สงครามที่นาโตตั้งใจให้ยูเครนแพ้? (2)

รัฐบาลสหรัฐกับพวกหวังทำลายเศรษฐกิจการทหารรัสเซีย เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลก สงครามยูเครนเป็นเครื่องมือของยุทธศาสตร์นี้  

            การรบในเขตคุส (Kursk) เป็นหลักฐานยูเครนสามารถชนะรัสเซีย ดังนั้นนาโตควรสนับสนุนสงครามต่อไป ควรเสริมทัพยูเครนตอนนี้ ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย ยูเครนจะชนะศึกหรือไม่อยู่ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกสนับสนุนมากพอหรือไม่ ตั้งใจเช่นนั้นหรือไม่และทำได้จริงหรือไม่ เป็นที่มาของคำถาม “สงครามที่นาโตตั้งใจให้ยูเครนแพ้?

            ล่าสุดเซเลนสกีชี้ว่าสามารถกินพื้นที่รัสเซียเพิ่มขึ้นเป็น1,300 ตร.กม. (500 ตร.ไมล์) รวม 92 ชุมชน รัสเซียยังต้องการเวลาเพื่อรวบรวมกำลังพล และร้องขอใช้ขีปนาวุธ ATACMS ของสหรัฐที่สามารถโจมตีลึกเข้าไปในแผ่นดินรัสเซียอีกรอบ หวังทำลายสนามบิน ฐานทัพ คลังอาวุธ คลังเชื้อเพลิงที่ยูเครนอ้างว่ามีส่วนในสงคราม มีความชอบธรรมที่จะทำเช่นนั้น มั่นใจว่าสามารถเอาชนะรัสเซียหากโจมตีลึกเข้าไป

            ด้านกระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่าหน่วยรบพิเศษ Akhmat กำลังเตรียมตัวโจมตีทหารยูเครนในเขตคุส เจ้าหน้าที่จัดสิ่งของบรรเทาทุกข์ช่วยชาวบ้าน ดูแลเด็กเล็กเป็นพิเศษ

เซเลนสกีร้องขออาวุธอีก:

            ไม่กี่วันหลังประสบความสำเร็จในเขตคุส ประธานาธิบดีเซเลนสกีร้องขออาวุธจากสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศสและนาโตอีกรอบ “คนของเราทำได้ดีในทุกแนวรบ และยังต้องการเสบียงอาวุธอย่างเร่งด่วนจากหุ้นส่วนของเรา ข้าพเจ้าขอพูดเจาะจงต่อสหรัฐ อังกฤษและฝรั่งเศส”

            ถ้อยคำของประธานาธิบดีเซเลนสกีให้คำอธิบายชัดว่าเสบียงอาวุธจากนาโตเป็นกุญแจสู่ชัยชนะ ไม่อาจโทษยูเครนถ้ารบแพ้ หากรัฐบาลสหรัฐกับพวกส่งให้ช้าเกินไปหรือน้อยเกินไป สงครามยูเครนจะแพ้หรือชนะอยู่ที่ความช่วยเหลือจากนาโต

            ในขณะเดียวกันนักการเมืองสหรัฐบางคนเห็นด้วยว่าควรสนับสนุนอย่างเร่งด่วน Lindsey Graham ส.ว.สหรัฐยกย่องปฏิบัติการบุกเข้าดินแดนรัสเซียว่า “ฉลาดล้ำ” และ “กล้าหาญ” ขอให้รัฐบาลไบเดนส่งอาวุธมากเท่าที่ยูเครนต้องการ โจมตีรุกเข้าไป

            Mark Kelly ส.ว.สหรัฐสนับสนุนให้สหรัฐส่งอาวุธช่วยเหลือยูเครนเต็มที่ หลังสามารถบุกยึดดินแดนรัสเซีย ทั้งยังคาดสงครามกำลังพลิกจากยูเครนที่ตั้งรับเป็นฝ่ายรุกกินดินแดน กองทัพรัสเซียไม่แกร่งอย่างที่คิด

ปัญหาความช่วยเหลือจากยุโรป:

            ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังมีชัย เซเลนสกีขอเสบียงอาวุธเพิ่มเติม ความช่วยเหลือจากเยอรมนีกลายเป็นประเด็น เพราะมีแผนลดความช่วยเหลือลงครึ่งหนึ่งในปีหน้า (2025) จากแผนความช่วยเหลือปี 2024 ที่ให้ 7,500 ล้านยูโร เรื่องนี้ร้ายแรงเพราะเยอรมนีเป็นถุงเงินหลักของยุโรป นับจากเริ่มสงครามจนถึงปี 2024 ยุโรปมอบความช่วยเหลือทางทหารรวม 38,000 ล้านยูโร ในจำนวนนี้มาจากเยอรมัน 28,000 ล้านยูโรหรือราว 73% ซ้ำร้ายกว่านั้นผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่าอีกหลายประเทศจะทำตามอย่างเยอรมนี รวมความแล้วปีหน้า (2025) ความช่วยเหลือจากยุโรปอาจหายไปครึ่งหนึ่ง

            ความช่วยเหลือจากเยอรมนีนำสู่ข้อสันนิษฐานบางอย่าง ...

            1) ยูเครนไม่อาจรบชนะรัสเซีย รัฐบาลเยอรมันถอดใจแล้วใช่ไหมว่าอย่างไรเสียยูเครนไม่อาจรบชนะรัสเซีย แทนที่จะทุ่มให้เสบียงอาวุธเต็มที่จึงช่วยเพียงให้ยูเครนพอเอาตัวรอด

            2) ยอมให้ยูเครนแพ้สงคราม หากกองทัพรัสเซียยังทยอยรุกคืบ ท้ายที่สุดเซเลนสกีย่อมต้องเป็นฝ่ายแพ้ และรัฐบาลเยอรมันยอมปล่อยให้แพ้ อาจคิดว่ารักษางบประมาณเพื่อเสริมสร้างกองทัพตัวเองหรือนำไปช่วยป้องกันโปแลนด์กับประเทศในแถบบอลติก (เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย) ที่พวกตะวันตกชี้ว่ารัสเซียจะบุกยึดครองเป็นลำดับต่อไป นับจากนี้การช่วยยูเครนทำเพื่อซื้อเวลาเท่านั้น

            การที่เยอรมนีจุดประเด็นลดความช่วยเหลือน่าจะเป็นอีกแรงกดดันให้รัฐบาลสหรัฐต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมถึงทำอย่างที่เยอรมนีทำ หากรัฐบาลสหรัฐชุดหน้าลดความช่วยเหลืออีกประเทศ อนาคตยูเครนจะแพ้หรือไม่ย่อมชัดเจน

