ผลงานประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี

รัฐบาลอิหร่านดำเนินนโยบายต่อต้านไซออนิสต์ ชาติตะวันตกเรื่อยมา อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านได้ทำหน้าที่จนถึงนาทีสุดท้าย

            อิบราฮิม ไรซี (Ebrahim Raisi) ประธานาธิบดีอิหร่านมีผลงานมากมาย ในที่นี้นำเสนอ 2 เรื่องเป็นตัวอย่างผลงานที่นานาชาติรับรู้

การปรับสัมพันธ์อิหร่าน-ซาอุฯ:

            ความบาดหมางระหว่างรัฐบาลอิหร่านกับชาติอาหรับและเครือข่ายย้อนหลังยาวไกล เกี่ยวข้องกับนิกายศาสนา อำนาจปกครอง และร้อนแรงยิ่งขึ้นเมื่อมหาอำนาจเข้ามาในตะวันออกกลาง ขั้วซาอุฯ ที่เป็นมิตรกับสหรัฐดำเนินนโยบายหลายข้อตามตะวันตก หนึ่งในนั้นคือต่อต้านระบอบอิหร่าน ในระยะหลังรัฐบาลอิหร่านพยายามปรับความสัมพันธ์กับชาติอาหรับโดยเฉพาะซาอุฯ ที่เป็นหัวเรือใหญ่ แต่ที่ผ่านมารัฐบาลซาอุฯ ไม่ยอมรับ ชี้ว่าอิหร่านพยายามแทรกแซงกิจการภายใน บ่อนทำลายสันติภาพตะวันออกกลาง

            เรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นเมื่อเมษายน 2023 รัฐบาลอิหร่านกับซาอุฯ ร่วมแถลงจะเปิดสถานทูตระหว่างกัน จะมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับเศรษฐกิจอีกครั้ง เรื่องนี้ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงคนกลาง

            เป็นการตัดสินใจที่ห้าวหาญสวนหลักคิดเดิมที่ยึดมาหลายทศวรรษ

            อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวในโอกาสดังกล่าวว่าอิหร่าน “ไม่เคย” คิดว่าซาอุฯ เป็นศัตรู ไซออนิสต์ต่างหากที่เป็นศัตรู

            ในมุมอาหรับ การที่อิหร่านกับซาอุฯ คืนดีกันตั้งอยู่บนหลักคิดว่าตะวันออกกลางที่สงบสุขให้ประโยชน์แก่อาหรับมากกว่า นโยบายตอนนี้คือขยับเข้าหารัสเซีย จีน อิหร่านมากขึ้น ถ่วงดุลอิทธิพลสหรัฐ ร่วมต่อต้านอิสราเอลโดยเฉพาะประเด็นปาเลสไตน์ เป็นความจริงที่บางประเทศสร้างและรักษาความยิ่งใหญ่ด้วยสงคราม ขยายอิทธิพลกว้างขวาง สามารถวางกฎระเบียบที่ตนได้ประโยชน์ให้ประเทศอื่นๆ ปฏิบัติตาม คำถามสำคัญคือรัฐบาลซาอุฯ ได้ประโยชน์จากแบบใดมากกว่า ระหว่างส่งเสริมให้เกิดสงคราม สร้างความวุ่นวายในประเทศต่างๆ

            กับอีกแนวทางคือภูมิภาคที่สงบเรียบร้อย คืนดีอิหร่าน ดึงซีเรียกลับมาเป็นสมาชิกสันนิบาตอาหรับ เปิดทางให้มหาอำนาจจีนรัสเซียมีบทบาทในภูมิภาค เหล่านี้เป็นหลักฐานชี้ว่าซาอุฯ เลือกสันติภาพ

            ทุกคนรู้ว่ายิ่งรบยิ่งพัง ส่วนการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ความร่วมมือกับการพัฒนาจะเกิดขึ้นเอง เป็นข้อที่ผู้ปกครองต้องตัดสินใจว่าต้องการสิ่งใด ไม่ถูกต่างชาติเสี้ยมให้รบกันด้วยหลักคิดที่อาจฟังดูดีแต่ทำไม่ได้จริง เกิดผลเสียมากกว่าผลดี

            เมื่อรัฐบาลไรซียื่นมือออกไปและซาอุฯ ตอบรับ ผลคือประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ไม่ต้องผวาภัยสงคราม ระดมทรัพยากรพัฒนาประเทศ ตั้งหน้าสร้างอนาคต สังคมเดินหน้าเต็มกำลัง

            ประวัติศาสตร์จะบันทึกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีอิบราฮิม ไรซี

ปลดปล่อยปาเลสไตน์เชิดชูอิหร่าน:

            สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นเรื่องที่โดดเด่น เป็นความจริงที่พวกรัฐอาหรับแสดงบทบาทแข็งขันไม่น้อย สันนิบาตอาหรับ (Arab League) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีมติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล หลายครั้งพิสูจน์แล้วว่าแรงกดดันจากอาหรับได้ผลไม่น้อย

            แต่ในบรรดาประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางอิหร่านโดดเด่นเหนือใคร ไม่เพียงแต่พวกฮามาสในกาซา กองกำลังอื่นๆ ที่อิหร่านหนุน อันได้แก่ ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี กองกำลังในอิรักกับซีเรียเปิดฉากรบกับอิสราเอล บางส่วนปะทะกับกองกำลังสหรัฐกับพวกในตะวันออกกลาง ในทะเลแดง เหล่านี้ชี้ว่าฝ่ายอิหร่านสู้กับไซออนิสต์จริง เรื่องนี้สัมพันธ์กับศาสนาด้วย

            ตั้งแต่ต้นฝ่ายอิหร่านย้ำหลายรอบว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นฝีมือฮามาส 100% ทั้งนักรบกับการวางแผน เช่นเดียวกับกองกำลังอื่นๆ อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านกล่าวว่ากองกำลังที่โจมตีฐานที่มั่นสหรัฐในตะวันออกกลางตัดสินใจและลงมือด้วยตัวเอง แต่ยอมรับว่าอิหร่านถือเป็นหน้าที่ต้องสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้ 

            การรบของกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง (รวมทั้งฮามาส) จึงเชิดชูบทบาทอิหร่านตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอล

ลงโทษอิสราเอล:

            สงครามฮามาส-อิสราเอลอาจตีความว่าเป็นสงครามตัวแทนระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกังวลว่าสงครามจะบานปลายกลายเป็นการรบโดยตรงระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล

            ในที่สุดอิหร่านกับอิสราเอลได้ปะทะกันโดยตรง ทางการอิหร่านกล่าวสรุปปฏิบัติการโจมตีเพียงรอบเดียว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ อิหร่านไม่ต้องการทำสงคราม เป็นการตอบโต้เพื่อป้องกันตัวเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ ตอบโต้อย่างเหมาะสมเพื่อปกป้องอธิปไตย (ไม่ได้ประเมินจากความสูญเสียที่อิสราเอลต้องชดใช้) ประธานาธิบดีไรซีสดุดีความสำเร็จกล่าวว่าปฏิบัติการโจมตีอิสราเอล ”ให้ไซออนิสต์ได้บทเรียน”

