ผลงานประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี
รัฐบาลอิหร่านดำเนินนโยบายต่อต้านไซออนิสต์ ชาติตะวันตกเรื่อยมา อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านได้ทำหน้าที่จนถึงนาทีสุดท้าย
อิบราฮิม
ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านมีผลงานมากมาย ในที่นี้นำเสนอ
2 เรื่องเป็นตัวอย่างผลงานที่นานาชาติรับรู้
การปรับสัมพันธ์อิหร่าน-ซาอุฯ:
ความบาดหมางระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับชาติอาหรับและเครือข่ายย้อนหลังยาวไกล เกี่ยวข้องกับนิกายศาสนา
อำนาจปกครอง และร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมหาอำนาจเข้ามาในตะวันออกกลาง ขั้วซาอุฯ
ที่เป็นมิตรกับสหรัฐดำเนินนโยบายหลายข้อตามตะวันตก
หนึ่งในนั้นคือต่อต้านระบอบอิหร่าน ในระยะหลังรัฐบาลอิหร่านพยายามปรับความสัมพันธ์กับชาติอาหรับโดยเฉพาะซาอุฯ
ที่เป็นหัวเรือใหญ่ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลซาอุฯ ไม่ยอมรับ ชี้ว่าอิหร่านพยายามแทรกแซงกิจการภายใน
บ่อนทำลายสันติภาพตะวันออกกลาง
เรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นเมื่อเมษายน
2023 รัฐบาลอิหร่านกับซาอุฯ ร่วมแถลงจะเปิดสถานทูตระหว่างกัน
จะมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับเศรษฐกิจอีกครั้ง เรื่องนี้ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้ประธานาธิบดีสี
จิ้นผิงคนกลาง
เป็นการตัดสินใจที่ห้าวหาญสวนหลักคิดเดิมที่ยึดมาหลายทศวรรษ
อิบราฮิม
ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวในโอกาสดังกล่าวว่าอิหร่าน “ไม่เคย” คิดว่าซาอุฯ
เป็นศัตรู ไซออนิสต์ต่างหากที่เป็นศัตรู
ในมุมอาหรับ การที่อิหร่านกับซาอุฯ คืนดีกันตั้งอยู่บนหลักคิดว่าตะวันออกกลางที่สงบสุขให้ประโยชน์แก่อาหรับมากกว่า
นโยบายตอนนี้คือขยับเข้าหารัสเซีย จีน อิหร่านมากขึ้น ถ่วงดุลอิทธิพลสหรัฐ
ร่วมต่อต้านอิสราเอลโดยเฉพาะประเด็นปาเลสไตน์ เป็นความจริงที่บางประเทศสร้างและรักษาความยิ่งใหญ่ด้วยสงคราม
ขยายอิทธิพลกว้างขวาง สามารถวางกฎระเบียบที่ตนได้ประโยชน์ให้ประเทศอื่นๆ
ปฏิบัติตาม คำถามสำคัญคือรัฐบาลซาอุฯ ได้ประโยชน์จากแบบใดมากกว่า
ระหว่างส่งเสริมให้เกิดสงคราม สร้างความวุ่นวายในประเทศต่างๆ
กับอีกแนวทางคือภูมิภาคที่สงบเรียบร้อย
คืนดีอิหร่าน ดึงซีเรียกลับมาเป็นสมาชิกสันนิบาตอาหรับ
เปิดทางให้มหาอำนาจจีนรัสเซียมีบทบาทในภูมิภาค เหล่านี้เป็นหลักฐานชี้ว่าซาอุฯ
เลือกสันติภาพ
ทุกคนรู้ว่ายิ่งรบยิ่งพัง
ส่วนการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ความร่วมมือกับการพัฒนาจะเกิดขึ้นเอง
เป็นข้อที่ผู้ปกครองต้องตัดสินใจว่าต้องการสิ่งใด ไม่ถูกต่างชาติเสี้ยมให้รบกันด้วยหลักคิดที่อาจฟังดูดีแต่ทำไม่ได้จริง
เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
เมื่อรัฐบาลไรซียื่นมือออกไปและซาอุฯ ตอบรับ ผลคือประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข
ไม่ต้องผวาภัยสงคราม ระดมทรัพยากรพัฒนาประเทศ ตั้งหน้าสร้างอนาคต
สังคมเดินหน้าเต็มกำลัง
ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีอิบราฮิม
ไรซี
ปลดปล่อยปาเลสไตน์เชิดชูอิหร่าน:
สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นเรื่องที่โดดเด่น
เป็นความจริงที่พวกรัฐอาหรับแสดงบทบาทแข็งขันไม่น้อย สันนิบาตอาหรับ (Arab
League) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีมติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล
หลายครั้งพิสูจน์แล้วว่าแรงกดดันจากอาหรับได้ผลไม่น้อย
แต่ในบรรดาประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอิหร่านโดดเด่นเหนือใคร
ไม่เพียงแต่พวกฮามาสในกาซา กองกำลังอื่นๆ ที่อิหร่านหนุน อันได้แก่ ฮิซบอลเลาะห์
ฮูตี กองกำลังในอิรักกับซีเรียเปิดฉากรบกับอิสราเอล
บางส่วนปะทะกับกองกำลังสหรัฐกับพวกในตะวันออกกลาง ในทะเลแดง
เหล่านี้ชี้ว่าฝ่ายอิหร่านสู้กับไซออนิสต์จริง เรื่องนี้สัมพันธ์กับศาสนาด้วย
ตั้งแต่ต้นฝ่ายอิหร่านย้ำหลายรอบว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นฝีมือฮามาส 100% ทั้งนักรบกับการวางแผน เช่นเดียวกับกองกำลังอื่นๆ
อิบราฮิม ไรซี
ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่ากองกำลังที่โจมตีฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางตัดสินใจและลงมือด้วยตัวเอง
แต่ยอมรับว่าอิหร่านถือเป็นหน้าที่ต้องสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้
การรบของกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง
(รวมทั้งฮามาส) จึงเชิดชูบทบาทอิหร่านตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอล
ลงโทษอิสราเอล:
สงครามฮามาส-อิสราเอลอาจตีความว่าเป็นสงครามตัวแทนระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่าสงครามจะบานปลายกลายเป็นการรบโดยตรงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล
ในที่สุดอิหร่านกับอิสราเอลได้ปะทะกันโดยตรง
ทางการอิหร่านกล่าวสรุปปฏิบัติการโจมตีเพียงรอบเดียว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว
พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม
เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ
ตอบโต้อย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตย
(ไม่ได้ประเมินจากความสูญเสียที่อิสราเอลต้องชดใช้) ประธานาธิบดีไรซีสดุดีความสำเร็จกล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล
”ให้ไซออนิสต์ได้บทเรียน”
การปะทะโดยตรงแม้ถูกตีความว่าเป็นเชิงสัญลักษณ์
แต่นับว่าอิหร่านกล้าลงมือโจมตีอิสราเอลถึงบ้าน ขีปนาวุธ
โดรนอิหร่านบินตรงถึงอิสราเอลแล้ว
อิหร่านหลังไรซีเหมือนหรือแตกต่าง:
ถ้าถามว่าการจากไปของประธานาธิบดีไรซีส่งผลต่อประเทศหรือไม่
คำตอบคือคงไม่มาก
เพราะเป็นระบอบ Islamic theocracy ศาสนาเป็นรากฐานการปกครอง พระเจ้ามีสิทธิอำนาจสูงสุด (ไม่ใช่กษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี
หรือประชาชน)
ในขณะเดียวกันมีการจัดตั้งรัฐสภาหรือ
Majles (National Assembly) เฟ้นหาตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วน
เป็นตัวแทนคนทั้งชาติ มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่มีแนวทางบางอย่างแตกต่างกัน เข้ามีส่วนในการตัดสินใจนโยบายรัฐบาล
ตรวจตรากิจการของรัฐ รวมถึงศาล รับรองการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากประธานาธิบดี
มีอำนาจถอดถอนรัฐมนตรี โดยต้องสอดคล้องกับหลักศาสนา – ศาสนาเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองแบบหนึ่งนั่นเอง
Majles มาจากการเลือกตั้งทุก 4 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 290 คน
อีกบทบาทสำคัญคือเป็นผู้เลือกสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ จำนวน 6 คน (จากทั้งหมด 12
คน)
สภาผู้พิทักษ์ (Council of
Guardians/ Guardian Council) ประกอบด้วยคณะนักกฎหมาย (jurists) จำนวน 12 คน ทั้งหมดต้องมีความเชี่ยวชาญการพิพากษาด้วยศาสนา
(กฎหมายตั้งบนหลักศาสนา การเข้าใจกฎหมายต้องมีความรู้หลักศาสนาอย่างดี) 6 คนมาจากการแต่งตั้งโดยตรงจากผู้นำสูงสุด
อีก 6 คนมาจากการเลือกผ่านรัฐสภา
สภาผู้พิทักษ์มีหน้าที่วินิจฉัยรัฐธรรมนูญและรับรองกฎหมายที่ผ่านจาก Majles
ว่าถูกต้องตามหลักอิสลาม และมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
เช่นการเลือกตั้งปี 2005 มีผู้สมัครกว่า 2 พันรายแต่ได้รับการอนุมัติเพียง 8 ราย
จะเห็นว่าสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ครึ่งหนึ่งมาจากผู้นำสูงสุดอิหร่านกับอีกครึ่งประชาชนเป็นผู้เลือกเข้ามาผ่านรัฐสภา
โดยรวมแล้วประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนรัฐสภา
ได้รัฐบาลบริหารประเทศ ได้เลือกครึ่งหนึ่งของตัวแทนสภาผู้พิทักษ์
แต่ทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักศาสนาอิสลาม
เมื่อศาสนามั่นคง
(เปลี่ยนแปลงไม่ได้) รัฐบาลทุกชุดบริหารประเทศขัดศาสนาไม่ได้
การบริหารจึงไปทิศทางเดียวกัน เช่น นโยบายปลดปล่อยปาเลสไตน์ ต่อต้านไซออนิสต์
ไม่ยอมให้ตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลครอบงำเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม การบริหารประเทศของรัฐบาลแต่ละชุด
จึงแตกต่างในเชิงการให้น้ำหนักหรือวิธีการบางอย่างตามบริบท
ยกตัวอย่าง
สมัยประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ในตอนนั้นกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรอยู่ในตะวันออกกลางจำนวนมาก
ส่วนหนึ่งอยู่ในอัฟกานิสถาน ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดดำเนินนโยบายแข็งกร้าว ปี
2005 ประกาศว่าอิหร่านจะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ และอาจถอนตัวออกจาก NTP ซึ่งเท่ากับว่า IAEA ไม่อาจตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่านได้อีกต่อไป
และอาจตีความตั้งใจว่าจะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ในสมัยอาห์มาดีเนจาดโครงการนิวเคลียร์อิหร่านพัฒนาอย่างรวดเร็ว
เป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสำคัญต่อเนื่อง
ดังนั้น
การเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีหรือรัฐบาลจึงเปลี่ยนแปลงในวิธีการบางอย่างตามบริบท
ส่วนเป้าหมายหลักคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและไม่อาจเปลี่ยนแปลง อิบราฮิม ไรซี
ประธานาธิบดีอิหร่านได้ทำหน้าที่จนถึงนาทีสุดท้าย
บรรณานุกรม :
1. 10
Questions and answers about Iran's retaliatory attack on Israel. (2024, April
15). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/497192/10-Questions-and-answers-about-Iran-s-retaliatory-attack-on-Israel
2. Abrahamian, Ervand. (2008). A History
of Modern Iran. UK: Cambridge University Press. P.166
3. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton.
(2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear
Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.).14)
4. Dargie, Richard. (2008). Iran.
USA: Arcturus Publishing. P.38.
5. Biden Urges Caution as Israel Weighs Response to Iran.
(2024, April 15). WSJ. Retrieved from
https://www.wsj.com/world/middle-east/biden-presses-for-diplomatic-response-to-irans-attack-on-israel-1c5452a1?mod=world_lead_story