            ย้อนหลังกุมภาพันธ์ 2024 เมื่อสงครามยูเครนครบ 2 ปี เดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกับ Radosław Sikorski รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์ และอันนาเลนา แบร์บ็อค (Annalena Baerbock) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีขอให้สหรัฐสนับสนุนงบประมาณแก่ยูเครนอย่างเต็มที่ ย้ำยูเครนเป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยกับพวกอำนาจนิยม

            หลังผ่านไปไม่กี่เดือน ดูเหมือนว่ารัฐบาลเยอรมนีคิดใหม่ทำใหม่แล้ว

อะไรที่นาโตต้องการ:

            ดังที่นำเสนอแล้วว่าการที่นาโตส่งมอบอาวุธแก่ยูเครนต่อเนื่องไม่ช่วยให้ยูเครนรบชนะเพราะส่งกระปิดกระปอย ให้ทีละอย่างสองอย่าง ให้ทีละน้อยไม่เต็มที่ เทียบกับรัสเซียที่มาพร้อมกันทั้ง 4 เหล่าทัพ แต่สงคราม 2 ปีครึ่งพิสูจน์แล้วว่าการสนับสนุนของนาโตช่วยให้การรบยืดเยื้อ กองทัพรัสเซียยึดพื้นที่ยูเครนได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่สามารถรุกคืบยึดยูเครนทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเช่นนั้นตราบใดที่ยูเครนยังได้รับเสบียงอาวุธจากนาโต

            แนวทางอธิบายอีกอย่างชี้ว่านาโตกำลังทำสงครามไฮบริด นาโตไม่สนใจว่ายูเครนชนะสงครามหรือไม่ เพียงหวังให้สงครามนี้ทหารบาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก สูญเสียอาวุธกระสุนมากมาย เป็นการตัดกำลัง บ่อนทำลายรัสเซีย ดังจะเห็นว่าเรือรบ สนามบิน เครื่องบินรัสเซียถูกทำลายในท่าเรือในสนามบินจำนวนมาก โจมตีโรงกลั่น โจมตีลึกเข้าไปในรัสเซีย สิ่งเหล่านี้ไม่ทำให้รัสเซียแพ้แต่บ่อนทำลายรัสเซีย สูญเสียทรัพยากรจำนวนมาก

            ยุทธศาสตร์ทำสงครามไฮบริดหวังทำลายเศรษฐกิจการทหารรัสเซียและเป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลก จึงกีดกันไม่ให้ยุโรปกับทั่วโลกไม่ซื้อใช้พลังงานรัสเซีย

            รัฐบาลสหรัฐกับพวกจะใช้มาตรการคว่ำบาตร ไม่ค้าขายกับรัสเซียอย่างไม่สิ้นสุด

            ด้านรัสเซียเข้าใจแผนการตะวันตกอย่างดี กุมภาพันธ์ 2023 เมื่อสงครามยูเครนครบ 1 ปี นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า “พวกยุโรปรวมหัวทำสงครามไฮบริดกับรัสเซีย” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรมและสังคม

            สงครามนำความสูญเสียแก่ทั้ง 2 ฝ่าย นาโตสูญเสียเช่นกันแต่ความสูญเสียหรือราคาที่นาโตต้องจ่ายเฉลี่ยกระจายในหลายประเทศ ส่วนรัสเซียรับไปเต็มๆ และที่สำคัญคือชาตินาโตไม่เป็นพื้นที่สงคราม นับเป็นความชาญฉลาด เป็นยุทธศาสตร์อันยอดเยี่ยมที่ไม่ให้ประเทศตัวเองเป็นพื้นที่สงคราม ไม่ใช่ตำบลกระสุนตก

            สงครามยูเครนเป็นสงครามราคาแพง ทหารทั้ง 2 ฝ่ายบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ไม่มีใครสามารถบุกยึดพื้นที่อีกฝ่ายโดยง่าย การรบบังคับจากที่ไกล ใช้โดรนและอาวุธสารพัดชนิดทำลายกันและกัน สนามรบคือทุ่งสังหาร

เหตุผลสุดท้ายที่ยูเครนไม่ชนะ:

            กุมภาพันธ์ 2023 นายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ปัจจุบันเป็นรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (Deputy Chairman of the Security Council) ย้ำจุดยืนการใช้อาวุธนิวเคลียร์ว่า “ถ้าสหรัฐต้องการเอาชนะรัสเซีย เราก็มีสิทธิป้องกันตัวเองด้วยอาวุธทุกอย่าง รวมทั้งนิวเคลียร์”

            หลักคิดกดปุ่มอาวุธนิวเคลียร์ไม่ต่างจากเดิม เป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อรัสเซียอยู่ในสถานการณ์ใกล้แพ้ คำถามคือรัฐบาลตะวันตกพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์หรือไม่ การใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นเหตุผลชี้ว่าท้ายที่สุดรัสเซียสูญเสียมหาศาลแต่จะไม่แพ้ เพราะรัฐบาลตะวันตกไม่คิดให้ประเทศพังยับเยินเพื่อช่วยยูเครน รัฐบาลสหรัฐกับพวกหวังทำลายเศรษฐกิจการทหารรัสเซีย เป็นส่วนหนึ่งของการจัดระเบียบโลก สงครามยูเครนเป็นเครื่องมือของยุทธศาสตร์นี้

            อีกทั้งนานาชาติไม่ต้องการสงครามล้างโลก ทำไมคนทั้งโลกต้องรับผลจากความขัดแย้งของมหาอำนาจ จากการตัดสินใจของคนไม่กี่หยิบมือ ยูเครนเป็นแค่เหยื่อของการช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจ เป็นอุทาหรณ์แก่ประเทศอื่นๆ

25 สิงหาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10145 วันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2567)

----------------------

บรรณานุกรม :

1. European Officials Push for U.S. Support of Ukraine. (2024, February 23). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/european-officials-push-for-u-s-support-of-ukraine-973c6570?mod=latest_headlines

2. Germany Lost Over $106.7 Billion in 2022 Amid Russia’s Operation in Ukraine. (2023, February 20). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/20230220/germany-lost-over-1067-billion-in-2022-amid-russias-operation-in-ukraine-1107601959.html

3. IN BRIEF: In Kursk Region, Ukraine forces regroup, suffer losses. (2024, August 21). TASS. Retrieved from https://tass.com/politics/1832081

4. Lindsey Graham Praises Ukraine's Operation, Urges More US Weapons. (2024, August 14). The NRI Nation. Retrieved from https://www.mynrination.com/united-states/2024/08/14/lindsey-graham-praises-ukraines-operation-urges-more-us-weapons

5. Putin: Western predictions about the Russian economy have not materialised. (2023, January 11). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/world/155404-west_russia_predictions/

6. Russia will use nuclear weapons for its defence – Medvedev. (2023, February 22). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/russia/155876-russia_nuclear_medvedev/

7. Ukraine’s incursion into Russia could change everything, Mark Kelly says. (2024, August 18). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2024/08/18/ukraine-invasion-russia-mark-kelly-00174511

8. Western countries waging ‘hybrid war’ against Russia: Lavrov. (2023, February 17). Rudaw. Retrieved from https://www.dw.com/en/ukraine-updates-un-seeks-56-billion-in-humanitarian-aid/a-64704155

9. Will Germany cutting its military aid to Ukraine have a major impact on Kyiv? (2024, August 19). Euro News. Retrieved from https://www.euronews.com/2024/08/19/analysis-cutting-germanys-military-aid-to-ukraine-will-have-a-major-impact

10. Zelenskyy calls out US, UK, France over slow weapons deliveries. (2024, August 19). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/volodymyr-zelenskyy-us-uk-france-ukraine-russia-weapons/

-----------------

สงครามที่นาโตตั้งใจให้ยูเครนแพ้?