            การปะทะโดยตรงแม้ถูกตีความว่าเป็นเชิงสัญลักษณ์ แต่นับว่าอิหร่านกล้าลงมือโจมตีอิสราเอลถึงบ้าน ขีปนาวุธ โดรนอิหร่านบินตรงถึงอิสราเอลแล้ว

อิหร่านหลังไรซีเหมือนหรือแตกต่าง:

            ถ้าถามว่าการจากไปของประธานาธิบดีไรซีส่งผลต่อประเทศหรือไม่ คำตอบคือคงไม่มาก

เพราะเป็นระบอบ Islamic theocracy ศาสนาเป็นรากฐานการปกครอง พระเจ้ามีสิทธิอำนาจสูงสุด (ไม่ใช่กษัตริย์ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี หรือประชาชน)

            ในขณะเดียวกันมีการจัดตั้งรัฐสภาหรือ Majles (National Assembly) เฟ้นหาตัวแทนประชาชนทุกภาคส่วน เป็นตัวแทนคนทั้งชาติ มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองที่มีแนวทางบางอย่างแตกต่างกัน เข้ามีส่วนในการตัดสินใจนโยบายรัฐบาล ตรวจตรากิจการของรัฐ รวมถึงศาล รับรองการแต่งตั้งรัฐมนตรีจากประธานาธิบดี มีอำนาจถอดถอนรัฐมนตรี โดยต้องสอดคล้องกับหลักศาสนา – ศาสนาเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองแบบหนึ่งนั่นเอง

            Majles มาจากการเลือกตั้งทุก 4 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 290 คน อีกบทบาทสำคัญคือเป็นผู้เลือกสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ จำนวน 6 คน (จากทั้งหมด 12 คน)

            สภาผู้พิทักษ์ (Council of Guardians/ Guardian Council) ประกอบด้วยคณะนักกฎหมาย (jurists) จำนวน 12 คน ทั้งหมดต้องมีความเชี่ยวชาญการพิพากษาด้วยศาสนา (กฎหมายตั้งบนหลักศาสนา การเข้าใจกฎหมายต้องมีความรู้หลักศาสนาอย่างดี) 6 คนมาจากการแต่งตั้งโดยตรงจากผู้นำสูงสุด อีก 6 คนมาจากการเลือกผ่านรัฐสภา

            สภาผู้พิทักษ์มีหน้าที่วินิจฉัยรัฐธรรมนูญและรับรองกฎหมายที่ผ่านจาก Majles ว่าถูกต้องตามหลักอิสลาม และมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เช่นการเลือกตั้งปี 2005 มีผู้สมัครกว่า 2 พันรายแต่ได้รับการอนุมัติเพียง 8 ราย

            จะเห็นว่าสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ครึ่งหนึ่งมาจากผู้นำสูงสุดอิหร่านกับอีกครึ่งประชาชนเป็นผู้เลือกเข้ามาผ่านรัฐสภา

            โดยรวมแล้วประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนรัฐสภา ได้รัฐบาลบริหารประเทศ ได้เลือกครึ่งหนึ่งของตัวแทนสภาผู้พิทักษ์ แต่ทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักศาสนาอิสลาม

            เมื่อศาสนามั่นคง (เปลี่ยนแปลงไม่ได้) รัฐบาลทุกชุดบริหารประเทศขัดศาสนาไม่ได้ การบริหารจึงไปทิศทางเดียวกัน เช่น นโยบายปลดปล่อยปาเลสไตน์ ต่อต้านไซออนิสต์ ไม่ยอมให้ตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลครอบงำเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม การบริหารประเทศของรัฐบาลแต่ละชุด จึงแตกต่างในเชิงการให้น้ำหนักหรือวิธีการบางอย่างตามบริบท

            ยกตัวอย่าง สมัยประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) ในตอนนั้นกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรอยู่ในตะวันออกกลางจำนวนมาก ส่วนหนึ่งอยู่ในอัฟกานิสถาน ประธานาธิบดีอาห์มาดิเนจาดดำเนินนโยบายแข็งกร้าว ปี 2005 ประกาศว่าอิหร่านจะเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์ และอาจถอนตัวออกจาก NTP ซึ่งเท่ากับว่า IAEA  ไม่อาจตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่านได้อีกต่อไป และอาจตีความตั้งใจว่าจะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ในสมัยอาห์มาดีเนจาดโครงการนิวเคลียร์อิหร่านพัฒนาอย่างรวดเร็ว เป็นประเด็นที่นานาชาติให้ความสำคัญต่อเนื่อง

            ดังนั้น การเปลี่ยนตัวประธานาธิบดีหรือรัฐบาลจึงเปลี่ยนแปลงในวิธีการบางอย่างตามบริบท ส่วนเป้าหมายหลักคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงและไม่อาจเปลี่ยนแปลง อิบราฮิม ไรซี ประธานาธิบดีอิหร่านได้ทำหน้าที่จนถึงนาทีสุดท้าย

26 พฤษภาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10054 วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2567)

-------------------------------

บรรณานุกรม :

1. 10 Questions and answers about Iran's retaliatory attack on Israel. (2024, April 15). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497192/10-Questions-and-answers-about-Iran-s-retaliatory-attack-on-Israel

2. Abrahamian, Ervand. (2008). A History of Modern Iran. UK: Cambridge University Press. P.166

3. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.).14)

4. Dargie, Richard. (2008). Iran. USA:  Arcturus Publishing. P.38.

5. Biden Urges Caution as Israel Weighs Response to Iran. (2024, April 15). WSJ. Retrieved from https://www.wsj.com/world/middle-east/biden-presses-for-diplomatic-response-to-irans-attack-on-israel-1c5452a1?mod=world_lead_story

6. Clean Victory. (2024, April 14). Tehra Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497137/Clean-Victory

7. Dargie, Richard. (2008). Iran. USA:  Arcturus Publishing. P.37

8. Iran ‘never’ considered Saudi Arabia as an enemy: President Raisi. (2023, May 18). Al Arabiya. Retrieved from https://english.alarabiya.net/News/middle-east/2023/05/18/Iran-never-considered-Saudi-Arabia-as-an-enemy-President-Raisi

9. Iran says strikes on US troops are due to its support for Israel, presence in region. (2023, October 30). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/

10. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California Press. p.128

11. Saudi Arabia, Iran formally restore ties, agree to travel visas for citizens. (2023, April 7). Arab News. Retrieved from https://www.arabnews.com/node/2282371/saudi-arabia

12. Supreme Leader Warns of US, Zionists' Continued Hostility against Iran. (2015, August 27). FNA. Retrieved from http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13940605000203

13. Tehran move to reopen embassies, vow to bring 'stability' to Mideast. (2023, April 6). France24. Retrieved from https://www.france24.com/en/middle-east/20230406-iran-saudi-arabia-agree-to-reopen-embassies-ease-travel

-----------------

มติยูเอ็นสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์

ยืนยันเจตนารมณ์ของนานาชาติที่ “ขัดแย้ง” อิสราเอล สหรัฐและพวก สะท้อนว่าระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังสั่นคลอน

