ข้อมติให้กาซาหยุดยิงเพื่อใคร

รัฐบาลสหรัฐเสนอร่างมติให้กาซาหยุดยิง เป็นมิติใหม่ที่ใช้ UNSC กดดันอิสราเอล แต่เรื่องนี้มีความแหลมคมซ่อนอยู่ แท้จริงแล้วเป็นการช่วยอิสราเอลมากกว่า 

นับตั้งแต่กระแสข่าวกองทัพอิสราเอลเตรียมบุกพื้นที่ Rafah ทางตอนใต้สุดของกาซาติดประเทศอียิปต์เป็นประเด็นที่นานาชาติสนใจ เป็นพื้นที่สุดท้ายที่กองทัพอิสราเอลยังไม่เข้ากวาดล้าง คาดว่าพวกฮามาสจำนวนมากหลบซ่อนอยู่ รัฐบาลไบเดนร้องขอให้อิสราเอลไม่บุกเข้าเขตดังกล่าว เตือนว่าได้ไม่คุ้มเสีย อิสราเอลจะพ่ายแพ้ในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ แต่รัฐบาลเนทันยาฮูย้ำจุดยืนเดิมคือต้องกวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก เป็นที่มาของร่างข้อมติให้หยุดยิงที่รัฐบาลไบเดนเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ เมื่อตรวจสอบไส้ในพบว่าเนื้อหามติแม้ดูดีคือให้ “หยุดยิงชั่วคราว” แต่มีข้ออื่นๆ ที่เอื้อประโยชน์อิสราเอลกับสหรัฐมากกว่าช่วยปาเลสไตน์

มติให้กาซาหยุดยิงทันที:

หลังสงครามฮามาส-อิสราเอลดำเนินแล้ว 171 วัน 25 มีนาคม คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีมติ S/RES/2728 (2024) ให้กาซาหยุดยิงทันที ตัวแทนสหรัฐลงมติของดออกเสียง มติจึงผ่านด้วยคะแนน 14 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 

หลายเดือนที่ผ่านมา UNSC ประชุมหลายรอบ พยายามออกมติหยุดยิงแต่ไม่เคยผ่าน แม้นานาชาติเรียกร้องให้หยุดยิง ประณามรัฐบาลเนทันยาฮูกับไบเดนอย่างต่อเนื่อง ชี้ว่าอิสราเอลกำลังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยมีสหรัฐเป็นผู้สนับสนุนหลัก ปล่อยให้คนกาซาหิวตาย แต่ทั้งหมดไม่ได้ผลกองทัพอิสราเอลเดินหน้ารบตามแผน เช่นเดียวกับที่รัฐบาลไบเดนสนับสนุนด้วยอาวุธ การทูต

ก่อนหน้านั้นร่างมติที่รัสเซียเสนอให้หยุดยิงถาวรถูกแก้เป็นหยุดยิงชั่วคราวเพราะสหรัฐไม่ยอม อย่างไรก็ตามฮามาสกับรัฐบาลปาเลสไตน์ (Palestinian Authority: PA) เห็นชอบข้อมติ 2728 (2024) 

หยุดยิงช่วงรอมฎอน:

ส่วนที่ชัดเจนสุดของข้อมติ 2728 คือหยุดยิงชั่วคราวระยะหนึ่ง (จำนวนจริงคือ 15 วันตามการสิ้นสุดรอมฎอน) นำการผ่อนคลายฟื้นฟูทั้งฝ่ายฮามาสกับอิสราเอล (ต้องมองว่ากองทัพอิสราเอลได้พักด้วย) แต่ในที่สุดสงครามน่าจะดำเนินต่อไป ดังนั้นถ้าบอกว่าข้อมติช่วยชีวิตต้องพูดต่อว่าทำให้ตายช้าลง 2 สัปดาห์ ทุกข์ช้าลง 2 สัปดาห์ หลังสิ้นฎอมรอนจะรบต่อ ทั้งปาเลสไตน์กับอิสราเอลต้องบาดเจ็บล้มตายต่อไป 

ไม่ต้องเอ่ยถึงสันติภาพถาวร สร้างรัฐปาเลสไตน์ตามแนวทางทวิรัฐ (Two-State Solution) ที่พูดกันเป็นประจำ แต่หลายสิบปีที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่าเป็นแค่ความฝัน และเช่นเคยที่บางประเทศใช้โอกาสข้อมติ 2728 พูดแง่บวกว่าข้อมติล่าสุดคือก้าวย่างสู่รัฐปาเลสไตน์ เป็นการพูดซ้ำอีกครั้งในขณะที่พื้นที่ของปาเลสไตน์เหลือน้อยลงทุกทีและน่าจะน้อยลงอีกครั้งที่กาซา มีความเป็นไปได้ว่ากองทัพอิสราเอลจะเข้าควบคุมบางส่วนหรือทั้งหมด

ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย: 

จุดสำคัญที่สุดคือมติ 2728 ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (nonbinding) ไม่มีบทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามเหมือนข้อมติอื่นๆ ของ UNSC ที่กำหนดบทลงโทษ เช่น คว่ำบาตร ห้ามนานาชาติต่อติดค้าขาย ไม่ขายอาวุธให้ น่าสงสัยว่ารัฐบาลอิสราเอลจะทำตามมติหรือไม่ อิสราเอลคงไม่หยุดยิงฝ่ายเดียวหรือไม่หยุดยิงจนกว่าจะปล่อยตัวประกัน จนบัดนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าฮามาสจะปล่อยตัวประกัน 

สุดท้ายแล้วหากฮามาสไม่ปล่อยตัวประกัน อิสราเอลอาจใช้เป็นข้ออ้างว่าไม่ต้องหยุดยิง ข้อมติจะล้มไปเองเมื่อสิ้นรอมฎอน ข้อเรียกร้องของมติ 2728 จึงเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ 

ท่าทีที่ดูเหมือนดี:

รัฐบาลไบเดนชี้แจงว่าการลงมติงดออกเสียงของตนไม่มีผลต่อความเป็นพันธมิตรกับอิสราเอล สหรัฐเห็นด้วยกับหลักการหยุดยิงชั่วคราวและปล่อยตัวประกัน เพียงแต่ไม่เห็นด้วยในรายละเอียดบางอย่าง ยืนยันเคียงข้างอิสราเอล สนับสนุนอาวุธต่อไป แต่การแก้ปัญหาปาเลสไตน์ไม่อาจใช้กำลังทหารอย่างเดียว จำต้องแก้ทางการเมืองและอื่นๆ ที่ไม่ใช้อาวุธทหาร ต้องให้สงบเท่านั้นจึงแก้ปัญหายั่งยืน ไม่เป็นที่ซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย (สหรัฐตีตราว่าฮามาสคือผู้ก่อการร้าย)

ข่าวที่ปรากฎคือทั้งรัฐบาลสหรัฐกับอียูพยายามกดดันให้เนทันยาฮูยอมรับการหยุดยิง มีความเคลื่อนไหวทางการทูตคึกคัก ประธานาธิบดีไบเดนแสดงตัวถอยห่างจากอิสราเอลด้วยการยืนยันให้หยุดยิง แต่เมื่อเอาเข้าจริงมติ 2728 ไม่มีบทลงโทษ ดังนั้นแม้อิสราเอลไม่ทำตามก็ไม่รับโทษใดๆ เรื่องนี้อาจตีความเป็นผลเสียต่อคณะมนตรีความมั่นคงที่ข้อมติไม่ศักดิ์สิทธิ์ ตรงข้ามจากกรณีอิรักในสมัยซัดดัม ฮุสเซน เกาหลีเหนือที่กำหนดมาตรการลงโทษชัดเจน

อาจตั้งข้อสงสัยว่ารัฐสบาลสหรัฐกับอียูจริงใจแค่ไหนกับข้อมติ หรือแค่ต้องการสร้างภาพว่ามีมนุษยธรรม

รัฐบาลไบเดนย้ำว่าไม่จำต้องเข้ากวาดล้างฮามาสให้สิ้นซาก มีวิธีอื่นๆ ไม่ต้องใช้กำลังทหาร ที่สุดแล้วต้องแก้ไขด้วยการเจรจา ใช้วิถีการทูตการเมือง แนวทางนี้ทำได้ถ้าข้อมติมีบทลงโทษแรงพอจนบังคับให้อิสราเอลหยุดรบ แต่สุดท้ายทุกอย่างเหมือน อย่างช้าหลังเดือนรอมฎอนกองทัพอิสราเอลจะกวาดล้างพวกฮาสต่อไป

