ทรัมป์ชี้เลือกแฮร์ริสได้ผู้นำคอมมิวนิสต์

พวกสนับสนุนทรัมป์ชี้ว่าพรรคเดโมแครทต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสังคมนิยม บางนโยบายของแฮร์ริสยึดแนวทางสังคมนิยม

            ตั้งแต่เป็นรองประธานาธิบดีพวกรีพับลิกันตีตราย้ำแฮร์ริสเป็นฝ่ายสังคมนิยม เมื่อแฮร์ริสเป็นตัวแทนเดโมแครทชิงตำแหน่งประธานาธิบดี พวกรีพับลิกันยิ่งตอกย้ำว่าเธอเป็นนักสังคมนิยม หากปล่อยให้พรรคนี้บริหารประเทศไปนานๆ ที่สุดแล้วอเมริกาจะกลายเป็นสังคมนิยม

            บทความนี้จะศึกษามุมมองที่ชี้ว่ากมลา แฮร์ริสเป็นฝ่ายซ้ายสังคมนิยม

เป็นคอมมิวนิสต์เต็มตัว:

            กรกฎาคม 2024 บนเวทีหาเสียงทรัม์กล่าวว่ารองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) ตัวแทนพรรคเดโมแครท “เป็นคนบ้าหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย ('radical left lunatic') เธอคนนี้จะทำลายประเทศของเราถ้าชนะเลือกตั้ง”

            สิงหาคม 2024 ทรัมป์โจมตีว่าแฮร์ริส “เป็นคอมมิวนิสต์เต็มตัว” ('full communist') นโยบายของเธอทำไม่ได้จริง แฮร์ริสคิดควบคุมราคาสินค้าจำเป็นตามแนวสังคมนิยมซึ่งเป็นไปไม่ได้ สหภาพโซเวียตกับอีกหลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่าแนวทางนี้ล้มเหลว ทรัมป์ยกเรื่องนี้หลังแฮร์ริสนำเสนอระบบควบคุมราคากลางต่อสินค้าจำพวกอาหาร ของกินของใช้ประจำวัน อันตรายมากหากคนของพรรคเดโมแครทชนะเลือกตั้ง เธอเป็นพวกมาร์กซิสต์ (Marxist) พวกฟาสซิสต์ (fascist)

            สอดคล้องกับที่อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีโลก ซีอีโอ Tesla กับ SpaceX และ X (ทวิตเตอร์) ได้โพสต์ใน X เรียกได้ว่าแฮร์ริสเป็นคอมมิวนิสต์

            สิงหาคม 2024 ในอีกวาระทรัมป์กล่าวบนเวทีหาเสียงว่าแฮร์ริสเป็นพวกซ้ายจัดหัวรุนแรง ("most radical left person")

            Nikki Haley ตัวแทนชิงตำแหน่งจากพรรครีพับลิกันอธิบายว่า แฮร์ริสมีแนวทางสายเดียวกับเบอร์นี แซนเดอร์ส ยึดแนวคิด “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (Democratic socialism) ที่โลกได้พิสูจน์แล้วว่าระบอบสังคมนิยมล้มเหลว

พวกเดโมแครทคือสังคมนิยม:

            การตีตราว่าเป็นสังคมนิยมไม่ใช่เรื่องใหม่ หลายทศวรรษแล้วที่พวกรีพับลิกัน พวกสนับสนุนทรัมป์ชี้ว่าพรรคเดโมแครทต้องการเปลี่ยนประเทศเป็นสังคมนิยม นโยบายหลายอย่างที่สอดคล้องแนวทางสังคมนิยมเป็นหลักฐานที่เห็นกันอยู่แล้ว พวกนี้ชอบออกกฎหมายควบคุมเศรษฐกิจสังคม ขยายอำนาจรัฐบาลกลางทุกด้าน รัฐบาลกลางเข้ากำกับควบคุมกระทั่งเศรษฐกิจเอกชน (private economy) เหล่านี้เป็นแนวทางสังคมนิยม กระแสนี้นับวันจะแรงขึ้นในหมู่รีพับลิกัน

            โครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล (Medicare) ที่ริเริ่มโดยประธานาธิบดี Harry Truman เมื่อปี 1945 เป็นตัวอย่างที่ฝ่ายรีพับลิกันคัดค้านเพราะเป็นแนวทางสังคมนิยม ปัจจุบันเบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ของพรรคเดโมแครทเสนอ Medicare for All ที่หนักว่าเดิม เด็กเกิดใหม่กับคนไร้ประกันภัยจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการนี้ แม้ในช่วงแรกได้สิทธิรักษาบางโรคและได้รับการรักษาอย่างจำกัด คนอเมริกันส่วนหนึ่งมองว่าโครงการนี้ใช้จ่ายมหาศาลไม่เหมาะกับฐานะการคลังประเทศ อีกทั้งเป็นการเอาเปรียบ คนจนกับคนไม่ยอมจ่ายเงินซื้อประกันภัยเอาเปรียบคนทำงานหนักและควักเงินซื้อประกันภัย พรรครีพับลิกันยืนยันคัดค้านนโยบายนี้ โครงการเช่นนี้ไร้ประสิทธิภาพ (ปราศจากการแข่งขันแบบทุนนิยมเสรี) เปิดโอกาสคอร์รัปชัน