6. Clean Victory. (2024, April 14). Tehra Times. Retrieved
from https://www.tehrantimes.com/news/497137/Clean-Victory
7. Dargie, Richard. (2008). Iran.
USA: Arcturus Publishing. P.37
8. Iran ‘never’ considered Saudi Arabia as an enemy:
President Raisi. (2023, May 18). Al Arabiya. Retrieved from
https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2023/05/18/Iran-never-considered-Saudi-Arabia-as-an-enemy-President-Raisi
9. Iran says strikes on US troops are due to
its support for Israel, presence in region. (2023, October
30). Times of Israel. Retrieved from
https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/
10. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad:
The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California
Press. p.128
11. Saudi Arabia, Iran formally restore ties, agree to travel
visas for citizens. (2023, April 7). Arab News. Retrieved from
https://www.arabnews.com/node/2282371/saudi-arabia
12. Supreme Leader Warns of US, Zionists'
Continued Hostility against Iran. (2015, August 27). FNA. Retrieved from
http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940605000203
13. Tehran move to reopen embassies, vow to bring 'stability'
to Mideast. (2023, April 6). France24. Retrieved from
https://www.france24.com/en/middle-east/20230406-iran-saudi-arabia-agree-to-reopen-embassies-ease-travel
-----------------
มติยูเอ็นสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์
ยืนยันเจตนารมณ์ของนานาชาติที่ “ขัดแย้ง” อิสราเอล สหรัฐและพวก สะท้อนว่าระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังสั่นคลอน
สงครามฮามาส-อิสราเอลในฉนวนกาซางวดเข้ามาทุกที อิสราเอลเข้ากวาดล้างเกือบทุกพื้นที่แล้ว แต่ผลโพลไม่นานนี้ชี้ว่าคนอิสราเอล 71% ต้องการให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ออกจาก คาดว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปจะหลุดจากตำแหน่ง บทบาทผู้นำประเทศในฐานะปกป้องชาติบ้านเมืองไม่เข้าตาประชาชน
นักวิชาการบางคนเห็นว่าการกวาดล้างพวกฮามาสไม่ช่วยหยุดการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ทั้งยังโหมกระพือความเกลียดชังให้แรงมากขึ้น คนยิวในที่ต่างๆ ทั่วโลกถูกคุกคาม ดูหมิ่นดูแคลน แม้ยิวในอิสราเอลน่าจะปลอดภัยขึ้นแต่ยิวในต่างแดนอยู่ยาก
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นอีกปัจจัยกดดันให้หยุดยิง ประธานาธิบดีโจ ไบเดนหวังได้คะแนนเสียงจากพวกเชื้อสายอาหรับ ต้องการตีตัวออกห่างจากคำว่าไร้มนุษยธรรม น่าเชื่อว่าไบเดนรู้ตัวคะแนนนิยมของตนดีหรือไม่ ต้องทำอย่างไรจึงได้ใจคนอเมริกันที่เป็นฐานเสียง พรรครีพับลิกันฝ่ายค้านฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาลที่เคยพูดไว้ว่าจะสนับสนุนอย่างมั่นคงแข็งแกร่งแต่ตอนนี้แสดงตัวออกห่าง ระงับขายอาวุธบางชนิดแก่อิสราเอลชั่วคราว
ด้านเนทันยาฮูพยายามใช้กองทัพกดดันให้ฮามาสยอมรับเงื่อนไขสงบศึก สถานการณ์เข้มข้นขึ้นทุกที น่าติดตามว่าที่สุดแล้วจะสงบศึกหรือไม่ ฝ่ายใดได้ประโยชน์จากข้อตกลงหยุดยิง
สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าของการต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่ายที่ดำเนินมาหลายทศวรรษแล้ว สงครามนี้สะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคตะวันออกกลางกับระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ตั้งแต่เริ่มสงคราม อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที อิสราเอลละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนในการโจมตีเมืองกาซา พวกฮามาสก่อความรุนแรงเพราะมีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็โจมตี ด้านทูตอิสราเอล Gilad Erdan โต้ว่าท่านเลขาธิการฯ ไม่เข้าใจสภาพความเป็นไปของโลก ไม่เข้าใจการก่อการร้าย การสังหารเข่นฆ่าที่ฮามาสกระทำต่ออิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
รัฐบาลอิสราเอลให้เหตุผลกวาดล้างฮามาสคือการกำลังปกป้องตัวเอง สอดคล้องกฎบัตรสหประชาชาติ ด้าน Josep Borrell ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียูกล่าวว่า สิทธิการป้องกันตัวเองต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ จะใช้หลักป้องกันตัวเองแล้วละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้ การตัดน้ำตัดไฟ ควบคุมการส่งอาหารแก่พลเรือนล้วนผิดกฎหมายระหว่างประเทศทั้งสิ้น การที่อิสราเอลเป็นสมาชิกสหประชาชาติย่อมถือว่ายอมรับกฎหมายเหล่านี้ หากอิสราเอลอยากทำตามใจตัวเอง ควรลาออกจากสมาชิกภาพ
ทั้งคู่ต่างพูดจากมุมองคนละแบบ อิสราเอลยืนยันการปกป้องตัวเองสำคัญที่สุด ไม่สนใจว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ สิทธิมนุษยชนมีประโยชน์อะไรถ้าบั่นทอนทำลายบ้านเมืองตัวเอง
ย้อนหลังธันวาคมปีก่อนสมัชชาสหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง มีเพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่คัดค้านการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม อิสราเอลไม่สนข้อมติ รัฐบาลไบเดนกับพวกยังส่งอาวุธสนับสนุนอิสราเอลรบต่อไป
สมัชชาสหประชาชาติสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์:
10 พฤษภาคมที่ผ่านมาสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) มีมติสนับสนุนให้ปาเลสไตน์เป็นสมาชิกสหประชาชาติเต็มตัว ชี้ว่าปาเลสไตน์มีคุณสมบัติครบถ้วน ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงทบทวนเรื่องการรับปาเลสไตน์เป็นสมาชิกอีกครั้ง