สงครามฮามาส-อิสราเอลในฉนวนกาซางวดเข้ามาทุกที อิสราเอลเข้ากวาดล้างเกือบทุกพื้นที่แล้ว แต่ผลโพลไม่นานนี้ชี้ว่าคนอิสราเอล 71% ต้องการให้นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู (Benjamin Netanyahu) ออกจาก คาดว่าเลือกตั้งครั้งต่อไปจะหลุดจากตำแหน่ง บทบาทผู้นำประเทศในฐานะปกป้องชาติบ้านเมืองไม่เข้าตาประชาชน 

นักวิชาการบางคนเห็นว่าการกวาดล้างพวกฮามาสไม่ช่วยหยุดการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ทั้งยังโหมกระพือความเกลียดชังให้แรงมากขึ้น คนยิวในที่ต่างๆ ทั่วโลกถูกคุกคาม ดูหมิ่นดูแคลน แม้ยิวในอิสราเอลน่าจะปลอดภัยขึ้นแต่ยิวในต่างแดนอยู่ยาก 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเป็นอีกปัจจัยกดดันให้หยุดยิง ประธานาธิบดีโจ ไบเดนหวังได้คะแนนเสียงจากพวกเชื้อสายอาหรับ ต้องการตีตัวออกห่างจากคำว่าไร้มนุษยธรรม น่าเชื่อว่าไบเดนรู้ตัวคะแนนนิยมของตนดีหรือไม่ ต้องทำอย่างไรจึงได้ใจคนอเมริกันที่เป็นฐานเสียง พรรครีพับลิกันฝ่ายค้านฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาลที่เคยพูดไว้ว่าจะสนับสนุนอย่างมั่นคงแข็งแกร่งแต่ตอนนี้แสดงตัวออกห่าง ระงับขายอาวุธบางชนิดแก่อิสราเอลชั่วคราว 

ด้านเนทันยาฮูพยายามใช้กองทัพกดดันให้ฮามาสยอมรับเงื่อนไขสงบศึก สถานการณ์เข้มข้นขึ้นทุกที น่าติดตามว่าที่สุดแล้วจะสงบศึกหรือไม่ ฝ่ายใดได้ประโยชน์จากข้อตกลงหยุดยิง 

สงครามฮามาส-อิสราเอลเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าของการต่อสู้ระหว่าง 2 ฝ่ายที่ดำเนินมาหลายทศวรรษแล้ว สงครามนี้สะท้อนภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งในระดับภูมิภาคตะวันออกกลางกับระดับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง

ตั้งแต่เริ่มสงคราม อันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที อิสราเอลละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนในการโจมตีเมืองกาซา พวกฮามาสก่อความรุนแรงเพราะมีที่มาที่ไป ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็โจมตี ด้านทูตอิสราเอล Gilad Erdan โต้ว่าท่านเลขาธิการฯ ไม่เข้าใจสภาพความเป็นไปของโลก ไม่เข้าใจการก่อการร้าย การสังหารเข่นฆ่าที่ฮามาสกระทำต่ออิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 

รัฐบาลอิสราเอลให้เหตุผลกวาดล้างฮามาสคือการกำลังปกป้องตัวเอง สอดคล้องกฎบัตรสหประชาชาติ ด้าน Josep Borrell ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของอียูกล่าวว่า สิทธิการป้องกันตัวเองต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ จะใช้หลักป้องกันตัวเองแล้วละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศไม่ได้ การตัดน้ำตัดไฟ ควบคุมการส่งอาหารแก่พลเรือนล้วนผิดกฎหมายระหว่างประเทศทั้งสิ้น การที่อิสราเอลเป็นสมาชิกสหประชาชาติย่อมถือว่ายอมรับกฎหมายเหล่านี้ หากอิสราเอลอยากทำตามใจตัวเอง ควรลาออกจากสมาชิกภาพ

ทั้งคู่ต่างพูดจากมุมองคนละแบบ อิสราเอลยืนยันการปกป้องตัวเองสำคัญที่สุด ไม่สนใจว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศหรือไม่ สิทธิมนุษยชนมีประโยชน์อะไรถ้าบั่นทอนทำลายบ้านเมืองตัวเอง

ย้อนหลังธันวาคมปีก่อนสมัชชาสหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง มีเพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่คัดค้านการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม อิสราเอลไม่สนข้อมติ รัฐบาลไบเดนกับพวกยังส่งอาวุธสนับสนุนอิสราเอลรบต่อไป

สมัชชาสหประชาชาติสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์:

10 พฤษภาคมที่ผ่านมาสมัชชาสหประชาชาติ (UNGA) มีมติสนับสนุนให้ปาเลสไตน์เป็นสมาชิกสหประชาชาติเต็มตัว ชี้ว่าปาเลสไตน์มีคุณสมบัติครบถ้วน ขอให้คณะมนตรีความมั่นคงทบทวนเรื่องการรับปาเลสไตน์เป็นสมาชิกอีกครั้ง

143 ประเทศสนับสนุนข้อมตินี้ 25 ประเทศงดออกเสียง 9 ประเทศที่คัดค้าน 2 ใน 9 ประเทศที่คัดค้านคือสหรัฐกับอิสราเอล

รัฐบาลซาอุฯ ชี้ว่ามติสมัชชาแสดงให้เห็นว่านานาชาติคิดเห็นอย่างไร การรับรองรัฐปาเลสไตน์สอดคล้องกับการสร้างสันติภาพถาวรในตะวันออกกลางตามแนวทางทวิรัฐ (two-state solution) ที่พูดถึงเรื่อยมา นานาชาติไม่อาจทนเห็นชาวปาเลสไตน์อยู่ทุกข์ยากอีก ถึงเวลาแล้วที่จะหยุดอิสราเอลทำร้ายปาเลสไตน์

ด้านรัฐบาลสหรัฐชี้แจงว่าสนับสนุนตั้งประเทศปาเลสไตน์แต่ต้องผ่านการเจรจาเห็นพ้องในหมู่ประเทศที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่ออิสราเอลกับปาเลสไตน์อยู่ด้วยกันอย่างสงบ แม้ผ่านมาหลายสิบปีแล้วยังตกลงกันไม่ได้ ต้องเจรจาต่อไป

นานาชาติต้องการระบบโลกใหม่:

ประเทศที่เสนอมติและผู้รับรองน่าจะรู้ตัวตั้งแต่ต้นว่าที่สุดแล้วจะไม่เกิดรัฐปาเลสไตน์ ด้วยเหตุผลเดิมคือสหรัฐคัดค้าน (คณะมนตรีความมั่นคงเคยพิจารณามตินี้เมื่อเมษายน 2023 แต่สหรัฐคัดค้าน) เหตุที่เสนอมตินี้อีกครั้งเพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของนานาชาติที่ “ขัดแย้ง” อิสราเอล สหรัฐและพวก ตอกย้ำว่าเหลือไม่กี่ประเทศที่คัดค้าน พวกที่คัดค้านเท่ากับสนับสนุนการ “ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ” “ละเมิดสิทธิมนุษยชน” “ขาดมนุษยธรรม” ที่อิสราเอลกระทำเรื่อยมาและกำลังทำอยู่ในตอนนี้ 