            คนอเมริกันที่ยึดถือทุนนิยมเสรีตามแนวพรรครีพับลิกันจะมีจุดยืนว่าคนเราไม่เท่าเทียมในบางด้าน ถูกต้องแล้วที่คนรวยได้บริการที่ดีกว่า ได้การรักษาพยาบาลที่ดีกว่า เรื่องแบบนี้ถูกต้องสมควร เพราะคนนั้นควักกระเป๋าจ่าย เขารวยเพราะทำงานหนัก ทำงานแบบคนมีปัญญา รัฐบาลไม่จำต้องดูแลทุกคนเท่ากัน ไม่อุ้มคนจนทั้งหมด เพราะวิธีนี้ไม่ส่งเสริมให้คนขยันทำงาน ไม่ส่งเสริมให้คนใช้หัวคิด และเป็นไปไม่ได้ที่รัฐจะแบกรับภาระของคนทั้งประเทศ ทุกอย่างมีต้นทุนและในระยะยาวรัฐบาลแบกภาระไม่ไหว พังทั้งประเทศ

            อีกนโยบายที่ถูกวิพากษ์หนักว่าต้นคิดเป็นพวกสังคมนิยมคือ Green New Deal ที่มุ่งแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หนึ่งในมาตรการหลักคือให้รัฐบาลมีบทบาทสำคัญลงทุนพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งบางคนมองว่าเป็นการแทรกแซงตลาดเสรี

            อย่างไรก็ตาม สังคมนิยมที่เอ่ยถึงนี้ไม่เข้มข้นเท่าสังคมนิยมที่ใช้ในบางประเทศที่รัฐกำกับธุรกิจเอกชนอย่างเข้มข้น ปกครองแบบอำนาจนิยม อีกทั้งรัฐบาลรีพับลิกันบางสมัยยังออกนโยบายอุ้มชูเอกชนที่บางครั้งคล้ายสังคมนิยมเช่นกัน

ประธานาธิบดีสังคมนิยมคนแรกของอเมริกา?:

            บนฐานคิดว่าแฮร์ริสเป็นพวกสังคมนิยม หากชนะเลือกตั้งจะไม่เป็นเพียงประธานาธิบดีหญิงคนแรก ยังจะเป็นผู้นำจากสายสังคมนิยมประชาธิปไตยคนแรกของสหรัฐอเมริกา เธอจะใช้นโยบายสังคมนิยมหลายอย่าง นำประเทศถอยห่างจากประชาธิปไตยสู่สังคมนิยมมากขึ้น

            คนอเมริกันรู้จักเบอร์นี แซนเดอร์ส วุฒิสมาชิกรัฐเวอร์มอนต์ ผู้ประกาศตัวว่ายึดแนวทาง “สังคมนิยมประชาธิปไตย” (Democratic socialism) แฮร์ริสคือหนึ่งในนักการเมืองสายนี้ เคลื่อนไหวการเมืองแนวทางเดียวกัน เช่น นำเสนอโครงการประกันสุขภาพของรัฐบาล (Medicare) แก่ทุกคนหรือ Medicare for All ที่ฝ่ายรีพับลิกันชี้ว่าเป็นนโยบายสังคมนิยม

            จะเป็นเรื่องตลกหรือไม่ถ้าคนอเมริกันเทคะแนนให้พรรคประชาธิปัตย์ (Democrat party) เพราะรักเสรีภาพรักประชาธิปไตยแล้วได้ประธานาธิบดีสายสังคมนิยม

ตัวอย่างต่างประเทศ:

            เป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรงถ้าคิดว่าการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย จะต้องได้การเลือกแบบทุนนิยมเสรี มีตัวอย่างล่าสุดให้เห็นหลายประเทศ เช่น

            โอลาฟ โชลซ์ (Olaf Scholz) นายกรัฐมนตรีเยอรมนีคนปัจจุบัน เป็นหัวหน้าพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตย (SPD) ยึดแนวทางสังคมนิยม

            เป็นการเปลี่ยนแนวทางรัฐบาลหลังอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) บริหารประเทศถึง 16 ปี การที่พรรคของแมร์เคิลพ่ายแพ้ไม่ใช่เพราะไม่พอใจการบริหารประเทศของแมร์เคิล แต่เมื่อคนเยอรมันได้เวลาต้องเลือกคนอื่นที่ไม่ใช่แมร์เคิลอีก จึงเป็นโอกาสที่พวกเขาจะได้คิดและเลือกคนใหม่ตามกติกาประชาธิปไตย