143 ประเทศสนับสนุนข้อมตินี้ 25 ประเทศงดออกเสียง 9 ประเทศที่คัดค้าน 2 ใน 9 ประเทศที่คัดค้านคือสหรัฐกับอิสราเอล
รัฐบาลซาอุฯ ชี้ว่ามติสมัชชาแสดงให้เห็นว่านานาชาติคิดเห็นอย่างไร การรับรองรัฐปาเลสไตน์สอดคล้องกับการสร้างสันติภาพถาวรในตะวันออกกลางตามแนวทางทวิรัฐ (two-state solution) ที่พูดถึงเรื่อยมา นานาชาติไม่อาจทนเห็นชาวปาเลสไตน์อยู่ทุกข์ยากอีก ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดอิสราเอลทำร้ายปาเลสไตน์
ด้านรัฐบาลสหรัฐชี้แจงว่าสนับสนุนตั้งประเทศปาเลสไตน์แต่ต้องผ่านการเจรจาเห็นพ้องในหมู่ประเทศที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่ออิสราเอลกับปาเลสไตน์อยู่ด้วยกันอย่างสงบ แม้ผ่านมาหลายสิบปีแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ต้องเจรจาต่อไป
นานาชาติต้องการระบบโลกใหม่:
ประเทศที่เสนอมติและผู้รับรองน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ต้นว่าที่สุดแล้วจะไม่เกิดรัฐปาเลสไตน์ ด้วยเหตุผลเดิมคือสหรัฐคัดค้าน (คณะมนตรีความมั่นคงเคยพิจารณามตินี้เมื่อเมษายน 2023 แต่สหรัฐคัดค้าน) เหตุที่เสนอมตินี้อีกครั้งเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของนานาชาติที่ “ขัดแย้ง” อิสราเอล สหรัฐและพวก ตอกย้ำว่าเหลือไม่กี่ประเทศที่คัดค้าน พวกที่คัดค้านเท่ากับสนับสนุนการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” “ขาดมนุษยธรรม” ที่อิสราเอลกระทำเรื่อยมาและกำลังทำอยู่ในตอนนี้
ท่ามกลางเสียงส่วนใหญ่ที่ต้องการสันติภาพ หวังให้ชาวปาเลสไตน์สงบสุข ชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนไม่โดนกดขี่ มีเสรีภาพดังชาติเสรีประชาธิปไตยทั้งหลาย ถ้าตีความตามบริบทเฉพาะหน้า ข้อมตินี้มุ่งแสดงเจตนารมณ์ที่นานาชาติยืนเคียงข้างชาวกาซานั่นเอง
ถ้ามองในกรอบระดับโลก อาจตีความว่า 143 ประเทศผู้สนับสนุนมติอยู่ฝั่งตรงข้ามสหรัฐ มีเพียง 25 บวก 9 ประเทศเท่านั้นที่อยู่ฝ่ายสหรัฐ กำลังสะท้อนว่าระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังสั่นคลอน
การสั่นคลอนนี้ที่ว่าไม่ได้หมายความว่าทั้ง 143 ประเทศเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐ ความร่วมมือยังมีอยู่และหวังร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้นเพื่อการพัฒนา การอยู่ดีมีสุข แต่ได้แสดงออกว่าไม่ขอเดินตามสหรัฐทุกเรื่อง ต้องการระเบียบโลกใหม่ที่ ”มีมนุษยธรรม” มากขึ้น ระบบโลกไม่จำต้องอยู่ภายใต้กฎแห่งป่าที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด นานาชาติสามารถร่วมมือกันได้จริงๆ
สิงหาคม 2023 เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่าระบบโลกเดิมที่บางประเทศรักษาการอยู่ดีกินดีของตนด้วยการกดขี่ขูดรีดผู้อื่นกำลังจะสิ้นสุด มนุษยชาติไม่ต้องการเช่นนั้น โลกพหุภาคีที่เป็นธรรมกำลังก่อตัว มีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกชาติ เคารพอธิปไตยของชาติอื่น หลายประเทศอยากเข้าร่วมกลุ่ม หนีการใช้ดอลลาร์เป็นหลักฐานในตัวเอง
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผินเรียกร้องประชาคมโลกให้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์แก่ทุกชาติให้มากกว่านี้ (ไม่ใช่เพื่อบางประเทศเท่านั้น) ตอบสนองความต้องการของประชาชาชน ยกมาตรฐานธรรมาภิบาลโลก ความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ยึดถือผลประโยชน์ทุกประเทศ สร้างข้อตกลงที่ได้ประโยชน์ร่วม แก้ปัญหาข้อพิพาทเพื่อมุ่งสันติภาพ
กำลังต่อสู้และเปลี่ยนแปลง:
ประวัติศาสตร์เตือนใจว่าอารยธรรมหนึ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นแล้วดับไป มหาอำนาจหนึ่งเฟื่องฟูแล้วถูกแทนที่ด้วยมหาอำนาจใหม่ กฎใหม่กติกาใหม่ถูกเขียนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดสงครามใหญ่น้อย โลกในศตวรรษที่ 21 อยู่ในสภาพเช่นนี้ไม่ต่างจากหลายศตวรรษก่อน
บางช่วงเป็น cold war ไม่ใช่ hot war เป็นสงครามเศรษฐกิจ สงครามวัฒนธรรม (ค่านิยม แนวคิด) บางครั้งบางเรื่องตีความว่าเป็นเพียงการแข่งขันช่วงชิงตามธรรมดาโลก
มหาอำนาจพยายามรักษาอำนาจของตนตามหลักคิดที่ยึดมั่น ไม่ต่างจากรัฐบาลอิสราเอลมองว่าต้องจัดการภัยคุกคามทั้งหลายให้อยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ตราบใดที่ปาเลสไตน์ยังมีกลุ่มแบบฮามาส (ไม่ว่าจะใช้ชื่อใดก็แล้วแต่) ตราบนั้นอิสราเอลไม่ปลอดภัย ต้องทำอะไรสักอย่างและเป็นเช่นนี้เรื่อยไป
มติสมัชชาสหประชาชาติสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์คือหนึ่งในความเป็นไปของระบบระเบียบโลกปัจจุบัน เห็นถึงการต่อสู่ช่วงชิงในกรอบสงครามฮามาส-อิสราเอล (หรือจะตีความกว้างกว่านั้นก็ได้)
ถ้าหันกลับมามองกรอบภูมิภาค แนวทางทวิรัฐ (two-state solution) ได้พิสูจน์กว่า 3 ทศวรรษแล้วว่าล้มเหลว เป็นแค่หัวข้อสนทนาของคนรักสันติหรืออ้างสันติ แต่เรื่องที่พูดถึงเป็นเพียงความฝัน หากตื่นจากหลับจะพบความจริงว่าพื้นที่ปาเลสไตน์นับวันจะลดน้อยลงทุกทีและอาจลดลงอีกที่ฉนวนกาซา ไม่ช้าโลกจะเห็นความจริงนี้อีกครั้ง
-----------------------------------
บรรณานุกรม :
1. Does Netanyahu have a plan beyond his own survival? (2024, May 16). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/05/does-netanyahu-have-a-plan-beyond-his-own-survival/
2. Historic vote for Palestine. (2024, May 11). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/news/498340/Historic-vote-for-Palestine