ท่ามกลางเสียงส่วนใหญ่ที่ต้องการสันติภาพ หวังให้ชาวปาเลสไตน์สงบสุข ชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนไม่โดนกดขี่ มีเสรีภาพดังชาติเสรีประชาธิปไตยทั้งหลาย ถ้าตีความตามบริบทเฉพาะหน้า ข้อมตินี้มุ่งแสดงเจตนารมณ์ที่นานาชาติยืนเคียงข้างชาวกาซานั่นเอง 

ถ้ามองในกรอบระดับโลก อาจตีความว่า 143 ประเทศผู้สนับสนุนมติอยู่ฝั่งตรงข้ามสหรัฐ  มีเพียง 25 บวก 9 ประเทศเท่านั้นที่อยู่ฝ่ายสหรัฐ กำลังสะท้อนว่าระเบียบโลกเก่าที่สหรัฐเป็นแกนนำกำลังสั่นคลอน

การสั่นคลอนนี้ที่ว่าไม่ได้หมายความว่าทั้ง 143 ประเทศเป็นปฏิปักษ์ต่อสหรัฐ ความร่วมมือยังมีอยู่และหวังร่วมมือในด้านต่างๆ มากขึ้นเพื่อการพัฒนา การอยู่ดีมีสุข แต่ได้แสดงออกว่าไม่ขอเดินตามสหรัฐทุกเรื่อง ต้องการระเบียบโลกใหม่ที่ ”มีมนุษยธรรม” มากขึ้น ระบบโลกไม่จำต้องอยู่ภายใต้กฎแห่งป่าที่ต่างต้องดิ้นรนเอาตัวรอด นานาชาติสามารถร่วมมือกันได้จริงๆ

สิงหาคม 2023 เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergei Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียชี้ว่าระบบโลกเดิมที่บางประเทศรักษาการอยู่ดีกินดีของตนด้วยการกดขี่ขูดรีดผู้อื่นกำลังจะสิ้นสุด มนุษยชาติไม่ต้องการเช่นนั้น โลกพหุภาคีที่เป็นธรรมกำลังก่อตัว มีศูนย์เศรษฐกิจใหม่ ศูนย์การตัดสินใจใหม่ที่ยึดผลประโยชน์ของทุกชาติ เคารพอธิปไตยของชาติอื่น หลายประเทศอยากเข้าร่วมกลุ่ม หนีการใช้ดอลลาร์เป็นหลักฐานในตัวเอง

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผินเรียกร้องประชาคมโลกให้มุ่งแสวงหาผลประโยชน์แก่ทุกชาติให้มากกว่านี้ (ไม่ใช่เพื่อบางประเทศเท่านั้น) ตอบสนองความต้องการของประชาชาชน ยกมาตรฐานธรรมาภิบาลโลก ความต้องการของประเทศกำลังพัฒนา ยึดถือผลประโยชน์ทุกประเทศ สร้างข้อตกลงที่ได้ประโยชน์ร่วม แก้ปัญหาข้อพิพาทเพื่อมุ่งสันติภาพ

กำลังต่อสู้และเปลี่ยนแปลง:

ประวัติศาสตร์เตือนใจว่าอารยธรรมหนึ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นแล้วดับไป มหาอำนาจหนึ่งเฟื่องฟูแล้วถูกแทนที่ด้วยมหาอำนาจใหม่ กฎใหม่กติกาใหม่ถูกเขียนขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เกิดสงครามใหญ่น้อย โลกในศตวรรษที่ 21 อยู่ในสภาพเช่นนี้ไม่ต่างจากหลายศตวรรษก่อน 

บางช่วงเป็น cold war ไม่ใช่ hot war เป็นสงครามเศรษฐกิจ สงครามวัฒนธรรม (ค่านิยม แนวคิด) บางครั้งบางเรื่องตีความว่าเป็นเพียงการแข่งขันช่วงชิงตามธรรมดาโลก 

มหาอำนาจพยายามรักษาอำนาจของตนตามหลักคิดที่ยึดมั่น ไม่ต่างจากรัฐบาลอิสราเอลมองว่าต้องจัดการภัยคุกคามทั้งหลายให้อยู่ภายใต้การควบคุมเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ตราบใดที่ปาเลสไตน์ยังมีกลุ่มแบบฮามาส (ไม่ว่าจะใช้ชื่อใดก็แล้วแต่) ตราบนั้นอิสราเอลไม่ปลอดภัย ต้องทำอะไรสักอย่างและเป็นเช่นนี้เรื่อยไป

มติสมัชชาสหประชาชาติสนับสนุนตั้งรัฐปาเลสไตน์คือหนึ่งในความเป็นไปของระบบระเบียบโลกปัจจุบัน เห็นถึงการต่อสู่ช่วงชิงในกรอบสงครามฮามาส-อิสราเอล (หรือจะตีความกว้างกว่านั้นก็ได้) 

ถ้าหันกลับมามองกรอบภูมิภาค แนวทางทวิรัฐ (two-state solution) ได้พิสูจน์กว่า 3 ทศวรรษแล้วว่าล้มเหลว เป็นแค่หัวข้อสนทนาของคนรักสันติหรืออ้างสันติ แต่เรื่องที่พูดถึงเป็นเพียงความฝัน หากตื่นจากหลับจะพบความจริงว่าพื้นที่ปาเลสไตน์นับวันจะลดน้อยลงทุกทีและอาจลดลงอีกที่ฉนวนกาซา ไม่ช้าโลกจะเห็นความจริงนี้อีกครั้ง

19 พฤษภาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10047 วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567)

-----------------------------------

บรรณานุกรม :

1. Does Netanyahu have a plan beyond his own survival? (2024, May 16). Asia Times. Retrieved from https://asiatimes.com/2024/05/does-netanyahu-have-a-plan-beyond-his-own-survival/

2. Historic vote for Palestine. (2024, May 11). Tehran Times. Retrieved from http://www.tehrantimes.com/news/498340/Historic-vote-for-Palestine

3. Israel-Hamas war: 'Nothing will stop us,' Netanyahu says. (2023, December 14). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/israel-hamas-war-nothing-will-stop-us-netanyahu-says/live-67716305

4. Lavrov: BRICS ‘Can Become One of Pillars of New World Order’. (2023, August 21). Sputnik Globe. Retrieved from https://sputnikglobe.com/20230821/lavrov-brics-can-become-one-of-pillars-of-new-world-order-1112756353.html

5. UN General Assembly backs Palestinian bid for UN membership. (2024, May 11). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20240511/b724c8c63bd44ea988a7bb13f40b3964/c.html

6. Xi says no country should be left behind in global modernization. (2023, August 24). Xinhua. Retrieved from https://english.news.cn/20230824/0f2e8d7ce25e4203962d4335e8b1e2b4/c.html

-----------------


แรงกดดันให้ฮามาส-อิสราเอลหยุดยิง

ไม่มีฝ่ายใดสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศอย่างสมบูรณ์แต่ได้บางเรื่องสำคัญตามต้องการ ทั้งหมดเกิดขึ้นบนความสูญเสียของชาวกาซาล้านคน