ตลกร้ายอีกข้อคือพวกตะวันตกเรียกร้องให้ฮามาสปล่อยตัวประกันทั้งหมดแลกกับการหยุดยิงชั่วคราว ชี้ว่าช่วยลดความโหดร้าย ส่งเสริมมนุษยธรรมในกาซา แต่หากคิดสักนิดการหยุดยิงที่ว่าเป็นการหยุดยิง “ชั่วคราว” กองทัพอิสราเอลสามารถเข้ากวาดหลังฮามาสหลังสิ้นกำหนดหยุดยิง เท่ากับว่าข้อเสนอที่รัฐบาลตะวันตกตั้งขึ้นมาเพื่อให้พวกฮามาสได้ยืดความตายออกไปอีกนิดเท่านั้น เห็นชัดว่าเป็นเงื่อนไขที่เสียเปรียบ ตรงตามความต้องการของรัฐบาลเนทันยาฮูโดยแท้ ไม่แปลกที่ฮามาส รัสเซีย จีนและพวกอาหรับไม่เห็นด้วย

เหล่านี้ถ้าฟังข่าวเผินๆ อาจเข้าใจผิดคิดว่าพวกตะวันตกเห็นแก่มนุษยธรรม ความจริงคือทำตามความต้องการของรัฐบาลเนทันยาฮู เป็นที่มาว่าทำไมสหรัฐไม่วีโตมติ 2728 (2024) 

จากเหตุข้อมติหยุดยิงของ UNSC เนทันยาฮูยืนยันอิสราเอลจะทำตามวัตถุประสงค์เดิม คือทำลายกองกำลังและอำนาจปกครองกาซาของฮามาส จึงต้องติดตามต่อว่าอิสราเอลจะหยุดยิงหรือไม่แม้มีข้อมติดังกล่าว ที่แน่นอนคือหลังสิ้นรอมฎอนฮามาสรบต่อ อิสราเอลรบต่อ ไม่มีใครยอมแพ้ นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่าแม้เข้ากวาดล้าง Rafah ฮามาสยังคงอยู่ ด้านอิสราเอลตั้งใจแล้วว่ากองทัพอิสราเอลจะอยู่ในกาซายาวๆ นายกฯ เนทันยาฮูยังอยู่ในอำนาจตราบเท่าที่พวกไซออนิสต์สนับสนุน เนทันยาฮูไม่ได้ทำงานคนเดียว ควรพูดว่าถูกตั้งให้เป็นหัวเพื่อจัดการปาเลสไตน์โดยเฉพาะ

รวมความแล้วข้อมติ 2728 (2024) เป็นละครฉากใหญ่ที่หลายประเทศร่วมแสดง รัฐบาลไบเดนพยายามตีตัวออกห่างจากเนทันยาฮู แสดงตัวว่าไม่เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อียูร่วมเล่นบทนี้เช่นกัน โยนความผิดทั้งหมดให้รัฐบาลเนทันยาฮู แต่ต้องไม่ลืมว่าพวกรัฐบาลตะวันตกนี่แหละสนับสนุนให้อิสราเอลสามารถกวาดล้างฮามาส ล่าสุดยอดชาวกาซาเสียชีวิตเกิน 32,000 คน (ราว 40% เป็นเด็ก) 2 ล้านคนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างขมขื่นหวาดผวาไร้อนาคต พวกอาหรับแสดงจุดยืนเคียงข้างปาเลสไตน์แต่บางประเทศไม่ยอมตัดสัมพันธ์อิสราเอล (ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมารัฐอาหรับญาติดีกับอิสราเอลอย่างเปิดเผยตามลำดับ) พวกอาหรับน่าจะเป็นกลุ่มคว่ำบาตรโดดเดี่ยวอิสราเอลมากสุดแต่ไม่ทำ ส่วนอิหร่านแม้ไม่โดดเด่นในเรื่องนี้แต่รัฐบาลไบเดนผ่อนคลายการคว่ำบาตร ช่วยลดความร้อนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางและคงจะยาวไปจนถึงปีหน้า ดูเหมือนว่านานาชาติเห็นใจมุสลิมปาเลสไตน์เป็นพิเศษในช่วงเดือนรอมฎอนและคงทำได้เท่าที่เห็น ในที่สุดแล้วอาจพบว่าข้อมติ 2728 (2024) ช่วยลดความร้อนแรงได้แค่ครึ่งเดือนแล้วกลับสู่สภาพเดิม 

31 มีนาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9998 วันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2567)

---------------------

บรรณานุกรม :

1. Blinken warns major Rafah op risks global isolation, long-term security harm for Israel. (2024, March 22). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/pm-tells-blinken-rafah-op-is-inevitable-secretary-warns-him-israel-risks-isolation/

2. Department Press Briefing – March 26, 2024. (2024, March 26). statedotgov. Retrieved from https://www.state.gov/briefings/department-press-briefing-march-26-2024/

3. EU and US pile on pressure for Gaza ceasefire. (2024, March 22). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2024/mar/21/eu-and-us-pile-on-pressure-for-gaza-ceasefire

4. Israel cancels Washington visit after US allows UN Gaza ceasefire resolution to pass. (2024, March 25). AP. Retrieved from https://edition.cnn.com/2024/03/25/middleeast/un-security-council-gaza-israel-ceasefire-intl/index.html

5. Israel says UN resolution damaged Gaza ceasefire talks. (2024, March 27). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-middle-east-68665247

6. Netanyahu spurns Biden plea to call off Rafah assault in Gaza. (2024, March 20). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/world/netanyahu-biden-plea-rafah-assault-gaza-israel-hamas-war-4206891

7. Security Council Demands Immediate Ceasefire in Gaza for Month of Ramadan, Adopting Resolution 2728 (2024) with 14 Members Voting in Favour, United States Abstaining. (2024, March 25). AP. Retrieved from https://press.un.org/en/2024/sc15641.doc.htm

8. U.S. submits U.N. resolution calling for immediate ceasefire in Gaza. Here’s why it matters. (2024, March 21). yahoodotcom. Retrieved from https://www.yahoo.com/news/us-submits-un-resolution-calling-for-immediate-ceasefire-in-gaza-heres-why-it-matters-230747565.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly9uZXdzLmdvb2dsZS5jb20v&guce_referrer_sig=AQAAAF-UZEbOv1Ndz15xAT5rmgkPt7XNcr4uCc2ool2TxnrYR8CTfoc5ojL4QidNZBSJhOrhBTYbMDKVKLa1lduwS_I5xUrbD6KqieLSLbL_EbCFOn0eLmnUb-vDq5eLG_neJ_wU_1FwmqQq2cZeRPbj7nWVKvlPMJtyunmnWkeLCTQz

-----------------


อิสราเอลห้ามUNส่งความช่วยเหลือแก่ตอนเหนือของกาซา

ศึกยูเครนสงครามที่รัสเซียจะไม่แพ้

สงครามยูเครนฝ่ายรัสเซียมีแต่ชนะกับเสมอ ส่วนยูเครนมีแต่เสมอกับแพ้ เพราะรัสเซียพร้อมใช้นิวเคลียร์ถ้าใกล้แพ้ส่วนนาโตไม่กล้าใช้นิวเคลียร์ช่วยยูเครนที่กำลังปกป้องประชาธิปไตยยุโรป 

ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคิดว่าโอกาสใช้อาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในช่วง 2-3 ปีนี้มาจากสงครามยูเครน รัฐบาลรัสเซียเคลื่อนไหวกองกำลังนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง ฝ่ายตะวันตกเสนอข่าวโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์ แม้ฝ่ายนาโตพยายามชี้ว่าไม่คิดทำสงครามล้างโลก 

2022 ปีเริ่มสงครามยูเครน CIA เตือนรัฐบาลไบเดนว่ารัสเซียอาจใช้อาวุธนิวเคลียร์ทางยุทธวิธี (Tactical nuclear weapon) 50% หรือมากกว่านี้ ถ้ากองทัพพ่ายแพ้หรือไครเมียโดนยึดคืน ไบเดนกล่าวว่าผู้นำรัสเซียจริงจังกับเรื่องนี้ อาจใช้นิวเคลียร์ทางยุทธวิธีหรือ WMD อื่นๆ

นายพล Mark Milley อดีตคณะเสนาธิการร่วม (Joint Chiefs of Staff) เตือนว่ายิ่งยูเครนเป็นฝ่ายได้เปรียบ ยิ่งกดดันให้ปูตินใช้นิวเคลียร์

ในทำนองเดียวกัน มกราคม 2024 นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์โลกชี้ว่าโลกเข้าใกล้วันโลกาวินาศ การแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ สงครามยูเครนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินวันโลกาวินาศในระยะนี้ คิดว่าประธานาธิบดีปูตินกล้ากดปุ่มนิวเคลียร์ 

อาวุธนิวเคลียร์เป็นอีกข้อที่ชี้ว่าเซเลนสกียูเครนไม่มีวันชนะสงคราม เพราะรัสเซียจะใช้นิวเคลียร์เมื่อคิดว่าตนกำลังจะแพ้ มหาอำนาจนิวเคลียร์ต่างมีแนวคิดเช่นนี้

รัสเซียพร้อมใช้นิวเคลียร์ถ้าเสี่ยงสิ้นชาติ:

มีนาคม 2018 ประธานาธิบดีปูตินประกาศจะใช้อาวุธนิวเคลียร์เป็นมาตรการตอบโต้เท่านั้น คือเมื่อโดนโจมตีด้วยนิวเคลียร์ แม้ทำให้กลายเป็นสงครามล้างโลก เพราะต้องตอบคำถามว่าทำไมจึงปล่อยให้กลายเป็นโลกที่ปราศจากรัสเซีย

เป็นแนวคิดป้องปรามด้วยนิวเคลียร์โดยแท้

มีนาคม 2024 ท่ามกลางสงครามยูเครนที่ยืดเยื้อและทำท่ารบต่อปีนี้ ปูตินย้ำอีกครั้งว่ารัสเซียพร้อมใช้นิวเคลียร์ถ้าประเทศตกอยู่ในความเป็นความตาย เสี่ยงสิ้นชาติ แต่ตอนนี้ไม่มีเหตุให้ใช้นิวเคลียร์ ส่วนเหตุที่ต้องสะสมอาวุธจำนวนมากเพื่อต้านภัยจากนาโต

จะเห็นว่าจุดยืนการใช้นิวเคลียร์รัสเซียยังเหมือนเดิมคือใช้เพื่อป้องกันประเทศหากตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง เสี่ยงสิ้นชาติ ตรงกับที่ตะวันตกบอกว่ารัสเซียพร้อมใช้นิวเคลียร์หากกำลังจะแพ้

หลักฐานการแสดงออก:

ลำพังคำพูดเพียงอย่างเดียวจะดูไร้น้ำหนักและทำให้คิดว่าไม่จริง มีตัวอย่างการเคลื่อนไหวที่ชี้ว่ารัฐบาลปูตินเตรียมทำสงครามนิวเคลียร์ 

ตั้งแต่สงครามยูเครนยังไม่เริ่ม ช่วงที่รัฐบาลปูตินเตือนว่ากำลังจะบุกเข้ายูเครน นอกจากการซ้อมรบครั้งแล้วครั้งเล่าใกล้ชายแดนยูเครนแล้วยังซ้อมรบทำสงครามนิวเคลียร์เต็มระบบ แสดงให้เห็นว่าอยู่ในสภาพพร้อมยิงนิวเคลียร์

2-3 ปีนี้รัสเซียซ้อมรบกองกำลังนิวเคลียร์สม่ำเสมอ แสดงถึงการเตรียมความพร้อมต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังปรากฏข่าวประจำการเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ เรือดำน้ำติดขีปนาวุธนิวเคลียร์ การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใหม่ๆ

ล่าสุดกุมภาพันธ์ 2024 รัฐบาลรัสเซียอัพเดทความก้าวหน้ากับความพร้อมต่อสงครามนิวเคลียร์ว่า 95% ของอาวุธนิวเคลียร์ที่ประจำการอยู่ในขณะนี้เป็นอาวุธรุ่นใหม่ เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่รอปรับเปลี่ยน การปรับปรุงทั้งหมดกระทำในทุกระบบทั้งเรือดำน้ำ เครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ Tu-160M ขีปนาวุธรุ่นใหม่ล่าสุดจากฐานยิงบนบก

อีกประเด็นที่ควรเอ่ยถึงคือ กุมภาพันธ์ 2023 ประธานาธิบดีปูตินประกาศระงับ (suspension) ข้อตกลงจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ New START ด้วยเหตุผลว่ารัสเซียขอตรวจสอบให้มั่นใจว่าปลอดภัยไม่ถูกคุกคามเหมือนอย่างเช่นตอนนี้ ระบบอาวุธนิวเคลียร์สหรัฐไม่เป็นภัยคุกคามต่อตน ผลคือนับจากนี้รัสเซียอาจเพิ่มอาวุธนิวเคลียร์ไม่จำกัด ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่สหรัฐเข้าตรวจสอบ ไม่จำต้องรายงานอาวุธที่ถือครอง อีกทั้งอาจมีผลต่อสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear-Test-Ban Treaty: CTBT) สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Non-Proliferation Treaty: NPT)

ศึกยูเครนน่าจะเป็นอีกปัจจัยทำให้รัสเซียระงับ New START 

นิวเคลียร์นาโต:

ถ้ารัสเซียใช้นิวเคลียร์ในยูเครน กองทัพยูเครนเพลี่ยงพล้ำ คำถามตามมาคือนาโตยังจะช่วยยูเครนรบรัสเซียต่อหรือไม่ จะโต้กลับด้วยนิวเคลียร์ไหม หลายคนกังวลว่าจะกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ล้างโลก

ถ้ามองแบบนาโตโอกาสเกิดสงครามนิวเคลียร์นับวันจะมากขึ้น เนื่องจากมองว่ากองทัพรัสเซียไม่หยุดที่ยูเครน อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะรุกรานประเทศอื่นๆ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเตือนว่าถ้ายูเครนแพ้ เขา “เชื่ออย่างยิ่ง” ว่านาโตจะได้รบกับรัสเซีย เป้าหมายต่อไปของรัสเซียคือประเทศในแถบบอลติก (Baltic states- เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย) ทำให้ฝ่ายอำนาจนิยมฮึกเหิม เพราะฝ่ายประชาธิปไตยเลิกสนับสนุนยูเครน

คำเตือนของรัฐมนตรีออสตินย้ำสงครามยูเครนคือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม ที่ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้ไม่ได้ สงครามดำเนินต่อไป

ข่าวรัสเซียบุกยุโรปมีต่อเนื่อง อีกตัวอย่างคือแนวคิดเป้าหมายถัดจากยูเครนคือโปแลนด์ 

ด้วยเหตุผลว่าโปแลนด์เป็นแหล่งรองรับผู้ลี้ภัยยูเครนมากสุด (บางช่วงสูงถึง 8 ล้านคน) เป็นจุดพักอาวุธของประเทศต่างๆ ก่อนส่งเข้ายูเครน เป็นที่ฝึกทหารยูเครนจำนวนมาก มีพรมแดนติดต่อกับรัสเซียถึง 535 กิโลเมตร

โปแลนด์จึงอยู่เฉยไม่ได้ต้องเตรียมทำสงคราม ทางเดียวที่หยุดรัสเซียได้คือยูเครนเป็นฝ่ายชนะ Paweł Jabłoński รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมจึงกล่าวว่าต้องสนับสนุนยูเครน สงครามจะไม่จบที่ยูเครน รัสเซียมีเป้าหมายมากกว่านั้น หวังว่าเยอรมนีจะแสดงบทบาทต่อต้านรัสเซีย แต่ถ้าไม่โปแลนด์จะทำหน้าที่นี้เอง ต้องทำให้นาโตเข้มแข็งกว่านี้

เรื่องนี้อาจเป็นเหตุกระแสข่าวสหรัฐคิดติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ในยุโรป รัฐบาลฟินแลนด์กล่าวว่าอาจติดตั้งขีปนาวุธหัวรบนิวเคลียร์ของสหรัฐเพื่อป้องปรามรัสเซีย ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียประกาศอาจโจมตีด้วยนิวเคลียร์ถ้าสหรัฐติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ในยุโรป เป้าหมายโจมตีคือฐานที่ตั้งนิวเคลียร์เหล่านั้น “เป็นเป้าหมายที่สมควร” (legitimate targets) จากข่าวฟินแลนด์ดังกล่าว

ทุกวันนี้หลายประเทศในยุโรปประจำการอาวุธนิวเคลียร์แต่เป็นชนิดลูกระเบิด ยกเว้นฝรั่งเศสที่มีขีปนาวุธนิวเคลียร์มานานแล้ว ฟินแลนด์คิดเป็นประเทศใหม่ที่ประจำการขีปนาวุธหัวรบติดนิวเคลียร์อย่างเปิดเผย

การติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ในฟินแลนด์เทียบเคียงได้กับความกังวลที่ยูเครนจะติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์หลังเป็นสมาชิกนาโต และเทียบเคียงได้กับวิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis) 1962 สหภาพโซเวียตอยู่ระหว่างการติดตั้งและขนส่งขีปนาวุธเข้าไปในคิวบาหลากหลายชนิด ทั้งขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ทั้งแบบพิสัยกลางและพิสัยไกล 

ตอนนั้นรัฐบาลสหรัฐยืนกรานให้รัสเซียถอนกลับไป ไม่เช่นนั้นทำสงครามนิวเคลียร์แน่นอน เป็นช่วงตึงเครียดที่สุดของสงครามเย็น รอบนี้เป็นฝ่ายสหรัฐที่คิดติดตั้งขีปนาวุธนิวเคลียร์ใกล้ชายแดนรัสเซีย รัฐบาลปูตินประกาศพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ทันที

ถ้าวิเคราะห์ตามแนวทางข้างต้น ศึกยูเครนฝ่ายรัสเซียมีแต่ชนะกับเสมอ ส่วนยูเครนมีแต่เสมอกับแพ้เพราะนาโตไม่กล้าใช้นิวเคลียร์ (จุดยืนนาโตตั้งแต่ต้นคือไม่รบกับรัสเซียโดยตรงเพราะเสี่ยงเกิดสงครามนิวเคลียร์) ไม่กล้าช่วยยูเครนด้วยนิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่ยูเครนยอมให้ประเทศพังพินาศ ประชาชนล้มตายมากมายเพื่อปกป้องประชาธิปไตยตะวันตก นาโตไม่ยอมหายนะพร้อมกับยูเครน 