หากนาโตไม่ฉวยโอกาสนี้ ปล่อยให้ “ชัยชนะ” หลุดลอยไป อาจเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลสหรัฐกับพวกไม่คิดให้เซเลนสกีชนะ

 

            นักวิเคราะห์สนใจสงครามยูเครน มีการวิเคราะห์มากมายหลากหลาย บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์แนวทางหนึ่งที่คิดว่าแท้จริงแล้วเป้าหมายนาโตไม่อยู่ที่แพ้หรือชนะของรัฐบาลเซเลนสกี และอาจเป็นสงครามที่ไม่ตั้งใจให้ยูเครนชนะ

ทัพยูเครนบุกเข้าแผ่นดินรัสเซีย:

            6 สิงหาคม 2024 ทัพยูเครนเริ่มยุทธการบุกเข้าแผ่นดินรัสเซีย เป็นการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ทำลายแนวป้องกันรัสเซียในเขตคุส (Kursk) ทางการรัสเซียรายงานว่ากองทัพยูเครนเข้ายึดพื้นที่ขนาดกว้าง 40 กิโลเมตร ลึก 12 กิโลเมตร ประกอบด้วย 28 ชุมชน จับกุมพลเรือนราว 2,000 คน ส่วนหนึ่งเสียชีวิต

            ในเวลาต่อมากองทัพยูเครนรายงานสามารถควบคุมพื้นที่ 1,000 ตร.กม. (386 ตร.ไมล์) ประสบความสำเร็จตามเป้าอย่างสวยงาม ปูตินชี้ว่า “ข้าศึกต้องการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ”

            ทางการสั่งอพยพพลเรือนกว่าแสนคนออกจากพื้นที่อย่างจ้าละหวั่น เห็นชัดว่ารัสเซียเพลี่ยงพล้ำ สื่อตะวันตกตีข่าวว่าเป็นครั้งแรกนับจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่รัสเซียสูญเสียดินแดน เป็นชัยชนะครั้งสำคัญของรัฐบาลสหรัฐกับพวกที่หนุนหลังยูเครน

            ด้านเซเลนสกีมีความคิดแลกเปลี่ยนดินแดนยึดครองเพื่อสงบศึก

รัสเซียจำต้องมีรัฐกันชน:

            เป็นเรื่องดีหากสามารถสงบศึกด้วยการที่ต่างฝ่ายต่างคืนพื้นที่ยึดครอง เพราะที่ผ่านรัฐบาลปูตินยืนยันไม่คืนพื้นที่ยึดครอง ส่วนเซเลนสกียืนยันต้องได้คืนทั้งหมดรวมทั้งไครเมีย

            แต่ความคิดนี้อาจไม่ได้ผล หากรัฐบาลยูเครนยังคิดที่จะเป็นสมาชิกนาโตซึ่งเป็นต้นตอสำคัญที่กองทัพรัสเซียบุกยูเครน

            การที่กองทัพยูเครนสามารถฝ่าแนวป้องกันรุกเข้าไปในดินแดนรัสเซียถึง 30 กิโลเมตร เป็นหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่งที่อธิบายว่าทำไมรัสเซียจึงย้ำหนักหนาว่าต้องมีรัฐกันชน หวังให้ยูเครนเป็นรัฐกันชน ขนาดทำสงครามกันอยู่แท้ๆ ทหารรัสเซียวางแนวป้องกันไว้แต่ไม่วายที่ยูเครนสามารถรุกเข้าไปได้ถึง 30 กิโลเมตรในเขตคุส (Kursk)

          เหตการณ์นี้เป็นหลักฐานแก่รัสเซียว่าสงครามยูเครนไม่จบที่สงบศึกเท่านั้น แต่ต้องจบที่มีแนวรัฐกันชน (อาจเป็นบางส่วนของยูเครน) และยูเครนต้องไม่เป็นสมาชิกนาโต

            ตามมุมมองรัสเซีย การสร้างรัฐกันชนนั้นถูกต้องแล้ว

นาโตควรสนับสนุนสงครามต่อไป:

            ที่ผ่านมามีกระแสแง่ลบจากพวกตะวันตกด้วยกันว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่จะสนับสนุนรัฐบาลเซเลนสกีให้ทำสงครามต่อไป ในการหาเสียงทรัมป์ตั้งข้อสงสัยว่างบประมาณที่ช่วยยูเครนคุ้มค่าหรือไม่ ยอมยุติสงครามด้วยเงื่อนไขที่รัสเซียได้เปรียบ

            เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่ากองทัพยูเครนรบได้เพราะอาวุธตะวันตก ชัยชนะในเขตคุส (Kursk) เป็นข่าวน่ายินดีสำหรับพวกที่เชียร์เซเลนสกี ตั้งแต่ก่อนเริ่มสงครามพวกตะวันตกพูดว่ากองทัพรัสเซียอ่อนแอและคิดว่ายูเครนจะชนะสงคราม บัดนี้การรุกในเขตคุส (Kursk) เป็นอีกหลักฐานที่ชัดเจน สมควรที่จะสนับสนุนให้ทำสงครามต่อไป

            ยิ่งมีข่าวกองทัพยูเครนมีกำลังพลน้อย ยิ่งสมควรต้องได้รับอาวุธชั้นเลิศจากนาโต ใช้พลังอาวุธทดแทนกำลังพลที่น้อยกว่า ข้อมูลจาก The Military Balance 2022 ระบุว่าสหรัฐมีรถถัง M1 ในประจำการ 2,645 คัน และมีในคลังสำรองอีก 3,450 คัน รถถังในคลังสำรองนี่แหละคือตัวอย่างอาวุธที่ควรส่งมอบให้ยูเครนอย่างเร่งด่วน