            เป็นความงดงามของระบอบการเมืองประชาธิปไตยที่เปิดทางให้ประชาชนเลือกว่าต้องการแนวทางใด หลังจากใช้แนวทางของรัฐบาลแมร์เคิลถึง 16 ปี บัดนี้เสียงคนส่วนใหญ่เห็นว่าน่าจะลองแนวทางของสังคมนิยมประชาธิปไตยบ้าง

            ตุลาคม 2022 รัฐบาลจอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) จากพรรค Fratelli d'Italia (Brothers of Italy หรือ FdI) เริ่มบริหารประเทศ

            นายกฯ เมโนลีเริ่มก่อตั้งพรรค Fratelli d'Italia (Brothers of Italy หรือ FdI) เมื่อปี 2013 ยึดแนวคิดขวาจัด (far-right) มีรากฐานจากพรรค Alleanza Nazionale แนวฟาสซิสต์ (pro-fascist party) เป็นสายตรงของเบนิโต มุสโสลินี (Benito Mussolini,1883-1945) ผู้นำลัทธิฟาสซิสต์ ที่เป็นพันธมิตรกับฮิตเลอร์ในสมัยสงครามโลกครั้ง 2

            เยอรมนีกับอิตาลีเป็นเพียง 2 ตัวอย่างของการเมืองยุโรปขณะนี้ที่มีทั้งแนวซ้ายจัด (สังคมนิยม) ขวาจัด (เผด็จการฟาสซิสต์) และบางประเทศเป็นพวกสายกลางต่างมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งตามระบอบนี้สามารถได้รัฐบาลที่เป็นสังคมนิยมหรือเผด็จการ อยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน

            ดังที่เคยนำเสนอแล้วว่าจีนที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นเสรีทุนนิยมระดับหนึ่งและกำลังเป็นทุนนิยมากขึ้นทุกที คนจีนนี่แหละลูกค้ารายใหญ่สุดของสินค้าแบรนด์แนมทั่วโลก (สวนทางสังคมนิยม) ส่วนสหรัฐกับยุโรปบางประเทศกำลังเข้าหาอำนาจนิยมสายใดสายหนึ่ง (ผู้ปกครองตามแนวสังคมนิยมหรืออำนาจนิยมเผด็จการ) ถอยห่างจากการค้าเสรี

13 ตุลาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10194 วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2567)

-----------------------

บรรณานุกรม :

1. Is Kamala Harris a Socialist? (2020, July 30). The National Interest. Retrieved from https://nationalinterest.org/blog/reboot/kamala-harris-socialist-212102

2. Newell: Kamala Harris is a socialist at heart. (2020, August 13). Audacy. Retrieved from https://www.audacy.com/wwl/news/local/newell-kamala-harris-is-a-socialist-at-heart

3. Republicans Blast Democrats As Socialists. Here's What Socialism Is. (2020, August 25). NRP. Retrieved from https://www.npr.org/2020/08/25/905895428/republicans-blast-democrats-as-socialists-heres-what-socialism-is

4. The new Mussolini? Front-runner for Italian PM, Giorgia Meloni. (2022, September 24). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/world/europe/the-new-mussolini-front-runner-for-italian-pm-giorgia-meloni

5. Trump calls Kamala Harris 'radical left lunatic' in first rally since Biden bowed out. (2024, July 23). Channel News Asia. Retrieved from https://www.channelnewsasia.com/world/donald-

6. Trump says Harris has gone 'full communist' after unveiling handout-filled economic policy: 'Never worked'. (2024, August 17). Fox News. Retrieved from https://www.foxnews.com/politics/trump-says-harris-full-communist-unveiling-handout-ridden-economic-policy-never-worked

7. Trump says if Kamala wins, World War III is virtually guaranteed. (2020, August 22). New Straits Times. Retrieved from https://www.nst.com.my/world/world/2024/08/1094950/trump-says-if-kamala-wins-world-war-iii-virtually-guaranteed

-----------------

 

ทรัมป์คุกคามโลกเสรีประชาธิปไตย?

