสงครามอิหร่าน กระแสสหรัฐอาจส่งทหารเข้ายึดเกาะคาร์ก (Kharg
Island) ชาวอเมริกันชุมนุมประท้วง "No Kings" (ไม่เอาเจ้า) อีกรอบ ต่อต้าน "พฤติกรรมเยี่ยงเผด็จการ"
"การใช้อำนาจเกินขอบเขต" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รอบนี้มุ่งต่อต้านสงครามอิหร่าน ไม่เห็นด้วยที่สหรัฐทำสงครามในตะวันออกกลางอยู่เรื่อย
ไม่เห็นด้วยการกับการส่งทหารเข้ารบภาคพื้นดิน ขอให้ยุติสงคราม บางคนถึงกับพูดว่าเลือกทรัมป์เพราะทรัมป์หาเสียงว่าเขาจะเป็นคนหยุดสงคราม
แต่ตอนนี้กลับสร้างสงครามเสียเอง
บางคนพูดถึงผลกระทบจากสงคราม
น้ำมันกับสินค้าแพงขึ้น การชุมนุมผสมโรงด้วยประเด็นอื่นๆ เช่น
การขับแรงงานต่างด้าวออกจากประเทศ
Randi
Weingarten จาก American Federation of Teachers กล่าวว่า คนอเมริกันวิตกกังวล กลัวรายได้ไม่พอรายจ่าย
รัฐบาลต้องฟังประชาชนและช่วยให้พวกเขามีชีวิตดีขึ้น
ไม่ใช่ตกอยู่ในความเกลียดชังกับความวิตกกังวล
คาดว่าการชุมนุมมีผลต่อเลือกตั้งกลางเทอมปลายปีนี้
นักวิเคราะห์บางคนคิดว่าพรรครีพับลิกันอาจเสียบางที่นั่งในสภา และหวังว่าจะช่วยหยุดสงครามรอบนี้
ผู้จัดงานและแนวร่วม:
การประท้วง
"No Kings" (ไม่เอาเจ้า) น่าสนใจเพราะรวบรวมคนอเมริกันหลายล้าน
คนเหล่านี้มาจากหลายสาขาอาชีพ จากกลุ่มเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายและกลุ่มหัวก้าวหน้ากว่า 200
องค์กรทั่วประเทศ เป็นการรวมพลังฝ่ายต่อต้านทรัมป์นั่นเอง
แกนนำหลักคือ
“Indivisible” เครือข่ายองค์กรภาคประชาชนระดับรากหญ้า
นอกจากนี้ยังมีแนวร่วมสำคัญอื่นๆ เช่น สหภาพเสรีภาพพลเมืองอเมริกัน (American
Civil Liberties Union: ACLU) กลุ่มสิทธิผู้บริโภค Public
Citizen สหภาพแรงงานครู (American Federation of Teachers) กลุ่มเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน Human Rights Campaign กลุ่ม MoveOn และ United We Dream
ประท้วงเกิดขึ้นตั้งแต่ทรัมป์สมัยแรก การดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ยังเป็นประเด็นเดิม ปี 2025
ชุมนุมใหญ่ครั้งแรกเมื่อมิถุนายนในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 79
ปีของโดนัลด์ ทรัมป์ มีผู้เข้าร่วมหลายล้านคนในงานชุมนุมกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ
ตุลาคม 2025 จัดขึ้นทั่วทั้ง 50 รัฐ ในเมืองใหญ่และเมืองเล็กกว่า 2,500 แห่ง
มีผู้เข้าร่วมหลายล้านคนเช่นกัน โดยใส่เสื้อผ้าสีเหลือง
น่าชื่นชมว่าเป็นการชุมนุมประท้วงโดยสงบ ทางการเฝ้าระวังเหตุอย่างดี
รอบล่าสุดนี้คือสงครามอิหร่านที่มีข้อมูลว่ามีผู้เข้าร่วมถึง 8 ล้านคน
ที่มาของสโลแกน "No Kings":
รากฐานสโลแกน
"No Kings" (ไม่เอาเจ้า)
มาจากประวัติศาสตร์ปฏิวัติอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1776
ประกาศอิสรภาพจากราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ (ในที่นี้ขอใช้คำว่าอังกฤษ)
ตรงกับสมัยกษัตริย์จอร์จที่ 3 (George III) ผู้ประท้วงใช้สโลแกนนี้เชื่อมโยงพฤติกรรมของทรัมป์กับแนวคิดการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่คนอเมริกันต่อต้านจนแยกตัวออกเป็นประเทศ
บางคนตีความทรัมป์คิดว่าเขาเป็นเจ้าของประเทศ