3. Israel-Hamas war: 'Nothing will stop us,' Netanyahu says. (2023, December 14). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/israel-hamas-war-nothing-will-stop-us-netanyahu-says/live-67716305
4. Lavrov: BRICS ‘Can Become One of Pillars of New World Order’. (2023, August 21). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20230821/lavrov-brics-can-become-one-of-pillars-of-new-world-order-1112756353.html
5. UN General Assembly backs Palestinian bid for UN membership. (2024, May 11). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20240511/b724c8c63bd44ea988a7bb13f40b3964/c.html
6. Xi says no country should be left behind in global modernization. (2023, August 24). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230824/0f2e8d7ce25e4203962d4335e8b1e2b4/c.html
-----------------
แรงกดดันให้ฮามาส-อิสราเอลหยุดยิง
ไม่มีฝ่ายใดสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศอย่างสมบูรณ์แต่ได้บางเรื่องสำคัญตามต้องการ ทั้งหมดเกิดขึ้นบนความสูญเสียของชาวกาซาล้านคน
ยิ่งสงครามงวดเข้ามา อิสราเอลจะเข้ากวาดล้างเมือง Rafah มีหลายปัจจัยบ่งชี้ว่าทุกฝ่ายต้องการหยุดยิง
เหลือแต่รายละเอียดเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเจรจา ต่างมีแรงกดดัน
บทความนี้สรุปแรงกดดันทั้งในส่วนอิสราเอล สหรัฐ ฮามาสและอิหร่าน ดังนี้
อิสราเอล:
ตั้งแต่เริ่มสงครามอันโตนิโอ
กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที
การโจมตีเมืองกาซาละเมิดสิทธิมนุษยชน ธันวาคมปีก่อนที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง
เพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่คัดค้านการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม เป็นหลักฐานชี้ว่านานาชาติเห็นว่ากองทัพอิสราเอลทำเกินกว่าเหตุ
สมควรหยุดยิง
ถ้ามองจากคนอิสราเอลแยกได้
2 ฝ่าย คือพวกไซออนิสต์ที่สนับสนุนกวาดล้างฮามาส
ไม่สนใจมนุษยธรรม กับพวกที่ยึดแนวทางเสรีนิยม กลุ่มหลังนี้มักต่อต้านนายกฯ เทนทันยาฮูด้วยหลายเหตุผล
ยิ่งสงครามทอดยาวประเด็นต้องการให้รัฐบาลช่วยตัวประกัน
เบื่อหน่ายผลกระทบจากสงครามที่ประชาชนต้องแบกรับแรงมากขึ้น
เป็นเหตุชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง ชี้ว่าหากรัฐบาลแก้ไม่ได้ก็ขอให้นายกฯ ลาออก
คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นญาติพี่น้องของตัวประกันที่ยังอยู่ในมือฮามาส ยิ่งสงครามงวดเข้ามา
อิสราเอลจะเข้ากวาดล้างเมือง Rafah ที่พวกฮามาสใช้เป็นที่หลบซ่อนสุดท้าย
ญาติพี่น้องของตัวประกันยิ่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย
เนทันยาฮูอาจชนะสงครามแต่กำลังแพ้ศึกในประเทศตัวเอง
ตั้งแต่ต้นรัฐบาลเนทันยาฮูย้ำเป้าหมายสำคัญคือทำลายฐานที่มั่นทางทหารกับองค์กรการเมืองให้สิ้นซาก
จะทำลายฮามาสจนถึงที่สุด มาถึงตอนนี้เหลือแต่พื้นที่ Rafah
เล็กนิดเดียว นับว่ากองทัพอิสราเอลได้กวาดล้างเกือบเบ็ดเสร็จ ฮามาสยังเป็นภัยคุกคามแต่ลดลงมาก
การฟื้นตัวต้องใช้เวลาหลายปี หากบุกเข้ามาอีกค่อยเข้ากวาดล้างอีกรอบ
เมื่อประเมินผลดีผลเสียทั้งหมด กองทัพอิสราเอลควรหยุดแค่นี้ก่อน
สหรัฐกับพวก:
ตั้งแต่ต้นสงครามบทบาทรัฐบาลไบเดนโดดเด่น เป็นผู้สนับสนุนหลักของอิสราเอลไม่ว่าจะทางทหาร
ทางการทูต กองทัพอิสราเอลรบได้ดีเพราะมีอาวุธกับความช่วยเหลือของสหรัฐโดยแท้
กองทัพสหรัฐกับพวกได้ปะทะฮูตีในเยเมน รักษาการเดินเรือเสรีในย่านทะเลแดง อ่าวเอเดน
(Gulf of Aden) อันเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นอีกส่วนที่สหรัฐโดดเด่น
ด้านการเมืองระหว่างประเทศ
สหรัฐยังเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดต่อความมั่นคงภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามนี้มีรัฐบาลสหรัฐเป็นส่วนผสมอยู่เสมอ
เจรจากับอิสราเอล กาตาร์ ซาอุฯ ลำพังข้อนี้ได้เชิดชูความเป็นมหาอำนาจ
ชี้นำความเป็นไปของภูมิภาคท่ามกลางกระแสการเข้ามาของจีนกับรัสเซียที่ไม่อาจเทียบสหรัฐในด้านความมั่นคงทางทหาร
เรื่องมนุษยธรรมเป็นอีกหัวข้อที่นานาชาติเอ่ยถึงมาก
ในตอนต้นรัฐบาลสหรัฐยังไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่เมื่อยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นและจำนวนมากเป็นเด็ก
(ราว 40%) รัฐบาลไบเดนเริ่มตีตัวออกห่างจากอิสราเอล ขอให้อิสราเอลมีแผนปกป้องพลเรือน
ถึงขั้นประกาศระงับส่งอาวุธบางส่วนแก่อิสราเอลเป็นการชั่วคราว
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี
ผู้สมัครทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทต่างชูนโยบายสนับสนุนอิสราเอล
ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของพวกล็อบบี้ยิสต์ อิทธิพลยิวในอเมริกา
แต่การที่นานาชาติเรียกร้องให้หยุดยิงมีผลแรงมากจนรัฐบาลไบเดนต้องให้ความสำคัญเพื่อชี้ว่าประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับมนุษยธรรม
(โดยที่ยังสนับสนุนอิสราเอลทำศึกต่อไป)
แรงต่อต้านในประเทศทวีความสำคัญเมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยบางแห่งรณรงค์เรียกร้องให้หยุดยิง
คว่ำบาตรไม่ค้าขายกับอิสราเอล
นักศึกษาเหล่านี้มีปากกับความคิดเป็นอาวุธสามารถสร้างกระแสต้านยิว
ต้านอิสราเอลได้เป็นอย่างดี น่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งไม่น้อย คนที่ลังเลใจอาจตัดสินใจไม่เลือกไบเดนอีก
การเลือกตั้งสหรัฐปลายปีนี้จึงมีอิทธิพลให้ฮามาส-อิสราเอลหยุดยิง
ด้วยฝีมือนักศึกษา
ฮามาส:
ฮามาสประกาศจุดยืน
Operation al-Aqsa Storm “เพื่อยุติอาชญากรรมทั้งสิ้นที่เกิดจากการยึดครอง”