การที่ทรัมป์แสดงท่าทีเป็นมิตรต่อรัสเซีย จีน อาจไม่ปกป้องสมาชิกนาโต ชวนให้ตั้งคำถามว่าทรัมป์เป็นภัยคุกคามโลกเสรีประชาธิปไตยหรือไม่

            การอธิบายแนวนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ สามารถมองผ่านหลักคิดของท่าน เป็นที่รับรู้กันทั่วไปว่าทรัมป์ไม่ยึดถือหลักประชาธิปไตยจริงจัง ประธานาธิบดีโจ ไบเดนพูดซ้ำหลายครั้งว่าทรัมป์กับ MAGA Republicans เป็นพวกสุดโต่ง ตีตราว่าเป็นพวกกึ่งเผด็จการ (semi-fascism) คุกคามบั่นทอนประชาธิปไตย

            เพราะไม่ยึดถือหลักประชาธิปไตย ไม่คิดส่งเสริมจริงจัง เรื่องนี้สะท้อนผ่านนโยบายต่างประเทศ

ทรัมป์เป็นมิตรกับรัสเซีย:

            ทรัมป์มักชื่นชมประธานาธิบดีปูตินแม้ในยามนี้ที่นาโตทำสงครามตัวแทนกับรัสเซีย เรื่องนี้อาจตีความว่าเป็นกุศโลบายทางการทูต เพราะผู้นำประเทศต้องให้ผลประโยชน์ชาติมาก่อน ความสัมพันธ์ใดๆ กับต่างชาติล้วนต้องส่งเสริมชาติตัวเองให้ดีขึ้น

            ทรัมป์พูดอย่างเปิดเผยว่าตนยินดีให้รัสเซียทำอะไรก็ได้กับชาติสมาชิกนาโตที่ไม่ยอมตั้งงบประมาณกลาโหมตามข้อตกลง ไบเดนสวนทันควันว่าเป็นเรื่องที่ “โง่เขลา น่าละอายและไม่ใช่ความคิดอย่างอเมริกัน” ("dumb", "shameful" and "un-American") ตราบใดที่ตนเป็นประธานาธิบดีจะขอปกป้องสมาชิกนาโตอย่างถึงที่สุด

            Antonio Tajani รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอิตาลีกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าคำพูดของทรัมป์เป็นแค่ “คำพูดติดตลกช่วงหาเสียง” (electoral campaign joke)

            การเป็นมิตรนี้ดูจริงจัง กันยายน 2024 ทรัมป์กล่าวว่าถ้าเขาชนะเลือกตั้งจะดำเนินนโยบายเป็นมิตรกับรัฐบาลรัสเซียกับจีน ผมไม่คิดว่าพวกเขาเป็นศัตรู

            ในกรณีรัสเซียดูน่าเชื่อถือพอควร ส่วนกรณีจีนนั้นทุกคนทราบดีว่าหลายครั้งที่คำพูดของทรัมป์เชื่อถือไม่ได้ ช่วงเป็นประธานาธิบดีสมัยแรกเล่นงานจีนด้านเศรษฐกิจ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีน 20-30% เกิดการตอบโต้ไปมากับจีนอย่างหนักในช่วงนั้น ล่าสุดแสดงท่าทีจะขึ้นภาษีอีก ส่วนประเด็นไต้หวันต้องการแบ่งแยกดินแดนไม่เด่นเท่าสมัยไบเดน อาจตีความว่าจะขัดแย้งจีนเรื่องการค้าการลงทุนมากกว่าเรื่องไต้หวัน

            รวมความแล้ว เรื่องทรัมป์แสดงท่าทีเป็นมิตรกับผู้นำรัสเซียกับจีนถูกพรรคเดโมแครทใช้เป็นหลักฐานว่าทรัมป์ไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย จริงๆ แล้วทรัมป์ยึดถืออำนาจนิยม หวังปกครองประเทศ มีอิทธิพลโลกแบบนักอำนาจนิยมทั้งหลาย (รัสเซียกับจีนถูกกล่าวหาเช่นนี้)           

ไม่ปกป้องยูเครนเท่ากับไม่ปกป้องประชาธิปไตย:

            ตั้งแต่เริ่มสงครามยูเครน นาโตกับยูเครนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสงครามยูเครนไม่ใช่เรื่องระหว่างยูเครนกับรัสเซียเท่านั้น เป็นสงครามระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับอำนาจนิยม เป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่นาโตปล่อยให้ยูเครนแพ้ไม่ได้ หากแพ้จะส่งสัญญาณให้ประเทศอำนาจนิยมฮึกเหิม รุกรานประเทศอื่นๆ อีก

            ถ้าศึกนี้สหรัฐเป็นฝ่ายถอยก่อนจะมีคำพูดว่า “ฝ่ายประชาธิปไตยแพ้” หรืออาจตีความว่ารัฐบาลสหรัฐเตรียมทางลงไว้แล้ว

            ทรัมป์พูดว่าหากเป็นประธานาธิบดีอีกครั้งจะยินดีสงบศึกกับรัสเซียด้วยเงื่อนไขที่ยูเครนเสียเปรียบ