“แต่เพราะว่าประเทศนี้ไม่ใช่ของกษัตริย์ จอมเผด็จการ ทรราชย์ แต่เป็นคนประชาชน
คนที่สู้เพื่อตัวเอง ชีวิตที่อยู่ดี และอนาคตที่ดี”
ตอกย้ำว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศประชาธิปไตยที่อำนาจผู้ปกครองถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญ
ไม่ใช่ระบอบราชาอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งบัดนี้กำลังถูกสั่นคลอนด้วยรัฐบาลทรัมป์
ผู้ร่วมชุมนุมต้องการชี้ว่า
"โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่ราชา" อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
ลักษณะสำคัญของ "Presidential
King":
ประการแรก
ใช้อำนาจเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ
ตั้งแต่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีสมัยแรก
ก็ถูกวิพากษ์ว่ามักใช้อำนาจเกินขอบเขตรัฐธรรมนูญ มีพฤติกรรมถือว่าตนมีอำนาจสูงสุด
ไม่เคารพหลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) พยายามก้าวล่วงอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการ
เช่น ใช้คำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ต้องผ่านรัฐสภา
ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อเป้าหมายทางการเมือง พยายามให้ประธานาธิบดีมีอำนาจทางทหารมากขึ้น
เช่น ให้กองทัพจัดสวนสนามในวอชิงตัน ดี.ซี.
ซึ่งตรงกับวันเกิดของทรัมป์และวันครบรอบของกองทัพบกสหรัฐ เรื่องนี้ถูกวิจารณ์ว่านำทหารมาข้องเกี่ยวกับการเมือง
การส่ง national guard เข้าหลายเมืองหลายรัฐที่ถูกวิพากษ์ว่าไม่จำเป็น
เหตุสั่งให้กองทัพล่าสังหารเรือของพ่อค้ายาเสพติดข้ามชาติเป็นประเด็น
ที่รัฐบาลตั้งเป้าชี้ว่าผิด กฎหมายโดยปราศจากคำสั่งศาล วุฒิสมาชิก Mark
Warner ถึงกับพูดว่าประธานาธิบดี “บ่อนทำลายประชาธิปไตยของเรา”
แต่ทรัมป์ไม่สนใจยังเดินหน้าใช้วิธีนี้ต่อไป
ตามรัฐธรรมนูญประธานาธิบดีมีอำนาจสูงสุดในฝ่ายบริหาร
และมีอำนาจพิเศษในบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติ
แต่ทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ ทรัมป์พยายามยึดว่าประธานาธิบดีมีอำนาจสูงสุดเหนือทุกอำนาจ
อ้างเหตุผลทำเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ
เบอร์นี
แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ พรรคเดโมแครทกล่าวถึงทรัมป์
“คนที่บ่อนทำลายรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกาและหลักนิติธรรมทุกวัน”
ประการที่
2 มองว่าตนอยู่เหนือกฎหมาย
หลายนโยบายของทรัมป์หมิ่นเหม่ผิดกฎหมาย
ใช้อำนาจเกินตัว ไม่เหมาะกับสถานการณ์ นโยบายภาษีตอบโต้ (Reciprocal
Tariffs) เป็นอีกประเด็นที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
แสดงท่าทีว่ากฎหมายที่ใช้กับพลเมืองทั่วไปไม่สามารถนำมาใช้กับตนเองได้
ประธานาธิบดีมีสิทธิพิเศษ
พยายามใช้สิทธิพิเศษกับคดีความของตนทั้งที่เกิดในกับนอกช่วงดำรงตำแหน่ง พยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อปกป้องตนเองและพวกพ้อง
นโยบายภาษีตอบโต้
(Reciprocal Tariffs) เป็นตัวอย่างที่ทั้งคนอเมริกันกับนานาชาติให้ความสำคัญ
อยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล
เรื่องนี้เริ่มจากการที่บริษัทเอกชนบางแห่ง ห้าง Costco ยักษ์ใหญ่ค้าส่งชื่อดังฟ้องรัฐบาลทรัมป์