            Colin Kahl รมช.กลาโหมสหรัฐพูดถูกว่าเหตุที่สหรัฐไม่อยากส่งรถถัง M1 Abrams แก่ยูเครนเพราะ “ยูเครนซ่อมไม่ได้ บำรุงรักษาไม่เป็น ไม่สามารถบริหารจัดการรถถังแบบนี้” กรณีเครื่องบินขับไล่ก็เช่นกัน เครื่องบินรบที่มีนักบินคนเดียวแต่จำต้องใช้ช่างซ่อมบำรุงหลายคน ไม่เพียงนักบินที่ต้องฝึกรบให้ชำนาญนานหลายเดือน ช่างก็เช่นกัน เครื่องบินขับไล่ปัจจุบันเป็นอาวุธไฮเทค เป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีกลไกซับซ้อน จำต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการตรวจซ่อม ... ถามว่ายูเครนมีช่างฝีมือเหล่านี้หรือไม่ ถามว่าต้องฝึกกี่เดือนจึงจะมีฝีมือมากพอ

            คำชี้แจงของรัฐมนตรีช่วย Kahl ให้ความเข้าใจว่ายูเครนไม่พร้อมที่จะใช้อาวุธหลักทันสมัยอย่างรถถังประจัญบานกับ F-16 ที่สำคัญความจริงนี้แฝงด้วยเหตุผลที่ว่ารัฐบาลตะวันตกรู้ดีอยู่แล้วว่าความช่วยเหลืออาวุธนั้นจำกัด ไม่ใช่อยากให้ก็จะให้ได้เลย ดังนั้น เมื่อสงครามยูเครนมาถึงขั้นที่อาวุธรุ่นเก่าหมดแล้ว ยูเครนก็ไม่อาจได้อาวุธทันสมัยกว่านั้นอีกแล้ว .... เท่ากับว่าเมื่อการศึกยืดเยื้อ ยูเครนจะเป็นฝ่ายปราชัย

          ภายใต้กรอบนี้ ยูเครนชนะศึกหรือรุกกินดินแดนรัสเซียทำได้จริงหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกจะสนับสนุนยูเครนมากพอหรือไม่ ตั้งใจเช่นนั้นหรือไม่และทำได้จริงหรือไม่

สงครามที่นาโตตั้งใจให้ยูเครนแพ้?:

            การรบที่คุส (Kursk) บ่งชี้ว่ากองทัพยูเครนสามารถชนะกองทัพรัสเซีย หากรัฐบาลสหรัฐกับพวกสนับสนุนกองทัพยูเครนมากกว่านี้ เต็มที่กว่านี้ ให้อาวุธมากกว่านี้ อาวุธที่ดีกว่านี้ โอกาสชนะย่อมมากขึ้น

            แต่ 2 ปีที่ผ่านมายูเครนได้รับอาวุธมือ 2 อาวุธรุ่นเก่าทิ้งค้าง เมื่ออาวุธเก่ามือ 2 ของนาโตเริ่มหมด จึงค่อยๆ ทยอยให้อาวุธที่ทันสมัยขึ้น มีอานุภาพมากขึ้น
            ยกตัวอย่าง เยอรมนีเริ่มต้นด้วยการส่งหมวกทหารให้ยูเครน จากนั้นเป็นจรวดประทับบ่า ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศระยะใกล้ ต่อมาให้รถถังประจัญบาน
Leopard

            การส่งมอบอาวุธกลายเป็นเรื่องเป็นราวในหมู่นาโตด้วยกัน เช่น รัฐบาลสหรัฐกับเยอรมันเกี่ยงกันเรื่องส่งรถถังประจัญบานของตนเข้าสู่สนามรบ ฝ่ายสหรัฐพยายามกดดันให้เยอรมนีส่งรถถัง Leopard แก่ยูเครน แต่กลับไม่ยอมส่งรถถัง M1 Abrams ของตนให้ยูเครน Robert Habeck รองนายกฯ เยอรมันกล่าวว่า “ถ้าอเมริกาตัดสินใจส่งรถถังประจัญบานแก่ยูเครนจะช่วยให้เยอรมนีตัดสินใจง่ายขึ้น” พูดง่ายๆ คือถ้าส่งของเยอรมันก็ต้องส่งของสหรัฐด้วย

            การที่นาโตส่งมอบอาวุธแก่ยูเครนต่อเนื่องไม่ช่วยให้ยูเครนรบชนะเพราะส่งกระปิดกระปอย ให้ทีละอย่างสองอย่าง ให้ทีละน้อยไม่เต็มที่ เทียบกับรัสเซียที่มาพร้อมกันทั้ง 4 เหล่าทัพ แต่สงคราม 2 ปีครึ่งพิสูจน์แล้วการสนับสนุนของนาโตช่วยให้การรบยืดเยื้อ เป็นหลักฐานชี้ว่ารัฐบาลตะวันตกต้องการทำสงครามต่อไป ยกย่องรัฐบาลเซเลนสกีเป็นฮีโรช่วยปกป้องประชาธิปไตยของชาติตะวันตก

            น่าสงสารทหารยูเครนเสี่ยงชีวิตปกป้องประชาธิปไตยโลกเสรีด้วยอาวุธเก่าล้าสมัย

ต้องเสริมทัพยูเครนตอนนี้:

            ตอนนี้เป็นจังหวะดีที่สุดหากจะให้ยูเครนชนะรัสเซียหรือทำลายรัสเซียอย่างกว้างขวาง เป็นช่วงที่กองทัพรัสเซียปั่นป่วน ขวัญกำลังใจหดหาย ตรงข้ามกับทัพยูเครนกำลังฮึกเหิม หากนาโตไม่ฉวยโอกาสนี้ ปล่อยให้ “ชัยชนะ” หลุดลอยไป อาจเป็นอีกหลักฐานชี้ว่าแท้จริงแล้วรัฐบาลสหรัฐกับพวกไม่คิดให้เซเลนสกีชนะศึกนี้

            และหากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง ทรัมป์พูดชัดว่าจะยอมสงบศึกกับรัสเซียง่ายๆ น่าคิดว่าทรัมป์กำลังทำร้ายประชาธิปไตยยุโรปหรือไม่

            ย้อนหลังมิถุนายน 2023 ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskiy) กล่าวว่า “รัสเซียรุกรานยูเครนคือการรุกรานกลุ่มประเทศยุโรปเสรีทั้งหมด กลุ่มชาติประชาธิปไตยต้องร่วมมือหาทางออกว่าทำอย่างไรจึงจะรับมือการรุกรานจากพวกอำนาจนิยม

            แนวคิดความโหดร้ายของกองทัพรัสเซีย จะบุกประเทศอื่นยึดครองยุโรปสร้างจักรวรรดิของตน ปรากฏอยู่ในสื่อตะวันตกเป็นระยะ ทั้งหมดทั้งปวงส่งเสริมฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านอำนาจนิยมรัสเซีย

            ลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเคยเตือนว่าถ้ายูเครนแพ้ ฝ่ายอำนาจนิยมจะฮึกเหิม เพราะฝ่ายประชาธิปไตยเลิกสนับสนุนยูเครน