            หากสงครามยูเครนยุติมีทั้งข้อดีกับข้อเสีย

            ข้อดีคือหยุดการสูญเสียบาดเจ็บล้มตายที่สองฝ่ายน่าจะเสียชีวิตนับแสนแล้ว ยูเครนไม่ต้องพังพินาศมากกว่านี้ สามารถเข้ากระบวนการฟื้นฟูประเทศ ประชาชนยูเครนหลายล้านคนที่อพยพหนีภัยสงคราม ต้องอยู่อย่างยากลำบากไร้อนาคต ได้กลับประเทศสร้างตัวสร้างอนาคตอีกครั้ง สมาชิกนาโตทั้งหลายสามารถนำงบประมาณมหาศาลที่ช่วยยูเครนมาพัฒนาชาติในด้านต่างๆ รวมทั้งการเตรียมกองทัพให้เข้มแข็งขึ้นด้วย

            ข้อเสียคือแผนบั่นทอนทำลายรัสเซียชะงักตามยุทธศาสตร์สงครามไฮบริด ภัยคุกคามรัสเซียยังไม่สิ้นและอาจร้ายแรงยิ่งขึ้นถ้ายึดว่ารัสเซียมีเป้ายึดครองยุโรป

            มีนาคม 2024 ประธานาธิบดีไบเดนกล่าว “คำแถลงนโยบายประจำปี” (State of the Union) 2024 ความตอนหนึ่งว่าปูตินรัสเซียบุกยูเครน ทั่วยุโรปปั่นป่วนและน่าจะทำสงครามต่อไป ถ้าเรายืนเคียงข้างและให้อาวุธยูเครนจะสามารถหยุดรัสเซีย โดยไม่มีทหารอเมริกันที่นั่นและจะเป็นเช่นนี้ต่อไป แต่อดีตประธานาธิบดีคนก่อน (ทรัมป์) พูดยินยอมให้รัสเซียทำอะไรก็ได้ตามที่ปูตินต้องการ ซึ่งเท่ากับยอมจำนนต่อผู้นำรัสเซีย เป็นคำพูดอันตรายและรับไม่ได้

            ถ้าสหรัฐเดินจากไปยูเครนจะตกอยู่ในอันตราย ตามมาด้วยยุโรป โลกเสรีทั้งมวล พวกต่อต้านเราจะฮึกเหิม เราจะไม่เดินจากไม่ยอมจำนน

            หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสงครามยูเครนยุติได้ด้วยการเจรจาเท่านั้น ทรัมป์เปิดทางยินดีรับเงื่อนไขที่ยูเครนเสียเปรียบ (มิถุนายน 2024 ปูตินย้ำเงื่อนไขสงบศึกคือยูเครนต้องไม่ร่วมนาโต รัสเซียได้ครอง 4 จังหวัดทางฝั่งตะวันออกกับทางตอนใต้ของยูเครน นาโตเลิกคว่ำบาตรรัสเซีย) อันที่จริงแนวทางนี้ไม่ใช่ของทรัมป์ มีการถกเงื่อนไขทำนองนี้ในนาโตอยู่ก่อนแล้ว

            ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด หากรัฐบาลสหรัฐถอยน่าจะวิพากษ์ได้ว่าฝ่ายประชาธิปไตยยอมแพ้

            ถ้าเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้สะเทือนฝ่ายประชาธิปไตยโลกแน่นอน

ทรัมป์สงวนสิทธิ์ปกป้องสมาชิกนาโต:

            การที่ยูเครนไม่เป็นสมาชิกนาโตสามารถใช้เป็นข้ออ้างว่านาโตไม่จำต้องทุ่มทุกอย่างเพื่อยูเครน ในมุมมองที่กว้างกว่ายูเครน กุมภาพันธ์ 2024 บนเวทีปราศรัยหาเสียงทรัมป์กล่าวว่าตน ยินดีให้รัสเซียทำอะไรก็ได้กับชาติสมาชิกนาโต ที่ไม่ยอมตั้งงบประมาณกลาโหมตามข้อตกลงนาโตรวมถึงสงคราม และสหรัฐจะไม่ปกป้องสมาชิก ชี้ว่าพวกที่ตั้งงบกลาโหมต่ำเอารัดเอาเปรียบสหรัฐ

            ด้านเยนส์ สโตลเทนเบิร์ก (Jens Stoltenberg) เลขาธิการนาโตขณะนั้นออกมาพูดทันทีว่านาโตพร้อมปกป้องทุกประเทศที่เป็นสมาชิก หลังทรัมป์สนับสนุนให้รัสเซียโจมตียุโรปและสหรัฐอาจจะไม่ปกป้อง ตนหวังว่าไม่ว่าใครจะชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจะยังคงยึดมั่นความเป็นพันธมิตรนาโตอย่างเข้มแข็ง

            อันที่จริงแล้วหากชาตินาโตยุโรปถูกโจมตี รัฐบาลสหรัฐจะไม่ส่งกองทัพเข้าปกป้องก็ได้ เพราะนาโตไม่สามารถสั่งรัฐบาลสหรัฐแม้มีสนธิสัญญาก็ตาม นาโตจึงสั่นคลอนจากท่าทีของทรัมป์

            ด้านรัฐบาลโปแลนด์ ฝรั่งเศสและเยอรมันประกาศ อียูจะกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น