เรียกคืนเงินภาษีนำเข้าที่บริษัทได้จ่ายไป หากศาลสูงสุด (Supreme Court) พิพากษาว่าภาษีทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คำฟ้องของ Costco สอดคล้องกับการพิจารณาคดีในขณะนี้ว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตกฎหมาย International
Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ตั้งกำแพงภาษีโดยมิชอบ
คือต้องผ่านรัฐสภาเสียก่อน
ด้านทรัมป์ยืนยันว่าตนมีอำนาจทำได้ พร้อมกับเตือนว่าหากศาลตัดสินให้การขึ้นภาษีเป็นโมฆะ
จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
นโยบายภาษีตอบโต้เป็นประเด็นระดับโลก
บางคนตีความว่าคือสงครามการค้าระหว่างประเทศ และสร้างความปั่นป่วนแก่เศรษฐกิจสหรัฐ
เอกชนหัวปั่นจากภาษีที่เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง เต็มด้วยความไม่แน่นอน
คนอเมริกันไม่เห็นด้วยมากขึ้นทุกที หลังภาษีนี้ทำให้สินค้าแพงขึ้น
ไม่ตรงกับที่ทรัมป์หาเสียงว่าต่างชาติคือผู้จ่ายภาษี
ล่าสุดศาลฎีกาสหรัฐตัดสินว่าประธานาธิบดีไม่มีอำนาประกาศใช้
Reciprocal Tariffs หรือภาษีอื่น ๆ ผ่านทางกฎหมาย IEEPA
เรื่องน่าคิดคือทรัมป์มักใช้อำนาจมากที่สุดแม้สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
(อาจตีความว่าพยายามใช้อำนาจทั้งหมดเพื่อบริหารประเทศ) นโยบายภาษีตอบโต้เป็นอีกเรื่องที่ชี้ว่าใช้อำนาจเกินกฎหมายกำหนด
ผลคือความเสียหายของประชาชน เฉพาะเรื่องนี้ทำให้ปั่นป่วนมาก เพราะไม่เพียงมีผลต่อการค้าระหว่างประเทศ
ผลต่อบริษัทเอกชน ยังต้องเดินเรื่องคืนภาษี
--------------
1. 5
Takeaways From the ‘No Kings’ Rallies as the Midterms Heat Up. (2026, March
29). NYT. Retrieved from
https://www.nytimes.com/2026/03/29/us/politics/no-kings-rallies-takeaways.html
2. Costco Sues
Trump Administration for Refund of Tariffs. (2025, December 2). NYT. Retrieved
from https://www.nytimes.com/2025/12/02/us/politics/costco-trump-tariffs-lawsuit.html
3. Democrats
Condemn Trump Administration for Secrecy on Boat Strikes. (2025, October 30). NYT.
Retrieved from
https://www.nytimes.com/2025/10/30/us/politics/trump-democrats-boat-strikes.html
4. Iran and Immigration Frustrations Fuel New Wave of ‘No Kings’
Rallies. (2026, February 28). NYT. Retrieved from
https://www.nytimes.com/2026/03/28/us/no-kings-trump-iran-immigration-minnesota.html
5. Millions
expected to fill American streets in third 'No Kings' protest against Trump.
(2026, March 28). France24. Retrieved from
https://www.france24.com/en/americas/20260328-millions-expected-to-fill-american-streets-in-third-no-kings-protest-against-trump
6. What to know
about the thousands of No Kings protests planned in the US this weekend. (2025,
October 17). ABC News. Retrieved from
https://www.abc.net.au/news/2025-10-18/what-to-know-about-the-us-no-kings-protests/105901300
-----------------
.png)

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น