            ท้ายที่สุด ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าการเสียสละของยูเครนหลายนับสิบล้านคนเสียเปล่าหรือไม่ ยิ่งรบยิ่งพัง ทิ้งไว้คือซากปรักหักพังยูเครน

18 สิงหาคม 2024

ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10138 วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2567)

----------------------

ภาพ: เครื่องบิน F-16

เครดิตภาพ: https://europeannewsroom.com/europe-in-brief-denmark-and-the-netherlands-commit-to-deliver-f-16-fighter-jets-to-ukraine/

 

บรรณานุกรม :

1. Breaking ranks, Macron’s gift of tanks to Ukraine puts Western alliance under pressure to give Zelensky what he needs to end the war. (2023, January 6). Fortune. Retrieved from https://fortune.com/2023/01/05/france-ukraine-amx-10-rc-tanks-macron-zelenskyy-scholz-leopard/

2. Stoltenberg assures EU that Nato would survive second Trump presidency. (2024, July 19). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/article/2024/jul/18/stoltenberg-assures-eu-that-nato-would-survive-second-trump-presidency

3. Top Ukrainian commander says his forces now control almost 390 square miles of Russia’s Kursk region. (2024, August 12). AP. Retrieved https://apnews.com/article/russia-ukraine-war-incursion-kursk-afa42b9613323901bef07800ac2cae9e

4. Ukrainian forces captured 28 settlements with 2,000 residents in Kursk region. (2024, August 12). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/hotspots/160334-ukraine-settlements-kursk/

5. Ukraine’s Invasion of Russia Could Bring a Quicker End to the War. (2024, August 12). foreignpolicydotcom. Retrieved from https://foreignpolicy.com/2024/08/09/kursk-russia-ukraine-offensive-invasion-war-negotiations/

6. Zelensky confirms Ukrainian troops are fighting inside Russian territory. (2024, August 11). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2024/08/11/world/ukraine-zelensky-confirms-russian-incursion-intl/index.html

-----------------

ฮานิเยห์ไม่จุดชนวนสงครามล้างโลก (1)

อิสราเอลสังหารผู้นำฮามาสหลายคนหลายระดับ เช่นเดียวกับที่ฮามาสสามารถสังหารผู้นำกองทัพอิสราเอลหรือลูกหลานผู้นำหลายคนเช่นกัน

 

            กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านชี้อิสมาอิล ฮานิเยห์ (Ismail Haniyeh) หัวหน้าฝ่ายการเมืองฮามาสเสียชีวิต ด้วยจรวดหรือขีปนาวุธวิถีโค้งพิสัยใกล้ ที่บ้านพักของเขาในกรุงเตหะราน (ขัดแย้งกับข้อมูลสื่อตะวันตกที่ชี้ว่าโดนวางระเบิด) หลังเข้าร่วมพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของประธานาธิบดีอิหร่านคนใหม่

            ฮานีเยห์เคยโดนลอบสังหารมาก่อน อิสราเอลหมายหัวมานานหลายปี แต่รอดมาได้หวุดหวิด มาสำเร็จในครั้งนี้

กระตุ้นให้สงครามบานปลาย:

            ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม-ต้นเดือนสิงหาคม 2024 อิสราเอลสังหารผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ผู้นำฮามาสในเตหะราน ยั่วยุให้สงครามบานปลาย สื่อตะวันตกหลายสำนึกประโคมทำนองข่าวนี้

            ข่าวเช่นนี้ไม่ผิดเสียทีเดียว ที่ผ่านมาทั้งอิหร่านฮิซบอลเลาะห์และฮามาส ต่างแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเหตุการณ์เช่นนี้ บ่อยครั้งที่โจมตีตอบโต้แรงกว่าปกติ แต่น่าคิดว่าการสังหารผู้นำหลายกลุ่มในเวลาเดียวกัน การก่อเหตุในกรุงเตหะรานที่เท่ากับเป็นการรุกรานอิหร่าน เหล่านี้เป็นแผนยั่วยุให้สงครามบานปลายหรือไม่

ทำไมต้องกระตุ้นให้สงครามบานปลาย:

            1) รัฐบาลเนทันยาฮูหวังล้มการเจรจา

            หากฝ่ายอิหร่าน (ฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส ฮูตี) ตอบโต้ เท่ากับทำลายกระบวนการเจรจาสงบศึกที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้ อิสราเอลมีความชอบธรรมที่จะกวาดล้างฮามาสต่อไป กองทัพอิสราเอลคงอยู่ในกาซา ในเขตเวสต์แบงก์ ขวางแผนสันติภาพถาวร

            2) ต้องการขยายพื้นที่สงคราม

            พวกไซออนิสต์ประกาศอย่างเปิดเผยว่าต้องการขยายพื้นที่ประเทศ คนอิสราเอล (ทั้งที่เป็นไซออนิสต์กับที่ไม่เป็น) ส่วนใหญ่ต้องการเช่นนั้นด้วย เพราะประชากรเพิ่ม ต้องการดินแดนเพิ่ม การมีดินแดนเพิ่มหมายถึงมีทรัพยากรมากขึ้น ส่งเสริมพลังอำนาจประเทศ

            อิสราเอลจึงต้องหาเรื่องหาข้ออ้างขยายดินแดน หนึ่งในวิธีหลักคือทำสงครามกินดินแดน

            3) ไม่คืนพื้นที่ยึดครอง

            ธันวาคม 2022 เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า การที่อิสราเอลกลับมาครอบครองเขตเวสต์แบงก์ไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะแต่เดิมดินแดนแห่งนี้เป็นของชนชาติอิสราเอลมาแต่โบราณ ดังนั้นอิสราเอลไม่ได้เข้าไปบุกยึดหรือแย่งของใคร เช่นเดียวกับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอลและจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป

            ย้อนหลังมกราคม 2014 Yuval Steinitz รัฐมนตรีกระทรวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอิสราเอล (International Relations Minister) แสดงจุดยืนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมรับข้อเสนอสันติภาพใดๆ ที่ถอยย้อนหลังไปสู่เส้นอาณาเขตก่อนปี 1967 และการถอนทหารอิสราเอลออกจากหุบเขาจอร์แดน “จุดยืนของเราชัดเจนคือจะไม่ยอมรับเส้นเขตแดนก่อนปี 1967”

            มีหลักฐานมากมายทั้งเก่าและใหม่ว่าอิสราเอลต้องการขยายอาณาเขต จึงต้องทำสงครามและไม่คืนพื้นที่ยึดครอง

ท่าทีอิหร่าน:

            ทันทีที่เกิดเหตรัฐบาลอิหร่านกล่าวโทษอิสราเอลคือผู้ลงมือสังหารอิสมาอิล ฮานิเยห์ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธพิสัยใกล้ ที่บ้านพักของเขาในกรุงเตหะราน อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่านประกาศลงโทษอิสราเอลอย่างหนัก (‘tough punishment’) ระบอบไซออนิสต์คือผู้ลงมือในบ้านของเราเอง “เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในอาณาเขตของอิหร่าน จึงเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องแก้แค้น (to avenge) แทนท่าน”