            ยิ่งสงครามงวดเข้ามา อิสราเอลจะเข้ากวาดล้างเมือง Rafah มีหลายปัจจัยบ่งชี้ว่าทุกฝ่ายต้องการหยุดยิง เหลือแต่รายละเอียดเงื่อนไขสำคัญที่ต้องเจรจา ต่างมีแรงกดดัน บทความนี้สรุปแรงกดดันทั้งในส่วนอิสราเอล สหรัฐ ฮามาสและอิหร่าน ดังนี้

อิสราเอล:

            ตั้งแต่เริ่มสงครามอันโตนิโอ กูเตเรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงทันที การโจมตีเมืองกาซาละเมิดสิทธิมนุษยชน ธันวาคมปีก่อนที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติมีมติให้หยุดยิง เพียง 10 ประเทศเท่านั้นที่คัดค้านการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรม เป็นหลักฐานชี้ว่านานาชาติเห็นว่ากองทัพอิสราเอลทำเกินกว่าเหตุ สมควรหยุดยิง

            ถ้ามองจากคนอิสราเอลแยกได้ 2 ฝ่าย คือพวกไซออนิสต์ที่สนับสนุนกวาดล้างฮามาส ไม่สนใจมนุษยธรรม กับพวกที่ยึดแนวทางเสรีนิยม กลุ่มหลังนี้มักต่อต้านนายกฯ เทนทันยาฮูด้วยหลายเหตุผล

            ยิ่งสงครามทอดยาวประเด็นต้องการให้รัฐบาลช่วยตัวประกัน เบื่อหน่ายผลกระทบจากสงครามที่ประชาชนต้องแบกรับแรงมากขึ้น เป็นเหตุชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง ชี้ว่าหากรัฐบาลแก้ไม่ได้ก็ขอให้นายกฯ ลาออก คนเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นญาติพี่น้องของตัวประกันที่ยังอยู่ในมือฮามาส ยิ่งสงครามงวดเข้ามา อิสราเอลจะเข้ากวาดล้างเมือง Rafah ที่พวกฮามาสใช้เป็นที่หลบซ่อนสุดท้าย ญาติพี่น้องของตัวประกันยิ่งเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

            เนทันยาฮูอาจชนะสงครามแต่กำลังแพ้ศึกในประเทศตัวเอง

            ตั้งแต่ต้นรัฐบาลเนทันยาฮูย้ำเป้าหมายสำคัญคือทำลายฐานที่มั่นทางทหารกับองค์กรการเมืองให้สิ้นซาก จะทำลายฮามาสจนถึงที่สุด มาถึงตอนนี้เหลือแต่พื้นที่ Rafah เล็กนิดเดียว นับว่ากองทัพอิสราเอลได้กวาดล้างเกือบเบ็ดเสร็จ ฮามาสยังเป็นภัยคุกคามแต่ลดลงมาก การฟื้นตัวต้องใช้เวลาหลายปี หากบุกเข้ามาอีกค่อยเข้ากวาดล้างอีกรอบ

            เมื่อประเมินผลดีผลเสียทั้งหมด กองทัพอิสราเอลควรหยุดแค่นี้ก่อน

สหรัฐกับพวก:

            ตั้งแต่ต้นสงครามบทบาทรัฐบาลไบเดนโดดเด่น เป็นผู้สนับสนุนหลักของอิสราเอลไม่ว่าจะทางทหาร ทางการทูต กองทัพอิสราเอลรบได้ดีเพราะมีอาวุธกับความช่วยเหลือของสหรัฐโดยแท้

            กองทัพสหรัฐกับพวกได้ปะทะฮูตีในเยเมน รักษาการเดินเรือเสรีในย่านทะเลแดง อ่าวเอเดน (Gulf of Aden) อันเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นอีกส่วนที่สหรัฐโดดเด่น

            ด้านการเมืองระหว่างประเทศ สหรัฐยังเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดต่อความมั่นคงภูมิภาคตะวันออกกลาง สงครามนี้มีรัฐบาลสหรัฐเป็นส่วนผสมอยู่เสมอ เจรจากับอิสราเอล กาตาร์ ซาอุฯ ลำพังข้อนี้ได้เชิดชูความเป็นมหาอำนาจ ชี้นำความเป็นไปของภูมิภาคท่ามกลางกระแสการเข้ามาของจีนกับรัสเซียที่ไม่อาจเทียบสหรัฐในด้านความมั่นคงทางทหาร

            เรื่องมนุษยธรรมเป็นอีกหัวข้อที่นานาชาติเอ่ยถึงมาก ในตอนต้นรัฐบาลสหรัฐยังไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่เมื่อยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นและจำนวนมากเป็นเด็ก (ราว 40%) รัฐบาลไบเดนเริ่มตีตัวออกห่างจากอิสราเอล ขอให้อิสราเอลมีแผนปกป้องพลเรือน ถึงขั้นประกาศระงับส่งอาวุธบางส่วนแก่อิสราเอลเป็นการชั่วคราว

            ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผู้สมัครทั้งจากพรรครีพับลิกันกับเดโมแครทต่างชูนโยบายสนับสนุนอิสราเอล ส่วนหนึ่งเป็นฝีมือของพวกล็อบบี้ยิสต์ อิทธิพลยิวในอเมริกา แต่การที่นานาชาติเรียกร้องให้หยุดยิงมีผลแรงมากจนรัฐบาลไบเดนต้องให้ความสำคัญเพื่อชี้ว่าประธานาธิบดีให้ความสำคัญกับมนุษยธรรม (โดยที่ยังสนับสนุนอิสราเอลทำศึกต่อไป)

            แรงต่อต้านในประเทศทวีความสำคัญเมื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยบางแห่งรณรงค์เรียกร้องให้หยุดยิง คว่ำบาตรไม่ค้าขายกับอิสราเอล นักศึกษาเหล่านี้มีปากกับความคิดเป็นอาวุธสามารถสร้างกระแสต้านยิว ต้านอิสราเอลได้เป็นอย่างดี น่าจะมีผลต่อการเลือกตั้งไม่น้อย คนที่ลังเลใจอาจตัดสินใจไม่เลือกไบเดนอีก

            การเลือกตั้งสหรัฐปลายปีนี้จึงมีอิทธิพลให้ฮามาส-อิสราเอลหยุดยิง ด้วยฝีมือนักศึกษา

ฮามาส:

            ฮามาสประกาศจุดยืน Operation al-Aqsa Storm “เพื่อยุติอาชญากรรมทั้งสิ้นที่เกิดจากการยึดครอง” ตอบโต้ความโหดร้ายทั้งหลายที่อิสราเอลกระทำต่อปาเลสไตน์และต่อมัสยิดอัล-อักซอร์ (Al-Aqsa Mosque) 7 เดือนผ่านไปการปลดปล่อยปาเลสไตน์ยังไม่แล้วเสร็จแต่ได้พยายามต่อสู้ถึงที่สุดแล้ว พวกฮามาสยอมรับเองว่าควรหยุดยิง เสนอเจรจาหยุดยิง