            จะเห็นว่าโปแลนด์ตื่นเต้นทันทีหลังทรัมป์กล่าวว่าตนจะขอให้รัสเซียทำสงครามกับชาติสมาชิกนาโตที่ไม่ยอมตั้งงบประมาณกลาโหมตามข้อตกลง โปแลนด์อยู่ในจุดที่รัสเซียน่าจะเข้าโจมตีจึงกังวลมากกว่าสมาชิกนาโตอื่นๆ

            ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวย้ำทันทีว่าทรัมป์เปิดไฟเขียวให้ปูตินก่อสงครามต่อไป ซึ่งอาจหมายถึงการรุกรานโปแลนด์กับประเทศในแถบบอลติก (Baltic states- เอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย)

            รัสเซียจะยึดครองยุโรปเป็นเรื่องอีกนานและอาจไม่เกิดขึ้น แต่ชี้ให้เห็นทัศนคติของทรัมป์ อย่างไรก็ตามควรคิดว่าอาจไม่ทำตามนั้นจริง เป็นเพียงวิธีการพูดเพื่อกระตุ้นให้คนสนใจ ในที่สุดสหรัฐต้องการนาโตเช่นเดียวกับที่นาโต้ต้องการสหรัฐ การพูดของทรัมป์ในช่วงหาเสียงก็เพื่อคะแนนเสียงเท่านั้น ถึงเวลาจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้ มีเหตุผลข้ออ้างเสมอ

            การที่ทรัมป์แสดงท่าทีเป็นมิตรต่อรัสเซีย จีน และอาจไม่ปกป้องสมาชิกนาโตยังมีข้อสงสัยหลายจุด แต่ชวนให้ตั้งคำถามว่าทรัมป์เป็นภัยคุกคามโลกเสรีประชาธิปไตยหรือไม่ เพราะสอดคล้องกับหลักคิดความไม่เป็นประชาธิปไตยของท่าน ทำไมสหรัฐต้องจ่ายราคาหนักเพื่อปกป้องประชาธิปไตยต่างแดน ชาติประชาธิปไตยทั้งหลายต่างหากต้องช่วยแบกรับงบกลาโหมสหรัฐ ช่วยซื้อใช้อาวุธ MADE IN USA มากขึ้น

20 ตุลาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10201 วันอาทิตย์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2567)

-----------------------

บรรณานุกรม :

1. Biden slams Trump criticism of Nato as 'shameful'. (2024, February 14). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-us-canada-68286645

2. Here’s the full transcript of President Joe Biden’s State of the Union address. (2024, March 7). Market Watch. Retrieved from https://www.marketwatch.com/story/heres-the-full-transcript-of-president-joe-bidens-state-of-the-union-address-4af8a940?mod=mw_latestnews

3. Nato chief says Trump remarks may put US and EU lives at risk. (2024, February 10). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2024/feb/11/nato-chief-jens-stoltenberg-promises-forceful-response-to-attack-as-trump-remarks-dismissed

4. Poland, France and Germany vow to make Europe stronger as fears grow over Russia and Trump. (2024, February 13). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/france-germany-poland-tusk-f40604859d6efba833a6895dcc95bffe

5. Trump says he would ‘encourage’ Russia to attack NATO allies who don’t pay up. (2024, February 11). Politico. Retrieved from https://www.politico.eu/article/trump-says-he-would-encourage-russia-to-attack-nato-members-that-dont-pay-enough/

6. Trump Says US Will Get Along Well With Russia, China After He Wins Election. (2024, September 17). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20240917/trump-says-us-will-get-along-well-with-russia-china-after-he-wins-election-1120173384.html

7. Western officials criticise Trump's Nato comments. (2024, February 12). The National News. Retrieved from https://www.thenationalnews.com/world/2024/02/11/western-officials-criticise-trumps-nato-comments/

-----------------

รัสเซียเตือนสงครามใหญ่หลังยูเครนรุกลึก (3)

ถ้าไบเดนอนุมัติให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธอำนาจทำลายสูงโจมตีรัสเซีย และปูตินโต้กลับทำลายฐานทัพ จุดยุทธศาสตร์อเมริกัน เมื่อถึงตอนนั้นสมรภูมิจะเปลี่ยนไปทันที

            บางคนให้ความสำคัญกับเรื่องถูกผิด ผู้รุกรานเป็นฝ่ายผิด แต่ในโลกแห่งความจริงทฤษฎีสัจนิยมชี้ว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ ประวัติศาสตร์บรรยายกษัตริย์หรือผู้ปกครองที่ยิ่งใหญ่จะรุกรานครอบครองอาณาจักรอื่นๆ เช่น เจงกิสข่าน อเล็กซานเดอร์มหาราช ในสมัยล่าอาณานิคม เจ้าอาณานิคมต่างพูดว่าการล่าอาณานิคมไม่ผิด แม้ไปตักตวงผลประโยชน์แต่ได้สร้างความเจริญแก่คนป่า