ตอบโต้ความโหดร้ายทั้งหลายที่อิสราเอลกระทำต่อปาเลสไตน์และต่อมัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa
Mosque) 7 เดือนผ่านไปการปลดปล่อยปาเลสไตน์ยังไม่แล้วเสร็จแต่ได้พยายามต่อสู้ถึงที่สุดแล้ว
พวกฮามาสยอมรับเองว่าควรหยุดยิง เสนอเจรจาหยุดยิง
ปรากฎการณ์ต่อต้านยิวอยู่คู่กับการปลดปล่อยปาเลสไตน์เรื่อยมา รายงานวิจัย ANTISEMITISM
WORLDWIDE REPORT FOR 2023 ชี้ว่าสงครามฮามาส-อิสราเอลโหมกระแสต้านยิวทั่วโลก
ถ้ามองว่ากระแสต้านยิวคือส่วนหนึ่งของสงคราม เป็นสงครามจิตวิทยา น่าเชื่อว่าคนยิวในที่ต่างๆ
ทั่วโลกอยู่ยากมากขึ้น และคงเป็นเช่นนี้อีกนาน ในมุมมองนี้การเสียสละของฮามาสกับชาวกาซานำสู่ชัยชนะนี้อย่างงดงาม
เนื่องจากรัฐบาลไบเดนถูกตีตราว่าคือพวกเดียวกับอิสราเอล เมื่ออิสราเอลไร้มนุษยธรรม
รัฐบาลไบเดนจึงถูกตีตราเช่นนั้นด้วย เรื่องนี้ลามไปถึงประชาชนอเมริกันต่อต้านรัฐบาลตัวเองดังที่นำเสนอข้างต้น
รัฐบาลเสรีประชาธิปไตย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนถูกคนของตัวเองตีตราว่าไร้มนุษยธรรม
สงครามคร่าชีวิตไปแล้วกว่า
34,000 คน กาซาพังพินาศกลายเป็นซากปรักหักพัง คนกาซาที่เหลือกว่าล้านอยู่ได้ด้วยสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาชาติ
ทรัพย์สินที่หลงเหลือคือชีวิตตัวเอง หากรบต่อในเมือง Rafah ชาวบ้านคงล้มตายอีกมาก
ยุติการรบคือยุติการสูญเสียผู้บริสุทธิ์
ที่สำคัญกว่านั้นคือได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มฟื้นฟูเมือง ชาวกาซาย้อนอดีตไม่ได้
ได้แต่เดินหน้าต่อด้วยความหวังมีชีวิตที่ดีขึ้น
การปลดปล่อยปาเลสไตน์ยังไม่แล้วเสร็จ
พวกฮามาสที่เหลือจำต้องฟื้นฟูเพื่อต่อสู้ในอนาคต เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป
อิหร่าน:
ตั้งแต่แรกอาจตีความว่าศึกนี้คือสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล
เป็นสงครามตัวแทนโดยใช้ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี กองกำลังในซีเรียกับอิรัก (ก่อนปะทะกันโดยตรงในเดือนเมษายนซึ่งเป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า)
เมื่อฮามาสได้รบกับอิสราเอลสมใจ ถือว่าอิหร่านประสบความสำเร็จด้วย
วันนี้นานาชาติประณามอิสราเอลกับสหรัฐครั้งใหญ่อีกรอบ โหมกระพือความจงเกลียดจงชังยิวโดยเฉพาะไซออนิสต์
เหล่านี้อาจเป็น “เป้าหมายที่ไม่ประกาศ”
ในฝ่ายต่อต้านอิสราเอล
อิหร่านคือประเทศโดดเด่นสุด ตีความเชิงศาสนาว่าคือนิกายชีอะห์ อิหร่านโดดเด่นในเวทีนานาชาติอีกครั้งด้วยเรื่องนี้
โดยเฉพาะในกลุ่มมุสลิมที่เห็นด้วยกับแนวทางอิหร่าน
ตั้งแต่ต้นฝ่ายอิหร่านย้ำหลายรอบว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการ
ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นฝีมือฮามาส 100% ทั้งนักรบกับการวางแผน เช่นเดียวกับกองกำลังอื่นๆ
การพูดเช่นนี้บ่งบอกว่าอิหร่านไม่เกี่ยวข้องโดยตรง
สหรัฐหรืออิสราเอลจึงโจมตีอิหร่านเพราะฮามาสหรือกองกำลังต่างๆ ไม่ได้ และเมื่ออิสราเอลกับอิหร่านปะทะกันโดยตรง
ฝ่ายอิหร่านโจมตีอิสราเอลเพียงรอบเดียว พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ ข้อนี้เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลอิหร่านยังไม่ต้องการทำสงครามแตกหัก
รวมความแล้วฝ่ายอิหร่านประสบผลสำเร็จในการเชิดชูบทบาทตนเองในเวทีโลก
สามารถผลักดันให้นานาชาติโดดเดี่ยวอิสราเอลกับสหรัฐ ภาพลักษณ์รัฐบาลไบเดนเสียหาย
ความจงเกลียดจงชังยิวโดยเฉพาะไซออนิสต์เพิ่มสูง
เพียงเท่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
โดยรวมแล้ว ไม่มีฝ่ายใดสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศอย่างสมบูรณ์แต่ได้บางเรื่องสำคัญตามต้องการ
เช่น ได้กวาดล้างฮามาส ได้ตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจ โลกเกลียดชังยิวมากขึ้น เชิดชูอิหร่าน
ที่ควรทิ้งท้ายคือทั้งหมดเกิดขึ้นบนความสูญเสียของชาวกาซาล้านคนที่คาดว่าต้องทนทุกข์จากผลของสงครามรอบนี้อีกนานหลายปี
----------------------
บรรณานุกรม :
1. Al-Aqsa
Storm: Palestinian resistance humiliates Israel. (2023, October 7). Tehran Times.
Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/489860/Al-Aqsa-Storm-Palestinian-resistance-humiliates-Israel
2. Ground offensive will be aimed at
destroying Hamas from bottom up. (2023, October 15). jnsdotorg. Retrieved from
https://www.jns.org/ground-offensive-will-be-aimed-at-destroying-hamas-from-bottom-up/
3. Iran says strikes on US troops are due to
its support for Israel, presence in region. (2023, October
30). Times of Israel. Retrieved from
https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/
4. Israel-Hamas war: 'Nothing will stop us,' Netanyahu says.
(2023, December 14). DW. Retrieved from
https://www.dw.com/en/israel-hamas-war-nothing-will-stop-us-netanyahu-says/live-67716305
5. ‘Netanyahu is the Problem.’ Why Tens of Thousands
Are Protesting in Israel. (2024, April 3). Time. Retrieved from https://time.com/6963118/israel-hamas-war-protests-netanyahu/
6. Pollack, Kenneth. (2013). Unthinkable:
Iran, the Bomb, and American Strategy. New York: Simon & Schuster.
7. Russia's Putin calls Gaza situation 'a
humanitarian catastrophe'. (2023, October 26). Daily Sabah. Retrieved
from https://www.dailysabah.com/world/mid-east/russias-putin-calls-gaza-situation-a-humanitarian-catastrophe
8. U.S. Department of
Defense. (2023, December 18). Statement from Secretary of Defense Lloyd J.