            ปรากฎการณ์ต่อต้านยิวอยู่คู่กับการปลดปล่อยปาเลสไตน์เรื่อยมา รายงานวิจัย ANTISEMITISM WORLDWIDE REPORT FOR 2023 ชี้ว่าสงครามฮามาส-อิสราเอลโหมกระแสต้านยิวทั่วโลก ถ้ามองว่ากระแสต้านยิวคือส่วนหนึ่งของสงคราม เป็นสงครามจิตวิทยา น่าเชื่อว่าคนยิวในที่ต่างๆ ทั่วโลกอยู่ยากมากขึ้น และคงเป็นเช่นนี้อีกนาน ในมุมมองนี้การเสียสละของฮามาสกับชาวกาซานำสู่ชัยชนะนี้อย่างงดงาม

            เนื่องจากรัฐบาลไบเดนถูกตีตราว่าคือพวกเดียวกับอิสราเอล เมื่ออิสราเอลไร้มนุษยธรรม รัฐบาลไบเดนจึงถูกตีตราเช่นนั้นด้วย เรื่องนี้ลามไปถึงประชาชนอเมริกันต่อต้านรัฐบาลตัวเองดังที่นำเสนอข้างต้น รัฐบาลเสรีประชาธิปไตย ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนถูกคนของตัวเองตีตราว่าไร้มนุษยธรรม

            สงครามคร่าชีวิตไปแล้วกว่า 34,000 คน กาซาพังพินาศกลายเป็นซากปรักหักพัง คนกาซาที่เหลือกว่าล้านอยู่ได้ด้วยสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาชาติ ทรัพย์สินที่หลงเหลือคือชีวิตตัวเอง หากรบต่อในเมือง Rafah ชาวบ้านคงล้มตายอีกมาก ยุติการรบคือยุติการสูญเสียผู้บริสุทธิ์ ที่สำคัญกว่านั้นคือได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เริ่มฟื้นฟูเมือง ชาวกาซาย้อนอดีตไม่ได้ ได้แต่เดินหน้าต่อด้วยความหวังมีชีวิตที่ดีขึ้น

            การปลดปล่อยปาเลสไตน์ยังไม่แล้วเสร็จ พวกฮามาสที่เหลือจำต้องฟื้นฟูเพื่อต่อสู้ในอนาคต เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันต่อไป

อิหร่าน:

            ตั้งแต่แรกอาจตีความว่าศึกนี้คือสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล เป็นสงครามตัวแทนโดยใช้ฮามาส ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี กองกำลังในซีเรียกับอิรัก (ก่อนปะทะกันโดยตรงในเดือนเมษายนซึ่งเป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า) เมื่อฮามาสได้รบกับอิสราเอลสมใจ ถือว่าอิหร่านประสบความสำเร็จด้วย

            วันนี้นานาชาติประณามอิสราเอลกับสหรัฐครั้งใหญ่อีกรอบ โหมกระพือความจงเกลียดจงชังยิวโดยเฉพาะไซออนิสต์ เหล่านี้อาจเป็น “เป้าหมายที่ไม่ประกาศ”

            ในฝ่ายต่อต้านอิสราเอล อิหร่านคือประเทศโดดเด่นสุด ตีความเชิงศาสนาว่าคือนิกายชีอะห์ อิหร่านโดดเด่นในเวทีนานาชาติอีกครั้งด้วยเรื่องนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มมุสลิมที่เห็นด้วยกับแนวทางอิหร่าน

            ตั้งแต่ต้นฝ่ายอิหร่านย้ำหลายรอบว่ารัฐบาลอิหร่านไม่ได้สั่งการ ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นฝีมือฮามาส 100% ทั้งนักรบกับการวางแผน เช่นเดียวกับกองกำลังอื่นๆ การพูดเช่นนี้บ่งบอกว่าอิหร่านไม่เกี่ยวข้องโดยตรง สหรัฐหรืออิสราเอลจึงโจมตีอิหร่านเพราะฮามาสหรือกองกำลังต่างๆ ไม่ได้ และเมื่ออิสราเอลกับอิหร่านปะทะกันโดยตรง ฝ่ายอิหร่านโจมตีอิสราเอลเพียงรอบเดียว พร้อมกับเตือนอิสราเอลอย่าโต้กลับ ข้อนี้เป็นหลักฐานว่ารัฐบาลอิหร่านยังไม่ต้องการทำสงครามแตกหัก

            รวมความแล้วฝ่ายอิหร่านประสบผลสำเร็จในการเชิดชูบทบาทตนเองในเวทีโลก สามารถผลักดันให้นานาชาติโดดเดี่ยวอิสราเอลกับสหรัฐ ภาพลักษณ์รัฐบาลไบเดนเสียหาย ความจงเกลียดจงชังยิวโดยเฉพาะไซออนิสต์เพิ่มสูง เพียงเท่านี้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

            โดยรวมแล้ว ไม่มีฝ่ายใดสำเร็จตามเป้าหมายที่ประกาศอย่างสมบูรณ์แต่ได้บางเรื่องสำคัญตามต้องการ เช่น ได้กวาดล้างฮามาส ได้ตอกย้ำความเป็นมหาอำนาจ โลกเกลียดชังยิวมากขึ้น เชิดชูอิหร่าน ที่ควรทิ้งท้ายคือทั้งหมดเกิดขึ้นบนความสูญเสียของชาวกาซาล้านคนที่คาดว่าต้องทนทุกข์จากผลของสงครามรอบนี้อีกนานหลายปี

12 พฤษภาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10040 วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2567)

----------------------

บรรณานุกรม :

1. Al-Aqsa Storm: Palestinian resistance humiliates Israel. (2023, October 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/489860/Al-Aqsa-Storm-Palestinian-resistance-humiliates-Israel

2. Ground offensive will be aimed at destroying Hamas from bottom up. (2023, October 15). jnsdotorg. Retrieved from https://www.jns.org/ground-offensive-will-be-aimed-at-destroying-hamas-from-bottom-up/

3. Iran says strikes on US troops are due to its support for Israel, presence in region. (2023, October 30). Times of Israel. Retrieved from https://www.timesofisrael.com/iran-says-strikes-on-us-troops-a-result-of-support-for-israel-presence-in-region/

4. Israel-Hamas war: 'Nothing will stop us,' Netanyahu says. (2023, December 14). DW. Retrieved from https://www.dw.com/en/israel-hamas-war-nothing-will-stop-us-netanyahu-says/live-67716305

5. ‘Netanyahu is the Problem.’ Why Tens of Thousands Are Protesting in Israel. (2024, April 3). Time. Retrieved from https://time.com/6963118/israel-hamas-war-protests-netanyahu/

6. Pollack, Kenneth. (2013). Unthinkable: Iran, the Bomb, and American Strategy. New York: Simon & Schuster.

7. Russia's Putin calls Gaza situation 'a humanitarian catastrophe'. (2023, October 26). Daily Sabah. Retrieved from https://www.dailysabah.com/world/mid-east/russias-putin-calls-gaza-situation-a-humanitarian-catastrophe

8. U.S. Department of Defense. (2023, December 18). Statement from Secretary of Defense Lloyd J. Austin III on Ensuring Freedom of Navigation in the Red Sea. Retrieved from https://www.defense.gov/News/Releases/Release/Article/3621110/statement-from-secretary-of-defense-lloyd-j-austin-iii-on-ensuring-freedom-of-n/

-----------------

ปลดปล่อยปาเลสไตน์เชิดชูอิหร่าน

การปลดปล่อยปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับศาสนา เชิดชูอิหร่าน เป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงแสดงบทบาทเข้มแข็งโดดเด่นไม่หยุด