            รัฐบาลปูตินเห็นว่าหากยูเครนเป็นสมาชิกนาโตเป็นภัยคุกคาม จึงส่งกองทัพนับแสนรุกรานยูเครน แม้การทำเช่นนี้ผิดกฎหมายระหว่างประเทศแต่รัสเซียเห็นว่าความมั่นคงสำคัญกว่า ไม่ต่างจากอิสราเอลที่ทำต่อปาเลสไตน์ ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน สหรัฐทำสงครามโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน

            ดังนั้น ไม่ว่าเหตุผลข้ออ้างถูกหรือผิด เรื่องนี้ไม่สำคัญกว่าการตัดสินใจทำสงคราม ลองกลับไปนึกถึงสมัยล่าอาณานิคม

ปูตินขยายเกณฑ์ใช้อาวุธนิวเคลียร์:

            ตั้งแต่ก่อนเริ่มสงคราม กองทัพรัสเซียซ้อมรบ เตรียมพร้อมกองกำลังนิวเคลียร์เป็นระยะ

            รัฐบาลปูตินเตือนสงครามขยายตัว การใช้นิวเคลียร์อยู่เสมอ หลายฝ่ายชี้ว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เช่น กุมภาพันธ์ 2023 นายดมิทรี เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) อดีตนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ปัจจุบันเป็นรองประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (Deputy Chairman of the Security Council) ย้ำจุดยืนการใช้อาวุธนิวเคลียร์ว่า “ถ้าสหรัฐต้องการเอาชนะรัสเซีย เราก็มีสิทธิป้องกันตัวเองด้วยอาวุธทุกอย่าง รวมทั้งนิวเคลียร์”

            กันยายน 2024 ท่ามกลางสถานการณ์ยูเครนโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซีย รัฐบาลเซเลนสกีต้องการใช้ขีปนาวุธอำนาจทำลายสูงที่อาจเป็นของสหรัฐ เยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศส ประธานาธิบดีปูตินจึงขอปรับแก้เกณฑ์ใช้อาวุธนิวเคลียร์ จะใช้อาวุธนี้เล่นงานประเทศที่โจมตีรัสเซียทางอากาศอย่างหนักแม้ประเทศนั้นไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แต่ร่วมมือกับชาติที่มีอาวุธนิวเคลียร์ซึ่งเล็งถึงยูเครนนั่นเอง

            การขยายเกณฑ์ใช้นิวเคลียร์น่าจะเป็นการเตือนอีกระดับว่ารัสเซียพร้อมใช้อาวุธนิวเคลียร์ที่เคยเตือนครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้อมรบเตรียมพร้อมกองกำลังนิวเคลียร์เรื่อยมา

            ข่าวและการวิเคราะห์ที่ปรากฏในสื่อหลายชิ้นระบุว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 ใกล้เข้ามากขึ้นทุกขณะ อันหมายถึงการรบโดยตรงระหว่างฝ่ายสหรัฐกับรัสเซีย ข่าวการเตรียมพร้อมกองกำลังนิวเคลียร์รัสเซีย การซ้อมรบกองกำลังนิวเคลียร์ทั้ง 3 เหล่าอย่างต่อเนื่อง (ขีปนาวุธจากฐานยิงภาคพื้นดิน จากเรือรบหรือเรือดำน้ำ และจากเครื่องบิน) ล้วนปลุกกระแสให้คิดว่าสงครามโลกครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้น

ไบเดนทิ้งทวนยืดสงครามยูเครน:

            ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือสงครามนี้เริ่มในสมัยรัฐบาลไบเดน ไม่กี่สัปดาห์หลังสงครามเริ่มต้น ประธานาธิบดีโจ ไบเดนกล่าวใน State of Union 2022 ว่าหน้าที่ของคนอเมริกันคือปลดปล่อยให้คนมีเสรีภาพจากทรราชย์ (tyranny) รัสเซียกำลังสะเทือนโลกเสรี สหรัฐจะยืนเคียงข้างยูเครน

            ในบรรดาประเทศที่อยู่ฝ่ายยูเครน รัฐบาลไบเดนคือผู้ให้การสนับสนุนมากที่สุดและสำคัญที่สุด แสดงบทบาทมหาอำนาจผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย นักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่าที่ยูเครนยังรบได้เพราะนาโต หากสหรัฐยุติความช่วยเหลือ สงครามจะยุติด้วยเพราะกองทัพยูเครนไม่อาจรบต่อไป ทรัมป์ประกาศว่าตนสามารถยุติสงครามภายใน 24 ชั่วโมง ตั้งข้อสงสัยว่างบประมาณที่ช่วยยูเครนคุ้มค่าหรือไม่ ยอมยุติสงครามด้วยเงื่อนไขที่รัสเซียได้เปรียบ