            ในกรอบที่กว้างขึ้น Ali Bagheri รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า อิสราเอล “ต้องการขยายความตึงเครียด ขยายสงครามและความขัดแย้งกับประเทศอื่นๆ” ตรงกับที่นายกฯ เนทันยาฮูกล่าวก่อนหน้านี้ว่า “พร้อมที่จะรุกและรับ” เพื่อป้องกันตนเอง

ท่าทีอิสราเอล:

            นายกฯ เนทันยาฮูไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธว่าอิสราเอลเป็นผู้ลงมือ แต่ประกาศจะตอบโต้อย่างรุนแรง “ผู้รุกรานอิสราเอลจะต้องจ่ายราคาอย่างหนัก” หากใครทำให้คนอิสราเอลเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว อิสราเอลพร้อมรับมือ ขอให้คนอิสราเอลเตรียมรับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น

            ที่น่าคิดคือเป็นแผนทำลายฮิซบอลเลาะห์หรือไม่ แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลเนทันยาฮูมีแนวคิดกวาดล้างฮิซบอลเลาะห์

            มิถุนายน 2024 8 เดือนหลังสงครามฮามาส กองทัพอิสราเอลลดปฏิบัติการในกาซา เหลือเขต Rafah ที่ยังไม่เข้ากวาดล้างอย่างจริงจัง แม้นายกฯ เนทันยาฮูยืนยันนโยบายกวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก การเจรจาหยุดยิงดำเนินต่อไปแต่ไม่เร่งรีบ เช่นเดียวกับเรื่องแลกเปลี่ยนตัวประกันที่คาดว่ายังเหลือราว 200 คน

            เป็นไปได้ว่าพวกฮามาสจะยังคงปะทะกับกองทัพอิสราเอลเป็นครั้งคราว เป็นข้ออ้างให้อิสราเอลคงกองทัพของตนในกาซาอย่างไม่มีกำหนด ตรงตามแผนควบคุมกาซาของเนทันยาฮู การควบคุมบริหารกาซาโดยอิสราเอลจะดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ

            จุดน่าติดตามใหม่คือทางเหนือของอิสราเอลที่ติดกับประเทศเลบานอน มีกระแสข่าวว่าไม่ช้าไม่นานกองทัพอิสราเอลจะบุกทำสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ แม้ฮิซบอลเลาะห์เข้มแข็งกว่าฮามาส มีจรวดขีปนาวุธมหาศาล เตรียมกำลังถึงแสนนายพร้อมรับมืออิสราเอล ฝ่ายอิสราเอลน่าจะสูญเสียหนักแต่คุ้มค้าถ้าคิดว่าสามารถยึดครองพื้นที่เลบานอนบางส่วน เรื่องนี้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่สำหรับอิสราเอลแล้วการมีดินแดนเพิ่มสำคัญยิ่งกว่าการรักษากฎบัตรสหประชาชาติ นี่คือความจริงหนึ่ง ความเป็นไปของโลกปัจจุบัน

            สงครามฮามาส-อิสราเอลได้ปราบปรามฮามาส ตัดแขนข้างหนึ่งของอิหร่าน แต่ในเชิงขยายดินแดนได้น้อยมาก ตรงข้ามกับการรบกับฮิซบอลเลาะห์อาจได้ดินแดนเพิ่มหลายร้อยหลายพันตารางกิโลเมตร  (ขนาดประเทศเลบานอน 10,452 ตารางกิโลเมตร) นี่คือเหตุผลที่อิสราเอลสนใจฮิซบอลเลาะห์ หน้าที่นี้เหมาะกับรัฐบาลเนทันยาฮูชุดปัจจุบันมากที่สุดเพราะประกอบด้วยพวก ส.ส. ไซออนิสต์เข้มข้นมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนๆ

การสังหารผู้นำไม่ใช่เรื่องแปลก:

            นับจากเริ่มสงคราม อิสราเอลสังหารผู้นำฮามาสหลายคนหลายระดับ เช่นเดียวกับที่ฮามาสสามารถสังหารผู้นำกองทัพอิสราเอลหรือลูกหลานผู้นำหลายคนเช่นกัน

            Saleh al-Arouri ผู้ช่วยฮานิเยห์เสียชีวิตเมื่อมกราคม 2024 ในกรุงเบรุต ประเทศเลบานอนจากการโจมตีของอิสราเอล

            หนึ่งวันก่อนหน้าสังหารฮานิเยห์ Fuad Shukr ผู้บัญชาการฮิซบอลเลาะห์ถูกสังหารในกรุงเบรุต

            อีกเหตุการณ์สำคัญและมีผลจนถึงทุกวันนี้คือการสังหารนายพลกอซิม สุไลมานี (Qassim Soleimani) ผู้บัญชาการกำลังคุดส์ (Quds Force) ของอิหร่าน ด้วยโดรนสหรัฐเมื่อมกราคม 2020 รัฐบาลอิหร่านประกาศล้างแค้น

            ทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของสงคราม เป็นกลยุทธ์ที่ใช้ทั่วไป การสูญเสียผู้นำ บุคคลสำคัญบั่นทอนฝ่ายตรงข้ามได้มาก ทำลายขวัญกองทัพ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกวาดล้างฮามาสที่รัฐบาลเนทันยาฮูประกาศไว้ตั้งแต่ต้น

            เป็นเรื่องแปลกถ้าคิดว่าการสังหารผู้นำฮามาสคนหนึ่งจะนำสู่สงครามล้างโลก

11 สิงหาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10131 วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2567)

------------------------


บรรณานุกรม :

1. Abbas accuses Israel of killing Haniyeh in order to expand Gaza conflict. (2024, August 6). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/liveblog_entry/abbas-accuses-israel-of-killing-haniyeh-in-order-to-expand-gaza-conflict/

2. Ayatollah Khamenei vows ‘tough punishment’ of Israel following assassination of Hamas leader. (2024, July 31). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/501819/Ayatollah-Khamenei-vows-tough-punishment-of-Israel-following

3. Gaza War Moves Close to Its Next Phase, but No Nearer to an End. (2024, June 24). Axios. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/israels-cutback-in-troops-in-gaza-wont-end-the-war-soon-70316580?mod=world_feat3_middle-east_pos1

4. Haniyeh killed by ‘short-range’ projectile: Iran. (2024, August 3). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2024/8/3/israels-war-on-gaza-live-us-sends-ships-jets-to-region-as-tension-soars

5. Iran says Israel seeks to ‘expand war’ amid de-escalation push. (2024, August 8). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2024/08/08/acting-iran-fm-says-hamas-leader-s-killing-a-costly-strategic-mistake-by-israel