            นับจากปฏิรูปอิหร่านเมื่อ ค.ศ.1977-79 ต่อต้านไซออนิสต์คือหนึ่งในนโยบายหลัก มกราคม 2001 อยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) พูดชัดว่า “การลบอิสราเอลออกจากแผนที่ในภูมิภาคเป็นพันธกิจของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน”

            กุมภาพันธ์ 2006 ประธานาธิบดีมาห์มุด อาห์มาดิเนจาด (Mahmoud Ahmadinejad) กล่าวว่า “ตราบใดที่ระบอบไซออนิสต์ยังอยู่ ระบอบดังกล่าวจะคุกคามผู้เชื่อผู้ศรัทธาศาสนาอิสลาม”

            การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (Free Palestine) คือหนึ่งในนโยบายสำคัญที่สัมพันธ์กับการต่อต้านไซออนิสต์ บทความนี้ตัดตอนประมวลภาพตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 หรือราว 7 เดือนดังนี้

            ไม่กี่วันหลังอิสราเอลโจมตีกงสุลอิหร่านในซีเรีย ฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ (Hassan Nasrallah) ผู้นำฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนฟันธงว่าต้นเหตุเพราะไซออนิสต์กับอเมริกาต่อต้านอิหร่าน

            ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรปฏิเสธไม่ได้ว่าความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-อิหร่านมีมาเนิ่นนาน รัฐบาลอิสราเอลพยายามเป็นมิตรแต่ไม่สำเร็จ ด้วยหลักคิดเป็นศัตรูที่อยู่ร่วมโลกไม่ได้

เชิดชูอิหร่าน:

            ก่อนอื่นต้องยอมรับว่าหลายประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับอิสราเอล อยากให้รัฐบาลเนทันยาฮูยุติการรบ หยุดเข่นฆ่าประชาชน พวกรัฐอาหรับแสดงบทบาทแข็งขันไม่น้อย สันนิบาตอาหรับ (Arab League) กับองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มีมติคว่ำบาตรห้ามขายอาวุธกับกระสุนแก่อิสราเอล แม้ไม่ใช่การคว่ำบาตรน้ำมันกับอาหารตามที่อิหร่านเสนอ หลายครั้งพิสูจน์แล้วว่าแรงกดดันจากอาหรับได้ผลไม่น้อย เพียงแต่ไม่สามารถหยุดกองทัพอิสราเอลเข้ากวาดล้างพวกฮามาส

            เรื่องที่ช่วยให้อิหร่านโดดเด่นจริงๆ คือการที่อิหร่านกับกองกำลังที่อิหร่านหนุน อันได้แก่ ฮิซบอลเลาะห์ ฮูตี กองกำลังในอิรักกับซีเรียเปิดฉากรบกับอิสราเอล บางส่วนปะทะกับกองกำลังสหรัฐกับพวกในตะวันออกกลาง ในทะเลแดง

            การรบของกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง (รวมทั้งฮามาส) จึงเชิดชูบทบาทอิหร่านตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลในรอบนี้

            ต่อมา 6 เดือนหลังสงครามตัวแทน (proxy war) ในที่สุดอิหร่านปะทะโดยตรงกับอิสราเอล อิหม่ามคาเมเนอีชี้ว่าสถานกงสุลของประเทศใดเป็นอาณาเขตของประเทศนั้น เมื่อถูกโจมตีเท่ากับประเทศถูกโจมตี อาลัยนายทหารอาวุโส 2 นาย (สังกัด Quds Force) พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดรวม 13 คนที่เสียชีวิต ประกาศว่า “ระบอบชั่วช้า (evil regime) ทำพลาดแล้วและต้องได้รับโทษ” พร้อมกับประณามรัฐบาลตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ผู้บริสุทธิ์มากมายเสียชีวิต เป็นอีกครั้งที่รัฐบาลตะวันตกแสดงความชั่วร้ายของพวกเขา อิสราเอลใช้วิธีสกัดกั้นน้ำ อาหาร ไฟฟ้า สร้างความทุกข์ยากแก่คนกาซา

            แต่การรบโดยตรงเป็นเพียงการปะทะเล็กน้อย อิหร่านแสดงตัวตั้งแต่ต้นว่าไม่ต้องการสงคราม ผู้เชี่ยวชาญตีความว่าเป็นการปะทะเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องบันทึกว่า 2 ประเทศนี้ได้รบกันโดยตรงแล้ว

            ที่น่าคิดคือเมื่อได้รบกันครั้งหนึ่งย่อมควรคิดว่าอาจมีครั้งต่อไปและรุนแรงขึ้น ข้อนี้เป็นอีกประเด็นที่ผู้เชี่ยวชาญกับนักการศาสนาให้ความสำคัญ รัฐบาลอิสราเอลมักเอ่ยถึงนิวเคลียร์อิหร่าน ชี้ว่าอิหร่านจะใช้นิวเคลียร์กับตน ไม่ว่าอิหร่านมีอาวุธทำลายล้างนี้แล้วหรือยัง (บางคนคิดว่ามี บางคนคิดว่ายังไม่มี บางคนคิดว่าไม่ต้องการเพราะผิดหลักศาสนา) ที่แน่นอนคือนานาชาติยอมรับว่าอิสราเอลมีนิวเคลียร์ 80-90 หัวรบและพัฒนาต่อเนื่อง

            จึงกังวลว่าสักวันหนึ่งคงได้รบกันด้วยนิวเคลียร์ นายกฯ เนทันยาฮูพูดซ้ำหลายรอบว่าจะไม่ยอมให้ประเทศที่ประกาศซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะลบอิสราเอลออกจากแผนที่มีอาวุธนิวเคลียร์ อิสราเอลมีทางเลือกเดียวคือต้องป้องกันตนเองและพร้อมดำเนินการด้วยตนเอง น่าคิดว่าอิสราเอลจะชิงลงมือโจมตีอิหร่านด้วยนิวเคลียร์หรือไม่ หลักคิดคือก่อนที่อิหร่านจะลงมือลบอิสราเอลออกจากแผนที่โลก อิสราเอลขอชิงลงมือก่อน

ผู้ยืนหยัดต่อต้านไซออนิสต์:

            ถ้าย้อนหลังตั้งแต่สถาปนารัฐอิสราเอลสมัยใหม่ ในตอนนั้นบรรดารัฐอาหรับ ชาติมุสลิมต่างพากันต่อต้านแข็งขัน อียิปต์ รัฐอาหรับทำสงครามใหญ่กับอิสราเอลหลายรอบ แต่ระยะหลังจุดยืนรัฐบาลประเทศเหล่านี้ทยอยเปลี่ยนไป ลดแรงต่อต้านอิสราเอล ซ้ำร้ายกว่านั้นคือญาติดีกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการ

            ตัวอย่างที่โดดเด่นและเกิดขึ้นไม่นานนี้คือ Abraham Accords สิงหาคม 2020 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กับอิสราเอลประกาศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระดับปกติ แถลงการณ์ร่วมระบุว่าเป็นวันแห่งประวัติศาสตร์ ก้าวย่างสำคัญของสันติภาพตะวันออกกลาง เดือนถัดมา 11 กันยายน บาห์เรนประกาศสถาปนาการทูตกับอิสราเอลเช่นกัน