ในภาพที่กว้างขึ้น หากมองว่าเป็นศึกระหว่างนาโตกับรัสเซีย หลายปีนี้รัฐบาลปูตินแสดงท่าทีซ้ำๆ ว่าพร้อมทำสงครามนิวเคลียร์ ไม่ยอมโดนโจมตีฝ่ายเดียวแต่จะเป็นหายนะร่วมกัน

24 มีนาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9991 วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2567)

------------------------

บรรณานุกรม :

1. CIA estimated 50% chance that Russia would nuke Ukraine if it risked losing war: report. (2024, March 4). NY Post. Retrieved from https://nypost.com/2024/03/10/world-news/cia-warned-50-chance-that-russia-would-nuke-ukraine-report/

2. Doomsday Clock stays at 90 seconds to midnight. (2024, January 24). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-us-canada-68017445

3. Pentagon warns of direct Russia-NATO clash. (2024, February 29). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/593471-nato-fight-russia-austin/

4. Putin says he’s ready to use nuclear weapons if Russian state at stake, but ‘there has never been such a need’. (2024, March 13). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2024/03/13/europe/russia-putin-nuclear-weapons-ukraine-intl-hnk/index.html

5. Putin: Russia May Use Nukes Only as a Response Strike. (2018, March 7). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/world/201803071062304907-putin-russia-nuclear-weapons/

6. Russia Draws Red Line for Attacking US Nuke Sites Abroad. (2024, March 6). Newsweek. Retrieved from https://www.newsweek.com/russia-draws-red-line-attacking-us-nuke-sites-abroad-1876656

7. Share of modern weapons in the Russian nuclear forces has reached 95% — Putin. (2024, February 23). TASS. Retrieved from https://tass.com/politics/1750679

8. Soares, John A. (2000). Cuban Missiles Crisis. In Showalter, Dennis, & DuQuenoy, Paul. (Eds.), History in Dispute (Vol. 6. The Cold War, Second Series, pp.70-76). USA: St. James Press.

9. ‘We will be in danger if Russia wins’: Security concerns drive Poland’s support for Ukraine. (2023, February 11). France24. Retrieved from https://www.france24.com/en/europe/20230211-we-will-be-in-danger-if-russia-wins-security-concerns-drive-poland-s-support-for-ukraine

-----------------


State of the Union 2024 ไบเดนลั่นกลองหาเสียง

คำแถลงนโยบายประจำปี 2024 เหมือนการหาเสียงมากกว่าซึ่งไม่แปลกเพราะตรงกับปีเลือกตั้ง แม้ไม่เอ่ยว่าคำว่า “ทรัมป์” แต่ผูกประเด็นเข้ากับคู่แข่งการเมืองอย่างชัดเจน

7 มีนาคม 2024 ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าว “คำแถลงนโยบายประจำปี” (State of the Union) 2024 ปีสุดท้ายของการเป็นประธานาธิบดีสมัยนี้และจะมีการเลือกช่วงปลายปี รวบรวมผลงานเด่น นำเสนอนโยบายอนาคต ส่วนใหญ่ผูกโยงเข้ากับการเมือง เห็นชัดว่ามีเป้าหมายเพื่อการเลือกตั้ง บทความนี้นำเสนอบางส่วนพร้อมวิพากษ์ ดังนี้

          ประการแรก เสรีภาพประชาธิปไตยโดนโจมตี

            ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่าทุกวันนี้เสรีภาพกับประชาธิปไตยสหรัฐโดนเล่นงานทั้งในประเทศกับจากศัตรูต่างแดน

            ปูตินรัสเซียบุกยูเครน ทั่วยุโรปปั่นป่วนและน่าจะทำสงครามต่อ ถ้าเรายืนเคียงข้างและให้อาวุธยูเครนจะสามารถหยุดรัสเซีย โดยไม่มีทหารอเมริกันที่นั่นและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป แต่อดีตประธานาธิบดีคนก่อน (หมายถึงทรัมป์) กล่าวยอมให้รัสเซียทำอะไรก็ได้ตามที่ปูตินต้องการ เท่ากับยอมจำนนต่อผู้นำรัสเซีย เป็นคำพูดอันตรายและรับไม่ได้

            สหรัฐเป็นชาติผู้ก่อตั้งนาโตของเหล่าประเทศประชาธิปไตยเพื่อป้องกันสงคราม รักษาสันติภาพ ในสมัยรัฐบาลนี้นาโตเข้มแข็งกว่าอดีต ฟินแลนด์กับสวีเดนร่วมเป็นสมาชิกพันธมิตรทางทหารที่เข้มแข็งที่สุดของโลก ถ้าสหรัฐเดินจาก ยูเครนจะตกอยู่ในอันตราย ตามด้วยยุโรป โลกเสรีทั้งมวล พวกต่อต้านเราจะฮึกเหิม เราจะไม่เดินจากไม่ยอมจำนน

            จากนั้นไบเดนกล่าวถึงประชาธิปไตยอเมริกากำลังสะเทือนจากผู้ไม่ยอมถ่ายโอนอำนาจอย่างสงบเมื่อ 6 มกราคม 2020 (หมายถึงทรัมป์กับพวกสุดโต่ง) เป็นภัยร้ายแรงต่อประชาธิปไตย เขาล้มเหลวแต่ภัยคุกคามนี้ยังอยู่ ขอให้พวกเราทั้งหลายร่วมกันปกป้องประชาธิปไตย เคารพเลือกตั้งเสรีและยุติธรรม ฟื้นฟูความเชื่อมั่นสถาบันต่างๆ ต่อต้านความรุนแรงทางการเมือง

            วิพากษ์: แต่ไหนแต่ไรประธานาธิบดีโจ ไบเดนพูดเสมอว่าอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับ MAGA Republicans (พวกที่สนับสนุนทรัมป์อย่างเข้มข้น) เป็นพวกสุดโต่ง (an extremism – ไม่ใช่พวกประชาธิปไตย) นิยมความรุนแรง จงเกลียดจงชัง สร้างความแตกแยก ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อหลักนิติธรรม ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง รวมความแล้วไบเดนตีตราว่าเป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) คุกคามบั่นทอนประชาธิปไตย

            ไบเดนพยายามชี้ว่าตน (พรรคเดโมแครท) เป็นฝ่ายประชาธิปไตย ส่วนทรัมป์อยู่ฝ่ายตรงข้าม ถ้าต้องการปกป้องประชาธิปไตยขอให้เลือกพรรคเดโมแครท

          ประการที่ 2 เศรษฐกิจที่คิดจากล่างขึ้นบน

            ประชาชนจะเป็นผู้เสนอแนะแนวทางพัฒนาโดยรัฐจะลงทุนพัฒนาทุกด้านที่ให้ผลดีต่อทุกคน

ทุกวันนี้เศรษฐกิจของเราเป็นที่ชื่นชมทั่วโลก ตัวอย่างความสำเร็จ เช่น สร้างงาน 15 ล้านตำแหน่งใน 3 ปี งานในโรงงาน 8 แสนตำแหน่ง อัตราว่างงานต่ำสุดในรอบ 50 ปี 16 ล้านคนเริ่มกิจการเล็กๆ ของตน คนเข้าถึงประกันสุขภาพมากขึ้น เงินเฟ้อลดจาก 9% เป็น 3% ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้น สหภาพแรงงานเข้มแข็งอีกครั้ง ราคายาลดลงและกำลังเจรจาให้ลดลงอีก 500 รายการช่วยประหยัดภาษีถึง 200,000 ล้านดอลลาร์

            รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือประชาชนซื้อบ้าน สร้างบ้านราคาประหยัด 2 ล้านหลังเพื่อดึงราคาบ้านกับค่าเช่าให้ต่ำลง

            ส่งเสริมการศึกษาให้เป็นระบบดีที่สุดของโลก เด็กอายุ 3-4 ขวบเริ่มเข้าชั้นเตรียมอนุบาล วางหลักสูตรให้ผู้สำเร็จการศึกษามัธยมปลายได้วุฒิบัตรเพิ่ม 2-4 ใบ เพิ่มการเรียนพิเศษในภาคฤดูร้อน นักเรียนมัธยมปลายมีประสบการณ์ฝึกงานในบริษัท ค่าเทอมระดับวิทยาลัยจะลดลง รัฐบาลนี้ช่วยแก้ปัญหาหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเกือบ 4 ล้านคน

            ลดการขาดดุลของรัฐบาลกลางกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์และจะลดอีก 1 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า ส่งเสริมทุนนิยมแต่ต้องเสียภาษีอย่างเป็นธรรมด้วย เพื่อนำไปลงทุนพัฒนาชาติ ระบบสาธารณสุข การศึกษา การป้องกันประเทศและอื่นๆ