6. Liberman says despite skepticism, supports comprehensive agreement with Palestinians. (2014, January 5). The Jerusalem Post. Retrieved from http://www.jpost.com/Diplomacy-and-Politics/Steinitz-Israel-disagrees-to-peace-deal-based-on-pre-1967-lines-337114

7. Netanyahu does not want peace, Erdoğan tells Biden. (2024, August 1). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/politics/diplomacy/netanyahu-does-not-want-peace-erdogan-tells-biden

8. Netanyahu pans ‘despicable’ UN vote, says Jews cannot be occupiers in their own land. (2022, December 31). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/netanyahu-pans-despicable-un-vote-says-jews-cannot-be-occupiers-in-their-own-land/

9. Strike in Iran Kills Hamas’s Chief Negotiator. (2024, July 31). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/hamas-political-leader-ismail-haniyeh-killed-in-iran-5723ad8b?mod=world_lead_pos1

10. Why Israel assassinated Ismail Haniyah in Tehran. (2024, July 31). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/501857/Why-Israel-assassinated-Ismail-Haniyah-in-Tehran

-----------------

สัมพันธ์เศรษฐกิจอิตาลี-จีนในบริบท 2024

แม้รัฐบาลเมโลนีดำเนินตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีน ในทางปฏิบัติคือการปิดล้อมเท่าที่รับได้ ความจริงแล้วสมาชิกอียูยังค้ากับจีนอยู่ดีเพียงแต่กีดกันมากขึ้น


            ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอิตาลี-จีนสะท้อนความเป็นไปของบริบลก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นระหว่าง 2 ประเทศนี้ ชี้ทิศทางโลกอนาคต

การเข้าร่วมและการถอนตัวจาก BRI:

            อิตาลีเข้าร่วม ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) เมื่อมีนาคม 2019 สมัยรัฐบาล Giuseppe Conte เป็นสมาชิก G7 ประเทศแรกที่เข้าร่วม สร้างความประหลาดใจแก่ G7

            รัฐบาลอิตาลีกับจีนลงนามใน memorandum of understanding (MoU) เป็นความร่วมมือ 5 ปี (ชื่อเต็ม “Memorandum of understanding between the government of the Italian Republic And the government of The People’s Republic Of China on cooperation within the framework of the Silk Road Economic Belt and the 21st Century Maritime Silk Road Initiative”) โดยจะทบทวนความร่วมมือใหม่อีกครั้งในเดือนมีนาคม 2024

            เมื่อมาถึงสมัยรัฐบาลจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) ก็ขอถอนตัวด้วยเหตุผลว่าโครงการไม่ก่อประโยชน์ตามที่ตั้งไว้ และเป็นไปตามนโยบายทบทวนความสัมพันธ์ใหม่กับจีน (ลดความเป็นมิตร)

            สิงหาคม 2023 รัฐบาลชุดนี้ประกาศว่าการเข้าร่วม BRI เป็น “ความผิดพลาดร้ายแรง” แสดงท่าทีต้องการถอนตัว นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าเหตุที่เข้าร่วมในตอนแรกเพราะอิตาลีประสบปัญหาเศรษฐกิจต่อเนื่องกว่า 3 ทศวรรษ นโยบายประชานิยมสร้างความเสียหาย หวังเม็ดเงินลงทุนจากจีน

            ส่วนรัฐบาลสี จิ้นผิงหวังขยายการค้าการลงทุน ขยายอิทธิพลในยุโรป มีผู้ตีความว่าการที่อิตาลีเข้าร่วม BRI บ่งชี้ความแตกแยกในหมู่ชาติตะวันตก

            ธันวาคม 2023 รัฐบาลเมโลนีแจ้งจีนอย่างเป็นทางการว่าจะไม่ต่อ MOU BRI ที่ทำเมื่อ 2019 อิตาลีจึงถอนตัวจาก BRI

มุมมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ:

            นักวิเคราะห์บางคนตีความว่าการถอนตัวหมายถึงพวกตะวันตกกระชับความร่วมมือท้าทายจีน มองเป็นศัตรูคู่แข่ง (rival) มากกว่าหุ้นส่วน ดังที่ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (President of the European Commission) กล่าวเมื่อมีนาคม 2023 ว่า “พรรคคอมมิวนิสต์จีนมีเป้าหมายเปลี่ยนระเบียบโลกที่จีนเป็นศูนย์กลาง” BRI คือหนึ่งในยุทธศาสตร์ดังกล่าว

            นักวิชาการตะวันตกหลายคนมองว่า BRI คือยุทธศาสตร์สร้างเขตอิทธิพลจีน หรือ Sinosphere โดยโยงประวัติศาสตร์จีนโบราณ ที่อาณาจักรจีนเป็นพี่ใหญ่มีอิทธิพลเหนือชนชาติอื่นๆ อาณาจักรอื่นๆ ในยุคปัจจุบันบั่นทอนอิทธิพลสหรัฐ ในขณะที่รัฐบาลจีนประกาศเรื่อยมาว่าไม่มีนโยบายดังกล่าว

            สงครามยูเครนเป็นปัจจัยกดดันให้สหรัฐกับยุโรปร่วมมือกันมากขึ้น รัฐบาลเมโลนีสนับสนุนยูเครน กระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลไบเดน เตือนจีนหากคิดบุกไต้หวัน เห็นชัดว่าเย็นชาต่อจีน

2024 สานความร่วมมือใหม่:

            หลัง BRI สิ้นสุดเมื่อมีนาคม 2024 ด้วยมือของรัฐบาลเมโลนี 4 เดือนต่อมา นายกฯ เมโลนีเยือนจีนหวังสานเศรษฐกิจด้วยแผนชุดใหม่

            กรกฎาคม 2024 นายกฯ เมโลนีเยือนจีนอย่างเป็นทางการ สานความร่วมมือทางเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลจีนตอบรับด้วยดี ยืนยันว่าจะร่วมมือบนผลประโยชน์ร่วม ทำโครงการที่ก่อประโยชน์มีคุณภาพสูง หวังบริษัทอิตาลีลงทุนในจีน ทั้งคู่จะได้ประโยชน์ผ่านความร่วมมือดังกล่าว

            ด้านจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) นายกฯ อิตาลีกล่าวว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกปัจจุบันที่ซับซ้อนและอ่อนไหว อิตาลีกับจีนควรกระชับความร่วมมือยุทธศาสตร์รอบด้าน ส่งเสริมเศรษฐกิจให้เข้มแข็งร่วมกัน อิตาลีพร้อมร่วมมือกับจีนทางเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน AI และอื่นๆ ด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน ไว้วางใจต่อกัน ยุติธรรม สร้างความร่วมมือรูปแบบใหม่ ทั้งคู่มีสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น