            เนื้อหาตอนหนึ่งใน Abraham Accord ระบุชัดว่าทั้งอาหรับกับยิวต่างเป็นลูกหลานของอับราฮัม (Abraham) ภูมิภาคตะวันออกกลางประกอบด้วยมุสลิม ยิว พวกนับถือคริสต์และศาสนาความเชื่ออื่นๆ แม้แตกต่างแต่ปรารถนาอยู่ร่วมกัน (spirit of coexistence) ด้วยความเข้าใจและเคารพซึ่งกันและกัน

            ซ้ำร้ายเมื่อไม่นานนี้มีกระแสข่าวรัฐบาลซาอุฯ จะญาติดีกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการด้วย มิถุนายน 2023 Antony Blinken รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศกล่าวว่าสหรัฐหวังช่วยให้อิสราเอลมีความสัมพันธ์ระดับปกติกับซาอุฯ หวังว่าซาอุฯ จะเข้าร่วม Abraham Accords อันจะส่งเสริมให้ภูมิภาคมั่นคงยิ่งขึ้น

            ล่าสุดไม่กี่วันก่อนข่าวปรับสัมพันธ์ซาอุฯ-อิสราเอลมาอีกครั้ง เชื่อมโยงกับฮามาส การปลดปล่อยปาเลสไตน์

            ไม่แปลกที่อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ผู้นำสูงสุดอิหร่านใช้โอกาสนี้กล่าวโทษชาติมุสลิมบางประเทศว่าน่าผิดหวังที่ชาติอิสลามบางประเทศช่วยอิสราเอล “ทรยศต่อชนชาติอิสลาม (Islamic Ummah) ทรยศตัวเอง เอื้อให้ไซออนิสต์เข้มแข็งขึ้น” ที่ควรทำคือตัดขาดความสัมพันธ์เศรษฐกิจการเมืองกับไซออนิสต์ แต่ที่เราเห็นตอนนี้คือชาติอิสลามบางประเทศระงับความสัมพันธ์กับอิสราเอลชั่วคราวเท่านั้น ในขณะที่พวกไม่ใช่มุสลิมในหลายประเทศทั้งสหรัฐ ยุโรป แอฟริกาออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนปาเลสไตน์มากมายอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน

            จากที่นำเสนอเป็นหลักฐานชี้ว่าในบรรดาชาติอิสลามที่ต่อต้านอิสราเอลอย่างแข็งขันต่อเนื่อง บัดนี้เหลือแต่ประเทศอิหร่านเท่านั้น อาจตีความเชิงศาสนาว่าคือนิกายชีอะห์ อิหร่านจึงโดดเด่นในเวทีนานาชาติด้วยเรื่องนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มมุสลิม อย่างไรก็ตามควรเข้าใจว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหลักศาสนาที่มุสลิมบางคนบางกลุ่มเห็นต่างจากชีอะห์

            ในมุมมองความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องตระหนักว่า การญาติดีกับอิสราเอลเป็นการตัดสินใจของรัฐบาล ประชาชนบางส่วนอาจไม่เห็นและอาจสนับสนุนอิหร่านแม้ต่างนิกาย (สนับสนุนเฉพาะประเด็นปลดปล่อยปาเลสไตน์)

            หลังสถานการณ์ปะทะอิสราเอลคลี่คลาย อิหม่ามคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านกล่าวว่า นานาชาติได้เห็นเจตนาอันแน่วแน่ของประเทศอิหร่าน กองทัพอิหร่านจะพัฒนาต่อไป ขอให้ชาวอิหร่านทุกคนตระหนักศักยภาพกับทักษะของแต่ละคน เข้าใจคำสอนและยึดมั่นศรัทธาพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่

            ในฝั่งของอิหร่านตอกย้ำว่าเรื่องราวทั้งหมดสัมพันธ์กับศาสนาโดยตรง

            นับจากปฏิวัติอิหร่าน บทบาทอิหร่านในฐานะรัฐอิสลามชีอะห์โดดเด่นในเวทีโลก และยิ่งโดดเด่นในโลกมุสลิม ส่วนหนึ่งมาจากตัวผู้นำอยาตุลเลาะห์ โคไมนี (Ayatollah Khomeini) การปฏิวัติเปลี่ยนการปกครองจากระบอบกษัตริย์มาเป็นระบอบศาสนา หรือที่เรียกว่าปฏิวัติอิสลาม ผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คือผู้นำสูงสุดทั้งด้านศาสนากับการเมือง มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญบางเรื่อง ฝ่ายบริหารต้องดำเนินนโยบายที่สอดคล้องหรือไม่ขัดแย้งกับความเห็นของผู้นำสูงสุด

            การปลดปล่อยปาเลสไตน์เป็นประเด็นที่สัมพันธ์กับศาสนา เป็นเรื่องที่ดำเนินต่อเนื่องมาอย่างยาวนานและพิสูจน์แล้วว่าเชิดชูอิหร่านหรือการปฏิวัติอิสลาม เป็นเหตุผลว่าทำไมอิหร่านจึงแสดงบทบาทเข้มแข็งโดดเด่นไม่หยุด

5 พฤษภาคม 2024
ชาญชัย คุ้มปัญญา

(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 28 ฉบับที่ 10033 วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2567)

-------------------

บรรณานุกรม :

1. Abraham Accord signing: top quotes from the signing ceremony. (2020, September 16). The Jerusalem Post. Retrieved from https://www.jpost.com/middle-east/two-states-settlements-not-part-of-israel-deals-with-uae-bahrain-642424

2. Alexander, Yonah., & Hoenig, Milton. (2008). The New Iranian Leadership: Ahmadinejad, Terrorism, Nuclear Ambition, and the Middle East. USA: Greenwood Publishing Group.

3. Blinken takes aim at Israeli settlements; says US will press ahead with Israel-Saudi normalization. (2023, June 5). AP. Retrieved from https://apnews.com/article/us-israel-palestinians-saudi-arabia-ccc8da5992301d9a95a4be29f1860808

4. Israel and the Kingdom of Bahrain to establish 'full diplomatic relations,' Trump says. (2020, September 11). CNN. Retrieved from https://edition.cnn.com/2020/09/11/politics/israel-bahrain-trump/index.html

5. “Israel will be punished”. (2024, April 10). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496954/Israel-will-be-punished

6. Nasrallah: Iran response to consulate attack “inevitable”. (2024, April 7). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/496824/Nasrallah-Iran-response-to-consulate-attack-inevitable

7. Naji, Kasra. (2008). Ahmadinejad: The Secret History of Iran's Radical Leader. CA: University of California Press.

8. Operation 'True Promise' manifested willpower of Iranian people in international arena. (2024, April 21). Tehran Times. Retrieved from https://www.tehrantimes.com/news/497458/Operation-True-Promise-manifested-willpower-of-Iranian-people

9. What President Ahmadinejad Actually Said About Israel and Iran's Nuclear Program. (2012, September 27). Information Clearing House. Retrieved from http://www.informationclearinghouse.info/article12758.htm

-----------------