            วิพากษ์: ไบเดนพยายามชี้ให้เห็นภาพบวกทั้งที่ไม่เป็นจริงทั้งหมด ปลายปีก่อน Moody’s Investors Service ปรับลดเครดิตเรตติ้งรัฐบาลสหรัฐจาก stable เป็น negative ด้วยเหตุผลงบประมาณอ่อนแอ ชี้ว่าต้องแก้การใช้จ่ายภาครัฐที่ก่อหนี้สูงขึ้นทุกปี ฝ่ายการเมืองต้องร่วมกันแก้ปัญหา แต่หลายทศวรรษที่ผ่านมาหนี้มีแต่จะพอกพูนและสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

            กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาสำนักงบประมาณรัฐสภาสหรัฐ (CBO) คาดทศวรรษหน้าสหรัฐจะขาดดุลหนักกว่าปัจจุบัน ทั้งยังต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราสูงขึ้น ปี 2034 จะขาดดุถึง 2.6 ล้านล้านดอลลาร์เทียบกับปัจจุบันที่ 1.6 ล้านล้านดอลลาร์  อัตราดอกเบี้ยเป็นอีกปัจจัยทำให้ยอดหนี้โตอย่างรวดเร็ว ดอกเบี้ยที่งอกเงยขึ้นจะมากพอๆ กับงบกลาโหม ส่วนทิศทางดอกเบี้ยแม้ปีนี้น่าจะลดลงแต่อนาคตจะค่อยๆ สูงขึ้น

นอกจากนี้รายจ่ายด้านประกันสังคม การดูแลสุขภาพ จะเพิ่มขึ้นมากตามสัดส่วนคนสูงวัย

            ด้าน Jamie Dimon จาก JPMorgan เตือนว่าวิกฤตหนี้สาธารณะน่าจะเกิดและจะระเบิดทันทีในวันที่เศรษฐกิจอเมริกาย่ำแย่ ปัญหาหนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่นับวันเสียงเตือนดังขึ้นทุกที หากไม่แก้ไขประชาชนจะเสียงานเสียบ้าน ไม่ศรัทธาระบอบการเมืองเศรษฐกิจ

            ทั้งๆ ที่รู้ปัญหาแต่ทั้งรัฐบาลจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทยังก่อหนี้เพิ่ม หนี้สาธารณะกลายเป็นระเบิดเวลาที่รัฐบาลสร้างขึ้น หากวันใดระเบิดออกประชาชนคนรากหญ้าคือผู้รับผลกระทบมากที่สุด และไม่รู้ว่าใครจะช่วยได้อีก เพราะเมื่อถึงตอนนั้นรัฐบาลยังเอาตัวไม่รอด

            การที่ไบเดนพยายามพูดแต่มุมบวกจึงสร้างภาพบิดเบือนความจริง นักวิเคราะห์บางคนตีความว่าที่อเมริกาเจริญมาจากการสร้างหนี้ คำถามคือเช่นนี้ยั่งยืนแค่ไหน

            ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวต่อว่ารัฐบาลชุดก่อนลดภาษีคนรวยกับบรรษัทเอกชน 2 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้รัฐบาลกลางขาดดุลเพิ่ม รัฐบาลชุดก่อนก่อหนี้แรงสุดตั้งแต่ประวัติศาสตร์ก่อตั้งประเทศ

            ปี 2020 50 บริษัทใหญ่ที่สุดทำกำไร 40,000 ล้านดอลลาร์โดยไม่เสียภาษีแก่รัฐบาลกลางเลย เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ตอนนี้บริษัทเหล่านี้จะต้องเสียภาษีอย่างน้อย 15% และควรเพิ่มเป็น 21% ในอนาคต อีกตัวอย่างคือสหรัฐมีเศรษฐีพันล้านราวพันคน โดยเฉลี่ยแล้วคนเหล่านี้เสียภาษีแก่รัฐบาลกลางเพียง 8.2% เป็นอัตราต่ำกว่าครู ภารโรงและพยาบาล รัฐบาลเสนอเก็บภาษีมหาเศรษฐีอย่างน้อย 25% จินตนาการว่าภาษีที่มากขึ้นใช้เป็นงบประมาณสำหรับดูแลเด็กนับล้าน พัฒนาพวกเขาให้มีงานทำที่ดี ช่วยให้เศรษฐกิจเจริญ หรือเป็นเงินช่วยเหลือคนที่ออกจากงานเพื่อดูแลคนป่วยที่บ้าน ผู้ดูแลคนชราที่บ้านมีรายได้จากรัฐ นี่คือนโยบายเพื่อคนสูงวัย

            พวกรีพับลิกันจะตัดงบสวัสดิการสังคม ลดภาษีเศรษฐี แต่รัฐบาลชุดนี้ทำตรงข้าม

            ประเด็นผู้อพยพย้ายถิ่น จะเข้มงวดความมั่นคงตามแนวชายแดน เพิ่มเจ้าหน้าที่เพิ่มผู้พิพากษาดูแลคดีประเภทนี้โดยตรง เพิ่มเครื่องมือตรวจจับล้ำสมัย ให้ประธานาธิบดีมีอำนาจปิดพรมแดนชั่วคราวถ้าผู้อพยพเข้ามามาก ผู้อพยพย้ายถิ่นไม่ใช่ยาพิษของประเทศ รัฐบาลจะไม่แยกครอบครัวของพวกเขา ไม่กีดกันชาวต่างชาติด้วยศาสนาความเชื่อ ตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งประเทศนี้ประกอบด้วยชนหลายเชื้อชาติ พวกเขาทั้งหมดคือคนอเมริกัน รัฐบาลยึดมั่นสิทธิขั้นพื้นฐาน ความเสมอภาคเท่าเทียม

            วิพากษ์: ฐานเสียงของพรรคเดโมแครทคือพวกคนผิวสี ชนกลุ่มน้อยรวมทั้งคนเชื้อสายเอเชีย (พลเมืองอเมริกันเชื้อสายเอเชีย) พวกกรรมกร ในขณะที่คนผิวขาวเลือกรีพับลิกัน หลายคนนิยม White Supremacy พวกนี้สนับสนุนทรัมป์อย่างเหนียวแน่น แม้ทรัมป์ทำผิดกฎหมายหลายเรื่องที่คดีความจบแล้ว

            ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ เหตุขัดแย้งเรื่องคนผิวสี เกลียดชังคนจีน ทรัมป์มักแสดงท่าทีสนับสนุนพวกผิวขาวสุดโต่งที่นิยม White Supremacy เรื่องที่คนผิวขาวบางกลุ่มเห็นว่าตนเป็นผู้ปกครองประเทศอันชอบธรรม มีอภิสิทธิ์เหนือชนกลุ่มน้อยชนเชื้อสายอื่นๆ เป็นความชอบธรรมที่คนผิวขาวใช้ชีวิตอย่างหรูหรา ส่วนคนผิวสีต้องเป็นผู้รับใช้ การเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติในสหรัฐไม่ใช่ทัศนคติส่วนบุคคลแต่เป็นโครงสร้างสังคม ยึดถือในคนกลุ่มก้อนใหญ่ คนเหล่านี้ต่อต้านความเสมอภาคเท่าเทียมแม้คนผิวสี ชนกลุ่มน้อยเป็นพลเมืองอเมริกันตามกฎหมาย

            รวมความแล้วคำแถลงนโยบายประจำปี 2024 เหมือนการหาเสียงมากกว่าซึ่งไม่แปลกเพราะตรงกับปีเลือกตั้ง แม้ไม่เอ่ยว่าคำว่า “ทรัมป์” แต่ผูกประเด็นเข้ากับคู่แข่งการเมืองอย่างชัดเจน

17 มีนาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9984 วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2567)

----------------------------

บรรณานุกรม :

1. Here’s the full transcript of President Joe Biden’s State of the Union address. (2024, March 7). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/heres-the-full-transcript-of-president-joe-bidens-state-of-the-union-address-4af8a940?mod=mw_latestnews

2. U.S. deficit will soar in the next decade, new CBO projections show. (2024, February 8). Al Arabiya. Retrieved from https://www.axios.com/2024/02/07/us-deficit-interest-rates-cbo-projections

-----------------

แลนด์บริดจ์ไทยในความมั่นคงระหว่างประเทศ

ต้องมุ่งสร้างคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจสังคมแก่ประชาคมโลก ไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สอดคล้องกับหลักนโยบายต่างประเทศไทย

            หลายศตวรรษแล้วนับจากมนุษย์ใช้ประโยชน์จากการขนส่งทางเรือในทะเลหลวง สร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองแก่ประเทศผู้สามารถใช้ประโยชน์ดังกล่าวเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้าทางทะเลสัมพันธ์กับเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ แม้กระทั่งสงคราม การก้าวขึ้นมาของมหาอำนาจใหม่