            รอบ 2024 เป็นความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการ 3 ปี (2024-2027) ในหลายโครงการ เกี่ยวกับรถ EVs พลังงานหมุนเวียน AI ฯลฯ เป็นความร่วมมือรูปแบบใหม่ คือเจรจาร่วมมือโดยระบุตัวโครงการอย่างชัดเจน แทนกรอบความร่วมมือกว้างๆ

            นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า รัฐบาลอิตาลีกังวลอียูกีดกันค้าขายกับจีน จึงต้องใช้มาตรการทวิภาคีเพื่อลดผลกระทบจากนโยบายอียู

            ตัวอย่างที่อิตาลีต้องการ คือ หวังให้จีนลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ในอิตาลี (รถ EVs) เช่น บริษัท Fiat จะร่วมทุนกับ Leapmotor ของจีนเพื่อผลิตรถ EVs ส่งขายในยุโรป (อียูขึ้นภาษีรถ EVs จีนหลายสิบเปอร์เซ็นต์ การร่วมทุนทำให้รถจีนกลายเป็นรถอิตาลีและอิตาลีส่งขยายทั่วยุโรป ทั้งจีนกับอิตาลีต่างได้ประโยชน์)

            นายกฯ เมโลนีกล่าวว่าเป้าหมายคือสู่การค้าสมดุล ("as balanced as possible")

            Zhao Junjie จาก Chinese Academy of Social Sciences' Institute of European Studies ให้ความเห็นว่าแม้ในช่วงหาเสียงเมโลนีจะแสดงท่าทีแข็งกร้าว “แต่เพื่อดึงคะแนนเสียงเท่านั้น” เมื่อเป็นรัฐบาลจะพบความจริงและกลับมาคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ทบทวนใหม่ว่านโยบายใดเป็นประโยชน์มากสุด การกลับมาร่วมมือกับจีนเป็นหลักฐานชี้ว่าไม่อิงแต่สหรัฐเท่านั้น การร่วมทุน ค้าขายกันต่างหากที่ก่อประโยชน์จับต้องได้

วิเคราะห์องค์รวม:

            แม้รัฐบาลเมโลนีดำเนินตามยุทธศาสตร์ปิดล้อมจีนทุกด้าน ในทางปฏิบัติคือการปิดล้อมเท่าที่ทำได้หรือรับได้ แผนปฏิบัติการ 3 ปี (2024-2027) เป็นหลักฐานชี้ชัดว่าอิตาลียังต้องการสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับจีน ไม่ใช่เลิกค้า 100% ความจริงแล้วสมาชิกอียูยังค้ากับจีนอยู่ดี เพียงแต่กีดกันมากขึ้น และรัฐบาลสหรัฐทำเช่นนี้เหมือนกัน

            อาจอธิบายว่าการปิดล้อมทางเศรษฐกิจดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระวังผลกระทบที่แรงจนรับไม่ได้ เพราะที่สุดแล้วทุกประเทศต้องระวังผลกระทบต่อเศรษฐกิจตัวเอง ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นปัจจัยกดดัน บริบทโลกปัจจุบันต่างจากสงครามเย็นในศตวรรษก่อน

            การเข้าร่วม BRI เมื่อปี 2019 การถอนตัวในปี 2023 และการฟื้นความร่วมมืออีกครั้งในปี 2024 เน้นผลทางเศรษฐกิจ ไม่มีผลต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง ไม่มีผลต่อนาโต แม้รัฐบาลอิตาลีใช่ว่าจะเห็นด้วยกับนาโตทุกเรื่อง โดยภาพรวมแล้วปัจจุบันดำเนินตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงของสหรัฐ

            รัฐบาลสหรัฐกระชับการปิดล้อมเศรษฐกิจมากขึ้นทุกทีและน่าเข้มข้นขึ้นอีกในอนาคต ประเทศที่เป็นพันธมิตรสหรัฐน่าจะทำเช่นนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม มีหลายตัวอย่างที่บ่งชี้ว่าการปิดล้อมเศรษฐกิจไม่ง่ายและไม่ได้ผลมากอย่างที่คิด

            มีความจริงที่น่าสนใจว่าออสเตรเลีย เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรทางทหารของสหรัฐ แต่ด้านการค้ามีจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุด

            อิตาลีในสมัยรัฐบาลเมโลนีเป็นอีกกรณีตัวอย่างที่สนับสนุนความจริงข้างต้น

            ผลตามมาคือเศรษฐกิจจีนยังจะเติบโตต่อไป การค้าการลงทุนระหว่างประเทศขยายตัว แม้กระทั่งกับประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐ การปิดล้อมจีนจึงทำได้เพียงสกัดกั้นให้จีนก้าวขึ้นช้าลงเท่านั้น ในระยะยาวหากสถานการณ์ทั้งภายในภายนอกไม่เปลี่ยนแปลง อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจีนจะเป็นประเทศที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก บ่งบอกพลังอำนาจทางเศรษฐกิจจีนที่จะขยายผลต่อพลังอำนาจด้านอื่นๆ หรือเติบโตไปพร้อมกัน

4 สิงหาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10124 วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. Deepak, B.R. (ed.). (2018). China`s Global Rebalancing and the New Silk Road. Singapore: Springer Nature Singapore.

2. Italy reportedly drops out of China Belt and Road initiative that failed to deliver. (2023, December 6). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/italy-china-belt-road-infrastructure-c6b6e9f3f69d46544d7550622578e913

3. Italy and China sign a 3-year action plan as Italian leader Meloni tries to reset relations. (2024, July 28). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/china-italy-meloni-li-trade-auto-manufacturing-7a5b95a3f151206e0e74755b90a71600

4. Italy’s Meloni to visit China, likely to ‘clear misunderstandings over BRI withdrawal’. (2024, July 28). Global Times. Retrieved from https://www.globaltimes.cn/page/202407/1316769.shtml

5. Italy’s ‘arrivederci’ to China’s BRI could be a template for others. (2023, December 10). Atlantic Council. Retrieved from https://www.atlanticcouncil.org/blogs/new-atlanticist/italys-arrivederci-to-chinas-bri-could-be-a-template-for-others/

6. Meloni seeks trade rebalance as Italy, China agree to boost ties. (2024, July 30). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/business/economy/meloni-seeks-trade-rebalance-as-italy-china-agree-to-boost-ties

7. Ministry of Foreign Affairs, the People's Republic of China. (2024, July 28). Li Qiang and Italian Prime Minister Giorgia Meloni Jointly Attend the Opening Ceremony of the Seventh Meeting of the China-Italy Entrepreneurs Committee. Retrieved from https://www.fmprc.gov.cn/mfa_eng/zxxx_662805/202407/t20240729_11462535.html

8. Why Is Italy Withdrawing From China’s Belt and Road Initiative? (2023, August 3). CRF. Retrieved from https:// https://www.cfr.org/blog/why-italy-withdrawing-chinas-belt-and-road-initiative

-----------------