            ทรัมป์กล่าวอย่างน่าคิดว่า “ตอนนี้มีสงครามที่ยุโรป ตะวันออกกลาง ความขัดแย้งขยายตัวที่ไต้หวัน เกาหลี ฟิลิปปินส์และเอเชียทั้งหมด” นโยบายของตนคือสร้างสันติภาพ “หยุดทุกวิกฤตที่รัฐบาล (ไบเดน) สร้างขึ้น”

            ด้านรัฐบาลไบเดนกับรองประธานาธิบดีแฮร์ริสยืนยันทำสงครามปกป้องยุโรป ปกป้องประชาธิปไตยต่อไป

            เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลไบเดนหวังให้ศึกยูเครนยืดเยื้อต่อไป โดยสร้างสถานการณ์นาโตอนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธร้ายแรงโจมตีลึกเข้าไปในรัสเซีย ปูตินโต้กลับโจมตีชาติสมาชิกนาโต ประธานาธิบดีไบเดนประกาศภาวะฉุกเฉินใช้อำนาจสั่งการกองทัพสู้กับรัสเซียทันที

            ไบเดนสามารถทำเช่นนั้นเพราะประธานาธิบดีเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Commander in Chief) ควบคุมกำลังพลทั้งหมดทั้งในยามสงบกับยามศึก หากศัตรูโจมตีคุกคามพันธมิตร (ตามสนธิสัญญา) กองกำลังอเมริกัน พลเมืองอเมริกัน หรือผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งของอเมริกาไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก จะเท่ากับโจมตีประเทศอเมริกา ประธานาธิบดีมีสิทธิ์ตัดสินใจตอบโต้อย่างใดอย่างหนึ่ง รวมถึงการสั่งใช้อาวุธนิวเคลียร์

            ใกล้ถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 แต่คนอเมริกันอาจไม่ได้ไปใช้สิทธิตามกำหนดหากสหรัฐประกาศเข้าร่วมสงครามยูเครน อยู่ที่รัฐบาลไบเดนจะตัดสินใจอย่างไร การรักษาความเป็นอภิมหาอำนาจต้องจ่ายราคา ประวัติศาสตร์สอนว่าการวางและรักษาระเบียบโลกมักเกี่ยวข้องกับสงคราม รอบนี้ฝ่ายตรงข้ามคือรัสเซียในศตวรรษที่ 21 สมัยปูติน

            มิถุนายน 2023 ประธานาธิบดีปูตินกล่าวอย่างน่าคิดว่ายูเครนเป็นส่วนหนึ่งของแผนเหมือนที่เคยทำลายสหภาพโซเวียต แนวคิดนี้อธิบายว่าสงครามจะยืดยาวไม่จบง่ายๆ

            ถ้ารัฐบาลไบเดนตัดสินใจอนุมัติให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธอำนาจทำลายสูงโจมตีฐานทัพ คลังอาวุธ จุดยุทธศาสตร์ของรัสเซีย และปูตินโต้กลับทำลายฐานทัพกับจุดยุทธศาสตร์อเมริกัน เมื่อถึงตอนนั้นสมรภูมิจะเปลี่ยนไปทันที ไบเดนมีสิทธิ์ใช้อำนาจพิเศษสั่งรบกับรัสเซีย เมื่อถึงตอนนั้นน่าติดตามว่าการเลือกตั้งอเมริกา 2024 จะเป็นอย่างไร เลือกตั้งอเมริกากับสงครามยูเครนสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด

6 ตุลาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10187 วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2567)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. Donald Trump vows to end wars, restore US power if elected again. (2024, July 18). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2552341/world

2. Full text: Biden State of the Union 2022 transcript. (2022, March 2). Politico. Retrieved from https://www.politico.com/news/2022/03/01/biden-state-of-the-union-2022-transcript-full-text-00013009

3. Martin, Paul., & Young, Joseph. (2011). The Impact of 9/11on Presidential Power. In The 9/11 encyclopedia. (2nd Ed. pp.5-9). USA: ABC-CLIO, LLC.

4. Putin gets ready for hot war with NATO. Russians need to be prepared. (2023, January 16). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/world/155458-russia_nato_war/

5. Putin's nuclear warning may change the world for good. (2024, September 26).

Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/world/160743-putin-nuclear-war/

6. Russia will use nuclear weapons for its defence – Medvedev. (2023, February 22). Pravda. Retrieved from https://english.pravda.ru/news/russia/155876-russia_nuclear_medvedev/

7. Stoltenberg assures EU that Nato would survive second Trump presidency. (2024, July 19). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/article/2024/jul/18/stoltenberg-assures-eu-that-nato-would-survive-second-trump-presidency

8. The Kremlin. (2023, June 13). Meeting with war correspondents. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/71391

-----------------