            ในกรอบที่ใกล้ตัว ช่องแคบมะละกาเป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญของโลก เชื่อมระหว่างแปซิฟิกกับอินเดียไปไกลถึงแอฟริกา ยุโรป เป็นอีกปัจจัยช่วยให้สิงคโปร์เจริญรุ่งเรือง หลายประเทศได้ประโยชน์รวมทั้งไทย

            ในแง่ความมั่นคงระหว่างประเทศช่องแคบมะละกาเป็นจุดสำคัญทางยุทธศาสตร์ มหาอำนาจต่างหวังกำกับควบคุม สหรัฐมีสัญญากับสิงคโปร์เรื่องเติมเสบียงซ่อมบำรุงแก่เรือรบสหรัฐที่ผ่านไปมา ในอนาคตกองเรือบรรทุกเครื่องบินจีนคงจะมาย่านนี้บ้าง

            ไม่ว่าชอบหรือไม่ มหาอำนาจทั้งหลายจะส่งกองทัพมาป้วนเปี้ยนแถวนี้

            เพราะความมั่นคงปลอดภัยของการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกาสำคัญยิ่ง บางคนพูดถึงสงครามที่เครื่องบินเรือรบปะทะกัน ความจริงแล้วแค่ปิดหรือขัดขวางการขนส่งทางทะเลก็สร้างความปั่นป่วนแก่ระบบเศรษฐกิจแล้ว ตลาดเงินตลาดทุนจะรับผลกระทบก่อน จินตนาการว่าภายในสัปดาห์ดัชนีตลาดหุ้นลดฮวบ 30-40%  เพราะประเทศประสบปัญหานำเข้าเชื้อเพลิง บริษัทเอกชนจำนวนมากไม่สามารถส่งสินค้าตามปกติ ฯลฯ เครื่องบินเรือรบยังไม่ปะทะกันแต่เศรษฐกิจเสียหายแล้ว ถ้าปล่อยทิ้งไว้มีผลต่อความมั่นคงทางสังคม ลามไปถึงรัฐบาล

            “โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน” หรือที่นิยมเรียกกันว่า “โครงการแลนด์บริดจ์” ของไทยไม่พ้นจากแนวทางนี้

ความสามารถในการแข่งขัน:

            การเพิ่มเส้นทางขนส่งช่วยลดความแออัดของช่องแคบมะละกาที่เป็นปัญหามานานแล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีอธิบายเรื่องนี้ว่าความแออัดทำให้การเข้าคิวผ่านช่องแคบกินเวลานาน ปริมาณสินค้าที่ใช้เส้นทางเดินเรือเพิ่มขึ้น ช่องแคบมะละกาไม่สามารถบริหารได้ เส้นทางนี้ใช้ขนส่งน้ำมัน 60 เปอร์เซ็นต์จากทั่วโลก

            ความแออัดเป็นปัญหาเก่าที่พยายามบริหารจัดการอย่างดีที่สุดแล้ว คาดว่าน่าจะแออัดมากขึ้นในอนาคตเมื่อการค้าระหว่างประเทศขยายตัว โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่จะโตมากในศตวรรษนี้

            ทั้งนี้การเพิ่มเส้นทางต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ โดยเฉพาะประโยชน์จากต้นทุนการขนส่ง ความเร็วในการขนส่ง เป็นคำถามสำคัญที่หลายฝ่ายยังสงสัย แลนด์บริดจ์ไทยสามารถแข่งกับเส้นทางอื่นได้ดีเพียงไร

            นอกจากท่าเรือสิงคโปร์ โครงการท่าเรือน้ำลึก Melaka Gateway ของมาเลเซียที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามสิงคโปร์ เป็นอีกหนึ่งคู่แข่งที่ต้องพิจารณาใกล้ชิด

            นายชี ฮง ทัต รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสิงคโปร์ชี้ว่าโครงการแลนด์บริดจ์ในประเทศไทยอาจสามารถย่นระยะเวลาการเดินทางสำหรับเรือขนส่งสินค้าบางประเภทลงได้เพียงไม่กี่วัน เมื่อเปรียบเทียบกับการล่องเรือผ่านช่องแคบมะละกาและช่องแคบสิงคโปร์ แต่จะประหยัดเวลามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการถ่ายตู้คอนเทนเนอร์จากเรือบรรทุกสินค้า ระยะเวลาในการขนส่งผ่านเส้นทางเชื่อมระหว่างท่าเรือทั้งสอง ไปจนถึงระยะเวลาในการยกตู้คอนเทนเนอร์ลงเรือบรรทุกสินค้าอีกลำ

            เรื่องประโยชน์ที่ได้จากโครงการจึงสำคัญมาก ต้องตอบคำถามนี้ให้ชัดเจนเป็นที่ยอมรับก่อน เพราะโครงการก่อสร้างมูลค่ามหาศาล ผู้ลงทุนย่อมต้องมั่นใจก่อนว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

ไทยในท่ามกลางมหาอำนาจ:

            ทุกวันนี้การขนส่งทางเรือเชื่อมเอเชียแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดียผ่านทางช่องแคบมะละกาเป็นหลัก หากโครงการแลนด์บริดจ์สำเร็จจะเป็นเส้นทางใหม่ คู่ขนานกับเส้นทางช่องแคบมะละกา กองเรือบรรทุกสินค้านานาชาติจำนวนมากจะแล่นเข้ามาในอ่าวไทย ผ่านแผ่นดินไทย ข้าราชการกรมกองต่างๆ ตำรวจทหารจำนวนไม่น้อยจะมีส่วนกำกับดูแลการขนส่งโดยใช้แลนด์บริดจ์นี้

            บางคนตั้งคำถามว่าโครงการนี้จะดึงประเทศไทยเข้าสู่การช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจหรือไม่ หลายคนเอ่ยถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีนที่อาจจะร้อนแรง

            มหาอำนาจย่อมต้องเข้ามาสัมพันธ์กับแลนด์บริดจ์เชื่อม 2 มหาสมุทรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเป็นไปในช่องแคบมะละกาเป็นตัวอย่างให้เห็นอยู่แล้ว แต่ข้อนี้ไม่เป็นเหตุให้ไทยเลือกที่จะไม่สร้าง เลือกที่จะไม่พัฒนา การด้อยพัฒนาเสี่ยงถูกคุกคามและมักสูญเสียมากกว่า

             ไม่ว่าไทยจะสร้างแลนด์บริดจ์หรือไม่ การพัฒนาใดๆ สามารถถูกตีความเข้ากับการเมืองระหว่างประเทศได้ทั้งสิ้น ขึ้นกับว่ามหาอำนาจต้องการอะไรจากไทย

            นอกจากนี้ ต้องตระหนักว่าแต่ไหนแต่ไรไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจอยู่เสมอ ในยุคล่าอาณานิคมรัฐบาลอังกฤษกับฝรั่งเศษหารือกันว่าจะจัดการสุวรรณภูมิอย่างไร ในสมัยสงครามเย็น (Cold War) ไทยเจอทั้งศึกนอกศึกใน ปัจจุบันโลกพ้นจากสงครามเย็นแบบเดิมแต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนตีความว่าโลกกำลังเข้าสู่สงครามเย็นใหม่ (new Cold War) ขึ้นชื่อว่าสงครามเย็นน่าจะขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษ จีนกับสหรัฐจะเป็นคู่แข่งสำคัญในย่านนี้ ประเทศไทยต้องอยู่ในวังวนการช่วงชิงระหว่างมหาอำนาจอีกนานซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก สมาชิกอาเซียนอื่นๆ ล้วนอยู่ในวังวนนี้

            โจทย์สำคัญของนโยบายต่างประเทศไทยคือการวางตำแหน่งของประเทศเพื่อรับมือสถานการณ์และทิศทางของโลก ขับเคลื่อนนโยบายในทุกมิติเพื่อตอบสนองผลประโยชน์แห่งชาติและสร้างความกินดีอยู่ดีแก่ประชาชน

            พฤศจิกายน 2566 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า ไทยไม่เลือกข้าง ไม่เป็นคู่ขัดแย้งหรือส่วนหนึ่งของความขัดแย้งใดๆ ประเทศไทยดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ อย่างมีดุลยภาพ ท่ามกลางโลกหลายขั้วอำนาจ แข่งขันทั้งการเมืองระหว่างประเทศ เศรษฐกิจและเทคโนโลยี การวางจุดยืนของประเทศไทยสำคัญที่สุด

            และในอีกวาระกล่าวว่า ไทยจะรักษาสมดุลในการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับจีนและสหรัฐ รวมทั้งมีจุดยืนของตนเองบนพื้นฐานของหลักการที่ชัดเจนและผลประโยชน์ของประเทศ และมองไปยังประเทศที่มีอำนาจในตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา และกลุ่มประเทศอำนาจอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในการส่งเสริมความร่วมมือและความสัมพันธ์กับไทย

            แนวนโยบายต่างประเทศของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ไม่ต่างจากรัฐบาลชุดก่อนๆ ด้วยแนวทางนี้ไทยน่าจะอยู่รอดไม่พาตัวเองเข้าสู่ความขัดแย้งที่มหาอำนาจบางประเทศพยายามให้ไทยเลือกข้าง