Austin III on Ensuring Freedom of Navigation in the Red Sea. Retrieved
from https://www.defense.gov/News/Releases/Release/Article/3621110/statement-from-secretary-of-defense-lloyd-j-austin-iii-on-ensuring-freedom-of-n/
-----------------
ปลดปล่อยปาเลสไตน์เชิดชูอิหร่าน
การปลดปล่อยปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับศาสนา เชิดชูอิหร่าน เป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงแสดงบทบาทเข้มแข็งโดดเด่นไม่หยุด
นับจากปฏิรูปอิหร่านเมื่อ ค.ศ.1977-79
ต่อต้านไซออนิสต์คือหนึ่งในนโยบายหลัก มกราคม 2001 อยาตุลเลาะห์
โคไมนี (Ayatollah Khomeini) พูดชัดว่า
“การลบอิสราเอลออกจากแผนที่ในภูมิภาคเป็นพันธกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”
กุมภาพันธ์
2006 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) กล่าวว่า “ตราบใดที่ระบอบไซออนิสต์ยังอยู่ ระบอบดังกล่าวจะคุกคามผู้เชื่อผู้ศรัทธาศาสนาอิสลาม”
การปลดปล่อยปาเลสไตน์
(Free Palestine) คือหนึ่งในนโยบายสำคัญที่สัมพันธ์กับการต่อต้านไซออนิสต์
บทความนี้ตัดตอนประมวลภาพตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2023
หรือราว 7 เดือนดังนี้
ไม่กี่วันหลังอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรีย ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan
Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนฟันธงว่าต้นเหตุเพราะไซออนิสต์กับอเมริกาต่อต้านอิหร่าน
ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านมีมาเนิ่นนาน
รัฐบาลอิสราเอลพยายามเป็นมิตรแต่ไม่สำเร็จ
ด้วยหลักคิดเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้
เชิดชูอิหร่าน:
ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าหลายประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับอิสราเอล
อยากให้รัฐบาลเนทันยาฮูยุติการรบ หยุดเข่นฆ่าประชาชน
พวกรัฐอาหรับแสดงบทบาทแข็งขันไม่น้อย สันนิบาตอาหรับ (Arab League) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีมติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล
แม้ไม่ใช่การคว่ำบาตรน้ำมันกับอาหารตามที่อิหร่านเสนอ หลายครั้งพิสูจน์แล้วว่าแรงกดดันจากอาหรับได้ผลไม่น้อย
เพียงแต่ไม่สามารถหยุดกองทัพอิสราเอลเข้ากวาดล้างพวกฮามาส
เรื่องที่ช่วยให้อิหร่านโดดเด่นจริงๆ
คือการที่อิหร่านกับกองกำลังที่อิหร่านหนุน อันได้แก่ ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี
กองกำลังในอิรักกับซีเรียเปิดฉากรบกับอิสราเอล
บางส่วนปะทะกับกองกำลังสหรัฐกับพวกในตะวันออกกลาง ในทะเลแดง
การรบของกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง
(รวมทั้งฮามาส) จึงเชิดชูบทบาทอิหร่านตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลในรอบนี้
ต่อมา
6 เดือนหลังสงครามตัวแทน (proxy war)
ในที่สุดอิหร่านปะทะโดยตรงกับอิสราเอล อิหม่ามคาเมเนอีชี้ว่าสถานกงสุลของประเทศใดเป็นอาณาเขตของประเทศนั้น
เมื่อถูกโจมตีเท่ากับประเทศถูกโจมตี อาลัยนายทหารอาวุโส 2 นาย
(สังกัด Quds Force) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวม 13 คนที่เสียชีวิต ประกาศว่า “ระบอบชั่วช้า (evil regime) ทำพลาดแล้วและต้องได้รับโทษ” พร้อมกับประณามรัฐบาลตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา
ผู้บริสุทธิ์มากมายเสียชีวิต
เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลตะวันตกแสดงความชั่วร้ายของพวกเขา
อิสราเอลใช้วิธีสกัดกั้นน้ำ อาหาร ไฟฟ้า สร้างความทุกข์ยากแก่คนกาซา
แต่การรบโดยตรงเป็นเพียงการปะทะเล็กน้อย
อิหร่านแสดงตัวตั้งแต่ต้นว่าไม่ต้องการสงคราม ผู้เชี่ยวชาญตีความว่าเป็นการปะทะเชิงสัญลักษณ์
แต่ต้องบันทึกว่า 2 ประเทศนี้ได้รบกันโดยตรงแล้ว
ที่น่าคิดคือเมื่อได้รบกันครั้งหนึ่งย่อมควรคิดว่าอาจมีครั้งต่อไปและรุนแรงขึ้น
ข้อนี้เป็นอีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญกับนักการศาสนาให้ความสำคัญ
รัฐบาลอิสราเอลมักเอ่ยถึงนิวเคลียร์อิหร่าน ชี้ว่าอิหร่านจะใช้นิวเคลียร์กับตน
ไม่ว่าอิหร่านมีอาวุธทำลายล้างนี้แล้วหรือยัง (บางคนคิดว่ามี บางคนคิดว่ายังไม่มี
บางคนคิดว่าไม่ต้องการเพราะผิดหลักศาสนา) ที่แน่นอนคือนานาชาติยอมรับว่าอิสราเอลมีนิวเคลียร์
80-90 หัวรบและพัฒนาต่อเนื่อง
จึงกังวลว่าสักวันหนึ่งคงได้รบกันด้วยนิวเคลียร์
นายกฯ เนทันยาฮูพูดซ้ำหลายรอบว่าจะไม่ยอมให้ประเทศที่ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่มีอาวุธนิวเคลียร์
อิสราเอลมีทางเลือกเดียวคือต้องป้องกันตนเองและพร้อมดำเนินการด้วยตนเอง น่าคิดว่าอิสราเอลจะชิงลงมือโจมตีอิหร่านด้วยนิวเคลียร์หรือไม่
หลักคิดคือก่อนที่อิหร่านจะลงมือลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิสราเอลขอชิงลงมือก่อน
ถ้าย้อนหลังตั้งแต่สถาปนารัฐอิสราเอลสมัยใหม่
ในตอนนั้นบรรดารัฐอาหรับ ชาติมุสลิมต่างพากันต่อต้านแข็งขัน อียิปต์
รัฐอาหรับทำสงครามใหญ่กับอิสราเอลหลายรอบ
แต่ระยะหลังจุดยืนรัฐบาลประเทศเหล่านี้ทยอยเปลี่ยนไป ลดแรงต่อต้านอิสราเอล
ซ้ำร้ายกว่านั้นคือญาติดีกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ
ตัวอย่างที่โดดเด่นและเกิดขึ้นไม่นานนี้คือ Abraham Accords สิงหาคม 2020 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับอิสราเอลประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับปกติ
แถลงการณ์ร่วมระบุว่าเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์
ก้าวย่างสำคัญของสันติภาพตะวันออกกลาง เดือนถัดมา 11 กันยายน
บาห์เรนประกาศสถาปนาการทูตกับอิสราเอลเช่นกัน
เนื้อหาตอนหนึ่งใน Abraham Accord ระบุชัดว่าทั้งอาหรับกับยิวต่างเป็นลูกหลานของอับราฮัม
(Abraham) ภูมิภาคตะวันออกกลางประกอบด้วยมุสลิม ยิว
พวกนับถือคริสต์และศาสนาความเชื่ออื่นๆ แม้แตกต่างแต่ปรารถนาอยู่ร่วมกัน (spirit
of coexistence) ด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน
ซ้ำร้ายเมื่อไม่นานนี้มีกระแสข่าวรัฐบาลซาอุฯ
จะญาติดีกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการด้วย มิถุนายน 2023 Antony Blinken รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่าสหรัฐหวังช่วยให้อิสราเอลมีความสัมพันธ์ระดับปกติกับซาอุฯ
หวังว่าซาอุฯ
จะเข้าร่วม Abraham Accords
อันจะส่งเสริมให้ภูมิภาคมั่นคงยิ่งขึ้น
ล่าสุดไม่กี่วันก่อนข่าวปรับสัมพันธ์ซาอุฯ-อิสราเอลมาอีกครั้ง
เชื่อมโยงกับฮามาส การปลดปล่อยปาเลสไตน์
ไม่แปลกที่อยาตุลเลาะห์
ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่านใช้โอกาสนี้กล่าวโทษชาติมุสลิมบางประเทศว่าน่าผิดหวังที่ชาติอิสลามบางประเทศช่วยอิสราเอล
“ทรยศต่อชนชาติอิสลาม (Islamic Ummah) ทรยศตัวเอง
เอื้อให้ไซออนิสต์เข้มแข็งขึ้น” ที่ควรทำคือตัดขาดความสัมพันธ์เศรษฐกิจการเมืองกับไซออนิสต์
แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือชาติอิสลามบางประเทศระงับความสัมพันธ์กับอิสราเอลชั่วคราวเท่านั้น
ในขณะที่พวกไม่ใช่มุสลิมในหลายประเทศทั้งสหรัฐ ยุโรป
แอฟริกาออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์มากมายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน
จากที่นำเสนอเป็นหลักฐานชี้ว่าในบรรดาชาติอิสลามที่ต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งขันต่อเนื่อง
บัดนี้เหลือแต่ประเทศอิหร่านเท่านั้น อาจตีความเชิงศาสนาว่าคือนิกายชีอะห์ อิหร่านจึงโดดเด่นในเวทีนานาชาติด้วยเรื่องนี้
โดยเฉพาะในกลุ่มมุสลิม อย่างไรก็ตามควรเข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลักศาสนาที่มุสลิมบางคนบางกลุ่มเห็นต่างจากชีอะห์
ในมุมมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องตระหนักว่า การญาติดีกับอิสราเอลเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล
ประชาชนบางส่วนอาจไม่เห็นและอาจสนับสนุนอิหร่านแม้ต่างนิกาย (สนับสนุนเฉพาะประเด็นปลดปล่อยปาเลสไตน์)
หลังสถานการณ์ปะทะอิสราเอลคลี่คลาย อิหม่ามคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวว่า นานาชาติได้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ของประเทศอิหร่าน
กองทัพอิหร่านจะพัฒนาต่อไป ขอให้ชาวอิหร่านทุกคนตระหนักศักยภาพกับทักษะของแต่ละคน เข้าใจคำสอนและยึดมั่นศรัทธาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ในฝั่งของอิหร่านตอกย้ำว่าเรื่องราวทั้งหมดสัมพันธ์กับศาสนาโดยตรง
นับจากปฏิวัติอิหร่าน
บทบาทอิหร่านในฐานะรัฐอิสลามชีอะห์โดดเด่นในเวทีโลก และยิ่งโดดเด่นในโลกมุสลิม
ส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้นำอยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) การปฏิวัติเปลี่ยนการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบศาสนา หรือที่เรียกว่าปฏิวัติอิสลาม
ผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คือผู้นำสูงสุดทั้งด้านศาสนากับการเมือง
มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญบางเรื่อง
ฝ่ายบริหารต้องดำเนินนโยบายที่สอดคล้องหรือไม่ขัดแย้งกับความเห็นของผู้นำสูงสุด
การปลดปล่อยปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับศาสนา เป็นเรื่องที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนานและพิสูจน์แล้วว่าเชิดชูอิหร่านหรือการปฏิวัติอิสลาม เป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงแสดงบทบาทเข้มแข็งโดดเด่นไม่หยุด
5 พฤษภาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10033 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2567)
-------------------
บรรณานุกรม :
1. Abraham
Accord signing: top quotes from the signing ceremony. (2020,
September 16). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/middle-east/two-states-settlements-not-part-of-israel-deals-with-uae-bahrain-642424
2. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton.
(2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear
Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.
3. Blinken takes aim at Israeli settlements; says US will
press ahead with Israel-Saudi normalization. (2023, June 5). AP. Retrieved
from
https://apnews.com/article/us-israel-palestinians-saudi-arabia-ccc8da5992301d9a95a4be29f1860808
4. Israel and the Kingdom of Bahrain to establish
'full diplomatic relations,' Trump says. (2020, September
11). CNN. Retrieved from
https://edition.cnn.com/2020/09/11/politics/israel-bahrain-trump/index.html
5. “Israel will be punished”. (2024, April
10). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/496954/Israel-will-be-punished
6. Nasrallah: Iran response to consulate attack
“inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable
7. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The
Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California
Press.
8. Operation 'True
Promise' manifested willpower of Iranian people in international arena. (2024,
April 21). Tehran Times. Retrieved from
https://www.tehrantimes.com/news/497458/Operation-True-Promise-manifested-willpower-of-Iranian-people
9. What President Ahmadinejad Actually Said About
Israel and Iran's Nuclear Program. (2012, September 27). Information Clearing
House. Retrieved from http://www.informationclearinghouse.info/article12758.htm
-----------------
-
ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ” ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามา...
-
ติดต่อพูดคุย: หากต้องการแสดงความเห็นหรือมีคำถามเกี่ยวกับบทความ ยินดีให้คำปรึกษา การหาข้อมูล การวิเคราะห์ พูดคุยสอบถามได้ที่อีเมล์ ckg55...
.png)
.png)
.png)