ดึงนานาชาติมาร่วมทุนไม่ผูกขาด:

            โครงการแลนด์บริดจ์จำต้องใช้เทคโนโลยี การก่อสร้างจากบริษัทต่างชาติ เช่นเดียวกับทุนก่อสร้าง การเปิดกว้างเอื้อให้ได้ใช้เทคโนโลยีเหมาะสมที่สุด เปิดให้นานาชาติเข้าลงทุน ไม่เอื้อกลุ่มทุนประเทศใดประเทศหนึ่งคือแนวทางที่โครงการตั้งไว้

            การเปิดให้นานาชาติเข้าศึกษาร่วมทุนอย่างเปิดเผยโปร่งใสแม้จะยุ่งยาก เสียเวลา แต่ช่วยลดข้อกล่าวหารัฐบาลไทยเอนเอียงในการเมืองระหว่างประเทศ ไม่น่าจะเกินฝีมือรัฐบาลที่จะดำเนินการอย่างโปร่งใสที่สุด

            การบริหารจัดการเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ต้องสามารถแสดงให้เห็นว่าปราศจากการแทรกแซงจากการเมือง มุ่งสร้างประโยชน์แก่นานาชาติ ไม่อิงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

            เป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลไทยได้นำเสนอโครงการนี้ต่อสหรัฐ จีน ญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศทั้งภาครัฐกับเอกชน

            แผนและการดำเนินการตั้งแต่ต้นจึงสำคัญ ต้องเป็นแลนด์บริดจ์ที่สามารถแข่งขันได้ตลอดไป ยั่งยืนทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม มุ่งสร้างคุณประโยชน์ทางเศรษฐกิจสังคมแก่ประชาคมโลก ไม่เป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สอดคล้องกับหลักนโยบายต่างประเทศไทย

10 มีนาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9977 วันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2567)

-------------------------------

บรรณานุกรม :

1. กระทรวงการต่างประเทศไทย. (2023, November 22). รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศมอบนโยบายในพิธีเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ประจำปี ๒๕๖๖. Retrieved from https://www.mfa.go.th/th/content/pr201123?cate=5d5bcb4e15e39c306000683d

2. เข้าใจโครงการ "แลนด์บริดจ์" ที่รัฐบาลเศรษฐาพยายามขายต่างชาติ ยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่. (2024, January 19). บีบีซีไทย. Retrieved from https://www.bbc.com/thai/articles/c972795wv11o

3. นายกฯ ชี้แจง Landbridge เกิดขึ้นจากไทยเป็นศูนย์กลาง-ปัญหาช่องแคบมะละกา. (2024, January 4). การเงินธนาคาร. Retrieved from https://moneyandbanking.co.th/2024/83317/

4. Thai Land Bridge bid straddles a delicate US-China line. (2022, February 20). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/02/thai-land-bridge-bid-straddles-a-delicate-us-china-line/

-----------------

ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้รัสเซียในศึกยูเครน?

ไม่ว่าสงครามยูเครนจะจบปีนี้หรือปีหน้า ที่สุดแล้วน่าจะมีคำตอบว่าฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายอำนาจนิยมชนะ ตามที่รัฐบาลโลกเสรีเอ่ยถึงเรื่อยมา

            มีนาคม 2022 ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แสดงสุนทรพจน์ State of the Union ความตอนหนึ่งกล่าวว่าหน้าที่ของคนอเมริกันคือปลดปล่อยให้คนมีเสรีภาพจากทรราชย์ (tyranny) รัสเซียกำลังสะเทือนโลกเสรี สหรัฐจะยืนเคียงข้างยูเครน ตลอดประวัติศาสตร์ชี้ว่าเผด็จการ (dictator) จะต้องชดใช้สิ่งที่ตนกระทำ สหรัฐกับพันธมิตรจะร่วมกันต้านรัสเซีย ร่วมกันสนับสนุนยูเครน

            รัสเซียคิดว่าพวกเราพันธมิตรนาโตจะแตกแยก ตอนนี้พวกเราได้สร้างพันธมิตรกับหลายประเทศทั่วโลก เหล่าผู้รักเสรี ข้าพเจ้าใช้เวลามากมายในการรวมพันธมิตรยุโรปให้เป็นหนึ่ง พวกเราคว่ำบาตรเศรษฐกิจรัสเซียและทำให้สูญเสียหนัก ตัดธนาคารรัสเซียออกจากระบบการเงินโลก สหรัฐกับยุโรปร่วมกันปิดน่านฟ้าเครื่องบินรัสเซีย รูเบิลอ่อนค่าถึง 30% ดัชนีตลาดหุ้นร่วง 40%

            อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะไม่ส่งทหารไปรบยูเครน จะไม่ปะทะกับรัสเซียโดยตรงแต่จะปกป้องชาตินาโตยุโรป สหรัฐได้ส่งทหารเพิ่มเติมในหลายประเทศ เช่น โปแลนด์ โรมาเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย และเอสโตเนีย

            หลายประเทศในอียูแสดงท่าทีทำนองเดียวกับไบเดน ยกตัวอย่าง

            มีนาคม 2022 Margrethe Vestager รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) แสดงความเห็นว่าผลจากรัสเซียบุกยูเครนทำให้คิดว่าโลกเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว รัฐบาลปูตินเป็นภัยต่อประชาธิปไตย ต่อเสรีภาพของคนยุโรป เป็นสงครามเย็นแห่งศตวรรษที่ 21 มีลักษณะแตกต่างจากสงครามเย็นในอดีต โลกาภิวัตน์ยังอยู่ โลกยังต้องร่วมมือกัน เช่นร่วมแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ การส่งออกทำให้คนอยู่ดีกินดี เพิ่มการจ้างงานหลายล้านตำแหน่ง ทุกวันนี้อียูมีคู่ค้าเกือบ 80 ประเทศ ช่วยให้อียูมีอิทธิพลต่อประเทศต่างๆ

            มิถุนายน 2023 ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี (Volodymyr Zelenskiy) กล่าวว่า “รัสเซียรุกรานยูเครนคือการรุกรานกลุ่มประเทศยุโรปเสรีทั้งหมด กลุ่มชาติประชาธิปไตยต้องร่วมมือหาทางออกว่าทำอย่างไรจึงจะรับมือการรุกรานจากพวกอำนาจนิยม

            แนวคิดความโหดร้ายของกองทัพรัสเซีย จะบุกประเทศอื่นยึดครองยุโรปสร้างจักรวรรดิของตน ปรากฏอยู่ในสื่อตะวันตกเป็นระยะๆ ทั้งหมดทั้งปวงส่งเสริมฝ่ายประชาธิปไตยต่อต้านอำนาจนิยมรัสเซีย

สถานการณ์ล่าสุด:

            หลังทำสงคราม 2 ปีเต็มทั้งฝ่ายยูเครนกับรัสเซียต่างมีปัญหาเรื่องเสบียง กระสุนต่างๆ ทั้งจากเหตุผลด้านงบประมาณ กำลังการผลิตกระสุน (ที่พวกนาโตพยายามช่วยยูเครน) ทหารอ่อนล้าแม้พยายามระดมทหารใหม่เข้าทำสงคราม ทั้ง 2 ฝ่ายต่างพูดว่าตนเป็นฝ่ายได้เปรียบ ประกาศทำศึกต่อไป

            ในขณะเดียวมีกระแสข่าวเจรจายุติสงคราม โดยให้ยูเครนยอมเสียดินแดนบางส่วนทั้งๆ ที่ประธานาธิบดีเซเลนสกียืนกรานมาตลอดว่าจะไม่ยอมเสียดินแดน ทั้งยังตั้งเงื่อนไขต้องได้ไครเมียกลับคืน

            แต่หากคิดว่ารัสเซียเป็นฝ่ายได้เปรียบที่ตอนนี้ยึดครองดินแดนบางส่วนแล้ว การคืนให้ทั้งหมดยากจะเป็นไปได้ อีกทั้งคนยุโรปเห็นด้วยกับแนวคิดให้ยูเครนสละดินแดนบางส่วน เช่น ผลสำรวจที่ได้รับการสนับสนุนจาก European Council on Foreign Relations (ECFR) เมื่อกุมภาพันธ์ 2024 พบว่าคนยุโรปส่วนใหญ่ยังเห็นด้วยกับการให้ยูเครนทำสงคราม แต่มีเพียง 10% เท่านั้นที่คิดว่ายูเครนจะเป็นฝ่ายชนะ เกิดกระแสคนเห็นด้วยกับการที่ยูเครนจะสูญเสียดินแดนบางส่วนเพื่อยุติสงคราม

เงื่อนไขความต้องการของปูติน:

            ถ้าพูดแบบสรุปเรื่องที่รัฐบาลปูตินต้องการมีเพียงข้อเดียวคือ ยูเครนไม่เป็นสมาชิกนาโต

รัฐบาลปูตินประกาศนานหลายปีแล้วว่าเรื่องยูเครนเป็นสมาชิกนาโตเป็นเส้นต้องห้าม (red line)

            เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รัฐบาลรัสเซียย้ำจุดยืนนี้ เนื่องจากนาโตขยายตัวมาทางยุโรปตะวันออกจนติดพรมแดนรัสเซีย ส่งผลต่อแผนป้องกันประเทศรัสเซียที่ต้องการมีรัฐกันชน (buffer state) ดังนั้น เมื่อรัฐบาลเซเลนสกีต้องการเป็นสมาชิกนาโตจึงเท่ากับละเมิดเส้นต้องห้าม กองทัพรัสเซียจึงบุกยูเครนเพราะละเมิดเส้นต้องห้ามแล้ว

            การที่กองทัพรัสเซียยึดครองดินแดนยูเครนบางส่วน สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสค์ (Donetsk People's Republic: DPR) กับ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสค์ (Luhansk People's Republic: LPR) เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าจะไม่คืนส่วนนี้แก่ยูเครนแล้ว จะกลายเป็นเขตกันชนใหม่

            นอกจากการปะทะทางทหาร อีกประเด็นที่สำคัญมากคือทั้งฝ่ายสหรัฐกับรัสเซียใช้โอกาสนี้จัดระเบียบโลก สงครามที่ลากยาวให้โอกาสจัดระเบียบ นาโตมีเอกภาพถึงขั้นช่วยกันสนับสนุนยูเครนรบรัสเซีย สามารถตีความว่านาโตรบกับรัสเซียแล้วเพียงแต่ไม่ปะทะโดยตรง ด้านรัสเซียให้คนยุโรปรับรู้ผลเสียของสงคราม ส่งผลต่อเศรษฐกิจการเมืองในอียู (เช่นเดียวกับที่รัสเซียได้รับผลกระทบด้วย) ท้ายที่สุดแล้วประชาชนอาจเป็นผู้ตัดสินเรียกร้องให้หยุดสงคราม

ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้รัสเซียในศึกยูเครน?:

            ถ้าตีความตามสุนทรพจน์ ถ้อยแถลงของผู้นำสหรัฐกับผู้นำอีกหลายประเทศที่ชี้ว่าสงครามยูเครนคือการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม คงไม่เกินไปถ้าจะสรุปว่าหลังรบกัน 2 ปีเต็มและเข้าสู่ปีที่ 3 ทั้ง 2 ฝ่ายเสียหาย รัสเซียสูญเสียหนักทั้งทางทหารกับเศรษฐกิจ ฝ่ายประชาธิปไตยที่มีสหรัฐเป็นแกนนำนาโตไม่อาจเอาชนะรัสเซีย อาจเป็นฝ่ายขอเจรจายุติสงครามโดยรัสเซียได้ยึดครองดินแดนบางส่วนและเงื่อนไขอื่นๆ ที่รัสเซียต้องการ

            การที่ฝ่ายประชาธิปไตยยากจะรบต่อเพราะสงครามผ่านไปไม่กี่เดือนรัฐบาลเซเลนสกีร้องหาความช่วยเหลือด้านอาวุธ งบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ จากชาติตะวันตกต่อเนื่อง อาวุธเครื่องกระสุนจากหลายประเทศทยอยส่งเข้ายูเครน การรบทุกวันนี้จึงขึ้นกับกำลังบำรุงจากชาติตะวันตกโดยแท้ ตราบใดที่รัฐบาลสหรัฐกับพวกยังส่งความช่วยแก่ยูเครน สงครามน่าจะดำเนินต่อไป รัสเซียอาจรุกคืบกินดินแดนช้าๆ (รัสเซียอาจไม่คิดยยึดยูเครนทั้งประเทศจึงไม่สนใจรุกหนัก เพียงแค่รักษาการรบไว้) หรือผลัดกันรุกรับ

            ดังนั้นสงครามจะจบหรือไม่จึงขึ้นกับการตัดสินใจของนาโต โดยเฉพาะรัฐบาลสหรัฐ แม้เผชิญแรงกดดันไม่น้อย แต่เนื่องจากเศรษฐกิจอเมริกาแข็งแรงจึงยังทนได้เมื่อเทียบกับหลายประเทศ เป็นไปได้ว่าประธานาธิบดีไบเดนจะยืดการรบไปถึงหลังเลือกตั้งปลายปีนี้ เพราะพรรคเดโมแครท (พรรครัฐบาลไบเดน) ไม่อยากถูกพรรครีพับลิกันตีตราว่าแพ้รัสเซีย ต้องรักษาจำนวน ส.ส. ส.ว. ในสภาให้มากที่สุด (รวมทั้งสหรัฐกับรัสเซียยังตกลงเงื่อนไขกันไม่ได้)

            ปัจจัยที่น่าจับตาปีนี้คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ อดีตประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเมื่อมิถุนายน 2023 ว่าเรื่องที่อเมริกาควรทำมากที่สุดคือสร้างสันติภาพ หยุดสงครามรัสเซียกับยูเครน

            ในอีกวาระทรัมป์กล่าวว่าเขาสามารถหยุดสงครามยูเครนใน 24 ชั่วโมง

            ที่ทรัมป์กล่าวเช่นนั้นอาจเป็นเพียงแค่การหาเสียง หรือหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีอีกสมัยก็ไม่แน่ว่าจะหยุดสงครามยูเครนตามที่หาเสียงไว้ เพราะคนในพรรครีพับลิกันที่สนับสนุนทำสงครามมีมากเช่นกัน

            ส่วนท่าทีนานาชาติแม้อยากเห็นสงครามยุติเสียที สงครามยูเครนในช่วงต้นดันราคาพลังงานขยับสูงขึ้นมาก ต้นเหตุเงินเฟ้อพุ่ง แต่บัดนี้สถานการณ์ดีขึ้น

            ประเด็นที่น่าคิดคือสงครามจะจบอย่างไร ฝ่ายโลกเสรีที่มีสหรัฐเป็นแกนนำจะพ่ายแพ้รัสเซียในศึกยูเครนหรือไม่ จะตีความตอนจบอย่างไรในเมื่อรัฐบาลตะวันตกย้ำเรื่อยมาว่าศึกนี้เป็นสงครามระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม

            ปลายเดือนก่อนเดวิด คาเมรอน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกับ Radosław Sikorski รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศโปแลนด์และ Annalena Baerbock รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนีขอให้สหรัฐสนับสนุนงบประมาณแก่ยูเครนอย่างเต็มที่ ย้ำยูเครนเป็นสมรภูมิระหว่างฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยกับพวกอำนาจนิยม

            ล่าสุดลอยด์ ออสติน (Lloyd Austin) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐเตือนว่า ถ้ายูเครนแพ้ฝ่ายอำนาจนิยมจะฮึกเหิมเพราะฝ่ายประชาธิปไตยเลิกสนับสนุนยูเครน

3 มีนาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 9970 วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2567)

------------------

บรรณานุกรม :

1. Barely 10% of Europeans believe Ukraine can still defeat Russia, finds poll. (2024, February 21). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2024/feb/21/barely-10-per-cent-of-europeans-believe-ukraine-can-defeat-russia-poll

2. European Officials Push for U.S. Support of Ukraine. (2024, February 23). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/european-officials-push-for-u-s-support-of-ukraine-973c6570?mod=latest_headlines

3. Full text: Biden State of the Union 2022 transcript. (2022, March 2). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2022/03/01/biden-state-of-the-union-2022-transcript-full-text-00013009

4. Peace in Europe Must Now Be Defended Against Putin's Russia. (2022, April 4). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/europe/opinion-peace-in-europe-must-now-be-defended-against-putin-s-russia-a-51e18953-7328-4bc3-b08f-0c18fcf61cfd

5. Pentagon warns of direct Russia-NATO clash. (2024, February 29). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/593471-nato-fight-russia-austin/

6. "This Is a Cold War for the 21st Century" (2022, March 1). Spiegel Online. Retrieved from https://www.spiegel.de/international/europe/european-commission-vice-president-vestager-on-ukraine-invasion-a-cold-war-for-the-21st-century-a-db73f70e-2669-46b4-b18e-3560b45558cd

7. Three key drivers for the Ukraine war in 2024. (2024, February 27). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/02/three-key-drivers-for-the-ukraine-war-in-2024/

8. Time to make peace in Ukraine, Trump tells Reuters. (2023, June 30). TASS. Retrieved from https://tass.com/world/1640761

9. What happens in Crimea will determine Taiwan’s fate. (2023, June 15). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2023/06/what-happens-in-crimea-will-determine-taiwans-fate/

10. What Ukraine president Volodymyr Zelenskyy thinks about Donald Trump's claim of ending Russia-Ukraine war in 24 hour. (2023, July 10). Times of India. Retrieved from https://timesofindia.indiatimes.com/world/europe/what-ukraine-president-volodymyr-zelenskyy-thinks-about-donald-trumps-claim-of-ending-russia-ukraine-war-in-24-hours/articleshow/101636796.cms?from=mdr

-----------------